Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 29 : [CD] บทที่ 14 ก็คนมันหูเบา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 772
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 14 ก็คนมันหูเบา

 

            ก็เพราะผมเป็นสิ่งที่เขา รังเกียจนี่ครับ

            เนินสต์พูดออกมาได้หน้าตาเฉย รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าขาวเนียนเหมือนคุณชายที่วันๆ อยู่แต่ในคฤหาสน์ ต่างจากคนที่ในมือถือดาบคู่อาบไปด้วยเลือดเวลานี้สุดๆ

            ใช่แล้ว...เขามาที่หมู่บ้านนี้เพื่อสะสาง ธุระ

            หมายความว่ายังไง?”

            เครมิสปั้นหน้าไม่ถูก เขาได้กลิ่นเลือดคละคลุ้งไปหมด ไม่ใช่แค่จากดาบตรงหน้าแต่มีอีกมากเบื้องหลังเขา พ้นขอบประตูที่กั้นไม่ให้เห็นภาพอันน่าอดสู เสียงกรีดร้องที่ดังอยู่ไกลๆ ทำให้เขารู้ได้ทันทีเลยว่าด้านนอกกำลังมีการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต

            สิ่งที่เรียกว่า...สงคราม

            ยังไม่เข้าใจอีกเหรอครับ?” เนินสต์ยังคงยิ้ม เขายกดาบขึ้นชมความงามของมัน เหม่อมองเลือดสดๆ ที่ย้อมสีอาวุธคู่ใจจนเป็นสีแดงฉาน ก่อนจะหันกลับมาหาเครมิสแล้วแค่นเสียง คุณทำผลงานดีเยี่ยมเลยนะครับ คิดถูกจริงๆ ที่ หลอกใช้คุณ ผมเป็นปลื้มสุดๆ

            “กล้าดียังไง...เครมิสกำมือแน่น ทั้งๆ ที่เชื่อใจคิดว่าอีกฝ่ายหวังดีอยากให้เขาได้คืนดีกับลิวอิสจริงๆ แต่กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างก็เพื่อจุดประสงค์ของตัวเอง ร่างสูงลุกขึ้นยืนพลางจ้องเขม็งตรงไป แววตาเดือดดาลยิ่งกว่าครั้งไหน กล้าดียังไงมาหลอกเรา!”

            เขาเกลียดการหักหลังเช่นนี้ที่สุด!

            “รู้ตอนนี้ก็สายไปซะแล้วครับผู้ที่เป็นเหมือนปีศาจในคราบพ่อพระฉีกยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม เขารู้สึกผิดกับเครมิสนิดหน่อย แต่เน้นว่าแค่ นิดหน่อย

            เพราะสำหรับ อดีตรองหัวหน้าหน่วยที่ปัจจุบันได้เลื่อนขั้นเป็น หัวหน้าคนนี้แล้ว...ความรู้สึกลังเลเวลาจำเป็นต้องเข่นฆ่าใครมันได้สลายหายไปอย่างไม่มีหวนกลับคืน

            หายไปตั้งแต่วันนั้น...วันที่คนสำคัญของเขาสาบสูญ

            “ในฐานะที่คุณช่วยงานผม จะยอมปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับออกไปแล้วกัน ยังไงซะคุณก็ไม่เกี่ยวอะไรกับ ธุระที่ผมต้องสะสางว่าแล้วก็เก็บดาบเข้าฝักแสดงตัวว่าจะไม่ทำอันตรายใดๆ มือข้างขวาแตะที่ตำแหน่งหัวใจพร้อมเอ่ยสาบาน ขอสาบานด้วยเกียรติว่าผมจะไม่ทำให้คุณบาดเจ็บตราบใดที่คุณไม่โจมตีก่อน

            “เราไม่ต้องการคำสาบาน!”

            “เมื่อสักครู่คุณลืมชื่อผมสินะครับผู้บุกรุกทำเป็นไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่แล้วส่งยิ้มดังเดิม ผมคือ เนินสต์ อดีต เคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยระหว่างสงครามอูเรย์...

            “สงคราม...อูเรย์?!” ฮอฟฟ์ที่เงียบอยู่นานลุกพรวดขึ้นยืน

            “ใช่ครับ และผมนี่แหละคือมือขวาของท่านหัวหน้าเฮนริคัสผู้ได้นำชัยสู่เผ่าเรา...เนินสต์ยิ้มอย่างมีเลศนัยเผ่ามัจฉา

            เมื่อไม่มีธุระอะไรต้องคุยกันอีกเนินสต์จึงหันหลังออกจากห้องไปโดยมีเครมิสวิ่งตามไปอีกที เพราะแม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรจากการช่วยเหลือเผ่าวิหค ซ้ำยังมีแต่จะต้องเจ็บตัวเสียเอง ใครบางคนก็ยอมรับชะตากรรม

            เพราะเขาเป็นคนทำให้เรื่องเลวร้ายกว่าที่ควรจะเป็น

            หากเครมิสไม่ไปเจอเนินสต์ ไม่รับสมุนไพรมาแจกจ่าย อย่างน้อยเหล่าวิหคก็อาจจะรับมือการบุกครั้งนี้ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่มาก ไม่ใช่อยู่ในสภาพเพิ่งตื่นนอน บางคนยังลุกไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ

            ไม่อย่างนั้นมีหรือที่เผ่ามัจฉาซึ่งไม่อาจโบยบินได้จะวางเพลิงได้รวดเร็วถึงเพียงนี้

            การใช้ใครสักคนเป็นเครื่องมือ...ไม่ต่างจากคราวที่แล้ว

            บานประตูปิดลงไปหลายนาทีแต่จิตใจของวิหคตัวน้อยยังคงจมดิ่งสู่ความโศกเศร้า เจ็บปวดยิ่งกว่าตอนโดนเฆี่ยนสมัยยังอยู่ในคฤหาสน์ มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่นปานจะฉีกกระชาก สิ่งหนึ่งที่เขาจำได้แม่นก็คือชื่อของคนผู้นั้น...ผู้ที่สังหารพี่ชายของเขา

            เฮนริคัส คนที่เขา...เกลียดที่สุด!

 

            เมื่อเครมิสตามออกไปด้านนอก ภาพที่เห็นมีแต่กองเพลิงลุกท่วมจนน่าใจหาย สำหรับมังกรไฟอย่างเขาย่อมไม่รู้สึกทรมานจากอุณหภูมิขณะนี้ แต่กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ กลับส่งผลให้เห็นชัดเจน

            อาจถึงชีวิตด้วยซ้ำ

            พวกเผ่ามัจฉาที่น่าจะทรมานที่สุดเตรียมชุดป้องกันมาอย่างดี ทั้งยังน่าจะได้รับการฝึกฝนให้ทนความร้อนเป็นพิเศษสำหรับการนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากในสงครามต่างๆ ไม่อาจเลี่ยงการปะทะกับไอร้อนระอุได้เลย

            ตอนแรกๆ ที่เข้าสู่ช่วงสงคราม พวกเขาต้องพบกับความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในที่สุดก็แก้ไขจุดอ่อนร้ายแรงของตัวเอง อาศัยการที่เผ่าอื่นๆ สบประมาท คิดว่าพวกเขาก็แค่เผ่าที่อ่อนแอให้เป็นแรงผลักดันเดินหน้าต่อ

            และตอนนี้...พวกเขาก็ทำสำเร็จอีกครั้ง

            เผ่าวิหคไม่คาดคิดว่าพวกมัจฉาจะลงมืออีกทั้งๆ ที่ห่างหายจากการสงครามมาเป็นสิบๆ ปี มีแค่ครั้งสงครามอูเรย์เท่านั้นที่เผ่ามีปีกอย่างพวกเขาต้องพ่ายแพ้ และตอนนั้นก็เพราะกลลวงบางอย่างซึ่งผู้นำทัพ เฮนริคัสเป็นคนวางแผน

            ความประมาทที่นึกเข้าข้างตัวเองว่าอย่างไรก็ไม่มีทางแพ้กลายเป็นเสี้ยนหนามที่สำคัญจนไม่อาจต่อกรได้

            ไม่เช่นนั้น...ภาพที่เครมิสเห็นคงไม่ใช่แบบนี้

            บางบ้านต้องช่วยกันอุ้มคนที่ดื่มน้ำนั่นเข้าไปแล้วยังไม่ตื่น การทำเช่นนั้นไม่ต่างอะไรกับเล่นพนันว่าจะโดนฆ่าทิ้งเมื่อไหร่ หากคิดหนีไปคนเดียวย่อมไม่เป็นการยากสำหรับเผ่าพันธุ์ที่โบยบินได้อิสระ

            แต่เพราะสายสัมพันธ์แห่งครอบครัว...พวกเขาจึงยอมตายไปด้วยกัน

            หญิงสาวคนหนึ่งกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพาคนรักของเธอไปด้วย ร่างบางๆ ไม่มีเรี่ยวแรงมากนัก แม้จะเห็นว่าทหารฝั่งข้าศึกค่อยๆ เดินเข้าใกล้พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมโหดไร้ความปรานี แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะบินไปด้วยกัน

            ดาบเล่มยาวยกขึ้นเตรียมฟาดฟันปีกทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้มีโอกาสหนีอีกเป็นครั้งที่สอง หญิงสาวผู้นั้นย่อมสังเกตเห็นทุกอากัปกิริยา

            เธอกลัว...แต่ทำอะไรไม่ได้

            ร่างบางมองหน้าคนรักที่ยังคงหลับใหลเหมือนเด็กน้อยแล้วคลี่ยิ้มบาง กระซิบบอกคำบางคำที่มีความหมายมากเกินกว่าจะบรรยายได้

            ข้ารักท่าน...

            แค่สามคำเท่านั้นที่เป็นได้ทั้งการแสดงความรัก ความห่วงใย และ...การบอกลา

            สิ้นคำเธอจึงหลับตาปี๋ กอดคนรักที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขหลังรับรู้ว่าทั้งสองฝ่ายใจตรงกัน ความรู้สึกเสียววาบที่แผ่นหลังเตรียมรับความเจ็บปวด แม้การถูกตัดปีกจะไม่ถึงตาย แต่หากปล่อยไว้เลือดก็คงไหลทะลักจนไม่อาจคงสติไว้ได้

            และโอกาสในการมีชีวิตต่อ...ก็คงดับมอดไป

            เคร้ง!

            เสียงกระทบกันของบางสิ่งเรียกให้หญิงสาวลืมตาขึ้นทันที เธอหันไปมองทั้งๆ ที่มือยังประคองร่างของคนรักเอาไว้แล้วก็ต้องตะลึง ปีกสีแดงแข็งแกร่งกับแผ่นหลังของคนตรงหน้าช่างแตกต่างกับปีกของเธอที่ไม่มีแรงจะกระพือแล้วด้วยซ้ำ

            เครมิสใช้กรงเล็บรับดาบเอาไว้ได้ทันท่วงที ไม่เช่นนั้นเขาคงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตหากจะปล่อยให้ใครสักคนต้องตายไปมากกว่านี้

            โดยเฉพาะ...เป็นคนที่เขารู้จัก

            ชายคนรักของเธอค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างงัวเงียตามประสาคนเพิ่งตื่นนอน เขากะพริบตาหลายครั้งเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น ทำอะไรอยู่หรือครับ?”

            “เวอเนอร์!”

            เมื่อเห็นผู้ที่ตนรักสุดหัวใจลืมตาตื่นจากนิทราเธอก็กอดเขาแน่นจนร่างนั้นหน้าแดงด้วยความเขินอาย ตั้งตัวไม่ถูกที่จู่ๆ ก็โดนกอดต่อหน้าคนอื่น แต่แล้วก็เพิ่งจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงน่าตกใจยิ่งกว่า

            หมู่บ้านที่ตอนนี้โดนแผดเผา

            นี่มันเกิดอะไรขึ้น!

            เวอเนอร์จับไหล่ทั้งสองของหญิงสาวแล้วกำชับหนักแน่น รีบบินขึ้นไปที่สูงๆ เอาให้เกือบถึงยอดเลยยิ่งดี

            “แล้ว...

            เมื่อมองหน้าว่าที่ภรรยาในอนาคตเขาก็ดูออกว่าเธออยากจะถามอะไรจึงส่งยิ้มให้พลางยื่นหน้าเข้าใกล้ มอบจุมพิตที่หน้าผากแทนคำปลอบประโลมและคำสัญญา ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะรีบตามไป

            เวอเนอร์หาจังหวะบินไปยังห้องของท่านหัวหน้าเผ่าโดยไม่ลืมหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยังจ้องมองมาที่ตนพร้อมใบหน้าเปื้อนน้ำตา ก่อนจะมองเลยไปยังมังกรหนุ่มที่เขาเพิ่งจะรู้จักได้ไม่กี่วัน

            ฝากคนรักของข้าด้วยนะ

           

            เมื่อหญิงสาวที่พักมาได้ครู่หนึ่งเตรียมจะออกบินบ้างฝ่ายมัจฉาคนเดิมจึงพยายามขัดขวาง เขาไม่คิดปล่อยเหยื่ออันโอชะไปง่ายๆ เด็ดขาด เพราะความแค้นระหว่างเผ่าก็ส่วนหนึ่ง

            และอีกเรื่องคือเกิดถูกใจใบหน้าหวานๆ พร้อมปีกคู่สวยสีขาวบริสุทธิ์

            คิดเหรอว่าข้าจะปล่อยเจ้าให้ได้อยู่กับสามีอย่างมีความสุข!”

            ร่างบางหน้าซีดขาวในทันใด เธอยังบินไม่พ้นระยะของดาบเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายจึงจบลงด้วยการที่ปีกของเธอได้รับบาดเจ็บ โชคยังดีที่เอี้ยวตัวหลบได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงได้กลายเป็นเหมือนนางฟ้าตกสวรรค์ที่เหลือปีกเพียงข้างเดียว

            เลือดสีแดงจากบาดแผลย้อมให้ขนนกสีขาวเปลี่ยนสีในทันใด เครมิสมองภาพนั้นแล้วก็ยิ่งเดือดดาล เขาพลาดท่า ปกป้องคนรักของเพื่อนเอาไว้ไม่ได้ทั้งที่ใกล้แค่เพียงนี้

            อย่าทำร้ายเธอนะ!”

            เครมิสแยกเขี้ยวขู่ ดวงตาสีเหลืองทองฉายชัดถึงความรู้สึกรุนแรงของเจ้าของ พุ่งตัวเข้าจับดาบที่เพิ่งละเลงเลือดด้วยมือเปล่าเพียงข้างเดียว

            อีกฝ่ายถูกกดดันบ้าง รูม่านตาหรี่เล็กด้วยความตกใจ ใบหน้าของมังกรหนุ่มอยู่ใกล้จนเขาถูกสะกดให้นิ่งเฉย เพียงแค่มองนัยน์ตาแข็งกร้าวก็รู้สึกคล้ายตนเองเป็นเพียงหนูตัวจ้อยที่ริอ่านเผยอตัวเทียบชั้นกับราชสีห์

            แต่คนตรงหน้าไม่ใช่แค่ราชสีห์เจ้าป่าแต่เป็นถึง...มังกร

            เคร้ง!

            ดาบเล่มยาวหักคามือโดยไม่ได้ตั้งใจ เครมิสเองยังตะลึงเพราะเขาปล่อยให้อารมณ์ควบคุมร่างกาย ทำอะไรลงไปบ้างจึงไม่ค่อยรู้สึกตัวนัก พอเห็นดาบที่หักเป็นสองท่อนแล้วก็สบายใจไปเปราะหนึ่ง

            เขาก้มตัวลงหยิบซากอาวุธขึ้นมาพิจารณาครู่หนึ่งก่อนเหลือบมองผู้บุกรุกที่ยังคงยืนแข็งค้างก้าวขาไม่ออกด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะยิ้มหวานเหมือนเด็กๆ ไร้เดียงสา

            ไม่สิ ต้องเป็นเด็กที่ ร้ายเดียงสาซะมากกว่า

            มังกรหนุ่มผลักทหารชาวมัจฉาจนหงายหลังลงไปนอนกับพื้นโดยง่ายแทบไม่ต้องออกแรง เขาขึ้นคร่อมแล้วง้างซากดาบที่เหลือหมายจะปลิดชีพอีกฝ่าย

            ฉึก!

            ฝ่ายมัจฉาที่เมื่อสักครู่หลับตาปี๋ด้วยความตื่นกลัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อพบว่าตนเองยังไม่ตาย เศษดาบที่ว่าถูกปักลงพื้นข้างๆ ดวงตาข้างซ้ายของเขา บาดแก้มเพียงเล็กน้อยเหลือทิ้งไว้เป็นรอยพร้อมเลือดที่ไหลออกมาย้อมผืนหญ้าให้เป็นมลทิน

            ห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรแล้วเขาคงได้ตาบอดไปข้างหนึ่งตลอดชีวิต

            เครมิสเผยสีหน้าเย็นชาพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นหรือยัง

            พูดจบก็ก็รีบตรงเข้าหาหญิงสาวที่ทรุดนั่งอยู่กับพื้น เธอมีสีหน้าหวาดกลัวพร้อมร่างกายที่ยังคงสั่นไม่หยุด

            แม้คนตรงหน้าจะช่วยชีวิตเธอ...แต่ก็อดกลัวไม่ได้

            เราจะช่วยเธอเอง...เครมิสฉีกยิ้มอ่อนโยนให้เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังลังเลไม่แน่ใจว่าควรจะไปกับเขาหรือไม่ สีหน้าตอนต่อสู้ช่างแตกต่างกับยามปกติจนเหมือนคนละคน ร่างสูงหัวเราะแห้งๆ อย่างจนใจ อย่ากลัวเราเลย แค่ตอนนี้ก็ยังดี

            ขอให้เราได้แก้ไขความผิดพลาดของตนเองด้วยเถอะ

            มือเล็กๆ ยอมให้อีกฝ่ายแตะต้องในที่สุด ยิ่งเห็นว่าฝ่ามือนั้นมีเลือดไหลอาบเพราะใช้รับดาบปกป้องเธอแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ตอนแรกไม่ไว้ใจจนอีกฝ่ายเสียความรู้สึก เครมิสพยุงร่างของหญิงสาวขึ้นยืนก่อนจะเปลี่ยนเป็นการอุ้มแทน แม้ท่าแบบนี้เธออาจอยากสงวนไว้ให้คนรักทำเท่านั้น แต่สถานการณ์คอขาดบาดตายขนาดนี้ จะมาเรื่องมากให้เป็นตัวปัญหาได้ยังไง

            ถึงมันจะเขินๆ ที่ต้องให้คนไม่รู้จักมาอุ้มท่าอุ้มเจ้าสาวก็ตาม

            เรากระพือปีกไม่เป็นนะบอกไว้ก่อน...

            หา แล้วจะ...

            ไม่ทันให้เธอได้คิดอะไรต่อเครมิสก็หุบปีกเพื่อลดแรงต้านลมแล้วออกแรงถีบพื้นอย่างรุนแรงจนตัวลอยสูงขึ้น เขาคอยหาบ้านที่บริเวณด้านหน้ายังไม่โดนไฟแผดเผาเป็นฐานเหยียบเพื่อไปให้สูงขึ้น ยิ่งสูงแค่ไหนไอร้อนก็ยิ่งตามไม่ถึง อากาศด้านบนนี้สะอาดบริสุทธิ์กว่ามากนัก

            พอก้มมองด้านล่าง...จึงไม่ต่างอะไรกับทะเลเพลิง

            ข้างบนนี้มีหลายคนที่หนีมาพักพิง ต่างพากันร้องห่มร้องไห้เพราะต้องสูญเสียบ้านที่อยู่มาทั้งชีวิต ต้องทนเห็นคนในครอบครัวบาดเจ็บล้มตาย เด็กตัวเล็กๆ กอดกันกลมเหมือนกลัวการพลัดพรากจากกัน เวลานี้ไม่มีใครอายที่จะปล่อยให้หยดน้ำตาไหลอาบแก้ม

            และภาพนั้นก็ทำให้เครมิสต้องกัดฟัน เพราะเขา...เป็นต้นเหตุ

            เครมิสปล่อยเธอลงไปอยู่กับคนอื่นๆ แล้วเอ่ยบางสิ่งเบาๆ ขอบคุณนะ

            ขอบคุณที่ยอมให้เราได้ทำอะไรชดเชยความผิดบ้าง

            อีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าคนที่เพิ่งช่วยเหลือเธอจนเจ็บตัวขนาดนี้จะมาเอ่ยขอบคุณทำไม แต่พอจะถามให้รู้เรื่องอีกฝ่ายก็กระโดดลงไปสู่สนามรบอีกครั้ง

            สองมือกุมไว้ที่อก ภาวนาให้ทั้งเวอเนอร์และเครมิสปลอดภัยกลับมา ความอบอุ่นจากอ้อมกอดเมื่อครู่ที่แม้ไม่เท่าคนรักของเธอแต่ก็ช่วยทำให้ความเจ็บจากบาดแผลมลายให้ไปจนเกือบไม่รู้สึก

            ข้าต่างหาก...ที่ต้องขอบคุณ

 

         เมื่อโล่งใจที่ช่วยคนรักของเวอเนอร์ไว้ได้สำเร็จเครมิสก็ต้องเครียดอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมบางสิ่งบางอย่างไปเสียสนิท

            หนึ่ง...เขาลืมกระเป๋าไว้ที่ห้อง

            สอง...เขายังไม่เจอลิวอิส

            สาม...เขาปล่อยให้ฮอฟฟ์น้อยอยู่คนเดียว!

         ขออย่าให้เป็นอะไรไปเลยนะ!

 

            ร่างเล็กขดตัวอยู่ที่มุมห้องด้วยความหวาดกลัว แม้ตัวเขาจะเข้มแข็งขึ้นมากเมื่อเทียบกับสมัยเด็ก โดนทรมานสารพัดก็ข่มใจไว้ได้เสมอแทบไม่ร้องสักแอะ แต่เมื่อความทรงจำอันเลวร้ายฉายชัดในห้วงความคิดทำให้ไม่กล้าที่จะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปร่วมต่อสู้ พลีกายปกป้องหมู่บ้านไม่ให้ต้องสูญสลายเหมือนเมื่อครั้งก่อน

            ขาทั้งสอง...มีแต่จะก้าวถอยหลัง

            ฮอฟฟ์จับจ้องไปที่ประตูเหมือนสมัยตอนเด็กๆ ได้ยินเสียงหล่นตุ้บเหมือนมีใครสักคนกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาหยิบเอาอาวุธเพียงชิ้นเดียวของตนออกมาเตรียมพร้อมหากจำเป็นต้องสู้

            แม้มันจะเป็นแค่...มีดแล่ปลาธรรมดาๆ เล่มหนึ่ง

            เขาไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าจะสามารถต่อสู้กับผู้มาเยือนท่านนี้ได้หรือไม่ มือที่จับด้ามมีดสั่นไม่หยุดด้วยความหวาดกลัว นึกภาพพี่ชายถูกสังหารต่อหน้าต่อตาแล้วก็แทบคุมสติไว้ไม่ได้

            เชื่อเลยว่าหากต้องสู้จริงๆ...เขาคงพ่ายแพ้ในเสี้ยววินาที

            แอ๊ด...

            เสียงบานประตูช่างเล่นตลกร้ายกับเขาเหลือเกิน พาลจะทำให้คนขี้ตกใจสะดุ้งเฮือกยิ่งกว่าเก่า ฮอฟฟ์ไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว เด็กชายลุกขึ้นแล้วพุ่งตัวเข้ากระแทกทันทีเมื่อรู้สึกได้ว่าใครสักคนกำลังจะเดินเข้ามา หลับตาปี๋ตัดขาดทุกสิ่งทุกอย่าง

            สำหรับเขาตอนนี้แล้ว หากต้องตาย...ก็ขอพาศัตรูคู่อาฆาตลงนรกไปด้วยสักคนก็ยังดี!

            ฉึก!

            มีดแล่ปลาแทงเข้าเนื้อเต็มๆ ทว่าเพราะอีกฝ่ายหลบได้ทันท่วงทีจึงเลี่ยงจุดสำคัญ แม้โดนแค่บริเวณเอวแต่เลือดที่ไหลทะลักออกมาก็ใช่ว่าจะน้อย

            เสียก็แต่ว่า...

            พี่เครมิส!”

            ...คนที่มาถึงคือเครมิส ดิมอส!

           

         ด้วยความที่เลือดไหลไม่หยุดทำให้การเคลื่อนไหวของเครมิสลดต่ำลงมาก เขามองหน้าเด็กชายที่ช่วยพยุงแล้วก็รู้สึกผิด ขอโทษที่ปล่อยไว้คนเดียวนะ

            “รีบไปกันเถอะครับ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย

            เด็กชายพยายามหาอะไรมาห้ามเลือดให้แต่ที่มีเหลือในห้องก็แค่ผ้าห่มสีขาว สุดท้ายจึงต้องใช้มีดพยายามตัดออกมาอย่างยากลำบากกว่าจะได้ผ้ามาพันแผล

            แล้วลิวฟิเชียลล่ะ...เครมิสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหมดแรง เขาไม่ได้เจ็บตัวมากๆ ขนาดนี้มานานแล้วเพราะปกติด้วยร่างกายที่แข็งแรงกว่ามนุษย์ธรรมดาทำให้ถึงโดนมีดถากๆ เอาบ้างก็ใช้เวลาในการสมานแผลไม่นาน

            แต่เพราะครั้งนี้...เขาไม่ระวัง

            เนื่องจากคนที่อยู่ในห้องน่าจะมีฮอฟฟ์เพียงคนเดียวทำให้เขาไม่ป้องกันตัวใดๆ เลย มีดจึงฝังเข้าเต็มๆ เนื้อ ทั้งยังเพราะเด็กชายทายาพิษไว้ทำให้แผลที่น่าจะสมานตัวยังคงมีเลือดข้นไหลไม่หยุด เครมิสก็เพิ่งจะได้รู้วันนี้แหละว่าเด็กชายเป็นประเภทชอบพกยาพิษติดตัว

            และอย่าลืมไปว่ามังกรอย่างเครมิส สิ่งที่แพ้ทางที่สุด...ก็คือยาพิษ!

            ไม่น่าประมาทเลยเรา

            เครมิสอยากหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดของเขาทั้งนั้น ท่าทางพระเจ้าคงอยากให้เขาได้รับรู้ความเจ็บปวดทรมานเสียบ้างเป็นการลงโทษ

            ที่เขา...พูดจาไม่ดีเมื่อวาน

            บางทีการพึ่งพายาซะบ้างอาจเป็นเรื่องดีก็ได้

            มาอยู่กันตรงนี้นี่เอง!”

            เสียงอันคุ้นเคยที่คอยดุด่าเขาอยู่ตลอดเป็นเดือนๆ ที่ผ่านมาทำให้เครมิสยิ้มตอบ กลับมาแล้วเหรอ ลิวจิซา

            เวลาแบบนี้ยังจะมาเรียกชื่อคนอื่นผิดๆ อีกนะ!

            “ไม่ต้องพูดมาก เราต้องหนีกันแล้ว!”

            “หนี?” มังกรหนุ่มกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะนึกถึงสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วคนอื่นๆ ล่ะ จะให้เราทิ้งเขาไปแบบนี้เหรอ!”

            เครมิสนึกถึงภาพชาววิหคที่กอดกันร้องไห้ปานใจจะขาดเสียเดี๋ยวนั้นแล้วก็รีบสลัดฮอฟฟ์ที่ช่วยพยุงอยู่ให้หลุด หวังจะเข้าช่วยต่อสู้ในศึกครั้งนี้เท่าที่จะทำได้

         ไม่เอาแล้ว...เราจะไม่ทำผิดไปมากกว่านี้เด็ดขาด!

            แต่ดูเหมือนใครบางคนจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น อย่าทำตัวงี่เง่าตอนนี้ได้ไหม เครมิส ดิมอส!”

            “แต่!”

            “คิดว่านายสภาพนี้จะช่วยใครเขาได้รึไง อยู่ที่นี่มีแต่จะพากันตายหมด ไม่อยากมีชีวิตอยู่ก็บอก ฉันจะสนองความตายให้!” ลิวอิสชกหน้ามังกรที่ชอบทำตัวมีปัญหาทีหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายใจเย็นลงเสียบ้าง ก่อนจะอธิบายถึงสิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะทำ พวกเราจะไปช่วยพวกเขาหนี ไม่ใช่ทอดทิ้งไว้ที่นี่สักหน่อย

            “เอ๋?” เครมิสเอียงคอฉงน เราก็นึกว่าจะให้ทอดทิ้งพวกเขาเสียอีก แบบนั้นเราไม่เอานะบอกไว้ก่อน

            “ฉันไม่ใช่คนชั่วช้าขนาดนั้นโว้ย!” ลิวอิสดึงแก้มมังกรไม่รู้จักโตตรงหน้าจนยืด ทีหลังหัดฟังคนอื่นพูดให้จบซะบ้างนะ

            “คร้าบ ท่านแม่!”

            โป๊ก!

            “ยังมีอารมณ์มาล้อเล่นอีก สงบปากสงบคำแล้วตามฉันมาเดี๋ยวนี้!”

            ฮอฟฟ์ที่อยู่ในเหตุการณ์แอบหลุดขำออกมาเบาๆ ตอนแรกเขาก็ใจเสียเหมือนกันเมื่อได้ยินสิ่งที่ลิวอิสพูด การจะให้เขาเอาตัวเองเป็นหลัก หนีรอดปลอดภัยครบสามสิบสองโดยที่มีอีกหลายชีวิตต้องทุกข์ทรมาน สู้ยอมตายด้วยกันดีกว่า พอเครมิสคัดค้านทำให้เขาดีใจมากเกินกว่าจะเก็บซ่อนรอยยิ้มไว้ได้ ยิ่งรู้ว่าลิวอิสเองก็ยังไม่ได้ทอดทิ้งพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ของเขาก็โล่งใจกว่าเดิม

            ผมโชคดีจริงๆ ที่ได้รู้จักพวกพี่

 

            “พวกมันอยู่ทางนั้น!”

            เสียงของเหล่ามัจฉาดังไล่หลังพวกเขามาตลอดทาง ทั้งๆ ที่หาทางหลบเลี่ยงออกนอกหมู่บ้านอย่างเงียบๆ ได้สำเร็จแล้วแท้ๆ นับว่าคนเหล่านั้นไหวตัวทันได้เร็วไม่ใช่น้อย คงสังเกตเห็นจำนวนคนที่น้อยลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะคนเจ็บและคนสำคัญต่างๆ

            เป็นต้นว่า...หัวหน้าเผ่า

            เราจะอุ้มคุณปู่ไปเอง!” เครมิสอาสารับหน้าที่เมื่อเห็นผู้นำแห่งเผ่าเริ่มวิ่งช้าลงเรื่อยๆ จนน่าใจหาย ปีกของท่านบาดเจ็บทั้งยังอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่มีเรี่ยวแรงพอจะบินได้เหมือนสมัยหนุ่มๆ

            เหล่าวิหคหลายคนต้องใช้ขาทั้งสองข้างในการเดินทางแทนที่จะเป็นปีกที่พวกเขาภาคภูมิใจ แต่เวลานี้ไม่มีใครมาถือเรื่องเกียรติอะไรพวกนั้นให้มากเรื่องแล้ว

            ถึงจะโดนหาว่าเป็นนกปีกหักก็ช่าง!

            เสียงกองทหารชาวมัจฉาใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จนแต่ละคนถึงกับหน้าซีด หญิงสาวหลายคนอุ้มลูกของตนวิ่งปานจะขาดใจ พวกเขาเหลือกันไม่มากแล้ว บ้างยังอยู่ที่หมู่บ้าน บ้างถูกจับตัวไว้ได้ แม้อยากย้อนกลับไปช่วยเหลือก็ไม่อาจทำได้

            สละส่วนน้อย...เพื่อรักษาคนส่วนใหญ่

            บนใบหน้าของพวกเขาต่างเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาทำให้เครมิสรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม หากเขาไม่โดนหลอกใช้เรื่องราวก็คงไม่รุนแรงถึงเพียงนี้

            เครมิสกับลิวอิสผลัดกันต้านพวกมัจฉาที่ตามมาเป็นพักๆ แล้วให้ชาววิหครีบหนีไปก่อน ทั้งคู่บาดเจ็บไปทั้งตัวแต่สุดท้ายก็ไล่ศัตรูให้ถอยทัพไปได้สำเร็จ ฝ่ายนั้นคงคิดว่าสู้กลับไปหมู่บ้านแล้วจับพวกที่หนีไม่ทันจะเปลืองแรงน้อยกว่า

            มังกรหนุ่มเดินโซเซเริ่มยืนไม่อยู่ สุดท้ายก็ล้มลงไปนอนกับพื้น นึกเจ็บใจที่ไม่สามารถไปต่อได้อีก หากใครมาเจอเขาตอนนี้สามารถปลิดชีพได้โดยง่ายไม่ต่างอะไรกับปลอกกล้วยเข้าปาก พิษในกายทำให้ขาทั้งสองเริ่มด้านชา

            นั่นมันมังกรนี่!”

            เสียงที่เขา...ไม่คุ้นหูเลยสักนิด

            เราจะต้องตายอยู่ตรงนี้จริงๆ เหรอ

 


 

-------------------------------------------------------------------------------------------

14/4/2013

            หนูเครมิสโหดไหมล่ะ >w<

            ออกจะเท่บาดใจสุดๆ เลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆ แต่ท่าทางเจ้าตัวจะเจ็บกายเจ็บใจไม่น้อย โดนหักหลังซะแทบแย่ แต่ความดราม่ายังไม่จบแค่นี้หรอกนะ เอาเป็นว่า...รอติดตามกันอาทิตย์หน้านะคะ

            ยังไงก็ติดตามกันต่อไปนะคะ ^^
 

--------------------------------------------------------------------------------------

21/4/2013

            ไรท์เตอร์ลืมว่าวันนี้วันอาทิตย์ =[]=!!

            แต่ก็ยังมาลงทันนะ ถึงจะดึกไปหน่อยก็ตาม...ทรุด...

            บทนี้เล่นเอาทั้งลุ้น ทั้งปวดหัวไปตามๆ กัน พวกเขาจะเป็นอย่างไรกันต่อ เครมิสจะเดี้ยงคาที่ไหม ในเมื่อเขาแพ้ทางพวกพิษขนาดนี้ (แม้จะโดนหนูฮอฟฟ์จ้วงก็ตาม) เอาเป็นว่านะ...ต้องติดตามต่ออาทิตย์หน้านะเออ!!

            ปล. ตกใจจำนวนเม้นอาทิตย์ที่ผ่านมามาก จำนวนไม่เท่าไหร่ แต่มีหน้าใหม่ๆ เยอะเลย มีชื่อที่ไม่ค่อยคุ้น นักอ่านเงาเผยตัวเพราะความเท่บาดใจใช่ไหม!!

            จะนักอ่านเงาหรืออะไรไม่รู้ ไรท์เตอร์เห็นก็ฟินไปตามๆ กัน >w<


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1253 Nendtime (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 21:42
    ม่ายน้าเครมิสสสสสสสสส
    #1,253
    0
  2. #978 bewbeaubew (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 11:37
    อัพไวไวน้าาาาาาาาาา
    จะตามอ่านตอนต่อไป
    เครมิสน่ารักอ่ะ
    #978
    0
  3. #976 pinkysery (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 07:26
    โถ่...เครมิสลูก..
    #976
    0
  4. #975 ShiroHana (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 19:05
    แง้งงงงงง เนินสต์อ่า ถ้าจะม่อเครจังไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เยย//ผิด
    แบบนี้..หนีออกมาเสร็จเครจังจะงานเข้ามั้ยหนอ;w;
    #975
    0
  5. #974 worm-book (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 17:32
    เจ็บใจอะ เจ็บใจ!
    คับแค้นแทนเครมิสจริงๆ T^T
    #974
    0
  6. #973 ~ ClOuD OF DarknesS ~ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 16:05
    มาตามอ่านแล้วจ้า 
    รู้สึกว่าเครมิสจะฉายแววเท่ห์ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ เลยนะเนี่ย ~
    อีกฝ่ายก็น่า... จับกระซวกไส้นักเชียว -v-;;
    #973
    0
  7. #972 SodaMemE (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 15:38
    โอ๊ย ตายๆๆๆ งานนี้มังกรน้อยจะทำไงละเนี่ย เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
    #972
    0
  8. #971 CharlotteTear (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 06:36
    เครมี่เอ๊ย ไปทำบุญสะเดาะเคราะห์บ้างนะลูก #ไม่ใช่
    ซวยได้ซวยดีจริงๆ
    #971
    0
  9. #970 Namfon13 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 00:20
    ใครมาอีกล่ะคะคราวนี้ ><
    หนูมิสโดนยาพิษอีกแล้วนะ 555
    #970
    0
  10. #969 kutokung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 00:18
    โถ่ น่าจะให้เครมิสเอาคืนพวกนั้นบางนะ เจ็บใจแทน
    #969
    0
  11. #968 aongfong39 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 00:07
    ช่วงนี้รู้สึกว่าเครมิสจะหมดสภาพเพราะพิษหลายครั้งแฮะ อย่าเป็นอะไรนะเครมิส
    ส่วนลิวอิสเลื่อนขั้นจากเพื่อนมาเป็นคุณแม่แล้วสินะ
    #968
    0
  12. #965 ADAR (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 22:38
    ฆ่ามันเถอะ ขอร้อง//ส่งสายตาปิ๊งๆ
    #965
    0
  13. #964 SodaMemE (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 01:11
    เท่มากมังกรน้อย >< แต่คนอย่างนี้ต้องเอาให้ตาย ทำกับคนอื่นไว้เยอะ ชิ -0-
    #964
    0
  14. #963 rinray (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 19:32
    โอ้ เครมิส นายเท่มาก
    #963
    0
  15. #960 Namfon13 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 19:06
    หนูมิสโหดโว้ยยยย! >O<
    ฆ่าเลยสิลูก! ฆ่าเลยๆ//โดนถีบกระเด็น
    #960
    0
  16. #959 catcoffee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 21:49
    ทำไมไม่เเทงให้มันทะรุไปเลยละ ลูกกกกกกกกก
    #959
    0
  17. #958 Em.S.End (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 11:11
    เครมิสฆ่ามานนนนนนนนนนนน
    //ส่งเสียงเชียร์ข้างจอ
    #958
    0
  18. #957 ShiroHana (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 09:37
    อร๊ายยยย เครมี่โหด>w #957
    0
  19. #956 piposama (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 09:14
    แอร๊ยยยยยยยย (วิบัติเพื่อเสียง) เครมิสสสสสสสสสสสสเท่อ่ะ
    #956
    0
  20. #955 CharlotteTear (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2556 / 05:04
    เครมิสเวอร์โหดเท่อ่ะ > #955
    0
  21. #954 aongfong39 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 22:54
    เครมิสนี่บทจะเอาจริงก็เท่มากๆเลยนะเนี่ย ค่อยสมเป็นพระเอกหน่อย
    อ๊ากก อยากอ่านอีกครึ่งหนึ่งจัง
    #954
    0
  22. #279 ปลาทองจำแลง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 16:20
    ลิววี่น่ารักมากกกก ดูยังไงก็ผู้หญิง... // โดนเจ้าตัวเสยกระเด็น
    #279
    0
  23. #205 รินเซ่ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 เมษายน 2555 / 09:13
    น่ารักอ่ะ
    #205
    0