Cremis Dimos มังกรพันธุ์ป่วน

ตอนที่ 12 : [CD] บทที่ 5 ก็คนมันรักเด็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 ก.ย. 57

 บทที่ 5 ก็คนมันรักเด็ก

 

            พี่ชาย...เป็นใคร

            ร่างเล็กยังคงจ้องมองมาด้วยแววตาตื่นกลัว ส่วนฝ่ายผู้บุกรุกกลับเอียงคอทำหน้าใสซื่อบริสุทธ์ดังเดิม คล้ายกับเด็กอายุสองสามขวบที่แสดงออกทุกความคิดผ่านออกมาทางการกระทำโดยไม่มีความลังเลหรือซ่อนเล่ห์กลใดๆ ไว้

            แต่รู้อะไรไหม ยิ่งทำแบบนั้นทำให้ดูน่าสงสัยกว่าเดิมเยอะ

            พี่ชายงั้นเหรอ...เราไม่มีน้องสักหน่อยเครมิสเขยิบเข้าไปใกล้โดยไม่ลืมปิดหน้าต่างให้เรียบร้อย หน้าเราโหลขนาดนั้นเลยเหรอ?

            ...ซื่อบื้อโดยแท้

            เด็กชายถึงกับนิ่งค้างพูดอะไรไม่ออกกับท่าทางทีเล่นทีจริงหาแก่นสารไม่ได้ของเครมิส รอยยิ้มที่มอบให้มาแม้จะดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด แต่เมื่อนั่นมาจากคนที่เพิ่งจะบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

            ให้ตายก็วางใจไม่ลง!

            “คุณมาทำอะไรที่นี่ครับหนุ่มน้อยเปลี่ยนสรรพนามเผื่อบุรุษแปลกหน้าท่านนี้จะยอมตอบคำถามคาใจของเขาเสียที ในใจภาวนาไม่รู้กี่บทเพราะไม่อยากฟังถ้อยคำบางคำที่แสนเจ็บปวด

            ...เหมือนเรื่องเมื่อ คราวนั้น

            “มาทำอะไรงั้นเหรอเครมิสหยุดนิ่งไปจังหวะหนึ่งเหมือนใช้ความคิดจนเด็กน้อยถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความหวาดหวั่น สุดท้ายก็คลี่ยิ้มหวานอย่างเอาใจตามประสา...มานอนกลางวันยังไงล่ะ!”

            ฉับพลันเครมิสก็พุ่งตัวเข้าใกล้หนูน้อยขี้กลัวอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้ได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือหรือหลบหนีไปไหน เขาชิงรวบตัว เจ้าของห้องนี้โดยง่ายเหมือนปอกกล้วย จับนั่งตักของตนพลางกอดคอเล็กๆ ป้องกันไม่ให้ลุกหนี ก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างลูบผมสีเทาหม่นนั้นเหมือนที่เคยทำกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด

            ตามประสา...คนรักเด็ก

            ตัวเล็กๆ น่ากอดเหมือนฟ่องฟ่องเลยเครมิสหัวเราะนิดๆ แต่แล้วก็ต้องทำหน้ายู่เมื่อแขนข้างที่ใช้ล็อกคอเด็กชายโดนจิกจนเป็นรอยแดง คงเพราะความตกใจตั้งตัวไม่ถูกทำให้เผลอออกแรงเสียเต็มที่ จิกเราทำไมอะ มันเจ็บนะรู้ไหม

            เมื่อรู้สึกตัวว่าทำอะไรอยู่ ร่างเล็กจึงรีบปล่อยมือที่จิกอีกฝ่ายเสียแน่นแล้วมุดหนีออกจากอ้อมกอด ถอยหนีไปยังมุมห้องด้วยความหวาดกลัว

            เพราะไม่รู้...ว่าคนตรงหน้าจะมาไม้ไหน

            เขาเคยมาแล้ว ถูกหลอกให้ตายใจ สุดท้าย...ก็เอา ทุกสิ่งทุกอย่างไปโดยไม่ทันให้ตั้งตัว

            ไม่เห็นต้องทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นเลยนี่นามังกรหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจ เพราะทั้งๆ ที่เขายิ้มให้เสียขนาดนั้นแล้ว ดันทำหน้าบูดบึ้งคิ้วขมวดเป็นตาแก่ตอบกลับมามันชวนให้หงุดหงิดในระดับหนึ่ง ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นคนชอบอะไรเล็กๆ หรือฟูๆ นุ่มๆ ล่ะก็

            ป่านนี้คงงอนหนีออกทางหน้าต่างไปหาของเล่นชิ้นใหม่แล้ว

            คนอย่างเครมิส ดิมอสเสียอย่าง จะให้มาง้อใครมากๆ น่ะไม่มีทาง!

            “ผะ...ผมขอโทษ

            แววตาที่สั่นระริกด้วยความกลัวแบบนั้นทำให้เครมิสใจอ่อนทันควัน แม้เขาจะซื่อบื้อไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกคนอื่นแค่ไหน แต่มาเจอแบบนี้ก็ใช่ว่าจะงี่เง่าแปลความไม่ออก

            ถึงจะรู้แค่ว่าอีกฝ่ายกำลังไม่สบายใจก็ตาม

            ส่วนเหตุผลหรือที่มาความไม่สบายใจนั้น...อย่างเครมิสไม่มีทางรู้หรอก แม้ว่าเขาจะเป็นต้นเหตุก่อเรื่องให้คนต้องปวดหัวปวดใจก็ตามที

            ทำไงได้...คนมันหัวทึบขนาดหนักจนแทบจะเอาไปถ่วงน้ำเป็นสมอเรือแทนได้

            ขอโทษเราทำไมอะ?เครมิสเกาหัวด้วยความงงงวยสับสน กะพริบตาปริบๆ อีกสามทีแล้วฉีกยิ้มให้ ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย

            “ก็...ก็เมื่อกี้คุณ เอ่อ ช่างมันเถอะครับ

            เจ้าของห้องสะบัดหน้าไปทางอื่นเหมือนไม่อยากเล่นจ้องตากับผู้บุกรุกบางคนนานๆ อีกฝ่ายไม่ได้รู้เลยว่าสีหน้าของตนยามไม่พอใจ นิดหน่อยมันน่ากลัวและเป็นอันตรายต่อจิตใจของเขาพอสมควร

            ถึงมันจะ นิดหน่อยสำหรับเครมิสและคนอื่นๆ แต่กับเด็กน้อยแล้วมันเกินกว่านั้น เยอะ

            ไม่รู้เพราะนิสัยส่วนตัวเป็นคนขี้กลัวขี้ตกใจหรือมีเหตุผลเชิงลึกเก็บซ่อนเอาไว้ แน่ล่ะ...ความลับย่อมต้องเป็นความลับต่อไป อยู่ที่ เมื่อไหร่มันจะเผยตัวออกมา

            มังกรหนุ่มเอียงคอไม่เข้าใจแต่เมื่อพูดแบบนั้นเขาก็จะไม่ถามให้มากความ สุดท้ายจึงรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนอีกฝ่ายจะตื่นกลัวหนีลงไปชั้นล่างหรือฟ้องใครให้จับเขาโยนออกนอกคฤหาสน์ ชื่ออะไรเหรอ?

            “ผม?เด็กน้อยตั้งตัวไม่ถูกแต่ก็ยอมตอบกลับไปแม้ใจจริงจะไม่ค่อยอยากพูดนัก ผมชื่อฮอฟฟ์...ฮอฟฟ์ จาโคบัส

            ที่ยอมตอบอาจเพราะ...กลัวเครมิสจะทำสีหน้าน่ากลัว นิดหน่อยอีกรอบล่ะมั้ง

            ฮอฟฟูล่าสินะเครมิสพูดโดยไม่รู้สึกกระดากปากหรือรู้สึกผิดอะไรเลยสักนิด ไม่รู้เมื่อไหร่เจ้าตัวจะเลิกตั้งชื่อแปลกๆ เรียกชื่อคนอื่นผิดๆ เสียที ยินดีที่ได้รู้จักนะ

            “ฮอฟฟ์เฉยๆ ต่างหาก...เจ้าของนามฮอฟฟ์พยายามจะแก้ชื่อของตนให้ถูกต้อง ทว่าพอมองหน้าเครมิสแล้วก็ต้องยอมแพ้ ก็คนที่ควรจะฟังเขาพูดไม่แม้แต่จะหันมาสนใจ แล้วพี่ชายล่ะ?

            “เราไม่มีน้องชายสักหน่อยเครมิสหันกลับมาขมวดคิ้วสงสัย เขาไม่เข้าใจสักนิดว่าทำไมเด็กชายตรงหน้าถึงได้พยายามยัดเยียดตำแหน่ง พี่ชายให้กับเขา เพราะตั้งแต่จำความได้ การเรียกใครว่าพี่ก็แปลว่าต้องรักและเคารพอีกฝ่าย

            ในเมื่อทั้งเกลียดทั้งกลัวเขาขนาดนี้ จะมาเรียก พี่ไปทำไม

            ตกลงรู้สึกยังไงกับเรากันแน่นะ งงจังเลย

            เมื่อเห็นท่าทางเครมิสไม่ค่อยยินดีกับคำเรียก พี่ฮอฟฟ์จึงรีบพูดก่อนอีกฝ่ายจะโมโหไม่งั้นผมไม่เรียกก็ได้ครับ...

            “ก็ได้

            จู่ๆ มังกรหนุ่มก็พูดออกมาสั้นๆ โดยไม่อธิบายต่อจนเด็กน้อยต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถาม อะไรเหรอครับ?

            “เอ้า ก็เราอนุญาตให้เรียกว่า พี่ไงเครมิสฉีกยิ้มกว้างจนฮอฟฟ์ตามอารมณ์ไม่ทัน อยากเรียกไม่ใช่เหรอ?

            ผมไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย

            ฮอฟฟ์แอบคิดอย่างเหนื่อยใจ แต่เพราะไม่อยากทำให้เรื่องราวยุ่งกว่าเดิมจึงถือซะว่าให้เลยตามเลย การหาเหตุผลจากคนบ๊องๆ อย่างเครมิสเป็นเรื่องที่ยากเกินไป เสียทั้งแรงกาย แรงใจ แถมยังอาจต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคเส้นเลือดสมองแตกก็เป็นได้

            เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเหมือนที่ลิวอิสตัดหางปล่อยวัดไปสำรวจเมืองคนเดียวอย่างตอนนี้ยังไงล่ะ

            แล้วพี่ชายล่ะชื่ออะไร เป็นใครมาจากไหนฮอฟฟ์รีบเปลี่ยนเรื่อง แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าทำท่าทางแปลกใจเขาก็แอบไม่พอใจเล็กๆ

            ผิดด้วยหรือหากเขาจะถามชื่ออีกฝ่ายบ้าง แม้ว่าจะไม่ได้อยากรู้อะไรมากมายก็ตาม แค่มันรู้สึกเสียเปรียบหากเป็นฝ่ายบอกชื่อเต็มๆ อยู่คนเดียว

            เมื่อเด็กชายอยากรู้ฝ่ายเครมิสก็ตอบโดยพลันไม่คิดระแวงสงสัยใดๆ เราชื่อเครมิส ดิมอส อายุ 85 ปี สถานะยังโสด กรุ๊ปเลือด B วันเกิดคือ 13 มกราคม ปี...

            “ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นสักหน่อย!” ฮอฟฟ์รู้สึกอยากกุมขมับสุดๆ ถ้าไม่ห้ามเสียก่อนอาจจะเล่าประวัติตั้งแต่เกิดจวบจนบัดนี้ให้ฟังจนหลับก็ได้

            ว่าแต่เมื่อกี้บอกว่า 85 ปี เขาเป็นเผ่าอะไรกันแน่นะ?

            การที่ฮอฟฟ์ไม่รู้ถึงเผ่าพันธุ์ของเครมิสอาจเพราะตอนมาถึงค่อนข้างจะตกใจจนไม่ทันสังเกตปีกอันเป็นตัวบ่งชี้ความเป็น มังกรของเจ้าตัว หากรู้ความจริงข้อนี้แล้วคงไม่แปลกใจกับจำนวนตัวเลขอายุที่มากเกินกว่าหน้าตานี้เป็นแน่

            สำหรับมังกรแล้ว...เครมิสก็อายุแค่ประมาณสิบเจ็ดปีของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์เท่านั้น

            “ก็เมื่อกี้ฮอฟโฟเล่อยากรู้ไม่ใช่เหรอ เราก็ตอบแล้วไงเครมิสเอียงคอฉงนเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เราพูดอะไรไม่ดีไปเหรอ

            “เอ่อ...ก็เปล่าหรอกครับฮอฟฟ์ถึงกับเหงื่อตกไปต่อไม่ถูก จากที่ตอนแรกกลัวอีกฝ่ายจนแทบอยากจะกระโดดหนีไปทางหน้าต่างหรือตะโกนแหกปากดังลั่นบ้านขอคนช่วย บัดนี้ไม่หลงเหลือความรู้สึกแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว

            คนแบบนี้คงไม่ใช่โจรหรอกมั้ง

         เด็กชายแอบขำเบาๆ กับตัวเองเมื่อมองหน้าแสนจะซื่อบื้อของเครมิส ก่อนจะเปลี่ยนมาตีหน้านิ่งเมื่อนึกความจริงข้อหนึ่งขึ้นมาได้

            ถึงตะโกนดังแค่ไหน...ก็คงไม่มีใครมาช่วยหรอก

            เพราะเขาไม่ได้อยู่ในจุดยืนที่ใครต่อใครจะสนใจหรือ...ให้ความสำคัญ

            แววตาของเด็กชายนามฮอฟฟ์หม่นหมองลงยิ่งกว่าเดิม รู้ดีว่ายิ่งคิดก็พาลจะทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ แต่มันก็อดไม่ได้ เพราะความจริงก็ยังคงเป็นความจริง

            ความจริงที่เขาเป็นแค่...

            ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?เครมิสเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงจนฮอฟฟ์กลับมาเป็นคนเดิม เลิกคิดฟุ้งซ่านถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำ

            ไม่น่าจดจำ...แต่ก็ลืมไม่ลงเสียที

            เด็กชายฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ผมแค่คิดอะไรนิดหน่อยครับ

            “งั้นเหรอ...เครมิสไม่ระแวงสงสัยในท่าทีที่แปลกไปของร่างเล็กตรงหน้าสักนิด เขาเชื่อในทุกคำพูดของคู่สนทนาเสมอ ยากนักที่จะจับผิดโกหกใครได้

            ทุกครั้งที่รู้สึกตัว...มันก็มักจะสายเกินไป

            แต่อย่างเครมิสจอมป่วนแสนจะไม่ปกติอย่างนี้ เขาไม่คิดมากให้เสียเวลากินหรอก!

            “ว่าแต่พี่ชายมานอนกลางวันจริงๆ เหรอ?ฮอฟฟ์ย้ำเพื่อความแน่ใจ เขาไม่อยากเสียรู้คนที่ดูโง่ยิ่งกว่าเด็กสิบขวบให้เจ็บช้ำภายหลัง จริงๆ นะ?

            เครมิสยักคิ้วยียวน ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้าง จริงสิ!”

            “แล้วทำไมต้องมา นอนกลางวันในบ้านของ คนอื่นด้วยล่ะครับฮอฟฟ์เน้นคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ เผื่อใครบางคนจะรู้ตัวเสียบ้างว่าที่ทำอยู่นั้นมันผิดมหันต์ เสี่ยงโดนจับเข้าคุกให้ต้องทำทัณฑ์บนรับใช้ เจ้าของบ้านไปอีกหลายวัน

            ถูกแล้ว บ้านหลังนี้เขารวยจริง แม้ไม่ใช่เจ้าเมือง เจ้าชายมาจากไหน แต่ด้วยอำนาจของ เงินทำให้บรรดาศักดิ์คนบ้านนี้มีมากจนเจ้าเมืองตัวจริงทำอะไรไม่ค่อยได้

            ก็นะ...เงินสนับสนุนพัฒนาเมืองมาจากกระเป๋าคนเหล่านี้เสียเยอะ ขืนไม่ตามใจคงเกิดเรื่องวุ่นวายตามมาอีกไม่หวาดไม่ไหว

            ทำไมต้องมานอนที่นี่เหรอ?เครมิสพยายามใช้ความคิดด้วยสมองอันน้อยนิดกว่าคนทั่วไป ก็มันน่าจะสบายนี่นา บ้านก็ใหญ่ อากาศก็ดี ห่างจากตลาดสดเหม็นๆ นั่น

            เชื่อเขาเลย...

            ฮอฟฟ์แทบจะปิดหน้ารับไม่ได้เมื่อฟังคำตอบ แต่ก็พยายามพูดเกลี้ยกล่อมต่อไปเพราะไม่อยากเห็นใครบางคนถูกลงโทษ แต่มันผิดกฎหมายนะครับ บุกรุกบ้านคนอื่น

            “กฎหมาย...คืออะไรเหรอ?

            โครม...

            จบข่าว ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เจ้าเซ่อที่ไหนจะงี่เง่าได้เท่าเครมิส!

              

            อีกฟากหนึ่งของเมือง

            ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มเป็นสัญญาณว่าฝนเม็ดโตกำลังจะโปรยปรายลงทั่วเมือง สำหรับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างไม่แปลกใจ รีบเก็บของเตรียมตัวป้องกันอย่างเต็มที่ เพราะสำหรับเมืองแห่งนี้แล้ว ฤดูฝนกินเวลายาวนานถึงครึ่งปี

            บางครั้งก็อาจมากกว่านั้น

            ฝนตกช่วงบ่ายจึงเป็นอะไรที่เห็นได้โดยทั่วไปเนื่องจากช่วงกลางวันลมมรสุมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะพัดผ่านอ่าวขนาดใหญ่ รวมตัวกันกับความชื้นพัดมาเรื่อยจนถึงเมืองแห่งนี้ที่อยู่ทางตอนใต้แล้วกลั่นตัวเป็นเม็ดฝนในที่สุด

            ดังนั้นที่นี่จึงเป็นแหล่งเกษตรกรที่สำคัญของละแวกนี้ อีกทั้งกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นยังมาบรรจบกันทำให้มีปลาจำนวนมาก

            เสียอย่างเดียว...คนเมืองนี้โดยรากเหง้าตระกูลเก่าแก่จะไม่บริโภคปลา ทำให้มีการกั้นเขตแดนที่จะขายปลาไว้ และมีเพียงนักท่องเที่ยว หรือการค้าส่งออกนอกเมืองเท่านั้นที่ยอมรับซื้อปลาคุณภาพดีๆ แบบนี้ไป

            เป็นเรื่องน่าแปลกที่มีของดีแต่ไม่ทาน...ก็นะ ทุกเรื่องย่อมมีที่มาที่ไป

            ไม่ชอบอากาศแบบนี้เลยแฮะใครบางคนถอนหายใจอีกครั้งหลังได้ยินเสียงฟ้าร้องดังแว่วๆ มาแต่ไกล เมฆสีขาวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเทา แถมยังเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนน่าใจหาย

            อีกไม่นานฝนก็จะตกแล้วด้วยสิ ยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่เลย

            ซ่า!

            เป็นไปตามความคิด ไม่ทันให้ได้ก้าวเดินต่อไปไหน และไม่ทันหาที่หลบฝนชั่วคราวใดๆ น้ำจากฟ้าก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน โหมกระหน่ำเสียจนครู่เดียวทุกอย่างก็เปียกแฉะเหมือนผ้าขี้ริ้วใช้เช็ดพื้น

            ซึ่งนั่น...รวมถึงลิวอิสด้วย

            ซวยชิบ!

         เขารีบวิ่งหาที่หลบฝนก่อนทั้งเนื้อทั้งตัวจะเปียกปอนไปมากกว่านี้ ถึงจะเคยวิ่งตากฝนมาหลายครั้ง รวมถึงตอนที่เล่นไล่จับกับเครมิสก็ด้วย

            แต่นั่นเพราะความจำเป็น หาใช่ความชอบส่วนตัวใดๆ ไม่!

            “ให้ตายเถอะ ดวงไม่ดีเอาซะเลยลิวอิสควานหาผ้าในกระเป๋ามาเช็ดหน้าเช็ดผมให้เรียบร้อยเนื่องจากยังไม่อยากเป็นหวัดไข้ขึ้นจนต้องนอนซมอีกหลายวัน

            ถ้าเป็นงั้นจริง แผนที่วางเอาไว้เสียดิบดีก็เป็นหมันกันพอดี

            ลิวอิสไม่ได้ทำแค่ตีสนิทคนในเมืองอย่างเดียวเท่านั้น เขาศึกษาเส้นทางภายในเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหลบหนี หากเกิดเหตุฉุกเฉินเส้นทางแรกถูกปิดตายหรือถูกทหารล้อมเอาไว้ก็พร้อมเปลี่ยนไปใช้ทางอื่นได้ทันที

            คนอย่างเขา...ต้องมีแผนสำรองเสมอ

            กลัวก็แค่ว่า แผนของเขาจะไม่รองรับความงี่เง่าซื่อบื้อไม่มีใครเกินของคนบางคนก็เท่านั้น ถึงจะเตรียมตัวดีแค่ไหน ถ้าเพื่อนร่วมงานไม่ทำตัวดีๆ เชื่อฟังคำสั่งล่ะก็ มันก็มีสิทธิล่มตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเลยด้วยซ้ำไป

            ยิ่งคนคนนั้น...คือเครมิสด้วยล่ะนะ

            แค่คิดถึงเจ้านั่นก็รู้สึกโมโหแล้วแฮะ

            ลิวอิสถอนหายใจอีกหลายครั้ง เขากังวลกับเรื่องคราวนี้สุดๆ แม้จะออกเดินทางมามาก รับมืออันธพาลหลากรูปแบบ แต่เมืองแห่งนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสงสัย ฟังจากข่าวลือเรื่องคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กินบริเวณไปมากแล้วทำให้ยิ่งไม่มั่นใจ

            ไม่มั่นใจเลย...ว่าแผนครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี

            หลังจากกลัดกลุ้มใจมานานลิวอิสก็ตัดสินใจเข้าร้านเหล้าแห่งหนึ่งเพื่อหาข่าวเพิ่มเติม เพราะการมานั่งคิดมากต่อไปนั้นไม่ช่วยให้เรื่องราวดีขึ้น กลับกัน พาลแต่จะเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ

            หาที่นั่งทานข้าวสักจานสองจานให้เต็มอิ่มก่อนจะเริ่มร่างแผนผังของเมืองอย่างคร่าวๆ อีกครั้ง วางเส้นทางการหลบหนีเพิ่มเติมป้องกันความผิดพลาด

            จู่ๆ ก็นึกถึงใบหน้ากวนๆ ชวนถีบสักเปรี้ยงของมังกรบางตัวขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ รอยยิ้มที่เห็นกี่ทีก็หงุดหงิดจนแทบทนไม่ไหว

         ป่านนี้เจ้าบ้านั่นจะตีซี้ใครได้บ้างไหมนะ

         เปรี้ยง!

            เสียงฟ้าผ่าทำให้ลิวอิสได้แต่หัวเหราะแห้งๆ กับตัวเอง

         อืม...ท่าจะยาก

           

             เด็กเอ๋ย เด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน แต่ควรจะเพิ่มไปอีกสักข้อคือการสั่งสอนผู้ใหญ่ที่โตแต่ตัวส่วนสมองคงไว้ที่สิบขวบ หรือเผลอๆ อาจน้อยกว่านั้นอีกเยอะตามสถานการณ์

            เช่นตอนนี้...

            ปล่อยผมนะครับ!” ฮอฟฟ์โวยวายหลังจากถูกขยี้หัวเทาๆ เสียจนยุ่งไม่เป็นทรง แม้การกระทำเหล่านั้นจะเป็นความเอ็นดูล้วนๆ ไม่มีอะไรแอบแฝงก็ตาม ไม่ได้ยินรึไงฮะ!”

            แต่โดนจับผมจับหัวมากๆ เป็นใครก็รำคาญ

            แตะนิดแตะหน่อยเอง หวงตัวเหมือนฟ่องฟ่องเลยนะเครมิสบ่นขมุบขมิบอย่างน้อยใจ สายตาเหมือนลูกหมาถูกเจ้าของทิ้งพยายามเรียกร้องความสนใจ แต่เจอใบหน้าเคืองๆ ของเด็กชายตรงหน้าก็เล่นเอาอารมณ์อยากแกล้งลดลงไปเสียกึ่งหนึ่ง

            ...ก่อนจะเพิ่มเป็นเท่าตัวเมื่อได้ยินเด็กชายกระแอมเบาๆ แล้วพูดอะไรบางอย่าง

            “ถ้าแค่นิดหน่อย กะ...ก็ได้ฮอฟฟ์พูดเบาจนแทบจะกระซิบ แต่นั่นไม่มีทางหลุดรอดจากหูของเครมิสไปได้หรอก

            เพราะงั้น...ก็จบลงด้วยการที่ร่างเล็กโดนหยิกแก้มบ้าง ขยี้หัวจนฟูฟ่องบ้างตามอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของใครบางคน

            ร่างเล็กถอนหายใจที่เผลอพลั้งปากไปโดยไม่ทันระวังจนต้องมานึกเจ็บใจ โดนเข้าไปขนาดนั้นหากเป็นเด็กวัยสิบขวบทั่วไปป่านนี้คงอาละวาดด้วยความไม่พอใจไปแล้ว และถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริงจนมีข่าวรั่วออกไปล่ะก็...

            จบเห่แน่!

            “พี่ชายไม่เห็นนอนกลางวันอย่างที่บอกไว้เลยนี่ฮอฟฟ์พยายามหาทางรอด เพราะนี่ใกล้เวลาที่เขาต้องลงไปทำงานต่อแล้ว แต่ถ้าถึงตอนนั้นเครมิสเกิดโวยวายเสียงดังขึ้นมาก็ไม่รู้จะแก้สถานการณ์ยังไง พระอาทิตย์ก็ใกล้จะตกดินแล้ว ไม่กลับบ้านหรือไงครับ?

            “เราไม่กลับบ้านหรอก

            เครมิสเอ่ยตอบเสียงใสไร้ความลังเล ก็แหงล่ะ เขาหนีออกจากบ้านมาก็เพื่อผจญภัยในโลกกว้าง ไอ้การจะให้ถอยทัพกลับเฉยๆ สิ่งที่ทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่ากันหมดพอดี ไหนจะรวบรวมเงินทอง ไหนจะลองเสี่ยงทายเส้นทางจนมาเจอลิวอิส

            โชคเข้าข้างมาได้สักพักแล้ว ใครกันจะรีบหนีกลับไปซุกอกแม่

            อย่าดื้อสิครับ...ฮอฟฟ์จัดทรงผมของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะพูดต่อ ยังไงตอนนี้ก็ออกจากห้องของผมได้แล้ว

            “แต่ฝนมันตกอยู่นา...เครมิสชี้ไปทางหน้าต่างแล้วทำหน้าลำบากใจ ในเมื่อเขาเป็นมังกรธาตุไฟเต็มตัว แม้จะไม่ได้ปวดแสบปวดร้อนทุกครั้งเวลาโดนน้ำสาด แต่ให้ตากฝนมากๆ ก็อดรำคาญผิวไม่ได้เช่นกันเพราะความร้อนในกายสูงผิดกับสายฝนมากนัก อาการเลยเหมือนรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แปลกๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายธาตุในการใช้เวทมนตร์แต่อย่างใด

            แต่สีหน้าแหยงๆ ของเครมิสตอนนี้ที่ออกจะเว่อร์เกินไปสักหน่อยคงเพราะเจ้าตัวหาข้ออ้างอยู่ต่อซะมากกว่า!

            “ถึงฝนจะตกก็เหอะเด็กชายนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนไม่แน่ใจ แต่สุดท้ายก็สะบัดหัวไล่ความลังเลให้พ้นๆ ยังไงผมก็ให้อยู่นานไปมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ

            เพราะถ้าไม่รีบไปล่ะก็...

         เขาไม่อยากจินตนาการต่อเลยจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากละเลย หน้าที่แสนสำคัญของเขาประจำวันนี้

            เชอะ...เราไปก็ได้เครมิสทำแก้มป่องเหมือนเด็กถูกขัดใจ เดินตรงไปยังหน้าต่างบานเดิมที่ใช้เป็นทั้งประตูทางเข้าและทางออก ก่อนจะหันกลับมามองฮอฟฟ์ด้วยรอยยิ้ม แล้วเราจะมาเยี่ยมใหม่นะ ฮอฟฟุยยู่คุง

            “เห! มะ...ไม่ต้องมา...

            ไม่ทันได้พูดอะไรต่อเครมิสก็เปิดหน้าต่างออก ทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ด้วยร้อยยิ้มกว้างจนตาหยีพร้อมชูสองนิ้ว เราจะมาหาทุกวัน ต่อไปนี้ก็จะได้ไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียวนะ

            แล้วเจ้าตัวก็กระโดดออกไป

            คำพูดของเครมิสยังคงดังก้องอยู่ในหัวของร่างเล็ก ประโยคนี้ที่เฝ้ารอคอยมานานและคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ยินอีกเป็นครั้งที่สอง เมื่อจับหัวของตนเองก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมังกรเซ่อซ่าบางตัวที่เหลือทิ้งไว้

            ฮอฟฟ์ จาโคบัส อายุสิบเอ็ดปี เป็นครั้งแรกตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้...ที่เขารู้สึกอยากเป็นเพื่อนกับใครสักคน

            ไม่รู้ทำไม...แต่รอยยิ้มนั้นทำให้นึกถึงใครอีกคนเหลือเกิน

 

            เมื่อออกจากคฤหาสน์หลังโตมาแล้วเครมิสก็ไม่รอช้า รีบหาที่หลบฝนอย่างรวดเร็วโดยสุ่มเอาด้วยวิธีแสนสามัญซึ่งไม่เหมาะสมกับอายุแปดสิบห้าของเขาเลยสักนิด

            จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะ...

            นี่ใช่มังกรอายุแปดสิบกว่าปีจริงหรือนี่!

            แม้จะบอกว่าอายุแปดสิบห้าปีแต่ถ้าเทียบอายุมนุษย์ก็แค่สิบเจ็ดเท่านั้น ถึงอย่างไรก็ตามความจริงที่เขาอยู่บนโลกนี้มาหลายสิบปีก็ไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นประสบการณ์ชีวิตย่อมมีมากกว่ามนุษย์ธรรมดาวัยสิบเจ็ดปี เผ่าพันธุ์ที่อายุยืนยาวมักจะได้เปรียบในข้อนี้เสมอ

            แค่มังกรบางตัว...งี่เง่าเกินบรรยาย

            ความรู้รอบตัวเป็นศูนย์ วิชาการเชิงลึกติดลบ ไม่ต้องพูดถึงประสบการณ์ด้านอื่นๆ นอกจากล่าสัตว์ เหมือนเจ้าตัวจะมีดีแค่การผจญภัยตามป่าเขา

            ที่เหลือ...แค่อ่านหนังสือ พอได้ก็บุญแล้ว!

            เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเดิมแสนสำคัญขึ้นจดต่ออย่างอารมณ์ดี เนื่องจากวันนี้ได้พบเพื่อนใหม่หรือให้ถูกน่าจะเรียกว่าได้น้องชายเพิ่มอีกคนคงเหมาะกว่า ไม่รอช้า เครมิสจึงรีบจดก่อนที่จะลืมความรู้สึกเหล่านี้ไป

           

บันทึกไม่ประจำวัน

 

            วันนี้เราเจอเด็กคนนึงน่ารักมากเลยล่ะ หัวเทาๆ นิ่มๆ น่าจับสุดๆ ทำให้นึกถึงฟ่องฟ่องสิงโตน้อยจัง ทางนั้นเองก็นิ่มไม่แพ้กัน สายตาดุๆ เขี้ยวคมๆ สีหน้าน่ากลัวเวลาไม่พอใจ เห็นกี่ทีก็น่าแกล้งน่ากอด แต่เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีกก็ไม่รู้สิ

            เราตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมเด็กน้อยคนนั้นทุกวันเลย เผื่อจะสนิทกันมากขึ้น ในเมื่อฟ่องฟ่องไม่อยู่ให้แกล้งเราก็ต้องหาคนอื่นมาทดแทน

            เอ...แล้วเรามาเมืองนี้เพื่ออะไรนะ เล่นกับฮอฟเฟลเล่จนลืมสนิทเลย

            เหมือนจะเพราะว่าเสบียงใกล้หมดหรืออะไรนี่แหละ เห...ถ้าเสบียงใกล้หมดก็ต้องเข้าป่าไปจับสัตว์สิ ทำไมต้องเข้าเมืองแบบนี้ด้วย งงจริงๆ เลย มันดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

            ทำไมความจำเราแย่ขนาดนี้เนี่ย...แต่ก็ช่างมันเถอะเนอะ ฮ่าๆๆ

 

เครมิส ดิมอส

 

            ช่างมัน...อย่างนั้นเหรอ!” เสียงอันคุ้นเคยทำให้เครมิสรีบเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากลิวอิส โคเวเลนต์ คนที่ สั่งงานให้กับเขา

            และ เขาที่ว่าก็ลืมทุกอย่างเสียสนิท

            กะพริบตาปริบๆ เสียสามทีด้วยความแปลกใจ อ้าว...ลิวเมทิล?

            “ไม่ต้องมาอ้าวเลยนะ!” ลิวอิสแยกเขี้ยวขู่ นัยน์ตาสีส้มแทบจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้เพราะอยู่ในร้านอาหาร ไม่อยากก่อเรื่องให้วุ่นวายจนแผนที่วางเอาไว้พังหมด ลิวอิสหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติก่อนจะกัดฟันพูดต่อ ตกลง...นึกงานที่ฉันสั่งไว้ได้รึยัง

            “งาน?เครมิสนิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามใช้ความคิดอย่างยากลำบากเพื่อเค้นความทรงจำของตนเอง

            เมื่อเห็นท่าทีตั้งใจของเครมิส ลิวอิสก็ถอนหายใจ นึกออกแล้วใช่ไหม?

            แต่ก็นะ ถ้าคาดหวังเกินไป...

            มังกรหนุ่มตอบอย่างชัดเจนปราศจากความลังเล มีของแบบนั้นด้วยเหรอ?

            เจอคนแบบเครมิสเข้าไปจะสะอึก!

           

           

______________________________________________________________________

30/12/2012

            ลงครทั้งบทเรียบร้อยแล้วนะ เป็นไงบ้างกับ ฮอฟฟ์ จาโคบัส เด็กชายแสนน่ารักที่การันตีความโชตะ ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าจะเกิดเรื่องวุ่นๆ อย่างที่เจ้าตัวกลัวหรือเปล่า

            แต่ก็นะ...อยู่กับเครมิสยังไงก็มีแน่!!

            ปล. ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์นะ จะรีบปั่นแล้วส่งต้นฉบับภายในวันที่ 13/1/13 ให้ได้! (หรือง่ายๆ คือต้องแต่งวันละบทนับจากนี้ไปจนถึงวันนั้น) แล้วอย่าลืมมารอดูตอนพิเศษวันปีใหม่ด้วยนะ >w<

                   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,373 ความคิดเห็น

  1. #1318 dinn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 21:19
    ผู้โชคร้ายอีกคน 555
    ว่าแต่ดูเหมือนจะมีความลับความหลังซ่อนอยู่ด้วยสินะ ^ ^

    #1,318
    0
  2. #1244 Nendtime (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 19:29
    สะอึกจริงๆ ก๊ากก
    #1,244
    0
  3. #1086 N.S.Bloody (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 / 22:47
    มาอ่านต่ออีกบท บทนี้อ่านแล้วค่อนข้างลื่น ติดอยู่อย่างเดียว
    อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวนะคะ เรารู้สึกว่าคำว่า "บาง" มีมากเกินไปจนรู้สึกสะดุด
    คนบางคน ใครบางคน มังกรบางตัว บลาๆๆ ไรต์ใช้คำนี้ค่อนข้างเยอะนะคะ
    อ่านไปอ่านมาแล้วรู้สึกว่า... เจอคำนี้อีกแล้ว
    คิดว่าถ้าลองเปลี่ยนเป็นคำอื่นบ้าง อ่านแล้วอาจจะรื่นหูมากกว่านี้ก็ได้ (คหสต.ค่ะ)

    อ่านบทนี้จบแล้วรู้สึกชอบฮอฟฟ์ ขึ้นมาทันทีก็คนมันรักเด็กเหมือนกันนี่ ทำไงได้
    ว่าแต่... เครมิสนี่จริงๆ เลยนะ งี่เง่าจนเด็กจริงๆ ยังอึ้ง
    #1,086
    0
  4. #988 myu_immi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 14:19
    จบตอนที่ 12 (ใหม่)
    งงกับตอนที่เครมิสแนะนำตัวกับฮอฟฟ์
    ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าเป็นมังกร  แล้วทำไมฮอฟฟ์ ถึงยังงงกับอายุ 85 อีกล่ะ  แถมมีบทบรรยายว่า "เขาเป็นเผ่าอะไรกันแน่" ด้วย?

    พรรคพวกคนที่ 3 มาแล้ว ๆ
    อ่านตอนต่อไป --->
    #988
    0
  5. #910 aongfong39 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 23:19
    ฮอฟฟ์ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาทันทีเมื่ออยู่กับเครมิส- -
    #910
    0
  6. #848 little-red-cap (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:28
    ฮอฟฟ์น่ารักมว้ากกกก >_<
    #848
    0
  7. #790 kard-kard (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มกราคม 2556 / 20:24
    ฮอฟฟ์น่ารักโฮก มีการมาบอกว่าถ้านิดหน่อยก็ได้ด้วยนะ*กลิ้งไปมา*
    #790
    0
  8. #753 1 ทิวาราตรี (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 22:13
    สงสารลิวอิสหน่อยๆแหะ
    #753
    0
  9. #720 worm-book (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 21:26
    เครมิส บางทีความคิดนายมันก็น่าเก็บไปคิดต่อนะ...แต่หลายครั้งมันทำให้ฉันสงสารลิวๆ =_=;
    #720
    0
  10. #714 Em.S.End (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 15:41
    สงสารลิวอิสนะ แต่ถ้าไม่แบบนี้ก็ไม่ใช่เครมิสน่ะสิ
    ฮอฟออกมาเต็มๆแล้ว เย้ๆ
    อยากเจอฟ่องๆจังน้า
    #714
    0
  11. #704 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 19:07
    กรีดร้องง... ตอนที่แล้วเพิ่งจะประกาศเป็นแม่ยกเครมมี่ลิวลิ่วไป

    มาตอนนี้สงสัยต้องสามคน !! // โดนไรเตอร์ถีบกระเด็น

    ฮอฟฟี่ น่ารักจริง ซึนจริง โมเอ้จริง อะไรจริง >/////<
    #704
    0
  12. #693 CharlotteTear (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 10:03
    //พรืดดดด
    นายโง่ไปแล้วนะเครมิส...สงสารฮอฟฟี่กับลิววี่เขา ;w;
    #693
    0
  13. #692 ShiroHana (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 07:30
    หึหึหึ..ก็สมกับเป็นเครมิสน่ะนะ=w= ฮอฟโผล่มาก็ชวนจิ้นเบยยยยย น่าร้ากกกกกกกก><
    #692
    0
  14. #691 Namfon13 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 23:40
    ซื่อเกิ๊นนนน อยู่ด้วยแล้วก็สะอึกจริงๆ ค่ะ =_=
    #691
    0
  15. #689 rinray (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 19:29
    ยอมจริงๆ เครมิสแบบซื่อเว่อร์อะ แบบนี้มันโครตซื่อบื้อ
    #689
    0
  16. #688 Namfon13 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2555 / 19:05
    555 โอ๊ยยย หัวเราะจนท้องแข็งเลยค่ะ >O<
    หนูมิสก็ยังซื่อบื่อเหมือนเดิม ขนาดเด็กอย่างหนูฮอฟฟ์เขายังรู้เล้ยยย
    #688
    0
  17. #596 MyU_immi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 23:09
    จบตอนที่ 12
    ลูกไม้หล่นไ่ม่ไกลต้นจริง ๆ
    แต่แอบสงสัยว่าคุณแม่โหดขนาดนั้น  ไหงลูกถึงเพี้ยนสุดกู่แถมเอาแต่ใจตัวเองขนาดนี้หว่า
    อ่านตอนต่อไป --->
    #596
    0
  18. #580 +_Nakasa:::Kana_+ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 20:49
    กร๊ากกกก แอบติดใจคุฌมามี้อีกคน ขาโหดได้ใจจริงๆ 555+
    อืมม...ลิวลิ่วเป็นแวมไพร์รึนี่ ส่วนฟรีดดี้ก็เป็นผู้หญิง ต่างจากที่คิดไว้เลยนะเนี่ย
    ลิวลิ่วมีอะไรฝังใจเกี่ยวกับมังกรรึไงน้าา...
    #580
    0
  19. #509 Bow's Ansia (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 17:35
    แอบสังเกตเบาๆ รู้สึกเครมิสชอบเรียกเป็น เย่ วี่ อะไรพวกนี้รึเปล่า 5555
    #509
    0
  20. #436 Kagerou-คาเงโร่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2555 / 22:11
    อ่านแล้วนึกถึงเรื่อง One Pice ขึ้นมาทัดใด
    สนุกมากครับ อ่านยังไงก็ฮา
    เอ...ไรเตอร์ชอบโจรสลัดแล้วติดเรื่อง One Pice รึป่าวน๊า...???
    แต่งเก่งมากอ่ะไรเตอร์ แต่เยอะๆเลยผมชอบ ตัวเอกซื่อได้ใจจ๊อส
    ฮุๆเครมิส จงเจริญ นิยายเรื่องนี้จงเจริญ
    #436
    0
  21. #226 I-Beam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 21:47
    ใช่ๆๆเราอ่านไปก็นึกถึงเรื่องวันพีช



    อ๊ะๆๆ ต้องรีบไปอ่านตอนต่อไปแล้วระ ฮิๆ
    #226
    0
  22. #186 nrn_forever (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 15:59
     สนุกมากกกกกกกกกกกกกกก คิดว่าไรท์เตอร์ดูวันพีชก่อนแต่งซะอีก ที่ไหนได้...
    ท่านแม่โหดมากมาย ใครตาต่ำหลงรักเครมิสได้นะ (เหมือนแฮนคอกที่น่ารักหลงรักลูฟี่รึเปล่า อ่านตอนต่อไป >>>>)
    #186
    0
  23. #141 Dexsar (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 10:26
    ต่อๆไวๆเน้อๆๆๆๆๆๆๆ
    #141
    0
  24. #140 worm-book (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มกราคม 2555 / 08:33
    คุณแม่กับเครมิสฮากันได้อีก
    ชะอุ๊ย อ่านพรีวิวแล้วอยากอ่านตอนหน้าเร็วๆจังเลย ><
    #140
    0
  25. #139 Reray (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 01:45
    อั๊ยยะ!  ลิวๆเป็นแวมๆหรือนี่!
    ดูท่าตอนหน้ามีปล่อยก๊ากแหงๆ 

    เครมิสเอ๋ย..ฮาเรมหนูดูท่าจะใหญ่โตขึ้นทุกวันๆนะ...

    ป.ล. HNY 2012 นะฮับ >w<
    #139
    0
  26. #138 The White Rose of Death (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2555 / 01:36
    อ๊ายยยยยยย
    ท่านแม่ช่างโหดได้อีกนะ T^T
    รู้สึกว่าแม่ท่านน่ากลัวนิดๆละ

    ว้าว ตอนหน้า มีคนที่หลง(ผิด)รักเคอร์มิสด้วยอ่ะ
    #138
    0