Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 32 : [CD] บทที่ 17 ก็คนมันช็อกค้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 17 ก็คนมันช็อกค้าง

 

            “ทำไมพวกเขาถึงปล่อยฮอฟฟัสซ่าล่ะ?”

            เป็นคำถามที่อีกหลายๆ คนในที่นั้นต้องการจะรู้เช่นเดียวกัน เป็นเรื่องแปลกมากถึงมากที่สุดถ้าจะปล่อยให้ตัวประกันเดินเล่นได้ตามใจชอบ ไม่มีการพันธนาการใดๆ เลยสักนิด ลงอาคมไว้ก็ไม่ใช่

            หากไม่ใช่เพราะเครมิสจำกลิ่นของเด็กน้อยตรงหน้าได้ล่ะก็ เขาต้องคิดว่าเป็นตัวปลอมแหงๆ

            แต่คำถามนี้ฮอฟฟ์ก็ไม่รู้จะตอบยังไง

            เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันเด็กชายเร่งมือเพื่อคลายเชือกที่มัดเท้าของมังกรหนุ่มและคนอื่นๆ รีบหนีกันก่อนดีกว่าครับ

            ด้วยแสงอันน้อยนิดทำให้กว่าจะคลายเชือกให้แต่ละคนได้ก็ใช้เวลามากโข จะเสียงดังก็ไม่ได้เพราะเกรงว่าจะโดนจับซึ่งนับเป็นเรื่องงี่เง่าเกินไป พวกเขายังไม่อยากโดนฆ่าทิ้งด้วยสภาพแบบนี้

            ถ้าต้องตายก็ขอตายในสนามรบ ทำหน้าที่จนวาระสุดท้าย

            ไม่แปลกใจเลยหากเมื่อพวกเขาเหาะเหินเดินได้เหมือนปกติแล้ว...จะไม่ตรงเข้าสู้!

            “เฮ้ย!” เสียงทหารชาวมัจฉาหลุดตะโกนเสียงดังเมื่อตัวเขาโดนหมัดหนักๆ ของเครมิสเข้าไปดอกหนึ่ง ซ้ำยังโดนชาววิหคอีกหลายคนกระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ทันได้ตั้งตัวหรือยกอาวุธขึ้นป้องกัน

            ในเมื่อความแตกไปแล้ว...ก็ลุยให้เต็มที่แล้วกัน!

            ทุกอย่างกลายเป็นความโกลาหล จากค่ำคืนที่เงียบสงบแปรเปลี่ยนเป็นสมรภูมิรบฆ่าฟันกัน แม้ยังไม่มีใครเสียชีวิตเนื่องจากต่างฝ่ายต่างยังไม่พร้อมเต็มที่ สู้ๆ ไปก็ต้องคอยถอยร่นเพื่อตั้งหลัก แต่คนบาดเจ็บก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            ไม่ว่าฝ่ายศัตรู...หรือพวกพ้อง

            ที่น่าเป็นห่วงคือการที่กำลังคนของฝั่งเครมิสมีน้อยกว่ามากนักเนื่องจากเตรียมตัวมาเพื่อจัดการหัวหน้าทัพอย่างลับๆ ไม่ได้มีความต้องการจะมาเปิดศึกเต็มรูปแบบเช่นนี้ โชคยังดีที่เครมิสกำลังฉุนกึกเต็มที่ ท่าทางจะเก็บกดมาหลายวัน

            เวลานี้จึงจัดเต็มอย่างกับเครื่องจักรทำลายล้าง!

            ตูม!

            ด้วยการใช้เวทไฟผสานกับลมทำให้สามารถโจมตีได้ในพื้นที่กว้าง แต่ข้อเสียอันใหญ่หลวงที่แก้ไม่หายก็เลี่ยงไม่ได้เสียที

            จะทำอะไรหัดบอกกันก่อนจะได้ไหม!”

            ทั้งลิวอิสและชาววิหคคนอื่นๆ ต่างบินหนีขึ้นที่สูงแทบไม่ทัน ไม่เช่นนั้นอาจโดนเปลวเพลิงเผาจนปีกอันสวยงามไหม้เกรียมเป็นนกทอด เครมิสทำเพียงหัวเราะแห้งๆ อย่างลืมตัว เมื่อก่อนเขาไม่เคยต้องใส่ใจเรื่องอะไรแบบนี้นัก การสู้เป็นกลุ่มไม่ใช่รูปแบบของเขาเลยสักนิด

            ปกติมีแต่...ฉายเดี่ยว

            ควันสีเทาเริ่มเลือนรางทำให้เห็นได้ว่าฝ่ายศัตรูยังคงยืนหยัดป้องกันไว้ได้ทัน สมกับที่เป็นเผ่ามัจฉา มีหลายคนที่ใช้เวทสายน้ำได้ซึ่งนั่นทำให้เครมิสเผยสีหน้าแหยงๆ ออกมาอย่างชัดเจน สำหรับมังกรธาตุไฟอย่างเขาแล้ว สิ่งที่เกลียดที่สุดรองจากยาพิษก็คือ...

            เวทธาตุน้ำ!

            น้ำทั่วไปไม่ได้ทำให้ผิวหนังของเครมิสระคายเคืองแต่อย่างใด ไม่เช่นนั้นทั้งชีวิตก็ไม่ต้องอาบน้ำกันพอดี โสโครกจนอาจใช้เป็นอาวุธชีวะภาพได้เลยถ้างั้น หากแต่เมื่อพูดถึงการใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำแล้วเป็นคนละเรื่องกันโดยแท้ มันคล้ายกับการใช้ธาตุบริสุทธิ์ในกายผสานเข้ากับสายน้ำหรือละอองน้ำในอากาศ รวมตัวกันแล้วใช้โจมตีคู่ต่อสู้

            การผสมกันระหว่างธาตุบริสุทธิ์กับน้ำทั่วไปจึงจะเรียกได้ว่าเป็นเวทมนตร์ธาตุน้ำ ไม่ใช่เป็นแต่การควบคุมน้ำธรรมดามากระแทกศัตรูไปงั้นๆ

            หลักการเช่นเดียวกับเวลาเครมิสใช้ธาตุไฟ เพราะเขาพ่นไฟตามปกติไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็นจึงต้องลำบากใช้เวทมนตร์แทน ซึ่งข้อเสียคือธาตุไฟนั้นรวมตัวกันยากยิ่งกว่าน้ำเป็นไหนๆ

            หากต้องปะทะกันแล้ว ถึงจะเป็นคู่ตรงข้ามที่มีความได้เปรียบเสียเปรียบทางธาตุเท่ากัน แต่ทางปฏิบัติจริงแล้ว...เครมิสตกเป็นรองสุดๆ!

            โดยเฉพาะถ้าเป็นผู้ใช้เวทระดับสูง แค่ต้องยืนใกล้ๆ ไอเวทพวกนั้นเครมิสก็คลื่นไส้จะแย่อยู่แล้วเหอะ!

            เราเกลียดเวทน้ำที่สุด!

            เมื่ออีกฝ่ายเห็นท่าทีของเครมิสเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงก็ยิ่งได้ใจ รุกหน้าเข้ารุมไม่ยั้ง มีทั้งพวกที่อัดเวทลงในดาบบ้าง พวกที่ยิงเวทใส่บ้าง แต่ก็นั่นแหละ ไม่ว่าจะแบบใดสำหรับมังกรไฟเช่นเขาก็ไม่ต่างจากถูกของเหม็นเน่าปาใส่

            แบบนี้ไม่ดีแน่!

            ลิวอิสซึ่งมองจากที่สูงคอยยิงสกัดให้เป็นบางครั้งถึงกับเหงื่อตก พวกเขาตั้งใจอาศัยเครมิสเพื่อลดทอนจำนวนทหารของฝ่ายตรงข้ามให้ได้มากที่สุด พยายามเพิ่มจำนวนคนบาดเจ็บของศัตรูเพื่อที่เวลาปะทะกันขึ้นมาพวกเขาจะได้ต่อสู้ง่ายหน่อย

            แต่ถ้าโดนจับจุดอ่อนแบบนี้ก็ซวยน่ะสิ!

            แวมไพร์หนุ่มเปลี่ยนลูกกระสุนตามความเหมาะสม เขาพกกระสุนไว้หลากหลายชนิด ตั้งแต่ระดับต่ำๆ ไปจนถึงกระสุนอัดเวทรับดับสูง แต่ของเหล่านี้หากนำมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าอาจทำให้ต้องมีคนบริสุทธิ์สังเวยชีวิตมากกว่าผลตอบแทนอันน้อยนิด

            ด้วยประสบการณ์ด้านการต่อสู้ที่แม้ไม่ถนัดปะทะกับคนมากๆ เช่นสงครามทำให้ลิวอิสจำต้องหลบมาเป็นฝ่ายซุ่มยิงแทน แต่ในเรื่องของการประเมินกำลังศัตรู หาจุดอ่อนจุดแข็งในเสี้ยววินาทีเป็นเรื่องที่เขา จำเป็นต้องเรียนรู้มาตั้งแต่สมัยยังเด็ก

            ไม่แปลกเลยที่จะเห็นลิวอิสควักเอาลูกกระสุนจากกระเป๋าคาดเอวมาเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องละสายตาจากเป้าหมาย

            ปัง!

            ลูกกระสุนที่อัดไปด้วยเวทสายฟ้าพุ่งตรงไปยังเหยื่อที่เล็งเอาไว้ แม้จะฝังตัวลงไปที่แขนซึ่งห่างไกลอวัยวะสำคัญอยู่มาก แต่เดิมทีแล้วลิวอิสก็ไม่ได้หวังจะฆ่าใครโดยใช่เหตุ อาศัยผลข้างเคียงของลูกกระสุนเพื่อทำให้อีกฝ่ายขยับตัวไม่ได้

            พูดง่ายๆ...ก็ทำให้เป็นอัมพาตนั่นแหละ

            เสร็จไปอีกหนึ่งคน

            เขารีบแฝงกายเข้าสู่เงามืดทันทีเมื่อเห็นทหารหลายคนหันมาเล็งยิง เผ่าพันธุ์อย่างลิวอิสสามารถใช้สภาพแวดล้อมที่แสนจะเป็นใจเพื่อทำให้ตนกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบ ถึงจะลำบากไม่น้อยเพราะห่างจากศึกหนักเช่นนี้มานาน

            คงเพราะอยู่อย่างสงบมาโดยตลอด...ตั้งแต่เรื่องเมื่อ ครั้งนั้น

            แวมไพร์เพียงคนเดียวในที่นี้ยังคงเคลื่อนที่หลบหลีกไปตามเงาของแมกไม้ หาจังหวะเหมาะๆ เพื่อจัดการลดจำนวนฝ่ายตรงข้ามทีละคนสองคนอย่างเงียบเชียบเหมือนนักฆ่าที่ไม่ปล่อยให้เหยื่อรู้ตัวจนหนีไปเสียก่อน

            การที่มีพวกพ้องค่อยๆ ล้มลงโดยหาผู้ลงมือไม่เจอทำให้เหล่าทหารมัจฉาตื่นกลัวขึ้นมาก พวกเขาหันซ้ายหันขวาอยู่ตลอดโดยไม่รู้เลยว่าสีหน้าแบบนั้นแสดงออกชัดเจนถึงความหวาดกลัว กระตุ้นอีกเพียงเล็กน้อยก็อาจขวัญหนีทิ้งภารกิจได้ง่ายๆ

            ลิวอิสไม่ได้ลงมือหวังจัดการคนทีละไม่กี่คนไปงั้นๆ เขาต้องการทำลายความเชื่อมั่นของคนพวกนั้นให้ทลายลง หากลูกน้องไม่มีความกล้าที่จะต่อสู้ก็เป็นเรื่องยากสำหรับผู้นำ ถึงเนินสต์จะมีความสามารถมากแค่ไหนก็คงห้ามคนใต้บังคับบัญชาของตนไม่ได้

            อีกแค่นิดเดียว นายต้องทำได้สิ ลิวอิส โคเวเลนต์

         เจ้าของเรือนผมสีทองยาวกระชับปืนคู่ของตนแน่นเหมือนเป็นการเสริมกำลังใจให้ตัวเอง ลงมือปฏิบัติการตามแผนที่วางเอาไว้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ศัตรูเริ่มระส่ำระส่ายจนต่อสู้อย่างมั่วๆ ซั่วๆ ไม่มีหลักการ

            หากเมื่อจิตใจคนเหล่านั้นดิ่งลงถึงจุดต่ำสุด เวลานั้น...ฝ่ายที่ได้ชัยก็คือเขา

            ปัง!

            เสียงปืนดังขึ้นแต่หาใช่จากกระบอกปืนทั้งสองของเขาไม่ ลิวอิสหันไปทางต้นเสียงก็พบว่านอกจากเนินสต์ผู้เป็นหัวหน้าทัพในครั้งนี้จะใช้ดาบยาวแล้ว เจ้าตัวยังวาดลวดลายด้วยการใช้ปืนพกได้ดีทีเดียว

            แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งชื่นชม!

            ประสาทสัมผัสของแวมไพร์นั้นไวต่อกลิ่นเลือดมาก ดังนั้นเขาสามารถแยกได้ทันทีว่าใครกำลังบาดเจ็บ แผลอาการหนักมากแค่ไหน ติดเชื้อหรือเปล่า ช่างเหมาะกับการเปลี่ยนอาชีพเป็นหมอสุดๆ ถึงจะไม่อยากรู้แต่จมูกก็ทำหน้าที่ดีจนเกินไป

            และนั่นทำให้เขาต้องตะลึงเมื่อรับรู้ว่าลูกกระสุนเมื่อครู่มุ่งตรงไปที่ใคร

            เจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงเผยสีหน้าเจ็บปวดขณะที่มือขวากำลังพยายามแงะลูกกระสุนที่อาบไปด้วยเลือดสีสดๆ ออกจากแขนซ้าย ถึงจะไม่รุนแรงถึงตายแต่มังกรหนุ่มก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายศึกษาเขามามากพอควร

            ไม่ว่าจะเรื่องสายธาตุ...และยาพิษ

            เป็นอีกครั้งที่เครมิสแทบยืนไม่อยู่ แค่ต้องต่อกรกับดาบเวทเอย ลูกบอลน้ำเอยก็แทบจะอ้วกอยู่แล้ว เขากระโดดหลบทีขาก็อ่อนจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น พอหยุดได้ครู่เดียวก็มีดาบมากมายฟาดฟันเข้าใส่หนีแทบไม่ทัน

            เมื่อสถานการณ์พลิกผันก็ทำให้ขวัญกำลังใจของเหล่ามัจฉาเพิ่มพูนอีกครั้ง รุกหน้าหนักยิ่งกว่าเดิมจนลิวอิสยังต้องเหงื่อตก

            การไล่ล่ามังกรหนุ่มวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จำต้องหนีมากกว่าจะได้โจมตีใส่ใคร การจะใช้เวทไฟเพื่อเพิ่มระยะห่างย่อมไม่เป็นผลเมื่อเจอธาตุคู่ตรงข้าม ส่วนจะให้ใช้เวทลมเพียวๆ ก็ไม่ได้อีกเช่นกันเพราะตัวเขาฝึกสายธาตุนั้นไว้เพื่อเพิ่มความรุนแรงของเปลวเพลิงและพยุงร่างของตัวเองเวลาบินเท่านั้น

            ดังนั้นสกิลการใช้เวทลมของเครมิส...คงไม่ได้มากพอสู้กับใครได้

            มังกรหนุ่มพยายามเว้นช่องว่างด้วยการฝืนกระโดดขึ้นต้นไม้ แต่ก็ต้องหนีจากต้นนึงไปอีกต้นนึงเรื่อยๆ เนื่องจากอีกฝ่ายมีอาวุธจำพวกปืนอยู่ในครอบครองมากกว่าที่คาดคิด ร่างสูงทิ้งตัวลงหลบหลังพุ่มไม้แล้วคลานหนี หวังถอยห่างออกไปตั้งหลักพักหายใจเสียหน่อย

            แต่นั่น...ไม่ช่วยเลยสักนิด

            ครู่เดียวพุ่มไม้ที่ใช้เป็นโล่กำบังกายก็ถูกดาบเล่มยาวฟันจนไม่เหลือซาก เหล่ามัจฉาฉีกยิ้มเย้ยหยันเมื่อเห็นสภาพเผ่าพันธุ์แข็งแกร่งในอดีตต้องมาศิโรราบต่อหน้า แต่ในขณะที่กำลังจะลงมือปลิดชีวิตผู้ที่อยู่ตรงหน้าก็มีเด็กชายคนหนึ่งใช้สิ่งที่เรียกว่า มีดทำครัวรับดาบเอาไว้

            “ฮอฟฟ์!”

            เป็นครั้งแรกๆ ที่เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายถูกโดยไม่จงใจผันจนมั่วเหมือนยามปกติ แสดงชัดเจนว่าเจ้าตัวค่อนข้างตกใจกับการปรากฏตัวของคนตรงหน้าจนเก็บอาการไม่อยู่อีกต่อไป

            เครมิสกัดฟันแน่นเมื่อต้องทนเห็นคนที่มาช่วยเขาเอาไว้ ฮอฟฟ์น้อยสวมบทนักสู้เต็มตัว บนร่างปรากฏบาดแผลเป็นช่วงๆ แม้ไม่หนักหนาอะไรมากถ้าเทียบกับเมื่อก่อน รีบหนีไปสิ!”

            “จะให้ผมปล่อยพี่เครมิสไว้อย่างนี้ได้ยังไง!”

            มือทั้งสองของฮอฟฟ์สั่นสะท้านเนื่องด้วยพละกำลังที่แตกต่างกันมากโข แม้จะใช้มีดถึงสองเล่มเพื่อตั้งรับในท่ากากบากหวังผ่อนแรงแต่ก็ไม่ช่วยนัก ร่างกายของเด็กกับผู้ใหญ่ไม่ใช่อะไรที่จะเปรียบกันได้เลยสักนิด

            “โธ่เว้ย!” เครมิสทุบผืนดินเหมือนต้องการระบายอารมณ์ ริมฝีปากเปื้อนไปด้วยเลือดที่เขาเผลอกัดจนเป็นแผล

            ปากเก่งบอกให้หนีไปแล้วตนจะจัดการเรื่องตรงหน้าเอง แต่ตัวมังกรหนุ่มก็ใช่ว่าจะปลอดภัยดี บาดแผลเขามากกว่าคนตรงหน้าเป็นไหนๆ ทว่าการต้องมองเด็กที่อายุไม่ถึงครึ่งของตนมารับดาบแทนทำให้เจ็บปวดยิ่งกว่ามาก

            ทั้งๆ ที่เราอยากเป็นฝ่ายปกป้องทุกคนแท้ๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้!

            สิ่งที่ช่วยชีวิตเขาไว้คงเพราะสายตาของเนินสต์ที่หันมาสบเข้าพอดีพร้อมตะโกนเสียงดัง คิดจะทำอะไรกันน่ะ!”

            ผมจำได้ว่ากำชับห้ามทำอะไร เขานะ

            “ขะ...ขอประทานโทษด้วยครับ

            ชาวมัจฉาคนเดิมชะงักทันที เปิดโอกาสให้เครมิสลุกขึ้นแล้วใช้หมัดธรรมดาๆ เสยหน้าเข้าให้พร้อมประกาศก้อง ห้ามทำร้ายฮอฟเฟคกี้นะ!”

            ร่างของทหารหนุ่มลอยกระเด็นชนกับต้นไม้ใกล้ๆ จนฮอฟฟ์ที่ยืนดูถึงกับหน้าซีด ไม่อยากคิดเลยจริงๆ ว่าหากโดนเข้าไปแล้วจะเจ็บขนาดไหน

            เขาเคยตบเครมิสไปครั้งนึง ดีแค่ไหนที่อีกฝ่ายไม่ทำกลับ

            แค่นึกก็...

            อย่ามัวแต่เหม่อสิ เดี๋ยวก็โดนจับหรอกคิ้วเรียวขมวดเป็นปมพร้อมสีหน้าเป็นห่วง เราไม่อยากเห็นฮอฟฟิเชลต้องเจ็บนะ

            ผมยังปลอดภัยดีครับ แต่เมื่อไหร่จะเลิกผันชื่อแปลกๆ เสียที

            คิดแล้วก็เหนื่อยใจ ไม่รู้เจ้าตัวไปสรรหาชื่อประหลาดๆ พวกนี้มาจากไหน เท่าที่จำได้เห็นจะไม่เคยซ้ำกันเลยสักหน ท่าทางความสามารถพิเศษของเครมิสข้อนึงคงจะเป็นการที่สามารถตั้งชื่อใหม่ให้อย่างรวดเร็วแทบไม่ต้องเสียเวลานึก

            เป็นความสามารถที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดเลยสักนิด

            เย้ย!” เครมิสก้าวถอยหลังหลบดาบของศัตรูที่มาพร้อมกลิ่นไอธาตุน้ำอันไม่น่าพิสมัยอีกตามเคย เล่นทีเผลอนี่!”

            เวลาแบบนี้ไม่มีกฎกติกาอะไรหรอกครับ

            ฮอฟฟ์ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะพลิกตัวหลบใครบางคนที่ลอบเข้ามาจากด้านหลังแล้วใช้ด้ามมีดฟาดเต็มๆ ท้ายทอย

            ไม่รู้ทำไม...เขารู้สึกคุ้นเคยการต่อสู้เช่นนี้แปลกๆ

            ยิ่งโดนกดดันมากเท่าไรก็เหมือนแข็งขาจะทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ จากที่สั่นๆ ในช่วงแรกก็เริ่มมั่นคง คล่องแคล่วเหมือนเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ไม่เว้นแม้แต่เด็กอายุสิบเอ็ดปี

            แต่เด็กที่วันๆ อยู่แต่ในคฤหาสน์ ทำแต่งานบ้านสามารถใช้มีดในการต่อสู้ได้ขนาดนี้แล้วเหรอ?

            ความคิดของร่างเล็กพลันต้องหยุดชะงักเมื่อโดนจับล็อกคอจนขยับตัวไปไหนไม่ได้ ความเย็นจากเหล็กแหลมคมทำให้เด็กชายทำได้แค่กลืนน้ำลายฝืดคอ ไม่อยากเชื่อว่าจะเผลอปล่อยให้ใครเข้าถึงตัวได้โดยที่เขาไม่รู้สึกอะไรเลย

            เพราะฮอฟฟ์ค่อนข้างเป็นคนขี้ระแวง เวลาคนแปลกหน้าเข้าใกล้จึงตื่นตัวเป็นพิเศษ

            แล้วทำไมกัน ในเมื่อคนคนนี้คือ...

         อย่าทำร้ายฮอฟโฟ่นะ!”

            เครมิสพยายามจะเข้าไปช่วยแต่ก็โดนบรรดาทหารเข้าขวางพร้อมอาวุธเต็มมือ ยากนักที่จะฝ่าไปได้ แค่เอาชีวิตตัวเองให้รอดก็หืดขึ้นคอแล้ว เนื่องจากสมาธิไม่ได้อยู่กับศัตรูตรงหน้าทำให้เขาพลาดโดนฟันไปหลายครั้งหลายครา

            สภาพของเครมิสแย่ลงเรื่อยๆ จนฮอฟฟ์อดห่วงไม่ได้ กังวลเหลือเกินว่าจะต้องเห็นคนที่เขานับถือเหมือนเป็นพี่แท้ๆ สลบหมอบพ่ายแพ้ต่อบาดแผลที่เลือดยังคงหลั่งรินชนิดที่ปล่อยไว้เฉยๆ ก็อาจสิ้นชีพเพราะขาดเลือด อยากหาทางช่วยเหลือ ร่วมต่อสู้ ทำสิ่งที่เขาไม่มีโอกาสได้ทำสมัยยังเด็ก

            ผมไม่อยากเห็นพี่เครมิสต้องจากไปแบบพี่ผมนะ!

            นี่ตกลงจะทำหน้าแบบนั้นไปอีกนานไหมครับชายผู้ใช้น้ำเสียงทีเล่นทีจริงเหมือนว่าตนเองไม่ได้อยู่ในสนามรบ ใบหน้ายังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มหวาน ขมวดคิ้วจนเป็นปมเชียว ฮ่าๆๆ

            “ปล่อยผมนะ!”

            ฮอฟฟ์พยายามดิ้นรนหาทางหนีรอดแม้จะหวั่นๆ ใจกับคมดาบที่ประชิดตัวจนน่าใจหายก็ตาม หากพลาดเพียงเล็กน้อยก็เตรียมลงโลงได้เลย

            เห็นทีจะไม่ได้หรอกครับเนินสต์ใช้มืออีกข้างลูบผมของเด็กน้อยเบาๆ ด้วยความโหยหา ไม่อย่างนั้นคุณก็จะหนีผมไปอีกน่ะสิ

            “หนี?”

            “อย่าบอกนะครับว่าลืมไปแล้ว?” ผู้นำแห่งทัพมัจฉาถอนหายใจพลางส่ายหน้าน้อยๆ เขากระซิบอะไรบางอย่างเพื่อกระตุ้นความทรงจำที่สาบสูญของใครบางคน เรื่องมันมีอยู่ว่า...

            พลันภาพเหตุการณ์เดิมย้อนขึ้นฉายชัดอีกครั้ง ท่ามกลางหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความโกลาหลจากการถูกบุกรุกกลางดึก เลือดที่หลั่งรินอาบผืนดินจนแดงฉาน เสียงกรีดร้องดังอยู่เรื่อยๆ แสดงถึงความหวาดกลัวที่ไม่อาจเลือนหาย

            ในบ้านหลังเล็กแห่งหนึ่งมีสองพี่น้องซุกซ่อนตัวอยู่ พวกเขาเหลือกันแค่สองคนเท่านั้น ผู้เป็นพี่คอยปกป้องคนในครอบครัวของตนเองอย่างเต็มความสามารถ ด้วยฝีมือที่ทัดเทียมทำให้ เกือบที่จะทำสำเร็จ ถ้าไม่ติดที่ว่าฝ่ายผู้บุกรุกมีอาวุธครบครันกว่า

            เพียงพริบตาเดียว...ร่างนั้นก็เป็นได้แค่ศพไร้ชีวิต

            ส่วนคนน้องล่ะ?

            เฮนริคัสเก็บดาบที่ฟาดฟันพรากชีวิตมากมายไม่รู้ตั้งกี่ครั้งกี่ครา งานของเขาลุล่วงแล้ว มองไปทางไหนก็มีแต่คนของฝ่ายตนที่ได้รับชัย นั่งรอเฉยๆ เรื่องก็คงจะจบลงโดยง่าย ไร้การแข็งข้อใดๆ อีก

            จิตใจที่ด้านชาจนเริ่มไม่รู้สึกถึงการมีชีวิตของตัวเขาเอง...รวมถึงคนรอบกาย

            “ท่านเฮนริคัสปลอดภัยดีใช่ไหมครับ?” เนินสต์พุ่งเข้าหาด้วยความกังวล แต่เมื่อสำรวจดูแล้วว่าเลือดตามตัวไม่ได้เป็นของคนตรงหน้าเขาก็สบายใจ เขาเป็นห่วงคนคนนี้เสมอทั้งที่ตัวเองมีบาดแผลมากกว่าเป็นไหนๆ โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาที่เต็มไปด้วยเลือดไหลเป็นทาง อย่าทำให้ต้องเป็นห่วงสิครับ

            “ไม่ต้องกลัว ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก

            ในเมื่อเขามีตัวตนอยู่เพียงเพื่อเป้าหมายเดียว...ปกป้องเผ่าพันธุ์

 

            ความทรงจำหลายอย่างในอดีตเด่นชัดขึ้นเหมือนฉายหนังซ้ำสอง บทสนทนาต่างๆ ที่เคยลืมไป เรื่องราวหลัง พี่ชายของเขาโดนสังหาร ความรู้สึกหวาดกลัวในเวลานั้นถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าอันดำมืดไร้แสงสว่าง

            ฮอฟฟ์จำได้...เขาจำทุกอย่างได้แล้ว

            ทั้งเรื่องที่เขาใช้ปีกไม่คล่อง

            ทั้งเรื่องที่เขาคุ้นเคยกับการต่อสู้

            ทุกอย่าง...ก็เพราะเขา เคยชิน กับเรื่องพวกนี้แม้ไม่ใช่ในฐานะ ฮอฟฟ์ จาโคบัส

            “พอจะเข้าใจสถานการณ์แล้วสินะครับเนินสต์ยังคงยิ้มหวานและดูเหมือนจะอารมณ์ดีมากกว่าเดิมหลายเท่าเมื่ออะไรๆ ก็เป็นไปตามการคาดเดา ทีนี้ก็ไปกันเถอะครับ

            “ห้ามไปนะ!” เครมิสตวาดลั่นทันที อยากตรงเข้าไปขัดขวางแต่ก็ทำไม่ได้ แค่ลุกขึ้นยืนยังไร้เรี่ยวแรง สุดท้ายก็ทำได้แค่ร้องห้าม อย่าไปกับหมอนั่น!”

            ขอโทษนะครับพี่เครมิส...แววตาที่เคยร่าเริงกลับเป็นเหมือนเมื่อก่อน ไร้อารมณ์ ไร้จิตใจ ไม่มีความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น

            แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่าง...

            ฮอฟฟุ่ย...มังกรหนุ่มพยายามเอื้อมมือหาแม้สภาพของเขาในตอนนี้จะไม่ต่างจากคนเจ็บใกล้ลงโลง บาดแผลตามตัวมากมายเหลือเกินแต่เจ้าตัวกลับไม่เผยสีหน้าเจ็บปวดเท่าเวลานี้ อย่าร้องไห้เลยนะ...

            ...คือของเหลวอุ่นๆ ที่ไหลอาบแก้ม

            “ยังจะมีกระจิตกระใจเป็นห่วง คนอย่างผมอีกเหรอครับฮอฟฟ์อยากจะหัวเราะแต่ก็ทำไม่ได้ ใบหน้าของเขาเหมือนโดนใครบางคนตบจนชา ไม่สามารถแสดงความรู้สึกใดๆ ได้นอกจากความโศกเศร้า น้ำตาใสๆ ที่ปนไปกับเลือดสีแดงยังคงไหลอาบแก้มไม่หยุด

            เนินสต์ผายมือเหมือนขออนุญาตที่จะช่วยประคองร่างอันแสนเปราะบาง ให้ผมช่วยนะครับ

            “อืม...

            ฮอฟฟ์พยักหน้าเบาๆ ยื่นมือให้โดยไม่ระแวงใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก่อนที่เขาจะได้เดินจากไปไหนไกลเครมิสก็ตะโกนขัดขึ้น จะไปไหนน่ะ!”

            “ผมจำต้องกลับบ้านจริงๆ เสียที...

            “บ้าน?”

            เด็กชายพยักหน้าอีกครั้งก่อนจะปลดสร้อยข้อมือตราสัญลักษณ์แห่งเผ่าวิหคที่ได้รับมาจากเวอเนอร์ ของสำคัญที่เป็นเครื่องยืนยันถึงการกลับ บ้านเมื่อไม่นานมานี้ ของที่เขาดูแลอย่างดีคล้ายเป็นสายสัมพันธ์สุดท้ายที่เหลืออยู่

            ร่างเล็กหันหลังให้พร้อมมอบคำตอบที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเอื้อนเอ่ย ครับ...เพราะผมนี่แหละคือ เฮนริคัส อดีตผู้นำทัพในสงครามอูเรย์

            และแล้วสร้อยเส้นงามก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นเหมือนสายสัมพันธ์ที่ตัดขาด

            ผมนี่แหละที่ฆ่าพี่ชายของเด็กที่ชื่อฮอฟฟ์...รวมถึงตัวเขาด้วย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

26/5/2013

            บทสุดท้ายแล้วนะเออ!!

            เวลาผ่านไปรวดเร็วดีแท้ เพียงไม่นานก็ลงฉบับเขียนใหม่ รีไรต์ใหม่หมดจนจะจบ Vol.1 อยู่แล้ว เชื่อเลยว่านักอ่านเก่าหลายคนคงจำได้ดีว่าฉบับก่อนหน้านี้เนื้อหาคนละขั้วโลก แต่เป็นอย่างไรบ้าง อันใหม่ดีขึ้นบ้างใหม่ หรือมันก็พอๆ เก่า 555

            อาทิตย์หน้าลงครึ่งหลัง และอีกอาทิตย์ลงบทส่งท้าย เชื่อเถอะว่าหลายๆ คนจะต้องช็อกเหมือนกับชื่อบทนี้แน่นอน

            และข่าวดี... คนที่คุณ อาจจะรู้ว่าใครจะปรากฏตัวในบทส่งท้ายด้วย ขอบอกว่าคนคนนี้มีแฟนคลับมากไม่แพ้ตัวเอกอย่างเครมิส ลิวอิส เลยล่ะ

            อย่าลืมมาอ่านกันนะคะ ^^

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

2/6/2013

            เป็นอย่างไรบ้าง ช็อกกันมากน้อยแค่ไหนกับการที่ความจริงแล้วหนูฮอฟฟ์ไม่ได้เป็นหนูฮอฟฟ์อย่างที่เข้าใจกัน ความดราม่าจะไม่จบลงแต่เพียงเท่านี้ ติดตามต่อได้ใน Vol.2 นะเออ ส่วนอาทิตย์หน้า (9/6/2013) จะลงบทส่งท้ายของ Vol.1 อย่างงว่าทำไมไม่ลงอาทิตย์นี้ไปเลย เพราะมันก็ยาวพอควร ประมาณครึ่งบทปกติได้ ไหนๆ เราก็มักลงอาทิตย์ละครึ่งบทอยู่แล้ว ไว้เจออาทิตย์หน้าแล้วกัน

            และอีกอย่าง...นักอ่านจะได้มานั่งเดาต่อไปว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงแน่ อันไหนจริง อันไหนหลอก

            เนื้อหาสงครามวิหคมัจฉาจะกินเวลาไปถึงบทที่ 25 เชียวล่ะ!!

            มีทั้งบู๊ ทั้งดราม่า ทั้งซึ้ง แทบจะครบรสจริงๆ เนื้อหาเข้มข้นพอสมควร ใครไม่อ่านต่อจะเสียดายนะเออ!!

            ปล. ไหนๆ นี่ก็บทสุดท้ายของ Vol.1 แล้ว เป็นไงบ้าง ชอบไม่ชอบอะไร ช็อกค้างแค่ไหน มาแชร์กันโลด!!

            ปล.2 บทส่งท้ายจะมาพร้อมตัวละครที่หลายๆ คนคิดถึง ว่าระหว่างที่เครมิสเดินทางมาตลอดนี้ เขาทำอะไรที่ไหนอย่างไรบ้าง  (พูดง่ายๆ...เป็นนักสตอล์กเกอร์นั่นเอง!!)


 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1287 prewwy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 00:43
    ลาก่อนเด็กน้อยน่ารักในอุดมคติของฉัน T^T
    #1,287
    0
  2. #1162 Hemm (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 15:11
    โอ้มายก๊อดดดดดดด........!!!!!!!!!

    ตะโกนเสียงดังลั่น  แล้วก็ไปอ่านต่อ......................

    #1,162
    0
  3. #1047 เงารัติกาล (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2556 / 07:52
    what!!!!!

    ช๊อคค้างจริงๆ
    #1,047
    0
  4. #1044 worm-book (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2556 / 21:54
    ว็อททททททททททททททท!?
    ฮอฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ!?!?
    ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!?!?!?!?!?//โดนจับโยนออกนอกบทความ
    #1,044
    0
  5. #1034 rinray (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2556 / 16:55
    หักมุมแบบสุดๆ

    #1,034
    0
  6. #1026 Sintear (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2556 / 10:11
    //สตั๊นห้านาทีเต็ม
    ห่ะ ฮอฟฟี่เนี่ยนะ สรุปคือฮอฟฟ์ไม่ใช่ฮอฟฟ์ แต่เป็นเฮนริคัส ที่ฆ่าฮอฟฟ์กับพี่ของฮอฟฟ์เรอะ แล้วเรื่องความทรงจำล่ะ //มึน
    #1,026
    0
  7. #1025 bewbeaubew (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 18:57
    เห้ย
    ไม่จิงอ่ะ
    ม่ายยยยยยยยยยยยย
    #1,025
    0
  8. #1024 ShiroHana (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 20:22
    เดี๋ยว....//อึ้ง...
    ฮอฟฟี่!!!!เฮ้ย!ไม่จริงง่ะ=[]=!!!??
    //รอvol.2เน้อ พี่สาวสู้ๆ><
    #1,024
    0
  9. #1023 Nendtime (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 19:21
    ต่อๆๆๆ ข้าพเจ้ารออยู่(ฮา)
    #1,023
    0
  10. #1022 aongfong39 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 00:05
    ช็อกซีนีม่าเต็มๆ หนูฮอฟฟฟฟฟฟฟ์
    แล้วเฮนริคัสกลายเป็นเด็กได้ไงละเนี่ย?
    #1,022
    0
  11. #1019 Sintear (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 / 10:20
    ฮอฟ~ฟี่~~คุง~~~ ฆ่า~มาน~~ //เสี้ยมเด็กให้เสียคน(?)
    #1,019
    0
  12. #1017 นีไนล์ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 14:49
    อัพจ้าอัพ ฮอฟฟ์น้อย ฮอฟฟ์น้อย ฮูเล่ฮูล่า สู้สู้ฮุ่ฮ่า
    เอาเป็นว่า มาต่อเร็วๆน้า
    #1,017
    0
  13. #1016 bewbeaubew (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 21:17
    โอ้ยย
    ลุ้นอ่ะ
    มาต่อไวๆน้า
    #1,016
    0
  14. #1015 ShiroHana (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 20:41
    มีด..ทำครัว??//ปังตอสิคะ ปังตอ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
    #1,015
    0
  15. #1013 fakan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 19:56
    ฮอฟฟ์...มีดทำครัว?? //หนูอินดี้มากเลยนะ 5 55
    เครมิสจ๋า จะเท่ก็ไม่ตลอดรอดฝั่งซักทีนะ

    ต่างจากก่อนรีไรท์มากจริงๆค่ะ แต่สนุกไปอีกแบบ
    ไม่รู้ว่าจำนักอ่านคนนี้ได้มั้ย มาอ่านไม่เม้นท์ไปปีเศษ แต่ตามตลอดนะคะ!!
    #1,013
    0
  16. #1012 aongfong39 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 17:34
    หนูฮอฟฟ์เท่สุดๆไปเลย
    #1,012
    0
  17. #521 Bow's Ansia (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 19:38
    ตลกฮอฟฟฟฟ ถึงกับฟิวส์ขาด 555555555555
    #521
    0
  18. #490 Kagerou-คาเงโร่ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2555 / 15:14
    ลุ้นๆๆ> < ใครจะเก่งสู้เครมิสได้ไม่มี๊ไม่มีใช่มั๊ย > <
    สนุกๆๆ
    #490
    0
  19. #343 จอมโจรชุดขาว (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2555 / 12:04
     เดย์วี หายไปไหนอ่ะ (' ' )?
    #343
    0
  20. #281 ปลาทองจำแลง (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 16:43
    เอาเลยๆ ฆ่ามันเลยฮาฟฟี่ สู้ตายเว้ยเฮ้ย! >O< // ชูป้ายเชียร์
    #281
    0
  21. #248 MarshMalloW KinG (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 22:14
     เกลียดกัปตันทหารเรือนั่นจริงๆ
    เครมิสอัดมั นเลย!อัดม้านนนน//บ้า
    บางครั้งก็รำคาญเครมิสนิดๆแฮะ วินเซนต์บ้าแต่บ้าเเบบดูสถานการ(เหรอ?)
    แต่อย่างน้อยก็สนุก~ 'w'
    #248
    0
  22. #236 fakan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 เมษายน 2555 / 15:35
     รอดูวิหคน้อยฟิวส์ขาด สภาพจะออกมาเป็นแบบไหนกันน้า
    #236
    0
  23. #235 worm-book (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 19:43
    ฮุๆ หนูฮอฟฟ์ฟิวส์ขาด แต่จะยังไงก็น่าร๊ากกก ><
    #235
    0
  24. #234 annaaa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 17:30
    มาต่อเร็วๆน้าค่ะ
    #234
    0