Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 15 : [Fic] Vampire Company ‘Mirror’ ----Fic พิเศษรับวันปีใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 ม.ค. 56

1/1/13

            ก่อนอ่าน
[ไม่เหมาะสำหรับคนยังไม่เคยอ่านเรื่อง Vampire Company จบเล่ม4 เพราะมันสปอยล์พอควร]

            1. ฟิคนี้เป็นฟิคของเรื่อง Vampire Company โดยจะสปอยล์จนถึงเล่ม 5 ตอนต้นๆ ที่เจ้ปิ๊งลงให้อ่านในเว็บ แต่ก็ไม่ได้สปอยล์เยอะเว่อร์ แต่ขอบอกไว้ก่อนสำหรับคนที่เล่ม 4 ยังอ่านไม่จบมันมีจุดใหญ่ที่สปอยล์อยู่(เรื่องที่เจนีสคือ...) ถ้าอย่างน้อยอ่านเล่ม 4 จบแล้วก็ถือว่าไม่ได้สปอยล์มากเกินไปนัก(คิดว่านะ) แต่งโดยไม่ได้อิงเนื้อเรื่องทั้งหมด บางอย่างแต่งขึ้นเอง บางเรื่องอิงจากเนื้อเรื่องจริง ดังนั้นอย่าสับสนจนเอาไปจำผิดเวลาอ่านนิยายต้นฉบับนะ 555
            ควรอ่านเล่ม 4 จบก่อน และอ่านเล่ม 5 บทแรก (แค่บทเดียวก็ยังดีเพราะสำคัญมาก เป็นที่มาของฟิคนี้) แล้วจะเข้าใจสิ่งที่เราอยากจะสื่อค่ะ คือถ้าไม่อ่านมันอาจจะงงๆ และไม่ฟินถึงที่สุด =w=
 

             2. แต่งขึ้นมาในโอกาสที่ Pirated Legend ติด Hilight เป็นครั้งที่สอง เลยเปิดให้รีเควสฟิกแล้วสุ่มเอา สุ่มได้เจโนอิส แม้ความจริงถึงไม่มีใครรีเควสเราก็ตั้งใจจะแต่งฟิคเรื่องนี้อยู่แล้ว 555

             3. อีกโอกาสที่แต่งคือเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับทุกคน โดยเฉพาะเจ้ปิ๊ง ZerzeS ท่านพี่ผู้สร้างสรรค์นิยายเรื่องนี้และคอยให้คำปรึกษาในหลายๆ เรื่องมาเป็นปีๆ คุยเล่นกันโดยไม่มีคำว่าถือตัว นับเป็นนักเขียนในดวงใจของเราคนนึงเลย >w<

             4. อย่าแปลกใจที่เอามาลงในบทความนิยายที่แต่งอยู่ คือขี้เกียจตั้งบทความใหม่ไว้ลงฟิคเลยจับยัดที่นี่แล้วแจกลิ้งค์เอาอะนะ แถมนักอ่านหลายคนของเราก็เป็นแฟนคลับเรื่องเจ้ปิ๊งด้วยนี่นา

 

            เชิญรับชมได้เลยจ้า อ่านแล้วชอบไม่ชอบบอกได้เลยนะ แต่ง Fan Fic นิยายอย่างจริงจังเรื่องแรกเลย พยายามอย่างยิ่งที่จะให้สอดคล้องไปกับเรื่อง ไม่ได้แต่งแบบยำๆ หรือปั้นเรื่องใหม่สักเท่าไหร่ ออกแนวเป็นบทพิเศษเล็กๆ เสริมความฟิน ความดราม่า ^^
 

----------------------------------------------------------------------------


               Fic Vampire Company ‘Mirror’

 

            ว่ากันว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ฝาแฝดเป็นอะไรที่ยากจะหยั่งถึง บางครั้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแย่งสารอาหาร แย่งพลังแห่งชีวิตไปจากอีกฝ่ายทำให้เด็กที่เกิดมาจำต้องมีใครสักคนอ่อนแอ ไร้เรี่ยวแรง เป็นรองในแทบทุกด้าน

            แม้แต่หนึ่งในตระกูลหลักของเหล่า แวมไพร์อย่าง ซาลซ์ก็ไม่เว้น

            ทุกคนในรุ่นนั้นต่างรู้ดีว่าผู้นำแห่งซาลซ์นั้นมี สองคนแต่กระนั้นก็เปรียบเหมือนแสงและเงา เจโนอิส ซาลซ์แฝดผู้พี่ดำรงตำแหน่งผู้นำโดยสมบูรณ์ ทุกการตัดสินใจ ทุกกำลังพลแห่งซาลซ์ล้วนอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา

            ไม่เคยมีสักครั้งที่ทั้ง สองคนจะได้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันเพื่อตัดสินใจ

            ใช่แล้ว... เจนีส ซาลซ์แฝดคนน้องเป็นได้แค่เงาที่มีหน้าที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ในห้องเท่านั้น คอยดูแลรับใช้ พี่ชายของเขาในห้อง เป็นน้องชายที่แสนดี รักพี่สุดหัวใจ เพราะนั่น...เป็นหน้าที่เดียวของเขา

            ไร้ซึ่งอำนาจ ไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือ และ...ไร้ซึ่ง อิสระ

            “พี่กลับมาแล้วเจโนอิสกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขารักน้องคนนี้มากกว่าใครทั้งหมด อยากให้น้องชายเพียงคนเดียวมีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันนี้พี่มีของฝากมาให้ด้วย

            เจนีสละจากหนังสือที่อ่านอยู่ทันที ตรงเข้าหาพี่ชายด้วยความคิดถึง เขามักจะนั่งรอต้อนรับพี่ชายแม้เปลือกตาแทบจะปิดก็ฝืนทน ได้แต่เก็บความรู้สึกเหงา ความน้อยเนื้อต่ำใจฝังไว้ส่วนลึกของจิตใจแล้วฉีกยิ้มที่หวานที่สุดให้ 

            ยินดีต้อนรับกลับครับ พี่ชาย

            ผมรักพี่ที่สุด เพราะพี่ไม่มีทางทิ้งผมไป...ใช่ไหมครับ

           

             เจโนอิสส่งน้องชายเข้านอนแล้วก็ได้แต่นั่งเศร้าอยู่คนเดียว เขามีเรื่องมากมายให้ปวดหัวเพราะเหล่าแวมไพร์ฮันเตอร์เริ่มรุกรานเขตแดนเข้ามาเรื่อยๆ ไม่อยากให้เจนีสต้องเป็นห่วงดังนั้นจึงเลี่ยงที่จะไม่เล่าให้ฟัง ถึงงั้นก็ตาม วันนึงน้องชายคงรู้เข้าอยู่ดีแม้ไม่บอกด้วยตัวเอง

            เพราะสัมผัสได้ถึง...กลิ่นคาวเลือด

            เขาไล่ความคิดฟุ่งซ่านทั้งหลายออกไปก่อนจะเผลอทำเสียงใดๆ จนน้องชายตกใจตื่น เรื่องเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเจนีส ขอแค่ปกป้องเขตแดนไม่ให้เหล่าแวมไพร์ฮันเตอร์บุกเข้ามาได้ก็เป็นอันเรียบร้อย แต่พักหลังนี้ศัตรูตามชะตากรรมกลับรุกเข้ามาเรื่อยๆ

            ทำให้เขากลัวเหลือเกิน...ว่าวันนึงจะเสียปราสาทหลังนี้ไป สถานที่ที่เจนีสกับเขาอาศัยมาทั้งชีวิต

            บางครั้งก็เคยคิดว่าหากเกิดสงครามขึ้นจนปราสาทถูกเผาวอดวายไปซะได้ก็ดี แวมไพร์ทั้งหลายแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับพวกมนุษย์ ไม่มีคำว่า ตระกูลหลักหรืออะไรอีก เขาจะได้ไม่ต้องทำหน้าที่ ผู้นำแห่งซาลซ์ เจนีสก็จะได้มีอิสระตามใจต้องการ ไม่ต้องขังตัวเองเหมือนนกในกรงเช่นทุกวันนี้

            แต่อีกใจ...ก็อยากเป็นฝ่ายปกป้อง ให้น้องชายอยู่ใน กรงทองต่อไปน่ะดีแล้ว

            อาจเพราะเขากลัวว่าหากเจนีสเป็นอิสระ...ตัวเขาจะถูกลดความสำคัญ กลายเป็นเบอร์สองรองจากคนอื่น เช่น เชอร์คาที่มาเยี่ยมเจนีสแทบทุกวัน หรือถ้าวันใดเจนีสถูกใจแวมไพร์สาวที่ไหนจนไม่เห็นหัวเขาอีก

            นั่นสินะ บางทีเขาคง กลัวจริงๆ นั่นแหละ

            เข้านอนก่อนแล้วกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที

            คืนนั้นเจโนอิสฝันถึงเรื่อง เมื่อก่อนบางสิ่งบางอย่างคงอยากย้ำเตือนให้เขาไม่ลืม อดีตที่สำคัญๆ ต่างๆ ก่อนที่จะเตรียมต้อนรับ อนาคตหรือพายุลูกใหญ่ที่กำลังใกล้เข้ามา

            เพราะเมื่อมันมาแล้ว...คงยากที่ เขานอนหลับอย่างมีความสุขเช่นนี้อีก

 

            หลายปีก่อนสมัยที่ พวกเขายังมีตำแหน่งแค่ ว่าที่ผู้นำตระกูล เด็กๆ แต่ละคนล้วนถูกฝึกฝนตระเตรียมตัวให้พร้อมรับตำแหน่งตามประเพณี ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่เจโนอิสจำต้องท่องตำรา จดจำข้อมูลที่สำคัญต่อการควบคุมคน การวางแผนรับมือกับศัตรู

            ศัตรู...หรือก็คือพวกแวมไพร์ฮันเตอร์

            อีกหนึ่งวิชาสำคัญของเขาก็คือ...การรับมือกับ ดาบ

            ดาบที่ไว้ใช้กวัดแกว่งต่อสู้กับศัตรู ความยากในการฝึกฝน ดาบคู่ ดาบสั้น ดาบสองมือ หรือดาบชนิดต่างๆ มากมายนั้นไม่ใกล้เคียงกับ ดาบที่เขาต้องใช้เลยสักนิด

            เพราะ ดาบเล่มนี้มีความ พิเศษจนใกล้เคียงคำว่า หายนะ

            ‘ดาบที่เจโนอิสต้องควบคุมไม่ให้หันคมเข้าใส่ตัวเองและพวกพ้องนั้นมีชื่อว่า จาฮาล ซีลเพียร์อีกหนึ่งว่าที่ผู้นำตระกูลหลัก แต่ความ พิเศษที่ว่านั่นแหละที่ทำให้จำต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ฝักดาบ

            หรือก็คือ...เจโนอิส ซาลซ์

            ดาบที่ฟาดฟันศัตรู และมีเพียงฟักดาบเท่านั้นที่เขาจะยอมเชื่อฟัง

            หลังจากการพบเจอที่ไม่น่าพิสมัยสักเท่าไหร่ทำให้เจโนอิสค่อนข้างคุมเข้มเรื่องความประพฤติของจาฮาล มีอย่างที่ไหนพบกันวันแรกเอาหัวแวมไพร์มาให้เป็นของฝาก เลือดสีแดงฉานที่เลอะเปรอะเปื้อนในวันนั้นเขายังจำได้ดี

            ดาบมีไว้ฟาดฟันศัตรู แต่หลายครั้งที่ดาบเล่มนี้ทำร้ายพวกพ้องเหล่าแวมไพร์ด้วยกัน เพราะสำหรับจาฮาลแล้วมีแค่ ฟักดาบเท่านั้นจริงๆ

            คนอื่นๆ...ก็แค่ผักปลา

            เด็กอย่างจาฮาลเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็มักจะยิ้มซื่อๆ เหมือนเด็กไร้เดียงสาทั่วไป แต่กับคนอื่นแล้วมีแต่ความ ร้ายเดียงสาเสียมากกว่า

            จาฮาลที่ไม่มีเจโนอิสคอยคุมก็คล้ายสัตว์ป่าที่ไร้ซึ่งปลอกคอ

            “เจย์ วันนี้เราจะทำอะไรกันดีจาฮาลยิ้มหวานพลางจับมือทั้งสองของเจโนอิสแน่นคล้ายกลัวว่าอีกฝ่ายจะวิ่งหนีเขาไป ออกไปเที่ยวกันอีกดีไหม

            “วันนี้...ฉันไม่ว่างพูดไปก็แอบสังเกตท่าทางของจาฮาลอย่างระวังตัว ถึงแม้จาฮาลจะไม่ลงไม้ลงมือกับเขา แต่ถ้าเจ้าตัวเกิดอาละวาดขึ้นมาก็จะทำให้คนรอบข้างเดือดร้อน เผลอๆ คงได้ทำความสะอาดคราบเลือดของเหล่าแวมไพร์ด้วยกัน

            เขาเห็นมาหลายครั้ง...ที่จาฮาล ลงมือกับแวมไพร์

            แม้จะลดอัตราการตายของแวมไพร์ด้วยการพาจาฮาล ออกไปเที่ยวหรือก็คือหามื้อว่างด้วยเลือดสดๆ ของ มนุษย์แทนก็ตาม แต่ใช่ว่าเขาจะอยากอยู่ร่วมหายใจใกล้ๆ ดาบเจ้าปัญหานานๆ

            ใครๆ ก็อยากได้เวลาส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น

            เมื่อจาฮาลได้ฟังดังนั้นก็ก้มหน้าลงต่ำทำให้เจโนอิสนึกเสียวขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่สุดท้ายจาฮาลก็ไม่ทำอะไร แค่ปล่อยมือที่จับมือของเขาอยู่แล้วเอ่ยเศร้าๆ งั้นเหรอ...

            แบบนี้แอบรู้สึกผิดเหมือนกันแฮะ

            เจโนอิสคิดเช่นนั้น แต่วันนี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะกลับห้องเร็วๆ เพื่อไปหาเจนีส พักหลังเขาออกไปเที่ยวกับจาฮาลบ่อยจนเวลาที่มีให้น้องชายซึ่งน้อยอยู่แล้วนั้นน้อยลงไปอีก หลายคืนเหลือเกินที่เห็นเจนีสเผลอหลับระหว่างรอเขาจนต้องอุ้มไปยังที่นอน

            หนึ่งชั่วโมง...เจโนอิสตัดสินใจพูดออกไปในที่สุด ฉันให้เวลานายแค่หนึ่งชั่วโมง

            “จริงๆ นะ!” จาฮาลกลับมาแย้มยิ้มจนตาหยี ท่าทางระริกระรี้เหมือนลูกหมาตัวน้อยๆ งั้นไปที่ห้องของฉันกัน!”

            คิดผิดรึเปล่านะที่ใจอ่อนกับเจ้านี่...

            แต่ไม่ทันจะได้เดินต่อแม้เพียงก้าวเดียวก็มีคนขัดขวางเข้าเสียก่อน ไม่ใช่ศัตรูที่ไหนหรือคนรับใช้ของใคร เพราะไม่มีใครกล้าเข้าขัดจังหวะแสนสุขของจาฮาลให้เสี่ยงหัวหลุดจากบ่านักหรอก

            เจย์ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” เสียงนั้นดังลั่นจนทั้งคู่หันไปมอง เมื่อผู้มาใหม่เห็นดวงตาไม่เป็นมิตรของจาฮาลเข้าก็รีบลดเสียงลงแล้วพูดต่ออย่างเกรงๆ ใช้ตัวเจโนอิสเป็นโล่ชั่วคราว คือ...

            ‘เชอร์คา ซาลัวร์อีกหนึ่งว่าที่ผู้นำตระกูลหลักยังคงมีท่าทีหวาดระแวง ลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่ พอเจอสายตากดดันจากแวมไพร์ผู้ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดเพราะมีพลังจิตที่ไร้ขีดจำกัดทำให้พูดไม่ออกยิ่งกว่าเดิม

            “รีบพูดมาเถอะเชอร์คาว่าพลางจับมือจาฮาลไว้ข้างหนึ่งเหมือนปรามไว้ไม่ให้ลงมือ เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก?

            ที่เจโนอิสพูดแบบนั้นไม่ได้ต้องการจะเร่ง แต่เป็นการส่งสัญญาณลับว่าถ้าชักช้าจนจาฮาลอาละวาดขึ้นมาเขาอาจจะห้ามไม่ทันจนอีกฝ่ายต้องบาดเจ็บ

            แม้จะไม่ได้รักใคร่สนิทกันเหมือนความรักที่เขามีให้น้องชาย แต่ก็ยังไม่อยากเห็นใครตายต่อหน้าอีก

            คือว่า...เชอร์คาถอนหายใจเฮือกหนึ่งพร้อมรับผลจากประโยคถัดไปที่กำลังจะเอ่ยออกมา เจนีสไม่สบาย อาการเขาทรุดลง

            “ว่าไงนะ!” เจโนอิสไม่สามารถสงบใจได้เลยสักนิด เขาแทบจะวิ่งตรงดิ่งไปยังห้องเพื่อเฝ้าไข้เจนีสโดยลืมสนิทว่าข้างๆ มีตัวปัญหาใหญ่อย่างจาฮาลคอยขัดขวางอยู่

            เกือบลืมไปเสียสนิท...ถ้าไม่ใช่เพราะมือของอีกฝ่ายกำลังกำมือเขาแน่นจนเล็บแทบจะฝังลึกลงไปในเนื้ออย่างลืมตัว

            จาฮาลทั้งห่วงทั้งหวงเขาก็จริง...แต่ถ้าโมโหมากๆ จนลืมตัวขึ้นมาก็ใช่ว่าจะกลับไปอย่างไร้รอยขีดข่วน

            สัญญาของเราล่ะเจย์...จาฮาลอดทนฟังมาสักพักถึงกับระเบิดลง เจย์สัญญาจะอยู่กับฉันหนึ่งชั่วโมงไม่ใช่หรือไง!”

            “แต่ว่า...เจโนอิสถึงกับสะอึก ไม่รู้จะเถียงกลับไปยังไงในเมื่อครั้งนี้จาฮาลทำตัวดีโดยการไม่เอาแต่ใจจะพาเขาไปเที่ยวอย่างเดียว เพราะถ้าออกไปทีคงกินเวลาหลายชั่วโมงจนไม่ทันได้พัก

            เหตุที่ยอมอาจเพราะจาฮาลสังเกตดวงตาที่อิดโรยของเจโนอิส ไม่อย่างนั้นคงดึงดันที่จะออกไปเที่ยวให้ได้เป็นแน่

            สัญญาก็ต้องรักษา ถึงจะแค่หนึ่งชั่วโมง แต่ถ้า...เจนีสเป็นอะไรไประหว่างนั้นล่ะ!

            เจโนอิสปวดหัวขึ้นมาจนแทบระเบิด มองหน้าจาฮาลสลับกับเชอร์คาแล้วสุดท้ายก็ต้องถอนหายใจ เลือกทางที่เขาไม่ต้องการที่สุดจนได้

            ถ้าอย่างนั้น...ฉันจะให้นายไปพร้อมกับฉันพูดออกมาพลางรีบออกเดินโดยไม่ลืมจับมือของอีกฝ่ายไว้แน่น ทีนี้ก็ถือว่าอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหม

            เขากลัวจาฮาลจะทำร้ายเจนีสก็จริง...แต่ถ้าคุมดีๆ ก็อาจจะไม่เป็นไร ล่ะมั้ง

            จาฮาลไม่พูดอะไรเป็นสัญญาณว่าเจ้าตัวค่อนข้างไม่พอใจแต่ก็ไม่คิดขัดขืน ดังนั้นถือเป็นการถอยคนละก้าว

            แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้...และมักไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ

 

            วันนั้นเจโนอิสคอยเฝ้าไข้เจนีสจนแทบไม่สนใจจาฮาล สิ่งเดียวที่เชื่อมทั้งคู่เอาไว้คือมือที่ยังคงประสานกัน ข้างหนึ่งยกให้จาฮาล อีกข้างใช้ลูบหัวเจนีสอย่างอ่อนโยน สายตาของเจโนอิสมุ่งตรงไปที่น้องชายเพียงคนเดียวของเขา

            จาฮาลทำตัวดีเกินคาดคือไม่ลงไม้ลงมืออะไรใดๆ นอกจากสายตาที่ไม่พึงประสงค์พร้อมรังสีอาฆาต เจโนอิสเอ่ยปรามเป็นพักๆ แต่ก็พอจะเข้าใจอีกฝ่าย เพราะการพาจาฮาลมาด้วยฝ่ายที่ต้องเจ็บปวดมีเพียงหนึ่ง เขาก็แค่รู้สึกไม่ปลอดภัยและเป็นห่วงน้อง

            ส่วนจาฮาล...แม้อยากจะกำจัดคนที่แย่งความสนใจของฝักดาบของตนก็ทำไม่ได้

            ต้องห้ามใจตัวเอง ต้องห้ามร่างกายไม่ให้ตอบสนองความคิด ความทรมานเหล่านี้เจโนอิสรับรู้ได้แม้ไม่ใช้พลังจิตในการอ่านใจของเขา

            เมื่อครบหนึ่งชั่วโมงจาฮาลก็พูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ เรียกทุกสายตาให้หันไปมอง แม้กระทั่ง...เจนีส ซาลซ์

            ฉันเกลียดนาย นายแย่ง เจย์ไปจากฉันจาฮาลมองเจนีสอย่างเย็นชา ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายหน้าแดงด้วยพิษไข้ อ่อนแอจนแทบจะหมดสติไปตรงนั้นอยู่แล้ว นายมันก็แค่ตัวก๊อปปี้ของเจย์เท่านั้น...

            นั่นเป็นครั้งแรกที่จาฮาลและเจนีสได้เจอกันตรงๆ ในระยะใกล้จนน่าหวาดเสียว การพบกันของศัตรูทางใจคราวนี้มีความหมายมากกว่าที่คิด เพราะทำให้หลายปีต่อมา...จาฮาลก็ยังคงแยก เจนีสในใบหน้าของ เจโนอิสได้อยู่ดี

            ความรู้สึกชังใครสักคนตราตรึงจนแม้เพียงเดินผ่านก็รับรู้และเข้าใจได้ทันที ไม่มีทางที่เขาจะจำสองแฝดสลับกันเป็นอันขาด

            เพราะในสายตาของจาฮาล...มีเพียงเจโนอิส ซาลซ์เท่านั้นที่จะทำให้เขายิ้มได้

            จาฮาลพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที ทว่าไม่ลืมหันมาส่งยิ้มหวานให้เจโนอิสเพียงคนเดียว แล้วไว้เรามาเล่นกันอีกนะ ฝักดาบ ของฉัน

            แต่วันนั้น...

            จาฮาลไม่รู้เลยว่าคนที่เขาทั้งเกลียดทั้งชังจะเป็นคนที่เขา เกือบรักและเคารพที่สุด

            เจโนอิสไม่รู้เลยว่าตำแหน่ง ฝักดาบที่เขาแสนจะเกลียด...ไม่ได้เป็นของเขาอย่างที่คิด

 

            หลายเรื่อง...ไม่เคยเป็นดังหวังจริงๆ

 

----------------------------------------------------------------------------

1/1/13 [อยากให้อ่านรายละเอียดตรงนี้นะ เพราะจะทำให้ไม่มึน และเข้าใจสิ่งที่เราอยากจะสื่อ]

 

            ในที่สุดก็แต่งจบ อาจไม่ยาวมากนักแค่สี่หน้ากับอีกเกือบครึ่ง แต่ก็ถือว่าเร็วใช้ได้สำหรับชั่วโมงกว่าๆ ที่ตั้งชื่อว่า ‘Mirror’ เพราะเป็น กระจก ส่องสะท้อนความรู้สึกของวัยเด็ก เพราะถ้าใครได้อ่านเรื่อง Vampire Company ของเจ้ปิ๊งในเล่ม 5 ที่เจ้ลงไว้ในเว็บแล้วคงจะเข้าใจว่าอะไรๆ ก็ไม่เป็นไปตามที่คิด เช่นเรื่องว่าความจริงแล้วใครเป็น 'พี่' หรือเรื่องการสลับตัว
            'เกือบ' รักและเคารพ ที่พูดถึง หมายถึงจาฮาลกับเจนีส(คนที่ป่วย)นะคะ(ไม่ใช่จาฮาลกับเจโนอิส/หนูเจน) ถ้าใครอ่านเล่ม 5 บทแรกแล้วจะเข้าใจ เพราะความจริงเจนีส ซาลซ์ ต่างหากที่เป็นแฝดคนพี่ ไม่ใช่เจโนอิส คือตอนเด็กๆ เจนีสอ่อนแอ ทำให้พ่อแม่บอกว่าเจโนอิสเป็นพี่ชาย ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำ แล้วจึงทิ้งจดหมายไว้ว่าความจริงเป็นยังไง อยู่ในบทแรกของเล่ม 5 เลยค่ะ ^^ (กรุณาไปติดตามตัวต้นฉบับ)
 

            ลองนึกดูว่าจาฮาลที่เกลียดเจนีสเข้าไส้ ความจริงถ้าเขาเจอเจนีสตั้งแต่ต้น หรือก็คือถ้าเจนีสไม่ได้ป่วยตอนเด็กๆ จนต้องมีการสลับตัว เจนีสเป็นผู้นำซาลซ์ เป็นฝักดาบ จาฮาลก็จะเคารพอีกฝ่ายเพียงคนเดียว ไม่เห็นหัวเจโนอิสอย่างที่เป็นอยู่ จุดเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยทำให้ทุกอย่างกลับกันหมด

            ไม่แน่ว่าถ้าเจโนอิสต้องอยู่ในห้องตลอดเหมือนที่เจนีสทำ เชอร์คาก็อาจชอบเจโนอิสมากกว่าก็ได้ด้วยความสงสาร ทุกอย่างมันจะกลับกันจริงๆ

            หรือไม่...เจโนอิส ก็อาจไม่ใช่ 'เจโนอิส' อย่างที่พวกเราได้เจอก็เป็นได้ เพราะถ้าอยู่ในห้องตลอด นิสัยของเจ้าตัวก็อาจไม่ใช่อย่างนี้

            คือไม่ได้บอกว่าจาฮาลยึดติดแต่ตำแหน่งฝักดาบนะคะ เพราะไม่งั้นในเรื่องต้นฉบับจาฮาลจะมาติดหนูเจน(เจโนอิส) ทำไม เพราะป่านนั้นย่อมรู้ความจริงแล้ว แต่จาฮาลก็คล้ายลูกไก่ที่จะจำสิ่งนั้นไปจนวันตาย ดังนั้นถึงภายหลังมารู้ความจริงว่าเจนีสต่างหากที่ต้องเป็นฝักดาบ เวลานั้นเจ้าตัวก็คงรักและเคารพเจโนอิสคนเดียวเหมือนเดิม
            ฟิคนี้แค่จะพูดถึงกรณีว่า 'จาฮาลเจอเจนีสตั้งแต่ต้น' ดังนั้นอย่ามึนนะคะ เรายังคงชอบจาฮาลและเจโนอิส(หนูเจน) ที่สุด  ไม่ได้จะมาอวยเจนีส(คนที่ป่วย) แต่อย่างใด  แค่เขียนสะท้อนให้ดูเฉยๆ เหมือนเป็นบทเสริมนิดๆ เท่านั้น ใครอ่านเล่ม 5 ของเจ้แล้วจะเข้าใจดี เพราะมันต่อเนื่องกันเป๊ะเลย
 


            เนื้อหาส่วนที่อ้างอิงเรื่องจริงและควรรู้ (จากต้นฉบับของเจ้ปิ๊ง ZerzeS) ลิ้งไปหน้านิยาย คลิก

1. เรื่องการพบกันครั้งแรกของเจโนอิสและจาฮาล ที่บอกว่าให้หัวแวมไพร์เป็นของขวัญ มาจากตอนพิเศษ(คลิก) ที่เจ้ปิ๊งลงไว้ (ตอนดาบและฝักดาบ)

2. เรื่องที่บอกว่าในอีกหลายปีต่อมาจาฮาลจำเจนีสในคราบเจโนอิสได้ มาจากตอนที่ 73 (อยู่ในเล่ม 5) เป็นตอนล่าสุดท้ายเจ้ปิ๊งเพิ่งลงในเว็บวันปีใหม่นี่เอง อยู่ครึ่งหลังนะคะ ^^

3. อันนี้คือควรรู้นะ ไม่งั้นมันจะงงมากๆ (ท้ายเล่ม4) ที่ว่าความจริงแล้วเจนีส (ในเล่ม1-4) คือเจโนอิสที่ใส่จี้กุหลาบแล้วหน้าตาภายนอกเป็นเจนีส แต่ก็คือเจโนอิสนั่นแหละ คนเดียวกับที่สู้กับแวมไพร์ฮันเตอร์และทำหน้าที่ผู้นำซาลซ์ รวมถึงหน้าที่ฝักดาบ ดังนั้นอย่างงเรื่องตัวละครนะคะ

4. ความจริงที่ว่าเจนีสต่างหากที่เป็นแฝดคนพี่ ในส่วนนี้เฉลยในบทแรกของเล่ม 5 หรือก็คือตอนที่ 69 นั่นเอง




            ฟิกนี้ในตอนต้น(ก่อนที่จะเข้านอน) อยู่ในช่วงที่เจโนอิสได้เป็นผู้นำซาลซ์แล้ว ประมาณเนื้อหาก่อนเล่ม 5 บทแรกสัก 1 วัน  คือเป็นเรื่องก่อนที่ในบทแรกจะตื่นขึ้นมาในบทแรกของเล่ม 5 นั่นแหละ  (เพราะบทแรกของเล่ม 5 หรือ ตอนที่ 69 เจโนอิสมารู้ว่าความจริงแล้วว่าใครที่เป็นแฝดคนพี่) 


            ส่วนในช่วงที่ฝันนั้นเป็นเรื่องสมัยยังเป็นว่าที่ผู้นำตระกูล หลังจากเจโนอิสได้เจอจาฮาลแล้ว หรือก็คือประมาณหลังจากตอนพิเศษดาบและฝักดาบของเจ้ปิ๊ง(ที่ลงไว้ในเว็บ)

           มันอาจจะสับสนหน่อยสำหรับคนที่ยังอ่านเล่ม 4 กับเล่ม 5 ตอนต้นไม่จบ คือก็เข้าใจว่าบางคนรออ่านเป็นเล่ม แล้วตอนนี้เล่ม 5 ยังไม่พิมพ์ แต่เจ้ปิ๊งเขาลงไว้ในเว็บ ลองไปอ่านบทแรกดูนะคะ มันสำคัญมากเลยสำหรับฟิคนี้




            Comment จากเจ้ปิ๊ง ZerzeS  พี่เขาตอบไว้ในเฟซ แต่เราเอามาลงที่นี่เพราะเฟซสักวันเดี๋ยวมันก็เลื่อนจนหาไม่เจอ เก็บในนี้จะได้จำได้ เลยจับแปะเฉยๆ ไม่ต้องสนใจมากก็ได้

            อ่านแล้วชอบมากจ้า เเต่งดีมาก ยังคงคาเรคเตอร์ไว้ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะหนูจาล แอร๊ยยย ประทับใจ ขอบคุณมากน้องสาว!! //กอดสามที


            ลิ้งไปในเฟซ คลิก




            ใครมีข้อสงสัย ไม่เข้าใจ อยากให้อธิบาย เขียนไว้ได้เลยค่ะ จะอธิบายอย่างละเอียดยิบยับ เพราะฟิคนี้มันซับซ้อนเสียหน่อย แต่ไม่ขัดกับตัวต้นฉบับแน่นอน คอนเฟิร์ม ดังนั้นไอ้ที่เขียนๆ มาก็เป็นจุดหนึ่งจากเรื่องนั่นแหละ แค่เอาสิ่งที่เจ้ปิ๊งไม่ได้เขียนมาแต่งเท่านั้นเอง(เพราะเจ้ไม่เคยเขียนว่าเจนีสป่วยจนเจโนอิสต้องรีบไปเฝ้าไข้พร้อมจาฮาล) ผ่านการรับประกันจากผู้เขียน(เจ้ปิ๊ง) มาแล้วว่าเนียนไปได้กับเรื่องจริง  



            ดังนั้นถ้างงตรงไหนถามโลด ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1071 Pair p. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 22:36
    พี่ปิ๊งได้มาเฉลยที่หลัง(รึเปล่า?)ว่าต่อให้เรื่องสลับตัวแฝดแต่เล็กไม่เกิดก็ไม่แน่ว่าเจนีสจะควบคุมจาฮาลได้อย่างที่เจโนอีสทำ
    จาฮาลอาจจะยึดติดกับฝักดาบจริง แต่นั่นไม่ได้ทำให้จาฮาลถึงกับเปลี่ยนตัวเองเพื่อ 'ฝักดาบ'
    ที่จาฮาลเปลี่ยนไปเพราะ 'เจโนอีส' ที่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา
    ไม่ใช่เพราะเจโนอีสเป็นฝักดาบ
    //อินไปขออภัย แหะๆ พอดีกลัวว่าอ่านแบบนี้แล้วเก็บไปจิ้นต่อจะเจ็บ
    มันเหมือนกับว่าต่อให้ไม่ใช่เจโนอีสจาฮาลก็จะเชื่อง ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่
    #1,071
    0
  2. #1059 Marshmallow KinG (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 14:41
    ฟิน~ จาฮาลยังไงก็รักหนูเจนอยู่ดี แต่แอบเครียดเบาๆ
    #1,059
    0
  3. #962 Fytius Falevia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 15:12
    แอร๊ยยย แต่งดีที่สุดเลยค่ะ! มันแบบว่า...เห็นด้วยมาก ;w;
    #962
    0
  4. #743 Namfon13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 13:45
    พี่แพรแต่งดีสุดๆ >O< ฟินๆ
    #743
    0
  5. #739 CharlotteTear (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 21:16
    เป็นเรื่องที่อยากอ่านมานานแล้ว แต่งบหมด ;w; ตอนนี้ความอยากมันเพิ่มขึ้นสิบเท่า โฮกกกกกกก จะหาอ่านให้ด้ายยยยยยย
    #739
    0
  6. #738 Snow Hearts (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 07:33
    ชอบมาก อยากให้แต่งออกมาอีก
    #738
    0
  7. #737 G.Bell (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 04:34
    แต่งดีมากๆ เลยค่ะ ภาษาก็ลื่นมากๆ อ่านแล้วฟินสุดๆ

    หนึ่งชั่วโมงแห่งการบ่มเพาะความแค้นสินะ คำสุดท้ายนั่นคงกระแทกใจเจนี่เต็มๆ

    ไม่รู้ว่าเชอร์คาถูกเหม็นขี้หน้าเพราะเหตุนี้ด้วยรึเปล่า ชอบคาบข่าว(และคาดว่าคงเป็นคนเดียวที่มีโอกาสคาบได้หลายครั้ง)เจนีสมาบอกตอนหนูเจนอยู่กับหนูจาล
    #737
    0
  8. #734 MooK_KunG_Zaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 22:02
    จาฮาลไม่สนว่าใครเป็นฝักดาบ แต่ รักเจโนอีส ที่สุดเฉยๆไม่ใช่เหรอ =[]= ทำไมมันเหมือนกับว่าที่จาฮาลรักเพราะเป็นแค่ฝักดาบอ่ะ
    #734
    0
  9. #733 The White Rose of Death (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 21:55
    ไรเตอร์คะ เราอ่านแล้วคะมีเก็บทุกเล่มด้วย
    แต่ที่สงสัยจริงๆคือ แบบว่ามัน เรียกหนูเจนแล้วกันนะคะจะได้เข้าใจตรงกัน
    คือ ที่อธิบายมาก็งงอยู่ดีอ่ะคะ  ที่เราอยากรู้ก็คือ จาฮาลเกือบรักหนูเจนที่เป็นฝักดาบเท่านั้นเหรอคะ?
    หรือว่ามันหมายความว่า เจย์คนที่ป่วยนะคะ เกือบเป็นฝักดาบที่หนูจานรัก

    แต่ว่าความหว่ายที่เราอ่านได้จาก คนที่เขาทั้งเกียดทั้งชังจะเป็นคนที่เขา'เกือบ'รักและเคารพที่สุด
    หมายความว่า หนูจานแค่เกือบรักและเคารพหนูเจนเหรอคะ? หรือมันแปลว่ายังไงหรือปล่าว?

    ปล. ขอโทษที่ขี้สงสัยนะคะ และขอบคุณที่ตอบให้คะ
    ตอนแรกที่เราอ่านเรานึกว่าพี่ปิ๊งเป็นคนแต่งซะอีก เพราะคาแร็กเตอร์เป๊ะมากเลยคะ ^^

    #733
    0
  10. #731 The White Rose of Death (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 18:34
    ทำไมใช่คำว่าเกือบรักละคะ? ขยายความด่วนคะ!
    คนที่ว่านี้คือ เจโนอิสใช่ไหมคะ? แสดงว่าจาฮาลรักใครที่สุดก็มีด้วยเหรอคะ?
    #731
    0
  11. #730 UNight (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 17:36
    สนุกมากครับ ^^
    #730
    0
  12. #728 DarkAliCe (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 16:55
    สนุกมากกกกก~
    #728
    0
  13. #726 Linea-Lucifer (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 11:06
    น้องจานนั่นแหละค่ะ น่ารักแบบนี้ได้ใจป้าไปเต็มๆ อย่าได้แคร์ค่ะ เราหล่อเราน่ารักเราโอฏอาก ป้าเชียร์หนูเต็มที่ค่ะ
    ใสซื่อแบบนี้ ยันแบบนี้ ทำร้ายคนที่รักโดยไม่รุ้ตัวแบบนี้
    น้องจานคนเดียวเท่านั้น แฮ่กๆๆๆๆๆๆๆ
    #726
    0
  14. #725 Minmina (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 10:54
    ประโยคแรกหลอนมาก...
    //ตบตีหัวตัวเอง
    ลืมว่ายังไม่ได้อ่านเล่ม 5 นี่หว่า...
    #725
    0
  15. #724 koori yuki (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 09:23
    อัยย๊ะ อัยย๊ะ เจนีสสสสสสสส ~ ~ (เกิดอาการคลั่ง นิดๆ)

    #724
    0
  16. #723 pugga (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 04:35
    อ่านแล้วก็เพิ่งนึกได้ ถ้าจาฮาลเจอเจนิสก่อนก็คงตามปกป้องฝักดาบที่แสนอ่อนแอคนนี้สินะ น้องแต่งดีมากเลยอ่านแล้วไม่รู้สึกขัดกับเนื้อเรื่องหลักด้วย
    #723
    0
  17. #717 Myrintyle (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 22:20
    ฟิน ฟิน ฟิน

    คือ สามคำบอกอารมณ์ในตอนนี้ค่ะ

    สนุกมากๆเลยค่ะ
    #717
    0
  18. #583 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 21:12
    เอ๋~ ลิวลิ่วไม่คิดจะสนใจเพศเดียวกันบ้างสักนิดเลยเหรอ?
    เสียดายจังเลย...
    #583
    0
  19. #511 Bow's Ansia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 17:55
    แต่เราอยากให้ลิวอิสชอบไม้ป่าเดียวกันนะ 55555555555555555555555
    #511
    0
  20. #437 Kagerou-คาเงโร่ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2555 / 22:34
    เรื่องนี้มีนางเอกมั๊ยครับ? หุๆๆๆ
    สนุกมากเลยชอบมากเลยครับต่อๆๆๆๆ
    #437
    0
  21. #308 Joker Mask (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2555 / 18:05
    น่าสงสารฟรีนะ โดนลืมง่ายๆเลย
    #308
    0
  22. #272 ปลาทองจำแลง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 14:54
    "ฟรีดิเช่" ชอบชื่อนี้มากอ่ะ > <
    #272
    0
  23. #188 nrn_forever (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 16:16
     สงสารฟรีดริช มารักคนอย่างเครมิส สนุกมากมายค่ะ
    #188
    0
  24. #151 Dexsar (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2555 / 11:27
    สุดยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ555+
    #151
    0
  25. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  26. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(