Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 24 : [CD] บทที่ 11 ก็คนมันชอบเที่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 11 ก็คนมันชอบเที่ยว

 

            แล้วหลังจากนั้น รู้สึกตัวอีกที...ฮอฟฟ์หลุบตาลงต่ำเหมือนไม่อยากพูดถึงมันเท่าไหร่ ก็ตอนถูกจับไปขาย

            ขอโทษด้วยที่บังคับให้เจ้าต้องพูดเรื่องที่เจ็บปวดหัวหน้าเผ่ามีท่าทีอ่อนลง หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดก็เข้าใจความรู้สึกของเด็กชาย เขาเองก็สูญเสียญาติพี่น้องจากสงครามครั้งนั้นเช่นกัน สุดท้าย ขอให้เจ้าเรียกปีกออกมาเป็นการยืนยันแล้วข้าจะรับรองเจ้าเป็นหนึ่งในพี่น้องของเรา

            วิหคน้อยหลับตาลงตั้งสมาธิ เขาควบคุมปีกของตัวเองได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับชาววิหคคนอื่นๆ นั่นเพราะอาศัยอยู่แต่ในคฤหาสน์หลังนั้น ท่ามกลางเผ่ามัจฉาศัตรูคู่อาฆาต การแสดงปีกของตนให้เห็นก็ไม่ต่างอะไรกับเอาเนื้อสดล่อพยัคฆ์

            เพราะมีแต่จะยั่วยุให้สัตว์ร้ายตรงเข้าฉีกกระชากเขาออกเป็นชิ้นๆ

            ปีกสีน้ำตาลเหลือบเทาปรากฏที่กลางหลัง ขนนกเรียงตัวเป็นแพสวยสะอาดไม่มีหลุดลุ่ยชี้โด่ชี้เด่เลยสักนิด แม้จะใช้เวลามากไปหน่อยแต่ถ้าฝึกสักนิดก็คงไม่มีปัญหา

            เจ้าชื่ออะไร

            “ฮอฟฟ์...ฮอฟฟ์ จาโคบัสเด็กชายมีท่าทีกังวล เขาทั้งตื่นเต้นอยากรู้ว่าจะมีใครจำชื่อนี้ได้บ้างไหม เพราะพี่ชายของเขาย่อมต้องเคยมาทดสอบ และจากคำบอกเล่าของพี่...

            “ข้าจำได้!” เวอเนอร์ตะโกนเสียงดังจนร่างเล็กสะดุ้งโหยง หัวหน้าเผ่าเองก็ส่งสายตาตำหนิกับการเสียมารยาทจนเจ้าตัวยิ้มแห้งๆ ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ ข้าแค่...ตื่นเต้นเกินไปหน่อย

            “ทำไมเหรอครับ?”

            “ก็...เวอเนอร์หันไปหาหัวหน้าเพื่อขออนุญาตพูด เมื่อเห็นท่านไม่ว่าอะไรจึงอธิบายต่อ พี่ชายของเจ้าเป็นที่หนึ่งในการทดสอบรอบนึงนี่ เขาดังจะตายไป!”

            ใช่แล้ว...พี่ที่ทั้งเก่ง ทั้งใจดีของเขา เกือบจะได้เป็นหัวหน้าเผ่าคนต่อไป

           

            หลังจากการสนทนาที่ค่อนข้างจะเครียดจนน่าปวดหัวเกินวัย เวอเนอร์พาพวกเขาไปยังที่พักชั่วคราวเพราะฮอฟฟ์ยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะอยู่ที่นี่หรือออกเดินทางต่อ แต่อย่างน้อยเวลานี้เด็กชายก็ได้สิ่งสำคัญคืนมาหนึ่งอย่าง

            ครอบครัว...

            ข่าวลือเรื่องของฮอฟฟ์แพร่สะพัดไปเร็วมากจนรู้กันเกือบทั้งหมู่บ้าน เดินไปทางไหนก็มีแต่คนมอง บรรยากาศที่อบอุ่นเกินคาดทำให้รู้สึกประหม่ามากกว่าจะยินดี

            พอมีคนให้ความสำคัญมากๆ...ก็อึดอัดแทน

            เวอเนอร์เลือกบ้านพักที่สามารถนอนด้วยกันทั้งสามคนได้ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป อีกทั้งในด้านของความสูงก็ไม่ได้อยู่สูงเฉียดฟ้าหรือต่ำติดดิน นับเป็นวิวที่กำลังดี เหมาะกับมือใหม่อย่างฮอฟฟ์ที่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตตนเองให้ชิน

            ถ้าเขาอยู่ที่นี่ต่ออะนะ

            เครมิสเงยหน้าขึ้นมองที่พักของพวกเขาด้วยความตื่นเต้นพลางถามไกด์จำเป็น เวลาจะเข้านอนก็ต้องบินขึ้นไปสินะ

            “เจ้าพวกต่างเผ่า รีบออกไปจากหมู่บ้านได้แล้วเสียงหนึ่งดังขึ้นจากชาววิหคที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พอได้ยินประโยคเมื่อครู่ของเครมิส ท่าทางดูถูกเหยียดหยามแบบนั้นชวนให้รู้สึกแย่

            คนแบบนี้...มีในทุกสังคมจริงๆ

            รีบออกไปซะสิ!” เพื่อนคนข้างๆ เด็กหนุ่มคนเดิมพูดขึ้นบ้าง มาเพื่อส่งพวกพ้องของเราอย่างเดียวก็พอแล้ว

            “อย่าเสียมารยาทกับแขกสิ!” เวอเนอร์รีบปราม ดูๆ แล้วสองคนที่พูดจาไม่ดีคงจะอายุน้อยกว่าคล้ายอยู่ในช่วงวัยต่อต้าน เดี๋ยวข้าจะช่วยหาบันไดมาให้นะครับ

            เครมิสกะพริบตาปริบๆ พลางเอียงคอทำหน้าใสซื่อ ไม่จำเป็นนี่นา

            “เห?”

            เวอเนอร์ยังคงไม่เข้าใจจนเมื่อมังกรหนุ่มเรียกปีกของตนออกมาแล้วกางออกกว้าง สัญลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ที่ยากจะจำสับสน

            เครมิสยิ้มจนตาหยีแล้วเอ่ยเสียงใส เราก็บินได้เหมือนกัน ถึงจะไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียง

            พูดจบก็กระโดดขึ้นสูงจนเกือบจะถึงที่พักเลยด้วยซ้ำ กางปีกออกแล้วอาศัยเวทลมเป็นแรงส่ง บินโค้งเป็นวงเพราะอย่าลืมว่าเขากระพือปีกไม่ได้เหมือนชาวบ้านเขา ต้องอาศัยหลักของการร่อนผสมกับเวทมนตร์ ก่อนจะลงจอดอย่างสวยงามแล้วชะโงกหน้าลงมามองข้างล่างด้วยรอยยิ้มหวาน

            ทำไมยังไม่ขึ้นมากันล่ะ ข้างบนนี่วิวดีมากเลยนะ

            “เชื่อเขาเลยจริงๆลิวอิสถอนหายใจ กำลังรอดูปฏิกิริยาตอบโต้กับคำพูดดูถูกของเด็กหนุ่มสองคนนั่น สุดท้ายเครมิสก็ยังคงเป็นเครมิสเหมือนเดิม

            ซื่อบื้อในหลายๆ เรื่องไม่เปลี่ยนแปลง

            แม้ไม่อยากเผยตัวตนให้ชาวบ้านตกอกตกใจ แต่อยู่ที่นี่ถ้าจะให้เดินเท้าตลอดคงแปลกประหลาดยิ่งกว่าเดิม สู้แสดงให้เห็นชัดๆ ตั้งแต่วันแรกไปเลยดีกว่า จะได้ไม่มากล่าวหาว่าจงใจปิดเป็นความลับ ปีกสีดำสนิทจึงกางออกบ้างพร้อมโบยบินตามความปรารถนาของเจ้าของ

            ถึงจะยังไม่หายขาดจากโรคกลัวความสูง แต่ก็ฝึกมามากเพื่อเอาชนะมัน ไม่อย่างนั้นจะเป็นนักผจญภัยที่ดีได้ยังไงถ้าแค่ขึ้นภูเขาก็ทำไม่ได้

            เด็กนั่นจะไหวไหมนะ

            ลิวอิสเป็นห่วงก็แต่น้องน้อยในกลุ่มเพราะถ้าห่างหายจากการบินไปนานอาจควบคุมกล้ามเนื้อโคนปีกได้ไม่ดี หรือก็คืออาจจะกระพือปีกไม่ได้แบบเครมิส           

            ฮอฟฟ์รู้ปัญหาของตัวเองดี แต่จะให้ยอมแพ้อยู่ตรงนี้ก็คงโดนหัวเราะเยาะไปตลอดชีวิต ร่างเล็กฝืนทนกลั้นใจแล้วเดินหน้าสู้เต็มที่

            เอาก็เอา!

            ปีกสีน้ำตาลขยับขึ้นลงได้ไม่ผิดแปลกอะไร อาจจะดูไม่ค่อยแข็งแรงนักแต่ก็พอจะพยุงตัวขึ้นไปถึงที่พักได้ สมัยที่อยู่ที่คฤหาสน์เขาก็มักจะหาโอกาสฝึกด้วยตัวเองยามที่ไม่มีใครเห็น ดังนั้นจึงไม่ถึงขั้นบินไม่ได้เลย เวอเนอร์ตามขึ้นไปเป็นคนสุดท้ายด้วยสีหน้าเกร็งๆ เขาไม่คิดว่าเครมิสที่ดูต๊องๆ ที่สุดจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งอย่างมังกร

            แล้วยังแรงขานั่นอีก...

            หน้าเรามีอะไรติดอยู่เหรอ?”

            เครมิสเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจ้องมาที่ตนเองแต่ดันไม่พูดอะไร เล่นเอาเวอเนอร์ส่ายหน้าเป็นพัลวันแล้วรีบแนะนำสถานที่รวมถึงข้อปฏิบัติต่อ

            “พวกท่านจะอยู่ที่นี่ไปอีกสักพักก็ได้เพราะท่านหัวหน้าไม่ได้ห้ามอะไร ขอแค่อย่ามีเรื่องกับคนในเผ่าหรือทำลายทรัพย์สินของหมู่บ้าน หากต้องการอะไรก็เรียกใช้ข้าได้ บ้านของข้าอยู่ถัดไปจากพวกท่านประมาณสองหลัง

            “แต่ถ้ากรณีมีคนมาหาเรื่องพวกเราก่อนล่ะ?” ลิวอิสเข้าประเด็น แม้ไม่อยากเสียมารยาทแต่ดูเหมือนว่าตัวเขาจะไม่ได้รับการต้อนรับนัก วันนี้แค่พูดจาถูก วันหน้าไม่รู้จะมีการลงไม้ลงมือหรือเปล่า แค่ถามดูเท่านั้น ไม่ต้องคิดมาก

            “หากต่อสู้กัน ขอแค่อย่าลงมือรุนแรงเกินไปถึงขั้นพิการหรือ...เสียชีวิตเวอเนอร์ตอบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เขาคงพอจะเข้าใจความรู้สึกของการไปอยู่ต่างถิ่นแล้วต้องทำตามกฎมากมาย หากมีเรื่องขึ้นมาก็เป็นฝ่ายผิดตลอด

            เมื่อสังเกตใบหน้าดีๆ จะพบว่าเวอเนอร์เหมือนพ่อบ้านตามคฤหาสน์คนมีเงิน แม้ไม่ใช่คนหล่อเหลาโดดเด่นอะไรมากแต่ให้ความรู้สึกสบายใจเวลาอยู่ใกล้ๆ เรือนผมสีเขียวอ่อนมัดเป็นหางม้าสั้นๆ นัยน์ตาสีฟ้าเข้ากับลักษณะนิสัยอ่อนโยนและรอยยิ้มอ่อนโยนของเขามาก

            ถ้าบอกว่าชาติที่แล้วเขาเกิดเป็นเอลฟ์ใครๆ ก็เชื่อ

            อีกเรื่องที่สำคัญที่ข้าเกือบลืมบอกพวกท่านเสียสนิทเวอเนอร์ควานหาของที่เพิ่งรับมาจากหัวหน้าเผ่าพลางยื่นให้ทั้งสาม มันเป็นสร้อยข้อมือทำจากไม้และมีขนนกขนาดเล็กประดับไว้สองเส้น รอยสลักบนไม้ทำอย่างละเอียดประณีตเป็นสัญลักษณ์ของเผ่า สวมไว้เวลาไปไหนมาไหนเพื่อคนในเผ่าจะได้ไม่เข้าใจผิด

            ทั้งสามคนรับมาใส่ ที่ฮอฟฟ์เองก็จำเป็นต้องสวมเอาไว้เพราะคนยังจำหน้าไม่ได้ และด้วยความที่เด็กชายยังไม่ชินกับการเดินไปไหนมาไหนโดยเผยปีกไว้ตลอดเวลาเขาจึงเลือกที่จะเก็บซ่อนมันไว้แล้วอยู่ในสภาพเหมือนมนุษย์ปกติ

            แล้วแบบนี้ใครเขาจะไปรู้ว่าเป็นเผ่าวิหคกัน

            ขอบคุณพี่เวอเนอร์มากนะครับฮอฟฟ์ส่งยิ้มให้ หลังๆ มานี้เขายิ้มเก่งขึ้นเยอะ คงเพราะได้เจอคนดีๆ มีเรื่องสนุกๆ เข้ามาในชีวิตมากขึ้นต่างจากเมื่อก่อน

            อดีต...ที่ไม่ต่างจากนรก

            “ไม่มีปัญหาเวอเนอร์ยิ้มตอบก่อนจะกางปีกสีขาวปนเขียวนิดๆ ออกบินไปโดยไม่ลืมหันมาโบกมือลา

            เครมิสโบกมือบ้างแล้วจึงหันไปถามความเห็น เราจะไปสำรวจที่ไหนกันดี

            “เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ฉันขอนอนพักสักงีบเหอะลิวอิสเดินเข้าบ้านพักเป็นคนแรก จับจองเตียงในสุดซึ่งมีโต๊ะเขียนหนังสือตั้งอยู่ใกล้ๆ โยนกระเป๋าไว้ข้างๆ แล้วล้มตัวลงนอน อย่ามากวนด้วย!”

            “แล้วฮอฟฟุนดินล่ะ?”

            เครมิสหันไปขอความเห็นด้วยสายตาคาดหวัง ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มแห้งๆ ตอบปฏิเสธ ผมก็อยากพักเหมือนกัน

            “เชอะ งั้นเราไปเที่ยวคนเดียวก็ได้!”

            พูดจบก็เดินกระทืบเท้าปึงๆ ออกจากที่พักไป กระโดดขึ้นไปด้านบน ปีนป่ายไปตามกิ่งไม้เหมือนลิงไม่มีผิด จนเมื่อถึงจุดสูงสุดก่อนที่จะพ้นไปเป็นท้องฟ้าสีครามเครมิสก็ดีดตัวออกจากที่ยึดเกาะแล้วกางปีกออกในทันใด ภาพตรงหน้าทำให้มังกรหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

            การมองจากมุมที่ต่างกันทำให้เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่เคยเห็น

            เขาเพิ่งสังเกตว่าบ้านแต่ละหลังมีสีสันที่แตกต่างกัน เรียงตัวไล่เฉดสลับไปมาเหมือนงานศิลป์ตามพิพิธภัณฑ์ การจับคู่สีทำได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ตัดกันเกินไป และไม่จืดชืดจนน่าเบื่อ ยิ่งมองจากมุมสูงจะทำให้ทุกอย่างรวมกันเป็นปึกแผ่น

            เหมือนพวกเขา...ที่รวมตัวกันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่

            จากที่ลองไปชวนคุยมาทำให้เครมิสได้ความรู้ใหม่ๆ หลายข้อ อย่างนึงคือผู้ชายในหมู่บ้านจะผลัดกันเฝ้าเวรตามตารางจากส่วนกลาง ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเป็นทหารไปตลอดชีวิต ขอแค่ทำงานนี้สัปดาห์ละวันสองวันก็พอ

            กฎนี้ช่วยให้ชายหนุ่มทุกคนได้รับการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ ยามสงครามจะได้ช่วยกันปกป้องหมู่บ้าน ส่วนช่วงที่สงบสุขก็สามารถทำงานอาชีพปกติของตนเองได้ เฝ้าเวรยามตามหน้าที่

            เพราะอย่างที่รู้กัน น้อยคนที่อยากจะเป็นทหารคอยห้ามคนเวลามีเรื่อง ปกป้องบ้านเมือง เสียสละตัวเองไปตลอดชีวิต

            และคนที่อยู่สบายๆ ให้คนปกป้อง...ชาตินี้ก็จะดูแลตัวเองไม่ได้

            นับเป็นข้อปฏิบัติที่ดี หากผู้นำชักจูงให้ทุกคนเข้าใจความสำคัญของหน้าที่นี้ก็จะทำให้สังคมของพวกเขาปลอดภัย พร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

            หลายครั้งที่อะไรๆ ก็ไม่เป็นไปตามคาดเดา และมักมาไม่ทันให้ตั้งตัวนัก หากเตรียมตัวพร้อมตลอดเวลาก็ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว

            เครมิสนั่งลงข้างทะเลสาบเล็กๆ ที่ติดกับหมู่บ้านซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดแสนสำคัญให้คนเหล่านี้ใช้สอยมาตั้งแต่สมัยรุ่นก่อตั้ง ร่างสูงเหม่อมองเงาต้นไม้ที่ทอดผ่านผิวน้ำด้วยความคิดถึง

            “คิดถึงบ้านเหมือนกันแฮะ...

            เขาหลับตาลงช้าๆ ก่อนค่อยๆ จินตนาการภาพหมู่บ้านแห่งมังกรที่อยู่มาหลายสิบปี บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายตามฤดูกาล อาจหนาวไปบ้างช่วงปลายปีแต่มังกรไฟอย่างเขาย่อมไม่สะทกสะท้านอะไรกับอุณหภูมิแค่นั้น

            นึกแล้วก็พาลทำให้ยิ่งคิดถึงท่านแม่ คนในหมู่บ้าน และ...ฟ่องฟ่อง

            ตอนนี้จะทำอะไรกันอยู่นะ     

            เครมิสสะบัดหัวไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป เพิ่งห่างบ้านมาได้ไม่นานแท้ๆ พอเจอสถานที่ที่คล้ายกันก็พาลเซื่องซึมด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง

            ว่าแล้วจึงหยิบสมุดขึ้นมาจด

 

บันทึกไม่ประจำวัน

 

            หมู่บ้านนี้ร่มรื่นมากๆ เลย น่าเสียดายที่ฟ่องฟ่องไม่ได้มาด้วยกัน...

            ถ้าเราไม่รีบร้อนเกินไปหน่อยจนลืมล่ะก็ ตอนนี้ก็คงมีคนให้แกล้ง มีคนให้กอดเป็นหมอนข้างแล้ว ฟ่องฟ่องขนนิ่มจะตายไป ฟูๆ นุ่มๆ น่าฟัดที่สุดเลย

            แม้หลายครั้งจะรุนแรงกับเราไปหน่อยก็ตาม...เล็บคมจะตาย!

            วันนี้เราเดินเล่นไปทั่ว มีแต่คนจ้องตลอดทาง หน้าเรามีอะไรติดอยู่หรือไงกัน มองมากๆ เราก็เขินเป็นนะ ถ้าอยากคุยกับเราขนาดนั้นก็เข้ามาตรงๆ เลยก็ได้

            เราออกจะน่ารัก ไม่มีพิษมีภัยเลยสักติ๊ด!

 

เครมิส ดิมอส

 

            เครมิสเก็บสมุดดินสอเข้ากระเป๋าเมื่อเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากลคล้ายมีใครกำลังแอบมองอยู่ เขาไม่ชอบใจเลยสักนิดแต่ก็ระบุที่อยู่ของอีกฝ่ายไม่ได้ ซ่อนตัวเก่งจนน่าใจหาย เพราะนั่นเท่ากับว่าหากเผลอปล่อยช่องว่างให้โจมตีเมื่อไหร่

            เวลานั้น...ก็อาจเป็นจุดจบของเขา

            เมื่อไม่รู้จะหาตัวอีกฝ่ายยังไง จะล่อให้ออกมาก็ลำบากเพราะไม่รู้เหตุจูงใจ หากเป็นลักษณะของการดักปล้นก็พอจะเข้าใจได้ง่ายหน่อย แต่พอไม่มีข้อมูลอะไรเลยจึงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้กับใคร

            ไว้ค่อยจัดการทีหลังแล้วกัน

            มังกรหนุ่มยักไหล่แล้วตรงดิ่งกลับที่พัก พระอาทิตย์ดวงโตเริ่มคล้อยต่ำจนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอบอุ่น สัตว์ทั้งหลายเริ่มพากันกลับรัง ชาววิหคเองก็ไม่เว้น พวกเขาเริ่มทยอยกันกลับบ้าน การจราจรทางอากาศจึงติดขัดบ้างจนเริ่มสับสน

            แต่ปัญหาหลักคือ...ถ้าไม่โล่งพอเครมิสก็ใช้การกระโดดไม่ได้!

            สุดท้ายจึงต้องแปลงร่างเป็นตุ๊กแกปีนไปตามลำต้นใหญ่ยักษ์ เปลือกไม้ผิวขรุขระทำให้เขาสามารถใช้เป็นแท่นเหยียบได้ ผ่านไปไม่นานก็ขึ้นมาถึงสถานที่ซุกหัวนอน เคาะประตูตามมารยาทแล้วเปิดเข้าไปโดยไม่รอให้คนข้างในขานรับ

            เครมิสก็ยังคงเป็นเครมิสอยู่วันยังค่ำ

            เรากลับมาแล้ว หิวสุดๆ เลย มีอะไรให้กินไหม!”

            ตะกละเหมือนเดิม...

           

            เช้าวันต่อมา

            แสงแดดจ้าบังคับให้ทุกชีวิตในห้องจำต้องตื่นขึ้นจากห้วงความฝัน ร่างเล็กขยี้ตาอย่างงัวเงียพลางยกมือปิดปากหาว เหลือบมองเตียงข้างๆ ทั้งสองแล้วก็ต้องเลิกคิ้วแปลกใจ

         พวกพี่ๆ เขาหายไปไหนกันแต่เช้า

            ฮอฟฟ์ไม่ทันได้ลองคาดเดาอะไรต่อก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย แม้จะค่อนข้างเบาแต่ก็มั่นใจว่าเจ้าของเสียงคือบุคคลที่เขากำลังตามหา พอเปิดประตูออกไปก็พบทั้งสองยืนอยู่กลางลาน หันหน้าเข้าหากันโดยมีชาวบ้านคนอื่นๆ ยืนมุงล้อมรอบเป็นวงกลม

            เว้นระยะห่างพอควร...เพราะบรรยากาศอันแสนตึงเครียด

            ร่างเล็กรีบตามลงไปดูจนทันได้ยินประโยคสำคัญ

            นายก็พูดง่ายนี่ เป็น มังกรที่แข็งแกร่ง บาดเจ็บนิดๆ หน่อยๆ เดี๋ยวเดียวก็หาย!” ลิวอิสตวาดลั่น แววตาไม่มีคำว่าล้อเล่นเลยสักนิด หรือง่ายๆ ก็คือเขากำลังโกรธจริงๆ จังๆ จากเรื่องเมื่อไม่กี่นาทีก่อน อยากซ่าแค่ไหนก็ได้ เล่นสนุกไปวันๆ ไร้สาระที่สุด!”

            “อย่ามาว่าเราไร้สาระนะ!”

            เครมิสเริ่มโมโหบ้าง การมาถูกด่ากลางที่สาธารณะไม่ว่าใครก็ต้องไม่พอใจ แม้คนคนนั้นจะเป็นมังกรบ้าๆ บอๆ ใสซื่อในหลายๆ เรื่องก็ตาม

            ไม่เห็นต้องพูดจารุนแรงแบบนั้นเลย เราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย!” เครมิสยังคงไม่ยอมแพ้ จู่ๆ อีกฝ่ายก็ขึ้นเสียงใส่อย่างไม่ไว้หน้า แล้วเขาจะยังให้เกียรติอีกทำไม ลิวเอริวเองก็นั่นแหละที่รังแกเราอยู่ได้

            “แล้วใครกันแน่ที่เป็นตัวปัญหา ก่อเรื่องไม่มีหยุด!”

            “ไม่ใช่เราแล้วกัน!”

            “ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร ไอ้บ้า!”

            “วันนี้เรายังไม่ได้ก่อเรื่องเลยนะ!”

            ทั้งคู่ผลัดกันพูดรัวใส่กันโดยไม่มีใครยอมใคร เครมิสที่ปกติค่อนข้างเชื่อฟังระดับหนึ่งตอนนี้เหมือนอยู่ในวัยต่อต้าน ทำให้เขาโมโหขึ้นมาไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด แม้ไม่รุนแรงถึงขั้นต่อสู้ฆ่ากันให้ตายไปข้าง

            แต่แบบนี้...ก็รบกวนคนที่เขายังอยากนอนสบายๆ เหมือนกันนะ

            ฮอฟฟ์พยายามแหวกฝูงชนเพื่อเข้าถึงพี่ๆ ทั้งสอง แม้จะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์เท่าใดนักแต่ที่รู้ๆ คือเขาต้องหาทางห้าม เกิดมีใครคนอื่นเข้าคั่นกลางจนโดนเตะเปรี้ยงออกจากวงล่ะก็ มันจะผิดข้อตกลงสำหรับการพักแรมอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้

            พวกเขา...ไม่ควรก่อเรื่อง โดยเฉพาะการพาลใส่คนอื่นจนได้รับบาดเจ็บ เรื่องไปถึงหัวหน้าเผ่าขึ้นมามีแต่เสียกับเสีย

         ผมยังตัดสินใจเรื่องตัวเองไม่ได้เลย ถ้าถูกไล่ออกมาก่อนจะทำยังไง!

            “เราแค่พูดความจริงก็เท่านั้น ร่างกายเราแข็งแรงไม่ต้องการยามันผิดรึไง ไม่ได้อ่อนแอเหมือนลิวพิเซนนี่!”

            เพียะ!

            ลิวอิสตรงเข้าตบหน้าคนปากพล่อยตรงหน้าเสียเต็มแรงเนื่องจากควบคุมตัวเองไม่อยู่อีกต่อไป เฮอะ...สุดท้ายแล้วพวก มังกรก็เป็นอย่างนี้กันทุกคน เห็นแก่ตัว ไม่แคร์ใคร ทำเหมือนเรื่องของคนอื่นมันไม่สำคัญ!”

            “...

            เครมิสลูบแก้มที่โดนตบเบาๆ คราวฮอฟฟ์เขาเพียงแค่สับสนไม่เข้าใจ แต่ครั้งนี้อาจเพราะประโยคเมื่อครู่ที่สะกิดอะไรบางอย่างในตัวจนรู้สึกเจ็บปวด

            แม้ไม่ค่อยเขาใจสาเหตุแต่เจ็บก็คือเจ็บ

            โดนดูถูกจนลามไปถึงเผ่าพันธุ์ของตัวเองขนาดนี้ถึงเป็นเครมิสก็เถอะ ยังไงก็ต้องโกรธ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงพูดอะไรไม่ออก

            ไม่เถียง ไม่สบตา ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น

            ใช่สิ...เรามันเอาแต่ใจเครมิสเอ่ยอย่างตัดพ้อ ก่อนจะตะโกนออกมาสุดเสียง งั้นก็ขอเอาแต่ใจให้ถึงที่สุดแล้วกัน!”

            พูดจบก็หนีหายเข้าป่าลึกไปโดยไม่ทันที่ใครจะไหวตัวช่วยกันห้ามได้ ลิวอิสเองก็ยังไม่อยากเห็นหน้าอีกฝ่ายตอนนี้ เขากางปีกออกแล้วกลับขึ้นไปพักผ่อนต่อ เผื่อการได้งีบสักชั่วโมงจะทำให้จิตใจที่กำลังสั่นไหวหาทางออกไม่ได้คลายความเครียดลงบ้างไม่มากก็น้อย

            เด็กชายตัวน้อยมองตามแผ่นหลังที่สับสนของพี่ชายแวมไพร์ไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันกลับไปมองทางที่เครมิสวิ่งหายลับเข้าป่า

            ฮอฟฟ์อยากจะช่วยทั้งสองให้คืนดีกันเร็วๆ แต่ว่า...

            ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่าพี่ๆ เขาทะเลาะกันเรื่องอะไร!

            ...เขายังตามเรื่องไม่ทันเลยสักนิด!


 

----------------------------------------------------------------

3/3/2013

            ส่วนใหญ่คงสอบเสร็จกันแล้วล่ะเนอะ แต่ที่น่าเศร้ากว่าคือปีที่จะถึงนี้...เราจะม.6 แล้ว เพราะงั้นมีโอกาสสูงมากถึงมากที่สุด 99.99% ที่จะไม่มีเวลาแต่งนิยายเหมือนอย่างเคย ซึ่งเราคงพอจะแต่งล่วงหน้าเอาไว้เพื่อที่ว่าทุกคนจะได้อ่านกันต่อไป อย่าเข้าใจผิดนะ คือไรท์เตอร์มีสแปร์ไว้แล้ว คงลงทุกอาทิตย์เหมือนเคยนั่นแหละ แค่คุยเล่นหรือตอบเม้นท์อาจน้อยลง (มาอิดิทแก้หลังเห็นแต่ละเม้นที่ตอบกันมา = =")

            แต่ในส่วนของการคุยเล่น...คงน้อยลงมาก

            อยากให้ทุกคนเข้าใจในจุดนี้ด้วยนะคะ T^T

            ในส่วนของเนื้อเรื่องตอนนี้จะไม่ค่อยดราม่าอะไรมากนัก เรื่องราวจะมาหนักๆ เอาครึ่งหลังและบทต่อๆ ไป เอาเป็นว่าก็เจอกันอาทิตย์หน้านะคะ
 

-------------------------------------------------------------------------------

10/3/2013

            ผลต้นฉบับออกมาแล้ว...ไม่ผ่าน อย่างหนึ่งคือเรื่องที่เพิ่งเขียนจบภาคเดียวจากสามภาค เขาเลยยังพิจารณาให้ผ่านไม่ได้ และในส่วนของภาษาต้องแก้ในบางจุด ก็คงต้องลองส่งสำนักพิมพ์อื่นต่อไปอะนะ นักอ่านทุกคนก็รอไปหน่อยแล้วกัน

            สักวัน...สักวันจะต้องเป็นเล่มให้ได้!

            คงไล่ส่งสำนักพิมพ์ไปเรื่อยๆ ถ้าที่สุดแล้วไม่มีที่ไหนรับก็อาจพิมพ์เอง (คงต้องรอดูก่อนว่ามีคนจะซื้อกี่คน ไม่งั้นถ้ายอดน้อยมากๆ ก็ไม่ไหวอะนะ OTL )

            กลับมาที่เนื้อเรื่องกันดีกว่า ดันมาทะเลาะกันเสียใหญ่โต ต่อจากนี้จะเป็นยังไงก็ต้องไปลุ้นกันล่ะ เครมิสเอ๋ย เจ้าไม่น่าพูดจาแบบนั้นเลยจริงๆ

            เอ้อ แล้วอย่าลืมมารออ่านตอนพิเศษด้วยนะ 14/3 วัน White Day ไงล่ะ!!


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1357 Amnesai (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 กันยายน 2557 / 15:46
    โอ้.... ฮอฟฟ์เราเป็นพวกเดียวกันแล้ว ตามเรื่องไม่ทันสักนิด พวกพี่ๆเค้าทะเลาะอะไรกันน้าาา ควรจะห้ามไว้ละดีสุด
    #1,357
    0
  2. #1284 prewwy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 20:22
    เครมิสทะเลาะกับลิวอิส!!! หาได้ยากนะเนี่ย
    #1,284
    0
  3. #1250 Nendtime (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 21:29
    ฮอฟฟ์ไม่ใช่นายคนเดียวที่ไม่เข้าใจ ฉันก็ด้วย.....
    #1,250
    0
  4. #926 aongfong39 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มีนาคม 2556 / 16:12
    สองคนนี้ทะเลาะกันเรื่องอะไรเนี่ย ตามอารมณ์ไม่ทันจริงๆ
    #926
    0
  5. #903 little-red-cap (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 22:09
    ทะเลาะไรกันนี้
    #903
    0
  6. #882 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 18:53
    เกิดเรื่องอะไรขึ้นนิ =*=
    #882
    0
  7. #881 ShiroHana (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 18:32
    ขยี้ตา//อ่า...แรงเงา= =?
    #881
    0
  8. #880 CharlotteTear (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 15:07
    ว้อททททท สองคนนั้นทะเลาะกันเรื่องอาร้ายยยยย =A=
    #880
    0
  9. #879 worm-book (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 13:49
    โอ้ ทะเลาะกันซะแล้วเรอะคู่นี้
    เครมิสน้อยใจซะแล้วอ้ะ...แต่นายก็ผิดนะเออ
    #879
    0
  10. #877 วิลเลต (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 23:26
    มีเรื่อง ชัวร์ปาบ
    มาอัพต่อไวๆนะ
    #877
    0
  11. #875 Em.S.End (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 21:15
    เอ่อ แอบขำไม่ออกกับชื่อฮอฟฟ์ที่เครมิสใช้ในตอนนี้ ฮอฟฟุนดิน อ่านไปอ่านมาไหงเราอ่านเป็น ฮอฟฝุ่นดิน ล่ะ ขอโทษฮอฟฟ์น้อยสิบหน 
    #875
    0
  12. #874 rinray (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 10:47
    มีเรื่องแน่นอนอะ
    #874
    0
  13. #873 ShiroHana (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 19:09
    เ่อ่อ..ไปคนเดียว..= =....
    #873
    0
  14. #872 flameknight (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 17:48
    สู้ๆ นะคะพี่
    #872
    0
  15. #871 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 08:26
    ได้กลิ่นของปัญหาโชยมาแต่ไกล
    #871
    0
  16. #870 Namfon13 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 02:14
    ไปคนเดียว เดี๋ยวก็มีเรื่องแหงๆ =o=
    #870
    0
  17. #869 CharlotteTear (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 19:17
    วันนี้แค่พูดจาถูก >>> วันนี้แค่พูดจาดูถูก
    พี่แพร...หนูรอได้ไม่เป็นไร แต่พี่แพรห้ามทิ้งนะ!
    #869
    0
  18. #867 kusan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 18:06
    ไม่เป็นไรคะ

    รอได้
    #867
    0
  19. #517 Bow's Ansia (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 19:08
    ฮอฟฟ์จะกลายเป็นแวมไำพร์มั้ยเนี่ย TOT
    เกิดอะไรขึ้น T^T
    #517
    0
  20. #450 Kagerou-คาเงโร่ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 / 14:57
    เอ๊ะ!?เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย น่าลุ้นจังอ่ะ
    สนุกมากๆเลย> < ฮะๆๆๆ
    #450
    0
  21. #324 Joker Mask (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2555 / 17:56
    เกิดเรื่องขึ้นจนได้
    #324
    0
  22. #275 ปลาทองจำแลง (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 15:49
    // ยกมือขึ้นแล้วร้องไห้ // แง! ฮอฟฟี่เจ็บมั้ยอ่า เลือดจะหมดตัวมั้ย งือ... ฮอฟฟ์ตายไม่ได้น้า เป็นแวมไพร์ก็ไม่เอา แงๆๆๆ
    เฮ้ย! หรือว่าเมื่อก่อนลิวอิสเป็นเผ่าอื่นแล้วโดนฮาห์นกัด!!!
    #275
    0
  23. #229 nrn_forever (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 16:06
    สงสารฮอฟฟ์น้อย 
    #229
    0
  24. #168 annaaa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 15:23
    มาต่อเร็วๆน้า
    #168
    0
  25. #167 worm-book (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 เมษายน 2555 / 18:42
    ย้ากกกกกกกกกก! ทำกับฮอฟฟ์อย่างงี้ได้ไงยะเครมิส! อีตาฮาห์นด้วย!!//โดดงับหัวทั้งคู่
    #167
    0