Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 14 : [CD] ตอนพิเศษ New Year, New Chemis(?!)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

ตอนพิเศษ New Year, New Chemis(?!)

 

            ข้าล่ะเบื่อการที่ต้องอยู่กับเจ้าบ้านี่จริงๆ แค่คิดถึงก็ปวดหัวจนแทบระเบิด อยากหนีไปให้พ้นๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เล่นขู่บังคับเสียขนาดนั้น ปลอกคอนี่ก็อีก ให้ตายเหอะ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าจะปล่อยให้ข้ากลับบ้านไปนอนสบายๆ หน่อยไม่ได้หรือไง

            ฮึ่ย! ข้าเกลียดหมอนั่น ไอ้เจ้าบ้าเครมิส ดิมอส!

            อืม ข้าคงจะลืมแนะนำตัวไป ชื่อของข้าคือ ฟ่องๆมันเป็นชื่อที่โดน ยัดเยียดให้โดยไม่ชอบธรรมจากคนเอาแต่ใจบางคน พอเอ่ยขัดเสียหน่อยก็โดนจ้องด้วยสายตาน่ากลัว ไม่งั้นก็เป็นลูกอ้อนทำตาปิ๊งๆ ชวนให้เตะคว่ำแทน

            เบื่อ...เบื่อกับชีวิตแบบนี้ที่สุด!

            ชีวิตสิงโตอย่างข้าไม่น่าต้องมาจมปลักอยู่ในที่แบบนี้จริงๆ ต้องคอยเดินตามเพราะไอ้งี่เง่าเครมิสเล่นสวมปลอกคอเดินจูงสนุกเชียว พอจะหนีก็โดนล็อกคอจนแทบจะขี่หลังเล่นเกมขี่ม้าส่งเมืองอยู่แล้ว

            ให้ตายๆ ข้าเกลียดหมอนั่น เกลียดๆๆๆ

            ชิ ข้าเป็นสิงโตนะโว้ย ให้เจ้าป่ามาทำอะไรแบบนี้ได้ยังไง! (แม้เจ้าป่าของป่ามังกรจะเป็น...มังกร ก็เหอะ)

            “ฟ่องๆ อยู่ไหนกันนะเสียงใสๆ ของเด็กวัยสามสิบห้าปี หรือที่จริงก็เรียกว่าเจ็ดขวบของมนุษย์ ส่วนสูงที่ยังไม่มากนักทำให้ยากที่จะระบุอายุที่แท้จริง

            ถึงงั้นก็เถอะ...สำหรับข้ามันก็เป็นแค่ไอ้เด็กนรกเท่านั้น!

            ข้ารีบเดินหนีก่อนที่ตัวป่วนจะตามมาเจอ วันๆ พาไปเที่ยวเล่นในป่าบ้าง เล่นน้ำแถวน้ำตกบ้าง ซุกซนอยู่ตลอดจนเนื้อตัวมอมแมมแล้วจบลงที่การถูกจับอาบน้ำโดยท่านแม่ของเขา

            แต่ว่านะ...ถ้าแค่นั้นก็ไม่เป็นไรหรอก ข้าดันโดนอาบน้ำไปด้วยนี่สิ!

            สิงโตอย่างข้าปกติจะไปอาบน้ำตามแม่น้ำลำธารหรือทะเลสาบ อยู่สงบๆ มองฟ้า มองอาทิตย์ตกดิน ค่อยๆ อาบน้ำทำความสะอาดขนตัวเดียวสบายใจที่สุดแล้ว แต่เจ้าบ้านั่นดันลากข้าไปลงอ่างที่มีแต่ฟองสบู่มากเกินความจำเป็น แม้จะบอกว่านั่นเป็นสูตรที่ผสมจากสมุนไพรตามธรรมชาติก็เถอะ

            ถึงงั้นเวลาเข้าตาก็แสบใช่ย่อยนะ เพราะไอ้โรคจิตนั่นมันเล่นสาดน้ำโดยไม่ดูเวลา!

            ข้าอยากตายให้มันพ้นๆ จริงๆ อยู่กับหมอนี่แค่สี่ห้าปีทำไมเรื่องราวมันเลวร้ายลงเรื่อยๆ ล่ะเนี่ย!

            “มาอยู่ตรงนี้นี่เอง!” เครมิสกระโดดลงมาจากข้างบนทำให้ข้าหนีไปไหนไม่ทันแล้ว น้ำหนักตัวก็เยอะเพราะเป็นเผ่าพันธุ์ มังกรรู้ไหมว่าถึงข้าจะเป็นสิงโต แต่อายุก็ไม่ต่างจากเจ้าเท่าไหร่หรอกนะ ขนาดตัวก็ยังไม่ใหญ่มาก

            จะให้มารับน้ำหนักตัวเจ้าได้ยังไง เดี๋ยวข้าหลังหักขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ!

            “วันนี้ก็มาสนุกกันนะเจ้าตัวดียิ้มหวานด้วยความดีใจ เด็กน้อยตัวจ้อยทำอะไรก็ยังไม่มีใครต่อว่ามากนัก แม่ของหมอนี่ขอแค่เครมิสไม่ไปยุ่งกับครัวหรือก่อเรื่องจนต้องควักเงินจ่ายค่าซ่อม เธอก็ไม่ดุด่าให้เสียเวลา

            ดังนั้นคนที่ลำบาก...จึงเหลือแค่ข้าคนเดียว

            “ฟ่องๆ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ทำไมวันนี้เงียบจัง

            นั่นสินะ วันนี้ข้ายังไม่ได้ พูดกับหมอนี่สักคำ ป่าแห่งมังกรที่พวกเราอยู่นั้นย่อมไม่มีสิงโต ธรรมดาอาศัยอยู่แน่นอน แค่สิงโตพูดได้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสักนิด

            แต่ข้าเบื่อเต็มทน ถึงพูดอะไรไปก็ไม่เคยฟังหรือทำตามอยู่แล้วนี่นา

            เมื่อเห็นข้าไม่พูดอะไรเครมิสก็ดูร้อนรนจนน่าแปลก ข้าไม่เคยคิดว่าเขาจะสนใจใยดีเป็นห่วงความรู้สึกข้าแต่อย่างใด

            เฮ้ๆ อย่ามาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นสิ ถึงเจ้าจะไม่อายแต่ข้ารู้สึกผิดนะ!

            “ฟ่องๆ...เราทำอะไรผิดหรือเปล่าเจ้าตัวดีพูดเสียงอ่อย ดวงตาสั่นระริกเหมือนใกล้จะปล่อยโฮออกมาเต็มทน ก็ยังดีที่รู้ตัวว่าข้าโมโหเจ้า แต่ว่านะ...

            เลิกใช้ลูกอ้อนแบบนั้นเดี๋ยวนี้!

            เพราะข้า...เพราะข้าจะใจอ่อนน่ะสิ ให้ตาย!

            “ใช่ เจ้าทำผิดสุดท้ายข้าก็ยอมปริปากพูดด้วยความหน่ายๆ รำคาญ ข้ายอมพูดแล้ว พอใจหรือยัง?

            เมื่อข้ายอมพูดด้วยเครมิสก็กลับมาทำหน้าใสซื่อเหมือนใบหน้าเศร้าๆ นั้นไม่เคยมีให้เห็น ผิดเรื่องอะไรอะ?

            “ทุกอย่างนั่นแหละ!”

            ทุกอย่างเลยเหรอ?ไอ้งี่เง่าบางคนยังคงทำตาแป๋ว เอียงคอด้วยใบหน้าซื่อบื้อน่าเตะคว่ำ ข้าล่ะอยากใช้กรงเล็บตะปบใครบางคนแถวนี้สักที เผื่อจะเฉือนเอาความโง่ออกจากหัวได้

            ทุกอย่างที่เป็นนาย

            เมื่อพูดจบข้าก็เดินหนีเพื่อจะได้ไปหาที่สงบๆ นอนพักเสียหน่อย เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเพราะจู่ๆ เครมิสที่ไม่เคยนอนละเมอก็ตบป้าบเข้าเต็มๆ หน้าจนตื่น แล้วข้ามันเป็นประเภทถูกขัดจังหวะตอนนอนแล้วหลับต่อยากเสียด้วย

            สุดท้าย...เลยได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง ฮึ่ย!

            “งั้น...งั้นเราจะเปลี่ยนเครมิสพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เหมือนไม่แน่ใจ ก่อนจะช้อนตามองด้วยใบหน้าน่าสงสารเหมือนเด็กๆ ถ้าทำอย่างนั้นฟ่องๆ จะหายโกรธไหม?

            ให้ตาย...ยอมพูดขนาดนี้ข้าจะโกรธลงไหมเล่า!

            “งั้นวันนี้ทั้งวันห้ามเจ้าลากขาไปเที่ยวโดยที่ข้าไม่อยาก งดของว่างระหว่างมื้อ และ...ข้าหยุดให้สมองน้อยๆ ของเครมิสได้คิดตามก่อนจะพูดข้อสำคัญ ห้ามกอดข้า!”

            “เห!”

            “ไม่ต้องมาเหเลย ถ้าเจ้าทำสามข้อนี้ไม่ได้ ข้าก็จะหนีกลับบ้านข้าเหมือนกันข้ายื่นคำขาดก่อนที่หมอนี่จะเปลี่ยนใจไม่ยอม เปลี่ยนแปลงตัวเอง...เพื่อข้า

            รู้สึกใจร้ายไปสักหน่อย แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ทั้งวันคงไม่ได้พักผ่อนแน่

            เขาหยุดคิดไปนานแต่สุดท้ายก็พยักหน้าตอบตกลง กะ...ก็ได้

            เจ้าพูดแล้วนะ ห้ามคืนคำล่ะ

            “ฟ่องๆ...

            ข้าหันไปตามเสียงเรียก หรือเจ้าบ้านี่จะเปลี่ยนใจไม่สนใจข้าแล้ว มีอะไรอีก?

            “คำมันคืนได้ด้วยเหรอ?พูดออกมาด้วยแววตาใสซื่อ กะพริบตาปริบๆ ทำให้รู้ได้เลยว่าพูดออกมาเพราะสงสัยและไม่รู้ไม่เข้าใจจริงๆ

            ให้ตาย...เจ้าจะโง่เง่าไปถึงไหนฮะ!

 

            ตลอดวันนี้ข้ามีความสุขจริงๆ ได้นอนเมื่ออยากนอน ไม่โดนจอมแสบกวนเลยสักนิด ช่วงแรกๆ ก็เดินตามข้าอยู่บ้างเหมือนคอยเวลาให้ข้าพูดว่าอยากออกไปเที่ยวเล่น

            แต่ไม่มีทางเสียหรอก ข้าอยากนอนสบายๆ มากกว่าเยอะ!

            เมื่อเห็นข้าไม่สนใจ ไม่คิดคุยเล่นด้วย สักพักหมอนั่นก็เดินหนีไป ป่านนี้ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่ แต่เอ๊ะ...แล้วข้าจะสนใจทำไมว่าเจ้างี่เง่าเครมิสเป็นตายร้ายดีถูกสัตว์จับกินอยู่หรือเปล่า

            ไม่ๆ เลิกคิดเสียที วันนี้ได้หยุดหนึ่งวัน ต้องนอนให้เต็มอิ่ม!

            “ฟ่องๆ มานี่หน่อยสิเสียงของท่านแม่ของเครมิสดังขึ้นจนข้าต้องลุกจากการนอนงีบอย่างช่วยไม่ได้ ปกติท่านไม่ค่อยเรียกข้าไปทำเรื่องไร้สาระแบบเครมิสอยู่แล้ว ดังนั้นคงมีอะไรสำคัญให้ข้าทำจริงๆ

            แต่มันคืออะไรล่ะ? หน้าที่ หลักของข้าคือการเป็นเพื่อนเล่นเครมิสเพื่อไม่ให้เฉียดเข้าใกล้ครัวนี่นา

            เมื่อข้าเดินตามไปก็เห็นใครไม่รู้นอนอยู่บนเตียง ผ้าห่มแทบจะคลุมหน้าจนมองไม่ออกว่าคนคนนั้นเป็นใคร เมื่อเห็นข้าทำหน้าสงสัย ท่านแม่ของเครมิสจึงอธิบาย ช่วยเฝ้าไข้เครมิสหน่อยนะ

            “ครับข้าตอบกลับสั้นๆ จนเมื่อเธอเดินออกจากห้องแล้วถึงนึกได้

            เครมิสเคยป่วยที่ไหน!

            เมื่อดึงผ้าห่มออกก็เห็นใบหน้าแดงๆ จากพิษไข้ที่ข้าไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง เจ้างี่เง่าหอบหายใจถี่ตามประสาคนไม่สบาย เปลือกตายังคงปิดสนิทแต่คิ้วกลับขมวดเข้าหากัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความทรมานจากความเจ็บป่วย

            เมื่อข้าเอื้อมมือแตะหน้าผากของคนตรงหน้าก็ต้องตะลึงยิ่งกว่าเดิม ทั้งที่...แค่เป็นหวัดคัดจมูกธรรมดาข้ายังไม่เคยเห็น จู่ๆ ทำไมถึงมีไข้สูงขนาดนี้!

            เครมิสค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบากก่อนจะฝืนยิ้มบางๆ อ้าว ฟ่องๆ นี่นา คิดถึงเราล่ะสิ

            ยังจะมีหน้ามายิ้มอย่างนั้นอีก!

            “ไปทำอะไรมาถึงได้ไข้สูงขนาดนี้!” ข้าอดด่าสักรอบไม่ได้ เมื่อเช้ายังเห็นสบายดีอยู่เลย พอตกเย็นพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าเท่านั้น จู่ๆ ถึงกับต้องนอนซมให้ข้ามาเฝ้า ตอบข้าสิเจ้าบ้า!”

            “เรา...ก็ไม่รู้เหมือนกันเครมิสหัวเราะแห้งๆ ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่รู้สึกอะไรแบบนี้ มันเรียกว่าเป็นไข้ใช่ไหม?

            “ก็ใช่น่ะสิ แต่มันก็ต้องมีสาเหตุ จู่ๆ จะเป็นไข้ขึ้นมาเฉยๆ ได้ไง!”

            ยิ่งมองรอยยิ้มฝืนๆ ของหมอนี่ทำให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดเป็นเท่าตัว เจ็บก็บอกว่าเจ็บ ปวดหัวก็บอกว่าปวดหัว ไม่ใช่พยายามยิ้มให้ข้าสบายใจ

            เพราะข้าไม่มีทางยินดีกับรอยยิ้มนั้นหรอก!

            “นี่...เครมิสพยายามเอื้อมมือมาแต่หัวข้าทั้งๆ ที่ร่างกายแทบไม่ยอมทำสนองความต้องการ ขยับทีก็คล้ายจะหมดสติได้ทุกเมื่อ ฟ่องๆ หายโกรธเราแล้วใช่ไหม

            จะไปหายโกรธได้ยังไง!” ข้ากัดฟันเพื่อข่มโทสะของตัวเอง ถ้านายป่วยจนต้องให้เป็นห่วงขนาดนี้!”

            “เป็นห่วง?เครมิสทำหน้าแปลกใจ เราน่ะเหรอ?

            “จะมีใครอีกเล่า แค่นี้ก็คิดเองไม่ได้!” ข้าถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความงี่เง่าของคนตรงหน้า ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีแต่เรื่องชวนปวดหัว

            ข้าไม่น่าโชคร้ายมาเจอหมอนี่เลยจริงๆ

            งั้น...งั้นเราจะรีบหายไวๆ แล้ว...เครมิสมีสีหน้าลังเลพอควรก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา ไปเที่ยว...ด้วยกันอีกนะ

            “ก็ได้ๆ หายดีเมื่อไหร่ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยว ตกลงไหม?

            “อื้ม!”

            เมื่อพูดจบก็หมดแรงจนสลบไสลไปในที่สุด ทำให้ข้าต้องใช้ปากคาบผ้าห่มให้เข้าที่เข้าทาง พอมองหน้าแดงๆ ด้วยพิษไข้ของหมอนี่แล้วก็ต้องยอมแพ้

            เฮ้อ...ทำให้ต้องห่วงอยู่เรื่อย

 

            วันต่อมา

            นี่ๆ ไปน้ำตกกันนะฟ่องๆจอมแสบคืนพลังเต็มร้อยวิ่งไปวิ่งมาตั้งแต่เช้าจนข้าตามอารมณ์ไม่ทัน แข็งแรงเหมือนเมื่อวานไม่ได้เจ็บป่วยใดๆ

            ใช่คนเดียวกันป๊ะเนี่ย!

            “สัญญาแล้วนะว่าถ้าเราหายไปจะไปด้วยกัน รีบไปเร็วเข้า!”

            ข้า...ไม่น่าไปสัญญาเลยให้ตาย!

            สุดท้ายข้าก็ถูกลากไปลากมาเหมือนเมื่อก่อน พอกลับไปถามแม่ของเครมิสแล้วก็ได้ความว่าเพราะไม่ได้ทานมื้อว่างเหมือนปกติ ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นทำให้รู้สึกเก็บกด ดังนั้นจึงป่วยเป็นไข้เพราะจิตใจที่ไม่ปกติ

            หรือง่ายๆ...มันก็แค่ป่วยทางใจ!

            ข้าก็สงสัยอยู่ว่าร่างกายแข็งแรงแบบเครมิสจะเป็นไข้ตัวร้อนจี๋แบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเป็น มังกรไฟไม่มีทางเลยที่จะเป็นหวัดได้ง่ายดายขนาดนั้น ถึงจะเล่นน้ำทั้งวันทั้งคืน ภายในร่างกายก็ยังคงปรับสมดุลได้เป็นอย่างดี

            ถ้าจะแกล้งป่วยคงไม่มีใครเชื่อ!

            ดังนั้นเรื่องเมื่อวานจึงมาจากความเครียดส่วนตัวจนทำให้ร่างกายเกิดการช็อกปรับตัวไม่ทันกับจิตใจที่ว้าวุ่น สงสัยปกติเครมิสมันโง่ มันงี่เง่า พอสมองต้องทำงานมากกว่าปกติเพราะคิดมาก กังวลเรื่องไร้สาระจนเบลอแล้วจึงต้องนอนซมไป

            ง่ายๆ...หมอนี่มันบ้า!

            “นี่ๆ ลองกินผลไม้นี้สิ เราเก็บมาให้ฟ่องๆ เป็นพิเศษเลยนะเจ้าตัวดียังคงยิ้มหวานเหมือนไม่รู้เลยสักนิดว่าแม่ของเขาเป็นห่วงมากแค่ไหน ข้าแอบได้ยินเธอพึมพำอยู่ตลอดแม้ตอนทำอาหารในร้าน

            เอาเถอะ...ชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลวร้ายนัก ก็นับเป็นวันปีใหม่ที่ข้าคงจำอีกนาน

            อย่างน้อยเจ้านั่น...ก็ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อข้า

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

1/1/13 13.13 น.

            เป็นไงบ้างกับความน่ารักของ ฟ่องๆสิงโตน้อยที่อยู่กับเครมิสมาตั้งแต่เด็กๆ แม้ปัจจุบันจะหายไปไหนไม่ทราบ ถึงยังนั้นก็ต้องกลับมาอีกแน่นอน (เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ชอบมาก) เรื่องที่เครมิส 'ไม่เคยป่วย' ที่บอกไว้ในบทที่ 1 หมายถึงป่วยทางกายนะคะ เพราะทุกคน...ย่อมเคยป่วยทางใจด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่เครมิสที่แสนติงต๊องก็เช่นกัน

            ฟ่องๆ น้อยจงเจริญ จะโผล่อีกทีเมื่อไหร่...รอติดตามนะคะ >w<

            และสวัสดีปีใหม่ทุกคนจ้า ^^

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1089 myu_immi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 13:34
    จบตอนที่ 14
    จิ้นข้ามสายพันธุ์ (มังกรกับสิงโต) นี่ผิดมั้ย???

    เป็นบทคั่นเวลาที่น่ารักมากเลยครับ ^^
    อ่านตอนต่อไป --->
    #1,089
    0
  2. #1058 Marshmallow KinG (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 14:32
    ฟ่องๆทำใจเถอะ! เครมิสออกจะน่ารักน่าชัง~
    #1,058
    0
  3. #1014 myu_immi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 01:05
    จบตอนที่ 14
    ถ้าไม่บอกตั้งแต่แรกว่าเจ้านี่เป็นสิงโต  พี่คิดว่าเป็นหมาน้อยนะเนี่ย 555

    น่ารักดีครับ  เจ้านายกับสัตว์เลี้ยงที่ไม่ค่อยลงรอยกัน  แต่สุดท้ายก็ขาดกันไม่ได้  ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีทีเดียว

    ปล. จริง ๆ เครมิสมันป่วยตลอดเวลานั่นแหล่ะ
    จิตมันป่วย!!!
    อ่านตอนต่อไป --->
    #1,014
    0
  4. #850 little-red-cap (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:40
    นี้มัน ...ซึนเดเระนี้ o_o!!!
    #850
    0
  5. #791 kard-kard (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 20:35
    ฟ่องๆนี่แพ้ทางคนขี้อ้อนใช่มั้ยเนี่ย
    #791
    0
  6. #762 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2556 / 13:33
    รู้สึกอยากได้ฟ่องๆมาเลี้ยงบ้าง... 

    แอร๊ยยย >///<
    #762
    0
  7. #748 Namfon13 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 21:23
    ฟ่องๆ น่าร๊ากกกกกกก
    >O< หนูมิสก็นิสัยเหมือนเดิมมมมม
    #748
    0
  8. #719 worm-book (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 21:35
    เครมิสป่วย!? และ...โอ้ ชักจะอยากได้ฟ่องๆมาเป็นสัตว์เลี้ยงบ้าง ฮี่ๆ
    #719
    0
  9. #718 ShiroHana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 21:13
    อิคึ(?)ฟ่องฟ่องกับเครจังนี่....น่ารักจริงน้าาาา-/////- อ่านแล้วจิตใจกระชุ่มกระชวยดี เหอะเหอะ
    #718
    0
  10. #716 Marshmallow KinG (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 17:33
    อ่านเเล้วระบบจิ้นทำงานโดยอัตโนมัติ …ฟ่องๆกดเครมิส(?)เครมิสโชตะะะะ(เกินเยียวยาแล้ว…)//โดนถีบ
    #716
    0
  11. #715 Em.S.End (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 15:47
    ฟ่องๆ ในที่สุดก็ได้เจอ อยากเจอตั้งแต่ก่อนรีไรต์ ในที่สุด ในที่สุด...//น้ำตาไหลพราก
    เครมิสป่วย มายก็อด เป็นไปได้?
    ก็นะ คนบ้าไม่ป่วย แต่นี่ป่วยเพราะความบ้า
    #715
    0
  12. #712 CharlotteTear (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 13:19
    คนแรก! ฮู่เร่!!!
    ฟ่องๆ น้อยน่าร๊ากกกก >< (น่าจิ้นจริงๆ โฮะๆ >.,<)
    #712
    0
  13. #711 rinray (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 13:18
    อ่า อยากอ่านแล้วอะ ไรเตอร์อัพๆ
    #711
    0
  14. #582 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 21:02
    ฮั้ยยะ! นี่เครมมี่ไม่คิดจะบอกใครเรื่องหนวดเลยใช่ไหมเนี่ย?
    แล้วไปจับมดแดง(?)นี่เพื่อพอกหน้าเนี่ยนะ...
    ...แปลกชะมัด =[]=
    #582
    0
  15. #510 Bow's Ansia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 17:44
    ลิวอิสเป็นแวมไพร์ =[]=
    สรุปในกลุ่ม เดวีย์เป็นคนเดียวที่บินได้แน่เลย! (หักมุม 55555555555)
    #510
    0
  16. #307 Joker Mask (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2555 / 14:46
    เป็นอะไรที่ไม่คาดฝันมาก่อนลิวอีสจะเป็นแวมไพร์
    #307
    0
  17. #187 nrn_forever (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 16:08
     เครมิสนี่โชคดีเวอร์จริงๆ เล่นไพ่แต้มเท่ากันทุกตา เทพมากกกกก
    #187
    0
  18. #148 Dexsar (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 10:30
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #148
    0
  19. #147 Reray (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มกราคม 2555 / 21:14
    มดยักษ์....พอกหน้า....  ไม่ชุบแป้งทองเลยหล่ะหนูๆ  (/หัวเราะ)

    ลิวๆ.....นายอนาจมาก กร๊ากๆๆๆๆๆ (/โดนแวมไพร์กระชากหัว)

    ในที่สุดก็ไม่มีใครปกติเลยสินะ.....เยี่ยมไปเลย!

    เฮ้ย!!  รีวิวนี่มัน.....กระชากต่อมอยากรู้อีกแล้ว!
    (/ดิ้นกับพื้น)
    #147
    0
  20. #146 worm-book (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 18:22
    ปวดกระเพาะกับเครมิสสุดๆ! ส่วนลิวๆมีปีกแต่กลัวความสูงเหรอ รู้สึกว่ามันออกจะ...เฮ้อ ช่างเถอะนะ
    #146
    0
  21. #145 The White Rose of Death (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2555 / 22:22
    รู้สึกปวดหัวแทนอ่ะ น่าสงสารเพื่อนๆมากๆๆๆ

    #145
    0