Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 22 : [CD] บทที่ 9 ก็คนมันยั่วง่าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 9 ก็คนมันยั่วง่าย

 

            ให้ตายเถอะ ผมไม่น่าเชื่อคนแบบพี่จริงๆ!

            ฮอฟฟ์ จาโคบัส เด็กชายชาววิหคตัวน้อยวัยเพียงสิบเอ็ดปีเศษก่นด่าในใจอย่างหัวเสีย ตอนนี้เขาอยู่บนเรือเรียบร้อยแล้วจึงยากนักที่จะหลบหนีได้ อีกทั้งก็ไม่รู้จะไปอยู่กับใคร ให้กลับไปขออาศัยในคฤหาสน์หลังเดิมคงเป็นเรื่องโง่งี่เง่าเกินบรรยาย

            อุตส่าห์มีโอกาสทิ้งสถานะ ทาสของตัวเองเสียที ใครมันจะกลับไปลำบากอีก!

            ไม่มีใครอยากลืมตาตื่นขึ้นแต่เช้าแล้วรีบร้อนลงไปทำงาน ซักผ้า ล้างจาน ปัดกวาดเช็ดถูบ้านที่ใหญ่เกินความจำเป็น หากมีงานเลี้ยงก็ต้องคอยคุมคนงาน รับรองแขกด้วยรอยยิ้มที่แม้จะแสร้งทำเป็นประจำแต่ในใจก็พะอืดพะอมคลื่นไส้

            แขกหลายท่านก็เป็นนักแสดงสวมหน้ากากดีๆ นี่เอง แล้วทำไมคนใช้อย่างเขาจะสวมหน้ากากบ้างไม่ได้

            เพื่อไม่ให้โอกาสสูญเปล่าฮอฟฟ์จึงฝืนทนขึ้นเรือมากับเครมิส แต่ถ้าให้ถูกก็น่าจะเรียกว่าถูกบังคับเสียมากกว่า ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม อีกฝ่ายเล่นส่งสายตาวิ้งๆ เหมือนถ้าเขาปฏิเสธแล้วจะประชดชีวิตด้วยการนั่งงอนเป็นลูกบอล

            แล้วแบบนั้นใครจะกล้าปฏิเสธกัน!

            ใจจริงก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็น โจรเพราะเขาเกลียดอาชีพนี้พอๆ กับพวกมัจฉา หรือให้ถูก...ก็เพราะ โจรนี่แหละที่ทำให้ครอบครัวเขาต้องแยกจากกัน

            พวกหัวรุนแรงที่เที่ยวทำลายหมู่บ้านของคนอื่นก็ไม่ต่างอะไรกับ โจรที่ช่วงชิงทรัพย์สิน ที่อยู่ รวมถึง...ชีวิต

            โชคยังดีที่ลิวอิสมาอธิบายให้เข้าใจว่าหลักๆ แล้วก็ไม่ต่างกับนักผจญภัยทั่วไป แค่บางครั้งอาจเล่นบทโรบินฮู้ดด้วยการขโมยของจากคนรวยไปแบ่งให้คนจน เศษๆ เหลือๆ ก็เก็บเข้าคลังกลุ่มไว้ใช้ซื้อของในอนาคต

            ทำไงได้...เครมิสกินจุจะตายไป

            หลังจากเล่าเรื่องราวโดยละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของเขาที่ถูกขายเป็นทาสให้ทั้งสองฟังเครมิสก็แทบอยากบุกกลับไปลงโทษคนบางคน แม้ฮอฟฟ์จะยิ้มแห้งๆ แล้วบอกให้ลืมความแค้นนี้ไปซะทว่าแววตาโศกเศร้าเจ็บปวดนั้นยังคงฉายชัดยากที่จะเก็บซ่อน

            เห็นแบบนี้แล้วเครมิสก็พลอยซึมไปด้วยเหมือนเข้าใจความรู้สึก

            ยิ้มเข้าไว้นะ เดี๋ยวต้องมีเรื่องดีๆ มาหาแน่!” เขาพยายามให้กำลังใจ แต่แล้วก็เพิ่งจะนึกเรื่องสำคัญออก ว่าแต่พวกเราจะไปไหนกันต่อเหรอ ลิวเนยเว่

            “พาเด็กคนนี้ไปส่งลิวอิสตอบกลับเรียบๆ พลางอ่านแผนที่ในมือต่อ เขายังไม่คุ้นเคยกับการบังคับเรือมากนัก ใช่ว่าจะเป็นนักเดินเรือขั้นเทพได้ในระยะเวลาอันสั้น แม้รู้ภาคทฤษฎีมากแค่ไหน นั่นก็เทียบอะไรไม่ได้เลยกับการออกภาคสนาม

            พาไปส่ง?”

            เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของทั้งสองคน ลิวอิสจึงขยายความต่อ เดี๋ยวพวกเราจะแวะหมู่บ้านเผ่าวิหคสักแห่งแล้วฝากเด็กคนนี้ไว้ที่นั่น

            “อ้าว!”

            ไม่ต้องมาอ้าวเลย ฉันรู้นะว่านายคิดอะไรอยู่ แต่เราจะปล่อยให้เด็กคนนี้มาเดินทางลำบากๆ เสี่ยงอันตรายกับพวกเราได้ยังไงลิวอิสดีดหน้าผากมังกรติงต๊องดังป็อก หัดใช้หัวคิดซะบ้างสิ!”         

            “เราเจ็บนะ!” เครมิสเบ้ปากด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อหันไปมองหน้าเด็กน้อยข้างกายสลับกับลิวอิสแล้วก็พาลแต่จะเศร้ายิ่งกว่าเดิม พาไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ เหรอ...

            “อย่างกับว่าเขาอยากไปกับนายงั้นแหละ

            เครมิสได้ยินแบบนั้นก็รีบหันไปถามร่างเล็กเหมือนพยายามหาหนทางที่จะร่วมเดินทางกันครบสามคนให้ได้ ฮอฟเฟลลี่ก็อยากไปกับเราใช่ไหม!”

            “ผม...ฮอฟฟ์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ยิ่งมาเจอสายตาคาดหวังมากๆ ก็ทำให้ไม่กล้าแม้แต่จะลองคิดทบทวนความต้องการของตัวเองจริงๆ

            ว่าเขาอยากจะอยู่กับคนที่ เหมือนกับเขา เผ่าพันธุ์เดียวกันหรือลองออกสู่โลกกว้างกับคนตรงหน้า

            นับเป็นการตัดสินใจที่ยากเพราะต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เนื่องจากไม่สามารถคาดเดาถึงสิ่งที่จะตามมาในอนาคตของเส้นทางต่างๆ จุดเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เขามีความสุขตลอดชีวิตหรือจมดิ่งลงสู่ความทุกข์ไร้ที่สิ้นสุดดังเดิม

            มีโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งที...ก็ต้องใช้เวลาคิดกันบ้าง

            เมื่อเห็นวิหคน้อยเงียบไปเครมิสก็ไม่พูดอะไรอีก เขาไม่อยากกดดันอีกฝ่ายจนต้องทะเลาะกันเพราะนั่นไม่ช่วยให้เรื่องราวต่างๆ ดีขึ้นเลยสักนิด

            เข็ดทีเดียวหลังจากโดนตบไปเต็มๆ หน้า

            พักเรื่องเครียดๆ ไว้ก่อนแล้วกันเนอะมังกรหนุ่มแลบลิ้นขี้เล่นพลางขยี้หัวของเด็กชายจนฟูไม่เป็นทรงยิ่งกว่าเดิมเหมือนตอนที่แวะไปหาตลอดหลายวันที่ผ่านมา พักกินมื้อเที่ยงกันเถอะนะ

            “วันๆ มีแต่คิดเรื่องกิน...ลิวอิสถอนหายใจอีกหลายทีก่อนจะหันไปถามความเห็นจากเพื่อนร่วมเดินทางชั่วคราวคนใหม่ เห็นว่าทำอาหารเป็นใช่ไหม?”

            เด็กชายพยักหน้ายืนยัน ใช่ครับ

            “งั้นก็ดี จะได้ประเดิมห้องครัวประจำเรือที่แทบไม่เคยใช้ให้เกิดประโยชน์หน่อยลิวอิสยิ้มหวานอย่างสบายใจเพราะกังวลเรื่องข้าวปลาอาหารอยู่เหมือนกัน จะให้ทานแต่ปลาย่าง เนื้อย่าง อะไรย่างๆ ไปตลอดคงเบื่อตายแน่

            ถึงจะเป็นเมนูสุดคลาสสิกที่เครมิสก็ยัง พอทำได้แต่คนมันก็อยากกินอย่างอื่นบ้างนี่!

            “ให้เป็นหน้าที่ของผมเอง

            ฮอฟฟ์ร่าเริงขึ้นทันตา เขาอยากทำประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยเพราะนั่นทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่ากับใครสักคนหนึ่ง อีกทั้งการทำอาหารเป็นสิ่งเดียวที่เด็กชายสนุกไปกับมัน แหงล่ะ ถ้าเทียบกับให้ไปถูพื้นทำความสะอาดบ้านแล้ว...

            ให้ทำอาหารเลี้ยงแขกร้อยคนยังมีความสุขกว่า!

            “งั้นเราจะช่วยนะ!” เครมิสอาสา

            แต่ไม่ทันก้าวเท้าเตรียมมุ่งหน้าสู่ห้องครัวก็โดนขัดเสียก่อน ทั้งฮอฟฟ์และลิวอิสต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย

            อยู่เฉยๆ ไปน่ะดีแล้ว!”

            ขืนปล่อยให้เข้าครัว...ไม่อยากคิดจริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องวุ่นขนาดไหน ท่านแม่ของเครมิสยังออกปากห้าม ยกมือยอมแพ้ว่าไม่สามารถป้องกันความหายนะจาก การช่วยของมังกรต๊องบางตัวได้

            แล้วคนแรงน้อยกว่าอย่างลิวอิสหรือเด็กตัวน้อยๆ อย่างฮอฟฟ์จะไปคุมไหวได้ยังไง!

            “แต่เราอยากช่วยนี่นา...

            “...ทั้งคู่มองหน้ากันเหมือนเข้าใจความคิดอีกฝ่าย ก่อนจะพูดออกมาพร้อมกัน ช่วยอยู่เฉยๆ ไม่ก่อเรื่องจะเป็นพระคุณมาก

           

            เมื่อโดนกันให้ห่างจากครัวเครมิสจึงทำได้แค่นั่งรออาหารมื้อเที่ยงที่ไม่รู้ว่าเด็กน้อยจะสรรค์สร้างอะไรมาให้ทาน แม้จะแวะเวียนไปบ้านหลังนั้นบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยมีครั้งใดที่อีกฝ่ายจะหาอะไรให้กิน ยอมปล่อยเข้ามานั่งเล่นสบายใจเฉิบในห้องก็นับว่าดีแล้ว

            ทุกคนใจร้ายกับเราจังเลย แง่ง!

            สุดท้ายจึงควานหาสมุดบันทึกในกระเป๋ามาจดต่อด้วยความช้ำใจ  
 

บันทึกไม่ประจำวัน

 

            ปฏิบัติการช่วยเหลือฮอฟฟุโร่เป็นไปได้ด้วยดี ถึงจะยังสั่งสอนตาลุงนั่นไม่เต็มที่แต่อย่างน้อยโดยรวมแล้วเรื่องก็จบลงตามที่ต้องการ

            จะดีกว่านี้มากถ้ายอมให้เราเข้าครัวด้วย!

            ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ เราเองก็อยากช่วยทำอาหารบ้างเหมือนกัน ท่านแม่ก็ไม่อนุญาต ลิวมินาก็กำชับเต็มที่ไม่ให้เฉียดเข้าใกล้ ทำตัวอย่างกับจะมาเป็นแม่คนที่สองของเรางั้นแหละ

            ดุกันเข้าไป ไว้เรางอนบ้างจะรู้สึก เชอะ!

            หิวก็หิว เบื่อก็เบื่อ อยากลงไปเล่นน้ำแต่ลิววิล่าบอกว่าต้องรีบเดินทาง กระแสลมกำลังดีจึงควรใช้โอกาสนี้เดินเรือไปยังจุดมุ่งหมายต่อไป...หมู่บ้านวิหค

            ถ้าฮอฟฟิรันไม่ไปต่อจริงๆ...เราคงเศร้าน่าดู

           

เครมิส ดิมอส

 

            อาหารเสร็จแล้วครับ

            เสียงสวรรค์ดังมาแต่ไกลทำให้คนที่ท้องร้องมาหลายครั้งจนแทบอยากแทะไม้แทนมื้อเที่ยงลุกขึ้นทันที เครมิสรีบเดินเข้าไปใกล้หวังจะได้ลิ้มลองฝีมือการทำอาหารของเด็กชายเป็นคนแรก ซึ่งยังไงก็ไม่มีใครคิดแย่งตำแหน่งนี้กับเขา

            ก็นะ...มีกันอยู่แค่สามคนเองนี่

            ไปยกโต๊ะมาตั้งก่อนลิวอิสสั่งงาน เพราะแค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเครมิสแทบจะรับจานมากรอกอาหารเข้าปากหมดเกลี้ยงในเสี้ยววินาที

            เมื่อโดนขัดขวางจึงทำปากยื่นด้วยความไม่พอใจ นั่งพื้นก็ได้นี่นา

            “อย่าชักช้า ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องกิน!” ลิวอิสถือจานข้าวไว้เองเพื่อป้องกันไม่ให้เครมิสใช้กำลังแย่งจากฮอฟฟ์ที่ยังตั้งตัวไม่ค่อยทัน

            เผด็จการที่สุด!”

            ถ้าไม่เผด็จการแล้วจะคุมคนอย่างนายได้ยังไงล่ะ

            ลิวอิสแอบนินทาในใจก่อนจะฝากจานข้าวคืนให้กับฮอฟฟ์แล้วไปยกเก้าอี้มาจัดวางให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องโต๊ะเขาไม่คิดหยิบยื่นความช่วยเหลือใดๆ เพราะคนแรงเยอะอย่างเครมิสสามารถถือมันด้วยตัวคนเดียวได้อยู่แล้ว

            แต่ถ้ากล้าลากไปกับพื้นจนพื้นเป็นรอยล่ะก็ ได้เห็นดีกันแน่!

            โชคยังดีที่เครมิสไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนั้น สงสัยท่านแม่ของเขาจะยังเคยสอนเรื่องพื้นๆ แบบนี้ใส่หัวบ้างเหมือนกัน แม้เจ้าตัวจะจำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตาม

            จะคาดหวังอะไรกับคนอย่างเครมิสล่ะ

            เพียงไม่กี่นาทีโต๊ะเก้าอี้ก็พร้อมใช้งาน เหมือนได้มานั่งทานข้าวชมวิวทิวทัศน์ของน่านน้ำมหาสมุทร ไม่ต่างอะไรกับเรือสำราญส่วนตัว ลิวอิสรินของเหลวข้นสีแดงสดที่ไม่ได้ลิ้มรสมาเนิ่นนานอย่างช้าๆ ยังไงซะเรื่องที่เขาเป็นแวมไพร์ก็รู้กันหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนใดๆ อีก

            แต่ที่น่าแปลก...คือวิธีการดื่มเลือด!

            แวมไพร์หนุ่มสูดกลิ่นหอมหวานของเลือดสดๆ ที่เพิ่งซื้อจากเมือง ก่อนจะใช้ ช้อนตักของเหลวอันเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของตนเข้าปาก ละเลียดทานทีละนิดคล้ายผู้ดีชั้นสูงตามคฤหาสน์ต่างๆ เผลอๆ อาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ

            ลิวอิส โคเวเลนต์ ความ ไม่ปกติของเขาอย่างนึงก็คือ...การดื่มเลือดเหมือนทานซุป!

            ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างช้าๆ มีขั้นตอนตามแบบฉบับเฉพาะตัวเพื่อสามารถเข้าถึงรสชาติแสนหวานละมุนที่นานๆ ครั้งจะได้สัมผัส เลือดนั้นต้องดื่มตอนยังสดๆ ใหม่ๆ หากเก็บทิ้งไว้ก็อาจเสียพลังชีวิตที่แฝงอยู่ภายใน

            และรสชาติก็อาจห่วยลงเรื่อยๆ จนคล้ายนมบูด!

            แต่ก่อนที่จะได้ตักช้อนที่สองก็มีบางสิ่งบางอย่างขัดจังหวะเหมือนสวรรค์ต้องการเล่นตลก

            ตูม!

            “พวกเรา บุก!”

            เสียงระเบิดดังขึ้นเหมือนประกาศสงครามพร้อมคนจำนวนมากที่โผล่มาจากนรกขุมไหนไม่ทราบ ท่าทางจะเป็นโจรสลัดที่ออกปล้นไปทั่วละแวกนี้ พอเจอเรือใหม่เอี่ยมที่ยังคงสภาพแข็งแรงจึงคิดว่าน่าจะเป็นของคนมีเงิน แต่ว่าพวกเขาได้ทำสิ่งที่อันตรายที่สุดลงไปแล้ว

            อะไรน่ะเหรอ...

            ก็การที่ขัดจังหวะคนกำลังจะกินข้าวเที่ยงไงเล่า!

            เครมิสยังไม่ทันได้ชิมอาหารที่ส่งกลิ่นหอมฉุยตรงหน้าก็โดนใครไม่รู้กระชากเก้าอี้จนขาของเขาเกี่ยวเข้ากับขาโต๊ะ และสิ่งที่ตามมาก็คือการต้องทนเห็นภาพของกินน่าทานทั้งหลายร่วงหล่นลงสู่พื้น จานชามแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ต่างอะไรกับจิตใจของเขาที่ถูกทำร้าย

            ทั้งที่ใกล้แค่เอื้อมแต่ก็ไม่ทันได้กินแม้เพียงคำเดียว!

            “แก...เครมิสใช้สรรพนามแตกต่างจากทุกทีบ่งบอกถึงอารมณ์ที่รุนแรงมากพอสมควร กล้าดียังไงมาพังมื้อเที่ยงของเรา!”

            นับเป็นครั้งแรกที่ลิวอิสเห็นด้วยกับมังกรเซ่อซ่า เลือดเหล่านี้เขาได้มาจากโรงพยาบาล กว่าจะหาข้ออ้างสารพัดมาใช้เพื่อซื้อมาทานเป็นรางวัลให้ตัวเองสำหรับความพยายามอดทนอดกลั้นกับเรื่องวุ่นๆ ด้วยฝีมือเครมิส

            บัดนี้...เลือดสีสดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้น

            เสียของชะมัด!

            ลิวอิสกัดฟันกรอด นึกเสียดายทั้งเงินทั้งเวลาที่เสียไป มันน่าทรมานตรงที่สำหรับแวมไพร์แล้ว เลือดก็ไม่ต่างอะไรจากสารเสพติดชนิดหนึ่ง ชั่วขณะที่กำลังดื่มอยู่นั้น หากลิ้มรสไปเพียงหยดเดียวก็ยากนักที่จะหักห้ามความต้องการของตัวเองได้

            ถ้ายังไม่พอใจหรืออิ่มท้องก็อย่าหวังว่าจะเลิกราได้ง่ายๆ

            แล้วนี่เขาเพิ่งได้ทานไปช้อนเดียว...

            พวกแกกล้ามากที่ขัดขวางความสุขเล็กๆ ที่นานๆ ฉันจะได้นั่งสบายๆ จิบเลือดไปพลาง ชมวิวไปพลาง...พลันดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสด เขี้ยวเล็บงอกออกเผยเผ่าพันธุ์แวมไพร์อันได้ชื่อว่าเป็นที่สุดของเหล่าปีศาจ เตรียมตัวชดใช้ได้!”

            เลือดต้องแลกด้วยเลือด!

            ฮอฟฟ์ที่ยืนอยู่ห่างๆ ถึงกับเหงื่อตกกับภาพตรงหน้า ตัวเขาเองก็หิวไม่ใช่น้อย ข้าวปลาอาหารนั้นเขาก็เป็นคนทำ การมาเห็นผลงานของตัวเองถูกทิ้งลงพื้นโดยที่ไม่ทันได้เห็นลูกค้าทานนับเป็นความเจ็บปวดของพ่อครัว

            แต่จะให้อาละวาดเหมือนพี่ชายจำเป็นทั้งสอง...เขาก็ไม่หัวรุนแรงขนาดนั้น

            คนพวกนั้นหาเรื่องตายเองแท้ๆ

 

            เหล่าโจรสลัดที่ตอนแรกกำลังใจเต็มเปี่ยมถึงกับต้องผงะเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางเย็นชาของทั้งสองคน จำนวนที่ต่างกันมากโขทำให้พวกเขา ควรจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ใช้เวลาไม่นานก็คงปล้นเรือลำนี้ได้สำเร็จ ยึดข้าวของตามแต่จะต้องการ

            สุดท้ายก็ทิ้งคนบนเรือให้ขาดอาหารตาย ไม่ก็จับไปเป็นทาส

            แต่ไม่รู้ทำไม...บรรยายกาศตอนนี้จึงกลับกัน

            ผู้บุกรุกกลายเป็นฝ่ายถูกกดดันด้วยรังสีอาฆาตจากหนึ่งมังกรหนึ่งแวมไพร์ อารมณ์เหมือนหนูตัวเล็กๆ กำลังมองราชสีห์คำราม ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวไปไหน จนหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดได้สติจึงสั่งการรบ อย่ามัวแต่นิ่ง จัดการมันเร็วเข้า!”

            เกิดเรื่องแพร่ไปว่าโจรสลัดเป็นร้อยคนมาแพ้ให้กับ ว่าที่โจรสลัดสองคนคงอับอายไม่กล้าออกปล้นไปอีกนาน

            ภาพเหตุการณ์หากมองจากที่สูงคงเหมือนมดงานจำนวนมากกรูเข้าโรมรันศัตรูโดยอาศัยจำนวนเข้าข่ม เมื่อตัวคนเดียวไม่อาจเทียบชั้นได้จึงจำต้องใช้วิชาสามัญ

            ง่ายๆ เลย...การยกพวกรุม

            เครมิสใช้กรงเล็บปัดป้องดาบจำนวนมากอย่างยากลำบาก แม้ใช้ปีกอันแข็งแกร่งเป็นเกราะคุ้มกันแผ่นหลังแต่ศึกด้านหน้าเองก็รับมือไม่หวาดไม่ไหว ผิวหนังของเขาเป็นเนื้อปกติ ไม่ได้มีเกล็ดมังกรปกคลุมทั้งตัว เนื่องจากหากจะเรียกใช้งานก็กินพลังไม่ใช่น้อย

             ถ้ามีเกล็ดหุ้มตัวแล้วก็ใกล้เคียงกับร่างเต็มของเขา ซึ่งนั่นหมายความว่าหากควมคุมผิดพลาดนิดเดียวอาจทำให้ร่างกายเปลี่ยนเป็นมังกรเต็มตัว

            และถ้าอยากกลับสู่ร่างมนุษย์...ต้องใช้เวลาอีกหลายวัน

            เขาไม่อยากเสี่ยงกับความสามารถในการควบคุมพลังของตนเองเพราะรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่จุดแข็งที่เอาไปอวดใครได้เลยสักนิด กว่าจะฝึกการเก็บซ่อนปีกและเรียกออกมาใช้ให้รวดเร็วได้อย่างที่เป็นอยู่ก็ฝึกนานเป็นปีๆ ทำเอาท่านแม่ยอมแพ้ไปหลายหน

            ถ้าไม่ติดว่านั่นเป็นสิ่งสำคัญแทบจะที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตล่ะก็...เธอยอมแพ้ที่จะสอนลูกบ้าๆ คนนี้ไปนานแล้ว!

            ดาบของศัตรูฟาดฟันลงมาไม่หยุดจนเขาเริ่มตาลาย หลายครั้งที่พลาดจนเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ถึงจะหลบเก่งแค่ไหนถ้าเจอการโจมตีจากทุกทิศทุกทางก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะชนะโดยไร้รอยขีดข่วน

            ฉึก!

            มีดสั้นปักลึกลงที่ท่อนแขนจนเครมิสเผลอกัดริมฝีปากของตนเองด้วยความเจ็บปวด แม้จะถีบส่งผู้ไม่ประสงค์ดีท่านนั้นจนตัวลอยแล้วรีบดึงของแหลมคมที่ว่าออกจากตัวอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ต้องให้คุณหมอที่ไหนตรวจก็รู้ได้ว่า...

            มีดนั้นอาบยาพิษ

            โชคดีที่ฤทธิ์ของมันเป็นประเภททำให้ตัวชา ขยับแข็งขยับขาลำบากขึ้นบ้างแต่ไม่รุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตไปในเสี้ยววินาที ทว่าในกลางลานต่อสู้สงครามเช่นนี้หากก้าวพลาดเพียงเล็กน้อยหัวก็อาจไม่มีโอกาสอยู่บนบ่าได้อีกเป็นครั้งที่สอง

            ดวงตาของเขาพร่าเลือนจนความเร็วในการโจมตีสวนกลับและการหลบหลีกลดลงฮวบฮาบ ตาลายจนเห็นดาบซ้อนกันหลายเล่มแยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ

            เคร้ง!

            เสียงดาบเล่มหนึ่งที่เกือบฟาดลงกลางหัวเครมิสถูกรับไว้ได้อย่างทันท่วงทีด้วยฝีมือของแวมไพร์หนุ่มซึ่งใช้ปืนของตนไม่ต่างอะไรจากโล่ ระยะใกล้ขนาดนี้จะให้ยิงออกไปก็อันตราย สุดท้ายเลยต้องใช้การฟาดหัวให้สลบแทน พลิกแพลงอาวุธระยะไกลให้กลายมาเป็นหมัดเหล็กจำเป็นในระยะประชิด

            ไม่เป็นไรนะ

            ลิวอิสถามสั้นๆ ก่อนจะอัดลูกปืนชนิดพิเศษลงในกระบอกเพราะสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดี กางปีกออกแล้วพุ่งตัวขึ้นลอยค้างกลางอากาศ แม้รู้ดีว่านั่นเป็นการกระทำที่ออกจะบ้าบิ่นไปสักหน่อย แต่ถ้าไม่ลองแล้วอาจต้องมาเสียใจภายหลัง

            ฉับพลันลิวอิสยิงกระสุนออกไปสามนัดติดต่อกันโดยไม่มีการบอกเตือนใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งศัตรูทั้งเครมิสต่างตกใจกับการกระทำนี้ ในเมื่อคาดเดาความคิดของอีกฝ่ายไม่ออกมังกรหนุ่มจึงทำได้แค่ยกปีกป้องกันไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

            แต่พอเสียงปืนเงียบลงก็ถูกแทนที่ด้วยหมอกควันหนาซึ่งส่งกลิ่นแปลกๆ จนเขาต้องย่นจมูก

            กลิ่นอะไรเหม็นจัง...

            ขณะที่กำลังสงสัยอยู่นั้นลิวอิสก็ตะโกนดังลั่นจนเขาอดสะดุ้งนิดๆ ไม่ได้

            จุดไฟเดี๋ยวนี้!”

            ไม่ต้องให้พูดซ้ำเป็นครั้งที่สองเครมิสก็เข้าใจ เขากระโดดตัวลอยขึ้นกลางอากาศแม้จะมีโจรสลัดบางคนกอดแข็งกอดขาติดมาบ้างก็ตาม ก่อนจุดไฟที่ปลายนิ้วแล้วเขียนอักขระเวทยิงลูกไฟขนาดย่อมอย่างรวดเร็ว ส่งตรงไปที่ใจกลางหมอกควันสีเทา

            แล้วก็...ตูม!

            ผู้บุกรุกถูกแรงระเบิดพัดกระเด็นจนตกเรือบ้าง กระแทกตามขอบเรือบ้างแต่น้อยคนที่ยังยืนอยู่ได้ ตามเสื้อผ้ามีร่องรอยไฟไหม้เป็นหย่อมๆ ไม่รุนแรงถึงตายเพราะควันของลิวอิสไม่ได้เป็นเชื้อเพลิงอะไรมากนัก หากใช้สารตัวอื่นอาจส่งผลมากกว่านี้ก็เป็นได้

            การผสมผสานของธาตุบางชนิดก็ทำให้เกิดแรงดันมากพอใช้เป็นอาวุธกินพื้นที่รัศมีกว้างในยามคับขัน ขอแค่ว่าเครมิสไม่โง่ขนาดจะไม่เข้าใจว่าควรทำอย่างไร

            พื้นเรือไหม้ไปหลายจุดแต่ยังคงสภาพใช้งานได้ ไม่ถึงกับพรุนจนน้ำเข้า นั่นเพราะลิวอิสรู้อยู่แล้วว่าถ้ามีเครมิสร่วมการเดินทางด้วยย่อมหลีกเลี่ยงโอกาสไฟไหม้ยาก เกิดจู่ๆ เจ้าตัวเดินละเมอจุดไฟเผาวอดวายกันก็ซวยแย่

            จึงแก้ปัญหาด้วยการซื้อเรืออย่างดีคุณภาพเยี่ยม ลงอาคมป้องกันไฟไว้ได้ในระดับหนึ่ง

            แต่จบงานนี้...ก็ต้องบูรณะอีกสักรอบเพราะอาคมอะไรนั่นคงใช้การไม่ได้แล้ว

            ลิวอิสถอนหายใจกับสภาพเรือที่มีอายุไม่กี่เดือนด้วยความปวดหัว แม้จะคิดไว้บ้างว่าออกเดินทางมันต้องใช้งบสูง แต่ใครจะรู้ว่าไปไม่ถึงไหนก็เจออุปสรรคมากมายเสี่ยงต่อการต้องควักเงินจ่าย เขาขยับปีกช้าๆ เพื่อลดระดับลงจนเท้าสัมผัสพื้นจึงรู้สึกปลอดภัย

            อีกหนึ่งความ ไม่ปกติก็คือการที่แวมไพร์คนนี้...เป็นโรคกลัวความสูง!

            เขากลัวความสูงมาตั้งแต่เด็ก จำไม่ได้แล้วว่ามีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ เพียงแต่มันได้ฝังลึกลงภายในจิตใจยากจะลบเลือน ถึงอย่างนั้นลิวอิสก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พยายามฝึกฝนตัวเองอย่างหนักเพื่อเอาชนะความกลัวมาโดยตลอด

            สุดท้ายก็บำบัดได้บ้าง บินเหาะเหินได้เหมือนปกติ แค่ว่า...หน้าซีดเป็นพักๆ เมื่อมองเบื้องล่าง

            คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาถูกคนในเผ่าดูถูก

            จบเรื่องสักที

            แวมไพร์หนุ่มมองบรรดาผู้บุกรุกที่ตอนนี้นอนกองอยู่กับพื้น ไม่มีใครลุกขึ้นมาเปิดยกที่สองอีกด้วยความกลัว คงเพราะคนเหล่านี้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ไม่สามารถบินได้เหมือนอย่างเขากับเครมิส ดังนั้นจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันทีหากไม่สามารถรั้งเท้าทั้งสองของพวกเขาให้แนบติดไปกับพื้น

            จังหวะที่อันตรายที่สุดก็คือตอนที่ยังไม่พ้นระยะวิถีอาวุธ กรณีของเครมิสใช้การกระโดดจึงไม่ค่อยมีปัญหากับการพุ่งตัวออกจากฝูงชน แต่ลิวอิสกว่าจะบินขึ้นไปได้นั้นต้องเสี่ยงการถูกทำร้ายจนปีกหักหรือกรณีเลวร้ายคือใช้การไม่ได้อีก

            เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น...เรื่องคงยุ่งกว่าเดิมเยอะ

            เครมิสทิ้งตัวลงนั่งพื้นบ้างด้วยความอ่อนแรง พิษนั้นยังคงออกฤทธิ์จนยากที่จะฝืนลุกขึ้นยืนทำเป็นเก่งได้เหมือนทุกครั้ง ตอนนี้หากใครอยากกระทืบเขาย่อมเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าแย่งขนมเด็ก จังหวะนั้นเองที่จู่ๆ ก็มีดาบเล่มยาวจ่อไปที่ดวงตาสีเหลืองอำพันของร่างสูง

            ใครบางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเยี่ยงผู้ชนะ

            “ยอมแพ้ซะเถอะ เกมนี้...ข้าชนะ

 

-------------------------------------------------------------------------

3/2/2013

            วันนี้มาลงบท 9 ครึ่งแรกเรียบร้อย เอาจริงๆ ลงไป 4 หน้าครึ่ง จาก 8 หน้า  แต่เกินๆ ครึ่งไปหน่อยนึงเพราะกะจะตัดให้มันพอดีๆ ไม่งั้นตัดที่ครึ่งนึงเป๊ะๆ มันจะออกมาแปลกๆ

            เป็นอย่างไรบ้างกับความ ไม่ปกติอย่างนึงของลิวอิส ส่วนพวกที่บังอาจขัดจังหวะการกินมื้อเที่ยงอันแสนสำคัญของคนอื่นจะจบลงยังไง...ติดตามต่ออาทิตย์หน้าจ้า ^^

            ตอนนี้ได้แต่รอผลต้นฉบับ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ติดที่แรกก็จะส่งต่อไปเรื่อยๆ มันต้องติดสักที่สิ!



-------------------------------------------------------------------------

10/2/2013

            วันนี้มาลงอีกครึ่งเรียบร้อย บทนี้มีบู๊นิดๆ แต่ยังไม่เยอะมาก เพราะช่วงบทหลังๆ มีต่อสู้เยอะ ตรงนี้เลยไม่อยากใส่มาก เดี๋ยวนักอ่านจะเบื่อเสียก่อน แต่ก็ใช่ว่าการโดนโจรสลัดปล้นครั้งนี้จะไม่สำคัญนะ เพราะมันจะไปเชื่อมกับ Vol.2 นิดหน่อยด้วย หึๆๆ //พูดให้อยากแล้วจากไป

            ใกล้สอบปลายภาคซะแล้วสิ แต่คงลงเรื่อยๆ เพราะแต่งจบไปแล้วนี่นา (แค่นักอ่านอาจหายเท่านั้น 555) ใครที่มีสอบก็อ่านสอบก่อนนะเออ ปิดเทอมแล้วค่อยมาตามอ่านก็ได้ ไรท์เตอร์จะรอคอยคอมเม้นท์และตอบกลับเช่นเดิม ก็ไม่รู้ว่าปกติอ่านที่เราตอบเม้นท์กันบ้างหรือเปล่า แต่ถึงไม่อ่าน...เราก็ตอบดังเดิม สนุกดีด้วยแหละ  555

            ไว้เจอกันอาทิตย์หน้านะคะสำหรับบท 10 ^^


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1248 Nendtime (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 21:17
    ใครรรรรรรรรรรรร
    #1,248
    0
  2. #924 aongfong39 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มีนาคม 2556 / 15:38
    นี่สินะที่เขาเรียกว่าโมโหหิว- -
    #924
    0
  3. #855 little-red-cap (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:51
    ไม่มีเวลาพัก
    #855
    0
  4. #831 worm-book (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:26
    ของกินมาเป็นที่หนึ่งตลอดล่ะสำหรับเครมิส...
    ฮาเร๊ ว่าแต่ลิวอิสก็เป็นไปด้วย -________-!!??
    #831
    0
  5. #830 นีไนล์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:34
    สงสารฮอฟฟิเล่จัง เพิ่งจะได้ออกมาผจญโลกกว้างก็เจออะไรแบบนี้ซะแล้ว
    แต่ที่สุดของที่สุดคงเป็นเครมิส เมื่อไหร่จะได้์มีเวลาสงบๆสักกะทีเน้อ^^
    #830
    0
  6. #829 ShiroHana (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:18
    แง้งงงงงงง เครจางงงงงง ใครจะทำอาไรเครจางงงงงง*[]*!!!?
    #829
    0
  7. #828 CharlotteTear (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:20
    อ่ะ...โดนเล่นซะแล้ว ใครบังอาจวางยาเครมิสสส ผมจะสับมานนนนน

    (ปล. ฮอฟฟี่เพิ่งออกมาได้นิดเดียวก็จืดจางหายไปกับสายลมซะแบ้ว... ; ;)
    #828
    0
  8. #827 Namfon13 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:11
    เฮ้ยยยยย ใครมากอีกล่ะเนี่ยยยยยยยยย =[]=
    #827
    0
  9. #825 kusan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:52
    คนบุกจะเป็นไงต่อหละเนี่ย
    #825
    0
  10. #821 วิลเลต (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:52
    อ่า น่าสงสารคนบุกจัง
    #821
    0
  11. #819 นีไนล์ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:11
    อ้า ไม่อยากจะคิดถึงสภาพโจรผู้เคราะห์ร้าย มาตอนไหนไม่มา ดันมาตอนกินข้าวซะได้ สนุกมากมายเรื่องนี้ ขอให้ลงพิมพ์ได้เร็วๆน้า^^
    #819
    0
  12. #817 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:02
    กร๊ากก.. ถึงคราวซวยของโจรแล้วไง ?

    มาตอนไหนไม่มา ดันมาตอนทานข้าว ~

    ถูกใจวิธีทานซุป(?) ของลิวลิ่วซะแล้วล่ะ ! ><
    #817
    0
  13. #816 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:34
    หลังจากนี้ถึงอยากกลับก็กลับไม่ได้แล้วแหละ
    #816
    0
  14. #815 ShiroHana (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:57
    อุ่ย..ระวังเจอเครจังระเบิดลงนะจ้ะ แหม..กวนเค้ามิรู้เวลาเลย=3=
    ปล.ลิว..ถ้าเลือดราคาขึ้นก็หาแหล่งจากข้างๆก็ได้นะ เลือดมังกรงี้นี่ยาชั้นดี=w=b
    #815
    0
  15. #814 Namfon13 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:47
    โอ๊ะแม่เจ้า! โจรสลัดปล้นกันเอง แบบนี้ได้ตายแหงแน่
    หนูมิสจัดการเลยนะ! ลิวอิสก็ด้วย! (>[]<)o

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:17
    #814
    0
  16. #165 Hikaru (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 12:33
    The Pirate เมื่อมังกรอยากเป็นโจรสลัด
    อ่า...หัวเราีเท่านี้แหละมาอัพต่อไวๆเน้อ สู้ๆนะคะ 
    #165
    0