Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 28 : [FiC] Fic Trade กิจกรรมในบอร์ด The Cage of Time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 เม.ย. 56

Fic LSK The Cage of Time

 

 

คำเตือน

            1. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักของเรื่องจริงๆ เพียงหยิบตัวละครมาใช้เฉยๆ เนื้อเรื่องไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด คือไม่ได้เป็นเทพอัศวินใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ เกี่ยวนิดหน่อยแค่ใช้ตำแหน่งเจ้าชายปีศาจ แต่นอกจากนั้นไม่เกี่ยวเลย โอเคนะคะ??

            2. ตัวละครที่เป็นเด็กชายให้ผู้อ่านจินตนาการเองว่าเป็นใคร (เพราะไม่ระบุไว้ในเรื่อง)

            3. หากนิสัยไม่ตรงหรืออะไรอย่าได้แปลกใจเพราะเป็นความตั้งใจของผู้เขียน(ว่าอยากเขียนแบบนี้)

            4. แม้ไม่เคยอ่านเรื่อง LSK ก็อ่านได้ เพราะฟิคนี้ออกแนวออริ แนวเรื่องสั้นๆ เฉยๆ ไม่ต้องห่วง

 

      ผมเกลียดพี่!”

            เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในห้วงความคิดแม้กาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานจนข้าไม่อาจจำได้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อไหร่ สาเหตุที่มาที่ไป มันน่าแปลกมากจริงๆ ที่คนอย่างข้าต้องทนทุกข์ทรมานกับคำพูดเพียงไม่กี่คำของคนผู้นั้น

            ทำไมกันนะ...

            ตอนนั้นผู้ที่ยืนอยู่ต่อหน้าข้าเป็นเพียงเด็กน้อยชาวมนุษย์วัยไม่เกินแปดเก้าขวบ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขาวนวลพร้อมด้วยแก้มทั้งสองที่ระเรื่อด้วยสีชมพูผ่องใสน่าหยิกน่าแกล้งเป็นที่สุด ส่วนสูงของพวกเราทั้งสองต่างกันมากเกินกว่าจะอยู่รุ่นเดียวกัน

            เพราะอายุของข้ามันได้หยุดมาเป็นเวลานานแล้ว

            นั่นสินะ ก็ข้า...ไม่ใช่ มนุษย์

           

            ย้อนไปเมื่อสิบปีก่อน

            ท่ามกลางป่าลึกไร้ที่สิ้นสุดว่ากันว่ามีปราสาทปริศนาไม่ทราบชื่อตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเลสาบ ทว่าด้วยความที่บรรยากาศปกคลุมไปด้วยไอเย็นชวนให้ขวัญผวาทำให้แม้ชาวบ้านจะอดอยากขาดน้ำบริสุทธิ์แค่ไหนก็เลี่ยงหาแหล่งบาดาลอื่น ไม่มีใครยอมเสี่ยงชีวิตไปยังทะเลสาบแห่งนั้นเลยสักคน ด้วยเพราะเกรงกลัวต่อผู้ที่อาศัยภายในปราสาทอีกทั้งยังหมอกหนาจนมองอะไรแทบไม่เห็น

            ทะเลสาบแห่งนั้นจึงสะอาดบริสุทธิ์เอามากๆ แต่ก็ไม่มีใครใช้งานมันเลย...นอกจาก เขา

            ร่างสูงภายใต้ชุดคลุมปกปิดใบหน้าเดินออกจากปราสาทช้าๆ อย่างสง่างาม ทุกย่างก้าวไม่เหมือนสามัญชนทั่วไปตามหมู่บ้านเลยสักนิด ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามไม่กล้ายุ่งเกี่ยว บวกกับการแต่งกายชวนให้สงสัยจนสัตว์น้อยใหญ่ถึงกับถอยห่าง

            แต่ก็แค่ในทีแรก...

            เมื่อเวลาผ่านไปสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยก็เริ่มกล้าเข้าใกล้แหล่งน้ำมากขึ้นหลังเห็นว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่เคยทำอันตรายหรือแสดงท่าทีขับไล่พวกตนเลยสักครั้ง นานเข้าความหวาดกลัวก็มลายหายไปสิ้น พวกเขาใช้แหล่งน้ำนั้นร่วมกันอย่างมีความสุข

            ความสมดุลกันของธรรมชาติ...ที่มนุษย์ไม่อาจแทรกแซง

            กระนั้นแล้วชีวิตที่ไม่มีใครให้คุยด้วย สนทนาด้วยก็ช่างน่าเบื่อเหลือแสน เขาคนนั้นเหม่อมองไปยังป่าสูงที่กั้นสถานที่แห่งนี้ออกจากโลกภายนอก คิดปรารถนาให้ใครสักคนฝ่าแมกไม้นั้นออกมาปรากฏกายต่อหน้าเขา

         ขอแค่คนเดียว...ก็ยังดี

            ความคิดนั้นแม้รู้ดีว่าเป็นเรื่องไร้สาระไม่ควรเก็บมาคิดมากให้ชีวิตที่น่าเบื่ออยู่แล้วพาลเศร้าไปกว่าเดิม แต่มันอดไม่ได้จริงๆ หลังมีชีวิตอยู่ในปราสาทคนเดียวเป็นเวลาหลายปี

            นาน...มากพอทำให้เขาคิดอยากฆ่าตัวตาย

            แต่รู้อะไรไหมสิ่งที่เรียกว่า ความตายไม่เคยเข้าใกล้เขาเลยสักนิด แม้จะทดลองมาหลายหนทางตลอดหลายปีนี้ก็ตาม ไม่ว่าจะดื่มยาพิษ แขวนคอ เอามีดทำครัวมาปักหัวใจ ทุกการกระทำนั้นสูญเปล่าทันที

            มีแต่เจ็บปวด...ทั้งกายและใจ

            เจ็บกาย...เพราะบาดแผลทั้งหลายแหล่เหลือทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้ แม้ไม่ถึงตายแต่ก็ไม่ใช่ไม่รู้สึก

            เจ็บใจ...เพราะไม่อาจหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่นี้ได้สักที

            มันคงทรมานมากพอควรเลยกับการมีชีวิตอยู่โดยไม่มีใคร ไม่มีเป้าหมายในการดำรงอยู่ อาศัยภายในปราสาทวันแล้ววันเล่าอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย

            เมื่อไหร่ข้าจะหลุดพ้นเสียที...

            แต่แล้ววันหนึ่งก็เหมือนฟ้าลิขิตให้เขาได้เจอกับเด็กชายตัวน้อยซึ่งนอนไม่ได้สติอยู่ข้างทะเลสาบ ข้างกายมีถังน้ำแสดงถึงความจำเป็นที่ต้องมายังที่แห่งนี้ มีความเป็นไปได้ว่าบ้านของเด็กคนนี้ยากจนชนิดไม่สามารถซื้อน้ำจากแหล่งอื่น หรือต้องการน้ำอย่างเร่งด่วนทำให้ไม่สามารถอดทนรอจากการเดินทางไปแหล่งน้ำอื่นที่ไกลกว่า

            เพราะที่แห่งนี้ใกล้กับหมู่บ้านที่สุด...แต่น้อยนักที่จะมีใครกล้าย่างกายเข้ามา

            ร่างสูงรีบตรงเข้าช่วยเด็กน้อย สัมผัสบริเวณหน้าผากก็ทำให้รู้ได้เลยว่าเจ้าตัวกำลังเป็นไข้อย่างหนัก เขาล้วงเอาขวดยาในย่ามออกมาแล้วกรอกปากของคนตรงหน้าด้วยความทะนุถนอม

            หวังว่าจะไม่สายเกินไปนะ

            แค่กๆ!”

            เด็กน้อยสำลักออกมาในที่สุด ดูเหมือนฤทธิ์ยาจะได้ผลเพราะอุณหภูมิร่างกายของเจ้าตัวเล็กกลับเป็นปกติอย่างช้าๆ ภาพนั้นทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ได้ช่วยชีวิตใครสักคนที่ยังอยากมีชีวิตต่อ

            ไม่เหมือนเขา...

            พี่...พี่เป็นใคร

            เด็กชายพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะรู้สึกตัวว่าตนมีหน้าที่อันสำคัญยิ่งกว่าต้องทำ เขาสลัดตัวเองให้พ้นจากอ้อมแขนของชายแปลกหน้าก่อนจะรีบหาถังน้ำแล้วตักเอาน้ำอันมีค่าต่ออีกชีวิตที่รออยู่ที่บ้าน

            ผมต้องรีบกลับไปหาท่านแม่!”

            ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็ไม่เข้าห้ามแต่อย่างใด กลับรู้สึกอิจฉาในตัวของคนตรงหน้าที่มีครอบครัวให้กลับไป เอาน้ำนั่นไปให้ท่านแม่ของเจ้าเถอะ

            “ได้เหรอ?เด็กน้อยชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพิจารณา เขาจำได้ว่ามีข่าวลือเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มากมายจนไม่รู้จะเชื่อแหล่งไหน แต่ทุกอันล้วนเป็นด้านลบทั้งนั้น พี่ไม่ใช่ปีศาจเฝ้าทะเลสาบหรอกเหรอ?

            “ปีศาจ?ได้ยินเข้าไปแบบนั้นก็อดขำเบาๆ ไม่ได้ ความเชื่อของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ช่างเหนือจินตนาการของเขาจริงๆ คนในหมู่บ้านเรียกข้าแบบนั้นเหรอ ฮ่าๆๆ

            “เอ่อ...

            เมื่อเห็นร่างเล็กมีสีหน้าตื่นตกใจเขาจึงรีบโบกมือไล่ เจ้ารีบเอาน้ำกลับไปให้ท่านแม่ของเจ้าเถอะ

            “ขอบคุณครับพี่ปีศาจ!” เด็กชายโบกมือลาก่อนจะตะโกนเสียงใสเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ แล้วผมจะมาหาอีกนะครับ!”

            เจ้าของปราสาทชะงักค้างกับประโยคเมื่อครู่ รอยยิ้มจากใจที่ห่างหายไปนานปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาเดินกลับเข้าที่พักเพียงแห่งเดียวของตัวเองพลางพึมพำเบาๆ ตลอดทาง

            จะกลับมา...สินะ

           

            ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเด็กชายก็มักจะแวะเวียนมายังปราสาทของเขาเสมอ พวกเขาคุยกันบ้าง ออกไปเดินเล่นบ้าง คงเพราะไม่รู้จะทำอะไรนอกจากนี้เนื่องด้วยช่วงวัยที่แตกต่าง แต่สำหรับฝ่ายชายหนุ่มนั้นขอแค่ได้เห็นรอยยิ้มของคู่สนทนาเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย

            เมื่อไหร่ไม่รู้...ที่เขาเฝ้ารอการกลับมาของเด็กชาย

            ทว่าความสุขมักจะอยู่กับเราไม่นานเหมือนอย่างที่ใจปรารถนาเมื่อข่าวลือเรื่องของพวกเขาโด่งดังไปทั่วหมู่บ้านจนใครต่อใครเริ่มตั้งแง่ทั้งในทางดีและทางร้าย บ้างคิดว่าปีศาจทะเลสาบเป็นเพียงข่าวลือ บ้างคิดว่าเด็กชายกลายเป็นสมุนของปีศาจ

            และเพราะอย่างนั้น...ถึงได้เกิดการลอบทำร้าย

            บาดแผลนั้นเจ้าไปโดนอะไรมา?!” ชายหนุ่มทั้งตกใจทั้งเป็นห่วงเมื่อเห็นเนื้อตัวของเด็กน้อยเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย พวกชาวบ้านเป็นคนทำใช่ไหม!”

            “พี่คิดมากไปใหญ่แล้ว ไม่มีอะไรหรอก

            บทสนทนาเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสุดท้ายก็นำพามาซึ่งความเจ็บปวด เมื่อฝ่ายหนึ่งตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ลับๆ นี้เพื่อความปลอดภัยของใครอีกคน

            แม้ในใจลึกๆ จะไม่อยากก็ตาม...

            ต่อแต่นี้ไปเด็กอย่างเจ้าไม่ต้องมาที่ปราสาทของข้าอีกแล้ว!” พูดไปก็พลอยรู้สึกเจ็บลึกๆ ในใจเหมือนมีเข็มพันเล่มเข้าทิ่มแทงจนแทบทรุด เขาเลือกที่จะไม่มองหน้าอีกฝ่ายเพราะกลัวความใจอ่อนของตัวเองจะทำเรื่อง

            “ต่อไปนี้ผมจะไม่ดื้อ ผมจะฟังพี่ทุกอย่าง แต่อย่าไล่ผมไปเลยนะครับ!” ร่างเล็กพูดทั้งน้ำตา แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจจึงยิ่งตะโกนดังขึ้น พี่อย่าทำแบบนี้เลยนะครับ พี่เกรเซียส!”

            “อย่ามาเรียกชื่อข้า!” เจ้าของนามเกรเซียสกัดฟันแน่นก่อนจะหันกลับไปมองหน้าด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก ข้าเบื่อกับการเล่นเป็นพี่เลี้ยงเด็กกับเจ้าเต็มทน...ออกไปซะ” 

            ผมเกลียดพี่!”

            สิ้นคำร่างเล็กก็วิ่งหนีออกจากปราสาทแล้วไม่กลับมาให้เห็นอีกเลย ทิ้งเกรเซียสให้จมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้าและความเหงาหงอยเช่นเดิม

         อย่ามายุ่งกับข้าเลย...กับเจ้าชายปีศาจอย่างข้า

 

            เฮ้อ ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวันนั้นมากแค่ไหนข้าก็ยิ่งไม่เป็นตัวของตัวเองมากเท่านั้น แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ เรื่องแบบนี้...ลืมง่ายซะที่ไหน

            ข้ายังคงจำแผ่นหลังนั้นได้ จำใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตานั้นได้

            ทุกอย่างเป็นความผิดของข้า...แค่คนเดียว

            ปัง!

            เสียงบานประตูทำให้ข้าตื่นจากภวังค์ เงยหน้ามองผู้มาใหม่แล้วก็ต้องตกตะลึง ครานี้ไม่ใช่เด็กชายตัวน้อยน่ารักเช่นเมื่อก่อน หากแต่เป็นบุรุษส่วนสูงพอๆ กัน ใบหน้าคมคายเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เขาเดินเข้ามาหาข้าช้าๆ ภาพนั้นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนข้าไม่อาจปฏิเสธความจริงข้อนั้นได้อีกต่อไป

            ผมกลับมาหาพี่แล้วนะ ไม่สิ...ชายหนุ่มตรงหน้าหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม ข้ากลับมาหาเจ้าแล้ว เกรเซียส

            “เจ้าทำไมถึงได้...

            “ในเมื่อข้าไม่ใช่เด็กแล้ว ข้าก็มีสิทธิ์มาหาเจ้าได้สินะ คุณเจ้าชายปีศาจ

 

---------------------------------------------------------------------

จบแล้ว >w<

เรื่องนี้อย่างกับเขียนเป็นออริจินัลไม่ใช่ฟิค เนื้อหาช่างไม่เกี่ยวกับ LSK เอาเสียเลย OTL

แต่เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรด้วยแหละ ต้องขอโทษที่งานออกมาอาจไม่เป็นดังหวังนัก

ในส่วนของเด็กชาย...อยากจิ้นเป็นใครก็...ตามสะดวก!
(จะเทพอัศวินคนไหน หรือตัวละครอะไรก็ได้ เพราะเรื่องนี้มันออกแนวออริจินัลสุดๆ)

 

เหตุการณ์ต่อๆ จากนี้ขอให้ไปฟินกันเอาเองแล้วกันนะคะ หึๆๆๆ

ขอให้สนุกกับโลกของจินตนาการ

DarkPhoenix

13/3/2013

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1277 @~SuGaR_bRoWn~@ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 16:28
    อ่า ย้อนอ่านซะนาน(เคยอ่านอยู่พักนึงแต่ยุ่งๆเลยลืมตามน่ะค่ะ //คราวนี้เซฟแฟบเวอริทละ ไม่พลาดแน่นอน) ด้วยความขี้เกียจเลยเม้นแค่ตอนล่าสุด..//จะโดนไรต์ยำไหม ฮ่าๆ รอตอนต่อไปนะคะ
    #1,277
    0
  2. #1256 Nendtime (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2556 / 14:12
    จิ้นเป็นไอโร แต่ไอโรเค้ามีคู่แล้ว เลยยากต่อกันจิ้น
    #1,256
    0
  3. #1062 Marshmallow KinG (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 15:50
    คุ... ใครดีนะ //ฟิน
    #1,062
    0
  4. #987 Fytius Falevia (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 20:54
    คนเควสค่ะ! >__<" มาอ่านแล้วน้าา สำนวนท่านดาร์คสวยมากเลยค่ะ! มันแบบว่า…กร๊าวมาก… โฟร์ขอจิ้นเป็นเกรเซียสกับ…ใครดี?? เทเลอร์!? =[]= #ไม่นะ
    #987
    0
  5. #951 rinray (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 19:49
    อ๊ายยย ฟินตอนท้ายมาก นี้เป็นฟิคที่เกรเซียไม่ได้กลับไปเป็นครีอุสใช่มะ
    #951
    0
  6. #203 seven sin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 19:23
    -v- อย่าให้รอนานนะ เด๋วคิดถึง
    #203
    0
  7. #200 annaaa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 เมษายน 2555 / 17:13
    มาต่อเร็วๆน้า
    #200
    0
  8. #195 flameknight (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 19:14
    ต่อๆ เร็วๆ
    #195
    0
  9. #194 worm-book (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 เมษายน 2555 / 16:58
    ฮิๆ ชอบฉากบู๊จังเลย ><
    #194
    0
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(