Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 17 : [CD] บทที่ 7 ก็คนมันไม่รู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

บทที่ 7 ก็คนมันไม่รู้

 

            จิ๊บๆๆ เสียงนกน้อยมากมายส่งเสียงเจื้อยแจ้วขับประสานบทเพลงยามเช้าเพื่อปลุกให้สิ่งมีชีวิตอื่นลืมตาขึ้นเตรียมรับวันใหม่ เช่นเดียวกับเด็กน้อยนามฮอฟฟ์ จาโคบัส เขาปรือตาขึ้นช้าๆ พลางปิดปากหาวอย่างงัวเงียเนื่องด้วยเมื่อคืนนอนค่อนข้างดึก

            ทั้งยังติดต่อมาเป็นเวลาหลายวัน...

            เด็กชายไม่อยากคิดถึง ฝันร้ายช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้นักจึงเลี่ยงด้วยการหาจอมแสบที่เขายอมให้ค้างคืน อยากรู้นักว่ายามคนต๊องๆ หลับจะสงบนิ่งน่ารักไร้พิษภัยไหม หากเป็นไปได้ก็อยากลองหยิกแก้มขาวเนียนนั้นบ้าง

            โดนกระทำมาเยอะ...ก็ย่อมอยากเอาคืนบ้างเป็นธรรมดา

            แต่ดูเหมือนฟ้าดินจะไม่เข้าข้างเพราะเมื่อพยายามหากลับพบเพียงความว่างเปล่า กลอนมีร่องรอยการจับต้องเป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายคงกลับออกไปแล้ว

            ไม่คิดร่ำลาหรือรอให้เขาตื่นนอนเสียก่อน

            แต่จะไปโทษเครมิสอย่างเดียวก็ใช่ที ในเมื่อเขายังคงไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายทำงานอะไร บางทีมังกรบ้าๆ ก็อาจมีงานอันแสนสำคัญแต่เช้าตรู่ก็เป็นได้

            ช่างเถอะ รีบไปทำงานดีกว่า

            ร่างเล็กผอมบางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังห้องน้ำส่วนตัวในห้อง จัดการชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งหลายอย่างรวดเร็วไม่โอ้เอ้ชอบเล่นน้ำเป็นชั่วโมงเหมือนเด็กวัยไล่เลี่ยกัน

            อาจเพราะไม่อยากเห็น...รอยแดงเหล่านั้น

            การที่เขาอาบน้ำนานแค่ไหนก็ต้องทนเห็นร่องรอยความเจ็บปวดเหล่านั้นนานยิ่งขึ้น และความทรงจำถึงช่วงเวลาเหล่านั้นก็จะหวนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพหลอน ฮอฟฟ์มีสีหน้าเจ็บปวดทรมานทุกคราที่สัมผัสตามจุดต่างๆ แม้ไม่รุนแรงถึงขั้นปางตายเตรียมส่งโรงพยาบาล แต่เชื่อเลยว่าเด็กวัยเดียวกันมาโดนเข้าบ้างคงร้องไห้ขี้มูกโป่งหนีไปซบตักแม่

            แต่เขาไม่มีโอกาสนั้น อีกแล้ว

            เมื่อคิดถึงจุดนี้ก็ทำได้แค่ปลอบใจตัวเอง เขาสูญเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก สงครามพรากความสุขไปจากเขาจนหมดสิ้น กว่าจะได้ยิ้มจากใจจริงอีกครั้งก็เมื่อเร็วๆ นี้ด้วยฝีมือของใครบางคน

            เขาเกือบจะลืมเสียแล้วถึงสิ่งที่เรียกว่า ความสุข

            การมีเพื่อน...ก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ

            แม้จะเป็นเพื่อนต่างวัยกันมากเกินกว่าจะคาดเดาได้แต่ความเป็นกันเองของเครมิสทำให้เขาเปิดใจ แทบเผลอยอมรับอีกฝ่ายเป็น พี่ชายคนที่สองเลยด้วยซ้ำ

            สุดท้ายแล้วฮอฟฟ์ก็จัดการแต่งตัวด้วยชุดเดิมๆ ให้เรียบร้อย เขาไม่ได้เรื่องมากกับชุดเสื้อผ้ามากนัก และด้วยฐานะของเขาที่ไม่ได้สำคัญนัก ราคาและคุณภาพคงเทียบกับของลูกชายคนโปรดของเจ้าของบ้านไม่ติดฝุ่น แต่เขาก็พอใจกับมัน อย่างน้อยก็ไม่ขาดวิ่นจนน่าเกลียดเหมือนคนเร่ร่อนที่ไม่มีแม้แต่ที่พักอาศัย

            เขาไม่ขอให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีกว่านี้...เพราะมีคนอีกมากที่ทุกข์ทรมานยิ่งกว่า

            นั่นเป็นคติข้อหนึ่งเพื่อทำให้เขารู้สึกโชคดี

            แต่ไม่ทันได้สัมผัสลูกบิดประตูเพื่อลงไปยังชั้นล่างก็มีใครบางคนผลักประตูเข้ามาอย่างรวดเร็วจนเด็กชายเสียหลักล้มลงก้นกระแทกพื้น พอเงยหน้าขึ้นสบตาก็พบคุณชายประจำบ้านทำหน้าขึงขังเหมือนโมโหใครมา ไม่ใช่โกรธธรรมดาเสียด้วย เพราะจากสีหน้าท่าทางแล้วคงถึงขั้นอยากลงไม้ลงมือเชียว

            และคนที่ต้องทน...ก็มีแค่เขา

            ต้องการให้ช่วยอะไรหรือเปล่าครับ?ฮอฟฟ์เอ่ยด้วยถ้อยคำสุภาพ มีหางเสียงเรียบร้อยไม่ให้ใครเขาดูถูกว่าไม่มีมารยาท อีกทั้งน้ำเสียงเรียบนิ่งปราศจากอารมณ์โทสะใดๆ เพราะรู้ดีว่าถ้าเผลอเหวี่ยงใส่หรือแสดงท่าทีไม่พอใจไปล่ะก็ ผลสุดท้ายคงโดนรังแกจนต้องเจ็บตัว

            บุกมาที่ห้องแต่เช้าแบบนี้ทำไมนะ

         ฮอฟฟ์ครุ่นคิดด้วยความสงสัย นานๆ ครั้งที่ไอ้คุณพี่ชายท่านนี้จะเป็นฝ่ายมาหาเรื่องเขาถึงห้องนอน ปกติมักจะเตรียมแผนการรอบริเวณบันได พอสบโอกาสก็แกล้งให้หนำใจแล้วชิ่งหนีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้า

            ยังจะมาตีหน้าซื่ออีก!” ว่าพลางชี้นิ้วแสกกลางหน้าฮอฟฟ์เข้าอย่างจังแล้วพูดต่อ แก...แกขโมยไปใช่ไหม!”

            เมื่อโดนขึ้นเสียงใส่ก็ได้แต่ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม ครับ?

            “ฮึ! คิดว่าทำหน้าไม่รู้เรื่องแล้วจะหลอกทุกคนได้งั้นเหรอร่างสูงกว่าเพียงห้าเซนติเมตรกอดอกเชิดหน้าแล้วตะคอกใส่อีกหนไม่ทันให้ตั้งตัว ฝันไปเถอะ!”

            และแล้วผู้มาเยือนสายฟ้าแลบท่านนี้ก็วิ่งออกจากห้องไป

            ฮอฟฟ์ที่ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นกะพริบตาปริบๆ พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่ได้ยินอย่างถี่ถ้วน แต่ไม่ว่าจะนั่งคิดนอนคิดก็ยังคงสับสนหาคำตอบไม่ได้

            ...พูดเรื่องอะไรกันแน่นะ แต่ก็ช่างเถอะ

            แต่ไม่นาน...เขาก็เข้าใจแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะพูด ช่างเถอะได้เลยสักนิด

           

            เพียะ!

            เสียงแส้สีดำสนิทฟาดลงเต็มๆ ผิวขาวทำให้รอยแดงที่ลาดยาวเป็นลายสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัด ภายในห้องมืดจนไม่น่าเชื่อว่าเวลานี้เป็นเวลากลางวัน มีเพียงแสงสลัวจากตะเกียงเท่านั้นที่ช่วยให้เจ้าของอาวุธอันตรายยังคงมองเห็นนักโทษร่างเล็กซึ่งบัดนี้ถูกพันธนาการข้อมือทั้งสองข้างด้วยโซ่ตรวนเส้นหนา เท้าทั้งสองลอยจากพื้นทำให้ท่อนแขนจำต้องรับน้ำหนักตัวจนแข็งเกร็งเห็นเส้นเลือดปูดโปน

            เพียะ!

            แส้เส้นเดิมฟาดลงมาอีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับเขาที่จะหลบ หากแต่นั่นต้องเป็นยามปกติที่สามารถขยับตัวได้อย่างอิสระ ต่างจากตอนนี้ซึ่งแม้เพียงขยับริมฝีปากเอื้อนเอ่ยคำใดยังไม่กล้า

            เพราะรู้ดี...ว่าคงไม่มีอะไรดีขึ้น

            แกกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง!” เสียงอีกหนึ่งชีวิตในห้องซึ่งเป็นคนลงแส้มาหลายครั้งเป็นเวลาเกือบชั่วโมงตวาดลั่นจนน้ำลายกระเด็นโดนหน้าของผู้เป็นนักโทษ ตอบข้ามาหน่อยซิ!”

            “...ไม่มีเสียงใดตอบกลับ เพราะแค่ฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้งไม่ให้ปิดก็ยากเต็มทน

            เพียะ!

            “ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าหลับ!”

            ร่างนั้นถูกห้อยท่าเดียวกับการถูกตรึงบนไม้กางเขนอันเป็นการลงโทษประหารชีวิตขั้นร้ายแรงชนิดหนึ่งของเมืองละแวกนี้ แม้จะไม่โดนตอกตะปูที่ฝ่ามือแต่การถูกจับให้ลอยจากพื้น อยากสลบก็ไม่ได้เพราะผู้ลงมือจะยิ่งฟาดแส้หนักขึ้น หรือเอาน้ำเย็นเกือบเป็นน้ำแข็งสาดเข้าให้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแผลที่ยังสดนั้นจะแสบมากแค่ไหนยอมต้องน้ำเย็น ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั้งตัว

            ...สำหรับร่างเล็กๆ ที่ยังโตไม่เต็มที่ด้วยซ้ำ 

            เบื้องหน้าของฮอฟฟ์ จาโคบัสคือผู้ที่ตลอดหลายปีมานี้เขาเรียกอีกฝ่ายว่า พ่อคำนี้มีความหมายสำหรับคนอีกมากทั่วโลก ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะ พ่อคือผู้ให้กำเนิด ผู้อบรมเลี้ยงดู คอยให้การสนับสนุนพวกเราจนเติบใหญ่

            แต่สำหรับ พ่อของเขานั้นต่างออกไป เพราะคำคำนั้นมีไว้ใช้แค่เรียกต่อหน้า แขกเท่านั้น

            เพียะ!

            “เอาแต่เงียบอยู่ได้ ไม่คิดจะอธิบายเหตุผลเลยใช่ไหมฮะ!” ผู้มีศักดิ์เป็น พ่อตวาดลั่นแล้วรัวฟาดแส้ที่เริ่มเปรอะเปื้อนรอยเลือดโดยไม่คิดยั้งมือ

            ฮอฟฟ์มองนิ่งๆ ด้วยแววตาไร้ความรู้สึก นึกขันในโชคชะตาตัวเองที่จำต้องแบกรับไม่ว่าจะต้องการหรือไม่

            ผมไม่มีสิทธิ์เถียง เพราะยังไงซะผมมันก็แค่...

            ‘ทาส

 

            “ทาสคนใหม่งั้นรึเสียงทุ้มแฝงน้ำเสียงพอใจเมื่อเห็น ทาสคนใหม่ตัวน้อยสั่นหงกๆ เหมือนลูกไก่ในกำมือ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นลูกหลานของเผ่า ศัตรูของพวกเขามาตั้งแต่ครั้นอดีตกาลนานแสนนานจนจำไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามสัญชาตญาณ

            ...และการล้างแค้นกลับไปกลับมาไม่รู้จักจบ

            เขาถูกใจแววตาสีเทาหม่นที่แสดงความโศกเศร้าออกมาอย่างปิดไม่มิด ก็ไม่แปลกสำหรับเด็กวัยห้าหกขวบที่เพิ่งถูกจับท่ามกลางสงครามซึ่งเต็มไปด้วยการสูญเสีย

            และท่าทาง...เด็กคนนี้จะได้เห็น ความตายมามาก

            แม้จะมีสัญญาสงบศึกของหลายเผ่าพันธุ์ แต่การรบกันหรือเข้ากวาดล้างหมู่บ้านเล็กๆ ยังคงมีให้เห็นบ้าง โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์ที่รบกันมาหลายทศวรรษจนยากนักที่จะยอมทิ้งอาวุธหรือไม่คิดอยากอัดหน้าอีกฝ่ายยามพบเจอ

            พวกเขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์เรืองอำนาจกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นสงครามเล็กๆ เช่นนี้จึงไม่กระทบกับคนหมู่มากจนเผ่าพันธุ์อื่นเข้าแทรกกลางหรือบังคับให้สงบศึก

            ก็แค่ปลา...ทะเลาะกับนก

            เมื่อกาลเวลาผ่านไปสงครามยิบย่อยเช่นนี้จึงยังคงมีให้เห็น...และทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

            ครั้งที่ผ่านมานี้ฝ่ายได้ชัยคือฝั่งมัจฉาซึ่งได้ยึดหมู่บ้านของเผ่าพันธุ์ วิหคขนาดเล็กแห่งหนึ่งกลางป่าเขาไปได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะมีการเตรียมวางแผนอย่างดีจนถึงขั้นส่งสายลอบเข้าไปได้สำเร็จ หากเจาะจากด้านในแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านที่เสาเข็มหักโค่นลง

            ออกแรงอีกเพียงนิดเดียว...ก็แตกหักล้มลงพังพินาศในอึดใจ

            ข้าขอซื้อเจ้านี่แล้วกันชายวัยกลางคนขยับยิ้มบางพลางชี้ไปที่เด็กน้อยน่าสงสาร การค้าทาสที่ตกอับลงเพราะการทำสัญญาสงบศึกเมื่อหลายสิบปีก่อนยังคงดิ้นรนหาช่องทางจากสงครามปะทะระหว่างสองเผ่า

            และดูเหมือนว่าเผ่าที่สามารถโบยบินบนท้องนภาได้อย่างเผ่า วิหคจะขายได้ราคาไม่ใช่น้อยๆ เพราะมีประโยชน์ทั้งด้านการสำรวจ การส่งของ และสุดท้าย...คือความงามเฉพาะที่ธรรมชาติสร้างมา

            ปีกไม่ว่าจะของเผ่าพันธุ์ไหนย่อมแตกต่าง ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้

            เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วจึงรีบตรงดิ่งกลับบ้าน พาหนูน้อยไปอยู่ด้วยโดยไม่ลืมหาเสื้อผ้าสะอาดๆ ให้ใส่ ตอนแรกร่างเล็กมีท่าทีลังเลแต่เมื่อได้ทานข้าวจนอิ่ม อาบน้ำจนเนื้อตัวสะอาดไร้สิ่งสกปรกก็รู้สึกดีขึ้น การมี พ่อคนใหม่อาจไม่เลวร้ายอย่างที่คิด

            แต่เขา...ก็คิดผิด

            เพราะนอกจากจะต้องทำงานดูแลรักษาความสะอาดบ้านซึ่งควรเรียกว่าคฤหาสน์จนเหนื่อยอ่อนทุกวัน เขาต้องรับมือกับลูกหลานของ ท่านพ่อที่คอยแต่จะดูถูกรังแกเพียงเพราะเขาเกิดมาแตกต่าง ต่างสายเลือด และต่าง...เผ่าพันธุ์

            นับเป็นสิ่งที่เปลี่ยนกันไม่ได้ ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน...อนาคต

            หลังจากคุ้นชินกับการอาศัยภายในบ้านหลังนี้แล้วเด็กชายก็พบว่าเขายังโชคดีกว่าเด็กที่ถูกจับท่ามกลางสงครามคนอื่นๆ อีกมาก อย่างน้อยก็ยังได้มีชีวิตต่อ เสี่ยงดวงไปแต่ละวันว่าจะมีโชคได้อยู่สบายๆ บ้างไหม หากช่วงไหนมี แขกมาที่บ้านมากหน่อยเขาก็แค่ต้องเตรียมอาหารมากขึ้น

            แต่วันต่อมา...อย่างน้อยก็ได้พัก

            อยู่มาสองสามปีจนเข้าปีที่สี่นี่แหละ ฮอฟฟ์จึงได้เข้าใจความหมายของคำว่า ตายทั้งเป็น

            คืนที่ พ่อของเขาเรียกตัวให้ไปพบที่ห้องแล้วนำพาไปยัง ห้องลับที่อยู่ชั้นใต้ดิน สั่งให้ถอดเสื้อผ้าท่อนบนออกจนหมด เหลือไว้แค่กางเกงตัวเดียวเท่านั้น จับเขาเฆี่ยนตีเป็นการระบายอารมณ์จากการงานต่างๆ

            รวมถึงความแค้น...ที่มีต่อเผ่าพันธุ์ของเขา

            ภายในห้องนั้นมีอุปกรณ์ทรมานหลายชิ้น บางครั้งก็โดนหยดน้ำตาเทียนบ้าง โดนกดน้ำบ้าง แต่ที่ พ่อของเขาชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นการใช้ แส้เนื่องจากสามารถระบายอารมณ์ออกไปอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเลือกแส้ที่เกลี้ยงเกลา ไม่มีหนามให้ต้องหวาดเสียว เพราะเขาต้องการจะฟาดหลายๆ ครั้ง ไม่ได้เกี่ยวกับว่าต้องรุนแรงจนเลือดตกยางออก

            แต่สำหรับเด็กชายแล้ว...โดนฟาดจนสลบภายในสองสามทีเห็นจะสบายกว่า

            สุดท้าย ฮอฟฟ์ จาโคบัส ก็เป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์ที่จำต้องควบตำแหน่งคนใช้ พ่อครัว และเป็น ของเล่นให้ลูกชายของเขารังแก

            แต่ การรังแกกลายเป็นการเล่นของเด็กๆ ไปเลยถ้าเทียบกับ การทรมาน

            เพราะงั้นเขาถึงไม่เคยเดือดร้อนอะไรเวลาเจอการแกล้งแบบ เด็กๆ เหล่านั้น

            เพียะ!

            “ว่าไง โดนฟาดจนสมองฝ่อไปแล้วเหรอ!”      

            เขาเลิกคิดถึงเรื่องในอดีต พยายามดึงสติของตัวเองเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าหากเขามีท่าทีจะหมดสติไปก็คงโดนสาดน้ำหรือจับกดน้ำให้ฟื้นขึ้นมาใหม่อยู่ดี แม้จะโดนทารุณเช่นนี้มายาวนานแต่กลับไม่มีน้ำตาให้เห็น สีหน้าและนัยน์ตาที่ว่างเปล่าทำให้ฝ่ายลงแส้หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

            ฮอฟฟ์นิ่งจนเหมือนไร้จิตใจเพราะเขารู้ว่าถึงจะดิ้นรนยังไงก็คงไม่มีทางหลุดจากสภาพที่เป็นอยู่นี้ได้ง่ายๆ เรื่องราวในอดีตสอนเขามามาก จากแรกๆ ที่ร้องไห้ฟูมฟายเพราะความเจ็บปวดที่ไม่คุ้นเคย หรืออ้อนวอนให้ตายยังไงคนตรงหน้าก็ไม่มีคำว่าเห็นใจ

            เขา...ที่เป็นทาสคนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

            การทรมานยังคงดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเพียงเพราะเขาเผลอหลุดพูดไปว่า ผมแค่คุยอยู่กับเพื่อนคนนึงเท่านั้นพริบตาเดียวก็ถูกโยนตำแหน่ง สายโจรให้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ถึงแม้จะยืนยันความบริสุทธิ์ยังไง หรือถ้ามีโจรปล้นบ้านจริงโดยไม่เกี่ยวอะไรกับเขา

            ทาสอย่างเขาก็ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

            ติ๋ง...ติ๋ง...

            เลือดไหลยาวตั้งแต่อกจนถึงปลายเท้า หยดลงบนพื้นเหมือนก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิท เสียงแส้ดังไปอีกสักพักจนหลังๆ มานี้ร่างเล็กหูอื้อแทบไม่ได้ยินอะไร คงเพราะสติที่ใกล้จะดับวูบชนิดฝืนเท่าไรก็ไม่เป็นผล ตามมาด้วยสีหน้าเจ็บปวดทุกข์ทรมานทั้งกาย...และใจ

            ผมไม่น่าไว้ใจพี่เลยจริงๆ...พี่เครมิส

           

            ความหนาวเย็นแล่นเข้าสู่แผ่นหลังของร่างสูงจนสะดุ้ง เขาหันซ้ายหันขวาว่ามีใครกำลังจับจ้องหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าไม่มีใครสนใจมองมาเลยสักคน ความรู้สึกเมื่อครู่ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างในกายขึ้นมาเหมือนต้องการเตือนถึงบางสิ่ง

            ...ก่อนที่มันจะสายเกินแก้

            เครมิสรู้สึกเป็นห่วงฮอฟฟ์อย่างบอกไม่ถูก แม้ก่อนจากมาจะจัดผ้าห่มที่เลื่อนหลุดจากตัวของเด็กชายให้เรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่นั่นไม่ช่วยคลายความรู้สึกว้าวุ่นในอกตอนนี้ได้เลยสักนิด ลางสังหรณ์ของเขาบอกให้รีบตรงดิ่งไปยังคฤหาสน์หลังเดิม

            คฤหาสน์...ที่พวกเขาเพิ่งจะ ปล้นมา

            ลิวอิสฉกฉวยข้าวของออกมาแต่พองาม ไม่เยอะจนเดือดร้อนแก่ทางบ้าน แต่ก็มากพอจะใช้บริจาคให้คนยากจน เด็กกำพร้า แล้วที่เหลือก็เก็บเข้ากระเป๋าตัวเองเพื่อนำไปขายในเมืองอื่น ก่อนจะซื้อเสบียงให้มากพอเดินทางไปได้อีกสักพักใหญ่

            ใครจะโง่ขายที่เมืองนี้ให้เสี่ยงโดนจับกันเล่า!

            อีกไม่นานก็ต้องรีบออกเดินทางต่อก่อนใครต่อใครจะไหวตัวทัน เพราะในไม่ช้าคงมีประกาศตามจับให้ทั่วเมือง เมื่อเลือกกระตุกหนวดเสือเจ้าถิ่นก็ต้องเตรียมรับสภาพและผลกระทบที่จะตามมา

            แต่ลิวอิสก็ใช่ว่าจะชั่วร้ายขนาดปล้นใครโดยไม่สืบประวัติ เขารู้ว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นฉ้อโกงมามาก ข่มขู่เจ้าเมืองและชาวเมืองจนตัวเองเรืองอำนาจอยู่คนเดียว

            ส่วนข่าวลือเรื่องที่มีทาสหลายคนเคยถูกเขาทรมานจนตายนั้นมีให้กระทบหูบ้าง แต่หลักฐานไม่มากพอ ไม่เช่นนั้นก่อนไปลิวอิสคงจัดการแฉความชั่วเสียหมดเปลือก ถ้าทำคุณให้กับเมืองนี้ พวกเขาจะได้ไม่ตามจับให้มากความ

            ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวยังไงล่ะ

            เครมิสเดินเข้าไปหาลิวอิสที่อยู่ท่ามกลางดงคนยากคนจนซึ่งตอนนี้แทบจะยกให้พวกเขาเป็นวีรบุรุษเยี่ยงโรบินฮู้ด ลิวเวลเม่ เราขอแวะไปที่คฤหาสน์หลังนั้นได้ไหม

            จะแวะไปที่นั่นอีกทำไม?ลิวอิสเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจความคิดของคนตรงหน้าเลยสักนิดว่าใช้ส่วนไหนของสมองออกคำสั่ง เพราะสิ่งที่พูดมาแต่ละครั้งชวนปวดหัวทั้งนั้น บอกเหตุผลดีๆ มาสักข้อแล้วฉันจะปล่อยให้นายไป

            แต่ทางที่ดี...อย่าทำตัวโง่ๆ ด้วยการกลับไปให้เขาจับเอาง่ายๆ จะดีที่สุด

            “เรา...มังกรหนุ่มมีสีหน้าจริงจังจนลิวอิสถอยกรูดด้วยความไม่เคยชิน แต่สุดท้าย... เราก็ไม่รู้เหมือนกันอะ

            ...คนงี่เง่าก็ยังคงหาสาระไม่ได้เช่นเดิม

            เมื่อยังคงไม่แน่ใจกับความรู้สึกของตัวเองเครมิสจึงตัดสินใจหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ ตามประสาคนว่างงาน เพราะลิวอิสไม่อนุญาตให้เขาแตะต้องเครื่องเงินที่ขโมยมาเลยสักนิด

            กลัวว่าเขา...จะเผลอกินมันล่ะมั้ง

            ทั้งๆ ที่ดูน่าอร่อยมากแท้ๆ



บันทึกไม่ประจำวัน

 

            เราไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าที่ทำไปมันจะดีแน่หรือเปล่า ถึงแม้เจ้าของบ้านหลังนั้นจะเลวจริงๆ ก็ตาม แต่ที่น่าห่วงคือฮอฟฟาวเช่จะโดนลูกหลงจากเรื่องครั้งนี้ไปด้วยนี่สิ ถ้าแค่ดุๆ ด่าๆ ต่อว่านิดหน่อยก็คงไม่เป็นอะไรนัก

            แต่ถ้า...ถ้าโดนตีล่ะ!

            ต้องเจ็บมากแน่ๆ ขนาดเราโดนท่านแม่ลงโทษนิดๆ หน่อยๆ ยังระบมเลย ถ้าฮอฟฟุรินที่ทั้งบอบบาง ตัวก็เล็ก แรงก็น้อย โดนเข้าไปล่ะก็...ไม่อยากจะคิดเลย

            เพราะงั้น...เราตัดสินใจแล้วว่าจะต้องไปเยี่ยมสักหน่อย!       

 

เครมิส ดิมอส

 

            ไม่รอช้า ร่างสูงเก็บสมุดบันทึกลงกระเป๋าใบเก่งแล้วถลาออกไปไม่ทันให้ลิวอิสได้ห้ามปราม เมื่อเห็นว่าอย่างไรเสียก็คงวิ่งตามเครมิสไม่ทัน ปีศาจหนุ่มจึงถือเสียว่าเลยตามเลย อย่างมากถ้าโดนจับขึ้นมาก็แค่อาละวาดต่อสู้สักหน่อยเป็นการยืดเส้นยืดสาย

            เพราะเมืองแห่งนี้เป็นที่อยู่ของเผ่า มัจฉาซะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพวกคนชั้นสูง ดังนั้นเหล่าทหารที่ถูกส่งตัวมาจับกุมก็น่าจะมีเผ่านั้นอยู่เกินครึ่ง

            ปลาเจอไฟ = ปลาย่างหอมอร่อย

            เพียงอึดใจเดียวก็เห็นคฤหาสน์หลังโตอยู่ในระยะสายตา จากขนาดเล็กๆ ขยายใหญ่เด่นชัดขึ้นเมื่อระยะทางเหลือเพียงไม่กี่สิบเมตร เครมิสร่อนลงตรงหน้าต่างบานเดิมที่เขาใช้เป็นประตูทางเข้ามาตลอดสัปดาห์ แต่คราวนี้...มันต่างออกไป

            ปลายนิ้วที่กำลังจะสัมผัสบานหน้าต่างเพื่อเปิดออกเหมือนทุกๆ วันพลันต้องชะงักเมื่อรู้สึกได้ถึงกระแสเวทมนตร์อันตราย อาคมถูกเปิดใช้งานชนิดที่ไม่อาจจับต้องหากด้านในมีการลงกลอนไว้

            แปลกจัง...หรือฮอฟโฟชี่จะยังไม่ตื่น?

            คิดไปคิดมานี่มันก็เลยเที่ยงมานานแล้ว หากยังขลุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มก็เห็นจะเป็นนิสัยที่ขี้เกียจเกินไปเสียหน่อย เครมิสพยายามมองลึกไปในห้องหวังส่งสัญญาณเรียกให้เด็กชายเปิดหน้าต่างให้ ทว่าสุดท้ายในห้องก็มีเพียงความว่างเปล่า

            สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้...คือรอ

 

            หลังจากความทรมานชนิดที่ความตายกลายเป็นเรื่องน่ายินดี ฮอฟฟ์ถูกปล่อยตัวให้กลับไปทำแผลที่ห้องท่ามกลางความไม่พอใจของคนอื่นๆ ในบ้าน แต่กระนั้นแล้ว พ่อของเขาก็ยังอยากเก็บทาสที่สามารถทำประโยชน์ได้เอาไว้

            ทำความสะอาดก็ได้ ทำอาหารก็ดี เป็นเครื่องระบายอารมณ์ชั้นเยี่ยมที่อดทนกว่าที่คิด ไหนจะใบหน้าที่ยังอ่อนวัยของเผ่าพันธุ์วิหคซึ่งนับวันจะหาจับมาเป็นทาสยากขึ้นทุกที

            ในเมื่อมี ปีกจะยอมให้ถูกพันธนาการง่ายๆ ได้อย่างไร

            ร่างเล็กพยุงสังขารของตนเดินไปตามทางอย่างยากลำบาก เส้นทางที่คุ้นเคยบัดนี้ช่างยาวไกลเมื่อเรี่ยวแรงแทบไม่เหลือ เลือดที่หลั่งรินออกจากกายหยดทิ้งเป็นรอยไว้ให้เห็น ซึ่งคนที่มีหน้าที่ต้องมาทำความสะอาดภายหลังก็คือเขาเองอีกนั่นแหละ

            เสื้อผ้าขาดวิ่นจากการถูกมีดคมๆ กรีดจนน่าหวาดเสียว บางครั้งที่อีกฝ่ายจงใจบาดผิวหนังของเขาจนเลือดซิบ ไม่แปลกเลยหากใครมาเจอเขาตอนนี้แล้วจะเป็นลมหมดสติด้วยความตกใจ สภาพที่เหมือนเพิ่งฟื้นคืนจากความตาย

            เหมือนศพเดินได้ไม่มีผิด

            แววตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก เลือดที่เลอะแห้งกรังติดตามเสื้อผ้า รอยฟกช้ำตามตัวจากการถูกซ้อม ทุกอย่างนี้เทียบไม่ได้เลยกับ บาดแผลอีกแห่งของเขา

            บาดแผล...ทางใจ

            ไม่น่าเลยจริงๆ...ไม่น่าโง่โดนเขาหลอกเลยให้ตาย!

            คิดไม่ทันถึงไหนเมื่อเปิดประตูห้องออกก็เห็นใครบางคนยืนอยู่กลางห้อง แผ่นหลังนั้นเมื่อเห็นปุ๊บก็จำได้ทันที เพราะนั่นคือชายคนที่เขาไม่อยากเห็นหน้าที่สุด คนที่เขาแค้นใจพอๆ กับพวกมัจฉาแสนโหดร้ายนั่น

            เครมิสหันมามองเจ้าของห้องที่เพิ่งกลับมาแล้วก็ส่งยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลับมาแล้วเหรอ ฮอฟฟูจี้

            “เข้ามาได้ยังไงน่ะ!” ฮอฟฟ์ปิดประตูเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงออกไปข้างนอกจนคนในบ้านมาได้ยินเข้า หากเจอเขาพร้อมๆ กับเครมิสล่ะก็ ปฏิเสธให้ตายคงไม่มีใครเชื่อว่าเขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการปล้นครั้งนี้

            มังกรหนุ่มซ่อนมือที่บาดเจ็บเพราะฝืนจับหน้าต่างลงอาคมเพื่อไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเป็นห่วง ถ้าต้องเห็นสีหน้าไม่สบายใจของคนตรงหน้าเขาคงเจ็บกว่าแผลเหล่านั้นเยอะ

            ก็ใช้ทริคนิดหน่อย...อ๊ะ!” จู่ๆ เครมิสก็เบิกตากว้าง รีบพุ่งตัวเข้าหาร่างเล็กด้วยความตกใจ มองบาดแผลฉกรรจ์ตามตัวด้วยสายตาเป็นห่วงที่แสดงออกชัดอย่างตรงไปตรงมา ไปโดนอะไรมาน่ะ!”

            “ไม่ใช่เรื่องของคุณ

            เด็กชายเปลี่ยนสรรพนามจาก พี่เป็น คุณเนื่องจากไม่อยากนับญาติกับคนที่เพิ่งทำให้เขาถูกทรมานมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงจนร่างกายแทบรับไม่ไหว

            ร่างกาย...รวมถึงจิตใจ

            เมื่อพูดจบก็ไม่คิดอยากจะเสวนากับคนตรงหน้าอีก ฮอฟฟ์รู้ดีว่าการไล่เครมิสเป็นเรื่องยาก จะใช้กำลังก็สู้ไม่ไหว จะเถียงต่อก็ไม่มีแรง สุดท้ายจึงเลือกที่จะนั่งทำแผลของตนโดยไม่สนใจว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นบุกรุกห้องนอนของตนอยู่

            ฮอฟฟ์ทำแผลอย่างชำนาญ คงเพราะตลอดสองสามปีที่ผ่านมาต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกใช้เป็นเครื่องระบายอารมณ์ ถ้าแค่ปฐมพยาบาลนิดๆ หน่อยๆ ไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด ขอแค่ไม่ถึงขั้นกระดูกหักหรือแผลลึกจนต้องเย็บก็ไม่จำเป็นต้องถึงมือหมอ

            เพราะถ้าทำให้คนในบ้านต้องเจียดเงินมารักษา...คงโดนใช้งานหนักขึ้นจนถึงขั้นล้มทั้งยืน

            ให้เราช่วยทำแผลนะเครมิสพยายามช่วย เขาหยิบสำลีชุบแอลกอฮอลล์หวังเป็นลูกมือ แม้ปกติจะไม่ค่อยใช้ของพวกนี้นัก แต่หลังจากจ้องคนตรงหน้าทำความสะอาดแผลไปทีละจุดเรื่อยๆ ก็พอจะเข้าใจว่าควรทำยังไง

            คนมันเรียนรู้เร็ว จำเร็ว ลืมเร็ว

            อย่ามายุ่ง...ฮอฟฟ์ปฏิเสธเสียงเย็น

            มังกรหนุ่มยังคงยิ้มกว้างเหมือนเป็นเรื่องสนุก ทำเสียงทีเล่นทีจริงชวนให้โมโหยิ่งกว่าเดิม น่าๆ ไม่เจ็บหรอก เด็กดีให้เราช่วยทำแผลดีกว่าเนอะ

            “บอกว่าอย่ามายุ่งยังไงล่ะ!”

            เพียะ!

            ฮอฟฟ์ตบหน้าใครบางคนจนหน้าหัน ตัวเขาสั่นกึกเหมือนสะกดกลั้นอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป ยิ่งเห็นแววตาซื่อๆ ของอีกฝ่ายส่งมาเหมือนต้องการถามว่าตัวเองทำอะไรผิดแล้วก็ยิ่งโมโห

            ในเมื่ออีกฝ่าย...ไม่เข้าใจความทรมานของเขาเลยสักนิด

            ทุกอย่างก็เพราะคุณนั่นแหละ...จู่ๆ พลันน้ำตาที่ไม่ได้หลั่งมานานก็ไหลอาบแก้มเหมือนทนไม่ไหวอีกต่อไป ออกไปจากชีวิตผมสักที!”

            เพราะคุณคนเดียว...ผมถึงต้องเจอความรู้สึกแบบนี้อีก

            ความรู้สึกของคนโดนหักหลัง


----------------------------------------------------------------------------------
13/1/13

            มาลงเต็มๆ แล้วนะ เป็นไงบ้าง ช่วงนี้ดูดราม่าๆ แปลกๆ โถๆ หนูฮอฟฟ์ผู้น่าสงสาร อย่าทำตัวน่าสงสารมากเลย เดี๋ยวนักอ่านโดดถีบไรท์เตอร์

            มีเรื่องต้องแจ้ง...แต่งไม่ทันส่งวันนี้อะ แง T^T  ขาดไปอีกแค่นิดเดียวเอง เท่าที่คำนวณเวลาต้องใช้เวลาอีก 6 ชั่วโมงถึงจะแต่งและเคลียร์คำผิดหมด  น่าเสียดายแฮะ  อยากส่งวันนี้เพราะเลขสวย 13/1/13 แต่เอาเถอะ ไว้จะส่งต้นฉบับวันที่ 15 ไม่ก็ 16 แทน ดูว่าเพื่อนวาดภาพให้เสร็จรึยัง
   

            พูดถึงภาพอะไรน่ะเหรอ?  ก็ภาพโดย KS อีกเช่นเดิม แต่มาแค่เส้นนะ โดยมี เครมิส ลิวอิส และฮอฟฟ์ สามตัวจ้า จะส่งไปพร้อมต้นฉบับ แล้วเดี๋ยวจะลงให้นักอ่านทุกคนได้ยลสักวันที่ 19 ไม่ก็ 20
            ไว้เจอกันอาทิตย์หน้านะ ช่วงนี้คงลงไม่เลทแน่ๆ เพราะแต่งล่วงหน้าจะจบแล้ว ฟิตใช่ไหมล่ะ  1 อาทิตย์ปาไป 80 กว่าหน้า ฮ่าๆๆ อย่าลืมมารอดูรูป และรออ่านบทต่อๆ ไปนะ รับรองว่ารีไรต์รอบนี้...เข้มข้นกว่าเดิมเยอะ!!   

      

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1320 dinn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2557 / 18:55
    ดราม่าๆๆๆๆๆ น่าสงสารฮอฟฟ์อ่ะ T T
    #1,320
    0
  2. #1281 prewwy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 19:25
    โอ๋เอ๋ ฮอฟคุง เครมิสเค้าไม่ใช่คนไม่ดีนะ แม้จะไม่ปกติเลยก็เถอะ
    เครมิสรีบๆ ง้อฮอฟเร็วๆ ล่ะ!!!
    #1,281
    0
  3. #1246 Nendtime (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 20:07
    ฮอฟฟ์น่าสงสารที่สุดเลย แงๆๆๆๆ
    #1,246
    0
  4. #852 little-red-cap (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:26
    เอาฮอฟฟ์มาเป็นพวกเลย!
    #852
    0
  5. #793 kard-kard (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 16:26
    ฮอฟฟ์น่าสงสาร เครมิสหอบฮอฟฟ์หนีขึ้นเรือเลยนะ!!
    #793
    0
  6. #773 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 12:37
    เฮ้อ... ฮอฟฟี่ของเราโดนทำร้ายจิตใจซะแล้วแฮะ ! 

    คืนดีกันไวๆล่ะพวกเจ้า !
    #773
    0
  7. #772 worm-book (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 12:07
    อ๊า...ฮอฟฟ์มีอดีตมืดมนอะไรอย่างนี้
    จะโกรธลิวๆก็โกรธไม่ลงอะนะ แต่ฮอฟฟ์ดันโดนลูกหลงไปด้วยนี่ก็...ฮือ T_T
    #772
    0
  8. #771 rinray (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 09:18
    อ๊ากกกกก ค้าง
    #771
    0
  9. #769 Em.S.End (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 21:09
    ว่าแล้ว่าฮอฟฟ์กับพ่อมีอะไรไม่ใช่อย่างที่คนเขียนแอบให้คนอ่านคิดลึก
    เครมิสเอ๋ย ตอนหน้าอาละวาดให้หนักแก้แค้นให้ฮอฟฟีลูด้วยน้า
    ปล.แอดเรื่องใหม่ไว้ละ
    #769
    0
  10. #768 ShiroHana (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 18:50
    ดราม่า~TT[]TT ลิวลิวใจร้ายอ่า~ทั้งคุณป่าทั้งคุณพี่ก็ใจร้าย~
    #768
    0
  11. #767 Namfon13 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มกราคม 2556 / 14:44
    แง้งงงงงง อดทนไว้หนูฮอฟฟ์ T[]T
    #767
    0
  12. #765 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 14:42
    โน่ววว.. เครมมี่เจ้าขโมยอะไรไปรึเปล่าฮะ ถ้าใช่น่ะรีบเอามาคืนด่วนเลยนาเหวย

    ฮอฟฟี่อดทนไว้นะคะ เดี๋ยวมาม๊า(?)จะเป็นกำลังใจให้นะ ; w ;
    #765
    0
  13. #763 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 13:36
    กลับมารับผิดเร็วๆเลยนะเครมิส
    #763
    0
  14. #761 annaaa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 13:14
    น่าสงสารที่สุดเลย
    #761
    0
  15. #760 วิลเลต (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 11:55
    เครมิส นายกลับมารับผิดชอบเดี๋ยวนี้เลยนะ
    #760
    0
  16. #759 rinray (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 21:04
    ขออาหารจานหลักด้วยสิค่ะ! โหดร้ายนักให้มาแค่น้ำจิ้มTT
    #759
    0
  17. #758 Namfon13 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 20:51
    หนูมิสไปไหนนนนนน =[]=
    มาช่วยหนูฮอฟฟ์ด่วนนนนน!
    #758
    0
  18. #757 ShiroHana (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 20:27
    ฮอฟน่าสงสารง่า~TT[]TT
    #757
    0
  19. #756 koori yuki (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2556 / 20:19
    งือ ~ ฮอฟฟ์คุง น่าสงสารง่า T-T ~
    #756
    0
  20. #651 CharlotteTear (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 14:35
    พี่แพร...ทำร้ายจิตใจสาวโชตะมาก ฮอฟฟ์คุง...//ทรุด
    เครมิสกับลิววี่มารับผิดชอบเดี๋ยวนี้เลยนะ!
    #651
    0
  21. #585 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 21:33
    ฟริตซี่ใสม้ากกกก...
    ฮาห์นนี่คือใครกันหนอ จะได้มาเป็นพวกบ้างไหมหนอ...
    แล้วเจ้านั่นคือใครกันน้ออ 

    ติดตาม!
    #585
    0
  22. #513 Bow's Ansia (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 18:38
    ฟริตซ์ซื่้อมาก แบบนี้โดนเครมิสแกล้งแน่เลย T_T
    #513
    0
  23. #496 FernoiiZ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2555 / 23:38
    ยังดื้อเหมือนเดิมเลยนะ 55

    ช่วงนี้ไม่ว่างมาอ่านเลยค่ะ TT คิดถึงจัง
    #496
    0
  24. #309 Joker Mask (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2555 / 18:05
    รุ้จักกับใครในเรือโจรสลัดด้วยเหรอครับ
    #309
    0
  25. #154 worm-book (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 14:19
    เอ้าๆๆ หาเรื่องใส่ตัวได้ตลอดเลยน้าเครมิส
    ฟริตซ์ก็ซื่อได้ใจอ่ะ อยากพากลับบ้าน >< (อยากเห็นภาพฟริตซ์จังเลยค่า...)
    #154
    0