Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 49 : [CD] บทที่ 25 ก็เพราะอยากเห็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 25 ก็เพราะอยากเห็น

 

            เฮนริคัสยังคงยืนรับลมอยู่ที่ริมหาด น้ำตาเหือดแห้งไปตามเวลาที่ผ่านพ้นไป เขายืนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เช้ามืดจนพระอาทิตย์ขึ้น คลื่นและลมซัดพาเอาความโศกเศร้าให้เจือจางไปบางแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังคงฝังลึกในความทรงจำ ภาพเหล่านั้นฉายชัดขึ้นในจิตใจเสมอยามเมื่อเผลอนึกถึง การพลิกผันในวินาทีสุดท้ายเปลี่ยนผู้เสียสละจากเขากลายเป็นใครอีกคน

            ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจจะเสียสละตัวเองแท้ๆ

            แย่งกันซะงั้นเลยนะ เนินสต์

 

            ย้อนกลับไปเมื่อวาน...

            ฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้เฮนริคัสกล่าวด้วยใบหน้าเจ็บปวด ในใจลึกๆ ไม่อยากทำสิ่งที่คิดเลยสักนิดเดียว แต่ความที่ตัดสินใจไว้แต่แรกก่อนการบุกครั้งนี้แล้วว่าถ้าไม่สามารถจบเรื่องได้ด้วยการใช้ผู้นำเผ่าเป็นตัวประกัน อีกทั้งยังดูท่าว่าศึกจะยืดเยื้อมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

            เขาตั้งใจไว้แล้ว...ว่าจะปลิดชีพตัวเองซะ

            ดาบเล่มยาวบัดนี้กำลังหันคมเข้าหาผู้เป็นนายที่ต้องการจะใช้มันเป็นครั้งสุดท้ายท่ามกลางสนามรบแห่งนี้ ทั้งที่พลัดพรากจากกันมานาน เมื่อมีเหตุให้จับดาบลุกขึ้นสู้อีกครั้งก็มีเวลาร่วมกันเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นคู่หูคู่ชีวิตเคียงข้างกันมาไม่ต่างจากเป็นส่วนหนึ่งกับตัวเขา

            หน้าที่ครั้งสุดท้ายกลับเป็นการสังหารเจ้านายตัวเอง

            หากดาบเล่มนั้นพูดได้...มันคงร้องไห้แทนถ้อยคำ

            ฉึก!

            ดาบเล่มนั้นปักลงที่กลางอกจนเลือดข้นไหลทะลักออกจากบาดแผลย้อมเสื้อผ้าให้กลายเป็นสีแดงสด ร่างนั้นกระอักเลือดออกมาครั้งหนึ่ง แม้ใช้มือข้างหนึ่งปาดเช็ดแล้วก็ยังคงเหลือคราบเลือดจางๆ ที่มุมปาก ที่ทำไปคงหวังที่จะส่งรอยยิ้มครั้งสุดท้ายให้คนสำคัญ

            เพื่อบอกว่าเขาไม่เป็นไร และอย่าเสียใจไปเลย

            ทุกคนไม่ว่าเผ่าพันธุ์ใดต่างนิ่งเงียบเหมือนลืมหายใจ พากันหยุดการเคลื่อนไหวคล้ายถูกจับแช่แข็ง ไม่มีใครกล้าเปล่งเสียงออกมาแม้แต่คำเดียว ความหนาวเย็นแล่นเข้าจับหัวใจอย่างห้ามไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่มีความเกี่ยวพันกับผู้ที่หายใจรวยรินอยู่ตรงหน้ามากที่สุด

            เขาแทบจะตายให้ได้เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

            ความจริง...ที่เนินสต์แย่งดาบของเขาไปในวินาทีสุดท้าย

            ทำไม...เฮนริคัสรีบเข้าไปประคองร่างที่เสียงหายใจขาดหายเป็นช่วงๆ ไม่สม่ำเสมอประหนึ่งคนใกล้ตาย ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ!”

            เนินสต์พยายามฝืนยิ้ม เขารู้ดีว่านี่เป็นการตัดสินใจที่บ้าเอามากๆ บ้าจนไม่คิดว่าตัวเองจะลงมือทำจริงๆ ทั้งที่อุตส่าห์เฝ้าตามหาคนบางคนมาตลอดตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อห้าหกปีที่แล้ว พอได้เจอกันกลับต้องมาลงเอยแบบนี้เสียได้ ก็ไม่ต่างจากที่คุณตัดสินใจหรอกน่า

            เพราะถ้าเขาไม่ทำแบบนี้...เฮนริคัสก็จะเป็นฝ่ายสังหารตัวเองเพื่อจบเรื่องอยู่ดี

            มันก็เหมือนกันนั่นแหละ สำหรับเนินสต์แล้ว ถ้ายังไงซะก็ไม่มีทางได้อยู่ด้วยกัน เขาขอยอมเป็นฝ่ายจากไปดีกว่า เพราะทั้งชีวิตของเขาอยู่เพื่อคนตรงหน้า มีเพียงคนคนนี้เท่านั้นที่เขายอมให้ได้ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิต ต่างจากอีกฝ่ายที่ตอนนี้ยังมีคนต้องการ มีคนรอให้กลับไปหา...กลับเป็นเด็กชายที่ชื่อ ฮอฟฟ์ จาโคบัส

            ถึงจะรู้ดีว่าสำหรับเฮนริคัสแล้วเขาย่อมเป็นที่หนึ่ง แต่ก็อดเจ็บใจไม่ได้ที่เขาไม่มีโอกาสอยู่เคียงข้างพี่ชายเพียงคนเดียวของเขาเหมือนคนเหล่านั้น

            เราสองคนไม่มีทางได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขอยู่แล้ว...พี่ก็รู้ เนินสต์กลับมาเรียกคนตรงหน้าว่า พี่ เหมือนเมื่อก่อนเพราะรู้ว่าหากไม่เรียกตอนนี้ก็ไม่รู้จะมีโอกาสเรียกอีกสักกี่ครั้ง จากอุณหภูมิร่างกายที่เริ่มลดลงเพราะเสียเลือดไปมากเขาก็รู้ตัวเองดี

            รู้ว่าอยู่ได้อีกไม่นาน...

            ช่วยไม่ได้ผมไม่ได้แข็งแรงแบบมังกรนั่นนี่นา

            อย่าพูดอีกเลย เดี๋ยวฉันรีบพาคนมาช่วยรักษา อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ!” เฮนริคัสพยายามนึกว่ามีใครบ้างที่สามารถใช้เวทรักษามาช่วยยื้อชีวิตที่อยู่ตรงหน้า แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามันคงไม่ได้ผล เพราะเผ่ามัจฉาไม่ใช่พวกที่อยู่สายการรักษาอยู่แล้ว

            แค่รักษาแผลฟกช้ำ รอยแผลขีดข่วนได้ก็บุญแล้ว

            กับการแทงเข้าจังๆ ที่กลางอก...ท่าจะยาก

            เนินสต์ส่ายหน้านิดๆ เหมือนต้องการสื่อว่าทำไปก็ไร้ค่า ผมทำแบบนี้พี่จะได้เป็นอิสระสักที

            “อิสระ?”

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจเนินสต์จึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เค้นเอาพลังที่เหลืออยู่เพื่อบอกสิ่งที่ตัวเองคิดก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีก เป็นอิสระจากชื่อเฮนริคัส แวนท์ ไม่ต้องเป็นผู้นำทัพอะไรนั่นอีกแล้ว ไม่ต้อง...เป็นเผ่ามัจฉา

            เพราะผมรู้ดีว่าพี่อยากสลัดอดีตเหล่านั้นมาตลอด

            แต่นายก็ไม่ควรที่จะมาตายแทนฉัน!” ร่างเล็กถึงกับตะคอกเสียงดัง เขาไม่อยากเห็นเลยจริงๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาเกลียดการต่อสู้ในสงคราม เพราะมันมักจะพรากเอาชีวิตหนึ่งไปเสมอ ไม่ใช่การประลองความสามารถแบบที่ทำกันตามงานต่างๆ แต่เป็นการต่อสู้ที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน มีชีวิตที่ต้องดับสูญเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ บางครั้งอาจไม่ใช่คนที่สนิทอะไรกับเขา ไม่ได้สำคัญอะไรกับเขา

            แต่คนเหล่านั้น...ย่อมสำคัญกับใครคนอื่น

            เป็นต้นว่าครอบครัว

            เนินสต์นิ่งไปครู่หนึ่ง ร่างกายอ่อนแรงเริ่มขยับเขยื้อนไม่ได้อย่างที่ใจต้องการ อยากจะใช้มือของตนช่วยปาดน้ำตาที่ระรื่นอยู่ขอบตาคนสำคัญของตัวเองก็ทำไม่ได้ อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงจนน่าใจหาย เขารู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองที่ใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ

            คล้ายมีพญามัจจุราชยืนรอรับวิญญาณอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

            ผมขออะไรอย่างนึงนะ...เนินสต์ใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อส่งยิ้มที่สดใสที่สุดจนไม่เหมือนคนใกล้ตายส่งให้กับคนที่เขาทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างให้ มีชีวิตต่อไปด้วยรอยยิ้มนะ ฮอฟฟ์

            เขาทำท่าจะพูดอะไรต่ออีกนิดหน่อยแต่เรี่ยวแรงกลับหมดลงไปดื้อๆ นึกเจ็บใจที่ตัวเองปล่อยให้เวลาก่อนหน้านี้หลังความจริงเปิดเผยสูญเปล่าไป ทั้งที่มีโอกาสคุยกันตั้งมากมาย เพราะมัวแต่สนเรื่องสงครามตรงหน้าจนลืมไปว่าอาจจะไม่ได้จบสงครามโดยมีชีวิตด้วยกันทั้งสองฝ่าย เปลือกตาค่อยๆ ปิดลงพร้อมสิ่งสุดท้ายในความคิดที่ไม่สามารถสื่อออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้ตลอดกาล

            ผมรักพี่นะ...พี่เฮนริคัส

            เมื่อเห็นว่าร่างในอ้อมแขนนิ่งไปเฮนริคัสก็เริ่มใจเสีย หัวใจกระตุกวูบรับรู้ถึงลางร้าย ภาพเดิมๆ ย้อนกลับเข้ามาทำร้ายจนแทบทรุด ความทรงจำของเด็กชายที่ชื่อฮอฟฟ์และความรู้สึกของเด็กคนนั้นตอนที่สูญเสียพี่ชายมันไม่ต่างอะไรกับเขาตอนนี้ที่ต้องสูญเสียคนตรงหน้า

            ความจริงอันน่าเจ็บปวดที่ว่า...ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาจากไปแล้ว

            น้องชายคนเดียวของเขา

            อย่าล้อเล่นนะ...เฮนริคัสกระชับอ้อมแขนกอดร่างนั้นเหมือนอยากฉุดรั้งไม่ให้อีกฝ่ายจากไปไหนแม้รู้ว่ามันคงไม่ช่วยอะไร ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับคนที่มือเปื้อนเลือดอย่างเขา จะมาทิ้งกันง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง

            ทั้งๆ ที่นายก็เจ็บปวดมามากเพราะฉัน ไม่สิ...เพราะพี่

            ฝ่ายที่ควรจะจากไป ฝ่ายที่ควรจะต้องขอโทษกับทุกสิ่งที่ผ่านมาควรจะเป็นเขา ไม่ใช่ใครอื่น ปล่อยให้เนินสต์ตามหามาตลอดหลายปีไม่พอ ยังเป็นต้นเหตุให้คนคนนั้นต้องต่อสู้เป็นหุ่นเชิดให้กับพวกสภาที่เขารู้ดีกว่าใครว่ามันเหนื่อยและสมเพชตัวเองแค่ไหน

            ต้องรับตำแหน่งนั้น...เพียงเพื่อจะได้ตามหาเขา

            เหมือนว่าพวกนั้นจะให้การสนับสนุนความคิดของเขา แต่ไม่เลย ความจริงมันสะท้อนให้เห็นอยู่ชัดๆ ว่าทั้งหมดก็เป็นหมากกระดานหนึ่งที่มีเขาเป็นเบี้ย จะเขี่ยทิ้งเปลี่ยนเป็นตัวใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ ทั้งๆ ที่รู้ก็ยังปล่อยให้คนอื่นต้องมารับเคราะห์แทน

            โดยเฉพาะเมื่อ คนอื่นที่ว่า...คือน้องชายตัวเอง

            แม้จะเป็นน้องชายต่างสายเลือดก็ตาม

            ทุกอย่างมันเป็นความผิดของฉันสินะ...เฮนริคัสคลายอ้อมกอดแล้วยกมือที่เปื้อนไปด้วยเลือดของคนสำคัญขึ้นมอง กลิ่นฉุนคาวที่เขาคลุกคลีด้วยมาตลอดช่วงที่ออกรบ อาบเลือดของคนอื่นมามากจนในที่สุดก็มีวันที่ต้องเปรอะเปื้อนด้วยเลือดของคนที่สำคัญต่อเขา ทำไมยังให้โอกาสพี่มีชีวิตอยู่ต่อล่ะ เนินสต์

            ทั้งๆ ที่พี่เป็นคนดึงนายเข้ามาในวังวนอันน่าอดสูนี้!

         พี่ที่ทำให้นายอยากมาเป็นทหาร พี่ที่เป็นคนฝึกสอนการต่อสู้ให้นาย และพี่...ที่ทำให้นายต้องเลือกที่จะเสียสละ

         ทำไมเนินสต์...ทำไม เฮนริคัสยังคงพึมพำถ้อยคำนั้นซ้ำไปซ้ำมายามมองร่างที่ไร้ชีวิตในอ้อมแขน คำถามที่รู้คำตอบดีกว่าใครแต่ก็อยากให้คนคนนี้ลุกขึ้นมาตอบ ยิ่งเห็นเปลือกตาที่ปิดสนิทของเนินสต์ยิ่งทำให้เขาแทบเป็นบ้า อยากจะหลอกตัวเองว่าเนินสต์คงแค่เหนื่อยจนหมดสติไป อยากเชื่ออย่างนั้น ไม่อยากยอมรับความจริงที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

            ความจริงที่หัวใจดวงนั้นหยุดเต้นไปแล้ว

            “ไม่เป็น...ไรนะเครมิสเขยิบตัวเข้ามาใกล้อย่างกล้าๆ กลัวๆ เขายังไม่มั่นใจนักว่าเด็กชายตรงหน้าพร้อมที่จะเปิดใจรับฟังเขามากน้อยแค่ไหน

            เพราะถ้าเป็นเขาต้องมาเจอคนสำคัญตายต่อหน้า...คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน

            ห้ามใจไม่อาละวาดทำลายทั้งหมู่บ้านก็ถือว่าสุดยอดแล้ว

            เฮนริคัสหันไปมองด้วยแววตาเหม่อลอย เรือนผมสีเทาบัดนี้เปื้อนไปด้วยสีแดงเลือด ใบหน้าที่มีทั้งคราบน้ำตาและคราบเลือดผสมปนเปกันจนเลอะเทอะ บ่าทั้งสองสั่นนิดๆ คล้ายพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ประดังเข้ามาไม่มีหยุดแม้สักวินาที

            ฉัน...

            เขาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อหันไปมองร่างที่ไร้ชีวิตใกล้ๆ ก็นึกถึงคำพูดสุดท้ายที่อีกฝ่ายขอเขาเอาไว้ เสียงนั้นยังคงดังก้องในจิตใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้ายิ้มแย้มของคนใกล้ตายบางคนนั้นจะประทับอยู่กับเขาไปอีกนานในห้วงความฝัน

            เฮนริคัสสะบัดหน้าเพื่อไล่ความคิดในทางลบของตัวเองออกไป พยายามทำในสิ่งที่ใครบางคนขอเอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย ร่างเล็กสูดหายใจเข้าลึกๆ ฝืนยิ้มอย่างที่ใจไม่ต้องการเลยสักนิด

            แต่ที่ทำ...

            ต่อไปนี้ไม่มีเฮนริคัส แวนท์อีกต่อไปแล้วเขาพูดประโยคนั้นโดยนึกถึงภาพเนินสต์ที่น่าจะคอยให้กำลังใจเขาอยู่ห่างๆ แม้เป็นเพียงวิญญาณ มีแต่ ฮอฟฟ์ จาโคบัสเด็กชาววิหคธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

            ทั้งหมดนี้เพื่อไถ่โทษและทำตามคำขอของคนเพียงคนเดียว

            ชีวิตที่เหลือนี้พี่จะใช้มันแทนนายเอง

         เฮนริคัสหรือตอนนี้คือฮอฟฟ์เอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของผู้ที่ตอนนี้นอนอยู่ที่พื้นอย่างสงบเหมือนแค่หลับไป เป็นเจ้าชายนิทราที่ไม่มีทางฟื้นตื่นขึ้นมาเพียงเพราะจุมพิตเหมือนในเทพนิยาย ทั้งหมดนี้ทำให้เขานึกถึงสมัยเด็กๆ ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน นอนห้องเดียวกัน เป็นครอบครัวที่เกิดขึ้นจากการให้คำสาบานแบบเด็กๆ แม้ไม่มีความสัมพันธ์กันด้านสายเลือดใดๆ

            แต่ในด้านจิตใจพวกเขาก็คงไม่แพ้ใคร

            หลับให้สบายนะ

            เนินสต์ น้องชายเพียงคนเดียวของพี่ จากนี้...และตลอดไป

           

            หลังจากการสละชีวิตของตนเองเพื่อหยุดสงครามทำให้ฝ่ายมัจฉาที่เห็นผู้นำของตนทั้งสองอ่อนแอ ไร้กำลัง ไร้ทางสู้ก็พลอยหมดกำลังใจ หนีกระเจิดกระเจิง ทางด้านวิหคไม่ได้ใจร้ายขนาดจะจับศัตรูมาเป็นเชลย เพราะรู้ว่าการทำแบบนั้นก็คล้ายสานต่อเส้นใยแห่งการแก้แค้นให้ยาวขึ้นกว่าเดิม พวกเขาไม่อยากให้การเสียสละของคนคนหนึ่งต้องสูญเปล่าลงจนกลับมาอยู่ในวงจรแห่งการฆ่าฟันอีก

            แล้วมันก็จะไม่จบสักที...สงครามบ้าๆ นี่

            โดยเฉพาะเมื่อสงครามเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะความต้องการของคนเพียงกลุ่มเดียวคือสภาผู้มีอำนาจสูงสุดในหมู่ชาวมัจฉา ทั้งที่จริงแล้วประชาชนไม่ได้มีความรู้สึกอยากได้สมบัติแห่งชาววิหคอะไรนั่นเลยสักนิด ได้มาก็แค่บินได้เท่านั้น ไม่ต่างจากเด็กอยากได้ของเล่น

            จะมีประโยชน์อะไรมากมายในเมื่อพวกเขาอาศัยอยู่ชายทะเลไม่ใช่ตามป่าเขา

            แน่นอนว่าต้องมีบางคนที่โกรธแค้นชาววิหคที่พรากคนในครอบครัวของเขาไป แต่ในทำนองเดียวกัน หากคิดให้ถี่ถ้วนแล้วก็จะพบว่าในสงครามต่างฝ่ายต่างสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปทั้งนั้น ยิ่งเกิดสงครามล้างแค้นซ้ำไปซ้ำมาก็คงหนีไม่พ้นกับปัญหาเดิมๆ

            การสูญเสียคนที่ตัวเองรัก

            ดังนั้นเผ่าพันธุ์อื่นๆ จึงเลิกความคิดที่จะขยายอาณาเขต หรือเพิ่มอำนาจของตัวเองด้วยการทำสงครามตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน เพราะสิ่งที่สูญเสียไปนั้นมากกว่าที่ได้รับมา หากไม่เดือดร้อนด้านอาณาเขตหรือทรัพยากรมากจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสงคราม

            เพราะสงคราม...ย่อมต้องใช้เสบียงและกำลังคน

            หากไม่ชนะหรือถึงจะชนะสุดท้ายก็ผลาญทรัพยากรอันมีค่าไปอยู่ดี

            สัญญาระหว่างเผ่าพันธุ์จึงเกิดขึ้น คล้ายเป็นจุดร่วมให้ถอยกันคนละก้าว เผ่าพันธุ์ใดประสบปัญหาร้ายแรงก็ให้ยื่นเรื่องไป อาจได้รับความช่วยเหลือจากบ้าง หรือแบ่งพื้นที่ให้บ้างตามแต่จะตกลงกัน นี่คือการแก้ไขปัญหาอย่างคนมีปัญญา

            ไม่ใช่จมอยู่แต่กับความดิบเถื่อนกระหายการต่อสู้

            หัวหน้าเผ่าวิหคที่เกือบได้เป็น อดีตเพราะถูกจับเป็นตัวประกันเลือกที่จะจบเรื่องนี้อย่างสันติ เขาอยู่ในเหตุการณ์มาตลอดตั้งแต่ที่เครมิสเข้ามาช่วยเอาไว้ เนื่องจากจะหนีออกจากฉากไปเลยก็หมดแรงเอาดื้อๆ อีกทั้งก็เชื่อใจในการตัดสินใจของคนเหล่านี้ว่าจะนำพาเอาคำตอบที่เหมาะสมออกมาได้

            กับไม่แน่ที่ก้าวขาไม่ออกอาจมาจากการที่ยังทำใจไม่ได้กับภาพเด็กชายที่ตนเอ็นดูหันคมดาบเข้าใส่

            อย่างที่รู้ๆ กันว่าพี่ชายของฮอฟฟ์คือผู้ที่ได้รับเลือกเป็นว่าที่หัวหน้าเผ่าคนต่อไป ดังนั้นก็นับญาติกันสนิทไม่ต่างอะไรกับพ่อลูก เมื่อเขาคนนั้นตายจากไปหัวใจของผู้เป็นพ่อย่อมแตกเป็นเสี่ยงๆ ยามพบกับฮอฟฟ์ที่หายสาบสูญไปก็ทำให้คนแก่อายุมากใกล้ลงโลงคนนี้มีกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อ

            แล้วเรื่องก็พลิกกลับกลายเป็นอย่างที่เห็น

            เมื่อวิญญาณข้างใน...ไม่ใช่ ฮอฟฟ์ จาโคบัสอย่างที่คิด

            ตลอดเวลาที่ฟังเรื่องราวต่างๆ ก็รับรู้ได้ว่าผู้นำทัพหนุ่มที่อยู่ในร่างเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายกระหายการต่อสู้แต่อย่างใด ที่ทำไปก็เพื่อปกป้องคนที่อยู่เบื้องหลัง พยายามจบสงครามยืดเยื้อนี้ให้ได้ด้วยน้ำมือของตัวเอง แม้สุดท้ายจะไม่สำเร็จก็ตาม

            จึงมีการสูญเสียอยู่เรื่อยๆ ตลอดห้าหกปีที่ผ่านมา

            ...รวมถึงครั้งนี้

             เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยวนเวียนไปไม่มีที่สิ้นสุดจึงเลือกทางออกที่บางคนอาจไม่ชอบใจนัก ชาววิหคหนุ่มๆ สาวๆ ต่างคิดว่าฝ่ายมัจฉาทำกับพวกเขาไว้มากก็ควรเอาคืนให้สาสม แต่คนที่มีหัวคิด ใช้สติจริงๆ จะเข้าใจว่าทางเลือกนี้ดีที่สุดแล้ว

            เพื่อไม่ให้ใครต้องเสียสละอีก

            ทั้งฝ่ายวิหค...และฝ่ายมัจฉา

            “เวอเนอร์ไม่เป็นอะไรนะ?” เครมิสโผล่หน้าเข้ามาในห้องพักเพื่อมาเยี่ยมเพื่อนใหม่ของเขา ตอนนี้เครมิสไม่มีอารมณ์จะเพี้ยนชื่อให้เหมือนที่ปกติมักจะทำ หรือเพราะไม่ได้สนิทอะไรมากเลยขี้เกียจตั้งให้ก็ไม่ทราบ แผลหายดีหรือยัง

            “ต้องขอบคุณคุณ...เวอเนอร์ทำท่าจะเรียกแต่ก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้จักชื่ออีกฝ่าย

            ฟ่องฟ่อง

            สิงโตหนุ่มต่อให้จนจบ เพราะแม้ช่วงที่มาถึงหมู่บ้าน พาเครมิสมาพักเขาจะเจอหน้าว่าที่ผู้นำเผ่าคนนี้แล้วช่วงเตรียมการรบ แต่ไม่มีความคิดที่จะมาแนะนำตัวใดๆ ทั้งสิ้น สาเหตุที่มาหมู่บ้านเพียงเพื่อรักษาใครบางคนที่สภาพครึ่งเป็นครึ่งตายทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้คุยกันดีๆ โดยไม่มีลิวอิสเป็นสื่อกลางการเจรจาแบบทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา

            เวอร์เนอร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะส่งยิ้มให้ ขอบคุณครับ คุณฟ่องฟ่อง

            การชะงักนั้นไม่มีทางรอดพ้นสายตาของเครมิสและฟ่องฟ่องไปได้ มังกรหนุ่มแอบขำในใจด้วยซ้ำเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนรักของตนที่เหมือนกำลังบ่นไม่พอใจเรื่องชื่อ

            แหงล่ะ ชื่อฟ่องฟ่องเป็นอะไรที่แปลกจะตายไป ไม่เข้ากับหน้าตาเลยสักนิด อาจจะพอเข้ากับชื่อบ้างสักนิดถ้าอยู่ในร่างสิงโต แต่ร่างคนตอนนี้...คนละขั้วโดยสิ้นเชิง

            ก็แล้วมันเพราะใครล่ะข้าถึงต้องใช้ชื่อบ้าๆ นี่

            ฟ่องฟ่องแอบนินทาในใจ คนที่ตั้งชื่อประหลาดๆ นี้ให้กับเขาก็คงหนีไม่พ้นเครมิส ดิมอส หลายคนอาจคิดว่ามีฟ่องฟ่องคนเดียวที่เครมิสสนิทด้วยแล้วไม่เพี้ยนชื่อจนมั่ว

            เปล่าเลย...เพราะนั่นไม่ใช่ชื่อเขาแต่แรก!

            ถึงงั้นก็ยอมใช้อยู่ดีหลังโดนเรียกมาตลอดหลายสิบปี

 

            พวกเขามีเวลาอยู่ที่หมู่บ้านเพียงไม่นานนักก็ต้องเตรียมตัวออกเดินทางต่อ เพราะแม้หัวหน้าเผ่า รวมทั้งเวอเนอร์จะยินยอมให้พวกเขาอยู่พัก แต่คนในหมู่บ้านบางคนคงจะไม่เห็นด้วย เครมิสน่ะไม่เท่าไหร่ แต่คงทำใจลำบากที่จะเห็นฮอฟฟ์เดินสบายใจเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

            และเจ้าตัวก็ทราบจุดนี้ดี...ว่าเขาเป็นต้นเหตุของเรื่องทุกอย่าง

            มันไม่ใช่แค่การที่เขาเคยเป็นผู้นำทัพ แต่เป็นเพราะการสาบสูญไปของเขาเมื่อห้าหกปีก่อนทำให้เนินสต์เองก็มาสานต่อตำแหน่งอีกทั้งยังมุ่งมั่นที่จะตามกวาดล้างหมู่บ้านต่างๆ ตามเกมของพวกผู้เฒ่าเพียงเพื่อจะตามหาเขา เรื่องคราวนี้ก็เช่นเดียวกัน

            แล้วยังไม่รวมที่เขาเอาหัวหน้าหมู่บ้านมาเป็นตัวประกันอีก

            พร้อมเดินทางหรือยังเสียงหนึ่งเรียกให้ฮอฟฟ์ที่ยืนเหม่ออยู่ตื่นจากภวังค์ คนที่ดึงเขาออกมาจากความเศร้าได้เสมออย่างน่าประหลาดใจ รอยยิ้มที่เขาหลงใหลมาตลอดตั้งแต่ที่ได้เจอกัน รอยยิ้มที่ทำให้จิตใจผ่อนคลายลงเหมือนชำระเอาความเศร้าหมองทั้งหลายออกไป

            แม้จะเคยเข้าใจผิดว่านั่นทำให้นึกถึงพี่ชาย ของเขา

            ทั้งที่ความจริงเขานี่แหละเป็นคนสังหารคนคนนั้น

            ครับฮอฟฟ์กลับมาใช้สรรพนามหรือลักษณะการพูดเหมือนแต่ก่อน เขาต้องการฝัง เฮนริคัสไปพร้อมๆ กับสงครามครั้งนี้ พี่เครมิสจะเดินทางไปไหนต่อเหรอฮะ?”

            รวมถึงฝังไปพร้อมๆ กับน้องชายคนเดียวของเขา...เนินสต์

            “ไม่รู้เหมือนกันเครมิสตอบแทบจะทันที บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้หยุดคิดเลยสักนิด เราอยากไปให้ทั่ว ไปไหนก็ได้ที่มีเรื่องสนุกๆ

            มังกรหนุ่มยิ้มร่าเริงสดใสเหมือนดวงตะวันที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า เขาลบความรู้สึกเจ็บปวด ความโศกเศร้าออกไปจากสาระบบความคิดทั้งหลาย ไม่ให้กลับมาสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เขาอีกเป็นอันขาด จะเรียกว่าเป็นคนอยู่กับปัจจุบันก็คงได้

            แต่ไม่รู้ว่านี่เพราะเครมิสเป็นคนอย่างนั้นจริงๆ หรือ...เป็นระบบป้องกันจิตใจตัวเองกันแน่

            หลายคนเลือกที่จะอยู่ในโลกของความฝันเพื่อจะได้ลืมความจริงอันแสนโหดร้ายที่ซัดเข้าใส่อยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต

            เครมิสเองก็เช่นกัน

            ใครจะอยากแบกรับความทรงจำอันขมขื่นกันล่ะ ถ้าเลือกได้ใครๆ ก็ย่อมอยากลืมเรื่องเหล่านั้น

            ไม่งั้นจะเดินหน้าต่อได้อย่างไร

            ฮอฟฟ์แอบหลุดขำกับความใสซื่อของใครบางคน แต่คงเพราะเครมิสเป็นแบบนี้ถึงทำให้เขายังอยากจะร่วมเดินทาง อยากจะใช้ชีวิตที่มีผู้เสียสละแทนเขาไปมากมายนี้ต่อไป เนินสต์เองก็คงคิดแล้วว่าหากตัวเองเป็นฝ่ายจากไป เขาก็ยังอยู่ได้

            ยังมีคนที่ยอมรับเขา...

            เพราะหากมาคิดดูดีๆ ถ้า เฮนริคัส เป็นฝ่ายเสียสละ วันนั้นก็คงเป็นวันสุดท้ายของชีวิตชายที่ชื่อ เนินสต์ ด้วยเช่นเดียวกัน

            ดังนั้นเลือกระหว่างการจากไปด้วยกันทั้งคู่ เนินสต์จึงอยากให้พี่ชายเพียงคนเดียวของเขาได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ มีครอบครัวใหม่ที่จะไม่ทอดทิ้งเขา

            เด็กชายเดินนำขึ้นเรือไปก่อน ทีแรกเครมิสก็ตั้งท่าจะเดินตามไปแต่กลับมีบางสิ่งบางอย่างฉุดรั้งเอาไว้ เมื่อหันหลังกลับไปก็พบร่างเล็กไม่ต่างจากเพื่อนร่วมเดินทางของเขาที่เดินนำลิ่วอยู่ด้านหน้า เพียงแต่รายนี้มีเส้นผมสีส้มพร้อมนัยน์ตาสีเหลืองทอง

            เด็กน้อยที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน

            ไม่รู้ทำไมแววตาคู่นั้นถึงสะกดให้ขาทั้งสองของเขาจำต้องวกกลับ เดินเข้าไปใกล้เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็น เนื่องด้วยความสูงที่ค่อนข้างมากกว่าพอสมควรทำให้เครมิสมองไม่เห็นสีหน้าของเด็กน้อยนักเมื่อมายืนประชิดกัน

            และแล้วความเงียบก็ถูกทำลายลง

            ผมให้พี่ครับ

            เด็กชายแปลกหน้าเงยหน้าขึ้นพร้อมยื่นหนังสือเล่มหนาที่แขนบางๆ ไม่น่าจะแบกรับน้ำหนักเอาไว้ได้ มังกรหนุ่มรับมาด้วยความมึนๆ แต่ก่อนที่จะทันได้เอ่ยถามรายละเอียดไปมากกว่านี้ก็พบว่าอีกฝ่ายหายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว ลองร้องเรียกดูก็ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ

            ถ้าไม่มีหนังสือเล่มนี้เป็นเครื่องยืนยันเขาคงคิดว่าตัวเองกำลังฝันกลางวัน

            เด็กคนนั้นเป็นใครกันเครมิสมองหนังสือในมือสลับกับผืนป่าที่คาดว่าอีกฝ่ายน่าจะกลับเข้าไปในนั้น เขาไม่รู้ว่าเด็กน้อยคนนี้เป็นใคร มาจากไหน รู้จักเขาได้ยังไง และทำไมถึงมอบหนังสือเล่มนี้ให้กับเขา

            จะทำเป็นลืมๆ เรื่องนี้ไปซะก็ได้แต่ลึกๆ แล้วกลับรู้สึกว่าคนคนนี้มีความสำคัญไม่แพ้ใครเช่นกัน ความรู้สึกคุ้นเคยที่น่าประหลาดก่อตัวขึ้นเพียงครู่หนึ่งจนเกิดคำถามขึ้นถามตัวเอง

            ทำไมกันนะ?

            คำถามที่ไม่มีทางได้รับคำตอบ...อย่างน้อยก็ในเร็วๆ นี้

 

            เด็กชายผู้มากไปด้วยปริศนามองตามมังกรหนุ่มจนอีกฝ่ายกลับขึ้นเรือพร้อมออกเดินทางต่อ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าอ่อนเยาว์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายแต่เขาก็จัดการไปตามแผนที่ได้วางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์และการมอบหนังสือนั่นให้กับเป้าหมาย

            เผ่ามัจฉาที่คราวนี้ได้รับการสนับสนุนลับๆ จากอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง แม้หลายๆ อย่างจะผิดแผนไปบ้างเพราะไม่คิดว่าคนที่ เสียสละจะเป็นเนินสต์

            ทั้งที่เขาอยากเห็นใบหน้าที่เศร้าสร้อยของใครบางคนยามเห็นฮอฟฟ์หรือก็คือเฮนริคัสจากไปแท้ๆ

            ไม่สนุกเลยแฮะพอคิดถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเด็กชายก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วยิ่งนึกถึงอีกเหตุการณ์ที่ตนมีส่วนร่วมก็พาลทำให้หงุดหงิดใจยิ่งกว่าเดิม คราวนั้นก็เหมือนกัน ไม่คิดว่าจะทนอาการคลุ้มคลั่งได้มากกว่าที่คิด

         อุตส่าห์วางยาไปตั้งเยอะ ต้องขอนับถือในความอดทนล่ะนะ

         การวางยาครั้งนั้นคือครั้งที่ลิวอิสทนไม่ไหวจนคืนสู่ร่างแวมไพร์ของตนเอง แม้จะควบคุมตัวเองไม่ได้นักแต่เพราะเครมิสกลับมาทันจึงไม่เกิดการนองเลือดอะไร ไม่เช่นนั้นเมื่อได้สติคงจะโทษตัวเองเป็นแน่หากเห็นร่างอันไร้ชีวิตของบรรดาชาวบ้าน รวมทั้งเด็กๆ ที่มารับของบริจาคเมื่อคราวปล้นคฤหาสน์ที่ฮอฟฟ์เคยอยู่

            จะเป็นยังไงต่อนะ...พวกพี่ๆ คงต้องเตรียมใจให้พร้อม

         เพราะผมคงไม่ยอมเลิกการ เอาคืนครั้งนี้ง่ายๆ ซะด้วยสิ

            เด็กชายหัวเราะในลำคอแล้วจึงหายเข้าไปในความมืด

            ความมืดที่เป็นเหล่า แวมไพร์ ชื่นชอบ

 

            ไม่กี่นาทีต่อมาหลังเรือแล่นออกจากฝั่งเครมิสที่ลองเปิดหนังสือเล่มหนาอ่านก็พลันหมดสติไปเสียอย่างนั้น สร้างความวุ่นวายให้กับทุกคน ไม่ว่าจะลองปลุกเท่าใดก็ไม่เป็นผล จากทีแรกที่คิดว่าคงเป็นการเล่นละครตบตาหาเรื่องแกล้งของเครมิส ทว่าทำอย่างไรก็ไม่ลุกขึ้นมาซ่าเหมือนเคย ต่างฝ่ายต่างร้อนใจไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี แม้แต่ฟ่องฟ่องที่รู้จักเครมิสมากที่สุดยังแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            และนั่น...คือความต้องการของเด็กน้อยผมส้มคนนั้น

 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------

2/11/2013

            บทสุดท้ายแล้วกับเนื้อหาของสงครามวิหค เนินสต์ผู้เสียสละชีวิตของตนเอง จากไปอย่างสงบ คิดว่าบทนี้คงไม่ได้ค้างอะไรเท่าไหร่เพราะเป็นเหมือนทะเลสงบเตรียมรับพายุอีกระลอก รออ่านครึ่งหลังโลดจ้า (ตอนครึ่งหลังจะมีมาเผยปมอีกนิดๆ ด้วย ใกล้เข้าช่วงดราม่าหนูเครมิสแล้ว!!)

 ---------------------------------------------------------------------------------------------
 

10/11/2013

            เมื่อวานไม่ได้ลงตอนแรกเกิดจากความขี้ลืมของตัวเอง แต่พอนึกได้ว่าไหนๆ เดี๋ยวเพื่อนก็จะส่งภาพเครมิสมาให้แล้ว (นัดส่งงานน่ะ เพราะไม่งั้นจะทำสมุดไม่ทัน) ก็เลยกะว่ามาอัพเดตทีเดียววันนี้เลยดีกว่า(วันอาทิตย์) เรื่องภาพกับปกสมุดยังไงเดี๋ยวขึ้นตอนใหม่แล้วกันจะได้ไม่ยาวเกิน สำหรับตรงนี้ขอคุยเฉพาะเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง

            คุ้นๆ ไหมกับการที่หนูเครมิสหมดสติไป (เฉพาะคนเคยอ่านฉบับก่อนรีไรต์มาก่อนนะคะ) เพราะงั้น...เข้าสู่ช่วงที่หนูเครมิสจะต้องเจอกับความเครียดแล้ว >w<

            อย่างที่เคยบอกไปว่าช่วงนี้ไม่ว่างเขียนตอนใหม่...เพราะงั้นจนกว่าจะวันที่ 19/11 ที่ประกาศผลสอบ จะยังไม่ขอลงตอนใหม่นะคะ รออีก 9 วันเอง...

            หากติดอะไรเรียบร้อยจะกลับมาอัพทุกอาทิตย์ต่อแน่นอนค่ะ

            แล้วไว้เจอกันนะคะ >w<


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1372 butterfly-white (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 10:32
    อ้อ!!!เข้าใจจากบทที่แล้วล่ะ สรุปคือเนินสต์ตายแทน

    แล้วเครมิสนี่ความจำเสื่อมด้วยรึป่าว จริงๆเครมิสนี่เก่งกว่าที่เห็นตอนนี้ใช่ไหม อาจจะเหมือนพ่อตัวเองไรงี้ 5555
    #1,372
    0
  2. #1254 Nendtime (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 10:28
    เกิดอะไรกับเครมิสอ๊ะ มาต่อเดียวนี้น้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #1,254
    0
  3. #1210 Em.S.End (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 16:18
    โอ๊ะ มันกำลังจะมาแล้ว เครมิสในเวอร์ดราม่า//ลุ้น
    #1,210
    0
  4. #1206 Em.S.End (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 / 20:37
    อยากได้ดราม่าเครมิสสสสสส//ร่ำร้องวอนโดนตบแล้วฉัน
    #1,206
    0
  5. #1205 fakan (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 20:31
    เรื่องมันเศร้าจริงนะ กระซิกๆTT เข้มแข็งไว้นะฮอฟฟี่ รอตอนต่อไปนะค้าาาา ปล.หายไปช่วงนึง ไม่ได้อ่านหรือเม้น อย่าว่าเค้าน้าาา เข้าม.5 เทอมสองนี่งานเยอะดีจังTT รายงานสามเล่มตั้งอาทิตย์แรกเลย...
    #1,205
    0
  6. #1200 นีไนล์ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 11:45
    บทนี้เศร้าอ่าาา TToTT
    #1,200
    0
  7. #466 worm-book (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 / 12:54
    เอ่อ น่ารักแบบนี้เดี๋ยวก็จับจิ้นซะหรอก(ที่จริงจิ้นกระจายตั้งนานแล้ว...) แหม รักไรท์เตอร์จัง >w<

    #466
    0
  8. #463 Angel Evil (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2555 / 07:10
    คือ!!!! คือออออ?!!!!! ว้ากกกกไรท์แต่งค้างอ่าาาTT^TT ตอนนี้มันช่างจิ้นเสียนี้กระไร=.,=
    #463
    0
  9. #461 Pankkie (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 19:09
    คืออาร้ายยยยย~ ค้่างอย่างแรง แง้ๆๆๆๆ
    #461
    0
  10. #460 nrn_forever (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 17:30
    คือ...
    ช่างเป็นตอนที่ชวนจิ้นมากๆเลยค่ะ
    #460
    0
  11. #459 Chocolate Black (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 14:30
    โอะ..โอว..โอว..โอ้ว!!!ในที่สุด..ฉากที่รอคอยก็มาถึงแล้ว!!!โฮ้ว!!!!!!!

    ปล.ลิวลิวทำอย่างนี้ไม่ได้นะ!หัวเครมิสน่ะ..เค้าลูบได้เพียงคนเดียวเท่าน้าน!!!!

    ปลล.จริงๆแล้วลิวลิวอยากจะบอกว่าน่ารักใช่มั้ยล่ะ..อย่ามาซึนเดเระนะยะ! 
    #459
    0
  12. #458 CharlotteTear (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 13:39
    ในที่สุด!!! >[]< //กรีดร้องหลายๆ รอบ
    เครมิสน่ารักที่สุดเล้ย~! <3
    #458
    0