Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 5 : [CD] บทที่ 1 ก็คนมันซื่อบื้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,851
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 1 ก็คนมันซื่อบื้อ

 

            ไอ้นี่กินได้หรือเปล่าลุง?” เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงถามด้วยใบหน้าแสดงออกชัดเจนว่าสงสัยคาใจเป็นที่สุด สายตาจับจ้องไปยังวัตถุอ้วนกลมสีขาวสะอาดซึ่งบัดนี้กำลังสั่นด้วยความหวาดกลัวเหมือนลูกไก่ในกำมือ

            มันจะไปกินได้ยังไงเล่าเจ้าเด็กบ้า!” คุณลุงเจ้าของร้านรีบแย่งเอากรงที่ปกป้องสินค้าของเขาให้ห่างจากเงื้อมมือของผู้ไม่ประสงค์ดี ราคาของสัตว์ตัวนี้ไม่ใช่เล่นๆ และดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าก็คงไม่ได้มีเงินมากมายอะไรนัก ไปให้ห่างร้านข้าเลยนะ!”

            “เชอะ ไม่ซื้อก็ได้!” เครมิสเบ้ปากด้วยความขัดใจ เก็บถุงเงินซึ่งมีเหรียญเงินเหรียญทองมากพอจะซื้อสัตว์เมื่อครู่ได้เป็นสิบตัวลงเป้ใบเก่ง เห็นอย่างนี้เขาก็เก็บออมอยู่ตลอดจนอาจเหมาทั้งแผงได้เลยด้วยซ้ำ

            แต่ใครใช้ให้ไปถามคำถามแปลกๆ อย่าง กินได้หรือเปล่ากับ...เจ้าของร้านสัตว์เลี้ยง!

            เครมิส ดิมอส กำลังอยู่ระหว่างปฏิบัติการที่เรียกว่า หนีออกจากบ้านดังนั้นแน่นอนว่าเขาย่อมมึนๆ งงๆ ปรับตัวไม่ถูกกับสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ เนื่องด้วยความที่ไม่เคยออกจากหมู่บ้านเลยสักครั้ง อาณาเขตที่ไกลที่สุดห่างจากบ้านคือภายในป่าทึบแสนอันตราย

            ไอ้การจะมาเจอ เผ่าพันธุ์อื่นนอกจากพวกสัตว์สี่ขาจึงเป็นสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคยเลยสักนิด

            หลังสงครามเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ละเผ่าได้ทำสัญญาซึ่งกันและกันเพื่อสงบศึก บางเมืองอาจยังปิดกั้นไม่ให้คนต่างเผ่าเข้า และในทางกลับกันบางเมืองก็เปิดรับจนอยู่ร่วมอาศัยกันเหมือนไม่เคยเกิดสงครามมาก่อน เด็กๆ เกิดใหม่หลายคนไม่เคยได้สัมผัสสิ่งที่เรียกว่า การกีดกันทางเผ่าพันธุ์เลยด้วยซ้ำ

            แต่ก็ใช่ว่าสัญญาครั้งนั้นจะทำให้ทุกคนญาติดีกันได้...บาดแผล ทางใจยากที่จะลบเลือนเสมอ

            เพราะ บาดแผลไม่สามารถเลือนหายไปได้ง่ายๆ ทำให้บางครั้งยังมีสงครามขนาดย่อมหรือการบุกรุกพื้นที่ของเผ่าพันธุ์อื่นให้เห็นอยู่เรื่อยๆ การสูญเสียคนที่ตัวเองรักไปจึงยิ่งตราตรึงในจิตใจ ยากที่จะลบเลือนกว่าเดิมหลายเท่าตัว แก้แค้นกันไปเรื่อยไม่มีที่สิ้นสุด

            ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนที่ไม่ทุกข์ร้อนหรือคิดระแวงสงสัยอะไรเลยอย่างเขาอีกคน

            เฮ้อ ร้องเหมียวๆ น่ากินจะตาย

            ...ขนาดสิ่งที่ถามเมื่อครู่หรือก็คือ แมวยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ!

            เครมิสยกมือขึ้นลูบท้องด้วยใบหน้าเป็นกังวล เขาซึ่งไม่คุ้นเคยในถิ่นนี้ทำให้ยากนักที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆ รอบกาย ภาษากลางที่ไม่ค่อยแข็งแรงหรือก็คือพูดได้ ฟังได้ แต่อ่านไม่คล่อง พอจะซื้อของตามตลาดก็มักเจอพ่อค้าแม่ค้าแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่

            เราทำอะไรผิดหรือเปล่านะ?

            ร่างสูงเป็นคนที่เวลาไม่อยากแสดงความรู้สึกก็ยากมากที่จะคาดเดา ส่วนเวลาแสดงออกก็ดันชัดเจนสุดๆ สีหน้าอ่อนใจของเด็กหนุ่มวัยแรกรุ่นตอนนี้กำลังส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนรอบข้างจนบรรดาเจ้าของร้านต่างๆ รู้สึกสงสารคล้ายไม่อยากทำให้ต้องผิดหวัง

            เพียงแต่...มันเป็น กฎ

            เครมิสเดินต้อยๆ ไปยังร้านใกล้ๆ แต่ไม่ทันได้พูดจาเอื้อนเอ่ยแม้เพียงคำเดียวก็ถูกเมิน แม่ค้าขายปลาท่านนั้นถึงกับเหงื่อตกที่ จำเป็นต้องทำแบบนี้ แอบลอบมองลูกค้าหนุ่มทำหน้าสลดแล้วก็ยิ่งปวดใจ ยืนนับหนึ่งถึงสิบเพื่อตั้งสติ

            กฎมีไว้ปฏิบัติตาม และความใจอ่อนย่อมเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด

            เครมิสชักมือที่กำลังจะเอ่ยทักทายกลับเหมือนเด็กถูกทิ้ง เดินคอตกไปหาร้านอื่นต่อเงียบๆ ไม่โวยวายอะไรอีก แต่คำตอบที่ได้ถ้าไม่ใช่ความเงียบก็มักเป็นการไล่ตะเพิด สร้างรอยเจ็บช้ำให้ดวงใจน้อยๆ ของเขาเป็นอย่างดี

            สำหรับคนบางคนแล้ว...การถูกเมินนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าเอามีดมาแทงเสียอีก

            และแล้วร่างของเขาก็ชนเข้ากับใครบางคน อาจเพราะเอาแต่ก้มหน้าลงต่ำ มองแต่พื้นที่เหยียบไม่สนผู้คนทำให้การจะปะทะกับใครเข้าเป็นเรื่องปกติ เสียก็แต่...

            พลัก!

            อ้าวไอ้เด็กนี่ เอาตาไปไว้ที่ตาตุ่มหรือไงฮะ!”

            ดันเดินชนกับคนใหญ่คนโตของเมือง!

            สีหน้าเศร้าซึมของเครมิสเลือนหายทันควันจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกเหมือนเห็นผี ทบทวนตัวเองว่าเมื่อสักครู่เขาด่าคนตรงหน้าไปว่าอะไรบ้าง ทำไมเด็กนี่ถึงยิ้มกว้างมีความสุขอย่างกับถูกรางวัลเลขท้ายสามตัวอะไรแบบนั้นล่ะ

            ท่าทางคงมีปัญหาทางสมอง โดนด่าแล้วยังยิ้มอีก

            คนใหญ่คนโตที่ว่าหัวเราะเยาะในใจ เขาผลักเครมิสให้หลบทางแต่เรื่องกลับไม่จบลงง่ายๆ เหมือนปกติเพราะใครบางคนยังคงยิ้มและคิดเองเออเองไปคนเดียว

            ว่าเขา...แสดงท่าทีเป็นมิตรด้วย!

            ไอ้การด่าว่า เอาตาไปไว้ที่ตาตุ่มนับเป็นคำทักทายหรือถามสารทุกข์สุขดิบกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

            ชายคนเดิมยิ้มค้างอย่างรังเกียจแล้วคิดหนักว่าจะจัดการเด็กมีปัญหาท่าทางจะบ้าสมควรพาเข้าโรงพยาบาลโรคจิตคนนี้ยังไง มะ...มีอะไร?”

            อืม...นายเป็นสัตว์ประหลาดชนิดไหนเหรอ?” เครมิสถามด้วยดวงตาเป็นประกายไร้ซึ่งคำว่า ล้อเล่นแต่คำถามของเขากลับทำให้คนรอบข้างที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับเป็นกังวลแทน

            เพราะทุกคนในที่นี้ต่างรู้ดีว่าเด็กหนุ่มกำลังเล่นอยู่กับอะไร หรือกับ...ใคร

            ถึงจะหงุดหงิด ไม่เล็กแต่เกียรติยศและชื่อเสียงย่อมสำคัญกว่า จะให้ทุกอย่างพังครืนเพราะไปมีเรื่องกับเด็กข้างถนนจนทำให้กลายเป็นข่าวฉาวย่อมไม่เกิดผลดี มีแต่เสียกับเสียชัดๆ ดังนั้นทางออกที่ง่ายที่สุดคือทำเมินแล้วเดินหนีไปซะ

            ครั้งนี้จะยอมปล่อยไปก่อนแล้วกัน

            เมื่อตัดสินใจแบบนั้นแล้วจึงออกแรงดึงแขนที่ถูกใครบางคนจับเอาไว้ แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงไปมากเท่าไหร่ก็ยังคงอยู่ที่เดิม เหงื่อกาฬเริ่มไหลด้วยความเครียด สีหน้าไม่เหลือมาดผู้ดีของเจ้าเมืองเลยสักนิด

            ก็แค่เด็กหนุ่มอายุไม่น่าเกินยี่สิบ...แล้วทำไมแรงมันเยอะนักวะ!

            ชายวัยกลางคนหรือที่เรียกว่าวัยทองกระฟัดกระเฟียดในใจ ก่อนจะหันไปสบตาตรงๆ กับเด็กหนุ่มที่ยังคงมองหน้าเขาด้วยแววตาซื่อๆ

            รู้หรือเปล่าว่าข้าเป็นใครเมื่อใช้กำลังไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนเป็นวิธีที่ตัวเองจะได้เปรียบ

            เสียก็แต่...มันไม่ได้เปรียบกับคนอย่าง เครมิส

            ไม่ใช่เพราะเครมิสเก่ง ไม่ใช่เพราะเครมิสรวย ไม่ใช่เพราะเครมิสมีอำนาจมากกว่า

            ความจำเสื่อมเหรอคุณลุง?” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสงสารคล้ายเห็นใจบุรุษตรงหน้า แถมยังใช้มืออีกข้างที่ว่างตบบ่าเป็นการปลอบใจเราจะพยายามช่วยหาญาติพี่น้องนะ

            ...ใช้กับเครมิสไม่ได้ผล เพราะแม้อยู่เมืองนี้มาเกือบอาทิตย์ แต่เขาไม่สนหรอกว่าหน้าตาเจ้าเมืองเป็นยังไง!

            และถึงจะรู้เขาก็อาจพูดแค่ว่า โอ้ เป็นเจ้าเมืองนี่สนุกไหม ทำอะไรบ้าง ขอลายเซ็นได้หรือเปล่าไม่แปลกใจเลยถ้าจะเห็นคนก่ายหน้าผากทุกๆ สามวิเวลาคุยกับคนอย่างเครมิส

            อ้าว ทำไมเงียบไปล่ะ กำลังฟื้นความทรงจำอยู่เหรอ ให้เราช่วยไหม?”

            ช่วยไสหัวไปไกลๆ ออกจากเมืองไปเลยยิ่งดี!

            ผู้มีศักดิ์เป็นถึง เจ้าเมืองขบเคี้ยวกรามชักหน้าตึงเหมือนไม่รู้จะตอบโต้ยังไงกับความบ้าความเซ่อของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ทำตัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

            แต่ของอย่างนั้น...คงเป็นเรื่องยากพอๆ กับงมเข็มในมหาสมุทร

            ท่านเจ้าเมืองแทบอยากกัดลิ้นตัวเองเมื่อย้อนนึกปากที่สั่งเสียดิบดีกับบรรดาลูกน้องว่าวันนี้ไม่ต้องเดินตาม ช่างเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์และดันเลือกวันได้หายนะสุดๆ อีกต่างหาก สงสัยว่าเขาคงเคยไปทำกรรมไว้ถึงต้องมาเสียเวลาคุยกับคนสติไม่สมประกอบ

            เครมิสเอียงคอกะพริบตาปริบๆ เหมือนเด็กเล็กๆ วัยสี่ห้าขวบซึ่งนั่นไม่ได้เข้ากับส่วนสูงกว่าร้อยแปดสิบของเขาเลยสักนิด อย่างนี้มันเด็กโข่งชัดๆ!

            ในขณะที่เจ้าเมืองผู้ซึ่งเป็นเจ้าของ กฎกำลังกลุ้มใจกับปัญหาที่คิดไม่ตกก็มีเสียงสวรรค์มาช่วยเอาไว้เสียก่อน เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”

            แม้จะไร้ซึ่งหางเสียงอันเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติกับผู้ที่เป็นถึงเจ้าเมืองอย่างเขา แต่เวลานี้หากมัวแต่คิดเล็กคิดน้อยคงไม่เป็นอันได้ไปไหนแน่ เกิดศัตรูที่ต้องการจะยึดอำนาจมาเจอเข้าคงหัวเราะกรามหัก เอาเรื่องนี้ไปแฉจนรู้กันทั้งเมือง

            เด็กหนุ่มคนนี้จู่ๆ ก็มาจับตัวข้าที่เป็นถึงเจ้าเมืองน้ำเสียงบ่งบอกความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดทั้งยังเน้นย้ำคำว่า เจ้าเมืองเพื่อเตือนสติบุคคลทั้งสองให้ทำความเคารพเขา

            เราจับแขนต่างหาก ไม่ใช่ตัวคนซื่อบื้อยังคงเถียงเหมือนเด็กๆ ดูสิๆ เราจับแขนอยู่ชัดๆ

            “งั้นเหรอผู้มาใหม่ทำเพียงพยักหน้าเบาๆ มองหน้าคู่กรณีทั้งสองสลับไปมาแล้วยักไหล่ เชิญคุณ เจ้าเมืองคุยกันต่อให้สนุกนะ ฉันไม่รบกวนแล้ว

            จากตอนแรกที่ตั้งใจจะเข้ามาช่วยสักหน่อยเผื่อจะได้ความดีความชอบอะไรบ้าง เป็นต้นว่าเงินเล็กๆ น้อยๆ เป็นค่าเสียเวลา ทว่าพอเจอคำพูดคำจาไว้ตัวเหมือนตนเองสูงศักดิ์มาจากสวรรค์ฟ้าประทานพรทำให้อดหงุดหงิดไม่ได้

            เกลียดเหลือเกิน...ผู้ปกครองที่ไม่คิดเห็นหัวคนอื่น

            “เดี๋ยวสิจะไปไหนน่ะสาวน้อย!” เจ้าเมืองผู้ไม่ยอมอะไรง่ายๆ ใช้แขนอีกข้างคว้าข้อมือร่างเพรียวบางอย่างรวดเร็วก่อนตัวช่วยสุดท้ายจะเดินหนีไปเสียก่อน

            แต่การกระทำนั้น...ไม่ควรอย่างยิ่ง

            โครม!

            ร่างคนที่พูดเน้นย้ำอยู่ตลอดเวลาว่าตนเองเป็น เจ้าเมืองถูกเหวี่ยงจนตัวลอยไปกระแทกกับกองถุงขยะข้างร้านอาหารแห่งหนึ่ง สีหน้าผู้กระทำการนี้ไม่มีคำว่า ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งที่อาจโดนสั่งจับยัดตารางได้ง่ายๆ ก็ตาม

            คนอย่าง ลิวอิส โคเวเลนต์ไม่ยอมให้ใครหยามเด็ดขาด ถึงจะเป็นเจ้าเมืองมาจากไหนก็อย่าหวัง!” เจ้าของนามลิวอิสทำเสียงฮึดฮัดแล้วรีบวิ่งออกจากจุดเกิดเหตุทันที ใครจะไปโง่ยืนรอให้ทหารมาจับกันล่ะ

            โอเค...อาจเว้นเครมิสไว้คนนึง

            เครมิสไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเท่าไรนัก แต่เขาคิดว่าสีหน้าโกรธเกรี้ยวเหมือนราชสีห์คำรามทำให้ใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ เรือนผมสีทองยาวถักเป็นเปียเหมือนในนิทานบางเล่มที่เคยอ่าน แล้วยิ่งนัยน์ตาสีส้มดูเข้มแข็งน่าค้นหาต่างจากสตรีไหนๆ ที่เคยพบ

            มันเป็นความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยายจริงๆ

            หลังจากได้สติแล้วเครมิสก็ตัดสินใจวิ่งตามหญิงสาวปริศนาคนนั้นไปด้วยความตื่นเต้น เขาอยากเห็นสีหน้าต่างๆ ของเธอคนนั้นว่าจะทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเหมือนเมื่อสักครู่หรือเปล่า

            เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มพอใจที่พบของเล่นชิ้นใหม่ เพราะนั่นทำให้เขาลืมความหิวจนหมดสิ้นเลยทีเดียว

 

            เสียงหอบหายใจดังแว่วอยู่ในมุมตึกแห่งหนึ่งบ่งบอกความเหนื่อยล้าซึ่งล้วนมาจากการที่เผลอหลุดทำตามอารมณ์มากเกินไปสักหน่อย ร่างนั้นนั่งพิงกำแพงด้วยใบหน้าแดงระเรื่อหลังวิ่งหลบมาไกล ป่านนี้คงมีคนตามหากันให้วุ่น

            ไม่รู้ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้ทุ่มเจ้าเมืองพุงพลุ้ยเสียกระเด็นคลุกขยะ แต่ก็...สะใจดี

            เจ้าตัวฉีกยิ้มมีเลศนัยก่อนจะหุบลงทันทีเมื่อรู้สึกได้ถึงอีกหนึ่งชีวิตผู้ไม่ได้รับเชิญ ตามมาทำไม?”

            “ก็อยากตามมาไงเครมิสยิ้มตอบอย่างน่ารักน่าชังและชวนน่าถีบไปพร้อมๆ กัน ท่าทางในกะโหลกคงมีแต่เศษซากก้อนกรวดประกอบกันไม่เป็นชิ้นดี ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เขาจะทำตัวต๊องๆ เหมือนไม่มีสติอยู่ตลอดเวลา

            อีกฝ่ายถอนหายใจแล้วรีบลุกหนี ไม่อยากเปลืองเวลาไปกับเรื่องไร้สาระเหมือนที่เจ้าเมืองคนเมื่อกี้โดน แต่คราวนี้ท่าทางจะยากกว่ารายนั้นเสียแล้วเมื่อข้อมือถูกจับไว้แน่น ได้แต่หันไปค้อนตาเขียวปั๊ด มีธุระอะไร

            อืม...ก็ไม่เชิงเป็นธุระหรอกนะสีหน้ายังคงทีเล่นทีจริงเหมือนเรื่องตลก แค่เธอน่าสนใจดี

            “ว่าไงนะ!”

            “เห ไม่ได้ยินเหรอ งั้นเราพูดใหม่ก็ได้เครมิสยิ้มจนตาหยี เธอน่าสนใจดี เราคิดว่าเราชอบเธอไง

            ผัวะ!

            เครมิสลูบแก้มที่โดนชกอย่างมึนๆ อึนๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาพูดไปมันเสียหายตรงไหน มันเจ็บนะ ทำไมต้องรุนแรงด้วย

            ใบหน้าของคนมือหนักแดงก่ำด้วยโทสะ หอบหายใจถี่ยิบเหมือนจะเป็นจะตายอยู่ตรงนั้น เจ้าตัวรีบสะบัดมือที่ถูกพันธนาการให้เป็นอิสระแล้ววิ่งหนีไปอีกครั้ง ทิ้งให้เครมิสนั่งนิ่งตกตะลึง มือข้างหนึ่งสัมผัสที่ตำแหน่งหัวใจและก็เป็นดังคาด...

            สีหน้าของเธอทำให้ใจเขาเต้นรัวอีกแล้ว

            เป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ นั่นแหละ

            ซ่า!

            ฝนเทตัวลงมาจนเสื้อผ้าเปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำ ชำระล้างเมืองให้สะอาดเอี่ยมจากฝุ่นควัน ผู้คนวิ่งหาที่หลบฝนชั่วคราวกันใหญ่ ร้านอาหารขายดิบขายดีขึ้นทันควัน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าหอบข้าวของกลับบ้านช่องกันหมด จากถนนที่เต็มไปด้วยสีสันก็อึมครึมจืดชืดเหมือนสีเทาหม่น

            เครมิสเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ปราศจากสีฟ้าสดใส เมฆฝนปกคลุมทั่วน่านนภาจนแทบไม่เห็นแสงอาทิตย์ บรรยากาศแบบนี้ชวนให้รู้สึกหม่นหมองลึกๆ ในใจขึ้นมาทันที คล้ายว่าสามารถเกิดเรื่องร้ายๆ ได้ตลอดเวลา

            นัยน์ตาสีเหลืองทองสอดสายตาไปทั่วเพื่อหาเป้าหมาย ความหนาวเย็นจากสายฝนทำให้ร่างสูงยกมือขึ้นลูบแขนเบาๆ อย่างไม่รู้ตัว โชคยังดีที่เขา ไม่เคยเป็นหวัด เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องค่ายาเลยสักนิด เสียงรองเท้าเหยียบย่ำพื้นที่เปียกแฉะดังตลอดการเดินเล่นอันไม่มีที่สิ้นสุด

            จะดีกว่านี้ถ้าไม่ใช่มาเดินเอาตอนฝนตก

            โครกคราก...

            เสียงท้องเจ้ากรรมส่งเสียงประท้วงเป็นรอบที่สามติดต่อกันภายในเวลาไม่กี่นาทีทำให้เครมิสเริ่มคิดหนัก เขาไม่รู้จะหาอะไรมาทานได้ในเมื่อตลาดตอนนี้ก็ปิดแล้ว เข้าร้านอาหารก็ไม่ได้เพราะเปียกไปทั้งตัว และที่สำคัญ...

            ไม่มีใครต้อนรับสักนิด

            สาเหตุมาจากการที่เครมิสเข้าเมืองมาอย่างไม่ค่อยจะถูกต้องตามหลักการสักเท่าไหร่ ไม่มีบัตรผ่านทาง ไม่มีตราสัญลักษณ์แสดงถึงนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่มาพักแรม และแน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนของเมืองนี้ ดังนั้นหากไร้ซึ่งตราที่หลังมือนั่นหมายความว่าเป็นคนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

            และใครให้ความช่วยเหลือก็อาจมีสิทธิ์โดนจับ

            เมืองแห่งนี้ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าจะเก็บค่าผ่านเข้าเมืองทุกคน แค่ว่าใครอยากซื้อของ พักตามโรงแรม หรือต้องการความช่วยเหลือจากคนในเมืองย่อม จำเป็นต้องเสียภาษีผ่านด่าน หรือก็คือถ้าคุณมีทุกอย่างพร้อม อยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว อยากจะเข้าแบบฟรีๆ บินเข้า มุดดินโผล่เข้ามาในเมืองยังไงก็ได้

            และเครมิสเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น แค่ว่า...เขาไม่รู้กฎเมืองนี้เท่านั้นเอง

            คนมีเงินเต็มถุงหนักพอใช้ฟาดหัวฆ่าคนได้แบบเครมิส กับอีแค่จ่ายค่าผ่านด่านไม่เป็นปัญหาจนขนหน้าแข็งร่วงหรอก แต่เพราะไม่มีใครบอกบวกกับความรู้รอบตัวต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนไม่รู้กฎซึ่งเขียนตัวใหญ่ยักษ์อยู่บนป้ายหน้าเมือง

            ก็นะ...เครมิสอ่านออกที่ไหนล่ะ!

            “อืม...ว่าแต่เธอคนนั้นหายไปไหนซะแล้วล่ะเหมือนเพิ่งนึกได้ ร่างสูงหันซ้ายที ขวาทีด้วยความลุกลี้ลุกลน กลัวจะโดนทิ้งห่างจนตามตัวไม่เจอ ยิ่งฝนเทลงมามากแค่ไหน ความสามารถในการดมกลิ่นก็ยิ่งใช้การไม่ได้

            เราอุตส่าห์ถูกใจทั้งที

            ใบหน้าอมทุกข์เหมือนเพิ่งสูญเสียคนในครอบครัวทำให้คนรอบข้างแทบอยากตรงเข้าปลอบ แต่แล้วในจังหวะนั้นเองที่เขาเห็นหลังไวๆ พร้อมเรือนผมยาวสลวย แม้บัดนี้จะเปียกชุ่มจากเม็ดฝนจนลดความงามลงไปมากก็ตาม เครมิสยิ้มออกทันควัน รีบตรงดิ่งเข้าหาก่อนจะพลาดโอกาสนี้ไป

            อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนเห็นวิญญาณอาฆาตตามหลอกหลอน ยิ่งหนีก็ยิ่งโดนตามจนแทบจะเป็นบ้า เครมิสไม่ละความพยายามโดยง่าย แม้การวิ่งบนพื้นถนนแฉะๆ จะไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไหร่ก็ตาม

            ทั้งคู่วิ่งกันจริงจังอย่างกับแข่งวิ่งเปี้ยวตามงานกีฬาของโรงเรียน แต่ดูท่าการแข่งขันรอบพิเศษนี้ผู้ได้รับชัยจะเป็นฝ่ายผู้ไล่ซะอย่างนั้น เครมิสไม่พูดเวิ่นเว้ออะไรมาก เขาลากเพื่อนใหม่ที่ถูกยัดตำแหน่ง เพื่อนเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้วไปตามทางและจบลงที่ห้องพักแห่งหนึ่ง

            อย่างน้อยลูกอ้อนเครมิสก็อาจใช้ได้กับบางที่ แม้นั่นจะต้องมาพร้อมจำนวนเงินมากกว่าปกติเท่านึงก็ตาม ถ้าเขารู้เรื่องกฎของเมืองคงไม่ต้องลำบากลำบนในการหาที่พักและการหาของทานแบบนี้หรอก

            ทำไงได้...คนมันซื่อบื้อนี่นา

            ร่างสูงหยิบผ้าเช็ดตัวจากห้องน้ำแล้วส่งให้เพื่อนใหม่ที่ทำหน้าตึงอยู่บนเตียง แสดงออกชัดเจนว่าเตรียมตัวฆ่าคนในห้องปิดตายทุกเมื่อหากกล้าทำอะไรไม่ชอบมาพากล

            แม้จะโดนจ้องด้วยสายตาไม่หวังดีเครมิสก็ยังคงยิ้มหวานไม่สะทกสะท้าน พอเห็นอีกฝ่ายไม่รับผ้าอย่างที่คิดจึงนั่งลงข้างๆ แล้วช่วยเช็ดผมสีเหลืองทองนั้นอย่างบรรจง แต่การกระทำนั้นกลับปลุกให้สัญชาตญาณการป้องกันตัวของเพื่อนใหม่ตอบโต้กลับด้วยการยกเท้าถีบเขาที่ท้องน้อย

            แต่ไม่รู้เพราะผิดท่าไปหน่อยบวกกับร่างกายของใครบางคนแข็งแรงเกินไปหรือไม่ทำให้เกิดเสียงกระดูกเคลื่อนดังกร๊อบขึ้นมา ท่าทางจะมีคนข้อเท้าพลิกเสียแล้ว

            เจ็บ...สีหน้าของผู้ประทุษร้ายนิ่งค้าง ปากพึมพำเบาๆ จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหวตะโกนลั่น เจ็บชิบ!”

            เครมิสทำตาแป๋ว ไม่เข้าใจว่าในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนเตะแต่ดันบ่นเสียเอง มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย โดยเฉพาะเมื่อเขาแค่ช่วยเช็ดผมให้เนื่องจากเห็นมันยาวเอามากๆ น่าจะแห้งยาก กลัวจะเป็นหวัดไม่สบาย

            ไม่รู้โดนตีความผิดๆ ไปในทางไหนกันแน่ แต่ให้ตายชาตินี้เครมิส...ก็คงไม่รู้อยู่ดี

            เป็นอะไรมากไหม?” เขาถามด้วยความเป็นห่วง

            เจ้าของเรือนผมสีทองยาวชักสีหน้าบึ้งตึง เจ็บสิถามได้ ไอ้งี่เง่า!”

            โดนว่าอีกแล้ว เศร้าจัง

            เครมิสตีหน้าเศร้าแต่ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแฉ่งจนเดาอารมณ์ไม่ถูก เขาตัดสินใจเข้าประเด็นสำคัญที่ทำให้ลงทุนไปฉุด(?) อีกฝ่ายมาถึงห้อง เธอจะไปเป็นโจรสลัดกับเราไหม

            “หา!”

            “หาอะไรเหรอ?” จอมบ๊องยังคงบ๊องเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่แล้วก็ถามต่อโดยไม่ปล่อยโอกาสให้คนตรงหน้าได้เอ่ยขัด ว่าแต่เธอชื่ออะไรจะได้เรียกง่ายๆ

            เครมิสคงลืมสนิทว่าตอนมีเรื่องกับเจ้าเมือง ลิวอิสได้ประกาศชื่อของตัวเองไปชัดเจนแล้ว แต่คนอย่างเขาถ้าไม่ทันฟังก็คงลืมไปเสียแล้ว

            “ลิวอิส...ลิวอิส โคเวเลนต์เจ้าของชื่อค่อนข้างลังเลที่จะตอบ แต่เมื่อเอ่ยคำนั้นไปแล้วก็ทำเพียงสังเกตปฏิกิริยาของคนตรงหน้า เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีเปลี่ยนไปก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            โชคดีจริงๆ ที่ไม่ใช่...คิดว่านะ

            ลิวอิสแอบคิดในใจ เขาไม่อยากคิดเลยว่าหากเครมิสเป็น คนคนนั้นจะมีอาการเป็นยังไง ทั้งที่กลิ่นอายบางอย่างค่อนข้างคล้ายกัน จนเมื่อถูกอีกฝ่ายจ้องมากๆ จึงถามออกไปอย่างหวาดๆ ทะ...ทำไมอีกล่ะ?”

            “อืม...เปล่าหรอกเครมิสเอียงคอฉงน คิดอะไรนิดหน่อยแต่แล้วก็ไล่ความสงสัยนั้นออกไป แทนที่ด้วยเป้าหมายเดิมแรกเริ่ม ตกลงว่าไปเป็นโจรสลัดกับเรานะ!”

            “ฉันมะ...

            “ตกลงใช่ไหม เย้! สบายใจแล้วก็นอนพักเอาแรงกันดีกว่าคนเอาแต่ใจตัดบทด้วยการควานหาสมุดบันทึกในกระเป๋าขึ้นมาเขียนอะไรนิดหน่อยเป็นบันทึกก่อนเข้านอน เขามักจะทำแบบนี้เพื่อฝึกทักษะในการเขียนภาษากลางของตัวเอง ถึงจะอ่านช้าและอ่านศัพท์บางคำไม่ค่อยออก แต่การเขียนแม้จะเขียนช้าก็ไม่มีใครว่า

            เพราะยังไงนั่นก็เป็นบันทึกของเขานี่นา          

 

บันทึกไม่ประจำวัน

 

            เราตั้งชื่อให้กับบันทึกนี้ว่าบันทึก ไม่ประจำวันเพราะไม่รู้จะเขียนทุกวันหรือเปล่า บางครั้งวันนึงอาจเขียนหลายครั้งก็ได้ใครจะรู้ ฮ่าๆๆ เรานี่ฉลาดจริงๆ เลย ใครจะไปคิดได้ล่ะถูกไหม ถึงจะมีคนมาบอกให้เปลี่ยนก็ขอบอกเลยว่า ไม่มีทาง เราขี้เกียจคิดชื่อใหม่นี่นา...

            โจรสลัดที่ดีต้องบันทึกการผจญภัยให้สนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้สิ เย้ๆๆ

            เรามานั่งเขียนบันทึกตอนนี้เพราะว่าเพิ่งได้เพื่อนร่วมการเดินทางคนแรกมาล่ะ เห็นบอกว่าชื่อ ลิวอิส โคเวเลนต์ แต่ก็เป็นผู้หญิงที่แปลกมากเลย โหด โฉด ดิบ มากๆ ตอนเห็นนี่ใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นสุดๆ

            ผมสีทองกับการแยกเขี้ยวขู่แบบนั้นเหมือนสิงโตน้อยที่เราเลี้ยงไว้เลยล่ะ เราจะต้องเป็นเพื่อนทีดีกันมากแน่ๆ

 

เครมิส ดิมอส

 

            ใคร...ใครเป็นผู้หญิงไม่ทราบ!”

            เครมิสมองตามสมุดเล่มน้อยที่ถูกแย่งไปอ่านด้วยความงงๆ สีหน้าลิวอิสตอนนี้เหมือนแผ่รังสีอาฆาตออกมาจนหนาวยิ่งกว่าวิ่งตากฝนเมื่อกี้เสียอีก แต่เมื่อมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วก็ยังคงยืนยันความคิดเดิม พูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก็ลิววิลู่ไง

            “ฉันชื่อลิวอิส และก็เป็นผู้ชายเฟ้ย เรียกเธอๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ แบบนั้นมันวอนหาเรื่องกันชัดๆ!”

            งั้นเหรอ...แต่คงแก้ไม่ได้เพราะเราไม่ได้เอายางลบมา ฮ่าๆๆ

 

 

18/11/2012

 

เป็นการเขียนใหม่ที่กินพลังงานมาก เพราะมันกระชับกว่าคราวก่อน จากคราวก่อนที่ยาวสิบเอ็ดหน้า รอบนี้เหลือเจ็ดหน้ากับอีกหกเจ็ดบรรทัดเอง อืม...สงสัยจะกระชับขึ้นล่ะมั้ง ดังนั้นในเมื่อยาวไม่ถึง 10 หน้าเราเลยไม่แยก Part นั่นเอง

 

บทนี้มีจุดเดียวที่ไม่เขียนใหม่คือบันทึกของเครมิส เพราะยังไงก็จะเอาเหมือนเดิมอยู่แล้ว ที่เหลือเขียนใหม่หมด สังเกตได้ว่าตัดบางเรื่องออกไปเอาการ เช่น เรื่องกินกระสุน ไปที่สมาคมนักผจญภัย แต่ก็เพิ่มบางฉากเช่นกัน

 

ปล. แต่เดี๋ยวเครมิสก็หาโอกาสกินกระสุนจนได้นั่นแหละ รออ่านตอนต่อๆ ไปได้เลย และชื่อตอนเราตั้งใจว่าจะเขียนเป็น   ก็คนมัน...(แล้วแต่เนื้อหา)  เช่น  ก็คนมันซื่อบื้อ  ก็คนมันงี่เง่า  ก็คนมันโรคจิต  อะไรแบบนี้ 555

 

เจอกันอาทิตย์หน้านะคะ ตอนนี้ขอตัวไปอ่านสอบก่อนล่ะ วันจันทร์สอบเลข อังคารสอบท่องกลอน 1 หน้า(ต้องเขียนให้ได้ด้วย) สอบชีวะ OTL และสอบภาษาอังกฤษจากหนัง (คือตอบเกี่ยวกับเนื้อหานั่นแหละ แต่ก็ยากเอาการเพราะละเอียดมาก)

 

ใครมีสอบอะไรก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะ เราเองก็ต้องพยายาม ถ้าหลุดเกรดมากๆ เดี๋ยวจะโดนดุเอา เวลาแต่งนิยายก็จะน้อยลงด้วย อ้อ อย่าลืมไปกดไลค์เพจด้วยนะ ลิ้งอยู่ในหน้าแรกของบทความ จะได้คอยติดตามข่าวสารได้ง่าย แต่ใครไม่มีเฟสก็แอด Fav. บทความนี้ กับไปเซฟลิ้งเพจไว้  เพราะถึงจะโพสไม่ได้แต่ก็อ่านได้นี่นา ^^


ใครงง ไม่เข้าใจยังไงก็ไปอ่านชี้แจงตรงนี้ได้  llคลิกll



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1363 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 23:17
    ลิววิลู่.. /ซับน้ำตาแทนลิวอิส
    ทำใจนะคะ เครมิสดูเหมือนจะความจำดีเอามากๆ (เหรอ)
    ส่วนไรเตอร์ สู้ๆเข้านะคะะ
    #1,363
    0
  2. #1323 Aeiya!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 02:31
    ลิวอิส?? โคเวเลนต์??
    ทำไมไม่มีไอออนิคด้วยอ่ะ เดี๋ยวน้อยใจแย่เลย
    55555555555
    ไรท์เตอร์เรียนสายวิทย์ใช่ป้ะ
    #1,323
    0
  3. #1315 Wh-Question (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 11:47
    นักอ่านหน้าใหม่...
    ชื่อลิวอัส>>กรดลิวอัส
    โคเวเลนต์>>พันธะ
    #1,315
    0
  4. #1310 Homework (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:13
    ซื่อๆดีจริงๆเลย 
    #1,310
    0
  5. #1241 Nendtime (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 15:58
    มาอ่านซ้ำ 55555 เนื้อหาสนุกเหมือนเดิมไรท์ 
    เพราะปกติช่วงนี้นิยายdek-d นะมีแต่ออนไลน์ เยอะจนเอี่ยน เลยวิ่งกลับมากระโดดเกาะเหล่าไรท์เตอร์ผู้่ผ่าวงการออนไลน์ 55555555555
    #1,241
    0
  6. #1233 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 01:18
    หลังจากที่เครียดมานาน(?)ก็แวะมาเสพความโมเอะของเครมิสใหม่อีกกที 



    อา.. ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีอะไรที่ใสซื่อ(บื้อ)และแลดูนุ่มนิ่มขนาดนี้เลยแฮะ มันโมเอะะ ~



    ลูอิสนี่.. น่าสงสารจับใจเลยเนอะ .. 
    #1,233
    0
  7. #1192 g_risa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 16:58
    ใสซื่อ...ใสซื่อเหลือเกิน
    #1,192
    0
  8. #1148 Hemm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 22:39
    อ่านถึงตอนสอง รู้สึกอย่างกับตัวเองเขียน ตรงจิ้นYนี่น่ะช่างคล้ายคลึงกันซะจริงๆ
    ก็เลยต้องขออ่านต่อ อยากรู้ว่าเรื่องจะไปทางไหน
    เพราะได้กลิ่นอายวันพีชเยอะอยู่ แต่ในแบบที่แตกต่างนะ(เป็นวันพีชแบบหวานๆ คงต้องอ่านต่ออย่างเดียวถึงจะรู้ว่าจะมีบู้ดุเดือดมั้ย)
    ภาษาตรงบรรยาย สวยมากจ้า
    #1,148
    0
  9. #1133 zicon-rainsanto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2556 / 21:13
    ลิวอิสสสสสสสสสสสสสสสสส... -///- ลิวอิส โคเวเลนต์ นายมาจากเคมีช่ายม้ายยยยยยยยยยยยย //แฮ่กกๆๆ น่ารักอ่ะ อิอิ
    #1,133
    0
  10. #1080 N.S.Bloody (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 08:41
    เจอชื่อลิวอิส โคเวเลนต์แล้วรู้เลยว่าแรงบันดาลใจมาจากไหน 555+ ตอนแรกก็คิดตงิดใจอยู่แล้วว่าชื่อลิวอิสเหมือนชื่อผู้ชายมากกว่านะ (อาจใช้ได้ทั้งสองเพศมั๊ง แต่ความรู้สึกแวบแรกของเราคือผู้ชาย) อ่านไปอ่านมาเจอว่าเป็นผู้ชายจริงๆแล้วเงิบ... สัญชาตญาณการเดาของเรายังยอดเยี่ยมอยู่สินะ ปล. เห็นแต่ละเม้นท์ของเราเวลาไล่เลี่ยกันก็ไม่ต้องแปลกใจไปนะ เราเปิดหน้านิยายทิ้งไว้แล้วถอดเน็ต อ่านเสร็จก็พิมพ์ข้อความทิ้งไว้ ค่อยมากดส่งหลังจากได้ต่อเน็ตอีกครั้งน่ะ ^^
    #1,080
    0
  11. #1066 Hana Jang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 22:02
    น่ารักท้ังคู่เลยค่ะ
    เขียนบันทึกไม่มียางลบก็ขีดฆ่าได้นะ (โหดหน่อยก็ฉีกหน้านั้นทิ้งไปเลย...แต่คงไม่ทำ)
    #1,066
    0
  12. #998 ผู้ไร้นาม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 19:07
    ลิวอิสน่ารัก >  <
    ออร่าเคะซึนแผ่กระจาย แต่เครมิสก็เคะเหมือนกัน สรุปใครเคะใครเมะดีล่ะเนี่ย #ผิด#เอามันไปเก็บ#ข้ามคห.นี้ไปเถอะ
    #998
    0
  13. #943 bLueNiGhT (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 16:57
    -0- หนุ่มน้อยผู้อ่อนต่อโลกและไร้เดียงสา เอ๊ะ หรือร้ายเดียงสากันนะ 
    #943
    0
  14. #931 เฮเบียนัม บราวน์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2556 / 13:24
    โอย เวณกรรม เหอๆๆ ไม่มียางลบ น่ารักจริงๆ
    #931
    0
  15. #912 CookieCrumble (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มีนาคม 2556 / 23:17
    ลิววิลู่เป็นหนุ่มน้อย!! ช็อค..
    #912
    0
  16. #907 aongfong39 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 01:11
    ที่ลิวอิสชอบทำหน้าบึ้งเพราะมักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงสินะ555
    #907
    0
  17. #841 little-red-cap (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:35
    บ๋องแต่น่ารัด
    #841
    0
  18. #796 Lekyo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 10:48
    แมวมันน่ากินตรงไหนนะแค่ขาวๆนุ่มๆขนฟูๆเอง
    #796
    0
  19. #785 kard-kard (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 18:15
    แมวมันร้องเหมียวๆแล้วฟังดูน่ากินเรอะะะะ
    #785
    0
  20. #775 The Aler (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 19:48
    จบบทที่ 1
    ผมเองถือว่าเป็นนักอ่านใหม่ของเรื่องนี้นะครับ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเรื่องเดิม
    Vol.1 เป็นเยี่ยงไร (ดูสำนวนมัน -*-)โดยปกติจะไม่ค่อยออกนอกบ้านไปอ่านเรื่องอื่นเท่าไหร่
    เรื่องที่ผมอ่านแทบนับได้เลย คือ
    1. SSS ของพี่มิว
    2. MSO ของพี่เพอร์โซ่น่า
    3. real dream online ของพี่บอมม์
    ไม่ใช่หยิ่งอะไรครับ แต่มันไม่มีเวลาจริงๆเบย - -* คิดว่าคงรู้จักกันในเฟสแล้วนะครับผม
    แนะนำตัวกันอีกครั้งครับผม The Aler ขอรับผมใช้ชื่อใน เฟสว่า จอมมายา XX X XXXX >>> (XXX เพื่อ - -*)

    มาถึงจุดความรู้สึกในการอ่านนะครับ
    ++เรื่องสำนวน ขอข้ามไปเลยนะครับเพราะแต่ละคนมีเอกลักษณ์ในการบรรยายของตัวเอง
    ดังนั้นสำนวนจึงเป็นตัวตนของนักเขียนในตอนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาวิจารณ์กันซักเท่าไหร่
    เพราะผมเองก็ยังไม่ถึงขั้น เมพแห่งการวิจารณ์
    ++เรื่องเนื้อหา จากชื่อเรื่องดูได้แล้วว่าเป็นการผจญภัยของตัวเอกที่ชื่อเครมิส เขาต้องการเป็นโจรสลัด
    ดังนั้นฉากทั้งหลายจึงอยู่ในทะเลเป็นส่วนใหญ่แน่นอน (แม้จะแวะตามเมือง) ดังนั้นอาจจมีฉาก
    ต่อสู้กันมันส์เดือดระหว่างเรือโจรสลัด (นึกถึืงเรื่อง วันพีช) อันนี้ต้องอ่านต่อไปครับ ว่าคุณดาร์กจัง
    จะทำให้มันออกมาในรูปแบบไหน แอ็คชั่นซอฟ (แนวการต่อสู้แบบบรรยายส่วนใหญ่)
    แอ็คชั่นร๊อก (แนวการต่อสู้แบบดุเดือด เน้นเสียงเอฟเฟคต่อสู้ด้วยเช่น ตูม บึ้ม วูบ ฟุบ ฟับ)
    แอ็คชั่นสตริง (แนวการต่อสู้แบบปะทะฝีปากขณะต่อสู้ อาทิ ไปตายซะ รับไปซะ ไม่มีวันแพ้หรอก เป็นต้น)
    และแอ็คชั่นอื่นๆ ซึ่งยาวมาก ยากแก่การพิมพ์ (เริ่มขี้เกียจ - -*)
    ++เรื่องคำผิด อัีนนี้ซูฮกเลยว่าเยี่ยมมาก มากกว่าผมด้วยซ้ำ เพราะผมพิมพ์ผิดบทหนึ่งอย่างน้อย 12 คำ ต่อบท
    แต่ไม่เคยแก้เลยเพราะกลัวว่าจะเป็นการไปกระตุ้นหน้าของแฟนคลับ ผมเคยลองครั้งหนึ่งแล้ว โดนแฟนคลับ
    กระหน่ำรุมน้อยใจอย่างน้อย 20 คนอัฟ เลยคิดว่าเอาไว้ตอนรีไรท์แล้วกัน ใครเห็นคำผิดก็แจ้งได้ หรือถ้า
    มันไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆก็ต้องแก้ คริๆๆ - -*
    ++เรื่องอื่นๆ ไม่มีแล้วครับ โดยส่วนตัวคุณดาร์กมีประสบการณ์มากว่าผมอีก ผมซึ่งเป็นแค่นักเขียนใหม่
    (อยู่ในเด็กดีมานานกว่า 8 ปี เขียนนิยายตั้งแต่ ม. 1) อาจจะต้องศึกษาจากเรื่องที่ท่านเขียน ดังนั้นหากมี
    อะไรที่ประกายความคิดจากผมได้ก็ยินดีครับล
    ++เรื่องอื่นๆ ที่อาจจะอื่นๆอีก (อะไรของมัน - -*) ยาวมากแล้วครับ มากเกินกว่าจะเป็นคอมเม้นท์็แล้ว
    คิดว่าโอเคแล้วล่ะครับ ขอตัวไปอ่านตอนต่อไปก่อนนะครับ
    ปล. (ไม่ต้องมีก้ได้เฟ้ย) ผมแต่งอยู่สองเรื่องครับ
    1. The Online War ฝ่าวิกฤตออนไลน์ทะลุโลก (ขึ้นภาค 2 แล้ว) >>> ได้รับคำนิยามจากท่านหลิวว่า
    เป็นมหากาพย์ออนไลน์ (150 ตอนอัฟเนี่ยนะ - -*)
    2. The Writer นักเขียนพิฆาตโลกันตร์ (30 ตอน ณ ปัจจุบัน) >>> ใกล้จะเป็นมหากาพย์อีกเรื่อง

    สำหรับวันนี้ราตรีสวัสดิ์ครับคุณดาร์กจัง ^ ^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 มกราคม 2556 / 19:39
    #775
    0
  21. #750 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 22:40
    อย่ากินน้องแมวนะ
    #750
    0
  22. #697 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 17:21
    เครมมี่..เจ้าคิดว่าสิ่งมีชีวิตที่ร้องเหมียวๆนี่น่ากิน ? // สะพรึง!!

    รู้สึกได้อารมณ์วายจริงๆ ถถถถ... 
    #697
    0
  23. #694 MyU_immi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 11:42
    จบตอนที่ 5 (ใหม่)
    อ่านดูไม่เห็นความแตกต่างจากการอ่านครั้งก่อนเท่าไหร่นัก  อาจเพราะปรับเพียงแค่วความกระชับของเรื่อง  ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่อง 

    แต่ก็อ่านเร็วและง่ายขึ้นดีเหมือนกัน ^^
    อ่านตอนต่อไป --->
    #694
    0
  24. #640 CharlotteTear (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2555 / 18:22
    เครมิสโมเอ้กว่าเดิม... // ละลายๆ

    (รู้สึกว่าจะสะกดว่า "วิ่งเปี้ยว" นะฮะ ตรง "ทั้งคู่วิ่งกันจริงจังอย่างกับแข่งวิ่งเปรี้ยว" น่ะฮะ)
    #640
    0
  25. #636 Channa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2555 / 08:58
    บทสอง
    การถูกเมินเจ็บกว่าเอามีดแทง อืมม คมแฮะ
    ฮะ ลิวอิสเป็น ผู้ชาย??
    ว่าแต่เครมิสมันจะต๊องไปถึงไหนเนี่ย YY
    พล็อตน่าสนใจค่ะ
    #636
    0