Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 26 : [CD] บทที่ 12 ก็คนมันโมโห

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 12 ก็คนมันโมโห

 

         หงุดหงิดๆๆ มันน่าหงุดหงิดที่สุด!

            ร่างสูงวิ่งผ่านต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่นหลบซ้ายทีขวาทีพลางก่นด่าในใจเหมือนนั่นจะช่วยให้ความร้อนในอกทุเลาลงบ้าง เครมิสเป็นคนอารมณ์ดี นานทีมีหนที่เขาจะโกรธใครเสียขนาดนั้น ถ้าไม่นับเวลาเห็นใครทำร้ายคนที่เขารัก

            ไอ้เรื่องที่จะโมโหเพียงเพราะมีคนด่าว่า...แทบเป็นไปไม่ได้

            ถ้าเป็นเขายามปกติคงจะเอียงคอ ทำหน้าซื่อๆ ดังเดิมแล้วถามไป เหนื่อยมากไหม พูดอะไรมาตั้งเยอะแต่เรา...ฟังไม่ค่อยทัน

            หรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งแสดงออกชัดเจนว่าเขาไม่เก็บถ้อยคำด่าว่ามาคิดมากให้หนักสมองเลยสักนิด แต่ทำไมครั้งนี้ถึงต่างออกไป

            ...เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

            มังกรหนุ่มหยุดพัก มือข้างหนึ่งจับต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อเป็นสิ่งค้ำยันไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อยเสียก่อน

            เหนื่อยใจ...ไม่ใช่เหนื่อยกาย

            พวก มังกรก็เป็นอย่างนี่กันทุกคน เห็นแก่ตัว ไม่แคร์ใคร ทำเหมือนเรื่องของคนอื่นมันไม่สำคัญ

            พอนึกถึงสิ่งที่ลิวอิสพูดออกมาจากที่เริ่มใจเย็นขึ้นบ้างแล้วก็กลับขั้วอีกรอบ เขี้ยวคมเผลอกัดริมฝีปากจนเป็นแผล กรงเล็บแหลมคมกระชากลำต้นสีน้ำตาลแก่จนเว้าแหว่งไปบางส่วนไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่า แสดงชัดถึงพละกำลังที่ไม่ธรรมดา

            โดยเฉพาะยามโกรธ

            หากมีสัตว์น้อยใหญ่ตัวใดกล้าเสนอหน้ามาให้เห็นจนเขารำคาญใจล่ะก็ คงจบลงด้วยการหลั่งเลือดเพียงฝ่ายเดียว เพราะเครมิสคงใช้ความเร็วเพียงชั่วครู่เพื่อเด็ดหัวเป้าหมายจนสิ้นชีพ

            ไม่ทันตอบโต้ ไม่ทันเจ็บปวด เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นทุกอย่างก็จบ

            อาจเพราะสิ่งมีชีวิตละแวกใกล้เคียงต่างสัมผัสได้ถึงแรงกดดันและจิตอาฆาตมหาศาล ทำให้รอบตัวเครมิสตอนนี้มีแต่เสียงของสายลมที่พัดดังหวิวคล้ายพยายามขับกล่อมเพลิงโทสะให้ดับมอดอย่างช้าๆ สัตว์ทั้งหลายพากันถอยห่างไม่คิดเฉียดกายเข้าใกล้

            ถ้าต้นไม้มีขาอาจจะเดินหนีเลยด้วยซ้ำ!

            เครมิสทรุดตัวลงนั่งพิงต้นไม้ต้นเดิมที่เขาเผลอใช้ความรุนแรงไปหน่อยจนต้องบาดเจ็บสาหัสลำต้นแหว่งไปข้างนึง

            “เราไม่อยากได้ยินอะไรแบบนั้นจากลิวเพวนินเลยจริงๆ...

            เขานั่งกอดเข่าคล้ายไม่อยากให้ใครมาเห็นสีหน้าของตัวเองตอนนี้ และ...ไม่อยากเห็นหน้าใคร

            พวก มังกรก็เป็นอย่างนี่กันทุกคน เห็นแก่ตัว ไม่แคร์ใคร ทำเหมือนเรื่องของคนอื่นมันไม่สำคัญ

         ประโยคเดิมดังซ้ำไปซ้ำมาในห้วงความคิดเหมือนต้องการตามหลอกหลอนเขาไปทุกที่ ไม่ว่าจะหนีไปไกลสุดขอบโลกแต่ก็ไม่อาจลืมความเจ็บปวดเหล่านี้ได้

            มังกร...ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย

 

            เสียงผู้คนคุยกันปลุกให้ร่างหนึ่งตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา สอดสายตาหันซ้ายขวาเพื่อสำรวจว่าตนเองอยู่ที่ไหน แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อพบข้าวของคุ้นตาซึ่งเห็นมาหลายปี ความรู้สึกอบอุ่นและกลิ่นอายแบบนี้มีเพียงที่เดียวเท่านั้น

            บ้านของเขา

            เครมิสออกจากห้องนอนเพื่อลงไปยังชั้นล่าง พบท่านแม่กำลังทำอาหารตามปกติ ลูกค้ามีไม่มากเนื่องจากยังค่อนข้างเช้าอยู่

            ท่านแม่...เครมิสว่าพลางพุ่งตัวเข้ากอด แต่เพราะร่างกายที่สูงใหญ่ไม่ใช่เด็กๆ ตัวเล็กๆ แล้วทำให้ภาพที่ออกมาดูตลกมากกว่าจะซาบซึ้งในความรักของแม่กับลูก ท่านแม่...ท่านแม่...

            “มีอะไรอีกล่ะ วันนี้มาแปลกนะเรา?” เออร์เนสต์หรือก็คือท่านแม่ของเครมิสแอบยิ้มขันๆ พลางลูบหัวลูกชายเป็นการปลอบประโลม

            “ท่านแม่...

            “เอาแต่เรียกท่านแม่ๆ แล้วแม่จะรู้เรื่องไหมเนี่ย

            ผู้มีศักดิ์เป็นแม่ถอนหายใจก่อนจะหยิกแก้มนิ่มๆ ทั้งสองข้างของเด็กไม่รู้จักโตที่อารมณ์แปรปรวนคาดเดาไม่ได้ เดี๋ยวก็ร่าเริงแจ่มใส เดี๋ยวก็ขี้อ้อน เดี๋ยวก็เที่ยวเล่นจนลืมเวลา

            ผม...

            เครมิสทำท่าเหมือนจะพูดออกไปแต่ก็ยั้งปากไว้ คล้ายไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้ควรเอ่ยออกมาหรือไม่ สุดท้ายเออร์เนสต์ก็ปลดแขนของลูกชายเพียงคนเดียวที่โอบกอดเอวเธออยู่ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าไปเจออะไรมา แต่ก็พยายามเข้าแล้วกัน

            “ครับเครมิสพยักหน้านิดๆ ผมจะพยายาม

            แค่ไม่รู้ว่าความพยายามที่ว่า...จะช่วยอะไรได้จริงหรือเปล่า

            และแล้วภาพนั้นก็เลือนรางไป ใช่แล้ว...เขากำลังฝัน

            เครมิสรู้ตัวดีว่านี่คือสิ่งที่จิตเขาปรุงแต่งขึ้นมา ไม่ใช่ความจริง เพราะจู่ๆ จะย้ายกลับมาที่บ้านของตนเอง ได้อย่างไรกัน

            เขาไม่ได้ซื่อบื้อขนาดจะแยกความจริงกับภาพมายาไม่ออกหรอกนะ!

            ถึงจะรู้อยู่เต็มอกแต่ก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก การได้เห็นใบหน้าของแม่ทำให้ความสับสนคลายลงเล็กน้อย แม้ไม่ทั้งหมดแต่ก็ดีกว่านั่งซึมเศร้าต่อไปไม่มีวันจบสิ้น

            เพราะความจริงพวกเขาก็ทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ต่างฝ่ายต่างไม่ได้เจตนา แต่คำพูดก็เป็นสิ่งที่ย้อนกลับคืนมาไม่ได้ เมื่อพูดไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเอ่ย

            ไม่ว่าจะเป็นด้านดี...หรือร้าย

           

            ย้อนไปก่อนหน้านี้สักชั่วโมง

            นอนละเมออีท่าไหนถึงได้มาหยิกแก้มฉันจนยืดกันฮะ!” ลิวอิสลูบแก้มที่โดนประทุษร้ายของตัวเองด้วยสายตาไม่พอใจ ถ้ามันยานขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ

            “แก้มยานเป็นเฉพาะกับคนแก่นี่นาว่าพลางยิ้มกว้างสว่างไสวแม้เนื้อหาสิ่งที่พูดจะยียวนกวนประสาทจนน่ากระทืบก็ตาม ลิวติมานแก่แล้วเหรอ?”

            “ใครแก่ไม่ทราบ!”

            ลิวอิสแทบอยากกระโดดถีบใครบางคน เขกหัวอีกสักทีเผื่อสมองที่กลวงโบ๋เบ๋ไร้ข้อมูลที่เป็นสาระจะพัฒนาขึ้นบ้าง อย่างน้อยก็ควรที่จะฉลาดในการพูดให้มันมากกว่านี้

            มาบอกว่าคนอื่นแก่แบบนี้มันชวนมีเรื่องชัดๆ!

            “ถ้าขนาดลิวพูต้ายังไม่ทราบแล้วใครจะทราบล่ะ

            ...เอาเข้าไป ยังไม่เลิกอีก!

            ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การถกกันด้วยเรื่องติงต๊องแบบนี้หรอก แต่หลังจากนี้ต่างหาก...

            เนื่องจากฮอฟฟ์ยังไม่ตื่นแต่พวกเขากลับนอนเต็มอิ่มแล้วจึงตัดสินใจออกไปเดินดูของที่ขายอยู่ตามสองข้างทาง มีเครื่องประดับน่ารักๆ หลายชิ้นที่เหมาะกับการซื้อเป็นของขวัญให้คนที่ชอบ เพียงแต่สำหรับสองหนุ่มแล้วเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ยังไกลตัวนัก

            ของแบบนั้นเป็นเพียงอะไรที่ชวนรำคาญใจมากกว่าจะเป็นสุข

            เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะให้ความสำคัญกับความรัก พวกเขาทั้งหลายต่างมีบางสิ่งที่สำคัญกว่า เช่น ครอบครัว เพื่อน การผจญภัย ค้นหาสิ่งใหม่ๆ หรือแม้กระทั่ง...การล้างแค้น

            มีคนอยู่มากที่ปิดกั้นจิตใจตัวเองจนด้านชาเพราะจุดมุ่งหมายในชีวิตคือการตามล้างแค้นคนที่เคยทำให้เขาเจ็บปวด ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

            จิตใจที่มืดมน...ยากที่จะกลับมาใสสว่างในชั่วข้ามคืน

            ไอ้นั่นน่ากินจังเลย

            ไม่พูดเปล่ายังชี้ไม้ชี้มือบอกความต้องการของตนอีกด้วย แม้เงินจะมีอย่างเต็มเปี่ยมแต่เครมิสก็ไม่อยากไปซื้อคนเดียว กลัวจะโดนทิ้งเอาไว้เพียงลำพังจนต้องโดดเดี่ยวเดียวดายเดินคนเดียวเพราะลิวอิสเกิดรำคาญไม่อยากไปด้วย

            แปลว่ายังพอดูออก...ว่าทำให้ใครบางคนปวดหัวบ่อยๆ

            ลิวอิสยกมือยอมแพ้เพราะไม่อยากเถียงกันเสียงดังให้ใครต่อใครได้ยินจนปาข้าวของใส่ข้อหารบกวนเวลานอน กินก็กิน

         เพราะยังไงคนที่จ่ายก็ไม่ใช่ฉัน

            แต่ไม่ทันถึงร้านอาหารเล็กๆ ที่เครมิสอยากลิ้มลองก็บังเอิญผ่านร้านขายสมุนไพรป่าท่าทางน่าสนใจจนลิวอิสลืมสิ่งที่พูดไปเมื่อครู่เสียสนิท เดินตรงเข้าไปดูด้วยความสนใจพลางเอ่ยถามราคาอย่างสุภาพต่อคุณป้าคนขาย

            “ต้นนี้เท่าไหร่เหรอครับ?”

            “สมุนไพรหลายชนิดใช้ค่อนข้างยาก ข้าแนะนำให้เจ้าซื้อแบบผงสำเร็จจะดีกว่าเธอมองออกทันทีว่าลิวอิสไม่ใช่คนแถวนี้ เพราะถ้าเป็นชาววิหคหรือคนจากเมืองใกล้ๆ ล่ะก็ย่อมใช้คำถามเกี่ยวกับราคาสมุนไพรชนิดนี้ว่า ใบละเท่าไหร่

            สมุนไพรหายากที่ต้องเข้าป่าเกือบสัปดาห์กว่าจะได้ออกมาสักต้น สรรพคุณทางยาใช้ได้หลากหลาย หากเป็นหมอยาฝีมือดีย่อมดึงเอาสารที่สำคัญออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านขั้นตอนมากมายจนแปรสภาพให้อยู่ในรูปของผง

            มีประโยชน์ยังไงบ้างเหรอครับลิวอิสถามต่อเมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านท่านนี้อัธยาศัยดี ไม่หวงวิชาความรู้หรือมุ่งหวังแต่จะเอากำไร

            “ดีที่สุดคือใช้กับแผลไฟไหม้ อื่นๆ ก็สามารถช่วยสมานแผลให้เร็วขึ้น มีฤทธิ์เป็นยาชาอ่อนๆ ด้วย ดังนั้นต้องระวังหน่อย

            “แล้วอันนี้ล่ะครับ?”

            ลิวอิสชี้ไปยังดอกไม้สีแปลกๆ ซึ่งวางอยู่ไม่ไกลตัวมากนักแต่ก็ถูกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อนหลังจากยืนฟังมาสักพัก

            “เราหิวแล้วนะ!”

            ตอนแรกคิดว่าคงจะหยุดซื้อไม่นานอะไรแล้วก็จะไปยังร้านอาหารที่หมายตา แต่นี่กลับถามต่อไปอีกและดูท่าทางคงกินเวลาอีกนาน สีหน้ามีความสุขเมื่อได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ความกระตือรือร้นต่อเรื่องที่ยังไม่ถนัดเขาก็พอจะเข้าใจดี

            แต่เล่นลืมกันเหมือนไม่มีตัวตนแบบนี้มันน่าน้อยใจไม่ใช่น้อย!

            “งั้นนายก็ไปกินก่อนได้เลยลิวอิสบอกปัดๆ โดยไม่แม้จะหันมามอง เขาหยิบขวดยาที่บรรจุสมุนไพรที่รู้จักมาสองสามขวด แล้วมีสมุนไพรตัวไหนใช้ระงับการแพร่กระจายของพิษได้บ้างไหมครับ?”

            เครมิสถึงกับตัวสั่นกึกด้วยความไม่พอใจ จ้องแล้วจ้องอีกแต่ลิวอิสก็ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าเขากำลังทำหน้ายังไง

            เห็นสมุนไพรพวกนั้นสำคัญกว่าเราเหรอ!

            “ไม่ต้องไปซื้อมันแล้ว!”

            เครมิสคว้าข้อมือของลิวอิสได้ก็ลากออกจากร้านทันที ของต่างๆ ที่เจ้าตัวเลือกไว้ยังวางกองอยู่บนโต๊ะเลยด้วยซ้ำ

            ทำเอาเจ้าของร้านได้แต่นั่งงงอารมณ์แบบว่า...ไม่ซื้อแล้วเรอะ?!

            “จะรีบไปไหนของนาย ปล่อยนะเฮ้ย!” แวมไพร์หนุ่มพยายามสะบัดข้อมือให้เป็นอิสระแม้จะรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์เลยเมื่อต้องต่อกรกับเครมิสที่แรงเยอะกว่าเขามาก ฉันยังซื้อของไม่เสร็จเลยนะ!”

            “ไม่ต้องซื้อแล้ว!”

            ลิวอิสเป็นฝ่ายชักสีหน้าบ้าง หลังจากพยายามข่มใจไม่ให้ขึ้นเสียงดุคนตรงหน้าให้ต้องอับอาย เพราะแค่นี้พวกเขาก็เป็นเป้าสายตามากพอแล้ว อย่าเอาแต่ใจให้มันมากนัก เครมิส ดิมอส

            เมื่อเขาเรียกชื่อเต็ม...แสดงว่าควรจะทำตัวดีๆ ได้แล้ว

            แต่คิดว่าอย่างเครมิสจะสนเหรอ ไม่มีทาง!

            “จะซื้อของพวกนั้นไปทำไมกัน อร่อยหรือเปล่าก็ไม่เครมิสทำปากยื่น ก่อนจะยิ้มกว้างทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องของกิน ไอ้นั่นน่ากินกว่าตั้งเยอะ!”

            “สมุนไพรเขามีไว้รักษา ไม่ใช่ไว้กินให้อร่อยลิวอิสถอนหายใจเฮือกใหญ่กับนิสัยซื่อๆ พอเจอรอยยิ้มแบบนั้นเข้าไปความรู้สึกอยากดุด่าต่อว่าให้สำนึกก็ลดฮวบไปมาก

            ก็คล้ายเวลาผู้ใหญ่ไม่กล้าลงโทษเด็กเล็กๆ นั่นแหละ

            เครมิสก็แค่...เด็กโข่งที่โตแต่ตัว!

            “รักษา...ทำไมต้องรักษาด้วยอะ?” เครมิสพูดปนขำทำเอาลิวอิสชะงักไปครู่หนึ่ง จนได้ฟังประโยคต่อไปนี่แหละที่ทำให้เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป ของแบบนั้นไม่เห็นจำเป็นเลย

            “นายเป็นมังกรก็พูดง่ายนี่!”

           

            ร่างสูงเผยสีหน้าเจ็บปวดทันทีที่คิดถึงจุดนี้ เขาไม่ชอบเลยจริงๆ กับการเน้นคำว่า มังกรหลายครั้งหลายคราที่ใครต่อใครพากันกลัวเขาเพียงเพราะสายเลือดของเผ่าพันธุ์ที่มีพลังอันแข็งแกร่ง ทั้งๆ ที่พวกเขาเองก็มีข้อด้อยเช่นเดียวกัน

            ไม่มีเผ่าใดหรอกที่จะเก่งมันทุกด้าน ถ้ามีจริงคงครองโลกไปนานแล้ว

            เครมิสนึกถึงสังคมที่แสนจะตรงไปตรงมาของพวกเขา มีอะไรก็พูดกันตรงๆ ไม่มัวมานั่งอ้อมค้อมอ้อมโลกให้เข้าใจผิดจนเรื่องบานปลายยิ่งกว่าเดิม

            ยอมเจ็บครั้งเดียวดีกว่าต้องทรมานตลอดชีวิต

            เรื่องเครียดๆ แบบนี้ไม่ถนัดเอาซะเลยร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจพลางหันซ้ายทีขวาทีด้วยความสนใจ ไปหาอะไรทำแก้เบื่อดีกว่า

            และแล้วเครมิสก็กลับเป็นเครมิสอีกครั้ง อย่างเขากลุ้มใจได้ไม่นานหรอก เพราะนิสัยอย่างนี้หรือเปล่านะถึงทำให้ทุกคนต้องยอมแพ้

            นั่นสินะ...อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ได้

            มังกรหนุ่มโหนตัวขึ้นไปบนกิ่งไม้ ตีลังกาวนเสียรอบหนึ่งอย่างคล่องแคล่วตามประสาคนโตมากับป่า เขาเดินบนกิ่งไม้ได้อย่างสบายๆ ไม่มีหน้าซีด ปากสั่น ขาก้าวไม่ออกหรืออย่างใด เผลอๆ ถ้าเจอผลไม้อะไรเข้าก็คงเดินไปกินไปแทบไม่มองทาง

            เพราะถึงตกขึ้นมาจริงๆ ก็แค่รีบกางปีกออก ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสียหน่อย

            คิดถึงเมื่อก่อนจังเลยน้า...เครมิสเลือกกิ่งไม้ที่ท่าทางแข็งแรงแล้วนั่งลง แกว่งเท้าไปมาแล้วก้มลองมองพื้นซึ่งในอดีตมักจะมีคน หรือให้ถูกคือ สิงโตบางตัวนั่งรออยู่ข้างล่าง คิดถึงฟ่องฟ่องจังเลย...

            เครมิสไม่เคยต้องห่างกับคู่ซี้นานขนาดนี้มาก่อน ปกติแทบจะตัวติดกัน ไปไหนไปด้วยตลอดเวลา ถ้าขยายความให้ชัดคือเขาเป็นฝ่ายลากสิงโตน้อยไปเล่นซนทั้งวันแม้อีกฝ่ายบางครั้งจะไม่ยินดีก็ตาม

            นิสัยเอาแต่ใจ พูดเองเออเองไม่ว่ากี่ปีก็แก้ไม่หาย

            แม้นานๆ ครั้งจะรู้สึกผิดแต่ก็ยังคงฉุดกระชากลากถูฟ่องฟ่องไปเป็นเพื่อนร่วมผจญภัยจนหมดแรงด้วยกันทั้งคู่จนกลับมืดค่ำทำให้ท่านแม่เออร์เนสต์ต้องดุ

            ถึงสิงโตน้อยจะอยากขัดขืนแต่นั่น...ไม่เป็นผลเลยสักนิดเมื่ออยู่ต่อหน้าใครบางคน

            งั้นเราต้องเขียนบันทึกเยอะๆ จะได้มีเรื่องไปเล่าให้ฟ่องฟ่องฟังว่าแล้วก็ควานหาสมุดในกระเป๋าพร้อมเครื่องเขียนเพียงหนึ่งเดียว ดินสอไม้ซึ่งเวลากุดทีก็ใช้เล็บนี่แหละเหลา

            ช่างเป็นวิธีที่โบราณดีแท้

 

บันทึกไม่ประจำวัน

 

            วันนี้เราทะเลาะกับลิวจาริมาล่ะ มีคนมามุงดูเพียบเลย เห็นแล้วน่าหงุดหงิดชะมัด คนเขากำลังคุยเรื่องสำคัญดันมาจ้องกันอยู่ได้ ดีนะที่เราเลือกที่จะหนีออกมา ไม่อย่างนั้นคงอึดอัดตายชักถ้าต้องเดินไปไหนแล้วมีคนมองทั้งวัน

            แต่เราก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ ทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วย แค่ออกความเห็นเอง หรือต่อไปนี้เราควรเป็นใบ้ไม่ต้องพูดอะไร?

            ไม่ดีๆ ถ้าทำแบบนั้นต้องลงแดงตายแน่!

            เห...ว่าแต่ลงแดงแปลว่าอะไรอะ ทำไมต้องสีแดง สีอื่นได้ไหม?

 

เครมิส ดิมอส

 

            เครมิสเซ็นชื่อกำกับแล้วรีบเก็บของทุกอย่างลงกระเป๋าเมื่อรู้สึกถึงผู้มาเยือนที่ไม่ยอมปรากฏตัวออกมาให้เห็น พอทำท่าจะออกตามหาปุ๊บอีกฝ่ายก็ล่าถอยไปเสียอย่างนั้น ร่างสูงได้แต่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

            ทำไมต้องหนีด้วยนะ

            เขายังไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นๆ ฟังเพราะกลัวโดนหาว่าคิดมากไปเอง แต่สัญชาตญาณบ่งบอกว่าคนคนนี้เป็นคนเดียวกับที่แอบมองเขาตอนนั่งเล่นที่ทะเลสาบ และไม่แน่ว่าอาจจะตามมานานกว่านั้นก็เป็นได้

            ยังไงซะในสายตาของลิวอิสแล้วเครมิสก็เป็นแค่เด็กตัวโต ตัดสินใจอะไรด้วยอารมณ์เป็นส่วนใหญ่ แบบนี้จะกล้าเชื่อคำพูดที่ออกจากปากของมังกรต๊องๆ คนนี้ได้ยังไง

            จะว่ายังไงดี...ขนาดฮอฟฟ์ยังดูน่าเชื่อถือมากกว่าด้วยซ้ำ

            ทั้งสองเหมือนสลับร่างกัน เครมิสที่โตแต่ตัว ฮอฟฟ์ที่อายุสมองล้ำหน้าร่างกาย เรื่องบางเรื่องก็ยังคงความเป็นปริศนาที่ยังแก้ไม่ออกว่า...ทำไม?

            ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ คำว่า ทำไมเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบค้นหาความจริงมาอธิบาย แต่สำหรับเครมิสแล้วเรื่องที่จำเป็นต้องรู้กลับไม่สน

            ไอ้เรื่องไร้สาระล่ะถามมากจริง!

            และแล้วคนที่แอบมองเขาก็หายลับจนจับสัมผัสไม่ได้อีกเช่นเคย ทั้งๆ ที่รู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ แท้ๆ อยากพุ่งเข้าหาแล้วถามให้รู้เรื่องรู้ราวไปเลยว่าทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร

            น่าสงสัยจริงๆ

            มังกรหนุ่มเอื้อมมือเด็ดผลไม้ลูกหนึ่งที่ห้อยอยู่ใกล้ๆ ดมๆ สักเล็กน้อยตามปกติ ท่าทางอากัปกิริยาไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่า เมื่อสัญชาตญาณบอกว่าของในมือน่าจะไม่มีพิษจึงกัดคำใหญ่ รสชาติหวานฉ่ำกว่าที่คิดไว้ ดึงดูดใจให้ทานต่อไปเรื่อยๆ

            อร่อยดีแฮะ

            ไม่นานก็มีซากผลไม้หน้าตาประหลาดสี่ห้าลูกถูกทิ้งไว้ที่พื้นด้านล่าง เครมิสเลียนิ้วที่เปื้อนน้ำเหนียวๆ จากผลไม้เหมือนลูกแมวทำความสะอาดขน

            แต่ก็อย่างว่า...สัญชาตญาณของเขาบอกแค่ว่า น่าจะไม่มีพิษ ไม่ได้หมายความว่ามันจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

            ครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะพลาดเสียแล้ว

            เครมิสรู้สึกเวียนหัวกะทันหันเหมือนสมองทำงานผิดปกติซึ่งส่งผลให้อะไรๆ ก็ไม่เป็นไปตามใจต้องการ เขากุมหัวของตัวเองที่ตอนนี้เริ่มจะเอนเอียง แขนขาชาขยับแทบไม่ได้ ความสามารถในการมองเห็นดิ่งเหวเห็นเป็นภาพซ้อนกันสามสี่ภาพจนตาลาย

            เหมือนช่วงนี้เขาจะมีดวงกับของจำพวกยาพิษจริงๆ

            เขาพยายามฝืนควบคุมร่างกายแต่ก็พลาดทำให้หล่นลงจากต้นไม้ ดีที่ยังกางปีกไว้ได้ทันแต่ก็เซไปเซมาจนร่วงจูบพื้นในที่สุด ยังดีที่ความสูงไม่มากนักจึงไม่ถึงกับกระอักเลือด ทั้งร่างนอนราบขยับไม่ได้ด้วยฤทธิ์ยา แต่แล้วจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าสองสามคู่เดินตรงเข้าหา

            ในสภาพเช่นนี้...ย่อมหนีไปไหนไม่ได้

            เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หยุดอยู่ข้างตัว เครมิสไม่อาจมองเห็นหน้าผู้มาเยือนได้เพราะอยู่ในท่านอนคว่ำ เรี่ยวแรงหายสิ้นชนิดที่ว่าคงสติไว้ได้จนถึงตอนนี้ก็เต็มกลืนแล้ว

            คนพวกนี้...เป็นใคร

         และแล้วมังกรที่ได้ชื่อว่ามีร่างกายแข็งแกร่งที่สุด...ก็สลบหมอบ


 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

17/3/2013

            รอบนี้ลงเกินครึ่งมาหน่อยๆ เพราะไม่งั้นมันตัดไม่พอดีนักลงไป 4 หน้าครึ่งจาก 7 แหนะ เกินมาเยอะสุดๆ = =" เป็นอย่างไรบ้าง ลิวอิสคงเน้นคำว่า มังกรมากเกินไปจริงๆ นั่นแหละ แต่เพราะอะไร มีความแค้นอะไรกับเผ่าพันธุ์นี้มาก่อนคงต้องติดตามกันต่อ ครึ่งหลังเครมิสก็คงซึมๆ ดราม่ากับตัวเองไปอีกสักหน่อยล่ะนะ

            เห็นแล้วอยากปลอบจริงๆ 555

            เจอกันอาทิตย์หน้านะคะ อ่อ แล้วอย่าลืมไปอ่าน SW บ้างนะ เรื่องนั้นตอนนี้ก็ลงสม่ำเสมอแล้วจ้า ^^


---------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

 

24/3/2013

            โถๆ เครมิสรอบนี้เรียกได้ว่าดวงซวยโดยแท้ ดันไปกินผลไม้มีพิษเข้า ดีนะที่สัญชาตญาณยังพอมีบ้าง เลยทานผลไม้ที่มีพิษค่อนข้างน้อย คนเรามันก็พลาดกันได้ล่ะเนอะ 555

            เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามต่ออาทิตย์หน้าจ้า ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1286 prewwy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 20:41
    เครมิสก็ฉลาดเรื่องนึงนะ เรียกชื่อคนๆ เดิมไม่ซ้ำกันซักรอบเลย สมองประมวลทันได้ไง 555
    #1,286
    0
  2. #1251 Nendtime (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 21:33
    งอแงๆๆ อย่าทะเลาะกันน้า
    #1,251
    0
  3. #941 ~ ClOuD OF DarknesS ~ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 10:02
    //มาตามอ่านต่อจ้า
    เง้อ ทะเลาะกับลิวซะแล้วอ่าเครจัง(?) TT

    ปล. อ๋อ ใช่ค่ะ อ่านเรื่อง SSS ของพี่มิวด้วย ^ ^
    #941
    0
  4. #928 CharlotteTear (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 03:23
    พิษน้อย กินไปสี่ห้าลูกรวมแล้วก็น่าจะเยอะเหมือนกันนะ = =; เครมี่เอ๋ย...
    #928
    0
  5. #927 aongfong39 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มีนาคม 2556 / 16:23
    เรื่องที่ทะเลาะกันมันแบบว่า...อะไรกันนี่ ลิวอิสมีอะไรฝังใจกับมังกรรึเปล่า
    เครมิสจะเป็นยังไงต่อเนี่ย รอตอนต่อไปนะคะ
    #927
    0
  6. #921 flameknight (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มีนาคม 2556 / 11:13
    มีพิษค่อนข้างน้อย แต่ทานไปเยอะใช่มั้ยคะ เหอๆ
    รอตอนต่อไปค่า
    #921
    0
  7. #919 วิลเลต (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 13:05
    จะทะเลาะกันทำไมอะ นายก็รู้ไม่ใช่หรอลิว เครมิสนะซื่อจะตาย
    #919
    0
  8. #918 rinray (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 20:26
    เครมิส! อย่าพึ่งสลบดิ
    #918
    0
  9. #917 ShiroHana (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 19:34
    เครจัง...ไม่ต้องรอให้ใครมาวางยาหรอก...เขาซื่อพอ...
    #917
    0
  10. #916 worm-book (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มีนาคม 2556 / 19:07
    มันเป็นความจริงโดยแท้นะที่ฮอฟฟ์น่าเชื่อถือกว่าเครมิส...จะว่าร้อยเท่าก็คงไม่เวอร์ไปมั้ง =.=
    ว่าแต่ใครมันประสงค์ร้ายกับเครมิสกั๊น!!!
    #916
    0
  11. #905 little-red-cap (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 22:47
    คืนดีกันเร็วๆนะ
    #905
    0
  12. #901 Namfon13 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 20:24
    หนูลิวก็ว่าเผ่าพันธ์หนูมิสอย่างงั้น ไม่สะเทือนใจก็ให้รู้ไปล่ะนะ
    น่าสงสารแฮะ T^T
    #901
    0
  13. #900 worm-book (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 19:32
    หลังจากชั่งน้ำหนักในใจแล้ว...เครมิส! นายมีความผิดมากกว่าเห็นๆ!!
    ไปง้อลิวๆซะ ไปง้อลิวๆซะ ไปง้อลิวซะ ไปง้อลิวๆซะ ไปง้อลิวๆซะ ไปง้อลิวๆซะ
    #900
    0
  14. #899 ShiroHana (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 19:24
    ลิวลิว..เครจังงอนแล้วนา...รีบๆง้อนะเออ><
    #899
    0
  15. #898 rinray (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 14:36
    เพราะแบบนี้นั้นเองถึงจะงงก็เหอะ
    #898
    0
  16. #897 CharlotteTear (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 14:04
    ...รู้สึกว่าเหตุผลที่ทะเลาะกันมันไร้สาระนิดๆ แฮะ
    ลิววี่เอ๋ย ใจเย็นหน่อย เครจังก็ช่วยฉลาดขึ้นมาอีกนิดเถอะนะ = =
    #897
    0
  17. #896 Nendtime (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 13:58
    ขอบคุณงับ มาต่อไวๆเน้อจะรอ
    #896
    0
  18. #895 Nendtime (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 13:58
    ขอบคุณงับ มาต่อไวๆเน้อจะรอ
    #895
    0
  19. #277 ปลาทองจำแลง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 16:04
    ฮอฟฟี่น่ารักที่สุด!!! // พ่นไฟ
    แต่แว่นที่ฮอฟฟี่ใส่นี่... แว่นกันแดดไม่ใช่เหรอ??? ไม่ใช่แว่นกันลมสักหน่อย!
    // โดนตบโทษฐานเรื่องมาก
    #277
    0
  20. #177 BlaZeFirE (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 เมษายน 2555 / 07:21
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พระเอกไม่เต็มมากที่สุดเท่าที่เราเคยอ่านมา
    #177
    0
  21. #174 worm-book (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 เมษายน 2555 / 17:48
    ตายแล้วหนูฮอฟฟ์ จะน่ารักไปไหนเนี่ย ><
    #174
    0