Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 27 : [CD] บทที่ 13 ก็คนมันงี่เง่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 13 ก็คนมันงี่เง่า

 

            ที่นี่...ที่ไหน

            เปลือกตาค่อยๆ ปรือขึ้นช้าๆ ก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสได้ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เครมิสจ้องหน้าชายในชุดคลุมปกปิดใบหน้าด้วยความหวาดระแวง ถ้าจะเปรียบเครมิสเป็นสัตว์ป่า ไม่แปลกอะไรหากสัตว์ป่าตัวนี้จะไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้า โดยเฉพาะยามเมื่อตัวเองอ่อนแอ

            คงเหมือนเป็นการป้องกันตัว

            พวกนายเป็นใคร!”

            “ใจเย็นๆ พวกเราไม่ได้มาร้ายอีกฝ่ายยกมือยอมแพ้พลางดึงฮู้ดออกเพื่อแสดงถึงความจริงใจ พวกเราแค่มาสำรวจอะไรนิดหน่อย

            ชายตรงหน้ามีใบหน้าเกลี้ยงเกลาไม่เหมือนนักสำรวจตามปกติเลยสักนิด ไม่เช่นนั้นก็แปลว่าฝีมือของเขาต้องดีเอามากๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางที่จะเข้าป่ามาด้วยสภาพไร้ขีดข่วน เสื้อผ้าแทบไม่มีคำว่าเลอะเทอะมอมแมมให้เห็น เรือนผมสีน้ำเงินยาวประบ่าคู่กับนัยน์ตาสีเขียวมรกต

            น่าเสียดายที่ใต้ตาซ้ายมีรอยแผลเป็นซึ่งแสดงถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่ แม้ว่าสำหรับนักรบแล้ว การได้แผลเป็นคล้ายเครื่องยืนยันถึงความกล้าหาญ ทว่าบางครั้งก็อาจให้ผลตรงกันข้าม

            มันคือความพ่ายแพ้...ที่ฝังลึกในจิตใจ

            งั้นพวกนายก็ไม่ใช่คนไม่ดี?เครมิสเลิกสนใจบาดแผลของอีกฝ่ายแล้วกลับเข้าประเด็นสำคัญ

            “ก็ทำนองนั้นล่ะมั้งเขายิ้มบางๆ ให้อย่างเอ็นดูผมชื่อเนินสต์ ยินดีที่ได้รู้จัก

            “เนินสต์?เครมิสเรียกชื่อนั้นออกมาแปร่งๆ ด้วยความไม่เคยชิน เขารู้สึกเหมือนครั้งหนึ่งเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนมาก่อน แต่สุดท้ายก็เลิกคิดพลางแนะนำตัวบ้าง เราชื่อเครมิส

            คิดไปเองล่ะมั้ง...

            “แล้วทำไมมังกรอย่างคุณถึงได้มาอยู่ในที่แบบนี้

            ทำไมถึงรู้ว่าเราเป็นมังกร?เครมิสขมวดคิ้ว มองใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มของอีกฝ่ายแล้วนึกระแวงขึ้นมาอีกครั้ง ตอบเรามาสิ!”

            “อย่าเพิ่งโมโหไปเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินยิ้มหวาน ตอนมาเจอคุณกางปีกเอาไว้อยู่ ดูก็รู้ว่ามาจากเผ่าพันธุ์อะไร

            เครมิสเก็บกรงเล็บที่แอบเรียกออกมาเมื่อครู่แล้วกลับไปเป็นคนซื่อๆ นิสัยเด็กๆ เช่นเดิม อย่างนี้นี่เอง ขอโทษที่เข้าใจผิด

            เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจริงๆ

            แล้วตกลงคุณมาที่ป่าแห่งนี้ทำไม หรือว่าหลงทาง?

            เนินสต์ถามด้วยแววตาเป็นห่วง ท่าทางของเขาเหมือนบาทหลวงตามโบสถ์ หากเปลี่ยนชุดคลุมสีน้ำตาลเป็นขาวบริสุทธิ์ล่ะก็ ถึงจะโกหกว่าเป็นคนของทางศาสนจักรเป็นใครก็เชื่อ

            เครมิสพลันนึกถึงสาเหตุที่ตนหนีเข้าป่าได้ทันที รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า เราทะเลาะกับเพื่อนนิดหน่อย

            “เพื่อน?

            เนินสต์ยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดถึงเรื่องบางอย่าง คำว่า เพื่อนคงไปสะกิดอะไรเข้าจนพูดไม่ออก จู่ๆ ภาพคนสำคัญของเขาคนหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว แผ่นหลังของ เพื่อนเพียงคนเดียวที่ห่างออกไปเรื่อยๆ จนเอื้อมไม่ถึงไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน

            “อื้อมังกรหนุ่มนั่งลงบนโขดหินใกล้ๆ เราจะทำยังไงดี...

            “ทำใจเนินสต์ตอบออกไปโดยไม่ทันคิด พอรู้สึกตัวก็รีบโบกมือเหมือนบอกว่าไม่ต้องสนใจกับสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่ ผมบังเอิญนึกถึงเรื่องของตัวเองน่ะครับ

            “เรื่องอะไรเหรอ?

            เครมิสถามกลับโดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของคู่สนทนาเลยสักนิดว่าเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ และมันก็ไม่ใช่ธุระอะไรที่จะต้องนั่งเล่าความหลังของตัวเองให้คนแปลกหน้าฟัง แค่คิดถึงยังไม่อยากจะคิด แต่ก็ต้องฝืนยิ้มแล้วปฏิเสธแบบเลี่ยงๆ ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรหรอกครับ

            “แต่เราอยากรู้นี่นา

            ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆ!

            เนินสต์ยิ้มกระตุก นึกเสียใจที่ช่วยคนแบบนี้ไว้ เพราะเขานี่แหละที่ให้ยาถอนพิษกับอีกฝ่าย ทั้งยังหยุดการเดินทางไว้ก่อนเพื่อเฝ้าไม่ให้คนตรงหน้าโดนสัตว์ที่ไหนจับกิน

            มาพูดเรื่องของคุณต่อดีกว่าเนินสต์รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายโดนขุดคุ้ยอดีตอันไม่น่าจดจำขึ้นมาให้เจ็บปวดเล่น ผมเป็นที่ปรึกษาที่ดีใช้ได้เลยนะ

            “ที่ปรึกษาคืออะไรเหรอ?

            ดูเหมือนเนินสต์จะคิดผิดจริงๆ นั่นแหละ

            เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณให้คืนดีกับเพื่อนดีไหมครับ

            เนินสต์ส่งยิ้มให้พลางยื่นมือเข้าหาแต่ทันใดนั้นเองที่เพื่อนร่วมเดินทางที่มาด้วยกันกลับเอ่ยขัด พวกเราจะเสียเวลาไม่ได้นะครับ

            “เงียบซะใบหน้าพ่อพระหายวับไปในเสี้ยววินาทีจนผู้เอ่ยเตือนสงบปากสงบคำทันที คนอื่นๆ อีกสามสี่คนจึงทำได้แค่ยืนเฝ้าเงียบๆ

            เพราะแม้รูปร่างจะดูผอมบางอ่อนแอที่สุดในกลุ่ม แต่คนผู้นี้ก็คือ หัวหน้าของพวกเขา

            เสียเวลาเรื่องอะไรเหรอเครมิสถามโดยไม่เกรงกลัวเลยสักนิด กับแค่ทำหน้าน่ากลัว ขึ้นเสียงนิดๆ หน่อยๆ มังกรต๊องๆ อย่างเขาไม่รู้สึกถูกกดดันอะไรมากนักหรอก

            งี่เง่าซะขนาดนี้...จะมีใครได้อีก

            เนินสต์ถอนหายใจ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีจึงรีบหาทางเปลี่ยนเรื่อง รู้จักสงครามอูเรย์หรือเปล่าครับ

            “รู้จักสิ

            เพราะเพิ่งฟังจากฮอฟฟาวจี้เอง

            เนินสต์ทำหน้าแปลกใจนิดหน่อยเมื่อพบว่าคนท่าทางอ่อนต่อโลกอย่างเครมิสรู้เรื่องสงครามนี้ เขาพูดต่อไปเหมือนเล่านิทานเรื่องหนึ่ง พวกผมกำลังสืบหาคนคนนึงอยู่ เขาชื่อ เฮนริคัสเป็นทหารที่สาบสูญท่ามกลางสนามรบ

            เมื่อพูดถึงจุดนี้เนินสต์ก็ฉายแววตาโศกเศร้าออกมาแวบหนึ่ง และเขา...คือเพื่อนของผม

            ‘ต่อแต่นี้ไปนายจะได้ใช้ชีวิตใหม่ เป็นรองหัวหน้าหน่วยของฉันเสียงที่แสนอ่อนโยนไม่เหมือนหัวหน้าหน่วยที่จำต้องออกรบจนมือเปื้อนเลือดเลยสักนิด

            ให้ผมเป็นจะดีจริงๆ เหรอครับ?ผู้ที่อ่อนวัยกว่าสองสามปีซ้ำยังเพิ่งเริ่มงานด้านนี้มาได้ไม่นานรู้สึกหวั่นใจกับตำแหน่งใหม่นี้สุดๆ มีอีกตั้งหลายคนที่เก่งกว่าผม

            ผม...ที่เป็นแค่เด็กกำพร้า

            อีกฝ่ายส่ายหน้าแล้วเอื้อมมือมาลูบหัว เด็กอ่อนโยนอย่างนายนี่แหละที่จะเป็นผู้จบสงคราม

            ‘ผม?

            ‘ใช่แล้วเขาชักมือกลับแล้วยื่นเข็มกลัดซึ่งแสดงถึงตำแหน่งอันมีเกียรตินี้ให้ ต่อไปนี้ก็ขอฝากด้วยนะ เนินสต์

            เป็นทั้งเพื่อน พี่น้อง หัวหน้า และ...คนสำคัญที่ผมพร้อมมอบชีวิตให้

           

            ถ้าอย่างนั้นนายก็เป็นคนที่รอดจากสงครามนั้นสินะ!” เครมิสเบิกตากว้างแล้วรีบพุ่งเข้าหา ดึงคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นแล้วหมุนเป็นวงกลม จับมือทั้งสองพร้อมส่งยิ้มให้ด้วยความยินดี ฮอฟฟิสวา จะต้องดีใจมากแน่ๆ

            “ฮอฟฟิสวา? เขาคือใครเหรอครับ

            “ฮอฟฟิวนี่เป็นเด็กน้อยที่น่ารักมากเลยล่ะ แต่จากครั้งนั้นทำให้เขาเกลียดพวกมัจฉาเข้ากระดูกดำ ทำไงได้ โดนทำร้ายขนาดนั้นนี่นะ

            “...

            ไหนเมื่อกี้ยังพูดว่าฮอฟฟิสวาอยู่เลย ทำไมตอนนี้เรียกฮอฟฟิวนี่?

            เครมิสรีบอธิบายโดยไม่ทันเห็นสีหน้าสับสนของเนินสต์เลยสักนิด ทั้งยังลืมเรื่องที่ทะเลาะกับลิวอิสเสียสนิท คุยสนุกปากเหมือนได้เจอเพื่อนรักที่พลัดพรากจากกันมานานเขาถูกจับในสงครามนั้น แต่เรากับเพื่อนช่วยออกมาได้ ตอนนี้อยู่ที่หมู่บ้านปลอดภัยเรียบร้อยไม่ต้องห่วงนะ   

            เมื่อกี้พูดว่าหมู่บ้านเหรอครับ?เนินสต์กะพริบตาปริบๆ พูดถึงหมู่บ้านสาขาหลักของเผ่าวิหคใช่ไหม

            “ใช่แล้ว!” มังกรหนุ่มชูสองนิ้ว เพราะตอนนี้เราก็พักอยู่ที่นั่น

            “หัวหน้าเผ่าอนุญาตให้คุณพักด้วยเหรอครับเนี่ย!” เนินสต์ยังอึ้งไม่หายเพราะเผ่าวิหคนับว่าเป็นเผ่าที่ค่อนข้างสันโดษไม่แพ้มังกร หมู่บ้านเผ่าวิหคไม่ค่อยเปิดต้อนรับคนจากต่างเผ่าให้พักนัก หากไม่ใช่เด็กเล็กๆ ที่หลงทางหรือบาดเจ็บล่ะก็ ยากนักที่จะยอมให้เหยียบย่างเท้าเข้าภายใน

            ไม่ต้องพูดถึงให้ที่พักฟรีๆ โดยไม่หวังผลแบบนี้

            ดังนั้นสำหรับหมู่บ้านสาขาหลักของเผ่าวิหค นับว่าไม่มีแขกต่างเผ่าแวะเวียนมานานหลายสิบปีแล้ว เครมิสไม่ได้รู้เลยสักนิดว่าตนเองได้รับสิทธิ์พิเศษมากขนาดไหน

            มันแปลกมากเลยเหรอ?เครมิสเอียงคอทำหน้าบ้องตื้อ

            เนินสต์หัวเราะแห้งๆ ก็ทำนองนั้นแหละครับ

            “งั้นกลับไปด้วยกันไหมล่ะ ฮอฟฟาชชี่ต้องดีใจมากแน่ๆ ถ้าได้เจอคนจากหมู่บ้านเดียวกัน

            เครมิสทำท่าจะเดินทางกลับหมู่บ้านแต่อีกฝ่ายกลับรั้งเขาไว้เสียก่อนผมยังไปที่นั่นไม่ได้หรอกครับ

            “ทำไมล่ะ?

            “ยังมีธุระที่ผมต้องทำให้เสร็จก่อนเนินสต์ยิ้มหวานให้ก่อนจะยื่นบางสิ่งกับเขา ลองเอาไปให้เพื่อนที่ทะเลาะกันมาสิเผื่อเขาจะหายโกรธ แล้วถ้าไม่รบกวนขอฝากเอาไปให้ท่านหัวหน้าเผ่ากับคนอื่นๆ ด้วยนะครับ

            “มันคืออะไรเหรอ?

            “จะว่าไงดีล่ะ...เขาพยายามเรียบเรียงคำอธิบายให้เข้าใจง่ายเพราะสังเกตเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าค่อนข้างจะประสบการณ์น้อยอย่างที่คิด มันเป็นสมุนไพรชนิดนึง ชงกับน้ำดื่มเหมือนพวกน้ำหวานนี่แหละ มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยนะ

            “สมุนไพร...

            เครมิสนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าที่เขาทะเลาะกับลิวอิสเพราะอีกฝ่ายเอาแต่สนใจสิ่งที่เรียกว่า สมุนไพรจนเผลอพูดอะไรออกไปโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย

            ทำไงได้...เขามันป่วยยาก

            เขาไม่เคยเป็นหวัด ไม่เคยเป็นไข้ ตากฝนให้ตายอย่างมากก็กลับบ้านไปล้างเนื้อล้างตัว ทานข้าวให้อิ่ม แค่นี้ก็ปลอดภัยแข็งแรงดีไม่ต้องให้ใครมาคอยห่วง

            มังกรอย่างเครมิสมีจุดอ่อนที่จะทำให้ล้มหัวนอนเสื่อได้เพียงแค่ ยาพิษเท่านั้น ภายนอกแข็งแรงทนทานกว่าหลายๆ เผ่า แต่หากเจาะจากข้างในนั้นเป็นอีกเรื่อง เพราะร่างกายของเขามีความพิเศษ สามารถดูดซับธาตุที่ต้องการจากสิ่งที่ทานได้รวดเร็วทำให้เกิดทั้งผลดี...และผลเสีย

            ข้อดีคือเขาทานอะไรเข้าไปก็จะได้ประโยชน์จากสิ่งนั้นค่อนข้างเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ในทางกลับกัน หากยาพิษเข้าสู่ร่างกายก็จะเกิดผลเร็วกว่าคนอื่นๆ เข้าเส้นเลือดแล้วแพร่ไปทั่วร่างกายในเสี้ยวของเสี้ยววินาที

            แม้ภูมิต้านทานจะดีทำให้ยากนักที่จะเสียชีวิตด้วยเรื่องแค่นี้ แต่ความทรมานจากพิษ...ก็คล้ายตายทั้งเป็น

            มังกรหลายตัวยอมให้คนฟันจนแผลเต็มตัวดีกว่าให้พวกเขาต้องทานยาพิษ เพราะถ้ายาพิษรุนแรงมากชนิดที่สิ่งมีชีวิตอื่นโดนทีแล้วตายโดยไม่ทันได้รู้สึกล่ะก็

            สำหรับเผ่าพันธุ์นี้...พวกเขาจะทรมานไปอีกเป็นอาทิตย์ก่อนจะค่อยๆ หมดกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อแล้วหาทางปลิดชีพตัวเอง

            เครมิสไม่เคยทานสิ่งที่เป็นพิษกับร่างกายเลยด้วยซ้ำสมัยยังอยู่ที่หมู่บ้านของเขา คงเพราะได้รับการฝึกฝนอย่างดีว่าสิ่งใดทานได้สิ่งใดทานไม่ได้ และคงไม่มีใครคิดอยากฆ่าตัวตายทางอ้อมด้วยการวางยาลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าแม่เออร์เนสต์

            ยังไงซะก็คงไม่มีไอ้บ้าที่ไหนสังหาร ครอบครัวของตัวเอง เพราะหมู่บ้านมังกรก็รักใคร่กลมเกลียวกันเป็นครอบครัวใหญ่เช่นเดียวกับเผ่าวิหค

            พวกเขาผ่านอะไรมาเยอะ แม้คนนอกจะคิดว่าเผ่ามังกรโชคดี เกิดมาแข็งแกร่ง ถ้าทางกายภาพแล้วเรียกได้ว่าแทบจะเป็นที่หนึ่ง แต่ความโชคดี...ก็มาพร้อมภาระอันหนักอึ้งเช่นเดียวกัน

            เพราะใครต่อใคร...ก็อยากได้พลังนี้

            เครมิสเงียบไปหลายนาทีทำให้เนินสต์ต้องสะกิดเรียกสติ เป็นอะไรหรือเปล่า?

            “ปะ...เปล่าเขาสะดุ้งเฮือกแล้วส่ายหน้ารัวๆ ขอบคุณสำหรับของขวัญนะ

            “ไม่ต้องเกรงใจเนินสต์คลี่ยิ้มอ่อนโยนอีกครั้งจนเครมิสรู้สึกเหมือนมีลำแสงออร่าบางอย่างสาดส่องแผ่ออกมา แล้วไว้เจอกันนะครับ

            “อื้อ แล้วไว้เจอกันใหม่

            เนินสต์ยืนโบกมือให้จนไม่เห็นแผ่นหลังของคนเพิ่งรู้จักอย่างเครมิส เสร็จแล้วจึงหันไปสั่งลูกน้องสามสี่คนที่มาด้วยกันให้ไปจัดเตรียมของบางอย่าง

            ธุระนี้ต้องรีบจัดการให้เสร็จ...เพื่อท่าน

           

            เครมิสรีบวิ่งกลับหมู่บ้านโดยไม่ทันสังเกตเห็นอีกหนึ่งชีวิตที่แอบมองเขาจากที่ไกลๆ ด้วยแววตาหงุดหงิดแทบอยากตรงเข้าไปซัดให้หมอบจากความหลังบางอย่างในอดีต ไม่เคยลืมได้สักวันเกี่ยวกับเรื่องของจอมป่วนตรงหน้า

            เจ้าจะได้เห็นดีแน่กับที่ทำให้ข้าต้องอยู่ในสภาพนี้ เครมิส ดิมอส!

            ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะมีแต่เรื่องวุ่นๆ อีกสักพัก...ใหญ่เลย

 

            ไปไหนมาจนป่านนี้ครับ!”

            เมื่อกลับถึงที่พักก็โดนเด็กชายตะคอกใส่เสียงดังจนทำได้เพียงคุกเข่าอยู่กับพื้น ทนให้อีกฝ่ายเทศนาสั่งสอนจนหนำใจ ช่างเป็นภาพที่น่าอดสูยิ่งนักที่คนส่วนสูงร้อยแปดสิบต้องมาศิโรราบต่อเด็กตัวเล็กๆ อายุสิบเอ็ดปีเท่านั้น

            เห็นแล้วอนาถใจจริงๆ

            เราก็แค่...เครมิสเหงื่อตก ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แค่หนีไปทำใจนิดหน่อยเอง

            “อย่าทำให้คนอื่นเป็นห่วงมากนักจะได้ไหม...ฮอฟฟ์ถอนหายใจพลางหันหน้าไปทางลิวอิสที่นั่งเงียบอยู่บนเตียงไม่คิดออกความเห็น ดูท่าคงยังโกรธอยู่ไม่น้อย คืนดีกันเถอะครับ

            “เราก็ไม่ได้โกรธอะไรแล้วนี่นา

            แต่พี่ลิวอิสโกรธครับ!

            เด็กชายคิ้วกระตุกสามทีรวด แต่ก็รู้สึกดีกับเครมิสภาคใสซื่อมากกว่ามังกรพิโรธเมื่อตอนเช้า สายตาน่ากลัวแบบนั้นทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

            แววตาที่โหดอมหิตคล้ายสามารถฆ่าคนได้ในพริบตา

            แต่คงคิดไปเองล่ะมั้ง อย่างพี่เครมิสไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้น ก็แค่น่ากลัว...นิดหน่อย

         ลิวซิยาส เราขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อเช้าด้วยนะเครมิสเดินเข้าไปหาด้วยใบหน้ายิ้มๆ เหมือนเดิมพลางยื่นถุงผ้าใส่สมุนไพรให้ เราได้นี่มาล่ะ รับไปแล้วคืนดีกันนะ

            แวมไพร์หนุ่มมองของที่อีกฝ่ายยื่นให้ด้วยสายตางงๆ ไปเอามาจากไหน?

            “คนที่เจอในป่าเขาให้มา

            “ฟรีๆ ?

            เครมิสพยักหน้าเป็นการยืนยัน เขาใจดีมากเลยล่ะ

            ลิวอิสยังคงไม่วางใจ ใครที่ไหนจะมาให้ของดีโดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนง่ายๆ ยิ่งเป็นคนต่างถิ่นอีกต่างหาก คนในหมู่บ้านมีตั้งหลายคนที่อยากขับไล่พวกเขา

            เจ้าบ้านี่ไปเจอใครมากันแน่นะ?

            รีบชิมเร็วเข้า!” เครมิสยื่นแก้วน้ำที่ขอให้ฮอฟฟ์ช่วยชงสมุนไพรให้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง ถ้าเกิดปฏิเสธไม่ดื่มคงมีใครน้อยใจไปนั่งขดเป็นก้อนกลมเหมือนเด็กๆ แน่

            อึก...

            ลิวอิสแอบกลืนน้ำลาย มองน้ำสีชมพูอ่อนคล้ายน้ำทับทิมแล้วเกินความไม่แน่ใจ มันใช่สมุนไพรไว้ชงดื่มแน่นะ

            “ก็เขาบอกแบบนั้นอะ

            ได้ยินแบบนั้นก็วางใจไปเปราะหนึ่ง แต่เมื่อรับแก้วมาแล้วก็จ้องๆ ดมๆ อยู่ยกใหญ่ กลัวอย่างเดียวคือเครมิสฟังผิดจาก ห้ามกินเป็น กินได้ใครจะไปรู้ว่าคนต๊องๆ เชื่อใจไม่ค่อยได้จะเกิดอาการหูผิดปกติชั่วขณะหรือเปล่า

            ถ้าเป็นยาภายนอกล่ะก็ฉันฆ่านายแน่!

            และแล้วลิวอิสก็กลั้นใจดื่มจนหมดแก้ว ก่อนจะรู้สึกว่า...

         หวานอร่อยดีแฮะ!

            “อร่อยใช่ไหมล่ะ!” เครมิสยิ้มจนตาหยีเมื่อเห็นว่าลิวอิสค่อนข้างชอบของที่เขานำมาฝาก ฮอฟฟิชช่าเองก็ลองชิมดูบ้างสิ

            นานๆ ทีเครมิสจะทำให้ทั้งสองไม่ต้องปวดหัว...รึเปล่า

 

บันทึกไม่ประจำวัน

 

            เมื่อคืนสนุกมากๆ เลย แจกจ่ายน้ำสมุนไพรให้กับทุกคนในหมู่บ้าน ใครๆ ก็บอกว่าอร่อยทั้งนั้น ต้องขอบคุณเนินสต์จริงๆ ที่แนะนำอะไรดีๆ ให้ เราก็ดื่มไปเยอะเลย เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกสดชื่นแล้วยังหวานเหมือนทานน้ำผลไม้อีก

            เพิ่งรู้ว่าสมุนไพรใบเขียวๆ เวลาเจอน้ำร้อนจะเปลี่ยนเป็นชมพูได้ด้วย เหมือนเวทมนตร์เลยเนอะ!

            แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ฮอฟฟุกเซ่อถึงได้นอนตื่นสายสุดๆ นี่ก็ปาไปบ่ายโมงแล้วยังอยู่บนเตียงอยู่เลย ปกติไม่ใช่คนขี้เกียจนอนยาวจนเปลืองเวลาชีวิตแบบนี้นี่นา

            นิสัยเปลี่ยนหรือเพราะอะไรกันนะ?

 

เครมิส ดิมอส

 

            ฮอฟฟ์ยังไม่ตื่นอีกเหรอ

            จู่ๆ การมาเยือนของลิวอิสก็ทำให้เครมิสรีบเซ็นชื่อตามปกติแล้วเก็บสมุดลงกระเป๋า ก่อนจะหันไปมองใบหน้าสงบที่นอนสบายเหมือนเจ้าหญิงนิทราตามนิทาน ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

            เราทั้งหยิกแก้ม ขยี้หัว เขย่าตัว แย่งผ้าห่ม จักจี้ จับอุ้มเหวี่ยงไปมาแล้วนะ ทำไมวันนี้ขี้เซาจัง!

            แปลกแฮะ ถ้าเป็นนายฉันจะไม่ตกใจเลยสักนิด

            เราตื่นเช้านะ!” เครมิสแยกเขี้ยวขู่ทันทีเมื่อโดนดูถูก เห็นอย่างนี้แต่สำหรับเขาแล้ว การตื่นเช้าๆ ทำให้มีเวลาเล่นมากขึ้น ดังนั้นถ้าไม่เหนื่อยมากจริงๆ เขาก็ไม่ยอมเสียเวลาไปกับการนอนหรอก

            เครมิส ดิมอส ให้ความสำคัญกับชีวิตที่แสนสนุกเสมอ!

            “เออๆ ช่างมันเหอะลิวอิสบอกปัดเหมือนไม่อยากเถียงด้วย การนั่งถกเรื่องแบบนี้กับเครมิสมันน่าปวดหัวเกินจะบรรยาย วันนี้ในหมู่บ้านก็ค่อนข้างเงียบแปลกๆ เหมือนกัน

            “เงียบเหรอ?

            “ใช่ลิวอิสนั่งลงบนเตียงแล้วใช้ความคิด จนเมื่อเห็นเครมิสทำท่าอยากถามต่อจึงตอบให้ก่อนเลยเพราะเดาออกว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องอะไร เงียบที่ว่าหมายถึงแทบไม่มีคนเลยน่ะ ไม่รู้หายไปไหนกันหมด

            “โดนลักพาตัวหรือเปล่า!”

            “จะบ้ารึไง พูดอย่างกับเด็กๆเขาดีดหน้าผากคนตรงหน้าทีหนึ่งอย่างมันเขี้ยว ใครที่ไหนจะลักพาตัวคนทั้งหมู่บ้าน

            “งั้น...งั้นก็...

            “ไม่ต้องเดาแล้ว มีแต่อะไรไร้สาระอีกล่ะสิพูดจบก็หยิบขนมปังที่ซื้อมาจากร้านใกล้ๆ ทานเป็นของว่าง กว่าเขาจะหาร้านที่ยังเปิดขายอยู่ก็กินเวลาไปเป็นชั่วโมง

            ทุกคนขังตัวเองในบ้านหรือยังไง อืม...ไว้ค่อยคิดทีหลังแล้วกัน

           

            เย็นวันนั้นแม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้วจนเข้าสู่ยามวิกาลแต่เด็กชายก็ยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ใบหน้านิ่งสงบไม่เคลื่อนไหวใดๆ โดยไม่จำเป็น หากไม่เห็นว่าท้องยังขยับตามจังหวะหายใจล่ะก็ พวกเขาคงคิดว่าร่างเล็กไปสู่สุขคติแล้วก็ได้

            นิ่งอย่างกับศพขนาดนี้อะนะ

            แบบนี้มันผิดปกติเกินไปแล้วนะ!”

            ลิวอิสเริ่มคุมสติไม่อยู่ เขาเคยเห็นคนที่เหนื่อยจนสลบเหมือดเต็มๆ วัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้ไปรบกับใครจนหมดเรี่ยวหมดแรงสักหน่อย ถ้าเรื่องตอนโจรสลัดเด็กชายก็ไม่ได้ร่วมสู้

            มันเพราะอะไรกันแน่

            หรือว่าเพราะน้ำนั่น!”

            เครมิสกะพริบตาปริบๆ แล้วชี้หน้าตัวเอง แต่เรากับลิวดีเน่ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นา

            “นั่นสิ...หรือจะเพราะพวกเราไม่ใช่เผ่าวิหค?

            พูดจบก็หันมามองหน้าเครมิสอีกครั้งก่อนจะกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายแล้วพูดเสียงดังเหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ นายได้สมุนไพรนั่นมาจากใคร

            “ก็แค่ผู้ชายใจดีคนนึง...เท่านั้นเอง

            “รู้ชื่อของเขาไหม

            ลิวอิสถามด้วยน้ำเสียงเครียด ภาวนาให้เครมิสไม่โง่ถึงขั้นไม่ถามชื่อคนที่ให้สมุนไพรกับเขา แต่เอาจริงๆ หากฝ่ายนั้นไม่แนะนำตัว เผลอๆ มังกรต๊องๆ แถวนี้คงไม่คิดสนใจเรื่องชื่อง่ายๆ

            ก็นะ...ไอ้นิสัยซื่อๆ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ นี่แหละที่ชวนปวดหัวที่สุด

            เพราะคาดเดาอารมณ์ไม่ออก...ถึงต้องลำบาก!

            เครมิสพยายามนึก แต่พอจะอ้าปากพูดออกมาลิวอิสก็เอ่ยเตือนไว้ก่อน ห้ามดัดชื่อมั่วๆ แบบเวลาเรียกพวกฉันนะ

            ได้ยินแบบนั้นเครมิสก็ทำหน้ายู่ เขาไม่ใช่คนที่จะแกล้งเรียกชื่อผิดในเวลาแบบนี้สักหน่อย รู้แล้วน่า แต่มันนึกไม่ออกนี่

            แม้จะรู้สึกคุ้นๆ แต่กลับไม่สามารถเรียกออกมาได้ในทันที

            “เชื่อเขาเลยจริงๆ...ลิวอิสปิดหน้ารับไม่ได้ก่อนจะรีบออกจากห้องไปโดยไม่รอให้คนซื่อบื้อใช้เวลาคิดอีก ฉันจะไปคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าเผ่าแล้วกัน เผื่อจะมีเบาะแสอะไรบ้าง

            “งั้นเรา...

            “หยุดเลย เฝ้าฮอฟฟ์ต่อไป ทำตัวว่าง่ายอย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำว่าพลางโยนขนมปังก้อนหนึ่งให้ กินนี่เป็นมื้อเย็นซะ แล้วนอนก่อนได้เลยไม่ต้องรอ

            เครมิสไม่มีโอกาสได้โต้แย้งใดๆ คนตรงหน้าก็หายลับไปแล้ว ประตูบานนั้นปิดลงทิ้งให้เขาอยู่ในห้องกับเด็กน้อยที่ยังคงนอนไม่ได้สติ

            ทำไมเราจำชื่อเขาไม่ได้นะ...

            อาจเพราะยังไม่ได้เรียกชื่อกันมากนักทำให้คนความจำสั้นอย่างเครมิสไม่อาจนึกออกได้โดยง่าย เหมือนติดอยู่ที่ปลายลิ้น จะพูดก็พูดไม่ถูก ความรู้สึกนี้มันช่างอึดอัด ถ้ายังเป็นอย่างนี้เห็นทีจะไม่ได้นอนทั้งคืน

            แต่แล้วเขาก็ได้คำตอบในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

            ปัง!

            เสียงบานประตูถูกเปิดออกด้วยสิ่งที่เรียกว่า เท้าผู้มาเยือนเดินเข้ามาในห้องโดยมีแสงสีแดงเรืองๆ เป็นฉากหลัง ทั้งที่ตอนนี้ก็สามทุ่มเข้าไปแล้วแต่เหตุใดจึงมีไฟสว่างไสวแปลกๆ

            เขามองหน้าอีกฝ่ายอย่างงงๆ ตามสถานการณ์ไม่ค่อยถูก ใครน่ะ?

            ลืมกันแล้วเหรอครับเสียงอันคุ้นหูทำให้เครมิสเบิกตากว้าง แต่ก็ได้เจอกันเร็วกว่าที่คิดนะครับ

            ตูม!

            และแล้วจู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เปลวเพลิงแผดเผาบ้านหลายหลังจนผู้คนต้องหนีกันหัวซุกหัวซุน

            ร่างเล็กบนเตียงลุกขึ้นนั่งอย่างสะลึมสะลือ ขยี้ตาด้วยความงัวเงีย นี่กี่โมงแล้วเหรอครับพี่เครมิส

            แต่เมื่อลืมตาเต็มตื่นจนเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนยามดึกก็ต้องตกตะลึง สีหน้าซีดเซียวจนเครมิสที่อยู่ใกล้ๆ ต้องเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

            ตอนนี้สามทุ่ม มีอะไรเหรอ?

            ฮอฟฟ์สั่นเหมือนเจอสิ่งที่หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายฝ่ายที่เป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบกลับเป็นเพื่อนใหม่(?) ของเครมิสที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน

            เด็กคนนี้ที่คุณพูดถึงสินะครับเนินสต์ยิ้มหวานให้เหมือนเดิม ใบหน้าอ่อนโยนที่เห็นแล้วทำให้จิตใจเหมือนได้รับการชำระบาป ไม่แปลกหรอกครับที่เขาจะเงียบไป

            เห...

            ไม่ทันให้เครมิสต้องเอ่ยถามใดๆ อีกฝ่ายก็เป็นคนชี้แจงแถลงไขให้เอง

            ก็เพราะผมเป็นสิ่งที่เขา รังเกียจนี่ครับ

 

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

31/3/13

            เห็นไหมว่าขนาดมังกรที่ดูแข็งแรง ดูเมพ เทพ เก่ง เว่อร์ ก็ยังมีจุดอ่อนร้ายแรงที่ทำให้ต้องทรุดเช่นเดียวกัน ซึ่งไรท์เตอร์จงใจใส่ลงไปเพื่อความสมดุล สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นข้อดี ก็กลายเป็นข้อเสียได้เช่นเดียวกัน (ในเรื่องการดูดซับธาตุ สารอาหาร พอเจอพิษเลยอาการหนัก)

            ส่วนเรื่องของสงครามอูเรย์จะเข้ามามีบทบาทมากใน Vol.1 นี้ ดังนั้นนักอ่านทั้งหลายก็พยายามเดากันต่อไปแล้วกันเนอะ คำว่าสงครามย่อมมาพร้อมการสูญเสียเสมอนั่นแหละ

            แล้วเจอกันอาทิตย์หน้านะคะ

            ปล. ขอบคุณสำหรับทุกคนที่ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง อ่านเม้นไปก็ยิ้มไป แฮปปี้สุดๆ >w<

 

------------------------------------------------------------------------------------------

7/4/2013

            วันนี้มาลงช้ากว่าปกติ (เกือบสองทุ่ม) แต่เพราะลูกพี่ลูกน้องมาบ้านเลยไม่ได้เปิดคอมเสียที เพิ่งได้เปิดคอมก็ตอนนี้แหละ แต่ยังไงก็ยังไม่เกินวัน เพราะงั้นไม่ได้สายมาก...มั้ง

            ตอนนี้มาปล่อยระเบิดทิ้งไว้เอาการ จะเป็นอย่างไรกันต่อคงต้องติดตามอาทิตย์หน้านะเออ บอกได้เลยว่าช่วงหลังดราม่าเรื่อยๆ บู๊กันอย่างต่อเนื่องพอสมควร

            คิดเห็นยังไงบอกได้เสมอ เรื่องคำผิดก็เช่นกัน

            และขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ  ^^


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1252 Nendtime (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 21:38
    เห้ยๆๆๆๆ เป็นใครกันแน่เนี่ย เนิ..   อ๊ายความจำแย่พอๆกับเครมิสเลยแหะเรา
    #1,252
    0
  2. #950 worm-book (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 17:26
    ตีกัน! ตีกัน! ตีกัน! ตีกัน!//นั่งเชียร์(?)อยู่ข้างเวที
    #950
    0
  3. #949 ShiroHana (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 08:50
    ้เนินสต์;v;~
    เปิดด้วยเท้าเลยเหรอคะ ถถถถถว์
    #949
    0
  4. #948 aongfong39 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 00:34
    เนินสต์เป็นเผ่ามัจฉาเหรอเนี่ย จะทำอะไรกันแน่นะ
    #948
    0
  5. #940 CharlotteTear (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 09:29
    คห.942 ทำไมเราคิดเหมือนกันเลย ถถถถถถถ
    เนินสต์ ชื่อฟังดูออกเสียงยากมาก =w="
    #940
    0
  6. #939 ShiroHana (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 17:03
    เหมือนเนินสต์จะแอบม่อเครจังเบาๆ...(หรือเพราะเราคิดไปเองหว่า 5555)
    ใครหนอที่มาอาฆาตแค้นเครจังได้..ออกจะน่าร้ากXD
    #939
    0
  7. #938 worm-book (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 17:14
    มีปมซับซ้อนมาไม่ได้หยุดเลยนะเนี่ย สุดท้ายจะโอเคกันทุกฝ่ายรึเปล่าน้า...
    #938
    0
  8. #937 Namfon13 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 16:18
    ท่านผู้นั้นคือใครเล่า ปริศนาเยอะดีแท้//คำพูดมาแบบโบราณเชียว
    #937
    0
  9. #936 aongfong39 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 23:27
    ตัวละครเริ่มเพิ่มขึ้นแล้วสิ แต่ใครกันนะที่แอบมองเครมิสอยู่เนี่ย ท่าทางจะแค้น
    เมื่อไหร่เครมิสกับลิวอิสจะคืนดีกันสักทีน้า รอครึ่งหลังนะคะ
    #936
    0
  10. #935 rinray (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 22:27
    ใครอะ?
    #935
    0