Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 40 : [CD] บทที่ 19 ก็เพราะสับสน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 19 ก็เพราะสับสน

 

            ซ่า...

            เสียงเม็ดฝนร่วงหล่นกระทบใบไม้ใบหญ้าดังกระหึ่มไปทั่วทั้งป่า ความหนาวเย็นแล่นเข้าเกาะกุมแทบทุกชีวิตในที่แห่งนี้ นับเป็นลางร้ายซ้ำสองที่ต้องมาวิ่งฝ่ามรสุมท่ามกลางความมืดมิด แม้แต่แสงจันทร์ยังถูกบดบังด้วยเมฆฝน หากพระอาทิตย์ดวงโตไม่รีบโผล่พ้นขอบฟ้าให้เห็น เกรงว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็เสียเปรียบด้วยกันทั้งคู่

            ความมืดเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ประมาททีคงถึงฆาต

            แม้เหล่ามัจฉาจะพอใจกับสายน้ำที่ช่วยเพิ่มพลังกายพลังใจให้พวกเขา แต่ถ้าต้องปะทะกันท่ามกลางความมืดมิดไม่มีแม้แต่คบเพลิงก็ยากนักที่จะคว้าชัยจากเจ้าบ้านที่คุ้นเคยเส้นทางมากกว่า

            ก่อนหน้านี้ยังพอมีแสงจันทร์และคบไฟใช้ส่องทางทำให้พวกเขาไล่ล่าตามจับเครมิสได้ แต่เมื่อแสงสว่างสุดท้ายดับไป คงไม่มีใครอยากต่อกรกับเผ่าพันธุ์แห่งรัตติกาล

            แวมไพร์

            ลิวอิสสามารถมองเห็นในที่มืดได้ชัดเจนตามธรรมชาติของสายเลือดที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทางด้านฟ่องฟ่องเองแม้จะเทียบกันยาก แต่ประสบการณ์การอาศัยในป่าก็ทำให้สัญชาตญาณดิบมีประโยชน์ขึ้นพอสมควร อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่ได้ต้องมาสู้กันเอง

            แม้ภายในใจสิงโตหนุ่มจะอยากเต็มทนก็ตาม

            เขาก็ยังคงถามตัวเอง...ว่าทำไม?

            นัยน์ตาสีชมพูส่องประกายอาฆาตขึ้นชั่วครู่เหมือนควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ เขาพยายามอย่างหนักที่จะไม่ก่อเรื่องให้มันยุ่งไปมากกว่านี้ เลือดในกายมันกู่ร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าคล้ายคนที่นำทางอยู่ตรงหน้าเคยมีความแค้นอะไรบางอย่างกับเขามาก่อน

            ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะเคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำ

            ต้องอดทนไว้...อย่างน้อยก็ตอนนี้

            ฟ่องฟ่องกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อข่มใจไว้ให้อยู่หมัด เขาพยายามนับหนึ่งถึงสิบเพื่อไล่ความคิดหมกมุ่นนี้ให้ออกไป ยิ่งหางตาเหลือบไปเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยบาดแผลของคนที่เขาแบกอยู่ก็พาลกระสับกระส่ายกว่าเดิม

            เลือดสีแดงฉานถูกชะล้างเจือจางไปพร้อมกับสายฝนที่ยังคงกระหน่ำตกลงมาไม่หยุด เสื้อผ้าพวกเขาเปียกชุ่มจนแนบติดไปกับลำตัว แม้ในรองเท้าก็รู้สึกคล้ายมีแอ่งน้ำขนาดเล็กจนก่อให้เกิดเสียงแฉะๆ ตลอดการเดินทาง

            อุณหภูมิลดต่ำลงเรื่อยๆ จนร่างกายเริ่มรู้สึกชา การมาวิ่งตากฝนกลางดึกกลางดื่นหลังต่อสู้มาเหนื่อยๆ เป็นอะไรที่ทรมานทั้งกายและใจ จากที่น่าจะใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย กลายเป็นเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังวิ่งอยู่กับที่ ขาทั้งสองชักจะไม่ยอมทำตามความต้องการของเจ้าของ

            ฟ่องฟ่องหอบหายใจถี่รัวด้วยความไม่เคยชิน นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้อยู่ในสภาพทุลักทุเลเช่นนี้ ยิ่งต้องมาแบกร่างหนักๆ ของใครบางคนอีก ไม่แปลกเลยจริงๆ หากจู่ๆ เขาจะเป็นลมหมดสติไปบ้าง

            แต่เพราะทำอย่างนั้นไม่ได้ถึงต้องอดทน...

            ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องเจ็บปวดอีกแล้ว

            สิงโตหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความผิดพลาดของตัวเอง เขาตามติดเครมิสได้แนบเนียนมาถึงขนาดนี้แต่กลับปล่อยให้เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีโอกาสเข้าไปห้าม

            แต่เพราะไม่ได้ทำ...ตอนนี้จึงเจ็บปวด

            ฟ่องฟ่องอยากสั่งสอนให้เครมิสรู้สึกถึงความน่ากลัวของการออกมาผจญภัยตัวคนเดียวโดยที่ไม่ปรึกษาเขา ดังนั้นจึงยอมทำเป็นมองไม่เห็นเวลาอีกฝ่ายเผชิญกับอันตราย อาจจะดูเหมือนใจร้าย แต่นั่นเพราะเขาต้องการให้เครมิสเลือกที่จะกลับบ้านจริงๆ ไม่ใช่การบังคับ

            เฝ้ามองวันแล้ววันเล่า ประเมินความอันตรายว่าเครมิสจะผ่านมันไปได้หรือไม่ ถ้าไม่ร้ายแรงเขาก็จะสวมบทผู้ชมเฝ้าสังเกตการณ์

            แต่เขาคิดผิด

            ทันทีที่เห็นใบหน้าไร้ความหวังเหมือนไม่ต้องการมีชีวิตอีกต่อไปก็ทำให้เลือดในกายเขาเดือดพล่าน แม้จะทำเป็นเฉยแต่ความจริงเขาแทบจะเผลอผิดคำสัญญาที่เคยให้ไว้

            เขาเกือบจะลงมือสังหาร...แบบไม่เลือกหน้า

            สัญญาครั้งนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าเครมิสยังจำได้อยู่หรือเปล่า มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาเนิ่นนานจนไม่คิดว่าพวกเขาจะเคยมีช่วงเวลาแบบนั้น แต่ฟ่องฟ่องจำได้ดีเลยถึงแววตาเศร้าสร้อยของอีกฝ่ายในวัยเด็กเมื่อเขาลงมือฆ่าสัตว์ป่าตัวหนึ่งจนถึงแก่ความตาย

            ไม่สิ ต้องมากกว่าหนึ่ง...นับว่าเยอะเลยล่ะ

            แน่นอนว่าหากนั่นเพื่อการอยู่รอด การป้องกันตัว หรือการนำไปเป็นอาหารย่อมไม่ผิดแปลกอะไร นับเป็นกฎของธรรมชาติที่ผู้แข่งแกร่งจะเป็นฝ่ายอยู่รอด โดยเฉพาะเมื่อป่าล้อมรอบหมู่บ้านมังกรมีแต่สัตว์อันตราย แต่คงเพราะครั้งนั้นเขาทำไปเพราะอารมณ์ส่วนตัวล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับปัจจัยทั่วไปที่ยกมาข้างต้นเลยสักนิด

            เขาแค่อยากฆ่า...

            ใบหน้าเย็นชาไร้ซึ่งแววตาความรู้สึกเหมือนลืมเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นไปจนหมดสิ้น ไม่รู้สึกผิด ไม่รู้สึกเป็นกังวล ไม่สนใจว่าใครจะมองเขาเป็นยังไง แต้มสีแดงเปรอะเปื้อนเป็นจุดๆ ตามใบหน้าจากเลือดของเหยื่อที่สาดกระเซ็นเข้าใส่ในช่วงวินาทีของการลงมือ ทั่วทั้งเรือนร่างหลงเหลือหลักฐานชัดเจนว่าเมื่อครู่เด็กชายได้ทำอะไรลงไป

            และคนที่มาพบเขาสภาพอาบเลือดไปทั้งตัว...ก็คือเครมิส

            สีหน้าของมังกรน้อยในตอนนั้นยังคงติดอยู่ในใจฟ่องฟ่องมาตลอด ชั่ววินาทีที่สบตากันเขารู้เพียงอย่างเดียวว่าไม่อยากเห็นคนตรงหน้าเจ็บปวดไปมากกว่านี้

         ถ้าเจ้าเลิกทำหน้าเศร้า ข้าจะ...ข้าจะไม่สังหารใครแบบนั้นอีก!’

            นั่นเป็นสัญญาในวัยเด็กที่ลั่นวาจาไปโดยไม่ทันคิด เจ้าตัวไม่มั่นใจเลยด้วยซ้ำว่าจะทำได้อย่างที่พูด แต่ในเมื่อเอ่ยปากไปแล้วก็ต้องพยายามทำให้ได้ ทิ้งนิสัยเก่าๆ นั้นไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

            ตัวเขาก่อนที่จะมาเจอเครมิสช่างแตกต่างกับปัจจุบันนัก ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่ามังกรต๊องๆ แถวนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

            เพราะฉะนั้นแม้จะค่อนข้างหงุดหงิดอยากฆ่าคนเล่นให้หายแค้นแต่ก็ต้องอดทนไว้ การต่อสู้กับทหารชาวมัจฉาทำไปก็เพื่อไม่ให้ความมืดเข้าครอบงำจิตใจไปมากกว่านี้ หากสติหลุดขึ้นมาจริงๆ เมื่อไหร่คงไม่สนว่าใครอยู่ฝ่ายใดอีกต่อไป ทุกคนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นจนทำให้เพื่อนของเขาทุกข์ทรมาน

            นั่น...รวมถึงตัวเขาเองด้วย

            ดวงตาคู่สวยหมองลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อคิดถึงจุดนี้ สมาธิกระเจิดกระเจิงชนิดที่ใครลอบยิงอะไรมาก็คงไม่รู้สึกตัว ส่วนหนึ่งมาจากการที่ฟ่องฟ่องรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ ปล่อยให้เรื่องบานปลายจนยากจะแก้ไข อีกส่วนคือการที่ศีรษะของเครมิสพาดอยู่ที่ไหล่ของเขาทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่ผิวกายจะสัมผัสกัน

            และสิ่งที่ตามมาคือ...เขารู้ทันทีว่าอาการของอีกฝ่ายเริ่มแย่แล้ว

            มันเป็นความผิดของเขา

            ขอโทษ...น้ำเสียงช่างแหบแห้งแผ่วเบากลืนไปกับสายฝน เรือนผมสีส้มอ่อนปรกใบหน้าปิดบังแววตาโศกเศร้าจนแทบทนไม่ไหว เท้าทั้งสองยังคงทำงานของมันต่อไป พาผู้เป็นเจ้าของให้หลุดพ้นจากวังวนแห่งการหลบหนี เพราะยิ่งต้องวิ่งเรื่อยๆ มีแต่จะทำให้จิตใจหมกมุ่นจมอยู่ในห้วงความคิด ริมฝีปากเอ่ยถ้อยคำเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอโทษ...ข้าขอโทษ...

            สิงโตหนุ่มนึกถึงภาพทุกๆ ครั้งที่เครมิสชวนเขาออกไปเที่ยวเล่น ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มสว่างไสวสดใสจนผู้ที่พบเจอพาลมีความสุขไปด้วย ไม่แม้แต่คนที่ เคยจิตใจด้านชาเช่นเขา

         ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เจ้ากลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง

            ฟ่องฟ่องจะไม่ให้เหตุการณ์เดิมซ้ำรอยอีกรอบเป็นอันขาด ฮอฟฟ์หรือให้ถูกคือเฮนริคัสจะทิ้งเครมิสไปก็ช่าง ลิวอิสจะทิ้งไปอีกคนก็ไม่เป็นไร เขาออกจะยินดีเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าใครจะคิดยังไงเขาก็คงอยู่เคียงข้างมังกรที่แข็งแกร่งเพียงภายนอกแต่ภายในแสนเปราะบางจนกว่าอีกฝ่ายจะไม่ต้องการ

            สิงโตหนุ่มขยับยิ้มบาง ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งให้เร็วขึ้นพลางกระซิบเบาๆ

            ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไปไหน...ข้าสัญญา

            เขาตัดสินใจไว้นานแล้ว...ตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน

 

            ทางด้านของเหล่าทหารมัจฉาต่างคนต่างพักรักษาตัวให้พร้อมสำหรับศึกใหญ่ มีทหารจำนวนไม่น้อยที่บาดเจ็บจนลุกไม่ขึ้นจากฝีมืออริคู่แค้นศัตรูทางเผ่าพันธุ์ โดยเฉพาะตัวช่วยพิเศษบางคนอย่างลิวอิส อาวุธของเขาไม่ได้รุนแรงจนถึงตาย

            แต่ประยุกต์ให้เข้ากับสถานการณ์

            การวิเคราะห์และสับเปลี่ยนกระสุนเวทมนตร์ได้อย่างชำนาญระหว่างต่อสู้นับเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งของลิวอิส เขาต้องฝึกฝนทั้งเรื่องของประสบการณ์การต่อสู้และประสาทสัมผัสทางกายให้ฉับไว หากมามัวแต่รื้อค้นหาของจนสายตาละจากศัตรูก็จะเกิดช่องว่างให้ถูกโจมตีสวนกลับ

            ความจริงถ้าไม่ใช่เพราะฝนตกฟ้ามืดล่ะก็ เหล่าวิหคคงบุกมาเผด็จศึกให้รู้แล้วรู้รอดเพราะเป็นฝ่ายได้เปรียบความชำนาญด้านพื้นที่ จำนวนคนบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายห่างกันพอสมควรซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับลิวอิสที่ตัดกำลังคู่ต่อสู้ไปมาก

            ยิ่งถ้ามีคนหนีมาจากหมู่บ้านหลักได้มากกว่านี้นะ...

            ฟ้าฝนเป็นใจให้เหล่ามัจฉายิ้มออก ในเมื่อพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่เจริญมาจากปลาตามชื่อ การรับน้ำฝนสะอาดๆ จากฟ้าก็เป็นการรักษาตัวอย่างดีเยี่ยม บาดแผลฉกรรจ์ค่อยๆ สมานตัวทีละน้อย แม้จะยังเจ็บอยู่มากแต่ก็ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้เช่นนั้น

            ภายในเต้นท์หลังหนึ่งมีใครบางคนนั่งสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อน ตามเนื้อตามตัวไร้ซึ่งบาดแผลร้ายแรง มีเพียงเสื้อผ้าที่อาจจะเปรอะเปื้อนไปบ้าง ร่างเล็กเอนกายลงนอนพักพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าภายในที่พักจะมีอีกหลายชีวิตนั่งเกร็งจนตัวแข็ง

            สีหน้านิ่งจนไม่อาจคาดเดาความคิด ความรู้สึก พาลทำให้ลูกน้องทั้งหลายได้แต่เงียบไม่กล้าเปิดปาก หลายคนเคยได้ยินแต่ข่าวลือเพราะเพิ่งเข้าประจำการ บ้างพอจะจำคนผู้นี้ได้

            และรู้ว่า...เขาผ่านศึกมามากแค่ไหน

            เฮนริคัส แวนท์

            ความน่าเกรงขามที่ไม่อาจลดทอนเพียงเพราะอยู่ในร่างของเด็กชายชาววิหค กลิ่นอายของสายเลือดที่เปลี่ยนไปแต่เพียงสบตาก็ทำให้ทหารระดับล่างทุกคนจำต้องยอมรับคนตรงหน้าเป็นหัวหน้า

            เพราะ หัวหน้าของพวกเขาเองก็ยังนับถือเด็กชายตรงหน้า

            เนินสต์ไม่รู้สึกว่าตัวเองโดนแย่งอำนาจเลยแม้แต่น้อย เจ้าของนาม เฮนริคัสเป็นคนสำคัญของเขาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และยาวไกลไปถึงอนาคต ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปอีกกี่สิบปีหากยังไม่พบตัวชายคนนี้เขาก็จะตามหาจนกว่าจะเจอ

            ในที่สุดความตั้งใจของเขาก็สัมฤทธิ์ผล

            เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยาวประบ่าแอบยิ้มด้วยความโล่งใจ เขาไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่า ความสุขอีกเลยตั้งแต่เรื่องราวเมื่อครั้งนั้น จะมีชื่อเสียง มีตำแหน่งสูงส่ง มีเงินทองมากมายเพียงใด ก็ไม่อาจทดแทนความโศกเศร้าจากการสูญเสียคนสำคัญ

            เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องมีชีวิตอยู่ และเพราะเชื่อเช่นนั้นจึงเลือกที่จะไต่เต้าเป็นผู้นำเพื่อรอวันเวลาให้คนคนนั้นกลับมารับช่วงต่อ เนินสต์ตามหาเฮนริคัสแทบพลิกแผ่นดิน

            เพียงเพื่ออยากเห็นอีกฝ่ายมีชีวิตที่ดี แค่นั้นก็พอแล้ว

            คนที่เป็นทั้งเพื่อน พี่น้อง หัวหน้า และ...คนสำคัญที่ผมพร้อมมอบชีวิตให้

            เนินสต์

            เจ้าของนามสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกฝ่ายเรียกชื่อของตนโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ครับ?

            “นาย...ตามหาฉันมาตลอดเลยเหรอเฮนริคัสในร่างของเด็กชายเปลี่ยนท่ามานั่งขัดสมาธิ นัยน์ตาที่ก่อนหน้านี้เฉยชาพลันอ่อนโยนลงหลังความทรงจำกลับมา ฉันอาจตายไปแล้วก็ได้

            เนินสต์ยิ้มตอบ ยิ่งดีใจเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนมาใช้สรรพนามเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันไม่ชินเลยจริงๆ เวลาได้ยินคนที่ตนนับถือจนยอมตายแทนได้มาแทนตัวด้วย ผมลงท้ายด้วย ครับกับเขา เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาควรจะเป็นฝ่ายทำมากกว่า

            ต่อหน้าคนคนนี้เขาเป็นเหมือนน้องชายที่ติดพี่ ไม่เหลือเศษเสี้ยวความร้ายกาจ ความเจ้าเล่ห์อีก เพราะผมเชื่อ...เชื่อว่าสักวันคุณจะกลับมา

            ได้ยินแบบนั้นเฮนริคัสก็พาลรู้สึกผิด เขาเป็นต้นตอทำให้ชายตรงหน้ามีชีวิตอยู่ในเส้นทางของการต่อสู้ฆ่าฟัน แบกรับหน้าที่อันแสนเจ็บปวดที่เขาเคยรู้สึก

            และถ้าเขาตายไปแล้ว...ทั้งหมดที่ทำไปก็สูญเปล่า ตามหาอีกกี่สิบกี่ชาติก็ไม่มีทางเจอ

            เป็นความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายเข้าใจดี แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองต้องตอบแทน หากไม่พลาดพลั้งจนความจำเสื่อมหลังโอนถ่ายวิญญาณเรื่องราวคงไม่วุ่นวายถึงเพียงนี้

            ใช่แล้ว...ร่างนั้นเป็นของเด็กชายวิหคที่เขาเป็นคน ฆ่ามากับมือ

            ตลกดีที่เขา เคยโกรธเกลียดชาวมัจฉาแทบอยากฆ่าให้ตาย โดนทรมานเพราะเป็นชาววิหคโดยเจ้าของบ้านชาวมัจฉาโรคจิตวิปริตจนเกือบไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่ได้รู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวตนของเขากลับเป็นเผ่าพันธุ์นั้นเสียเอง ความทรงจำของเด็กชายเจ้าของนามฮอฟฟ์ยังอยู่ นั่นทำให้ก่อนหน้านี้เขาเชื่อจริงๆ ว่าตัวเองเป็นฝ่าย ถูกกระทำ

            ทั้งๆ ที่ความจริง...มันตรงกันข้าม

            อย่างสิ้นเชิงเสียด้วย

            “นายล่าพวกวิหคเพื่อตามหาฉัน?เฮนริคัสถามออกไปก็พาลรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก เขาค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องตอบว่า...

            ครับ

            นั่นสินะ...คำตอบก็เห็นๆ กันอยู่

            ร่างเล็กลุกขึ้นยืน คว้าเอาดาบคู่ใจที่เนินสต์เก็บไว้แล้วดึงออกจากฝัก ดูเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าดาบเล่มนี้ได้รับการดูแลอย่างดี และไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ เขาพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาสมกับที่ได้คืนสู่ตำแหน่ง

            ศึกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย...มาจบสงครามยืดเยื้อนี้กันเถอะ

            ...ตำแหน่งผู้นำทัพที่เขาแสนจะเกลียด

            แต่ในเมื่อวิญญาณดวงนี้ได้แปดเปื้อนไปมากจนไม่อาจจะกลับเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว เขาก็ขอจัดการเรื่องราวทั้งหมดให้จบๆ กันเสียที แม้จะต้องคร่าอีกกี่ชีวิตก็ตาม

            นายจะไปกับฉันไหม เนินสต์...

            เนินสต์มองตรงไปที่แววตาคู่นั้น แม้คนตรงหน้าจะเย็นชาขึ้นมากต่างจากเมื่อครั้งแรกที่พบเจอ แต่เขาก็ยอมรับในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะด้านดีหรือเลว เพราะอย่างไรเสียที่เขามีวันนี้ได้ก็เพราะอีกฝ่ายให้ความรัก ให้ความห่วงใย ดูแลปกป้องเด็กจรจัดอย่างเขา

            แน่นอนครับ สำหรับผม...ชีวิตนี้เป็นของคุณ

            ผมจะขอติดตามเพียงคนคนเดียว ไม่ว่าจะที่ไหน...หรือแม้แต่ความตาย

 

            กลิ่นฉุนของสมุนไพรอบอวลไปทั่วทั้งห้องจนผู้ที่นอนหลับใหลไม่ได้สติมานานยังอดขมวดคิ้วไม่ได้ ร่างบนเตียงค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ แล้วพยายามกวาดสายตามองหาใครบางคน คนที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุด กลัวเหลือเกินว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงความฝัน

            แต่ในอีกด้าน...หากคิดดีๆ เป็นเพียง ฝันร้าย ที่ตื่นแล้วจางให้ไปก็คงดีเหมือนกัน

            ชายหนุ่มเผลอกัดริมฝีปากตัวเองทีหนึ่งเมื่อจู่ๆ ความเจ็บปวดก็แล่นเข้าถาโถม ดูท่าว่าคราวนี้เขาจะพลาดท่าปล่อยให้ใครต่อใครรุมทำร้ายมากเกินไปเสียหน่อย ที่มันแย่ซ้ำสองก็เพราะฝ่ายตรงข้ามรู้จุดอ่อนเรื่องยาพิษของเขาเป็นอย่างดี

            ไม่เช่นนั้นมีหรือที่มังกรแข็งแกร่งจะนอนซมลุกไม่ขึ้นไปหลายชั่วโมง

            เครมิสยังคงเป็นกังวลเมื่อตื่นมาแล้วไม่พบใครอยู่ข้างๆ ตั้งแต่ออกเดินทางมาเขาก็หมดสติลุกไม่ขึ้นเพราะยาพิษไปสองสามครั้ง แต่ทุกคราจะมีใครสักคนเฝ้ารอการกลับมาของเขา

            ทว่าครั้งนี้กลับมีเพียงความเงียบ

            แบบนี้ไม่เอานะ...

            แสงแดดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เขารู้ดีว่าตนหลับไปนานแค่ไหน บาดแผลส่วนใหญ่ค่อนข้างสมานตัวกันเรียบร้อย เหลือไว้เพียงความเจ็บปวดเป็นพักๆ จากฤทธิ์ยา โชคยังดีที่เขามีร่างกายแข็งแรงกว่าคนปกติ ไม่เช่นนั้นอาจไม่มีโอกาสลืมตาตื่นอย่างที่เป็นอยู่

            เพราะแม้ฟ่องฟ่องจะช่วยรักษาไว้ให้ส่วนหนึ่ง ห้ามเลือดไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ บาดแผลหลายแห่งจึงยังคงมีเลือดไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ

            และการตากฝนติดต่อกันเป็นชั่วโมงทั้งยังเสียเลือดไปมากจนไม่อาจประมาณได้ สำหรับคนธรรมดาคงยากที่จะยื้อชีวิตเอาไว้

            นับเป็นอีกครั้งที่ เลือดแห่งมังกรช่วยชีวิตเขาไว้

            ตกลงทุกคนหายไปไหนกันหมด

            เครมิสเริ่มรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาอีกครั้ง เรื่องเมื่อคืนมีทั้งที่ทำให้เขาบอบช้ำจนแทบทรุด และมีเรื่องที่ทำให้เขายิ้มออกไปพร้อมๆ กัน

            อยากให้เรื่องเหล่านั้นเป็นแค่ความฝัน...แต่บางส่วนก็อยากให้เป็นความจริง

            เรามันเห็นแก่ตัวเนอะว่าไหม

            มังกรหนุ่มอดขำไปกับความคิดของตนเองไม่ได้ แต่เมื่อลองมองไปรอบๆ อีกครั้งก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ทุกอย่างดูเงียบเกินไปจนแทบจะลืมว่าตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในช่วงของสงคราม แม้จะไม่ได้กำลังต่อสู้กันอยู่ก็ควรมีเสียงคนคุยกัน หรือเหล่านักสู้ฝึกฝนเตรียมพร้อมรบ

            แต่นี่...ไม่มีเลย

            ทุกอย่างเงียบจนเขาไม่อยากเชื่อ

            สีหน้าของเครมิสเผยชัดเจนถึงความกระวนกระวาย จิตใจหาความสงบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยว ทั้งๆ ที่ปกติออกจะเป็นคนคิดในแง่ดี ทว่าหลังผ่านเรื่องราวแสนเจ็บช้ำน้ำใจอย่างหนักมาถึงสองครั้งติดกันทำให้ตอนนี้เขาไม่มีใจอยากเชื่อใครหรืออะไรง่ายๆ อีกแล้ว

            ไม่มีใครอยากเจ็บปวดซ้ำซ้อนนักหรอก

            โครม!

            จู่ๆ บานประตูที่ถูกปิดตายก็ถูกใครบางคนจากอีกด้านพังจนหลุดจากตัวที่พัก ชายคนนั้นเมื่อเห็นว่าภายในมีผู้ป่วยพักผ่อนอยู่ก็กระตุกยิ้มเหี้ยมเหมือนเจอเหยื่อชั้นดี เลียริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด มาหลบซ่อนอยู่ที่นี่อีกคนงั้นเหรอ

            หลบซ่อน?

            เครมิสไม่เข้าใจเลยสักนิด เขานอนพักฟื้นอยู่ในนี้ตั้งแต่แรก ไม่ได้มาลี้ภัยใดๆ ทั้งสิ้น รอบนอกก็ไม่มีวี่แววเสียงการต่อสู้รบ...

            กรี๊ด!”

            “ตายซะเถอะ!”

            “ข้าจะล้างแค้นให้พี่น้องของข้า!”

            จู่ๆ เสียงมากมายก็ดังผ่านมาทางประตูจนเครมิสถึงกับเบิกตากว้าง เขาไม่เชื่อว่าพวกมัจฉาจะเพิ่งบุกในจังหวะนี้พอดี ความจริงที่เขานั่งบื้ออยู่เฉยๆ มาตั้งนาน

            ทั้งที่ด้านนอก...เขาสู้กันจะเป็นจะตาย

            สงครามที่เขาควรจะรับผิดชอบ

            ทำหน้าตาตกใจขนาดนั้นแปลว่าไม่รู้เลยใช่ไหมว่าด้านล่างกำลังมีสงคราม?ทหารหนุ่มที่เครมิสไม่คุ้นหน้าพูดต่อ ท่าทางจะเป็นคนที่ค่อนข้างสำคัญพอสมควรสินะ ถึงได้มีการลงอาคมป้องกันเอาไว้ ทั้งยังไม่ให้มีเสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาอีก

            “ผิดแล้วล่ะมังกรหนุ่มหัวเราะในลำคอ เราไม่ได้สำคัญอย่างที่นายพูดสักนิด

            ไม่...ไม่แม้เพียงสักนิดเดียว

            เขาจะไปสำคัญขนาดนั้นได้ยังไง ในเมื่อชาววิหคหลายคนทั้งโกรธ ทั้งเกลียดเขาแทบตายกับการที่พลาดพลั้งจนหมู่บ้านโดนบุก แล้วยังแผนการลับที่โดนดัดหลังจนเข็ด นั่นไม่ใช่ความผิดของเขาคนเดียวก็จริง

            แต่จะพูดว่า ไม่ผิดเลยก็ไม่ได้อีกนั่นแหละ

            เครมิสยิ้มฝืนๆ ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อำนวย เขายังไม่อยากหาเรื่องใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะฝ่ายมัจฉาหรือวิหค เพราะตอนนี้จิตใจกำลังอยู่ในช่วงสับสนได้ที่ นายมาหาผิดคนแล้วล่ะ

            สับสนว่าทำไม...ฮอฟฟ์น้อยถึงกลายเป็น เฮนริคัส

            อีกฝ่ายไม่ได้อธิบายความจริงโดยละเอียดให้เขาฟัง แต่คำพูดสั้นๆ ที่ว่าเขาคือ เฮนริคัส กลับไม่มีแววตาลังเลหรือสับสนเลยสักนิด นั่นทำให้เครมิสเชื่อโดยสนิทใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังล้อเล่นหรือเล่นมุกตลกให้เขาคลายเครียด ท่ามกลางสนามรบที่ความเป็นความตายมีเท่ากัน

            ใครจะกล้าล้อเล่น...

            และนั่นทำให้เขายังคงไม่เข้าใจ

            เราไม่ถนัดเรื่องซับซ้อนจริงๆ นั่นแหละ

            “อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นหาทางรอด ข้าไม่หลงกลหรอกอีกฝ่ายชักมีดสั้นออกมาเตรียมสังหารคนตรงหน้า เขารับคำสั่งให้ เก็บกวาดทุกคนตรงหน้าที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน และดูยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ใกล้เคียงกับคำว่า พรรคพวกเท่าไหร่ เจอกันชาติหน้าแล้วกัน!”

            มังกรหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างที่พุ่งเข้ามาปกป้องเขาเอาไว้ในวินาทีสุดท้าย เขาจำได้ดีว่าคนคนนี้คือใคร แม้จะไม่ได้รู้สึกสนิทชิดเชื้อเป็นพิเศษแต่จะให้ลืมหน้าในเวลาสั้นๆ คงเป็นไปไม่ได้ เรือนผมสีเขียวอ่อนบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด

            เลือดจากทั้งศัตรูและพวกพ้องที่ไม่อาจปกป้องไว้ได้

            และตอนนี้คงต้องเพิ่ม...เลือดของเขาเอง

            เวอเนอร์!” เครมิสตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดๆ เปลือกตาที่ปิดสนิทพร้อมสติของเจ้าตัวที่ขาดห้วง ถึงเขาจะนิสัยเสียแค่ไหนแต่ก็คงไม่คิดจะผันชื่อคนเล่นในเวลาคับขันเช่นนี้

            โดยเฉพาะเมื่อเขาได้กลิ่นเลือด...

            มีดสั้นปักลึกจนเกือบมิดด้ามที่กลางหลัง เขารีบร้อนตรวจดูทันทีแล้วก็ต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อพบว่าอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่

            แต่ลมหายใจ...ก็แผ่วเบาไปมาก

            เครมิสไม่คิดสั้นขนาดจะดึงมีดออกทันทีเพราะไม่รู้ว่าร่างกายของชาววิหคจะทนได้มากน้อยแค่ไหน เกิดเลือดไหลจากบาดแผลไม่หยุดก็อาจถึงตายเอาง่ายๆ

            เพราะเวอเนอร์ไม่ใช่เขา

            ไม่ใช่...มังกร

            “กล้ามากนะ...น้ำเสียงเย็นชาจนอีกฝ่ายถึงกับผวา นัยน์ตาสีเหลืองทองจับจ้องผู้บุกรุกปานจะฆ่าให้ตาย เขายั้งมือทุกครั้งเวลาต้องต่อสู้ ไม่อยากดับลมหายใจของใคร หรือหักแขนหักขาจนฝ่ายนั้นเดินไม่ได้ เครมิสถือคติที่ว่าคนทุกคนย่อมมีคนที่เขารักรออยู่

            และนั่นเป็นสาเหตุที่เขาเตือนใจตัวเองไม่ให้ทำอะไรรุนแรง เพราะเขาก็คงยิ้มไม่ออกหากคนที่เขาให้ความสำคัญต้องมาถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ

            แต่กล้ามาทำร้ายคนรู้จักต่อหน้าเขา...อารมณ์อยาก ฆ่ามันก็ชักจะห้ามไม่อยู่

            ถ้ายังอยากมีชีวิตรอดก็ไปซะ...

            ความกดดันที่แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ประโยคที่ถ้าเป็นคนปกติพูดกันก็คงหาว่าแค่ขู่ไปอย่างนั้น ทว่าต่อหน้าเครมิสกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง ทหารชาวมัจฉาถึงกับมือสั่นคล้ายเห็นภาพซ้อนของมังกรที่ยิ่งใหญ่

            แววตาตรงหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้พูดขู่ไปงั้นๆ

            เขาทำจริงแน่...

            กลับไปที่สนามรบ จะไปสู้กับใครจนตายด้วยเกียรติยังไงก็ช่าง แต่ถ้ายังอยู่ในห้องนี้...เครมิสหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเรียกกรงเล็บสีแดงเลือดอาวุธประจำกายออกมาแล้วพูดออกไปตามตรง ไร้ซึ่งน้ำเสียงติดตลกเหมือนทุกที เราไม่รับประกันว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ให้ฉีกกระชากร่างนายเป็นชิ้นๆ ได้หรือเปล่า

            ชาวมัจฉาที่ตอนแรกได้ใจพลันรู้สึกหนาวไปทั่วทั้งแผ่นหลัง แม้รู้ว่าคนตรงหน้าบาดเจ็บแทบไม่มีแรง แต่อะไรบางอย่างกลับร้องเตือนว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่น

            และความสามารถที่ห่างชั้น...

            จะไปได้หรือยัง?

            เมื่อสิ้นคำนั้นผู้บุกรุกก็เป็นฝ่ายล่าถอยไปก่อน แม้จะมีโอกาสชนะอยู่บ้างหากอาศัยจังหวะดีๆ แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องมาลำบากต่อสู้โดยเอาชีวิตมาเสี่ยง สู้ไปหาคนฝีมืออ่อนกว่านี้จัดการง่ายกว่าเยอะ ถึงจะมาเป็นทหารเพื่อเผ่าพันธุ์ แต่ร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีใครอยากเอาชีวิตมาทิ้งหรอก

            เครมิสถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้อง ลงมือ จริงๆ จังๆ เจ้าตัวกะพริบตาสองสามครั้งเหมือนต้องการปรับอารมณ์ของตัวเอง เล็บที่ยาวขึ้นในตอนแรกกลับเป็นปกติ ทว่ามือไม้ยังคงสั่นเหมือนร่างกายไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้สักเท่าไหร่

            การห้ามใจไม่ให้พลั้งมือ ฆ่าใครนี่มันลำบากเหมือนกันแฮะ

            มังกรหนุ่มยังคงจินตนาการภาพเมื่อครู่ได้ดี สีหน้าของฝ่ายตรงข้ามที่ซีดลงทันตา กลิ่นของความกลัวที่ให้ตายยังไงก็ซ่อนไม่มิด ปลุกอารมณ์อยากสั่งสอนให้รู้สำนึกขึ้นมาแปลกๆ ยิ่งช่วงนี้เขามีเรื่องวุ่นวายจนเจ็บกายเจ็บใจเป็นว่าเล่นอีก จะให้ยิ้มซื่อๆ เหมือนทุกครั้งคงยาก

            หัวใจที่เต้นถี่ค่อยๆ ช้าลงจนกลับเป็นปกติ เขากำเสื้อบริเวณอกซ้ายจนเป็นรอยยับยู่ยี่ก่อนจะหัวเราะในลำคอจนเผยให้เห็นเขี้ยวคมแลดูน่ากลัวมากกว่าจะเป็นเรื่องขำขัน

            เขาเกือบจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่จริงๆ นั่นแหละ

         แม่ฮะ...ผมเป็นเด็กไม่ดีใช่ไหม

            ร่างสูงสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อไล่ความคิดเหล่านั้นออกไปให้พ้น ก่อนจะอุ้มเวอเนอร์ที่ไม่ได้สติให้นอนบนเตียงแทนเขา เครมิสไม่กล้าทำอะไรกับมีดสั้นที่ปักอยู่จึงต้องจัดท่าให้อยู่ในลักษณะนอนคว่ำ เสียงการต่อสู้ยังคงดังผ่านเข้ามาในห้องเป็นพักๆ ทั้งฝ่ายวิหคและฝ่ายมัจฉา การต่อสู้คงเป็นไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ

            เราจะรีบตามคนมาช่วยนะ อย่าเพิ่งตายล่ะ...

            สิ้นคำเครมิสก็เดินออกจากห้องไปพบความจริงอันโหดร้ายที่รออยู่

            จนบางครั้ง...เขาอาจอยากนอนหลับไปเสียตรงนั้น ไม่อยากรับรู้กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอีก

 

----------------------------------------------------------------------------------

10/8/2013

            บทที่ 19 เป็นยังไงบ้างเอ่ย ดราม่าไม่ว่าจะฝั่งเครมิสและฝั่งมัจฉา ต่างฝ่ายต่างมีสิ่งสำคัญที่อยากปกป้อง ไม่ว่าจะฟ่องฟ่องที่เป็นห่วงเครมิส และเนินสต์ที่เป็นห่วงเฮนริคัส ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเห็นคนสำคัญของตนต้องเสียใจ

            และพร้อม...จะแก้แค้นศัตรูที่ทำให้คนสำคัญของพวกเขาเจ็บปวด [เชื่อว่าแฟนคลับคนไหนที่เป็นสาววายต้องแอบกรี๊ดกันอยู่ใช่ไหมล่ะ!!]

            สงครามครั้งนี้จะจบยังไงก็คงต้องติดตามกันต่อ

            และขอบคุณสำหรับนักอ่านทั้งหลายที่ยังคงติดตามกันจนถึงป่านนี้ เว้นช่วงไม่ได้ลงไปสักพักคนน้อยลงไปบ้าง แต่ยังเห็นนักอ่านบางท่านอยู่ก็ปลื้มแล้ว >w<

            ผลพิจารณาเห็นว่าจะมาสัปดาห์หน้า ก็มาช่วยกันลุ้นเนอะ

            ปล. พรุ่งนี้อย่าลืมมาอ่านตอนพิเศษคุณแม่ต่อด้วยล่ะ ตอนพิเศษคุณแม่จะลงวันอาทิตย์ ใครยังไม่ได้ไปย้อนอ่านก็อย่าลืมอ่านนะ อาทิตย์ก่อนลง Part 2 ไป

 

-------------------------------------------------------------------------------------------

17/8/2013

            มาลงแล้วกับครึ่งหลัง เครมิสที่โดนแย่งซีนเท่ๆ ไปหมดโดยฟ่องฟ่อง บทนี้เขากลับมาเท่บ้างแล้ว แม้ความเท่นั้นจะมาพร้อมความเย็นชาก็ตาม อย่างที่บอกไปว่าเครมิสเลี่ยงการ ฆ่ามาโดยตลอด แต่ถ้ามีใครต้องตายเพราะเขาก็อาจยากที่จะอดกลั้นเอาไว้ได้

            ส่วนเวอเนอร์จะรอดไหมก็ต้องรอดูกันต่อไป ส่วนบทหน้ามีฉากบู๊ให้ได้อ่านกันแน่นอนจ้า

            เรื่องผลพิจารณาของทางต้นมะนาวออกแล้ว บอกว่ายังไม่ผ่าน...; ;

            ตอนนี้ไรท์เตอร์กะว่าจะลงไปเรื่อยๆ ก่อน ช่วงนี้ยังไม่ว่างมาอ่านทวนเพื่อตรวจทานอีกรอบเลยสำหรับ Vol.2 ดังนั้นขอพักเรื่องส่งต้นฉบับไปสักพักสำหรับเรื่องนี้ จะลง Vol.2 ในเว็บไปเรื่อยๆ ไว้เอนท์เสร็จจะมาทวนๆ แก้ๆ อีกที

            ยังไงก็ต้องเข็นมันเป็นเล่มให้ได้สักวัน!

            ส่วนผลงานอื่นๆ ของเราช่วงนี้ ตอนนี้มีส่งประกวดหน้าใสของแจ่มใสไป แม้จะเป็นแนวรักแต่ก็แฝงกลิ่นอายแฟนตาซีไว้มาก ยังไงก็รอดูก่อนว่าติดไหม ถ้าติดแล้วจะเอาเรื่องมาโปรโมต ช่วยๆ กันโหวตด้วยนะถ้าติดขึ้นมา >w<

            ส่วนเรื่องที่ผ่านกับต้นมะนาว เรื่อง Twins ตอนแรกเข้าใจว่าผ่านด้วยแนวรัก...ที่ไหนได้ อยู่หมวดแฟนตาซีต่างหาก ต้องไปเพิ่มบทแฟนตาซีด้วยล่ะ ดังนั้นคอแฟนตาซีคงสบายใจได้เลยว่าเรื่องนี้มีบทลุ้นๆ ตื่นเต้นให้อ่านแน่นอน บทรักนี่เศษเสี้ยวมาก (ถมเรื่องนี้จะออกดราม่ามากหน่อย ใครชอบแนวนี้คงมีเฮ)

            Twins ยังไม่รู้จะเป็นเล่มเมื่อไหร่ คิดว่าเลทสุดก็ต้นปีหน้านะคะเพราะช่วงนี้ไรท์เตอร์ยุ่งเรื่องสอบเข้ามากๆ เวลาเขียนไม่ค่อยมีเลย T^T

            เจอกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ ส่วนตอนพิเศษคุณแม่ที่อาทิตย์ก่อนไม่ได้ลง วันพรุ่งนี้จะพยายามลงต่อให้ได้ค่ะ

            แล้วเจอกันนะ ^^

            ปล. ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ไม่ว่าจะที่เม้นลงมาในนี้ หรือบางคนที่มาคุยด้วยในเฟส และแฟนๆ ท่านอื่นที่ติดตามอยู่ >w<


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1289 prewwy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 12:03
    ได้ข่าวว่าฟ่องๆ ตัวเล็กกว่าเครมิส... เอิ่ม เครมิสตัวใหญ่ว่างั้น เห็นคนจิ้นคู่นี้เยอะแล้วรู้สึกดี!!! เรามีเพื่อนอยู่!!!!! ไม่ได้คิดไปเองคนเดียวนะเอออออออ
    #1,289
    0
  2. #1138 rinray (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 14:03
    อ่า ไม่ไหวแล้ว ไม่ได้จิ้นเลยนะ... ไม่ได้จิ้น.. ไม่ได้...
    #1,138
    0
  3. #1123 Sintear (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 18:43
    ฉันว่าจะไม่จิ้นแล้วนะ ว่าจะไม่จิ้นแล้วน้าาาา ฟหกดฟหกดฟหกดฟหกด สิงโตมังกรรร
    #1,123
    0
  4. #1118 fakan (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 16:27
    กรี๊ดดดดดดดดด  เครมิสฟื้นมาก็เท่เลยนะ
    #1,118
    0
  5. #1117 Namfon13 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 16:14
    หนูมิสโหดกับเขาอย่างเท่!
    ลุยเลยลูก! ต่อยๆ เตะๆ ให้คว้ำเลยนะ
    #1,117
    0
  6. #1116 aongfong39 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 15:48
    เครมิสเท่อ่ะ มีโหมดโหดกับเค้าด้วย> < 
    รอตอนต่อไปนะคะ รอตอนพิเศษของคุณแม่ด้วย
    #1,116
    0
  7. #1115 flameknight (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 13:25
    รอตอนต่อไปน้า
    #1,115
    0
  8. #1110 นีไนล์ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 11:20
    ถึงไม่ใช่สาววายแต่ตอนนี้เริ่มจะคิดบ้างแล้วแฮะ ^^
    #1,110
    0
  9. #1109 bewbeaubew (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 14:26
    สุดๆอ่ะ
    กร๊ดฟ่องๆกับเครมิสอ่ะ
    #1,109
    0
  10. #1108 วิลเลต (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 22:23
    ไอยะ แล้วมันจะเป็นยังไงเนี่ย
    #1,108
    0
  11. #1107 aongfong39 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 12:13
    ดราม่าทั้งสองฝ่าย ตามด้วยการแอบจิ้น> <
    #1,107
    0
  12. #1106 flameknight (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 19:03
    ไม่ใช่สาววายแต่อยากกรี๊ดด้วยอ่ะพี่แพร รอครึ่งหลังค่ะ
    #1,106
    0