Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 23 : [CD] บทที่ 10 ก็คนมันสงสาร + Valentine Vote!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 980
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 10 ก็คนมันสงสาร

 

            “ยอมแพ้ซะเถอะ เกมนี้...ข้าชนะ

            เสียงจบการต่อสู้ดังขึ้นจากผู้ที่เป็นเหมือนม้ามืด ลิวอิสยืนมองภาพนั้นห่างๆ ด้วยความเจ็บใจ เขาลืมเสียสนิทว่าผู้บังคับบัญชาที่ เลวมักจะยืนดูลูกน้องของตนไปต่อสู้โดยไม่คิดลงมือ เห็นท่าไม่ดีก็ถอยหนี หากตอนจบเป็นฝ่ายได้ชัยก็ค่อยเสนอหน้ามาให้เห็น

            เพราะงั้น...หมอนี่ถึงไม่โดนระเบิดพัดจนปลิวตกทะเล!

            เครมิสไม่มีแรงพอจะใช้เวทไฟหลอมโลหะตรงหน้าได้อีกต่อไป กรงเล็บที่แข็งแกร่งก็ไม่มีประโยชน์เลยหากเจ้าของขยับแขนไม่ได้ ตัวเขาที่นอนแผ่อยู่บนพื้นไร้หนทางดิ้นรนต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น

            ได้แต่รอความตายเหมือนลูกไก่ในกำมือ

            แม้เจ็บใจ...แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้

            ว่ะฮ่าๆๆผู้นำเหล่าโจรสลัดหัวเราะเสียงดังด้วยความสะใจ ชัยชนะที่ได้มาเพราะอีกฝ่ายประมาทเขาเกินไป ยอมแพ้แล้วส่งของมีค่าทั้งหมดมาซะ!”

            แต่ก่อนที่ลิวอิสจะไปหยิบของมีค่าที่ว่ามาให้ก็มีม้ามืด ตัวจริงปรากฏกายขึ้นเสียก่อนพร้อมดาบ...ไม่สิ ถ้ามองดีๆ จะรู้ว่าความจริงแล้วสิ่งนั้นคือ...

            มีดแล่ปลา!

            ฮอฟฟ์ จาโคบัส เด็กชายที่ยังไม่คุ้นชินกับการต่อสู้ตอนแรกถูกสั่งให้บินขึ้นไปหลบอยู่บนเสากระโดงเรือจนแต่ละคนลืมตัวตนของเขาไปเสียสนิท ซึ่งนั่น...ก็รวมหัวหน้าโจรสลัดท่านนี้ด้วย

            มีดแล่ปลาถูกใช้เป็นอาวุธชั่วคราวใช้ข่มขู่ศัตรูอย่างเลือดเย็น สัมผัสได้ถึงความแหลมคมยิ่งขึ้นเมื่อสิ่งนั้นจิ้มเบาๆ ที่หลังคอ

            ร่างเล็กยิ้มหวานหยดที่แลดูน่ากลัวมากกว่าจะอบอุ่นใจ ปล่อยพี่ชายงี่เง่าของผมเดี๋ยวนี้นะครับ

            เราจะดีใจมากเลยถ้าไม่เติมคำว่า งี่เง่าลงไป

            เครมิสแอบคิดด้วยความน้อยใจ ใครต่อใครพากันว่าเขาบ้าบ้าง ติงต๊องบ้าง โง่งี่เง่าบ้าง เอาเป็นว่า...ทำอย่างกับเขาไม่มีอะไรดีเลยงั้นแหละ!

            สุดท้ายผู้ชนะก็กลายเป็นเด็กอายุแค่สิบเอ็ดปี...จบ

 

            หลังจากจับคนเหล่านั้นมัดด้วยเชือกจนแน่นหนามั่นใจได้ว่าจะไม่ลุกขึ้นมาก่อกวนกลางคันทำให้การเจรจาถูกขัดจังหวะเหมือนมื้อเที่ยงที่ผ่านมา พวกเขาปรึกษากันสักพักจนได้ข้อสรุปออกมาเรียบร้อย อธิบายง่ายๆ ชนิดที่คนอย่างเครมิสก็เข้าใจคือ

            ยึด-ทรัพย์-มัน-ให้-เรียบ!

            แต่มตินั้นก็ถูกลดหย่อนลงเล็กน้อยเนื่องด้วยพวกเขายังหลงเหลือความเป็นคนดีกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะน้องเล็กที่ค่อนข้างจะเป็นห่วงอนาคตของคนเหล่านี้ หากขโมยเสบียงและเงินทองทั้งหมดไป อีกไม่ถึงสัปดาห์ก็คงอดตายเหลือแต่ซากแห้งๆ จนกลายเป็นเรือผีสิงตามหลอกหลอน

            ดังนั้นเมื่อได้ของมีค่าส่วนใหญ่เรียบร้อยก็จัดการส่งพวกเขาขึ้นเรือที่จากมา กำชับไม่ให้ตามมาเด็ดขาด ถ้าโผล่หน้ามาให้เห็นอีกก็อย่าหาว่าใจร้าย

            เพราะเครมิสคงอาละวาดหนักแน่นอน

            แผลโดยรวมไม่ร้ายแรงมากนักเพราะเผ่าพันธุ์มังกรมีความแข็งแรงตามธรรมชาติสูง หรือก็คือพวกหนังเหนียวฟันไม่เข้านั่นแหละ ที่น่าห่วงจึงมีเพียงบริเวณที่โดนพิษเล่นงาน ด้วยผลข้างเคียงบางประการทำให้รอบๆ แผลยังคงด้านชาขยับไม่ค่อยสะดวก

            ถ้าเกิดต้องปะทะกับใครตอนนี้...เครมิสคงหมอบคนแรก

            พี่เครมิสไม่เป็นอะไรนะครับ?ฮอฟฟ์อาสาช่วยทำแผลให้เพราะตัวเขาเองไม่ได้ลงไปร่วมการต่อสู้พลังกายจึงยังเต็มเปี่ยม เจ็บนิดเจ็บหน่อยจากแผลเก่าที่บางครั้งเปิดออกบ้างก็เท่านั้น

            ทำไงได้ล่ะ ร่างกายเขาไม่ได้ฟื้นตัวเร็วเหมือนเครมิสนี่นา

            เผ่าวิหคมีความแตกต่างจากมนุษย์เพียงแค่สามารถโบยบินบนฟากฟ้าได้และมีอายุยืนยาวกว่าหน่อยคืออย่างต่ำอยู่ที่หนึ่งร้อยปี แต่การเทียบอายุทางร่างกาย หน้าตา ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์เลยสักนิด ดังนั้นที่บอกว่าฮอฟฟ์อายุสิบเอ็ดก็คือสิบเอ็ดจริงๆ

            ถ้าลองเทียบอายุดู...เครมิสกับลิวอิสเป็นรุ่นปู่เขาได้เลยด้วยซ้ำ

            “เราไม่ไหวแล้ว...ถ้อยคำตัดพ้อเบาๆ ของเครมิสเรียกให้ทุกคนหันไปมองด้วยความตกใจ แต่ก็จบลงเหมือนเช่นทุกครั้ง... เราหิวจะตายอยู่แล้ว ทำอะไรให้กินหน่อยสิ

            ยังพูดจาชวนเข้าใจผิดให้ต้องห่วงเหมือนเดิม!

            เด็กชายเขกหัวคนอายุมากกว่าที่ชอบทำตัวไม่สมวัยทีหนึ่งแต่ก็ยอมเดินกลับเข้าครัวไปหาอะไรมาให้ทาน เพราะถ้าปล่อยไว้เช่นนี้คงบ่นไม่หยุดจนเขาทนรำคาญไม่ไหวอยู่ดี

            เครมิสเป็นนักตื๊อขั้นเทพอยู่แล้วนี่นา

           

            การเดินทางล่าช้าไปมากเพราะต้องคอยระวังไม่ให้เรือได้รับการกระทบกระเทือนมากนัก อาคมที่ลงไว้อ่อนแรงลงไปมากทำให้ประสิทธิภาพลดต่ำลง หากใครบางคนเล่นซนจนเรือล่มคงได้จมน้ำตายกันหมด

            เรื่องโดนปล้นที่สุดท้ายผู้ล่ากลายเป็นเหยื่อซะเองเพิ่งจะผ่านไปได้แค่ไม่กี่วันเจ้าจอมยุ่งก็กลับมาร่าเริงลั้นลาวิ่งเล่นไปทั่วเช่นเดิม ดูไม่เหมือนคนที่ต่อสู้จนบาดแผลเต็มตัวเลยสักนิด ยังเห็นกระโดดลงน้ำจนเปียกโชกทุกวันที่มีโอกาส แม้มังกรไฟอย่างเขาจะไม่ค่อยชอบความรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ เวลาต้องตากฝนแต่สำหรับการลงไปว่ายน้ำทั้งตัวนั้นเป็นคนละเรื่องกัน

            อาจจะดูเรื่องมากไปสักนิด...แต่นี่แหละมังกรไฟ

            หากวันไหนกระแสน้ำค่อนข้างนิ่ง ลมน้อยจนเรือแล่นไปช้าๆ เครมิสย่อมไม่ปล่อยโอกาสลงดำน้ำสำรวจโลกอีกด้านที่แสนสนุกชวนค้นหาให้หลุดรอดไป

            แต่ความสนุก...บางทีก็มาพร้อมอันตราย

            ขณะกำลังว่ายน้ำเล่นอย่างสบายใจอยู่นั้นบาดแผลที่โดนมีดอาบยาพิษปักเข้าเกิดเปิดออกจนน้ำทะเลเค็มๆ ซึมเข้าไปแสบจี๊ดถึงใจ ขนาดเครมิสยังทำหน้ายู่ด้วยความไม่สบอารมณ์ สุดท้ายจึงตัดใจ เตรียมปีนกลับขึ้นเรือเพื่อทำแผลใหม่

            แต่ไม่รู้เพราะกลิ่นเลือดมังกรมันเย้ายวนหรืออะไรไม่ทราบ เงาสิ่งมีชีวิตใต้น้ำขนาดใหญ่จึงว่ายมาด้วยความเร็วสูง เหมือนพบเจอเหยื่อแสนโอชะเหมาะกับการฉีกกระชากเนื้อสดๆ เพื่อทานเป็นมื้อกลางวัน

            “รีบขึ้นมาเร็วเข้า!” ลิวอิสตะโกนเสียงดัง เขาศึกษาตำรามามากพอจะรู้ได้ว่าครีบลวดลายเช่นนั้นคือปลาชนิดไหน อย่ามัวแต่ทำหน้ามึนสิเจ้าบ้า!”

            ไม่ต้องตกใจกลัวหรอก ก็แค่...ปลาขนาดพอๆ กับม้า เขี้ยวคมกริบเรียงแถวแน่นหนาไร้ช่องว่าง ความดุร้ายยิ่งไม่ต้องพูดถึง!

            เครมิสรีบทำตาม เขาว่ายเข้าหาเรือเพื่อปีนไปตามบันไดเชือกที่เตรียมไว้เรียบร้อย แต่ดูเหมือนจะช้าไปก้าวนึง...

            เพราะจู่ๆ ร่างของเขาก็ถูกฉุดลงใต้น้ำ!

            ปลาหน้าตาประหลาดงับขาของเครมิสเอาไว้ หากยื้อยุดรุนแรงเกินไปอาจโดนฟันคมๆ ตัดขาดได้ ดังนั้นเครมิสจึงไม่เสี่ยงทำอะไรโง่ๆ

            ความดันที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากระดับน้ำที่ลึกขึ้น พร้อมแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ซึ่งเริ่มไกลออกไปเรื่อยๆ จนรอบข้างมืดมิดยากแก่การมองเห็น หูทั้งสองข้างอื้ออึงจนรู้สึกปวด เลือดเริ่มไหลจากบาดแผลบริเวณที่โดนกัดปะปนไปกับสายน้ำเรียกให้ปลากินเนื้อตื่นตัว

            และถ้าไม่รีบหนี...สถานที่นี้อาจเกิดสงครามแย่งอาหารก็เป็นได้

            สีหน้าของเครมิสไม่เหลือเค้าสนุกสนานเช่นเดิมเลยสักนิด ต้องถูกจำกัดการเคลื่อนไหวด้วยแรงต้านน้ำทำให้ทุกอย่างดูช้าไปหมด อากาศในปอดซึ่งเหลือน้อยเต็มทีเพราะถูกฉุดลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว

            เวลาของเขาเริ่มนับถอยหลัง

            เครมิสกางกรงเล็บของตนแล้วจิกลงไปที่ดวงตาของสัตว์ร้าย รีบใช้จังหวะที่มันเผลออ้าปากว่ายหนีขึ้นเหนือผิวน้ำ

            แต่ความเร็วของเขาก็สู้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำมาทั้งชีวิตไม่ได้

            มันรีบว่ายตามอย่างไม่ลดละ ถึงจะเสียตาไปข้างนึงแต่นั่นกลับเป็นการเติมเชื้อไฟกระตุ้นให้ความอยากทานสิ่งมีชีวิตตรงหน้าเพิ่มมากขึ้น คล้ายเป็นการเอาคืนที่ทำร้ายมันชนิดที่อาจตาบอดไปเลยก็ได้

            เล็บมังกรเชียวนะ ไม่เจ็บให้มันรู้กันไป

            มังกรหนุ่มเริ่มอึดอัดหายใจไม่ออก แม้จะกลั้นหายใจได้นานกว่ามนุษย์ปกติ แต่นี่ก็เกือบห้านาทีเข้าไปแล้ว ทั้งยังต้องเสียเลือดเสียพลังกายไปกับการว่ายน้ำ

            ไม่ใช่ยอดมนุษย์นะที่จะเก่งมันซะทุกอย่าง อย่าลืมว่าเขาเป็นมังกรไฟ!

            เครมิสจับปากบนล่างของปลาสุดโหดนี้ไว้ได้ขณะที่มันกำลังพุ่งตัวเข้าหาพร้อมอ้าปากโชว์ฟันสวย แขนทั้งสองสั่นนิดๆ คล้ายเริ่มทนไม่ไหว

            ปัง!

            เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นพร้อมลูกกระสุนที่วิ่งเข้าสู่ปากของสัตว์ร้าย ความเร็วลดลงจากบนบกมากนัก แต่ลิวอิสไม่โง่ที่จะใช้กระสุนธรรมดาให้เปลืองโดยไม่เกิดผล

            เวลาแบบนี้...กระสุนอัดเวทจึงมีประโยชน์มาก

            กระสุนอัดเวทก็คือการนำพลังเวทมนตร์ใส่เข้าไปในลูกกระสุน มีจำหน่ายตามร้านค้าอาวุธทั่วไป คุณภาพอยู่ที่ผู้บรรจุพลัง หากได้นักเวทเก่งๆ ทำก็จะสามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้สูงสุด

            กระสุนที่อัดเวทธาตุลมเข้าไปอย่างเต็มเปี่ยม...ความเร็วจึงไม่น้อยหน้ากระสุนปกติเวลายิงบนบก!

            เสียดายเงินชะมัด!

            ลิวอิสกัดฟันกรอดก่อนจะรีบพาเครมิสขึ้นจากน้ำ อีกฝ่ายตอนนี้แทบจะไม่มีแรงว่ายเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่เห็นว่ายังลืมตาอยู่ โบกไม้โบกมือทักทายเหมือนเวลาคนเพิ่งเจอหน้ากันล่ะก็ เขาคงคิดว่าต้องเตรียมงานศพให้เสียแล้ว

            เมื่อลากสังขารขึ้นมาถึงดาดฟ้าเรือแล้วลิวอิสก็รีบตรงเข้ากระชากคอเสื้อตัวต้นเรื่อง เจ็บตัวอีกจนได้ บอกแล้วไม่ฟัง!”

            “เราฟังแล้วนะเครมิสขมวดคิ้วฉงน ไม่ได้หูหนวกสักหน่อย ได้ยินชัดแจ๋วว่าลิวนีซ่าบอกให้รีบขึ้นเรือ

            ...

         เถียงคำไม่ตกฟากตลอด รู้งี้น่าจะปล่อยให้ถูกกินไปซะได้ก็ดี!

 

            หลังจากนั้นเป็นต้นมาเครมิสก็ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในห้องจนกว่าแผลจะหายสนิททุกจุด โชคดีที่ได้ฮอฟฟ์คอยอยู่เป็นเพื่อนคุย ไม่เช่นนั้นคงเบื่อตายเป็นศพนอนขึ้นอืดคาเตียง พวกเขาแลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองเพราะต่างก็ไม่ค่อยได้ก้าวพ้นรั้วบ้าน

 

บันทึกไม่ประจำวัน

 

            ถูกกักบริเวณเป็นเรื่องที่น่าเบื่อยิ่งกว่าน่าเบื่อ! ทำไมถึงใจร้ายกับเราได้ลงคอนะ ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย เอ...หรือเราทำผิดจริงๆ?

            จะยังไงก็แล้วแต่ แค่เล่นซนนิดหน่อยจนครัวเกือบไฟไหม้ เผลอกระโดดสูงเกินไปจนตอนลงลดความเร็วไม่ทันทำให้พื้นเป็นรู กวนประสาทลิวกิเด้จนแล่นเรือผิดทิศไปรอบนึง

            แค่นี้เอง!

            ไม่เห็นต้องโหดร้ายขังเราไว้ในห้องสักหน่อย การทำแบบนี้มีแต่จะทำให้เกิดความเครียดสะสมจนป่วยทางใจได้ ลิวคันทาไม่เป็นห่วงมังกรน่ารักๆ อย่างเราเลย แย่ๆๆๆ ขนาดท่านแม่ยังไม่เคยลงโทษเราแบบนี้เลยด้วยซ้ำ!

            เอ...หรือเพราะกลัวเราทำบ้านพังหว่า

 

เครมิส ดิมอส

 

            เครมิสหยุดการจดบันทึกระบายอารมณ์ของตนทันทีเพราะในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงฝั่ง หาดทรายขาวเรียงตัวยาวเหมือนมีใครมาจัดวางองค์ประกอบเหล่านี้ไว้อย่างสวยงาม เป็นงานศิลป์ขนาดใหญ่ที่มีธรรมชาติเป็นผู้สร้าง เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเบาๆ พร้อมสายลมที่พัดกลิ่นเกลือแตะจมูก

            ถัดจากหาดทรายขาวเป็นป่าเขียวชอุ่มที่พวกเขา...ต้องเดินเท้ากันอีกไกล

            หมู่บ้านของเผ่าวิหคที่พวกเขาตั้งใจจะพาเด็กน้อยไปส่งอยู่ค่อนข้างลึก ใช้ป่าสูงเป็นเหมือนกำแพงขนาดยักษ์โอบล้อมป้องกันหมู่บ้านไม่ให้ถูกพบเจอได้โดยง่าย แม้จะไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนบุคคลเฉพาะของเผ่า แต่ผู้ที่รู้เส้นทางทั่วผืนป่าละแวกนี้ก็มีแค่พวกเขา

            แล้วพวกเครมิสจะไปถึงหมู่บ้านได้ยังไงในเมื่อเผ่าวิหคเพียงคนเดียวในกลุ่มไม่เคยมาเยือนที่แห่งนี้เลยด้วยซ้ำ

            ฮอฟฟ์ จาโคบัส มาจากหมู่บ้านสาขาย่อยของเผ่าวิหคซึ่งถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่ซาก คนในหมู่บ้านหนีกระเจิดกระเจิงไปอาศัยที่อื่นกันหมด ไม่มีใครคิดบูรณะซ่อมแซมบ้านเกิดของตนเลยสักคน

            แต่มันก็ทำใจยากล่ะนะ...ต้องมองผืนดินที่แห้งกรังเพราะโดนเผาจนบ้านทั้งหลายเหลือเพียงขี้เถ้า ดังนั้นสุดท้ายจึงปรับพื้นที่เท่าที่จะทำได้เพื่อสร้างเป็นสุสานให้แก่ผู้ที่ล่วงลับระหว่างสงคราม

            ทีนี้ก็ต้องหาคนนำทางลิวอิสเก็บแผนที่ลงกระเป๋าเมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่ามาถูกที่ ถ้ามีเด็กคนนี้ไปด้วยก็น่าจะผ่านไปได้

            คิดว่านะ...

            ลิวอิสรู้สึกไม่มั่นใจในความคิดของตนเลยสักนิด ไม่รู้แน่ชัดด้วยซ้ำว่าข่าวลือเรื่องที่จะมีคนในหมู่บ้านคอยออกลาดตระเวนเพื่อติดต่อกับโลกภายนอกนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า และถึงจะเป็นจริงก็ไม่รู้อยู่ดีว่าพวกเขาจะโผล่หน้ามาให้เห็นตอนไหน

            คงไม่ออกมาติดต่อซื้อขายกับเมืองอื่นทุกวันหรอก

            ถัดจากป่ามีเมืองเล็กๆ อีกเมืองหนึ่งซึ่งลิวอิสไม่อยากจะแวะนักเพราะข่าวเรื่องพวกเขาน่าจะแพร่มาถึงได้ไม่ยาก ยิ่งเครมิสทำตัวเด่นเสียขนาดนั้น เชื่อเลยว่ายังไงซะก็ต้องโดนขึ้นประกาศจับ

            แต่จะสั่งจับเป็นหรือตาย...คงต้องรอดูกันอีกที

            เมื่อทำอะไรไม่ได้จึงลองถามความเห็นกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่กลางป่าเขามาหลายสิบปีอย่างเครมิส เผื่อสมองทึบๆ จะมีไอเดียดีๆ ให้ปลื้มใจได้บ้าง นานๆ ทีก็ยังดี นายพอจะหาหมู่บ้านได้ไหม

            “หาหมู่บ้านอะไรเหรอ?

            โป๊ก!

            ลิวอิสเขกหัวคนขี้ลืมทีหนึ่งด้วยความไม่พอใจ ลืมเรื่องพาเด็กคนนี้มาส่งแล้วหรือไง!”

            “ลืมแล้วน่ะสิเครมิสยิ้มหวานจนตาหยี ไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิดเดียว ลิวมูน่ารู้ทางเหรอ?

            “ถ้ารู้แล้วจะถามนายให้เสียเวลาทำไม!”

            ลิวอิสก่ายหน้าผาก ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับคนไร้สาระจึงลองถามเด็กชายที่เงียบมาสักพักแทน พอจะรู้อะไรเกี่ยวกับหมู่บ้านหลักบ้างไหม

            “ไม่เลยครับฮอฟฟ์ส่ายหน้าพลางทำหน้าเศร้า ผมแค่ เกือบได้มาเท่านั้น

            เขาจะได้มาที่แห่งนี้เมื่ออายุครบเก้าปีเพื่อรับการทดสอบประจำเผ่า...ถ้าไม่ถูกจับเป็นทาสเสียก่อน

            เมื่อแวมไพร์หนุ่มรู้ตัวว่าตนพูดสิ่งที่กระทบจิตใจของเด็กชายตรงหน้าไปก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขาไม่ถนัดการรับมือเด็กๆ นัก สำหรับเครมิสแล้วเจ้าตัวเป็นพวกแสดงอะไรออกมาตรงๆ ดังนั้นจึงจับสังเกตไม่ยาก

            แต่กับฮอฟฟ์ที่อายุทางใจโตเกินวัย ทั้งยังเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยเผยความรู้สึกให้เห็นทำเอาลิวอิสพลอยเกร็งไปด้วย เพราะนิสัยแบบนี้...ก็คล้ายเขาตอนเด็กอยู่บ้างเหมือนกัน

            ต่างกันตรงที่เขาไม่เคยโดนทรมานร่างกายจนเย็นชาไร้ความรู้สึกขนาดนั้น

            แต่คนที่ เกลียดชนิดอยากฆ่าให้ตาย...เขาเองก็มีเช่นกัน

            และหวังว่าจะไม่ต้องเจอ คนคนนั้น เร็วๆ นี้

            อ๊ะ! นั่นใช่เผ่านกน้อยแบบฮอฟฟุนเยลหรือเปล่าจู่ๆ เครมิสก็ทำตาลุกวาวเหมือนเห็นของเล่นชิ้นใหม่ นั่นเพราะมีคนบินออกมาจากป่าพร้อมตะกร้าใบโต

            บางทีที่เครมิสตื่นเต้นอาจเพราะท้องหิวจนอยากขโมยของในตะกร้าก็เป็นได้

            มะ...มีอะไรให้ข้าช่วยหรือเปล่าวิหควัยรุ่นท่านนี้ถึงกับเหงื่อตกเมื่อโดนจ้องมากๆ ฮอฟฟ์แอบเห็นมือของชายตรงหน้าที่ถือของอยู่สั่นนิดๆ ด้วยความกลัวด้วยซ้ำ

            ผมล่ะสงสารพี่ชายคนนี้จริงๆ

            เพื่อไม่ให้เครมิสพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่น เราขอกินอะไรหน่อยได้ไหมหรือ ในตะกร้ามีอะไรให้เราทานได้บ้างฮอฟฟ์จึงชิงพูดก่อนไม่ให้วุ่นวาย

            ถ้าเด็กพูดอีกฝ่ายอาจจะคลายความหวาดกลัวลงบ้าง

            พวกผมอยากเข้าหมู่บ้านวิหคเพราะมีเรื่องจำเป็นนิดหน่อย...ร่างเล็กเอ่ยอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้พลางส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน พี่พอจะนำทางให้หน่อยได้ไหมครับ

            ส่งยิ้มออร่าสว่างไสวแบบนั้นใครเห็นก็ต้องใจอ่อน!

            “แล้วพวกท่านมีธุระอะไรกับเผ่าของพวกเรา?แม้จะคลายความหวาดระแวงลงบ้างแต่ก็ต้องยึดกฎของเผ่าเป็นหลัก หากใช้อารมณ์ตัดสินอาจนำพาซึ่งความหายนะแก่ส่วนรวม

            และอาจ...ทำให้ใครต้องตาย

            ธุระของพวกเราสำคัญแน่ลิวอิสหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ เพราะเด็กคนนี้เป็นเผ่าวิหคเช่นกัน

            “ข้าไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครหลอกง่ายๆ หรอกนะชาววิหคท่านเดิมกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ตามประเพณีของเผ่าเราต้องมีการทดสอบที่หมู่บ้านหลัก และข้าเองก็ชมการทดสอบทุกปีแต่ไม่เคยเห็นเจ้าเลยสักครั้ง

            เรื่องการทดสอบอันแสนสำคัญทำให้หัวใจของร่างเล็กกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ เพราะนั่นเป็นความฝันและเป้าหมายของเด็กทุกคน ทุกครอบครัวมักเล่าประสบการณ์สมัยที่ตนเองรับการทดสอบให้ลูกๆ ฟังตั้งแต่ห้าหกขวบ

            พี่คงไม่เคยเห็นผมหรอก...ฮอฟฟ์ฝืนยิ้มแม้จิตใจจะเศร้าหมองเหมือนมีเมฆฝนตกพรำๆ ในห้วงความคิด เพราะผมถูกจับเป็นทาสตั้งแต่สงครามเมื่อคราวนั้น...

            ได้ยินไปแบบนั้นอีกฝ่ายถึงกับทำตะกร้าหล่นพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะรีบตอบโดยพลัน

            “ข้าจะนำทางให้พวกเจ้าเอง!”

 

            กว่าจะผ่านป่าทึบเข้ามาได้กินเวลาไปหลายชั่วโมง ความจริงถ้าใช้ปีกบินจะช่วยร่นเวลาได้มาก แต่ลิวอิสที่ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากให้เท้าลอยจากพื้นปฏิเสธเสียงแข็ง อย่างนึงคือเขาไม่อยากทำให้ชายคนนี้ตกใจกลัว

            อย่าลืมว่าเผ่าพันธุ์แวมไพร์...ก็เป็นปีศาจชนิดหนึ่ง

            หมู่บ้านเผ่าวิหคแห่งนี้มีขนาดพื้นที่กว้างกว่าที่คิดเอาไว้มาก เรียกเป็นเมืองขนาดย่อมเลยก็ว่าได้ ต้นไม้ขนาดใหญ่ชนิดต้องใช้คนเป็นสิบๆ คนถึงจะโอบได้ครบเป็นที่อยู่ใช้ตั้งบ้านของแต่ละครัวเรือน พวกเขาสร้างบ้านบนต้นไม้ บ้างมีบันได้เชือกไว้เป็นทางเลือกสำรองแต่ถ้าปีกไม่บาดเจ็บจนขยับไม่ได้ส่วนใหญ่ก็ใช้การบินเพื่อไปไหนมาไหนตามต้องการ

            สถานที่แห่งนี้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มีเทวดานางฟ้าโบยบินอย่างอิสรเสรี

            ตามพื้นดินก็พอจะมีบ้านบ้างเช่นกัน เหมือนเป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะหลักการตั้งเมืองคือล้มต้นไม้ทิ้งซะเพื่อเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัย แต่ชาววิหคที่สามารถกางปีกออกบินได้ไม่อยากทำร้ายธรรมชาติจึงเลือกที่จะสร้างบ้านบนต้นไม้บ้าง ตามพื้นบ้าง

            สำหรับชาววิหคแล้ว พวกเขาเป็นผู้มา ขออาศัย ไม่ใช่เจ้าของผืนดินที่เหยียบย่างจึงไม่สมควรที่จะทำลายสิ่งที่ไม่ใช่ของของตัวเอง

            ตั้งแต่เข้าหมู่บ้านมามีสายตาหลายสิบคู่จ้องมองด้วยความแปลกใจ พวกเขาสัมผัสได้ว่ามีคนจากเผ่าอื่นปะปนมาด้วย แม้ไม่ทราบสัญชาติแต่ก็ไม่อาจไว้ใจปล่อยให้เดินเล่นไปทั่วได้

            จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเผ่า ตอนนี้เครมิสกับลิวอิสก็ไม่ต่างอะไรกับนักโทษที่ต้องมีคนคอยเฝ้า

            ภายในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด เบื้องหน้าคือหัวหน้าเผ่าวิหคเวลานี้ อายุที่เลยเข้าสู่วัยเจ็ดสิบทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลา เรือนผมกลายเป็นสีขาวเทาตามประสาคนแก่ผมหงอก ไม้เท้าข้างกายมีขนนกหลากสีประดับอยู่พร้อมอัญมณีบริเวณหัว

            สัญลักษณ์ของการเป็นผู้นำ

            เวอเนอร์ พวกเขาเป็นใครหัวหน้าเผ่าคนปัจจุบันถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร จากประสบการณ์ที่มากล้นทำให้สัมผัสชัดเจนถึงไอมืดของเผ่าปีศาจ เจ้าพาพวกโลกมืดมาที่นี่ทำไม!”

            “ฟังข้าก่อน!” ชายเจ้าของนามเวอเนอร์รีบอธิบาย เด็กชายคนนี้เป็นหนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตจากสงคราม อูเรย์ของหมู่บ้านวิหคสาขาย่อยของพวกเรา

            “แล้วทำไมจึงไปอยู่กับ...พวกปีศาจหัวหน้าเผ่ายังคงถามต่อไปโดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าถ้อยคำของเขากระทบจิตใจของลิวอิสมากน้อยเพียงใด

            คนเราเลือกเกิดไม่ได้ และปีศาจ...ก็ไม่ใช่คนเลวเสมอไป

            ฮอฟฟ์จึงเริ่มเล่าตั้งแต่ต้น...

            ย้อนไปเมื่อห้าปีก่อนตอนที่เด็กชายเพิ่งอายุได้หกขวบ หลังฟังเรื่องราวสุดตื่นเต้นของพี่ชายตอนที่รับการทดสอบจากหมู่บ้านหลักเขาก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะพยายามอย่างเต็มที่ ไม่ให้ใครเขาดูถูก แม้จะโดนเปรียบเทียบอยู่บ่อยครั้ง

            แต่สักวัน...เขาจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าฮอฟฟ์ จาโคบัสก็มีดีเหมือนกัน

            พี่ชายของเขาเป็นคนใจดี อ่อนโยน ไม่เคยเลยที่จะแกล้งเขาให้ต้องเจ็บปวด แม้เวลาเขาโดนใครต่อใครดูถูกก็มักได้รอยยิ้มของพี่ช่วยคลายความโศกเศร้าจนหมดสิ้น

            รอยยิ้มที่มอบให้เขาเสมอมา...แม้วินาทีสุดท้ายของชีวิต

            วันนั้นเป็นคืนเดือนมืด ขณะที่เขากำลังนอนหลับสบายข้างๆ พี่ชายเหมือนเช่นทุกวันก็ได้ยินเสียงดัง แรงสั่นสะเทือนจากระเบิดทำให้ไม่อาจสงบใจล้มตัวลงนอนอีกต่อไป ร่างเล็กตัวสั่นด้วยความกลัวหลบอยู่มุมห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะชะโงกหน้าออกไปดูสถานการณ์ทางหน้าต่าง

            พี่ชายสั่งให้เขาซ่อนตัวให้ดีเพื่อจะได้ปลอดภัย ส่วนตัวเองกลับเปิดหน้าต่างออกไปดู ทันใดนั้นเองประตูบ้านก็ถูกเปิดออก วินาทีนั้นเบื้องหลังชายแปลกหน้าฮอฟฟ์จำได้แม่นถึงเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงจนค่ำคืนนั้นสว่างไสวแจ่มชัดกว่าคืนไหนๆ

            แสง...จากกองเพลิงและสีแดงฉานจากเลือดที่หลั่งริน

            เมื่อเห็นผู้บุกรุกและรับรู้ถึงการมาเยือนของแขกไม่พึงประสงค์ พี่ชายชักมีดสั้นที่เข็มขัดออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่ทันที หวังช่วงชิงจังหวะแรกซึ่งจะทำให้เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ

            แต่เรื่องไม่ง่ายเช่นนั้น

            ฮอฟฟ์ได้แต่นั่งมองร่างของพี่โดนชกเข้าที่ท้องจนจุก ล้มลงไปกองกับพื้นกี่ครั้งก็ยังพยายามฝืนลุกขึ้นมาต่อสู้ ทั้งๆ ที่หนีไปก็ทัน

            แต่ที่ยังอยู่ตรงนี้ ยังเจ็บขนาดนี้ มีเพียงเหตุผลเดียว...คือเพื่อปกป้องเขา

            หลังจากโดนซัดไปหลายหมัดพี่ชายก็กระเด็นไปชนตู้เก็บของที่อยู่ใกล้ๆ เลือดไหลจากบาดแผลที่หัวเป็นสายผ่านคิ้วลงมาจนถึงตาข้างซ้ายที่บัดนี้ลืมไม่ขึ้นเพราะการต่อสู้เมื่อครู่

            ดาบเล่มยาวของศัตรูทางเผ่าพันธุ์ฟันลงมาหมายเอาชีวิตร่างเล็กที่เป็นเป้านิ่ง แต่วินาทีนั้นเอง แทนที่ฮอฟฟ์จะได้ไปสบายในดาบเดียว เขากลับต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนเป็นแผลฝังลึกในจิตใจตลอดชีวิต

            เพราะเบื้องหน้าเขา...คือพี่ชายเพียงคนเดียวที่เอาหลังเข้ารับดาบไว้

            แหมะ...

            เลือดที่ไหลรดหน้าอยู่นั้นหยดลงบนใบหน้าของเด็กน้อยที่ได้รับการปกป้องมาโดยตลอด เสียงของผู้เป็นพี่เวลานั้นแหบแห้งไร้กำลัง แต่ก็พยายามพูดกับน้องชายของตนเป็นครั้งสุดท้าย เขากอดร่างเล็กเบาๆ แล้วส่งยิ้มที่สวยที่สุดให้

            ใช้ชีวิตด้วยรอยยิ้ม...แทนพี่ด้วยนะ

            และแล้ว...ทุกอย่างก็ดับมืด

 


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 

17/2/2013

            ทักทายนักอ่านทุกคน แต่ยังมีคนอ่านอยู่ไหมหว่า หรืออ่านเรื่องเสร็จแล้วกดปิดเลย...ช่างเถอะ ทักทายผู้ที่ยังอ่านบทคุยเวิ่นของนักเขียนคนนี้แล้วกันเนอะ เรื่องราวดำเนินมาเกินครึ่งภาคแล้ว (Vol.1 จบที่ 17 บท) นี่ก็บท 10 เข้าไปแล้ว เร็วดีเนอะ

            เรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และอาจมีอะไรบางอย่างชวนให้ตะลึงค้างเช่นกันในท้ายภาค ก็ต้องอดใจรอกันต่อไป หึๆๆๆ

            (//มาดผู้ร้ายในการ์ตูนมาก...)

            ครึ่งหลังเจอกันอาทิตย์หน้านะเออ ส่วนเรื่องส่งต้นฉบับ...สองอาทิตย์กว่าๆ แล้ว รอคอยกันต่อไป ช่วยกันภาวนาด้วยล่ะ!!  ขอฝากอะไรนิดนึง อันนี้เป็นเว็บลงกวีสามบรรทัดล่ะ อ่านเพลินๆ ดี ไรท์เตอร์เอางานไปลงบ้างเหมือนกัน จะตามในเว็บ Bookmoby เลยหรือตามใน Instagram ก็ได้ลงไว้สองที่ (ถ้า instagram จะลงเฉพาะที่ใช้มือถือถ่าย)

 



 
 

            ผ่านวันวาเลนไทน์ไปแล้ว เสียดายแฮะที่ไม่ได้แต่งตอนพิเศษ เพราะงั้น...มาจิ้มโหวตกันหน่อยเร็วว่าอยากให้ช็อกโกแลตกับใครเพราะเดี๋ยวตอนไวท์เดย์จะเอาตอนพิเศษมาลงพร้อมตอบคอมเม้นท์ >w<

            จิ้มโหวตเสร็จอย่าลืมเม้นท์นะว่าอยากพูดอะไรกับคนรับ หรืออยากรีเควสอะไรเป็นพิเศษ เผื่อคำรีเควสนั้นจะไปอยู่ในตอนพิเศษก็ได้นะเออ!  (โหวตแค่คนละครั้งนะ!)


 

 

อยากให้ช็อกโกแลตใคร

  • เครมิส มังกรต๊องสุดแสบซ่า
  • ลิวอิส แวมไพร์แสนซึนเดเระ
  • ฮอฟฟ์ วิหคน้อยผู้มีปมหลัง
  • ฟ่องๆ สิงโตขี้ห่วงขี้หวง

Freeblogpolls

More polls: snabblån




-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

24/2/2013

            วันนี้มาสั้นๆ เพราะจะไปอ่านหนังสือสอบต่อ เป็นอย่างไรบ้างนี่ก็จบไปแล้วกับบท 10 อีกแค่ 7 บทก็จบภาคแรกแล้ว ช่วงหลังจะเพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้นไปอีก รอติดตามกันได้เลย หึๆๆ ท้ายบทนี้ค่อนข้างดราม่าในระดับหนึ่ง แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเรื่องจะจบลงง่ายๆ //ยิ้มเจ้าเล่ห์

            ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ตอนนี้ก็ยังคงรอผลต้นฉบับอยู่ ลุ้นจริงๆ นะเนี่ย แต่ก็ลุ้นกับสอบด้วย...เดี๋ยวสอบ 26 27 แล้วก็ 1 ล่ะ โฮ TOT

            เพราะงั้นขอตัวไปอ่านสอบก่อนนะคะ เจอกันอาทิตย์หน้า แล้วอย่าลืมโหวตโพลวาเลนไทน์ด้วยล่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1249 Nendtime (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 21:24
    ฮอฟฟ์ เหมือนนายจะอายุสมองมากกว่าชาวบ้านนะ
    #1,249
    0
  2. #1060 Marshmallow KinG (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 15:24
    แอบคิดถึงเดวี่ T^T
    #1,060
    0
  3. #925 aongfong39 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มีนาคม 2556 / 16:01
    ฮอฟฟ์น่าสงสารจัง ชีวิตเจออะไรมาเยอะจริงๆ
    #925
    0
  4. #868 CharlotteTear (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 19:11
    ดราม่า... // น้ำตาคลอ
    #868
    0
  5. #864 worm-book (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มีนาคม 2556 / 19:01
    ฮอฟฟ์บทจะน่ากลัวก็ใช้ได้ทีเดียว ส่วนเครมิสยังคงก่อเรื่องไม่หยุดเช่นเดิม...
    แต่สงสารหนูฮอฟฟ์น้อยจัง ;w;
    #864
    0
  6. #863 little-red-cap (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:50
    ฮอฟฟ์น่าสงสารเกินไปแล้วนะ TOT
    #863
    0
  7. #862 ShiroHana (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 07:02
    ค่อก!(กระอักเลือด)ดราม่าาาาาาาาาTT[]TT
    #862
    0
  8. #860 Namfon13 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:10
    หนูฮอฟฟ์! นายมันน่าสงสารเกินไปแล้วววว
    #860
    0
  9. #857 CharlotteTear (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:47
    ฮอฟฟี่ของผมเก่งที่สุด! #ผริดส์
    แต่ทำไมฮอฟฟี่น้อยต้องยั้งมือด้วยล่ะ...ไม่สับหัวให้เละ อย่างน้อยตัดคอมันก็ยังดี มันทำร้ายพี่ชายงี่เง่าของนายเชียวนะ!
    (แว่วเสียงพี่แพรบอกว่านี่ไม่ใช่นิยายกุโระ...)
    #857
    0
  10. #856 little-red-cap (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:04
    ซนไปแล้วนะเครมิส -_-^
    #856
    0
  11. #837 Kviinz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:45
    อีโต้ชนะขาดซินะ เครมิสเองซนไปโว้ยยย มันน่าจับห้อยกับเสากระโดงเรือ = =
    #837
    0
  12. #835 ShiroHana (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:57
    หนูฮอฟฟี่=[]=!!?อิโต้เลยเหรอจ้ะ=w=?มันเบาไปง่ะ มันทำร้ายเครจังต้องสไนเปอร์!!(นึกว่าจะห้าม....)
    #835
    0
  13. #834 นีไนล์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:32
    ฮอฟฟ์น้อยๆน่ารักจังเลยนิ
    แล้วถ้าเครมิสยังเป็นตัวป่วนอยู่แบบนี้จะได้ขึ้นฝั่งอีกทีเมื่อไหร่กันน้า
    #834
    0
  14. #209 kapook mook (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 เมษายน 2555 / 19:45
    น่ารักอ่าาา~
    #209
    0