Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 43 : [CD] บทที่ 21 ก็เพราะหงุดหงิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 21 ก็เพราะหงุดหงิด

 

            สงครามการต่อสู้ดูเหมือนจะยืดเยื้อไม่จบเสียที เหล่าวิหคที่แม้จะได้เปรียบทางพื้นที่ ซุ่มเล็งยิงจากด้านบนก็ยังมีกำลังไม่พอขับไล่ศัตรูที่มาพร้อมอาวุธเต็มมือ หากไม่ได้ลิวอิสช่วยติวเข้มให้เรื่องการยิงปืนและร่วมด้วยช่วยกันสอนช่วยกันฝึกยิงธนู

            เชื่อเถอะ...ว่าพวกเขาแพ้ไปนานแล้ว

            ทหารมัจฉาไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่งง่ายๆ นอกจากเรื่องการใช้โล่มนุษย์แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ตกยุคตกข่าวด้านเทคโนโลยีอาวุธใหม่ๆ จะแปลกอะไรหากจะใช้ปืนกันเป็นแทบทุกคน และเพราะชำนาญการต่อสู้มีมากกว่า ฝึกฝนเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

            ระดับของฝีมือ...ย่อมแตกต่าง

            ลิวอิสเห็นสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีก็เริ่มคิดหนัก แม้ตัวเขาจะคุ้นชินกับการต่อสู้ในระดับหนึ่งเพราะผจญภัยมานานหลายสิบปี และมีแรงเหลือพอจัดการศัตรูได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีคนที่ทำแบบเขาได้เยอะนัก แค่ยิงให้แม่นไม่โดนพวกตัวเองก็แทบเต็มกลืนแล้ว ส่วนพวกที่ใช้ดาบใช้ขวานปะทะอยู่ข้างล่างก็ทยอยบาดเจ็บล้มตายลงเรื่อยๆ

            โอกาสแพ้ชนะพอๆ กันก็จริงอยู่ แต่เมื่อสงครามจบก็ต้องสูญเสียย่อยยับด้วยกันทั้งสองฝ่าย

            จะมีค่าอะไรถ้าชนะแล้วเหลือเพียงซากหมู่บ้านไร้ผู้พักพิง

            ...นั่นเป็นสาเหตุที่เขา เกลียด สงคราม

            ลูกกระสุนอัดเวทถูกใช้ไปมากจนเมื่อแวมไพร์หนุ่มจะเติมกระสุนก็พบว่าตลับลูกกระสุนเวทสายฟ้าของเขาหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ ลิวอิสเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะต้องกระโดดถอยหลังเมื่อมีคนยิงสวนกลับมา แต่เพราะเปิดช่องว่างเมื่อสักครู่มากไปหน่อยทำให้พลาดเฉี่ยวขาจนเป็นรอย

            แต่ก็ดีกว่าโดนยิงเต็มๆ ล่ะนะ

            เกือบไปแล้วไหมล่ะ

            ลิวอิสรีบหาที่กำบัง มีเสียงปืนดังตามมาอีกหลายนัดก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะเปลี่ยนเป้าหมายหาเหยื่อที่ล่าง่ายกว่า ร่างสูงถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะคิดหนักกับสภาพที่เป็นอยู่ บาดแผลเขาไม่มากเท่าพวกที่สู้กันอยู่ข้างล่างก็จริง นับเป็นข้อดีของการถนัดสายระยะไกล

            แต่กระสุนดันมาหมดเอาดื้อๆ ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

            ตั้งแต่ผจญภัยรับงานของสมาคมมา...ไม่เคยต้องเปลืองลูกกระสุนเยอะขนาดนี้เลยให้ตาย!

            เขาไม่อยากทำใจยอมรับความจริงนักถึงราคากระสุนอัดเวทที่เสียไปในสงครามครั้งนี้ นี่ขนาดยิงไม่ค่อยพลาดยังหมดเร็วจนน่าใจหาย รู้สึกคิดถูกที่ฝึกฝนการยิงจนแม่น ไม่งั้นคงได้แต่โทษตัวเองถ้าเปลืองกระสุนไปแล้วไม่ได้ผลตามที่ตั้งใจ

            ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องใช้กระสุนธรรมดาแทน...

            ทีแรกที่ลิวอิสเลือกใช้กระสุนอัดเวทสายฟ้าเพราะมีผลต่อเหล่ามัจฉาที่เป็นพวกธาตุน้ำ และจะได้ไม่ต้องสังหารพรากชีวิตใครโดยใช่เหตุ เขาเข้าใจว่าการตายในสงครามเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากช่วงชิงชีวิตของคนอื่นไปง่ายๆ

            เพราะบางคนอาจสู้เพราะความจำเป็น

            ลิวอิสเคยพบคนที่จำใจต้องทำงานที่ตนไม่อยากทำมามาก คนเราเกิดมามีความโชคดี โชคร้ายแตกต่างกันไป ไม่ใช่ทุกคนจะมีทางเลือกที่สวยหรูรออยู่ จะให้โทษว่าเป็นความผิดของโชคชะตาอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องดิ้นรนต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่า ชีวิต

            เพื่อตัวเอง...และเพื่อนครอบครัว

            ทุกครั้งที่ต่อสู้ลิวอิสจะนึกภาพว่าคนตรงหน้ามีครอบครัวต้องกลับไปหาไม่ต่างจากที่เครมิสคิดนัก นั่นจึงเป็นเหตุที่เขาไม่คิดฆ่าใครง่ายๆ นอกจากเหตุจำเป็นจริงๆ หรือคนคนนั้นเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างเอามากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวเขาเอง

            คงไม่มีใครใจดียอมถูกฆ่าโดยไม่ตอบโต้หรอก

            เคร้ง!

            เสียงกระทบกันของอาวุธทั้งหลายยังคงดังไปทั่ว โดยมีหนุ่มนักสู้เพียงคนเดียวที่ใช้กรงเล็บของตนเข้าห้ำหั่นกับศัตรู ลิวอิสมองภาพคนรู้จักของเครมิสจัดการสอยทหารชาวมัจฉาทีละคนสองคนแล้วก็เกิดความรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมา เขารบกวนการต่อสู้ของอีกฝ่ายอยู่หลายรอบก็จริง

            แต่จากท่าทางที่แสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงมังกรต๊องๆ บางคนตอนที่มีคนบุกห้องก็แน่ใจได้อย่างว่าฝ่ายนั้นคงจะเป็นมิตรมากกว่าศัตรู

            เพราะเขาไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าถ้าต้องปะทะกันตัวต่อตัวโดยไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ แล้วจะเอาชนะคนคนนี้ได้ แค่การที่เขาไม่ถนัดสู้ระยะประชิดก็อาจเป็นเหตุให้โดนสอยร่วงเอาง่ายๆ แล้ว

         คงต้องระวังไม่ไปกวนโมโหหมอนี่

            ถึงจะบอกว่าต้องระวังให้มากทว่าหลังเห็นการต่อสู้นองเลือดของอีกฝ่ายก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะเข้าแทรกกลางจนโดนจ้องอยู่หลายรอบ ลิวอิสทำเป็นไม่เข้าใจในสายตาเหล่านั้นก็จริง แต่ลึกๆ แล้วก็พอรู้ว่าถ้าทำให้สิงโตหนุ่มท่านนี้โมโหมากๆ อาจต้องสู้กันให้ตายไปข้าง

            รอดูต่อไปอีกสักพักแล้วกัน

            เขาไม่อยากสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น เหมือนกับที่ฟ่องฟ่องเองก็ไม่อยากทำร้ายคนที่เครมิสให้ความสนใจ ดังนั้นศึกระหว่างหนึ่งสิงโต หนึ่งแวมไพร์จึงเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด

            เพราะถ้าเอาจริงขึ้นมากันทั้งคู่...คนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือเครมิส

            เหม่ออะไรของเจ้าอยู่?”

            เสียงที่ปราศจากความเป็นห่วงหรืออะไรทั้งสิ้นดังมาจากด้านหลัง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทว่าพอลองหันตามไปถึงได้เห็นว่ามีคนเกือบเชือดเขาตอนที่กำลังเผลอ ลิวอิสกลืนน้ำลายฝืดคอเมื่อคิดว่าเกือบได้ไปโลกหน้าแล้ว ทั้งที่ปกติเขาเป็นคนค่อนข้างระวังตัว

         สงสัยจะเหม่อจริงๆ นั่นแหละเรา

            ยังจะเงียบอยู่อีก รู้งี้ข้าน่าจะปล่อยให้เจ้าตายไปซะ เกะกะเปล่าๆฟ่องฟ่องทำหน้าเสียดายเหมือนว่าสิ่งที่ทำไปช่างเป็นอะไรที่ไร้ประโยชน์ ยุ่งไม่เข้าเรื่องสุดๆ ถ้าเขาไม่หันมาเห็นเงาแปลกๆ อยู่ด้านหลังของอีกฝ่ายก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดที่เห็นแล้วไม่ช่วย แต่มาคิดๆ ดู ขืนเครมิสเห็นเจ้าตายล่ะก็ หมู่บ้านนี้เละแน่

            ข้ายังไม่อยากปวดหัวกับการพูดกล่อมมังกรคลั่ง

            ฟ่องฟ่องนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อเรียบเรียงความคิดให้ดี เขาไม่อยากใช้อารมณ์ตัดสินจนทำให้ลำบากต้องมาตามแก้ไขปัญหาทั้งๆ ที่ไม่อยาก หลังเห็นผลของการปล่อยปละละเลยให้เครมิสเดินทางอยู่พักใหญ่จนเจ้าตัวต้องมาเจอเรื่องเจ็บปวดทำให้ตอนนี้ไม่ว่าอะไรก็รู้สึกระแวงไปหมด

            กลัวว่าจะพลาดทำให้เพื่อนของเขาต้องจมอยู่กับความเศร้าอีก

         ไว้เครมิสเบื่อเจ้าซีดนี่เมื่อไหร่ค่อยกำจัดทิ้งแล้วกัน ถึงตอนนั้นคงไม่มีปัญหา

         มั้ง?

         เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็กระโดดกลับลงไปในสนามรบอีกครั้ง ทิ้งให้คนที่เพิ่งรอดชีวิตมาหมาดๆ กลุ้มใจอยู่คนเดียว อย่างแรกคือคิดถึงความผิดพลาดที่จับสัมผัสไม่ได้เลยสักนิดว่ามีคนประสงค์ร้ายอยู่ใกล้ๆ ไม่ว่าจะเพราะกำลังเหม่อ กำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ แต่ทำเอาเกือบเอาชีวิตไม่รอดก็ไม่ไหวเหมือนกัน

            ประการที่สอง...คือการที่เขาต้องหาทางอยู่ให้ห่างไอ้คุณเพื่อนของเครมิสท่านนี้ที่ดันมีดีกรีความโหดมากกว่าที่คิด!

           

            “อย่ามาแตะ!”

            เสียงนี้ทำให้ใครต่อใครต้องหันไปมองด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว น้ำเสียงแข็งกร้าวแฝงไปด้วยความไม่เป็นมิตร ตามเรือนร่างเต็มไปด้วยเลือดสดๆ ที่สาดกระเซ็นเข้าใส่ในจังหวะที่ลงมือจัดการผู้เคราะห์ร้ายบางคนที่เลือกคู่ต่อสู้ผิดไปหน่อย

            แววตาวาวโรจน์ไปด้วยโทสะ สีหน้าท่าทางน่าเกรงขามจนแทบจำไม่ได้ คนที่ยิ้มแย้มร่าเริงติดจะต๊องๆ เที่ยวเล่นไปวันๆ ยาวเมื่อโมโหขึ้นมามากๆ แทบเปลี่ยนเป็นคนละคน

            ใช่แล้ว...คนคนนั้นคือเครมิส ดิมอส

            ทหารคนหนึ่งเข้าโจมตีเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมหน่วยโดนจัดการได้โดยง่ายจนลงไปกองกับพื้น เขายกดาบขึ้นเตรียมจู่โจมจากด้านหลังเพื่อจัดการเก็บตัวปัญหาจอมอวดดีให้สิ้นซาก จู่ๆ มาตะโกนซะดังท่ามกลางสนามรบมีแต่จะทำให้ถูกเพ่งเล็ง

            ตายซะ!

            เครมิสยืนนิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สาใดๆ  ไม่กลัวและไม่คิดหนี แววตาเฉยชาคล้ายคนพวกนั้นเป็นเพียงมดปลวกที่ไม่ต้องสนใจ เมื่อรู้สึกได้ว่าอาวุธร้ายใกล้เข้ามาถึงระยะแล้วจึงก้มตัวหลบไปด้านข้างก่อนจะใช้หลังมือกระแทกหน้าของอีกฝ่ายที่มั่นอกมั่นใจนักหนาจนได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรหัก

            และผู้ลงมือไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า

            ร่างนั้นกระเด็นถอยหลังไปตามแรกกระแทกก่อนจะใช้เท้ายันพื้นตั้งหลักไม่ให้ล้มด้วยสภาพอเนจอนาถ ดาบในมือหลุดร่วงลงข้างกายเพราะความตกใจที่ทุกอย่างไม่ง่ายดายเหมือนที่คาด ก่อนจะได้ยินเสียง แหมะจากเลือดที่ไหลเป็นสายแล้วหยดลงฝ่ามือที่รองรับอยู่ เขามองจุดแดงๆ บนมืออย่างไม่อยากเชื่อ รู้สึกชาไปทั่วทั้งใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณจมูกเนื่องด้วยเป็นจุดที่รับการโจมตีไปเต็มๆ

            ไม่จริงน่า...

            เครมิสไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พักหายใจหรือคิดอะไรต่อ เขาพุ่งตัวเข้าใส่ในเสี้ยววินาที มองใบหน้าซีดเซียวหวาดกลัวเหมือนลูกไก่แสนอ่อนแอแล้วนึกขัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังมั่นอกมั่นใจอยู่เลย แล้วจึงใช้กำปั้นอัดเข้าไปที่ท้องจนเป้าหมายตัวลอยขึ้นจากพื้น แต่อาจเพราะยังไม่สะใจนักจึงได้ออกแรงกระโดดหมุนตัวเตะอีกครั้ง ส่วนระดับความรุนแรงนั้นมากแค่ไหนคงไม่ต้องบอก

            รู้แค่ว่าลุกไม่ขึ้นก็แล้วกัน

            เราบอกแล้วว่าอย่ามาแตะ อย่าเข้ามาใกล้...

            ตูม!

            ไม่ทันที่เครมิสจะได้พูดอะไรต่อก็มีคนไม่กลัวตายยิงลูกบอลเวทน้ำใส่เพราะรู้ว่าเขาเป็นคนสายธาตุไฟ ทหารหนุ่มยิ้มเยาะเหมือนเป็นผู้ชนะเมื่อเห็นเวทมนตร์ของตัวเองสำแดงฤทธิ์จนเกิดแรงดันเอาคนรอบข้างที่อยู่ใกล้ๆ กระเด็นถอยห่างไปไกล

            แม้จะเป็นเพียงของเหลวใสรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนแต่เมื่อเพิ่มความเร็วก็เปลี่ยนเป็นอาวุธร้ายได้เช่นกัน หากโดนเข้าไปเต็มๆ ชนิดหนีไม่พ้น เลี่ยงไม่ทัน ร่างกายอาจรับการโจมตีไม่ไหวจนแทบทรุด ลุกขึ้นมาซ่าอีกไม่ได้เป็นครั้งที่สอง เผลอๆ จะเข็ดขยาดจนอยากหนีไปให้ไกล

            ซ่า...

            เสียงของเหลวที่เปลี่ยนสถานะเป็นแก็สล่องลอยกลับสู่อากาศ เมื่อไอน้ำที่บดบังทัศนียภาพจางลงถึงได้รู้ว่าคนที่ น่าจะลงไปกองกับพื้นยังยืนนิ่งไร้รอยขีดข่วน ร่างสูงเพียงยกมือข้างเดียวขึ้นป้องกัน ลูกบอลน้ำที่เจ้าตัวภูมิใจนักหนาก็กลายเป็นไอไปโดยปริยาย

            น้ำน้อย...ย่อมแพ้ไฟ

            เครมิสหันไปมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยแววตาเย็นชา นัยน์ตาสีเหลืองทองไม่ปรากฏความขี้เล่นน่ารักเหมือนเคย อีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าอาวุธหลักของตนทำอะไรไม่ได้ก็ตั้งท่าจะหนี

            แต่คิดหรือว่าเครมิสจะยอม

            ไม่มีทาง

            เพียงพริบตาเดียวมังกรหนุ่มก็ย้ายร่างของตัวเองไปประจันหน้ากับอีกฝ่าย มือข้างขวากางกรงเล็บสีแดงเลือดก่อนจะพุ่งเข้าใส่บริเวณลำคออย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าให้ตายยังไงก็หลบไม่พ้น ทหารมัจฉาหลับตาปี๋เตรียมรับความตาย

            ...

            ความรู้สึกเจ็บแสบนิดๆ บริเวณลำคอ แต่ไม่มากมายอะไรถึงขั้นเอาชีวิต พอเขาลืมตาก็พบว่าคนตรงหน้าจงใจหยุดการโจมตีไว้แค่นั้น เล็บคมสัมผัสผิวเพียงเล็กน้อยก็สร้างบาดแผลเล็กๆ จนเลือดไหลออกมาเป็นสาย

            เล็บ...ที่คมยิ่งกว่าดาบใดๆ

            เคร้ง!

            เสียงคทาเวทมนตร์ที่ทหารหนุ่มถืออยู่หักเป็นสองท่อนด้วยน้ำมือของเครมิส เขาใช้มือข้างซ้ายบีบมันอย่างแรงจนด้ามคทาไม่อาจทนไหว

            เครมิสถอนมือขวาที่จ่อคอคนตรงหน้าออกแต่โดยดีก่อนจะเปลี่ยนเป็นกำปั้นอัดเข้าที่ท้องน้อยจนอีกฝ่ายหมดสติ เขายกมือซ้ายที่ใช้หักคทาแล้วก็ต้องเผยสีหน้ารำคาญใจ เนื่องจากเป็นคทาชั้นดีทำให้มีการลงอาคมไว้แน่นหนาพอสมควร แล้วยิ่งเขาไม่ได้เก่งด้านเวทมนตร์อาคมอะไรนัก

            การใช้มือเปล่าไปฝืนหักมันจึงไม่ต่างอะไรกับจับน้ำเดือด

            มังกรหนุ่มเลียฝ่ามือของตัวเองเหมือนนั่นจะช่วยทำให้จิตใจเขาสงบมากขึ้น ก่อนจะใช้หางตาเหลือบมองร่างที่ลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพเพราะยุ่งไม่เข้าเรื่อง ที่เขาลงมาก็เพื่อตามหาใครสักคนให้ไปช่วยดูอาการของเวอเนอร์เท่านั้น จากเดิมก็หงุดหงิดอยากอาละวาดมากพอแล้ว ดันมีพวกปลาซิวปลาสร้อยเข้าขัดขวางอีก

            เดี๋ยวเขาก็ได้ เผลอลงไม้ลงมือจนเกินควรจริงๆ หรอก

            ทำไมถึงไม่ฟังที่เตือนกันบ้างนะ

            นี่เจ้า...

            คิ้วของเครมิสกระตุกรวดสามทีเมื่อได้ยินเหมือนชักจะอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่ได้ซ้อมคนที่เอาแต่ขัดขวางให้หนำใจล่ะก็ คืนนี้เขานอนไม่หลับแหงๆ ร่างสูงง้างหมัดก่อนจะหันไปเตรียมซัดกันสองยกสองยกข้อหาก่อกวนไม่เป็นเวลา ยิ่งตอนนี้เขามีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่ารออยู่

            เวอเนอร์ที่ไม่รู้ป่านนี้ขาดเลือดจนสิ้นชีพไปหรือยัง

            แต่แล้วก็เป็นอันต้องหยุดกำปั้นนั้นไว้เพียงในอากาศ กะพริบตาปริบๆ แล้วเปลี่ยนมาส่งยิ้มหวานสดใสประหนึ่งไม่ใช่คนคนเดียวกับที่ต่อสู้ดุเดือดเมื่อครู่ อ่า...ฟ่องฟ่องหรอกเหรอ ทำเราตกใจหมดเลย

            เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กแถวนี้ถึงกับเหงื่อตกเมื่อเห็นกำปั้นที่อยู่ห่างกับใบหน้าของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร โดนอัดเข้าไปทีถึงเขาจะค่อนข้างแข็งแรง ไม่ใช่พวกขี้ก้างอ่อนแอให้ใครต้องปกป้อง ถึงงั้นก็ตาม ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าหลังโดนการโจมตีกึ่งเอาจริง กึ่งออมมือครั้งนี้แล้วสิงโตแกร่งจะไม่ทรุด

            อาจหมดสติไปเลยก็ได้ใครจะรู้

            ฟ่องฟ่องยิ้มแหยๆ แทนคำตอบแล้วแอบนินทาในใจอย่างอดไม่ได้

            ข้าสิต้องตกใจ...

            แล้วนี่เจ้าจะค้างท่านี้อีกนานไหมฮะ!” ฟ่องฟ่องดันกำปั้นของคนสูงกว่าด้วยความขัดใจ แค่นี้เขาก็ปวดหัวจะแย่แล้วหลังเห็นสีหน้าท่าทางเย็นชาของใครบางคน ทีเมื่อกี้ทำเป็นเก๊ก ทำเป็นเท่ ถ้าเจ้าทำข้าเจ็บแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ข้าตัดเพื่อนเจ้าแน่!”

            “เง้อ ไม่ได้นะ!” เครมิสเบิกตากว้าง แววตาใสซื่อเหมือนเด็กๆ กลับมาอีกครั้ง ทิ้งคราบนักสู้เย็นชาโหดเหี้ยมเมื่อสักครู่ในทันที ต่อหน้าคนที่เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางหักหลังหรือทำให้เขาเจ็บปวด มังกรพิโรธก็กลายเป็นกิ้งก่าน้อยขี้อ้อนได้ทันที ห้ามตัดเพื่อนกับเรานะ ไม่งั้นเราโกรธจริงๆ ด้วย!”

            “ข้าต่างหากที่ควรจะโกรธ เจ้าบ้าเครมิส!”

            สิงโตหนุ่มเขกหัวเพื่อนตัวดีทีหนึ่ง แววตาแค้นเคืองโมโหสุดจะทน มองยังไงคนตรงหน้าก็เป็นเหมือนเด็กที่โตแต่ตัว นิสัยใจคอกับวุฒิภาวะหยุดเอาไว้ที่เดิมตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน คอยก่อเรื่องยุ่งได้ทุกวันโดยไม่ได้รู้เลยว่าคนที่ลำบากใจและห่วงแสนห่วงยิ่งกว่าแม่คนนี้รู้สึกยังไง แต่ก็แปลกนะ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่า แรงเยอะกว่า อึด ถึก ทนทานตายยากกว่าเขาตั้งไม่รู้กี่เท่า ไม่รู้ทำไมถึงชอบโดนทำร้ายกลับมาจนสะบักสะบอมอยู่เรื่อย

            โดนทำร้าย...ทางจิตใจ

            อย่าทำให้ข้าต้องห่วงนักจะได้ไหม

            ฟ่องฟ่องมีสีหน้าอ่อนลงหลังเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายแค่หงุดหงิด นิดหน่อยยังไม่อาการหนักถึงขั้นเย็นชาไร้ความรู้สึกระยะยาว เพราะถ้าต้องทนรับไอเย็นติดลบเหมือนอยู่ขั้วโลกแบบนั้นนานๆ เขาเองก็คงทนไม่ได้เช่นเดียวกัน

            คงทนไม่สั่งสอนคนที่เป็นต้นเหตุให้เครมิสต้องเผยสีหน้าแบบนั้นไม่ได้

            ไปเจออะไรมา?”

            เมื่อได้ยินคำถามก็คล้ายจุดเทียนที่ดับไปแล้วให้กลับมาสว่าง เครมิสนึกขึ้นได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมามัวทำตัวง้องแง้งไร้สาระออดอ้อนเป็นเด็กๆ เราต้องรีบหาคนไปช่วยเวอเนอร์!”

            “ช่วย?” ฟ่องฟ่องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนน้ำเสียงจะแข็งกระด้างขึ้นเมื่อนึกถึงปัญหาระหว่างสองเผ่าพันธุ์ที่ดึงให้คนตรงหน้าต้องมารับรู้และเจ็บปวดจนน้ำตาตกอย่างที่ไม่ค่อยจะทำ ยังต้อง ช่วยอะไรคนพวกนี้อีกหรือไง แค่ช่วยสู้ยังไม่พอเหรอ

            ข้าอยากพาเจ้ากลับบ้านตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

            การที่ฟ่องฟ่องยังอยู่ต่อสู้กับเหล่ามัจฉาไม่ใช่เพราะอยากช่วยหรือรู้สึกอยากเป็นฮีโร่แต่อย่างใด ก็แค่หาอะไรทำฆ่าเวลาระหว่างที่เครมิสยังไม่ได้สติ อีกทั้งเพื่อการ สั่งสอนถือซะว่าเอาคืนพวกที่หลอกใช้เพื่อนของเขาเป็นเครื่องมือ แล้วยังเด็กตัวกระเปี๊ยกที่หักหลังกันได้อย่างเจ็บแสบ

            ใครก็ตามที่ทำให้เพื่อนของเขาต้องเสียใจ...มันจะต้องได้รับผลกรรมนั้นอย่างสาสม!

            “ตะ...แต่เขาช่วยเราไว้นะ เพราะงั้น...

            เครมิสพูดติดๆ ขัดๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักทำสีหน้าน่ากลัว เขารู้สึกได้ว่าฟ่องฟ่องค่อนข้างไม่พอใจเอามากๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่

            ไม่ได้รู้เลยว่าทั้งหมดมาจากความเป็นห่วงล้วนๆ

            และจะห่วงใครได้...ก็มีแค่มังกรบ้าๆ บอๆ ที่ชอบหาเรื่องชวนปวดหัวแถวนี้นั่นแหละ!

            ฟ่องฟ่องมองสีหน้าลำบากใจของคนตรงหน้าสักพักก่อนจะถอนหายใจในที่สุด ยกมือยอมแพ้ต่อจอมป่วนโดยไม่คิดแข็งข้อด้วยอีก

            เล่นทำหน้าเศร้าขนาดนั้นใครจะไปกล้าใจร้ายใส่

            “นำทางไปสิ

            เห?” เครมิสกะพริบตาปริบๆ เหมือนยังไม่เข้าใจ นำทางไปไหน

            ฟ่องฟ่องกุมขมับ รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาแปลกๆ ไม่รู้ว่าเขาคิดถูกหรือผิดกันแน่ที่ทนคบกับใครบางคนแถวนี้มาได้ตั้งนานสองนานจนท่านแม่เออร์เนสต์ยังอดชมไม่ได้ เพราะขนาดท่านเองยังชักจะยอมแพ้ เขาไม่กลายเป็นไอ้บ้าโรคจิตวิปริตเข้าโรงพยาบาลก็ดีเท่าไหร่แล้ว ถึงหลายครั้งเครมิสจะทำตัวน่ารักเหมือนเป็นน้องชายซุกซนตามประสาให้ใครต่อใครรู้สึกเอ็นดูอยากโอ๋

            แต่บางทีก็ออกจะใสซื่อชวนกลุ้มไปหน่อยในเวลาสำคัญ!

            ก็นำทางไปที่พักที่นายพาไอ้คนชื่อเวอเนอร์ไปซ่อนไง!”

            เครมิสเอียงคอฉงนเหมือนเด็กๆ ก็ห้องเดิมไง

            “ห้องเดิม...

            เครมิสพยักหน้ารัวหลายครั้ง จ้องร่างเบื้องหน้าด้วยแววตาจริงจังว่าที่พูดไปทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริงไร้คำโกหกโป้ปดใดๆ ไม่พอยังพยักหน้ารัวเป็นการยืนยันอีกตลบ อื้ม! เวอเนอร์ช่วยเราไว้ตอนที่มีคนบุกเข้าไป มีดปักเกือบมิดด้ามเชียวนะ!”

            “...

            ฟ่องฟ่องชะงักชั่ววูบก่อนจะนึกขึ้นมาได้

            เดี๋ยวนะ...ถ้าช่วยเอาไว้ตอนที่มีคนบุกห้อง นี่ก็ผ่านมาสักพักใหญ่แล้ว ป่านนี้ไม่เลือดหมดตัวตายคาที่ไปแล้วหรือไง!

           

            และก็เป็นจริงดังว่า ร่างของวิหคหนุ่มนอนแน่นิ่งไปกับเตียง เลือดสีแดงข้นไหลออกจากบาดแผลที่หลังจนผ้าปูเตียงสีขาวเปียกชุ่ม เปลือกตาปิดสนิท ใบหน้าสงบนิ่งเหมาะสมกับที่ใครต่อใครยกให้เขาเป็นพ่อพระ ช่างเป็นว่าที่หัวหน้าเผ่าที่จากไปในวัยที่น้อยจนน่าใจหาย

            ยังไม่ทันได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ

            เครมิสยืนไว้อาลัยให้กับเพื่อนใหม่ที่นานๆ ทีเขาจะไม่เรียกชื่อประหลาดๆ ให้ หยดน้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลอีกครั้งในเร็วๆ นี้หลั่งออกมาไม่หยุด รู้สึกผิดจนเจ็บแปลบๆ ที่อกข้างซ้าย มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นเพื่อข่มใจเอาไว้

            ...ซะเมื่อไหร่

            ฟ่องฟ่องเหลือบมองเครมิสกึ่งระแวงว่าเจ้าตัวจะหนีไปก่อเรื่องวุ่นอะไรอีก แค่ที่เป็นอยู่ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว คิดไป มือก็รักษาไป สิงโตหนุ่มไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะมีโอกาสได้ใช้เวทรักษาระดับต่ำแสนต่ำให้ใครคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองกับเครมิส

            เอาจริงๆ แค่คนหลัง จำเป็นต้องใช้ก็น่ากลัวน่าประหลาดใจมากแล้ว

            ข้าก็ยิ่งไม่ถนัดเวทพวกนี้อยู่...

            เลือดที่ไหลออกไปมายังอยู่ในระดับที่พอจะมีชีวิตอยู่ได้ แม้ลมหายใจจะขาดช่วงไปบ้างจนน่าวิตก ตอนมาเห็นสภาพเตียงที่ถูกย้อมเป็นสีแดงเขาเกือบตัดใจหันหลังกลับเตรียมพาใครบางคนกลับบ้านแล้ว แต่เพราะอีกฝ่ายยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ไปไหนเด็ดขาดถ้าเขายังไม่ลองรักษา

            แม้โอกาสรอดจะมีเพียงครึ่งต่อครึ่ง

            เป็นคนที่หัวดื้อจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วยล่ะก็ ฟ่องฟ่องไม่มีทางเสียเวลา เสียพลังไปกับการรักษาที่อาจจะต้องเปลืองแรงเปล่าโดยใช่เหตุหรอก

            ในเมื่อเขาไม่ถนัดเวทรักษา...การใช้งานย่อมเหนื่อยกว่าปกติถึงสองสามเท่า

            ที่ไม่ฝึกให้ชำนาญไปเลยคงเพราะไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้รักษาใครจริงๆ จังๆ หลังสงครามครั้งใหญ่จบลงโอกาสที่พวกเขาจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อบาดเจ็บรุนแรงนั้นน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย บวกกับถ้าอยู่ในหมู่บ้าน เที่ยวเล่นธรรมดาสามัญ ไม่มีทางที่คนอย่างเขา หรือเจ้าบ้าเครมิสจะพลาดพลั้งโดนใครทำร้ายปางตายได้อย่างแน่นอน ถึงป่าแห่งมังกรจะมีสัตว์ดุร้ายแค่ไหน

            ก็ไม่น่าจะมีใครร้ายกาจ...กว่า มังกร จริงๆ หรอกนะ

            เพราะที่แห่งนั้นคือป่าแห่งมังกร สถานที่ซึ่งมังกรคือเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด สำคัญที่สุด แค่เครมิสสบตากับเสือแสนดุร้าย ฝ่ายหลังก็เลือกที่จะหลีกหนีไม่คิดแข็งข้อ ถือว่าสัตว์ป่าที่มาพึ่งม่านพลังซึ่งเหล่ามังกรเป็นผู้สร้างเพื่อปกป้องหมู่บ้านและอาณาเขตย่อมกลัวเกรงในสายเลือดของผู้เป็นเจ้าของสถานที่

            กลิ่นอาย...ไม่ได้ลบกันง่ายๆ

            บอกไว้ก่อนว่าโอกาสรอดเจ้าหมอนี่มีแค่หนึ่งในสอง ถ้าจู่ๆ มันตายไปก็ห้ามโทษอะไรข้านะฟ่องฟ่องหันกลับมาจ้องด้วยแววตาจริงจังบ่งบอกว่าถ้ามาทำตัวงี่เง่าพูดกรอกหูจนเขารำคาญภายหลังล่ะก็ได้ทำการ ตัดเพื่อนอย่างที่ลั่นวาจาไว้แน่ แล้วก็นะ...

            เครมิสจ้องกลับตาแป๋ว อะไรเหรอ?”

            “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วง หมอนี่มาก...ฟ่องฟ่องจงใจเน้นคำคล้ายยังอคติกับทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่ว่าจะฝ่ายมัจฉาหรือวิหค แต่เมื่อเห็นใบหน้ามึนๆ งงๆ ของคนตรงหน้าก็เป็นอันต้องถอนหายใจแล้วเหลือบตามองต่ำบริเวณชายเสื้อ เลิกกระตุกชายเสื้อข้าเสียที รู้ไหมว่ามันทำให้ข้าไม่มีสมาธิ

            เครมิสรีบปล่อยทันทีก่อนที่จะทำให้เพื่อนรักต้ององค์ลงไล่เขาออกไปรอข้างนอก แต่ในแง่ของความเป็นจริง เชื่อได้เลยว่าฟ่องฟ่องคงไม่ปล่อยมังกรสุดจะต๊องแถวนี้กลับสู่สนามรบโดยที่ไม่อยู่ในสายตาของเขาหรอก อย่างหนึ่งคือห่วงว่าอีกฝ่ายจะไปก่อเรื่องจนเจ็บตัวจนแผลเปิดอีกรอบ

            แต่ที่สำคัญ...เขาไม่อยากให้เครมิสต้องไปเจอหน้าเด็กคนนั้นอีก

            เด็กคนที่ทำให้ใครบางคนต้องเสียน้ำตา

            เขาจัดการปิดปากแผลจนได้แม้จะเสียเวลาไปมากกว่าที่คิด อัตราการเต้นของหัวใจของเวอเนอร์เริ่มกลับมาเป็นปกติ ส่วนเรื่องของอวัยวะภายในที่อาจได้รับบาดเจ็บคงต้องไปรอรักษากันอีกทีโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ไม่ใช่คุณหมอจำเป็นแบบฟ่องฟ่อง

            เงียบแปลกๆ แฮะ...

            ด้วยความที่ประสาทรับรู้ของสิงโตหนุ่มค่อนข้างดี การที่จู่ๆ เสียงอื้ออึงพลันหยุดเงียบหายไปดื้อๆ สร้างความแปลกใจให้เขาพอสมควร แต่ครั้นจะให้เครมิสไปดูก็อาจจะเสี่ยงเกินไป แม้ตั้งแต่สู้มาจะยังไม่เห็นเงาของเด็กคนนั้นเลยก็ตามที

            แต่ตัวละครสำคัญ...มักจะมีฉากเปิดตัวที่อลังการเช่นกัน

            และรวมถึงครั้งนี้ด้วย

            ฟ่องฟ่องหันไปทางบานประตูที่ถูกเปิดออกโดยใครอีกคนในห้อง เครมิสยืนนิ่งตาไม่กะพริบ หัวใจกระตุกวูบเหมือนไม่อยากเชื่อภาพที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง

            เด็กชายตัวน้อยที่สร้างบาดแผลไว้ในใจเขาจนแทบทรุด บัดนี้ยืนอยู่ในระดับชั้นเดียวกันเพียงแต่เป็นคนละฟาก ทว่าไม่ได้อยู่โดดๆ คนเดียวเป็นเป้านิ่งให้สอยร่วงโดยง่าย ข้างกายมีเนินสต์ คู่หูคนสนิทที่ยอมพลีกายพลีใจให้ อันนั้นไม่น่าแปลก

            แต่อีกคน...

            คือคนที่เคยบอกว่าเด็กชายช่างน่าสงสารที่สูญเสียครอบครัวไป

            คือคนที่รู้สึกเอ็นดูเด็กชายเป็นพิเศษจนถึงขนาดให้อยู่พักได้ตามใจชอบจนกว่าจะตัดสินใจได้

            คือคนที่ยึดความปลอดภัยของคนในเผ่าเป็นหลัก จึงออกกฎเรื่องที่ไม่ให้คนนอกเข้าหมู่บ้าน

            “วางอาวุธให้หมด ไม่งั้นตาแก่นี่ตาย

            ...หัวหน้าเผ่าแห่งชาววิหค      

            ส่วน เด็กที่เขาเคยรู้สึกเอ็นดูก็กำลังเอาดาบจ่อคอด้วยสีหน้าเฉยชาไม่เหลือเค้าความน่ารักใสบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว เพราะแม้ภายนอกจะเป็นวิหคน้อยแสนธรรมดาไร้ความพิเศษให้ชวนตะลึง

            แต่ใจ...คือมัจฉา

            และแววตาที่ไม่มีคำว่า ลังเล


 

--------------------------------------------------------------------------------------------

7/9/2013

            มาอัพแล้วกับบทที่ 21 แปบเดียวมาถึงนี่แล้วแฮะ สำหรับบทนี้ใครขาบู๊คงชอบกันเพราะเครมิสได้โชว์ความเท่อีกแล้ว เนื่องจากจะมีช่วงนึงตอนย้อนความหลังที่เครมิสบทหายด้วยล่ะ ประมาณบทนึงได้ที่จะไม่เจอเขาเลย ดังนั้นช่วงที่ยังแจมได้เครมิสต้องเท่แบบยกกำลังสอง!

            ใครชอบเครมิส เชียร์เครมิส ขอเสียงหน่อยเร็ว  >w<

            สำหรับเรื่องนี้มีแพลนจะเปลี่ยนชื่อเรื่องหลังเล็งเห็นว่าเรื่องแทบไม่เกี่ยวกับโจรสลัดเลย แต่ไว้รอผ่านพิจารณาก่อนแล้วกัน ไหนๆ ก็เรียกกันชินปากแล้ว เพียงแต่อยากให้ทราบก่อนว่าเรื่องไม่ได้เน้นธีมโจรสลัดนะคะบอกไว้ก่อน สำคัญมาก

            เน้นพวก อดีตที่มีผลกับ ปัจจุบันและ อนาคตตัวอย่างจากเรื่องของฮอฟฟ์ ซึ่งตอนนี้คือเฮนริคัส ว่าการตัดสินใจของเขาในอดีตมันส่งผลยังไง ทั้งกับตัวเอง กับคนรอบข้างเช่นเนินสต์ และอนาคตเขาจะทำอย่างไร

            แน่นอน...ฟ่องฟ่อง ลิวอิส เครมิส ต่างก็มี อดีตแต่ของพวกเขาจะเป็นยังไงก็ต้องติดตามต่อไปนะคะ ^^

 

---------------------------------------------------------------------------------------

14/9/2013

            เป็นอย่างไรบ้างกับครึ่งหลัง หนูฮอฟฟ์ เอ๊ย เฮนริคัสใช้บทโหดมาต่อกรซะงั้น ส่วนหนูเครมิสเอง จากตอนแรกกำลังโหดๆ พอมาเจอฟ่องฟ่องก็กลายเป็นคนเดิม บ้าๆ บอๆ สุดจะติงต๊องไม่เปลี่ยนแปลง เขียนเองยังแอบฮาเอง 555

            เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อต้องติดตามในบทหน้านะคะ

            บทหน้าที่มีชื่อว่า...บทที่ 22 ก็เพราะอยากจบ

            แต่ใครอยาก จบอะไร และด้วยวิธี ไหนต้องติดตามในสัปดาห์หน้า พลาดทีเสียดายแย่!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1257 Sintear (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2556 / 20:47
    แม่เจ้า อ่านยังไงก็ฟ่องฟ่อง x เครมิสชัดชะ----- #สัญญาณขาดหาย
    ชอบเครมิสมากค่ะฮือออ อวยโหมดโหดเป็นพิเศษ แต่โหมดน่ารักง้องแง้งกับฟ่องฟ่องก็โมเอะมาก ฮือออ //จิกหมอนขาดกระจุย
    #1,257
    0
  2. #1166 Hemm (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 กันยายน 2556 / 21:17
    อ่านถึงตอนล่าสุดแล้ว...ฟ่องฟ่อง  นายมาเพื่อสังหารลิวอิสจริงๆ

    (แย่งบทไปเยอะเลย)
    #1,166
    0
  3. #1165 ~๐~TOFFY~๐~ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 กันยายน 2556 / 09:21
    สนุกมากค่า ^_^
    #1,165
    0
  4. #1164 bewbeaubew (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 กันยายน 2556 / 00:00
    จัดเเบบเต็มที่มาเลยจ้า
    เรารอเครมิสยุน้าาาาาาาาาาา
    5555
    #1,164
    0
  5. #1163 aongfong39 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 23:54
    หนูฮอฟฟ์ เอ่อ เฮนริคัส//เรียกว่าไรดีเนี่ย มาแล้วสินะ มีดราม่าต่อแหงๆเลย
    ฟ่องฟ่อง นายนี่หวงเครมิสมากเลยนะ ทำเราจิ้นทุกตอนเลย//ผิด
    #1,163
    0
  6. #1158 fakan (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 กันยายน 2556 / 17:02
    เครมิสสส เท่&โหดมากมายอ่า
    ไม่ต้องเตือนหรอกลูก จัดเต็มเล้ย!!
    แต่เครมิสดูเย็นชาดีจัง แต่ชอบบบ><
    #1,158
    0
  7. #1157 Em.S.End (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 22:40
    มิสซี่มาแว้ว
    #1,157
    0
  8. #1156 aongfong39 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 22:23
    กรี๊ดด เครมิสจ๋าา> <  คิดถึงจังเลย พอโผล่มาก็เท่ได้ใจเลยนะเนี่ย
    #1,156
    0
  9. #1155 นีไนล์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 01:46
    เครมิซเท่อ่า ><
    #1,155
    0
  10. #1154 bewbeaubew (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กันยายน 2556 / 01:04
    เครมิสสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    เปฺ็นกำลังใจให้
    มันให้เรียบบบบบบบบบ
    55555#เเอบจิตนิดหน่อยอิอิ
    #1,154
    0
  11. #1151 Namfon13 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 กันยายน 2556 / 23:25
    หนูมิสอย่างโหดดดด!! =[]=!
    #1,151
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  14. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. #369 flameknight (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 / 20:45
    เครมิสร้องไห้ พวกลิวอิสคงอึ้งละเนอะ
    #369
    0
  19. #368 nrn_forever (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 / 18:29
    ฆาตกรเป็นใครกันแน่ คงไม่ใช่เครมิสนะคะ
    #368
    0
  20. #367 worm-book (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 / 15:27
    เครมิสร้องไห้...//กระโดดหลบไปร้อยกิโล
    #367
    0
  21. #366 Pankkie (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 / 14:45
    หะ..เห? เครมิสสสสส~~~
    อย่าบอกนะว่าฆาตรกรคือเครมิส
    ม่ายยยยยย~~~ (กรีดร้องโหยหวน)
    #366
    0
  22. #365 CharlotteTear (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2555 / 14:27
    เย้! เม้นแรก!!! // ระบำ (เพื่อ?)
    เครโมซ่า (?) ร้องไห้ด้วย~ ครั้งที่สองในชีวิตหรือเปล่านั่น =  = (ครั้งแรกตอนเกิด)
    #365
    0