Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 37 : [CD] ตอนพิเศษ คุณแม่ยังสาว [100%] 8/12/2013

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

ตอนพิเศษ คุณแม่ยังสาว

 

            มีคนบอกว่าฉันไม่ใช่คน...

            พวกเขาบอกว่าฉันแข็งแกร่งเกินไปทั้งๆ ที่อายุแค่นี้ แข็งแกร่งเกินไปทั้งๆ ที่ไม่ได้รับการฝึกฝนพิเศษอย่างใครๆ และแข็งแกร่งเกินไปทั้งๆ ที่ฉันเป็น...

            ผู้หญิง

            น่าหัวเราะดีเนอะ แต่เขาก็พูดถึงอยู่อย่างนึง

            ถูกแล้วที่เขาบอกว่าฉันไม่ใช่คน

            เพราะฉันเป็น...มังกร

 

            ยุคที่ฉันอยู่คือช่วงที่มีการต่อสู้รบฆ่าฟันกันไม่ต่างอะไรจากผักปลา เผ่าพันธุ์ต่างๆ พยายามขยายเขตแดนของตน รวบรวมพลังอำนาจ ขนาดเด็กๆ ยังต้องฝึกการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่แน่นอนว่าการฝึกสอนย่อมมีจำกัด จะสอนใครมั่วๆ ซั่วๆ ไม่ได้

            ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเกณฑ์พวกผู้ชายไปฝึกซะมากกว่า

            ผู้หญิงอย่างฉัน...ก็ต้องฝึกเอาเอง

            ถ้ายังอยากมีชีวิตรอดล่ะนะ

            ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็มีแต่เสียงการต่อสู้ดังอื้ออึงไปหมด ยิ่งเผ่าพันธุ์ของพวกฉันค่อนข้างแข็งแกร่งกว่าเผ่าอื่นๆ ทำให้พวกเราตกเป็นเป้าในการโจมตีพอสมควร เหมือนบางเผ่าจะคิดว่าถ้าเอาชนะพวกเราได้แล้วจะข่มขวัญเผ่าอื่นๆ ให้ศิโรราบแต่โดยดี

            ทั้งที่มันไม่ง่ายอย่างนั้น

            โง่เง่าดีแท้

            ระวัง!”

            เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับดาบที่พุ่งเข้าใส่จากด้านขวา ฉันเหลือบมองเพียงหางตาก่อนจะพลิกตัวหลบแล้วคว้าด้ามดาบนั้นเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที ไม่เช่นนั้นปลายดาบคงจะปักลงที่ใบหน้าของพ่อค้าที่ตั้งร้านอยู่ตรงนั้น

            การหลบอย่างเดียวอาจทำให้คนอื่นต้องรับเคราะห์แทน

            ประเด็นก็คือ...

            หัดระวังกันหน่อยสิ

            ฉันส่งดาบคืนให้กับชายคนนั้นที่ก้มขอโทษขอโพยอยู่หลายที พวกเขากำลังซ้อมต่อสู้กันอยู่ทำไมฉันจะดูไม่ออก แต่ที่แย่คือเพราะพละกำลังที่มากจนเกินไปของเผ่าพันธุ์มังกร ทำให้แม้ลานฝึกซ้อมจะอยู่ห่างออกไปหลายเมตรก็ยังเป็นภัยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งร้านอยู่ใกล้ๆ

            แต่ทำดาบหลุดมือนี่เป็นอะไรที่เฉิ่มมากจริงๆ

            อ่อนหัด

            ต้องขอโทษจริงๆ นะครับอีกฝ่ายลูบคอแก้เก้อ แต่เมื่อกี้นี้คุณรับดาบไว้ได้เท่สุดๆ ไปเลย ฝึกกับใครเหรอครับ!”

            เขาทำตาเป็นประกายจนฉันเหงื่อตก ไอ้ท่าทางเหมือนลูกหมาแบบนั้นช่างน่าสมเพชสิ้นดี มีอย่างที่ไหนมาถามคำถามไร้สาระแบบนั้นกับฉัน ไม่ได้รู้อะไรบ้างเลยเหรอไงว่าตอนนี้พวกอาจารย์มีฝีมือ ทหารเก่งๆ เขาสอนให้เฉพาะกับผู้ชาย

            ที่ถามมารู้บ้างไหมว่ามันยิ่งทำให้ฉัน...อิจฉา

            ไม่ได้รู้อะไรบ้างเลย!

            “นี่แกล้งโง่รึไงฉันกระตุกคอเสื้อของคนตรงหน้าอย่างเหลืออด กระชากร่างของเขาให้เข้ามาใกล้จนเห็นนัยน์ตาสีทองนั้นอย่างชัดเจน ใครที่ไหนเขาจะยอมสอนผู้หญิงในเวลาสงครามแบบนี้

            ฉันปล่อยคนตรงหน้าให้เป็นอิสระ เหมือนจะขู่แรงไปสักหน่อยทำให้ชายคนนี้ถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้น แต่แล้วก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเขา...

            หัวเราะ

            ฮ่าๆๆๆ สุดยอดไปเลย

            ฉันถึงกับยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก คนตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหัวเราะเลยสักนิด นี่ฉันคุยอยู่กับคนบ้าหรือไงกันนะ ท่าทางวันนี้จะมีแต่เรื่องโชคร้ายแล้วล่ะมั้ง เดินซื้อของอยู่ดีๆ ดันเจอดาบพุ่งเข้าใส่ แล้วยังต้องมาคุยกับคนสติไม่เต็มอีก

            ไปดีกว่า...

            จะไปไหนน่ะ?

            เขารั้งฉันไว้ในจังหวะที่กำลังจะก้าวหนี ฉันได้แต่มองมือที่ถือวิสาสะจับข้อมือฉันด้วยความหงุดหงิด ปล่อย...

            ไม่งั้นเดี๋ยวลงมือฆ่าขึ้นมาจะหนาว

            โหดจังเลยแฮะเขายังคงแอบหัวเราะเบาๆ ได้อย่างน่าหมั่นไส้จนฉันแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ไอ้ความเขินอายแบบผู้หญิงสาวๆ วัยละอ่อนน่ะไม่ใช่และไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด

            สำหรับฉัน เออร์เนสต์ เรฟอร์ด ไม่มีทางทำตัวบอบบางเหมือนผู้หญิงที่มีไว้แค่ประดับบ้านหรอก!

            “บอก-ให้-ปล่อย!”

            ฉันสะบัดมือให้เป็นอิสระก่อนจะใช้มือกระชากร่างที่นั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้นให้ลอยขึ้น ยืนให้มั่นแล้วหมุนตัวเตะใครบางคนให้ลอยกลับไปยังทางที่เขาจากมาโดยไม่มีคำว่าปราณี อาจเพราะอารมณ์ที่ใกล้จะระเบิดเต็มทนทำให้นอกจากลูกถีบธรรมดาแล้วยังอัดเวทสายไฟที่ถนัดจนเสื้อของเขาทิ้งรอยไหม้ไว้เต็มๆ จนขาดเห็นเนื้อหนังไปบ้าง

            คนรอบข้างต่างมองภาพนั้นด้วยความไม่เชื่อ ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงชาวมังกรธรรมดาๆ อย่างฉันจะกล้าเตะหนึ่งในกองทหารองครักษ์ประจำเผ่า!

            ฉันไม่ได้ตาบอดมองไม่เห็นยศของเขาหรอกนะ ที่ทำไปทั้งหมด...

            ด้วยความสะใจและความต้องการของตัวเองล้วนๆ!

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Part 2

           

            หมอนั่นอีกแล้วเหรอเนี่ย...ฉันถอนหายใจด้วยความปวดหัวหลังเห็นใบหน้าซื่อบื้อของใครบางคนที่โผล่มาให้เห็นทุกวันจนเอียน ไม่รู้เขาว่างมากหรือเป็นพวกดื้อด้านกันแน่ บอกไปหลายครั้งแล้วว่า ไม่ก็ยังตามตื๊อไม่เลิก

            เขาอาจจะชอบเธอก็ได้นะ

            เพื่อนร่วมห้องของฉันยิ้มหวานชวนขนลุก แต่สิ่งที่เจ้าหล่อนพูดออกมาทำให้ฉันสยองยิ่งกว่า ใช้คำว่า ชอบกับคนอย่างฉันมันน่าตลกเกินไปแล้ว ใครที่ไหนจะมาชอบผู้หญิงที่ทำตัวไม่สมกับเพศอย่างฉัน ที่สำคัญที่สุดคือ...

            สิ่งที่หมอนั่นมาพูดทุกวันหนีไม่พ้นคำว่า เป็นคู่ซ้อมให้หน่อย

            ชอบบ้าชอบบออะไร ก็แค่ทหารองครักษ์ที่อยากหาคนประมือด้วยก็แค่นั้น!

            มันจะไม่เป็นปัญหาอะไรเลย...ถ้าคนที่เขาอยากประมือด้วยไม่ใช่ผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างฉันที่แค่ค่าเช่าห้องก็ยังไม่ค่อยจะมีจ่าย อยู่กินแบบเดือนชนเดือนสุดๆ

            ฉันไม่ว่างมาเสียเวลาทำอะไรแบบนั้นหรอกนะ!

            “ทำไมถึงได้ตามตื๊อนักนะ...ฉันถอนหายใจ แอบมองเขาที่ยังคงยืนอยู่หน้าที่พักของฉันด้วยรอยยิ้มซื่อๆ นั่น ช่างต่างจากองครักษ์คนอื่นๆ ที่บางครั้งชอบทำตัวหยิ่งผยอง ทำเหมือนคนอื่นๆ เป็นสิ่งไร้ค่า อวดอ้างยกความดีความชอบของตน

            อยากให้พวกเราชาวบ้านยกย่องว่าถ้าไม่มีพวกเขาเราคงอยู่ไม่ได้อะไรทำนองนั้น

            ...น่าขำสิ้นดี

            แต่ก็คงน่าขำยิ่งกว่ากับหนึ่งในทหารองครักษ์บางคนที่มีเวลาว่างมากพอมาตามตื๊อให้ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างฉันไปเป็นคู่ซ้อมให้

            นายมันงี่เง่าจริงๆ...

            ฉันนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเองพลางมองเขาที่ถูกผู้ดูแลไล่แล้วต้องแอบอมยิ้ม ทหารบ้าอะไรถึงทำตัวเป็นเด็กแบบนี้นะ

 

            วันต่อมาฉันตัดสินใจลงไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องก่อนที่จะโดนผู้ดูแลเรียกไปต่อว่ามากไปกว่านี้ เพราะการที่เขามาป้วนเปี้ยนหน้าที่พักบ่อยๆ ทำให้คนไม่ค่อยกล้าเข้า ฉันเองก็ไม่คิดว่าเขาจะดื้อด้านขนาดนี้ ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ

            นี่ฉันเตะเขากระเด็นนะ ถ้าจะตามมาเอาเรื่องก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ดันถูกใจและอยากให้ช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ ฉันจำได้ว่าเตะเขาที่ลำตัวนะ ไม่ได้ฟาดหัวอะไร เขาไปลื่นล้มสะดุดที่ไหนมาหรือเปล่าถึงได้ทำตัวเพี้ยนๆ แบบนี้

            งงจริงๆ นะเนี่ย

            นี่นาย...ฉันมองเขาที่เอาแต่ยิ้มหวานแล้วก็ต้องรู้สึกปวดหัวหนึบๆ เลิกตามฉันมาที่นี่ได้แล้ว รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันลำบาก

            “คุณก็ยอมไปเป็นคู่ซ้อมให้ผมสิ

            เขายังคงยิ้ม...ยิ้มได้อย่างน่าหมั่นไส้!

            ฉันพยายามใจเย็นเนื่องจากคดีคราวก่อนทำให้ชื่อของฉันดังไปทั่ว และมันไม่ใช่ในทางที่ดีสักเท่าไหร่ นอกจากจะถูกตราหน้าว่าทำร้ายเจ้าพนักงานแล้วยังมีปัญหาเวลาสมัครงานด้วย แต่ละคนดูถูกฉันว่าจะทำงานละเอียดอ่อนได้หรือเปล่า

            เห็นอย่างนี้ฉันก็ทำอาหาร ทำงานบ้านได้นะ!

            “ถ้าฉันไปเป็นคู่ซ้อมให้นายแล้วจะได้อะไร?

            ฉันถามไปงั้นๆ ไม่คิดว่าจะได้ผลตอบแทนอะไรที่มีค่ามากกว่าไปทำงานตามปกติจนเขาตอบกลับมาซื่อๆ อย่างกับเด็กฟันน้ำนมยังไม่หลุด อืม...ผมจ้างคุณก็ได้

            “จ้าง?

            “ก็เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่ไม่ใช่หรือไง

            ฉึก...มันช่างแทงใจดำจริงๆ

            นายจะให้เท่าไหร่ บอกไว้ก่อนว่าถ้าน้อยกว่าค่าจ้างปัจจุบันของฉันก็อย่าคิดว่าฉันจะยอมเสียเวลา เสียแรงไปเป็นคู่ซ้อมให้นายฉันใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเขาแล้วยิ้มเหี้ยม อย่าคิดว่านายเป็นหนึ่งในทหารองครักษ์แล้วจะเอายศมาขู่บังคับกันได้ง่ายๆ ด้วยล่ะ

            ฉันทั้งขู่ ทั้งเย็นชาด้วยขนาดนี้แล้วเขากลับยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาเป็นโรคจิตหรืออะไรกันแน่ ถ้าเป็นคนปกติคงขวัญหนีดีฝ่อวิ่งหางจุกตูดไปแล้ว

            ไม่หนีแล้วยังเอาแต่ยิ้มอีก...นี่ฉันคุยกับคนไม่ปกติจริงๆ ใช่ไหมนะ

            หมื่นนึง

            ฮะ?

            ค่าจ้างของคุณไง เอ...หรือว่ามันน้อยไป?เขาทำหน้าครุ่นคิดพลางทำท่าจะหันไปขอความเห็นจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้น คุณป้าครับ ผมจ้างคุณคนนี้หมื่นนึงคิดว่า...

            หมับ!

            ฉันรีบเอามือตะครุบปากทหารงี่เง่าบางคนก่อนที่เขาจะทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ พูดซะอย่างกับว่าฉันกำลังขายตัวอย่างไรอย่างนั้น

            หมื่นเหรียญเงินล่ะสิ อย่ามาหลอกกันซะให้ยาก

            ฉันเคยเจอมาแล้ว พวกที่ทำเป็นพูดจำนวนเงินมากมายแต่สุดท้ายไม่ได้หมายถึงเหรียญทอง หากแต่เป็นเหรียญเงินซึ่งมีค่าน้อยกว่าถึงร้อยเท่า หรือถ้าใครมันเลวจริงก็จะใช้เหรียญทองแดง ซึ่งมีมูลค่าน้อยกว่าเหรียญทองถึงหมื่นเท่า

            ผมไม่ได้จะหลอกสักหน่อย หมื่นเหรียญทองจริงๆ นะเขาทำหน้าเบ้เมื่อเห็นว่าฉันยังคงทำสีหน้าไม่เชื่อ ถ้าคุณเป็นคู่ซ้อมให้ผมเดือนนึง ผมให้หนึ่งหมื่นเหรียญทองจริงๆ

            “นายจะบ้าหรือไง หนึ่งหมื่นเหรียญทองนี่เอาไปซื้อบ้านหรูๆ ได้สบายๆ เลยนะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่านายจะมีปัญหาจ่ายให้จริงๆ อย่าเอาตัวเลขเว่อร์ๆ พวกนั้นอ้าง ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะ

            งานดีๆ หน่อยอย่างมากก็ได้สักร้อยเหรียญทอง หรือก็คือหมื่นเหรียญเงินต่อเดือน ใครมีรายได้ถึงพันเหรียญทองต่อเดือนก็นับว่ารวยพอสมควรแล้ว แต่นี่จะเอาให้ฉันถึงหมื่นนึงกับแค่ไปเป็นคู่ซ้อมด้วย ขนาดทหารที่ได้รับรางวัลจากการไปเอาชนะแม่ทัพดังๆ ของฝ่ายตรงข้ามยังได้แค่พันเหรียญทองเลย

            แล้วจะให้ฉันหมื่นนึงเนี่ยนะ ประสาท!

            ฉันกำลังจะต่อว่าก็หันไปเห็นเขาที่จ้องฉันด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ ทำไมไม่เชื่อผมล่ะ...

            “ใครจะไปเชื่อได้ลง เงินตั้งมากขนาดนั้น

            “ถ้าลดเงินลงมาจะเชื่อผมเหรอ งั้น...งั้นคุณตั้งราคามาก็ได้เขาทำตาเป็นประกายเมื่อพบทางออก คงคิดว่าถ้าให้ฉันเป็นคนตั้งค่าจ้างด้วยตนเองแล้วจะทำให้ฉันยอมตกลงทำงานกับเขางั้นแหละ

            อยากทำหน้าซื่อบื้อดีนัก...งั้นก็ขอแกล้งกลับหน่อยแล้วกัน

            แสนนึง

            ฉันแกล้งพูดไปงั้นๆ แล้วเตรียมกลับขึ้นห้องโดยไม่คิดว่า...

            ตกลง

            ...เขาจะตอบตกลงซะงั้น!

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Part 3

 

            เคร้ง!

            เสียงดาบเล่มหนึ่งถูกปัดลงไปปักอยู่กับพื้น ร่างนั้นลมลงไปนั่งเนื่องด้วยเสียจังหวะจนตกเป็นรอง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบดาบอีกเล่มจ่ออยู่ที่คอ เห็นดังนั้นก็ทำได้เพียงถอนหายใจ ยกมือขึ้นแสดงความพ่ายแพ้ในที่สุด

            แพ้แล้วครับ

            ร่างที่ยืนอยู่ถอนดาบกลับไปแล้วทำท่าจะส่งมือให้แต่ก็ชะงักไว้แล้วทำเป็นไม่สนใจ ลุกขึ้นสิ ซ้อมแค่นี้เหนื่อยแล้วหรือไง

            ทหารอีกหลายคนที่ซ้อมอยู่ที่ลานประลองถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อเห็นการต่อสู้ของคนทั้งสอง และไม่อยากเชื่อยิ่งกว่าเมื่อคู่ซ้อมของหนึ่งในทหารองครักษ์จะเป็น...ผู้หญิง

 

            พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน

            ฉันพูดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีธุระต้องไปทำ ไม่รู้หรอกนะว่าเขาต้องไปทำอะไรกันแน่ แต่ซ้อมๆ อยู่ได้ไม่นานก็มักมีใครต่อใครเรียกตัวเขาไปคุย ฉันที่มีหน้าที่แค่เป็นคู่ซ้อมจึงไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายหรือยุ่งไม่เข้าเรื่อง เขาจะเป็นตายร้ายดียังไงไม่ใช่ธุระของฉัน

            เพราะบอกแล้ว...ฉันเป็นแค่คู่ซ้อม

            แค่นั้นจริงๆ

            คุณ...

            เสียงทหารแถวนั้นเรียกให้ฉันหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเขาไม่รู้จักชื่อจึงตอบไปตามมารยาท เออร์เนสต์ค่ะ

            “คุณเออร์เนสต์ อาจจะเป็นการเสียมารยาทสักหน่อย แต่ผมอยากถามว่า...คุณเป็นอะไรกับท่านหัวหน้าเหรอครับ

            “คู่ซ้อมฉันตอบออกไปโดยไม่ลังเล ฉันเป็นแค่คู่ซ้อมต่อสู้ของเขาเท่านั้น

            ทหารหนุ่มคนนั้นทำหน้าไม่เชื่อ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของฉันที่รำคาญเต็มทนก็เป็นฝ่ายถอยก่อนจะได้มีเรื่องกันกลางลาน ฉันเก็บดาบลงฝักแล้วเตรียมจะไปหาอะไรทานระหว่างรอก็โดนใครบางคนถือวิสาสะจับไหล่ของฉัน

            มีอะไรอีกฉันคิดว่าน่าจะเป็นทหารคนเดิม แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่ นายไม่ได้ไปทำธุระอะไรสักอย่างหรอกเหรอ?

            “พอดีผมลืมอะไรนิดหน่อยเขาพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนกนิดๆ ดูก็รู้ว่านั่นเป็นคำโกหก แต่เขาจะโกหกเพื่ออะไรฉันก็ไม่สนใจอยู่ดี ไปทานข้าวด้วยกันไหม

            “ถ้านายเลี้ยง

            ฉันเป็นฝ่ายเดินนำไปก่อนเพราะมีร้านในใจไว้อยู่แล้ว แต่ก็ต้องหันกลับไปหาผู้ว่าจ้างบางคนด้วยความรู้สึกแปลกๆ มีอะไรหรือเปล่า รีบมาสิ

            เขามีทีท่าปกติทุกอย่าง ถึงงั้นก็เถอะ ถ้าฉันไม่ได้คิดไปเอง เหมือนจู่ๆ จะมีไอสังหารบางอย่างอยู่ด้านหลัง และเหมือนจะเป็นของหมอนั่นเสียด้วย

            แปลกจัง...เขาก็ยังยิ้มอยู่นี่นา

           

            รู้ไหมครับ...หัวหน้าหน่วยองครักษ์พูดกับหนึ่งในลูกน้องของเขาด้วยน้ำเสียงเย็น คุณไม่ควรมายุ่มย่ามกับคนของผม

            “เปล่านะครับ ผมแค่...

            ไม่ทันที่จะได้พูดแก้ตัวว่าเขาไม่ได้ไปแตะต้องหรือมีจุดประสงค์ไม่ดีกับแขกของหัวหน้าเลยสักนิด เพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวในลานประลองหันกลับมาเรียกทำให้คนบางคนเปลี่ยนท่าทางเป็นยิ้มหวานได้ในทันที ทั้งยังตอบเสียงใส จะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ

            ก่อนที่ร่างนั้นจะผละออกไป เขากระซิบที่ข้างหูของลูกน้องใต้บัญชาอย่างเลือดเย็น สีหน้าเย็นชาต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ

            จะไม่มีครั้งหน้าอีก จำไว้ว่านั่น...เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มหวาน เป็นคนของผม

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Part 4

 

            “เหม่ออะไรของนาย?ฉันถามออกไปหลังจากทนเห็นคนตรงหน้านั่งนิ่งอย่างกับรูปปั้นมาสักพัก ปกติเขาต้องหาเรื่องมากวนเบื้องล่างให้ฉันเตะคว่ำสิ นี่อะไร! เอาแต่นั่งเหม่อลอยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่ได้ ไม่งั้นฉันกลับแล้วนะ

            “เฮ้ยๆ ผมขอโทษ ก็แค่...แค่คิดอะไรนิดหน่อยเขาตอบสิ่งที่ฉันคาดเดาเอาไว้อยู่แล้ว

            เขาเลือกที่จะไม่พูด ความจริงที่ปิดบังจากฉัน

            ฉันไม่ได้โง่หรอกนะ

            ทำไมต้องโกหกด้วยฉันไม่อยากทนต่อไปอีกแล้ว การเป็นคู่ซ้อมให้เขาก็โดนจับตามองจนเป็นที่รู้จักไปทั่ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างเขาจะมาแพ้ผู้หญิงอย่างฉันจริงๆ ครั้งสองครั้งก็ว่าไปอย่าง

            แต่นี่...เขาไม่เคยสู้อย่างจริงจังเพื่อเอาชนะเลย

            แล้วจะให้ฉันซ้อมกับเขาเพื่ออะไร

            น่าขำสิ้นดี

            คนตรงหน้าถึงกับนิ่งไป สีหน้าเขาไม่ยิ้มแย้มเหมือนอย่างเคย ฉันเข้าใจว่ามันคงพูดยากกับสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันที่มีแต่จะวุ่นวายยิ่งขึ้นทุกวี่ทุกวัน

            สาเหตุที่เขาซ้อมกับฉัน...

            นายไม่ต้องเล่นละครต่อไปอีกแล้ว ฉันรู้...รู้มาตลอด

            พูดจบฉันก็หยิบมีดบนโต๊ะอาหารที่ยังไม่ได้ใช้มากรีดข้อมือตัวเองแล้วรีบคว้าแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าใกล้ตัวมารองรับเลือดสีแดงข้นที่หลั่งรินจากบาดแผล ฉันมองของเหลวเหล่านั้นที่เปลี่ยนสีจากแดงเป็นเงินในที่สุด

            เลือดที่หาได้ยาก...เลือดของมังกรโบราณ

            นี่คือสิ่งที่นายต้องการใช่ไหม...ฉันฝืนยิ้มแม้จะรู้สึกเจ็บบาดแผลแปลบๆ อย่างอดไม่ได้ แต่ไม่รู้ตรงไหนมันเจ็บกว่ากันระหว่างแผลบ้าๆ นั่นกับความรู้สึกที่เหมือนโดนหลอกใช้

            ทั้งๆ ที่ก็เจออะไรแบบนี้มาหลายครั้ง...

            ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน เขามีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัด คงไม่คิดว่าฉันจะบ้าเลือดกรีดข้อมือตัวเองกลางร้านอาหารสินะ ฉันตั้งใจสั่งเนื้อราคาแพงเพื่อจะได้กินอะไรอร่อยๆ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

            เขาพูดอะไรบางอย่างแต่สติของฉันมันไม่อยู่ในจุดที่จะรับรู้อะไรต่อไปแล้ว

            และนั่น...เป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นสีดำ

 

            ความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่ข้อมือทำให้ฉันรู้สึกตัวแล้วเด้งขึ้นมานั่งด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมล่ะ? ทำไมฉันยังไม่ตาย ทั้งๆ ที่ตามปกติหมอนั่นควรจะพาฉันไปในที่ลับตาคนแล้วรีดเลือดออกมาให้หมด

            เลือดศักดิ์สิทธิ์ของมังกรโบราณ...

            อธิบายให้เข้าใจง่ายคือการที่บรรพบุรุษของพวกเราแต่ละสายธาตุเช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นต้น จะเลือกผู้สืบทอดสายเลือดแท้ๆ ที่เป็นสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ต่อมาเรื่อยๆ หรือก็คือจะมีเลือดของบรรพบุรุษไหลเวียนอยู่ในร่างกาย

            แต่เพราะไม่ได้เลือกเพียงคนเดียวทำให้ครอบครัวฉันที่ได้รับสืบทอดมาเรื่อยๆ ไม่ได้เป็นผู้นำเผ่าพันธุ์หรืออะไร ต่อสายธาตุนึงจะเลือกประมาณสิบคนประมาณนั้น

            ถึงจะไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวที่มีสายเลือดศักดิ์สิทธิ์...ก็ก็นับว่าเป็นไม่กี่คนที่มี

            และเลือดของพวกเราก็พิเศษมากซะด้วยสิ

            เป็นยารักษาชั้นเยี่ยมที่มีมูลค่านับไม่ถ้วน โดยเฉพาะถ้าเจ้าของเลือดนั้นเป็นผู้ยินยอมมอบเลือดให้เองจะเป็นการถ่ายโอนเลือดศักดิ์สิทธิ์ให้กับคนที่เขาหรือเธอคนนั้นเลือก

            อย่างที่ฉันทำ...

            แล้วทำไมเขาถึงยังปล่อยฉันไว้อย่างนี้ล่ะ?

            ฟื้นแล้วเหรอครับเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากข้างเตียง เขาลุกขึ้นมานั่งอย่างสะลึมสะลือ ท่าทางจะนั่งเฝ้านานจนเผลอหลับไป รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?

            “ก็...ปกติดี

            “งั้นเหรอครับ...เขาพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ก่อนจะขมวดคิ้วทำหน้าโหดต่างจากทุกทีจนฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบยังไงชอบกล ทีหลังอย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะครับ รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงแค่ไหน!”

            “แต่ฉัน...คิดว่านาย...

            “คิดว่าผมทำไมครับ?เขาแยกเขี้ยวขู่เหมือนหมดความอดทนเต็มที คิดว่าผมอยากได้เลือดของคุณเลยมาตีสนิทอะไรแบบนี้เหรอไง!”

            “ถ้าว่ากันตามตรงก็...ใช่

            “ให้ตาย!” เขาตวาดเสียงดังแล้วชักเอาดาบคู่ใจออกมากรีดเบาๆ ที่ปลายนิ้วของตัวเอง เลือดสีแดงไหลออกมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีทอง ดูให้เต็มตา ผมเองก็มีสายเลือดบริสุทธิ์เหมือนกัน ถึงจะเป็นคนละสายธาตุ แล้วอย่างนี้ผมจะเอาเลือดคุณไปทำเพื่อ!”

            เลือดสีเงินมาจากการที่บรรพบุรุษต้นสายตระกูลเป็นหญิง ส่วนสีทองคือชาย อย่างเช่นต้นตระกูลสายไฟของฉันเป็นมังกรเพศหญิง ส่วนเขา...คิดว่าน่าจะสายธาตุดินล่ะมั้ง เห็นผมสีออกน้ำตาล คุ้นๆ ว่าต้นตระกูลสายนี้จะเป็นชาย

            นี่คิดอะไรอยู่อีกล่ะครับ ฟังผมอยู่หรือเปล่า!”

            “อ่า...ไม่ฉันตอบออกไปตามตรง

            ผมจะบ้าตาย...เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเก็บดาบลงฝักไป รอยแผลที่ปลายนิ้วปิดเรียบร้อยเนื่องจากเผ่าพันธุ์ของพวกเราถึกจะตาย แผลแค่นี้ไม่กี่วินาทีก็ปิดสนิทแล้ว

            งั้นนายมายุ่งกับฉันทำไมถ้าไม่ใช่เพราะเลือดนี่?

            “ก็...

            “ไม่ต้องบอกว่าอยากได้คู่ซ้อมเลยนะ นายเองก็ไม่ได้อ่อนแอ ฝีมือก็มี ฉันไม่เชื่อหรอกว่าที่สู้ๆ กันนี่นายงัดเอาความสามารถทั้งหมดออกมาแล้ว

            ฉันจ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ ถ้าโกหกออกมาอีกคำเดียวนี่ฉันเอาตาย

            ผิดด้วยหรือไง...เขาเบ้ปากเหมือนเด็กถูกขัดใจแล้วช้อนตามองด้วยสีหน้าเหมือนลูกหมาถูกทิ้ง ก็อยากอยู่ใกล้ๆ คนที่ชอบนี่

            “ฮะ?

            “ไหนๆ ก็พูดแล้วเพราะงั้นก็...

            คนตรงหน้าฉีกยิ้มกว้างก่อนจะอาศัยจังหวะที่ฉันยังงงเขยิบเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มอย่างรวดเร็ว แต่เพราะฉันเองก็เป็นคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงจึงแย่งเอาดาบของเขามาใช้จ่อคอผู้เป็นเจ้าของ

            โหดตลอด...เขาพึมพำเบาๆ กับตัวเองก่อนจะส่งยิ้มน่ารักให้เหมือนไม่สนใจว่ามีของอันตรายจ่ออยู่ที่คอ คบกันนะครับ

            “ไป...ไปตายซะ!”

            ฉันตวาดกลับไปเสียงดังแล้วเผลอแทงดาบออกไปจริงๆ จนบาดลึกที่คออีกฝ่าย ดีที่เขาหลบไปบ้างแต่ก็ไม่พ้นรัศมีดาบจนเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจนฉันทำอะไรไม่ถูก

            ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ

            “ผมรู้ครับ ผมไม่โทษคุณหรอก...ท้ายประโยคเบาลงก่อนที่เขาจะหมดสติไปเพราะเสียเลือดมากอย่างกะทันหัน

            ใครอยู่แถวนี้บ้าง มาช่วยกันหน่อย!”

 

            และแล้วความรักแสนจะนองเลือดก็ได้ดำเนินมาถึงตอนจบ...จบเหอะ!

 

                       

           

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

30/6/2013

            วันนี้ขอมาแค่ครึ่งเดียวก่อนแล้วกันเนอะ พอดีพรุ่งนี้มีสอบฟิสิกส์เลยไม่ว่างเขียนเท่าไหร่ เป็นไงบ้างกับคุณแม่โหดที่ออกจะมาดเท่ยิ่งกว่าชายใด ฮ่าๆๆๆ

            อันนี้เขียนตามรีเควสของนักอ่านนะเออ ใครอยากให้เขียนตอนพิเศษเกี่ยวกับอะไรให้เม้นทิ้งเอาไว้ได้เลย เพราะคงต้องลงตอนพิเศษแก้ขัดไปอีกสักพัก กว่าทางสนพ. จะว่างมาพิจารณาคงสักกลางๆ กรกฎาคม ดังนั้นจึงยังบอกอะไรไม่ได้นัก

            ครึ่งหลังมาต่ออาทิตย์หน้านะเออ

            แล้วอย่าลืมมารีเควสกันด้วยล่ะ >w<

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4/8/2013

            มาลงต่อแล้วนะ แต่...มันยังไม่จบง่ายๆ ตอนแรกคิดว่าจะเป็นตอนพิเศษสั้นๆ มันดันไม่สั้นอย่างที่คิด ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะจบลงที่ตรงไหน เอาเป็นว่าติดตามต่ออาทิตย์หน้านะคะ

            ช่างเป็นคุณทหารที่ซื่อบื้อไม่แพ้เครมิสจริงๆ นี่แหละน้าพ่อลูกกัน คิดว่าหลายๆ คนคงเดาได้อยู่แล้วว่าคนคนนี้ก็คือว่าที่พ่อของเครมิสในอนาคต แต่ไปลงเอยกันอีท่าไหนคงต้องติดตามกันต่อ

            ก็นะ...ท่านแม่เออร์เนสต์โหดขนาดนี้ จะยอมใจอ่อนเมื่อไหร่ต้องติดตาม

            ปล. คงเดากันได้แล้วใช่ไหมว่านิสัยซื่อบื้อของเครมิสนั้นมาจากพ่อหรือแม่ 555

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

18/8/2013

            ขอเสียงกรี๊ดดังๆ ให้กับท่านพ่อของเครมิสที่ทำตัวติงต๊องมานาน จู่ๆ ตอนท้ายกลับพลิกล็อกบทโหดกว่าที่คิด นี่สินะความ ขี้หวงที่แฝงอยู่ภายใต้หน้ากากร่าเริงแจ่มใสนั่น เขียนไปเขียนมาทำไมมันดูเป็นนิยายรักไปได้ ทั้งๆ ที่ตอนจบมันจะดราม่านะ =[]=!!

            ตอนนี้ชักชอบท่านพ่อของเครมิสจริงๆ ไว้ถ้าตอนออกเล่มจะจับไปใส่ในเล่มเสริมแล้วกัน (กะไว้ว่าเล่มเสริมจะเป็นเนื้อเรื่องตอนเด็กของเครมิส ฟ่องฟ่อง กับตอนพิเศษอื่นๆ)

            ยังไงก็มาร่วมลุ้นต่อไปนะคะ ว่าท่านแม่สุดโหดอย่างเออร์เนสต์ กับท่านพ่อร้ายลึกที่ยังไม่เคยเอ่ยชื่อขึ้นมาสักหน (เพราะคนเขียนยังไม่ได้คิด)  จะลงเอยกันยังไง
 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

8/12/2013

            จบสักทีกับตอนพิเศษของท่านแม่ ความจริงจะยาวกว่านี้แต่คิดว่าเนื้อหาส่วนนั้นมันค่อนข้างจะสปอยล์เนื้อเรื่อง เอาไว้คงไปเขียนลงใน Vol.5 ที่เป็นเหมือน Side Story อีกที

            เป็นคู่รักที่หวานกันแบบแปลกๆ แต่จนจบตอนแล้วยังไม่ได้ตั้งชื่อให้ท่านพ่อเลยแฮะ...ไว้บทโผล่อีกเมื่อไหร่ค่อยตั้งแล้วกัน//โดนท่านพ่อของเครมิสเตะเปรี้ยง

            นิสัยนี่เหมือนกันสุดๆ ด้วยความขี้เล่นและแอบโหดนิดๆ ตอนจบเหมือนจะหวานแต่ก็ฮายันวินาทีสุดท้าย คู่นี้มันต้องเลือดสาด!!

            ไว้จะมีเนื้อเรื่องจัดเต็มตอน Vol.5 อีกที ตั้งใจจะเอาตอนนี้ไปลงด้วยแต่คงเขียนใหม่ ปรับภาษาอีกหน่อย และเขียนให้ยาวขึ้น บอกตามตรงว่าที่เขียนตอนนี้นี่ภาษาง่อยมากจริงๆ เขียนตามใจฉันสุดๆ

            ก็นะ...ตอนพิเศษนี่นา

            //หนีไปแต่งตอนหลักต่อ เจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1370 butterfly-white (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 19:32
    อ้าววว แล้วพ่อเครมิสชื่ออะไรอ่ะ
    แล้วตอนนี้ไปไหนแล้ว หรือว่าตายแล้ว???
    #1,370
    0
  2. #1264 Em.S.End (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2556 / 19:19
    เย้ ในที่สุดก็ก็ลงเอยกันสักทีหลังจากที่รอคอยมานานแสนนาน(เว่อร์)
    แม้ว่าตอนจบจะให้ความรู้สึกแบบ...
    เอิ่ม
    ก็เถอะนะ
    แล้วไหงต่างคนต่างสลบล่ะ นึกว่าจะถึกกว่านี้ซะอีก(ยัยนี่แอบโหด)
    ยังไงก็ตามชอบท่านพ่อท่านแม่มากมายนะเจ้าค่ะ
    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมคุณลูกหนูน้อยเครมิสกับฟ่องๆขวัญใจเดี๋ยนพ่วงด้วยลิวจังอีกคนนะเออ

    ติมตามอ่านและเป็นกำลังใจให้เสมอ
    จากแฟนนักอ่านและเพื่อนนักเขียนจ้า
    #1,264
    0
  3. #1263 aongfong39 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2556 / 00:37
    ไม่ได้เข้ามาตั้งนาน ไรเตอร์ยังไม่ลืมกันน้าา วันนี้เข้ามาอ่านตอนพิเศษก่อน อ่านจบแล้วแบบว่า...
    น่ารักมากกกกก เป็นคู่ที่รักกันแบบโหดได้ใจมาก ชอบค่ะ
    เดี๋ยวไว้จะมาติดตามภาคหลัคต่อนะคะ
    #1,263
    0
  4. #1260 Nendtime (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2556 / 21:23
    ถ้ามีต่อคงได้เป็นรักแบบตบจูบตบจูบกระทืบจูบ ใช่ไหมล่ะ ลัลล้าลัลลัลล๊า
    #1,260
    0
  5. #1255 Nendtime (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 14:09
    มาต่อเร็วเข้าไรท์เตอร์ เดียวจะปามีดไปหาถ้าไม่มา
    #1,255
    0
  6. #1136 rinray (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 13:48
    แล้วเครมิสได้ใครมาอะ ดูแล้วไม่เหมือนใครสักคน
    #1,136
    0
  7. #1127 aongfong39 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2556 / 23:59
    คุณพ่อแอบโหดอ่ะ เรื่องความติงต๊องและความโหดที่แฝงอยู่เนี่ยเครมิสถอดแบบมาเป๊ะ
    #1,127
    0
  8. #1126 Namfon13 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2556 / 20:50
    หนูมิสเอ๊ย นายได้นิสัยพ่อนายมาเต็มๆ เลยนะ เหอะๆ
    #1,126
    0
  9. #1121 Sintear (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 18:23
    หม่ะม้าร้ายมาก แต่ป่ะป๊า(?)เขาเหนือเมฆค่ะ ฮาาาาา
    #1,121
    0
  10. #1103 aongfong39 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 21:51
    เครมิสช่างเหมือนพ่อ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ
    #1,103
    0
  11. #1094 Nendtime (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 20:13
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,094
    0
  12. #1092 ~ ClOuD OF DarknesS ~ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 / 22:59
    ไม่ได้เข้ามาอ่านนานเลย /*/ แอบตาลายเล็กน้อย 555+ 
    ยังคงเป็นนิยายที่แอบรั่วได้ตลอดรอดฝั่ง ฮ่าๆ (ชอบๆ)
    ล่าสุดคุณม๊าเจ๋งมากค่ะ *ชูป้ายไฟ*
     
    ปล. เห็นว่านิยายอยู่ในช่วงพิจารณา สู้ๆ นะคะ เอาใจช่วย ^ ^
    #1,092
    0
  13. #1083 นีไนล์ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 11:37
    หม่าม๊าสุดแจ๋ว  ><
    #1,083
    0
  14. #1078 Sintear (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 21:26
    หม่ะม๊าเท่มาก!! //ยกป้ายอวย
    อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนั้นคือพ่อเครมิส...
    #1,078
    0
  15. #1077 ShiroHana (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 19:13
    หม่าม๊าโหดมาก//พอรู้แล้วว่านิสัยใจร้อนกับนิสัยซื่อๆนี่มาจากใคร ฮา
    #1,077
    0
  16. #1076 pinkysery (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 15:29
    นี่คือ หนึ่งในส่วนผสมอันไม่ลงตัวก่อเกิดเป็นเครมิสใช่ปะเนี่ย?? (หรือเป็นตั้งแต่รุ่นพ่อ) เดาเต็มที่ค่ะ ให้เสริมอีกนิด พ่อเครมิสน่าจะมีบารมีเยอะนะ
    #1,076
    0
  17. #1074 Em.S.End (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 10:17
    คนโดนเตะนี่ใช่คุณพ่อหรือเปล่าเนี่ย?
    #1,074
    0
  18. #1073 aongfong39 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 07:10
    คุณแม่โหดจริงอะไรจริง ชอบอ่ะ555
    #1,073
    0
  19. #545 Pla††olia's ƒairy ❀ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2555 / 20:26
    โคเวเลนต์...เอามาจากเคมีรึเปล่าคะพี่ =w=? ฮ่าๆ
    #545
    0
  20. #289 piposama (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2555 / 00:49
     แฮ มัน = ผม มัน =[]=
    #289
    0
  21. #264 worm-book (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 11:08
    หงึ ขอบคุณที่ลงอันนี้นะคะ เพิ่งรู้ตัวว่าอ่านฟรีดริชได้ผิดมหันต์เลยทีเดียว =_=;
    #264
    0
  22. #262 ヨハン ゆき (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 01:13
    มีลิวอิสอ่ะค่ะ ที่อ่านอิส---it
    (-_-;)

    #262
    0