H x H สะใภ้โซลดิ๊ก

ตอนที่ 12 : Season 1 Chapter 12 : สามีน่ารักเเห่งปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    30 พ.ค. 62






Chapter 12 : สามีน่ารักเเห่งปี



          เกี๊ยวกุ้งเงยหน้ามองอิรูมิด้วยความตกตะลึง ต่างกับเขาที่ใช้สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอด้วยความเคร่งขรึม เขาสบตาเธออยู่เนิ่นนานราวกับว่า นี่เป็นครั้งเเรกในรอบหลายปีที่ได้เห็นดวงตาใสกระจ่างของสาวในดวงใจอย่างชัดเจน ภาพเหตุการณ์นั้นยังคงตราตรึงในหัวใจของอิรูมิ


          ในสายตาอิรูมิ หลังจากคิรัวมีครอบครัว เขาไม่เกรงกลัวพี่ชายคนนี้เหมือนสมัยก่อน ท่าทางในตอนนี้เหมือนจะสู้เพื่อปกป้องคนข้างหลังให้ได้ เเล้วพอเขาเเละเธออยู่ด้วยกัน มันก็ทำให้อิรูมิรู้สึกหงุดหงิดทุกที รวมถึงสายตาจิกกัดที่เเอบส่งมาให้อิรูมิก่อนจะออกจากคฤหาสน์ เป็นสายตาที่บ่งบอกถึงการหวงคนรักอย่างชัดเจน ถ้าน้องชายเป็นเเมวจริงๆ เขาคงข่วนหน้าพี่ชายไปนานเเล้ว 


          เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่คืออะไร มันคือความรู้สึกของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปหรือเปล่า? หลายคำถามปรากฎในความคิดของอิรูมิขณะที่เขากำลังดื่มยาถอนพิษของมารดา


          พิษกบลูกศรสีเงินผสมกับพิษงูเขตร้อนทำให้ฤทธิ์ยาทวีความรุนเเรงกว่าพิษทั่วไปหลายเท่า หากเป็นคนธรรมดาดื่มเข้าไป ไม่ถึงสามนาทีก็ม่องเท่งเเล้ว เเต่ร่างกายของอิรูมิสามารถต้านยาพิษได้ในระดับหนึ่ง เขาจึงไม่ตายในทันที 


          ถึงอย่างไรอิรูมิก็ยังเทียบซิลเวอร์ไม่ได้ เพราะบิดาของเขาเคยโดนมีดอาบยาพิษขั้นร้ายเเรงของหัวหน้าเเก๊งเเมงมุม เพียงเเค่ 0.1 มิลลิกรัมก็สามารถทำให้วาฬเป็นอัมพาตได้ เเต่เขากลับยืนหยัดต่อสู้ได้อย่างน่าทึ่ง ใบหน้าของชายผู้นั้นไม่มีริ้วรอยความเจ็บปวด ความน่าเกรงขามของเขายังคงเสมอต้นเสมอปลาย


          อิรูมิทิ้งขวดยาถอนพิษลงข้างกายอย่างไม่ใยดี เขายังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เเล้วระลึกถึงความหลัง ไม่ว่าเวลาผันเปลี่ยนนานเเค่ไหน เขายังคงจดจำวันเเรกที่ได้เจอคาร่าเสมอ


          "ชื่ออะไร" คาร่าถามเสียงเรียบพลางกอดอก


          "อิรูมิ โซลดิ๊ก" เขาไม่ปิดบังชื่อเเซ่ เเล้วยังทำท่าทางเย็นชาจนคนมองนึกสงสัยว่า เขาเป็นมนุษย์หรือเครื่องจักรสังหารที่ไร้หัวใจกันเเน่


          "พี่น้องของคิลหรอ มาหาฉันเเบบนี้ ใครจ้างวานนายให้มาฆ่าฉันกันล่ะ" เธอเลิกคิ้วด้วยความสงสัยข้างหนึ่ง เเล้วกลับมาตีสีหน้าเย็นชาดังเดิม ท่าทางการยืนของเธอยังคงมีออร่าความเเมน จนฝ่ายชายยังเทียบไม่ติด

 

          "ไม่ใช่กงการอะไรที่ฉันต้องบอกเธอ รู้เเค่ว่า" ไม่ทันจบคำก็โดนมีดของฝ่ายหญิงจ่อคอ ใบหน้าราบเรียบของเธอเข้ามาใกล้เขา พร้อมข้อเสนอว่า

 

          "เอางี้มั้ย ถ้านายอยากฆ่าฉันนัก ก็ฆ่าฉันเลย ฉันจะได้ไปพบพ่อกับเเม่ที่ปรโลก เเต่ฉันจะให้โอกาสนายโจมตีมาเเค่สามครั้งเท่านั้น โดยที่ฉันจะไม่ตอบโต้นายเลย เเต่ถ้าครบสามครั้งเเล้วยังฆ่าฉันไม่ได้" เธอเปลี่ยนไปใช้น้ำเสียงเยือกเย็นเเละสายตาสาดประกายความเย็นชาราวกับเจ้าหญิงน้ำเเข็ง


          "นายก็ไม่มีคุณสมบัติจะฆ่าฉัน เเล้วก็เชิญไสหัวกลับไปได้เลย"


          ข้อเสนอสามครั้งของเธอ ถือว่าดูถูกฝีมือของเขาเป็นอย่างมาก เพราะระดับนักฆ่าอย่างตระกูลโซลดิ๊ก เเค่ครั้งเดียวก็ปลิดชีพเหยื่อได้เเล้ว เเต่นี่เธอให้โอกาสเขาตั้งสามครั้ง


          อื้มม... เป็นผู้หญิงที่ได้ใจอย่างบอกไม่ถูก เขาอยากฆ่าขึ้นมาเร็วๆ เเล้วสิ 


          นับว่าเหยื่อรายนี้มีฝีปากกล้าหาญ ถึงขนาดปีกกล้าขาเเข็งยืนต่อรองกับคนนามสกุลโซลดิ๊ก ส่วนออร่าของเธอก็สมกับฉายากระทิงเดือด เธอพุ่งชนขวากหนามไม่เคยถอย ไม่เเปลกใจที่ความทะเยอทะยานทำให้เธอมาถึงจุดนี้ได้ เเถมยังมีนิสัยมั่นใจเเบบสุดขั้ว เเต่นิสัยมั่นใจเกินไปย่อมไม่เป็นผลดี เพราะมันจะนำพาภัยร้ายมาสู่ตัวเองในอนาคต


          อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี น้อยเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน ดังนั้นความพอดีจึงเป็นบทสรุปที่ดี เเต่บางครั้งเราก็เปลี่ยนนิสัยของตัวเองไม่ได้ เหมือนที่เกี๊ยวกุ้งเคยพูดว่า "ฉันก็สาบานว่าจะไม่ซื้อของลดราคาจนกว่าเงินเดือนงวดถัดไปจะออก เเต่เเล้วไง สุดท้ายฉันก็ทำไม่ได้"


          ภาพอดีตเลือนหายไป อิรูมิเดินออกจากห้องรับเเขกไปพร้อมใบหน้าเฉยชา เเรกพบเขาชนะเธอไม่ได้ พอมาถึงเมื่อสองปีก่อน หัวใจดวงนี้เเตกเป็นเสี่ยงอยู่ในกำมือของเธอ เขาพ่ายเเพ้ทั้งทางกายเเละทางใจ สู้ก็ไม่ได้เเล้วยังชนะใจไม่ได้อีก ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ก็มากพอให้จดจำไปชั่วชีวิต...


          เวลาต่อมาภายในห้องพักผ่อนของซิลเวอร์ เขากำลังนั่งเท้าคางอยู่บนโซฟาที่มีหมอนอิงหลายใบอยู่เบื้องหลังเเละสุนัขตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่ทางซ้ายมือของเขา ทั่วห้องประดับด้วยสัตว์หายาก อย่าง ปูเเดงตัวใหญ่ เขากวางเรนเดียร์ กะโหลกสัตว์ทะเลเเสนประหลาด เเละศิลปะงานประณีตอีกหลายขนาด

 

          คิเคียวจับกระโปรงสุ่มเร่งฝีเท้าเข้ามาในห้องสามี

 

          "คุณคะ ห้ามลูกหน่อยสิคะ ลูกอุส่ากลับมาบ้านเพราะอิลเเท้ๆ นะคะ"

 

          "เลิกพูดมากสักที! เงียบได้เเล้ว!" ซิลเวอร์ดุภรรยา "จะให้ฉันบอกเธออีกกี่ครั้ง เจ้านั่นน่ะมันเติบโตด้วยตัวของมันเอง ขนาดฉันนั่งอยู่ที่นี่ ฉันยังสัมผัสถึงจิตสังหารอันรุนเเรงของมันได้ เธอก็น่าจะรู้สึกไม่ใช่หรือไง จิตสังหารนั่นน่ะ มันเป็นของนักฆ่า มีบางอย่างไปกระตุ้นเลือดนักฆ่าของเขา ต่อให้เวลาผ่านไปนานสักเเค่ไหน หรือไม่ว่าเจ้านั่นจะไปอยู่ที่ไหน เจ้านั่นก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของโซลดิ๊กไม่เปลี่ยนเเปลง เพราะว่ามันเป็นลูกชายของเรา" 

 

          คิเคียวยอมสงบ

 

          "พ่อบ้านที่เธอส่งไป เรียกกลับมาให้หมด" สามีออกคำสั่ง

 

          "... ค่ะ" เธอตอบเสียงเเข็งอย่างไม่พอใจ เเละติดต่อพ่อบ้านผ่านเเว่นตาไซคลอปส์ "กลับมาให้หมด"

 

          'ทราบเเล้วครับ นายหญิงเสียงปลายสายตอบ

 

          พ่อบ้านจำนวนห้าคนที่กำลังย่องหลบตามต้นไม้บริเวณใกล้ประตูทดสอบ ล่าถอยกลับไปตามคำสั่งนายหญิงของตระกูล 

 

          กอร์นเปิดประตูทดสอบได้เจ็ดบานเพื่อให้เพื่อนเดินออกไปก่อนเเละตัวเองค่อยตามไปทีหลัง

 

          "นายโกรธฉันหรอ..." เกี๊ยวกุ้งถามคิรัวที่กำลังเเบกอารูกะไว้บนหลัง

 

          "ฉันเเค่หงุดหงิดสายตาของอิรูมิ เเล้วเธอก็ทำเหมือนเธอไม่รู้นิสัยเเม่ของฉันมาก่อน"

 

          "ก็ฉันไม่รู้จริงๆ นี่ว่าเธอจะหวงนายขนาดนั้น"

 

          หัวคิ้วของคิรัวขมวดลง หลังจากคืนนั้นจนมาถึงตอนนี้ บางทีเขาก็คิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะไม่ใช่ภรรยาของเขา เเต่จะเป็นไปได้ยังไง เธออยู่กับเขาตลอด เเละเขาไม่เห็นว่ามีการสับเปลี่ยนร่างกาย เธอจะเป็นคนอื่นได้ยังไง เธออาจยังไม่หายป่วยก็ได้...

 

          "ถ้าไม่ใช่ฉัน กอร์น หรืออารูกะ อย่าไว้ใจใครทั้งนั้น"

 

          "ทำอย่างกับว่าฉันเป็นลูกสาวนายเลยนะ =O="

 

          "เข้าใจมั้ย! (-*-)" สามีออกคำสั่ง

 

          "เข้าใจเเล้วค่ะคุณสามี~"


          ว่าเเต่คิเคียว เขาเองก็ขี้หวงเหมือนกัน ถ้าเกิดเขาได้ลูกสาว เขาไม่หวงมากกว่านี้เหรอ

 

          เกี๊ยวกุ้งมองอารูกะที่หลับบนหลังคิรัว อารูกะเป็นคนร่างเล็กเเละบอบบาง น้องเป็นคนน่ารักน่าเอ็นดูบวกกับนิสัยขี้อ้อน ทำให้คนอื่นมักเข้าใจผิดว่าอารูกะเป็นเด็กสาว เเต่ความจริงเเล้วไม่ใช่อย่างที่คิด

 

          "ดูสิ น้องผล็อยหลับไปเเล้ว" เธอยื่นมือไปตรงเเก้มพองเเล้วใช้นิ้วเเตะหยดน้ำตาตรงหัวตาของน้อง "เจ้าชายมารับเเล้วนะ"

 

          กอร์นมองตรงไปข้างหน้า เเล้วเผลอยิ้มออกมาให้กับบรรยากาศเเสนสุขของครอบครัวเพื่อนสนิท


          โลกนี้เเสนประหลาด ภูเขาสูงบดบัง ขอบน้ำขวางหน้า ขอบฟ้าขวางกั้น ห่างกันแค่ไหนเเต่ยังได้พบสบรักกัน เราเรียกความมหัศจรรย์อันงดงามนี้ว่า บุพเพสันนิวาส


          รถบัสเที่ยวถัดไปมาถึงหน้าประตูใหญ่ โชคดีว่าสมัยนี้รถบัสเปิดให้เที่ยวชมวันละ 3 รอบ

 

          ภาพของกอร์น คิรัว เกี๊ยวกุ้ง เเละอารูกะสะท้อนอยู่ในเเววตาของอีกาตัวหนึ่งบนกิ่งไม้ มันใช้สายตามองอย่างไม่กะพริบประหนึ่งกล้องวงจรปิด กระทั่งมนุษย์ทั้งสี่คนพากันขึ้นรถบัสกลับเมืองอีกครั้ง เมื่อนั้นปีกสีดำจึงออกเเรงกระพือขึ้นลง เเล้วทะยานขึ้นน่านฟ้าเพื่อบินกลับไปหาเจ้านาย

 

          ภายในสวนสาธารณะเเห่งหนึ่งของเมืองเล็ก นกพิราบมากมายต่างบินมาหยุดกินเศษอาหารพื้นใกล้ออกัสตัส ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ม้าหินอ่อนทรงยาว ตามใบหน้าเเละเเผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ เพราะก่อนจะมาที่นี่ เขาเดินไปเตรียมการบางอย่างอยู่หลายชั่วโมง


          เจ้าตูบวิ่งคาบท่อนไม้มาวางที่ปลายเท้าของเจ้านาย เเล้วจึงกระดิกหางพลางเเลบลิ้นตามประสาสุนัข

 

          "จะเอาอีกหรอ"

 

          "วูฟ!"

 

          "งั้นไปคาบมา" เขาขว้างท่อนไม้ออกไปไกลกว่าเดิม

 

          เวลานั้นอีกาดำบินเข้ามาในตัวเมืองก่อนที่รถบัสจะเเล่นมาถึง มันโหมกระพือปีกต้านเเรงลมอยู่ด้านบนขณะที่สายตาคมกริบจับจ้องสวนสาธารณะเบื้องล่าง พอเห็นเจ้านายจึงชะลอความเร็วเพื่อร่อนลงไปเกาะบนบ่าของเขา


          ออกัสตัสมองอีกาดำก็รู้ทันทีว่าต้องทำอะไรต่อไป นั่นเป็นจังหวะที่สุนัขของเขาวิ่งกลับมาพร้อมไม้ในปากพอดี

 

          "เด็คเตอร์ ได้เวลาล่าเหยื่อเเล้ว"

 

          เจ้าหมาปล่อยท่อนไม้เเล้วส่งเสียง "วูฟ!" อย่างกระตือรือร้น

 

          ออกัสตัสกำไม้เท้าของตัวเองเเล้วตั้งสมาธิเพื่อกระจายออร่าเป็นวงกว้างครอบคลุมนกพิราบหลายสิบตัวบนพื้นเเละบนเก้าอี้ พลันนั้นดวงตาของพวกมันไร้เเววตา พร้อมใจกันหยุดทุกการกระทำราวกับเป็นหุ่นเชิดรอรับคำสั่ง

 

          "ไปตามลูเซียสกับเจงกิสมาพบฉันที่นี่"

 

          จบคำ เสียงกระพือปีกดังก้องไปทั่วสวนสาธารณะ เหลือร่องรอยไว้เพียงเศษอาหาร เจ้านาย เเละสุนัขของเขา

 

          ทางด้านลูเซียส หนุ่มหน้าใสกำลังกอดคอสองสาวเดินไปตามถนนสายหนึ่งในเมือง

 

          "บ้านอยู่ไหน เดี๋ยวพี่ไปส่ง"

 

          "ไม่ไกลเองค่ะ"

 

          เเผละ! เสียงของเหลวหล่นกระทบบ่าของหญิงสาวทางซ้ายมือของชายหนุ่ม เธอหันไปมองก่อนจะหน้าซีด เพราะมันเป็นของเสียสีขาวข้นจากนกพิราบ

 

          "กรี๊ดดด!"


          นกพิราบหลายสิบตัวบินมาเกาะบนร่างกายของพวกเขาสามคน ไม่เว้นเเต่บนพื้น หรือบนเสาไฟฟ้า เล่นเอาสองสาววิ่งหนีหายไปในทันที

 

          "เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป" ลูเซียสได้เเต่ยื่นมือออกไป ก่อนจะกลับมาทำหน้านิ่ง ยืนท่ามกลางฝูงนกพิราบตัวเเสบ 

 

          "ไอ้เเก่เฮ็งซวย!!!"

 

          ซึ่งไม่ต่างจากบาร์ใกล้กับสถานีรถไฟ

 

          "ฝูงนกมันจะพังกระจกกับกระตูเข้ามาเเล้ว!"

 

          "...ได้เวลาเเล้วสินะ" เจงกิสดื่มเบียร์เเก้วสุดท้ายเเล้ววางลงบนโต๊ะอย่างเเรง พลันนึกถึงใบหน้าของกอร์นที่เขาตั้งใจปล่อยให้หลุดมือไป "เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย"




          ดวงจันทร์เร้นกายหายไปหลังเมฆ ความมืดมิดแผ่ปกคลุมไปทั่วเมืองเล็ก เเต่ได้เเสงดาวเเละเเสงไฟบนถนนคอยชี้นำทาง ค่ำคืนเเสนเงียบเหงาคลอเคล้าไปด้วยลมเย็น คิรัวเลือกโรงเเรมธรรมดาเพื่อค้างเเรมหนึ่งคืนก่อนจะออกจากเมืองด้วยรถไฟในวันรุ่งขึ้น

 

          กอร์นกับอารูกะพักอยู่ห้อง 302 สองคนนี้หลับเเล้ว เเต่ห้อง 301 ของสองสามีภรรยาคู่หนึ่งยังคงเปิดไฟสว่าง 


          เกี๊ยวกุ้งเดินออกมายืนข้างสามีตรงระเบียงด้านนอกห้อง

 

          เเม้เเต่เสียงฝีเท้าของภรรยา คิรัวยังจำได้ดี 


          "ไม่นอนอีกหรอ"

 

          "นอนไม่หลับค่ะ" เธอยืนพิงรั้วพลางเเหงนหน้ามองท้องฟ้าร่วมกับเขา "ร้อนขนาดนั้นเลยหรอ"

 

          "ก็นะ ข้างนอกมันเย็นสบายกว่าข้างใน" 


          จากตรงนี้มองเห็นหมู่ดาวส่องสว่างอยู่บนนั้นหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มดาวลูกไก่ กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวแอนดรอมิดา เเละอีกมากมาย ความสวยงามตรงหน้าสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอได้ไม่น้อย


          "หลังจากจบภารกิจนี้เเล้ว เธออาจจะได้เจอ บิสเก็ต อาจารย์ของเธอก็ได้" คำถามของคิรัวทำให้เกี๊ยวกุ้งหันไปขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

          'นี่ฉันมีอาจารย์ด้วยเหรอ'

 

          บิสเก็ต ครูเกอร์ ปัจจุบัน 80 ปี สาวน้อย(?)ฮันเตอร์นักล่าสมบัติเเละอัญมณีเช่นเดียวกับคาร่า หล่อนเป็นอาจารย์ของคาร่า คิรัว กอร์น เเละวิงคส์

 

          "เเต่ถ้าไม่เจอยัยป้านั่น เธอจะทำอะไรต่อไป"

 

          คิรัวหันมายิ้มให้เธอ ในใจกำลังภาวนาว่าขอให้เป็นเรื่องของเรา

 

          **คำเตือน : การเรียก บิสเก็ต ว่า ยัยป้า หรือ ยาย ให้หล่อนได้ยิน ระวังจะโดนต่อยหน้าเเหกกลับมาได้ ซึ่งคิรัวโดนบ่อย**

 

          "ก็ต้องพจญภัยสิ!" ดวงตาเธอเป็นประกายระยิบระยับ

 

          "หา! เอ่อ...เเล้วหลังจากนั้นล่ะ"

 

          "หลังจากนั้นหรอ อื้มม~ ฉันก็ว่าจะรวบรวมสมบัติทั้งหมดส่งให้พิพิธภัณฑ์ เเล้วเราก็จะมีชื่อจารึกให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ น่าตื่นเต้นดีนะ >O<"

 

          "เอ่อ เเล้ว...เเล้วหลังจากนั้นอีกล่ะ T_T"

 

          "มีหลังจากนั้นด้วยหรอ?? =_=" เธอหันกลับไปคิดใหม่ คิรัวก็ยังเเอบภาวนาขณะมองเธอใช้นิ้วชี้เคาะปลายคางสองสามที 

 

          "อืมมม อ๋อ! มีตำราอีกมากที่ฉันยังไม่เรียน"

 

          "เอ่อ...กุ้ง..."

 

          "เเล้วฉันก็อยากลองหาวิธีใช้พลังของตัวเอง เเล้วจากนั้นก็จะได้พัฒนาตัวเองต่อไป~"

 

          "ฉันหมายถึงเรื่องระหว่างเราสองคน =_="

 

          "อ่าว ก็ไม่บอกตั้งเเต่เเรก งั้นเราก็ไปพจญภัยด้วยกันเลยดีมั้ย เหมือนที่ผ่านมาน่ะ >w<"

 

          "เธอไม่คิดจะมีลูกกับฉันหรอ..."

 

          "เอ๋!?..." เกี๊ยวทำตาโตอยู่พักหนึ่ง พอดึงสติกลับมาได้ เธอจึงค่อยๆ ก้มหัวลง ซ่อนเเก้มเเดงระเรื่อของตัวเอง พลันนั้นก็รู้สึกได้ว่าตัวเองโดนเขกหน้าผากหนึ่งที เลยยกมือขึ้นมาจับตรงนั้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปขมวดคิ้วใส่เขาเล็กน้อย


          "เธอนี่ไม่รู้อะไรเอาซะเลยนะ" น้ำเสียงเเละเเววตาของเขาซ่อนความขบขันเอาไว้ "ฉันกำลังคิดเรื่องระหว่างเราสองคนอยู่ เเล้วก็เรื่องลูกของเราด้วย"


          "ลูก...ของเราหรอ"

 

          เขาพยักหน้าเล็กน้อย "ถ้าเรามีลูก ฉันจะเลิกกินของจุบจิบอย่างพวกช็อคโก้โรโบ้ เเล้วก็จะตั้งใจทำงาน เก็บเงินไว้ซื้อของใช้ให้ลูก เเล้วก็ไปเที่ยวด้วยกันเป็นครอบครัว ในเมื่อฉันไม่เคยได้ความอบอุ่นจากครอบครัว ฉันก็อยากให้ลูกของเราได้มันไป"

 

          เกี๊ยวกุ้งสังเกตใบหน้าเเละสายตาของเขาขณะที่เอ่ยประโยคเหล่านั้นออกมา เธอหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว "ดูก็รู้เเล้วว่านายจริงจัง"

 

          "ก็เธอกับลูกเป็นคนสำคัญของฉันนี่นา" ริมฝีปากของเขาประดับรอยยิ้มบางๆ ก่อกวนจิตใจให้เธอคิดฟุ้งซ่าน

 

          คิรัวมองเห็นดวงตาของเธอมีประกายก็เริ่มเขยิบเข้าไปยืนใกล้ "อีกอย่าง" เขาถือโอกาสโอบไหล่เเล้วพาศีรษะของเธอมาซบหน้าอกของตัวเอง "เราอยู่กันมาสองปีเเล้วเธอไม่สงสารฉันบ้างหรอ เธอไม่ได้ให้โอกาสฉันบ้างเลย"

 

          ท่าทางเเละน้ำเสียงนุ่มนวลพยายามออดอ้อนเหมือนลูกเเมวของสามี ทำให้ใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำทุกที คราวนี้เลยพยายามหาเรื่องอื่นคุยเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขิน

 

          "ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าเเหวนเเต่งงานของเรา...สวยมากเลย"

 

          คิรัวไม่เคยได้ยินเธอพูดประโยคนี้ เเต่พอได้ฟังเเล้วก็รู้สึกอิ่มเอมใจจนหลุดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะเขาเป็นคนเลือกเเหวนด้วยตัวเอง 'ฉันดีใจมากที่ได้รู้จักเธอ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีอะไรรอยู่ข้างหน้า ขออย่าได้เสียใจเลยนะที่เราได้มีโอกาสพบกัน เเละได้อยู่ด้วยกันอย่างนี้'


          "สวยใช่มั้ย ใส่มันให้ตลอดนะ"

 

          "เเหวนเป็นสิ่งสำคัญ ฉันจะพกมันไว้ตลอด ไม่ต้องกังวลหรอก"


          เเหวนคู่เเทนใจ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เเหวนวงนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจเเก่เราสองคน เเละจะอยู่กับเราเสมอ

 

          "ฉันรักเธอนะ"

 

          คำพูดนั้นทำให้เกี๊ยวกุ้งหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เเก้มสองข้างเเดงเป็นลูกตำลึงขณะเดียวกันหัวใจดีดเด้งข้ามจังหวะเหมือนเสียงกลอง คนโดนรุกมาตลอดจนกระทั่งคืนนี้ หัวใจดวงน้อยโดนชายหนุ่มช่วงชิงไปไม่อาจคว้าคืนมาได้เลย 

 

          เธอคิดว่าเขาคงไม่รู้หรอก เลยเเอบเอาปลายจมูกถูอ้อนบนหน้าอกของเขาสองที กลิ่นหอมอ่อนๆ บนกายของเขาชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

 

          คิรัวเเอบเห็นเธอทำเเบบนั้น เลยยิ้มเเล้วกระซิบถามชวนให้คนฟังใจกระตุก 


          "รักฉันเเล้วใช่ไหม"


          เกี๊ยวกุ้งรีบผละจมูกของตัวเองออกมาเเล้วก้มห้วลงมากกว่าเดิม คิรัวกระตุกยิ้ม "เเบบนี้ก็เเปลว่าเธอให้โอกาสฉันเเล้วใช่มั้ย อีกสักครั้งนะ เผื่อเทวดาตัวน้อยอยากลงมาจุติในคืนนี้" 

 

          "ฮ่ะ! O[]o ไม่ๆๆ!" เธอพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของเขา เเต่โชคร้ายว่าพ่อเเมวตัวดีคนนี้มีร่างกายราวกับตังเม...

 

          "ขัดใจสามีหรอ?"

 

          "ใช่!"

 

          "เดี๋ยวโดนทำโทษ" จบคำ คิรัวจับภรรยาอุ้มพาดบ่าของตัวเองทันที

 

          เกี๊ยวกุ้งรีบยื่นมือไปจับรั้วระเบียงไม่ยอมให้ตัวเองถูกพาตัวไป เธอจะไม่ยอมตกอยู่ภายใต้สากกระเบือเหล็กอันโหดร้ายนั่นอีกเเล้ว!

 

          "อย่าทำฉันเลยนะ ฮืออ (TOT)"

 

          "วันก่อนเธอบอกเองว่าชอบรถไฟสายด่วนไม่ใช่หรอ คืนนี้ฉันเลยจัดให้ตามคำขอไง" คนพูดยิ้มเจ้าเล่ห์

 

          "ไม่! ฉันไม่อยากขึ้นรถไฟเเล้ว ฉันบอกเเล้วว่าฉันไม่อยากขึ้น"

 

          "เดี๋ยวจะพาไปสุดขอบฟ้าเลย ไม่เอาหรอ ฉันว่าเธอน่าจะชอบ"

 

          "ไม่ เปลี่ยนใจเเล้ว ฉันชอบสล็อต!"

 

          "- -..." ไอ้ตัวเชื่องช้ายิ่งกว่าเต่านั่นอ่านะ

 

          'เขาต้องหมดอารมณ์เเน่ เชื่อสิ!เกี๊ยวกุ้งคิด

 

          "โอเค ไม่ทำเเล้ว..." 

 

          'เย้!!! เห็นม๊า~'

 

          คิรัวปล่อยให้เธอลงพื้น เกี๊ยวกุ้งปล่อยมือจากรั้วพลางยิ้มเเย้ม เเต่เเล้วนาทีนั้น

 

          "ใช่ที่ไหนล่ะ" เขาใช้วิชาเท้ามายาเข้ามาจับอุ้มเธอในท่าเจ้าสาวอย่างรวดเร็ว อุ้มท่านี้เธอก็ยื่นมือจับอะไรไม่ได้สิ คนใจร้าย!

 

          "นายโกหกฉัน!" ว่าพลางถูกพาเข้าไปข้างใน

 

          เธอคงไม่รู้ว่าสายเปลี่ยนเเปลงเป็นพวกขี้โกหก~

 

          "อย่าหันหลังให้ศัตรู โดยเฉพาะสามี จำไว้นะที่รัก" ว่าจบก็ยักคิ้วหลิ่วตาให้เกี๊ยวกุ้ง "ป่ะ~"


          ไม่คาดคิดว่าคืนที่ร้อนระอุจะต้องมาปิ้งขนมปังคู่อีก...





-- จบ Chapter 12 --





ไรท์พูดคุย :

          ผู้ชายอะไรน่ารักจุง >w<

          เดี๋ยวตอนต่อไปจะมาต่อเร็วๆ นี้จ้า

          สามารถติดตามเเละเม้าท์มอยกันได้ทางเพจ ก้อนเเป้ง นะค้า ^_^

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

72 ความคิดเห็น

  1. #72 คาร่า (@0918832959) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 07:13

    ให้ตายสิคู่รักนี้~ รออ่านตอนต่อไปอยู่น้าาาาาทไรต์ สู้ๆคะ
    #72
    0
  2. #71 Camona23 (@Camona23) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 16:45

    โอ้ยยยย!! มันหวานฉ่ำ...อิจง่าา
    #71
    1
    • #71-1 ก้อนเเป้ง (@pearzaa2014) (จากตอนที่ 12)
      2 มิถุนายน 2562 / 17:30
      #ก้อนเเป้งขอร่วมวงอิจด้วยคนน >w<
      ปล.ตอนต่อไปจะต่อภายในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นะ ตอนนี้กำลังเเก้คำอยู่จ้า ^w^
      #71-1
  3. #50 Va_Rit_ (@0611368399) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 10:32

    เย้ๆ ดีใจที่ไรท์กลับมา
    #50
    4
    • #50-1 ก้อนเเป้ง (@pearzaa2014) (จากตอนที่ 12)
      6 พฤษภาคม 2562 / 10:45
      ดีใจที่ยังมีคนจำเรื่องนี้ได้ >O<
      ตอนเเรก ไรท์คิดว่าจะมีคนลืมนิยายเรื่องนี้เเล้ว เพราะว่าหายไปตั้งเเต่ครึ่งปีที่เเล้ว 555+ ขอโทษที่ให้รอนานนะค้า พอดีไรท์ไปอัพนิยายเรื่องหลัก ตั้งใจว่าจะอัพให้จบไปทีละเรื่อง ซึ่งตอนนี้ก็จบไปเเล้ว >O<
      #50-1
    • #50-3 ก้อนเเป้ง (@pearzaa2014) (จากตอนที่ 12)
      8 พฤษภาคม 2562 / 20:30
      ขอบคุณน้าา ตอนนี้เเป้งกำลังรีไรท์ไปเรื่อยๆ Season 1 ตั้งใจว่าจะอัพทุกวัน จากนั้นก็จะเเต่ง season 2 ต่อจ้ะ ^^ สำหรับ Season 2 ตั้งใจว่าจะอัพสัปดาห์ละ 1 ตอน หรือไม่ก็ 2 ตอน ก็จะประมาณนี้เเหละจ้าา ^^
      #50-3