Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 6 : [CD] บทที่ 2 ก็คนมันรักเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 2 ก็คนมันรักเพื่อน

 

            ซ่า...สายฝนโปรยปรายทั่วผืนดินจนเปียกชุ่มท่ามกลางความมืดสลัวของยามเช้าก่อนพระอาทิตย์ดวงโตจะลอยขึ้นพ้นขอบฟ้า ภายในห้องเดิมปกคลุมไปด้วยความเงียบเชียบไร้ซึ่งซุ่มเสียง สองชีวิตยังคงนอนหลับสบายจมอยู่ในห้วงแห่งฝัน คนหนึ่งอยู่บนเตียง อีกคนระเห็จไปนอนพื้นแข็งๆ ไม่มีแม้แต่หมอนเคียงให้กอดนอน

            ร่างบนพื้นกระสับกระส่ายจนเผยให้เห็นเหงื่อเป็นเม็ดชุ่มคอเปียกไปจนถึงกลางหลัง ไม่รู้เพราะพื้นแข็งเกินไปหรือผีตัวไหนเข้าฝันจนเพ้อพูดไม่เป็นศัพท์อยู่เดี๋ยวนี้

            “ไม่...อย่าเข้ามานะเสียงแหบพร่าร้องวิงวอนจนปลุกให้อีกชีวิตในห้องลืมตาตื่น

            เจ้าของเรือนผมสีทองยาวผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ รีบก้มลงมองข้างเตียงหาเพื่อนร่วมห้องอีกคน ลิวอิสปั้นหน้าไม่ถูก ใบหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นสภาพจอมซ่าเมื่อวานบัดนี้กลิ้งเกลือกไปมาไม่ได้สติ ตามแขนมีรอยเล็บจิกข่วนเต็มไปหมด

            จะไม่ห่วงเลยถ้าไม่ใช่เพราะเล็บที่แข็งแกร่งกว่า คนทั่วไปข่วนจนเกิดแผลเป็นทางยาว เลือดไหลเปรอะเปื้อนน่ากลัว

            เฮ้ ตั้งสติไว้!” ลิวอิสภาวนาให้ภาพตรงหน้าเป็นเพียงอารมณ์ค้างจากที่เพิ่งตื่นนอน แต่ไม่ว่าจะมองยังไงความจริงก็ยังคงเป็นความจริง ถึงจะไม่ได้รู้สึกผูกพันเกิดกว่าคำว่า คนเพิ่งรู้จักเขาก็ไม่ใจร้ายใจดำไร้มนุษยธรรมขนาดจะทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินออกจากห้องไปเฉยๆ

            “อย่าเข้ามา!”

            เครมิสเบิกตาโพลง หอบหายใจถี่รัวเหมือนเพิ่งออกกำลังกายใช้แรงอย่างหนัก นัยน์ตาสีทองเหลือบมองบาดแผลที่เป็นรอยทางยาวตามแขนของตนด้วยใบหน้านิ่งๆ ปราศจากความเจ็บปวดใดๆ ต่างกับเมื่อสักครู่ มือข้างหนึ่งสัมผัสที่ตำแหน่งหัวใจคล้ายพยายามปลอบประโลม

            ความวิงเวียนหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมทำให้เขาไม่สามารถลุกขึ้นยืนยิ้มร่าเริงได้เหมือนปกติ แต่เมื่อหันไปเห็นเพื่อนใหม่ส่งแก้วน้ำใบน้อยมาก็ตอบรับเพียงขยับยิ้มบางอย่างฝืนๆ รับมาดื่มดับกระหายด้วยมือไม้สั่นเทา ขอบคุณนะ

            ลิวอิสพยักหน้า เฝ้ามองเครมิสดื่มน้ำจนหมดแก้วแล้วรับไปเก็บที่เดิม เดินกลับมาพยุงคนป่วยไม่ทราบสาเหตุไปนั่งบนเตียง ทั้งคู่ต่างปิดปากเงียบไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดอยู่สักพัก คนหนึ่งไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน อีกคนไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองได้

            เพราะเจ้าตัว...ไม่แม้แต่จะเข้าใจความหมายของมัน

            เครมิสปล่อยให้แผลน้อยใหญ่หายเองตามธรรมชาติโดยไม่คิดจะรักษา การใช้ยาหรือเวทมนตร์ธาตุแสงมาปฐมพยาบาลความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมของเขา ยิ่งอายุก็ไม่ใช่น้อยๆ จะทำตัวอ่อนแอเหมือนเด็กเพิ่งเกิดให้คนดูถูกได้อย่างไร

            ในเมื่อเขาคือเผ่าพันธุ์ที่ เคยแข็งแกร่งจนถึงจุดสูงสุด

            สุดท้ายก็มีฝ่ายหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบ เป็นอะไรมากไหม?

            “หืม...เครมิสละจากการเลียบาดแผลที่หลังมือ หันมาหัวเราะขบขันเอียงคอทำหน้าใสซื่อเหมือนเด็กๆ ต่างจากอารมณ์เมื่อครู่โดยสิ้นเชิง เป็นห่วงเราด้วยเหรอ น่ารักขึ้นนะ ลิววินาลู่จัง

            “ไป...ลิวอิสหน้าแดงด้วยโทสะ เก็บข้าวของที่ติดตัวมาแล้วกระทืบเท้าปึงปังออกจากห้องพัก โดยก่อนจะพ้นขอบประตูก็หันมาตวาดลั่นไปตายซะไอ้งี่เง่า!”

            ปัง! ตามด้วยเสียงปิดประตูดังลั่น รุนแรงจนกลอนแทบหลุดออกมา

            หนึ่งชีวิตที่เหลืออยู่ในห้องหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี แม้คำพูดคำจาเมื่อครู่เขาจะจงใจทำให้อีกฝ่ายโมโหเนื่องจากไม่อยากปล่อยให้บรรยากาศอึมครึมไปมากกว่านี้ แต่พอเห็นใบหน้ายามโกรธของเพื่อนใหม่ซึ่งยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงความคิดก็ยิ่งขำ เพราะนั่นทำให้เขาคิดถึงเพื่อนคู่ชีวิตอีก ตัวที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ

            ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง...คิดถึงฟ่องฟ่องจัง

            เครมิสเก็บข้าวของอันน้อยนิดของตนเองให้เรียบร้อย สะพายเป้ขึ้นหลังแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็วเพราะกลัวจะคลาดกับเพื่อนใหม่เสียก่อน จัดการจ่ายค่าที่พักเป็นเงินสดครบถ้วนไม่ขาดไม่เกินทำให้ผู้เป็นเจ้าของยิ้มกว้างรับ

            ตอนแรกใครจะไปคิดว่าคนที่มาพร้อมกระเป๋าใบเล็กนิดเดียว ดวงหน้าไร้ซึ่งรัศมีคนมีเงินจะสามารถจ่ายค่าที่พักที่แอบขึ้นราคาจนแพงกว่าปกติอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ อย่าลืมว่าเครมิสยังไม่ได้ทำเรื่องเข้าเมืองอย่างถูกต้อง ดังนั้นแค่มีคนยอมให้พักก็นับว่าดีแล้ว

            เถ้าแก่เลยถือโอกาสเรียกเงินในราคากว่าสองเท่า...หรืออาจสาม?

            ร่างสูงโบกมือลาด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้รู้เลยว่าตนเองถูกเอาเปรียบ หรือให้ถูกคือ ไม่เคยรู้เลยต่างหากว่าราคาที่พักปกตินั้นเป็นเช่นไร

            เพราะเคยอยู่แต่ในหมู่บ้าน

            อืม...ป่านนี้ลิวซาเร่จะหายโกรธหรือยังนะเครมิสหันซ้ายหันขวามองหาเพื่อนใหม่ที่เขาแสนจะถูกใจ นานๆ จะเจอคนที่ทำให้เกิดอารมณ์ อยากแกล้งขึ้นมาเฉยๆ ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่นานแต่จิตใต้สำนึกบางอย่างบอกไม่ให้ปล่อยร่างนั้นไป

            ของเล่นสามารถหาใหม่ยังไงก็ได้ แต่ คนบางคนเขาไม่สามารถลืมได้จริงๆ

            ไม่รู้ทำไมครั้งนี้เครมิสถึงได้เกิดความกลัวขึ้นมาแปลกๆ กลัวเหลือเกินว่าจะไม่มีโอกาสเห็นหน้าลิวอิสอีก ความผูกพันที่ยากจะอธิบาย ภาพที่ซ้อนทับกับใครอีกคนซึ่งเขาไม่สามารถระบุแน่ชัด เพราะนอกจากฟ่องฟ่องแล้วร่างสูงกลับเห็นภาพเลือนรางของคนสำคัญอีกคน

            แต่นึกยังไง...ภาพนั้นก็ไม่ชัดขึ้นเลย

            ปล่อยนะ!” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นขัดจังหวะจนเครมิสถึงกับสะดุ้ง รีบมองตามหาเจ้าของเสียงอย่างร้อนรน เพราะถ้าประสาทสัมผัสทางการได้ยินไม่ได้บกพร่อง เขามั่นใจว่านั่นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณเพื่อนใหม่ที่เพิ่งหนีไปเมื่อไม่นานนี้

            และดูเหมือนอีกฝ่ายจะกำลังเจอเรื่องเสียด้วยสิ

            เครมิสรีบวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ พบชายร่างบึกบึนหลายคนในชุดดำทำหน้าบอกบุญไม่รับกำลังรุมล้อมรอบลิวอิส บางคนถือวิสาสะจับแขนไว้แน่นจนเพื่อนใหม่หน้าสวยถึงกับเผยสีหน้าเจ็บปวด นอกวงล้อมยังมีชายอ้วนพุงพลุ้ยชนิดที่ขยับตัวทีก้อนเหนือบริเวณหน้าท้องสั่นเป็นลูกคลื่นน่าขยะแขยง

            พวกนายกำลังทำอะไร...เครมิสเอ่ยเสียงต่ำเย็นชาหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ขนาดชายร่างยักษ์ยังหน้าถอดสีครู่หนึ่งก่อนจะไล่ความรู้สึก กลัวที่ผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ลืมสนิทว่าเบื้องหน้าเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยไม่เกินยี่สิบ

            และที่สำคัญ...ห้ารุมหนึ่งยังไงก็คงชนะได้ไม่ยาก

            เจ้านั่นไงที่หาเรื่องข้าคราวก่อน!” ท่านเจ้าเมืองชี้หน้าด้วยความไม่พอใจ รีบสั่งลูกน้องให้จัดการเด็กอวดดีทำตัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเผื่อจะรู้สำนึกขึ้นมาบ้าง

            แต่พอดีว่าเด็กอวดดีคนนี้...ไม่ใช่เด็กธรรมดาที่จะยอมให้ผู้ใหญ่ชี้นิ้วสั่ง ขนาดคนอายุมากกว่าเป็นร้อยเป็นพันปีเขายังไม่เห็นหัว นับประสาอะไรกับ มนุษย์พุงพลุ้ยที่ไม่ได้เศษเสี้ยวความน่าเกรงขามของ ท่านแม่ของเขา

            ปล่อย เพื่อนของเราเดี๋ยวนี้นะ เครมิสเอ่ยเตือนอีกครั้ง ส่งสัญญาณอันตรายระยะสุดท้ายอย่างชัดเจนไม่ว่าจะน้ำเสียง สีหน้า และ...การกระทำ

            เพราะหากสังเกตดีๆ จะเห็นกรงเล็บที่ยาวขึ้นหนึ่งเซนติเมตร แม้ไม่ยาวจนน่ากลัวแต่กลับเปลี่ยนสีเป็นแดงเลือดดูแข็งแกร่งพร้อมฉีกกระชากศัตรูราวสัตว์ป่า เครมิสไม่เคยบอกว่าตัวเองเก่งที่สุด แข็งแรงที่สุด ถึงอย่างนั้นเขาก็มั่นใจว่าคงไม่แพ้ มนุษย์ธรรมดาที่ไม่ได้ใช้อาวุธคุณภาพดีอะไรมากมาย

            สู้ตัวต่อตัวใช้แข้งใช้เข่าแบบนี้เขาได้เปรียบกว่าเห็นๆ เพราะเครมิสไม่จำเป็นต้องใช้ดาบ ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธใดๆ สำหรับเผ่าพันธุ์เช่นเขา เล็บทั้งสิบบนนิ้วมือสามารถเรียกเลือดจากฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ยากเย็นเลยสักนิด

            ...โดยเฉพาะยามโกรธ

            เด็กอย่างแกจะทำอะไรได้ จัดการมันให้หลาบจำซะ!” เจ้าเมืองที่มีอำนาจแต่เพียงยศศักดิ์ ข่มเหงใครไม่ได้จึงใช้ลูกน้องราวกับเป็นเครื่องมือ ในเมื่อไม่ได้เป็นคนต้องเจ็บตัวเสียเอง จะสั่ง จะใช้ยังไงก็ไม่คิดใส่ใจ

            เพราะเขาเติบโตมากับ อำนาจที่ได้มาจากพ่อแม่ หาใช่ฝีมือของตนเองไม่

            ชายร่างยักษ์กล้ามเนื้อเป็นมัดพุ่งเข้าใส่เครมิสโดยไม่มีคำว่าลังเลสงสาร แม้ใช้วิธีสกปรกอย่างการยกพวกรุมก็ไร้ซึ่งความรู้สึกละอายใจ ชาวบ้านตามสองข้างทางทำได้เพียงยืนมอง หากหยิบยื่นความช่วยเหลือจะโดนลงโทษเปล่าๆ ก็เจ้าเมืองยืนหัวโด่เสียขนาดนี้อะนะ

            แม้อยากช่วย...ก็ทำไม่ได้

            ถ้าอย่างนั้นเราก็จะไม่ยั้งมือเหมือนกันเครมิสพึมพำเบาๆ เขารู้สึกหมดศรัทธากับคนเหล่านี้เต็มทน ทั้งที่ตอนแรกยังพยายามคิดในแง่ดีตามประสาคนร่าเริง นิสัยเด็กๆ ไม่ระแวงสงสัยใคร แต่หากเจอเรื่องแบบนี้มากๆ ก็ใช่ว่าจะไม่โกรธ

            โดยเฉพาะเมื่อเห็นเพื่อนใหม่ถูกจับตัวไว้ในสภาพนั้น

            เครมิสเอี้ยวตัวหลบการโจมตีของชายคนแรกแล้วยกมือขึ้นตั้งรับอีกหมัดที่พุ่งตรงเข้ามา เพราะโดนรุมทำให้เขาสู้ได้ไม่ถนัดมือ แต่ดูเหมือนร่างกายจะยังคงขยับหลบตามสัญชาตญาณลึกๆ ในใจได้อย่างคล่องแคล่ว เจ้าตัวไม่รู้ถึงความรู้สึกแปลกๆ นี้เลยสักนิด

            ความรู้สึก...ที่คุ้นชินการต่อสู้

            อาจเพราะเขาเข้าป่าเป็นประจำจนฝึกให้เป็นคนแข็งแกร่ง ดูแลตัวเองไม่ต้องพึ่งพาหลบหลังใครเสริมให้กล้ามเนื้อ พลังกายเพิ่มพูนรุดหน้าไปมากกว่าเพื่อนวัยเดียวกันในหมู่บ้าน

            ยิ่งมาเทียบกับ มนุษย์ยิ่งห่างกันคนละขั้วโลก

            อีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าหมัดธรรมดาใช้ไม่ได้ผลจึงชักอาวุธออกมา ดาบเรียวยาวช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างคู่ต่อสู้ได้เป็นอย่างดี ในเมื่อระยะประชิดทำให้เสียเปรียบ พวกเขาจึงเลือกใช้วิธีโหดชนิดอาจถึงตายได้แทนง่ายๆ ในเสี้ยววินาที

            แต่ถ้าไม่ทำ...คนเหล่านั้นต่างหากที่จะเป็นฝ่าย เจ็บตัว

            เครมิสใช้กรงเล็บปัดป้องคมดาบที่ฟาดฟันลงมาอย่างเคยชิน แม้จะรู้สึกเจ็บอยู่บ้างเพราะไม่ได้ใช้งานเล็บของตนแบบเต็มกำลังมานาน คล้ายเครื่องจักรที่ขึ้นสนิม ต้องใช้เวลาสักพักเพื่อปัดฝุ่นทำความสะอาดพร้อมวาดลวดลายอีกครา

            บางครั้งที่ตั้งรับไม่ทันก็จำใจใช้มือจับดาบของอีกฝ่ายเอาไว้ แม้เขาจะแข็งแรงแค่ไหนแต่ก็ต้องมีร่องรอยบาดแผลให้เห็นบ้าง เลือดหยดลงสู่พื้นจนทำให้คนที่ถูกจับตัวอยู่เบิกตาโพลง

            ทำไมไม่หนีไปล่ะเจ้าบ้า!” ลิวอิสตะโกนเสียงดังทำให้โดนเจ้าเมืองที่ยืนข้างๆ ตบเข้าให้ที่ใบหน้าเสียจนเป็นรอยแดง ถ้าไม่ติดว่าโดนชายร่างยักษ์คุมตัวไว้แน่นหนาเขาคงซ้อมกลับให้อีกฝ่ายไม่มีหน้าเอาพุงพลุ้ยๆ มาเสนอหน้าให้เห็นอีกแน่

            ยังจะทำซ่าอีก เป็นแค่นักผจญภัยจนๆ ริอ่านมาเสียงดังจนข้ารำคาญหูเจ้าเมืองหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือที่เพิ่งใช้ตบหน้าใครบางคนไปเหมือนรังเกียจ แค่ข้าติดต่อไปยังสมาคม ใช้อำนาจนิดหน่อยเจ้าก็โดนยึดใบอนุญาตแล้วแท้ๆ

            “อย่าคิดทำอย่างนั้นเชียวนะ!”

            พลั่ก!

            “ไม่หลาบจำใช่ไหม ฮึ?

            เครมิสที่เห็นภาพนั้นถึงกับกัดฟันแน่น อยากเข้าไปช่วยปล่อยเพื่อนใหม่ให้เป็นอิสระแต่ก็ทำไม่ได้ เขาหยุดค้างไปชั่วครู่จนลืมเสียสนิทว่ากำลังอยู่ท่ามกลางดงศัตรู

            ในจังหวะนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงบางอย่างตัดผ่านอากาศจากด้านหลัง หากจะหลบตอนนี้คงไม่ทันการเพราะถูกล้อมหน้าล้อมหลังรุกเข้ามาไม่สิ้นสุด แต่จะใช้แผ่นหลังรับการโจมตีก็เป็นอะไรที่เสี่ยงเกินไป เพราะไม่ว่าสัตว์ชนิดใด เผ่าพันธุ์ใด หากเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังแล้ว ศูนย์รวมประสาทที่แสนเปราะบางนั้น...

            บาดเจ็บรุนแรงทีคงเดินไม่ได้ไปอีกนาน...หรือตลอดไป

            เครมิสใช้ตัวเลือกสุดท้ายโดยการหลับตานิ่งแล้วควบคุม บางอย่างให้กางออกจากแผ่นหลัง บางสิ่งที่เขาเก็บซ่อนไว้เป็นอย่างดีตามคำสอนของท่านแม่ที่ย้ำนักย้ำหนาว่าเวลาปกติไม่ควรเอาออกมาเดินเพ่นพ่าน เพราะสิ่งนี้อาจนำพาเรื่องราวมาให้ปวดหัว

            เคร้ง!

            ดาบนั้นปะทะกับอะไรบางอย่างหรือก็คือ ปีกที่แสดงถึงเผ่าพันธุ์

            เขี้ยวคมเผยให้เห็นชัดเจนขึ้นตามสัญชาตญาณทุกครั้งที่คืนสู่สภาพใกล้เคียงกับร่างเต็มตัว ปีกสีแดงเลือดแข็งแกร่งมันวาวด้วยเกล็ดเล็กๆ ที่หากถอดออกมาก็จะรู้ได้เลยว่ามันทั้งแข็งทั้งแหลมคม มีคนตั้งมากมายที่จ่ายเงินแพงๆ เพื่อซื้ออาวุธหรือโล่ที่ทำจากเกล็ดของเผ่าพันธุ์ชนิดนี้

            นั่นมันมังกรนี่!”

            ชาวบ้านแตกฮือส่งเสียงดังด้วยความตกใจ แม้การรวมเผ่าพันธุ์จะมีมาหลายสิบปีแล้วแต่ มังกรนั้นขึ้นชื่อเรื่องความรักสันโดษ ไม่ค่อยชอบเผยตัวให้ใครเห็นนัก หรือหากมาเดินเล่นในเมืองก็เลือกที่จะเก็บงำความเป็น มังกรของตัวเองไว้

            คนอย่างเครมิสก็ไม่เซ่อซ่าขนาดจะกางปีกบินว่อนทั่วเมืองเช่นกัน

            มนุษย์ทั่วไปอาจคิดว่า ปีกแม้เวลาไม่ได้ใช้จนต้องพับเก็บไว้นั้นก็ยังสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เปล่าเลย ของแบบนี้สามารถเก็บซ่อนเหมือนไม่เคยมีอยู่ ไม่จำเป็นต้องแหวกเสื้อให้เป็นรู เพราะเผ่าพันธุ์ที่มี ปีกย่อมใช้เสื้อผ้าแบบพิเศษที่สามารถปรับรูปร่างได้ อย่างน้อยก็บริเวณแผ่นหลัง

            ไม่งั้นยุ่งยากตายชักถ้าต้องถอดเสื้อเพื่อกางปีก!

            นึกสภาพเครมิสถอดเสื้อออกเพื่อกางปีกมาป้องกันหลังตัวเอง ป่านนั้นคงโดนฟันจนกลายเป็นเศษก้อนเนื้อดับอนาถไปแล้ว ถ้าต้องเสียเวลาขนาดนั้นสู้หาทางหนีทางอื่นดีกว่าเยอะ

            เครมิสอาศัยช่วงเวลาที่แต่ละคนกำลังตกตะลึงไม่ได้สติฉวยโอกาสนี้ไว้ ปัดดาบของศัตรูจนร่วงหล่นกระทบพื้น เมื่อไร้ซึ่งอาวุธก็เป็นการง่ายที่จะใช้หมัดหนักๆ ลูกถีบเจ็บๆ ประเคนให้กันถ้วนหน้าโดยเท่าเทียม แม้จะโดนหาว่า เล่นทีเผลอก็ตาม

            ในเมื่ออีกฝ่ายใช้วิธีสกปรกก่อน มีหรือเครมิสจะสนใจ ความเป็นความตายนั้นย่อมสำคัญกว่า!

            เจ้าเมืองถึงกับอึ้ง ทึ่ง ตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ขนาดลิวอิสซึ่งยืนชมเหตุการณ์เงียบๆ ยังอดเผยสีหน้าหวาดหวั่นไม่ได้ ความกลัวเกิดขึ้นในจิตใจเมื่อทราบความจริงถึงเผ่าพันธุ์คนตรงหน้า แต่ใช้เวลาไม่นานเขาก็สะบัดความคิดหมกมุ่นในหัวออกไป

            ...ราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

            มังกรหนุ่มไม่เสียเวลาพูดอะไรให้มากความ หลังใช้พละกำลังเกินกว่าคนปกติเหวี่ยงร่างสะบักสะบอมของชายบึกบึนที่ขนาดตัวใหญ่กว่าเขามากโดยง่าย แม้การต่อสู้ครั้งนี้จะลำบากอยู่บ้าง ติดๆ ขัดๆ ทำอะไรไม่สะดวกเพราะพื้นที่ในการอาละวาดไม่อำนวย

            นิดๆ ก็ชนแผงขายของ บางครั้งก็เกือบทำให้คนบริสุทธิ์บาดเจ็บ สิ่งนี้เครมิสไม่ชอบใจเป็นที่สุด เพราะแม้จะไม่มีความรู้สึกดีๆ กับเมืองนี้ไปเกินกว่าสถานที่แห่งหนึ่ง ผู้คนใจร้ายที่ไม่คิดเข้าช่วยเหลือ แค่ขายของให้ยังไม่มี แต่คนอย่างเขาก็ไม่โหดร้ายขนาดจะปล่อยให้คนนอกมารับกรรม

            ดังนั้น...ความหงุดหงิดไม่พอใจทั้งหมดจึงมาลงกับคู่กรณี

            เครมิสยิ้มกว้างพลางดัดนิ้วเสียงดังฟังชัด ขนาดลูกน้องที่คุมตัวลิวอิสอยู่ยังเกิดอาการเสียวสันหลังวาบโดยไม่ทราบสาเหตุจนอยากทิ้งเจ้านายไว้ตรงนั้น ยิ่งเห็นสภาพเพื่อนร่วมงานหลายคนลงไปนอนกองกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยความเจ็บปวดอย่างชัดเจน

            แม้ไม่ถึงตาย แม้ไม่มีรอยเลือดให้เห็นอะไรมากนัก แต่ถูกซ้อมจนสลบก็เป็นเรื่องน่ากลัวขนหัวลุกพอๆ กับเห็นผีเห็นวิญญาณกันเลยทีเดียว

            ท่านครับ...เอายังไงกันต่อดี

            เจ้าเมืองสะดุ้งเฮือก ลนลานทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเครมิสเดินเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จิตใจก็หวาดวิตกจนแทบเป็นบ้า เขาไม่เคยต้องเกรงกลัวใคร แค่สั่งลูกน้องไปซ้อมเสียหน่อย หรือใช้อำนาจบีบบังคับอีกฝ่ายจนต้องออกจากงาน ออกจากเมืองเรื่องก็จบ

            แต่กับคนที่ไม่มีพันธะใดๆ กับเมืองแห่งนี้ และถึงมีก็คงไม่สนใจอย่างเครมิสนั้นทำให้จนปัญญาที่จะต่อกรด้วย นึกเจ็บใจที่ไม่ได้นำอาวุธดีๆ และกำลังพลมามากกว่านี้ อาจเพราะไม่คิดว่าเด็กหนุ่มธรรมดาจะมีความสามารถพอๆ กับปีศาจ

            ทำไงได้...ก็เครมิสเขาไม่ใช่คน ปกตินี่นะ

            จะปล่อยเพื่อนเราได้หรือยังรอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้า หากแต่กรงเล็บสีแดงเลือดเป็นการยืนยันอย่างดีว่าหากพูดจาไม่เข้าหูก็คงต้องใช้กำลังกันเสียหน่อย อย่าคิดให้มันนานนักนะ เรายิ่งไม่มีความอดทนอยู่...

            เครมิสหรี่ตาเตรียมใช้กำลังทันที แต่ไม่ทันจะพุ่งตัวกระโจนเข้าใส่ อีกฝ่ายก็ยกมือยอมแพ้ สั่งปล่อยตัวลิวอิสแล้วเผ่นแนบไม่มีปากเสียงใดๆ อีก ก็นับเป็นทางเลือกที่ดีเพราะการไปทำให้มังกรพิโรธคงจบลงด้วยความเจ็บตัวเพียงฝ่ายเดียว

            เพราะมังกรธาตุไฟอย่างเขา...ยังไม่ได้ใช้ ไฟเลยสักนิด

            เจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงกะพริบตาปริบๆ ใบหน้าซื่อๆ ก็กลับมาให้เห็นอีกครั้ง ฉีกยิ้มกว้างอบอุ่นให้กับเพื่อนใหม่ที่ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ ลิวเดลี่เป็นไงมั่ง?

            “...

            เจ้าของชื่อนิ่งเงียบไปพักใหญ่ หลบตาไม่กล้ามองตรงๆ อาจมาจากความรู้สึกผิดที่เครมิสต้องเจ็บตัวเพราะตัวเองหรืออะไรไม่ทราบ แต่ท่าทีแบบนี้ทำให้มังกรหนุ่มพาลเป็นห่วงยิ่งกว่าเดิม

            ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ให้เราพาไปหาหมอไหม!” เครมิสจับไหล่ทั้งสองข้างของลิวอิสด้วยความเป็นห่วงแสนห่วง ยิ่งอีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรทำให้เขาไม่รู้จะทำยังไงเช่นกัน พูดอะไรกับเราหน่อยสิ

            ลิวอิสปัดมือของเครมิสออกแล้วสะบัดหน้าหนี พูดเบาเหมือนเสียงกระซิบด้วยใบหน้านิ่งๆ ไม่...ไม่มีอะไร

            แม้จะยังไม่ค่อยมั่นใจแต่เมื่ออีกฝ่ายตอบมาแบบนี้เครมิสก็ทำได้เพียงยอมรับแล้วเลิกเซ้าซี้ หากลิวอิสอยากพูดก็คงพูดมาเอง

            เพราะอย่าลืมว่าพวกเขา...ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้น

            มังกรหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก เขาไม่คิดเลยว่าจะได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้อีก บางสิ่งที่ห่างหายไปจากจิตใจมานาน คงเพราะท่านแม่เองก็แข็งแกร่งยากจะมีใครกล้าหือ ฟ่องฟ่องก็ใช่ว่าจะยอมให้ใครรังแกได้

            ดังนั้นเครมิสจึงไม่เคย กลัวที่จะสูญเสียหรือเห็นคนที่เขาให้ความสนใจ ให้ความรักต้องเจ็บตัว ถ้าทำได้เขาคงพุ่งตัวไปแย่งลิวอิสให้จบเรื่องจบราวตั้งแต่แรก แต่เพราะทำไม่ได้นี่แหละถึงต้องต่อสู้กันยืดเยื้อขนาดนี้

            พอจบเรื่องก็เจอใบหน้านิ่งๆ ไร้ความรู้สึกอีก เล่นเอาใจเครมิสแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะไม่รู้ว่าเวลาแบบนี้ควรจะทำยังไง

            เขาเคยต้องแคร์ใครซะที่ไหน...รึเปล่านะ

            ลิวอิสเดินเงียบๆ โดยไม่หันกลับมามองผู้ติดตามที่เดินคอตกอยู่ข้างหลังเหมือนเงาตามตัว ไม่คิดเอ่ยอะไรเพราะกลัวปากจะพาลให้เรื่องวุ่นวายกว่าเดิม

            เพราะลิวอิสเอง...ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มานานเช่นกัน

            ลิวอิส โคเวเลนต์ นักผจญภัยที่เลือกที่จะเดินทางลำพังคนเดียวให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ดีกว่าจับกลุ่มแล้วพากันพัง เขาไม่ฟังใครง่ายๆ ไม่ยึดตามลำดับอาวุโส เพราะสำหรับเจ้าตัวแล้วสิ่งเดียวที่สนใจคือฝีมือ ความสามารถ หาใช่เกียรติยศที่เป็นเพียงของจับต้องไม่ได้

            ต้องมามัวนั่งเป็นห่วงใคร...นั่นก็ไม่ใช่นิสัยของเขาเช่นกัน

            ต่างฝ่ายต่างอึดอัดไม่รู้จะวางตัวยังไงจนมีคนเอ่ยทำลายความเงียบ หิวไหม?

            “หิวสิ...หิวมากด้วย!” มังกรหนุ่มลูบท้องเป็นการยืนยัน ทำหน้าขึงขังขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงของกิน เขาไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานจนกระเพาะแทบทะลุเป็นรูพรุนทั่วทิศทางให้น้ำย่อยออกมาทำงานย่อยอวัยวะอื่นแทน

            เชื่อเขาเลย...

            ลิวอิสแอบหัวเราะขันกับท่าทีเหมือนเด็กเล็กๆ ของคนตรงหน้า ลืมความกังวลที่คิดอยู่นานว่าจะตัดสินใจต่อไปยังไง

            จะเดินหน้า...หรือปล่อยมันไป

            เอาไว้ค่อยคิดวันหลังแล้วกัน

            เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ชี้นิ้วไปยังร้านอาหารใกล้ๆ ชักชวนให้เครมิสไปลิ้มลอง แน่นอนว่าคนจ่ายย่อมเป็นฝ่ายหลังซึ่งมีเงินในกระเป๋ามากกว่าเขาเยอะที่ไม่รู้ทำงานอะไรถึงได้รวยนักรวยหนา มองตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ใส่ชุดปอนๆ ไร้ราศีจับสุดๆ

            มองเผินๆ ก็แค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนึงเท่านั้น

            ภายในร้านไม่มีใครกล้าหือกับพวกเขา ท่าทางข่าวการต่อสู้ฉายเดี่ยวของมังกรบ้าเลือดคงแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองแล้ว รับรองว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องได้ขึ้นหน้าหนึ่งพาดหัวตัวโตๆ บนหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่มีใครคิดปฏิเสธหรือทำเมินเครมิสอีกแล้วแม้จะผิด กฎก็ตาม

            เพราะเจ้าของ กฎยังต้องยอมแพ้เลย

            ระหว่างรออาหารเครมิสจึงหยิบสมุดบันทึกมาเขียนต่ออย่างทุลักทุเล ลายมือไม่ได้เรื่องตามประสาคนเขียนไม่คล่อง ถึงอย่างนั้นก็พยายามอย่างหนักที่จะเขียนออกมาให้อ่านรู้เรื่อง ไม่เช่นนั้นคงโดนล้อแน่เมื่อวันหนึ่งเอาไปให้ใครอ่าน

            โดยเฉพาะฟ่องฟ่อง...

บันทึกไม่ประจำวัน

 

            วันนี้เหนื่อยมากเลยต้องออกแรงตั้งแต่เช้า หิวก็หิว หงุดหงิดก็หงุดหงิด ตอนสู้ๆ ไปเรายังอยากใช้ไฟย่างคนพวกนั้นมากินแก้หิวเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้เนื้อมนุษย์จะอร่อยเหมือนเนื้อกระต่ายไหม ไว้สักวันนึงถ้ามีโอกาสก็จะลองหามากินดู

            เอ...แต่คงโดนท่านแม่ดุด่าเป็นชุดแน่

            ท่านเคยกำชับไว้ว่าห้ามกินอะไรซี้ซั้ว โดยเฉพาะสิ่งที่คนอื่นเขาไม่ค่อยกินกัน หรือมีใครที่ไหนเขากินมนุษย์ไหมนะ เราจะได้เอาไปอ้างได้ หึๆ

            เฮ้อ...คิดหนักแฮะ งั้นไปหาตามป่าช้าตอนคนเพิ่งจะตายเอาไปฝังแล้วกัน ถ้ายังไม่เน่าก็คงพอกินได้บ้าง ไม่รู้ลิวยิเรน่าจะยอมกินด้วยกันไหม จะต้องเป็นมื้อดึกที่สนุกมากแน่ๆ เลย!

            แทบอดใจรอไม่ไหวแล้วสิ!

 

เครมิส ดิมอส

 

            เมื่อโดนจ้องมากๆ เครมิสจึงเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนร่วมโต๊ะ เอียงคอนิดๆ ตามนิสัย มองหน้าเราทำไมเหรอ?

            ลิวอิสกลืนน้ำลายฝืดคอเพราะเมื่อสักครู่เผลอไปเห็นสิ่งที่มังกรบ้าบางตัวเขียน แค่จินตนาการตามก็ชวนสำรอกอาหารแล้ว โชคดีที่อาหารที่สั่งไปยังไม่มา ไม่เช่นนั้นคงต้องขอตัวไปห้องน้ำโดยพลัน

            ท่าทางจะเป็นการเลือกที่ผิดจริงๆ...ไม่น่ายอมเจ้าบ้านี่เลย!

 

 

5/12/12

กว่าจะมาลงได้ กินเวลาไปนานกว่าที่คิด เจอเรื่องงานนิทรรศการกับสอบรวด (เจอวันนึงสอบสี่วิชาติด //เป็นลม)  ตอนนี้ผ่านพ้นงานนิทรรศการไปแล้วก็คงโอเคขึ้นเยอะ บวกกับไข้หายเป็นปลิดทิ้งเรียบร้อย เหลือก็แต่อาทิตย์หน้าสอบกลางภาค ดังนั้นส่วนที่ต้องลงวันอาทิตย์นี้ (9/12) เราคงต้องรีบแต่งตั้งแต่วันนี้เพื่อจะได้ไม่เลทอีก

รอบนี้ลงทีเดียวทั้งบทเพราะถือว่าค้างของสองอาทิตย์ (25/11 กับ 2/12) ดังนั้นอย่าเพิ่งฆ่าไรท์เตอร์นะ T^T  ทำร้ายคนป่วยมันบาปรู้ไหม เพราะตอนนี้ยังไออยู่เลย แค่ลดความถี่ลงบ้าง ไม่งั้นท่านแม่คงไม่ปล่อยให้มาแต่งนิยาย =w="

อืม...เป็นยังไงบ้างกับความบ้าของเครมิส บทนี้ดูจะแอบดาร์กไม่น้อย ทำไงได้ล่ะ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ นี่แหละถึงจะเป็นเครมิส มังกรงี่เง่าที่ทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจโมโหร้าย ยังไงก็ขอบคุณนักอ่านที่ยังคงติดตามนะคะ บางคนเม้นทุกตอนเลย น่ารักมาก >w<   รู้ดีว่ารีไรต์รอบนี้คนหายไปเกินครึ่ง  แต่ไม่ว่าจะยังไงก็จะลงจนจบ!!

แต่เมนูในบันทึกของเครมิสนี่...ถึงจะเอ็นดูเครมิสแค่ไหน แต่ไรท์เตอร์ไม่ไปด้วยเด็ดขาด!

  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1234 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 01:30
    รู้สึกอวย เครมิสxลิวอิส มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว 

    เครมิสที่ดูบวมๆเวลาโกรธนี่ก็น่ากลัวเล็กๆแฮะ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนว่า .. เรื่องมันกระชับมาก ? แต่ก็ยังได้อรรถรสอยู่

    เครมิสกับลิวอิสนี่ต้องเป็นคู่กรรมกันแหงๆ มีการเห็นบางอย่างที่คล้ายภาพซ้อน? แล้วก็ความรู้สึกกลัวการสูญเสียของเครมิสมันชวนให้ฟินจริงๆเลยล่ะค่ะ
    #1,234
    0
  2. #1081 N.S.Bloody (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 08:42
    แอบงงตอนแรกนิดหนึ่ง เหมือนลิวอิสยอมอยู่ด้วยง่ายเกินไปหรือเปล่า ถึงตอนหลังจะมีงอน(?)จนหนึไป แต่ที่ยอมอยู่ด้วยตั้งคืนหนึ่งมันให้ความรู้สึกแปลกๆ อ่านต่อจากตอนที่แล้วก็ไม่รู้สึกว่ามีเหตุจูงใจอะไรให้อยู่ด้วยเท่าไหร่ เลยแอบงง แต่ตอนหลงที่ยอมเดินทางด้วยก็พอเข้าใจล่ะค่ะ งงแค่ตอนแรกหน่อยเดียว
    #1,081
    0
  3. #1067 Hana Jang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:18
    โหด...แต่ก็ยังน่ารัก

    บรรทัดก่อน 'บันทึกไม่ประจำวัน'
    'จ็จ' หมายความว่าไงคะ? พิมพ์เกิน?
    #1,067
    0
  4. #944 bLueNiGhT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 17:13
    เครมิสน่ารักก ><
    #944
    0
  5. #861 MyU_immi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:37
    จบตอนที่ 6
    อ่านบทนี้แล้วพาลให้นึกถึงวันพีชจริง ๆ แหล่ะครับ
    โดยเฉพาะบุคลิกของเครมิส  ที่ปกติเป็นคนติงต๊อง  ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร  แต่พอมีเรื่องเกี่ยวข้องกับเพื่อนหรือความถูกต้อง  เป็นต้องเดือดและพุ่งเข้าชนตลอด
    บุคลิกนี้มันบุคลิกของลูฟี่ชัด ๆ เลยครับ

    (ไม่ได้บอกว่าลอกกันมา  เพราะบุคลิกตัวเอกหลายเรื่องก็เป็นเช่นนี้  เพียงแต่มันดันเป็น 'โจรสลัด' เหมือนกัน  เลยพาลให้โยงง่ายขึ้น)

    กำลังนั่งนับอยู่  ว่าจบเรื่องลิวอิสจะมีกี่ชื่อ
    อ่านตอนต่อไป --->
    #861
    0
  6. #842 little-red-cap (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:01
    ติดเรื่องนี้แล้ว
    #842
    0
  7. #786 kard-kard (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 18:34
    ลิวอิสนี่เปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆเลยนะเครมิส
    #786
    0
  8. #751 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 23:04
    ...รู้สึกอยากอ้วกตามลิวอิสขึ้นมาทันที
    #751
    0
  9. #698 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 17:22
    ลิวลิ่วน่าร้ากกก แอร๊... >////< 

    เครมมี่ย์ก็น่ารักนะ แต่เมนูศพย่างของเจ้ามันไม่พิศดารไปหน่อยรึ ? ' ';;
    #698
    0
  10. #671 Borich (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2555 / 07:54
    ค้างมั๊ย ? .... ค้างมากก รออ่านขอรับท่าน
    #671
    0
  11. #654 Channa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2555 / 10:31

    ตำนานโจรสลัด ch 2

    ตามแขนมีรอยเล็บจิกข่วนเต็มไปหมดอันเกิดจากเจ้าเขาตัวเอง--งงค่ะ

    ห้ารุมหนึ่งยังไงก็ชนะได้ไม่อยาก

    เครมิสน่ารักนะ ส่วนลิววี่ดูมีปมบางอย่างชวนให้ติดตามต่อไป ^^

    #654
    0
  12. #637 ShiroHana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 18:25
    เครจังโหดมากกกกกกก*v* แต่ก็ยังคงโมเอ้เหมือนเคย กรี๊ดดดดดดดดดดดด>[]
    #637
    0
  13. #631 Em.S.End (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2555 / 20:21
    เครมิสโหดขึ้นอะ
    แต่ก็สมน้ำหน้าเจ้าเมืองแล้ว
    บางทีน่าจะลองทำสถิตินะว่าเมื่อลิวอิสอยู่กับเครมิสจะได้ชื่อใหม่มากี่ชื่อ

    อาตอนนี้มีชื่อหนูฟ่องออกมา //ฟิน

    ป.ล.กินเนื้อคนระวังปวดท้องนะเครมิส
    #631
    0
  14. #629 worm-book (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2555 / 20:11
    รีไรท์แล้วสนุกขึ้นเยอะเลยนะคะ ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ดูจะลึกซึ้งขึ้นด้วยล่ะ ><
    #629
    0
  15. #626 flameknight (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2555 / 19:34
    เครมิสจังน่ารักขึ้นเยอะ ลิวลิวจัง (//โดนโบก) ก็เชิดขึ้นเยอะเลยน้า
    ติดตามมาตั้งแต่ก่อนรีไรท์ ไม่รุว่าไรท์เตอร์จำได้รึป่าว แต่จะติดตามตลอดนะคะ

    ขออนุญาตเรียกพี่แพรนะคะ ชอบเครมิสมากๆ เลย
    #626
    0
  16. #625 rinray (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2555 / 18:20
    สนุกมากๆๆๆๆ
    #625
    0
  17. #624 Namfon13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2555 / 17:58
    ในที่สุด! ก็มาลงจนครบแล้วนะคะ >O<
    หนูมิสจะกินเนื้อคนจริงอ่ะ =[]= (เขยิบหนีอย่างด่วน)
    #624
    0
  18. #620 คนไร้เพื่อน... (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 / 06:15
    เครจางงงงง ทำไมทำร้ายตัวเองแบบนี้T[]T!!
    #620
    0
  19. #619 Namfon13 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 16:55
    เป็นอะไรไปน่ะหนูมิส =[]=!
    #619
    0
  20. #617 คนไร้เพื่อน... (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 / 22:01
    เราเองก็เจอเหมือนกันค่าT[]T สู้ๆนะคะ
    #617
    0
  21. #615 Angel Evil (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 / 19:46
    ไรท์อยู่อารมณ์เดียวกับเราเลย หวัดกิน= = เบื่อคอดดดดดด
    #615
    0
  22. #558 Lusia Eve (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2555 / 19:41
    คนที่สามก็คงไม่พ้นโดน 'อุ้ม'  สินะ
    แต่ละคนหน้าหวานๆ ทั้งนั้น
    #558
    0
  23. #549 MyU_immi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 22:20
    จบตอนที่ 6
    สิ่งที่ชอบในเรื่องนี้ คือการบรรยายแคแรคเตอร์ได้ชัดเจน ทำให้คนอ่านรู้สึก "รัก" หรือ "เกลียด" ตัวลครได้ทันทีที่อ่าน
    แต่เนื้อเรื่องยัง "เรื่อย ๆ" ไปนิดนึง จุดที่ควรตื่นเต้นอย่างฉากบู๊ ก็ง่ายไปนิดนึงจนทำให้ขาดความตื่นเต้น
    อ่านตอนต่อไป --->
    #549
    0
  24. #505 Bow's Ansia (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 16:17
    สรุปก็ฉุดฮอฟมาเลยว่างั้นเถอะ 55555555
    ปล. บทนี้ไม่มีบันทึกไม่ประจำวันเหรอ ชอบอ่านบันทึก T^T
    #505
    0
  25. #433 Kagerou-คาเงโร่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2555 / 21:30
    ซนไม่มีลิมิต ฮามากสนุกอ่ะอ๊ากกก!!!ลุ้นๆๆๆๆๆ
    #433
    0
  26. #429 FernoiiZ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2555 / 16:29
    ซนจริงๆนะ
    #429
    0
  27. #340 จอมโจรชุดขาว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2555 / 23:00
     เราจะฟ้องท่่านแม่ ชอบประโยคนี้จริงๆ =w=~
    #340
    0
  28. #313 ราชินีโพแดง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 00:05
     เครมิสมันชอบลักพาตัวผู้ชายไปเก็บไว้เป็นคอเล็คชั่นสินะ =,.=//

    ว่าแต่ สงสารฮอฟฟู่จังเลย (เริ่มบ้าตามเครมิส)


    #313
    0
  29. #295 Joker Mask (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 15:26
    จะสงสารใครดีเนี่ย แต่ละคนแปลกๆทั้งนั้น
    #295
    0
  30. #193 ริเรียว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 11:18
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกก มันมาก นี้และนิยายที่ผมตามหา
    #193
    0
  31. #181 nrn_forever (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2555 / 21:30
     เครมิสเทพมาก (คารวะ) ความสามารถในการสร้างความวุ่นวายช่างเกรียงไกรจริงๆ (อยากให้ไปเผารร.ให้จัง) สนุกมากมายค่ะ
    #181
    0
  32. #103 The White Rose of Death (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2554 / 14:17
    เฮ้ยๆๆๆ นั้นเขาเรียกว่าลักพาตัวแล้วนะเออ
    #103
    0
  33. #102 Pc.Freedom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2554 / 23:39

    แวะมาอ่านจ้าาาาาาาาา >___< (ครบพาร์ท 2 แล้วนี่เนอะ)

    (ขอติสักนิด เพื่อให้พัฒนาต่อไปเน้อ...<---แบบว่าเราก็ไม่เก่ง แต่ก็พอจะแนะนำได้บ้าง)
    ตอนนี้ก็ยังเรื่อยๆ เอื่อยๆ -w- แอบเห็นด้วยกับคุณ Final ขอยกมานิดนึง

    บอกแล้วว่าตอนแรกบอกอะไรไม่ได้มาก ก็คงแนะนำว่า สำนวนใช้ได้ บรรยายอาจมีเยิ่นเย้อเล็กน้อย อยากให้เกลาบางส่วนบ้าง+ควรจะเปิดบทด้วยอะไรกระแทกใจกว่านี้ ทิ้งปมให้คนอ่านรู้สึกประมาณว่า ไม่ด๊ายยยยยย ฉันต้องรีบอ่านตอนต่อไป ฮืดดดดดฮืดดดดด(เสียงสูดหายใจเหมือนวัวกระทิง)

    มีความรู้สึกว่าแม้เนื้อหาจะถูกเพิ่มเข้มข้นขึ้น แต่มันไม่ค่อยเน้นหนักเท่าไหร่ แบบไม่ค่อยกระแทกใจ
    (ให้ความรู้สึกว่า ฉากมันยังไม่อลังการ ดูสบายๆ เอื่อยๆ แบบ ---> สบายๆ ชิวๆ อยู่เพราะเป็นเด็ก -w-)

    (ยกตัวอย่างว่า ถ้าให้สู้กันในทะเลมันคงตื่นเต้น แต่บทคือมีเรื่องกับพวกนักเลงในร้านอาหารมันเลยดูธรรมดา...
    เหมือนแบบก็แค่มีเรื่องกัน เป็นฉากประกอบ ไม่ค่อยเชิญชวนให้ติดตาม เพราะไม่ค่อยมีไคลแม็กของแต่ละตอน)

    อ่านแล้วไม่ค่อยทิ้งท้ายบทให้รู้สึกแบบ  "ตายล่ะ ต่อไปมันจะเป็นยังไงเนี่ย?? ต้องรีบอ่านต่อแล้ว!"

    (ยกตัวอย่างเช่น GOD จะเห็นได้ว่าฉากเปิดตัวละคร เขาจะค่อนข้างสร้างมาให้อลังการ
    ไม่ค่อยเวิ่นเว้อ แล้วก็ออกมาโดดเด่น อลันโดนจับ ชิโระตามล้างแค้น ฯลฯ  รู้สึกได้ถึงเหตุจูงใจที่น่าติดตามอ่าน
    สร้างเหตุการณ์ให้คอยลุ้นตามอยู่ตลอด สอดแทรกมุขขำๆ แล้วก็ลักษณะเด่นของตัวละคร)


    จากที่อ่านมาแพรแต่งดีม้ากกก (คือแบบ ภาษา บรรยาย ไร้ที่ติมากจ้า คำผิดก็ไม่ค่อยมีด้วย >< ขอชื่นชม)
    แต่เพราะแต่งดีไปรึเปล่า เลยรู้สึกว่ามันถ่ายทอดมุข หรือมุมพลิกแพลงได้ไม่หมด เลยไม่ค่อยฮา ไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม
    เรื่อยๆ เอื่อยๆ เหมือนนิยายไทย เค้าจะใช้ภาษาได้สละสลวยมาก แต่นั่นทำให้ขำไม่ออก กว่าจะอ่านจบก็ยาวแล้ว =w=
    (หรือเพราะเรื่องนี้แอบดราม่า ก็เลยไม่ค่อยฮา O.o  แต่คิดว่าแพรน่าจะค่อนข้างนำเสนอแบบ enter เลยติงนิดนึง)

    แต่ถ้าเรื่องดำเนินเอื่อยๆ อยู่ก็เลยต้องมีจุดไคลแม็กแต่ละตอนเพิ่มขึ้นมานิดนึง
    (แล้วจบบทด้วยการทิ้งอะไรไว้เสมอจะดีกว่า จบค้างๆ เลยยิ่งดี เพราะจะทำให้อยากอ่านต่อ)

    สู้ๆ จ้า แต่งดีแล้วน้า จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรให้ติหรอก แต่หาเรื่องติให้พัฒนาต่อไป (ฮา)
    ขอให้ส่งต้นฉบับคราวนี้ผ่านจ้า
    (นิยายแพรไม่ค่อยมีอะไรให้ติ แต่นิยายเรามีเพียบ สามารถติได้เป็นฉากๆ 555+)

    (เพียงแต่เราอยากให้นำเสนอแบบดึงดูดหน่อยนึง มีอะไรเพิ่มใหม่ๆ ให้น่าสนใจทุกบท
    อย่างบทแรก คนอ่านได้รู้แล้วนะว่าเครมิสกินเก่ง ซื่อ ซน ฯลฯ  บทต่อไปก็ให้คนอ่านได้รู้มุมใหม่ๆ มากกว่านี้อีก)

    แอบมีคำผิดน้า ลองเช็คดูอีกทีก็ได้ เพราะแพรเทพมาก เราเจอแค่คำเดียวเอง (น่าจะนะ)
    - นายเพิ่งจะ 'อยากเป็น'  ไม่ใช้  'เป็นแล้ว' สักหน่อย (คำนี้จ้า XD)



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 ธันวาคม 2554 / 23:41
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 8 ธันวาคม 2554 / 23:42
    #102
    0
  34. #101 Dexsar (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 13:42
    รีบมาต่อไวๆนะครับ ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #101
    0
  35. #100 Dreamever (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 21:59
    สงสัยจะมีซีเรียสจริงๆนะคะเนี่ย (ตอนแรกไม่รู้สึกสักนิด...)
    #100
    0
  36. #99 Reray (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2554 / 13:02
    ยืนไว้อาลัยให้ฮอฟ์ฟๆ3วิ ...

    เครมิส นู๋เทพมากลูก
    แอร๊ย!! (/โบกธง)


    เด๋วนะ!!.....ฮอฟ์ฟๆมีปีกด้วยหรอ??


    ป.ล. อวย....เครมิส
    #99
    0
  37. #98 My name is Gwow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 21:01
    thankkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkkk
    #98
    0
  38. #97 belltajak (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 15:15
     เครมิส นี่สุดๆจริงๆแฮะ
    #97
    0
  39. #96 ~[E]TERNAL~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 08:15

    โฮกก~

    เพราะชอบอุ้มถึงเรียกว่าโจรสินะฮะ =w=~

    #96
    0
  40. #95 ✟ อิมซัง ✟ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 18:13
    สีดำอ่านง่ายขึ้นตั้งเยอะ! (นอกเรื่องและ)
    เครมิสซื่อเกิ๊น! =[]=
    #95
    0
  41. #94 fakan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 16:19
    เครมิสไปอุ้มมาอีกแล้ว
    จริงๆเล้ย~
    #94
    0
  42. #93 worm-book (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 13:27
    รักฮอฟฟ์น้อยๆที่ซุ้ดดด!
    เครมิสนี่ก็เป็นพวกถูกใจใครเป็นจับอุ้มตลอดเลยแฮะ (แต่ที่ทำกับลิวอิสคงต้องใช้คำว่าแบก = =;) 
    #93
    0
  43. #92 shineechi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 13:00
    สนุกมากเลยคะ
    รีบมาอัฟต่อเร็วๆๆนะคะ
    เครมิส น่ารักมากมายเลยอะ ..........-///- ^^*
    #92
    0