[นิยายแปล] คู่หมั้นของข้าไม่ธรรมดา (Yaoi)

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 กรงเล็บบนหน้านายพลเดวิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    29 เม.ย. 63

ตอนนี้ประชาชนในอาณาจักแอสซีเรียต่างรู้สึกโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก สาเหตุเป็นเพราะเมื่อเดือนก่อน นายพลเดวิด หรือจอมพลเหล็กของพวกเขาได้รับพิษของผู้นำเซิร์กในช่วงสงครามที่ผ่านมา จนถึงเมื่อสองวันก่อนแพทย์ผู้ดูแลได้แจ้งให้ทราบถึงอาการของนายพลเดวิดที่ทรุดลงอย่างต่อเนื่อง การเปิดเผยอาการของจอมพลเหล็กทำให้บรรยากาศในเมืองอึมครึม ท้องฟ้าที่เคยสดใสแปรเปลี่ยนเป็นสีเทา

ในขณะเดียวกันที่ประชุมของอาณาจักรก็เกิดความโกลากล ผู้คนต่างวุ่นวายไปหมด

[เทพเจ้าแห่งสายน้ำ : พระเจ้า นายพลเดวิด ไม่จริง! ทำไมข้าถึงไม่รู้ข่าวร้ายแรงเช่นนี้!? นี่มันหมายความว่ายังไง? แอสซีเรียกำลังทำสิ่งใดอยู่? ไหนพวกเขาสาบานว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเซิร์กอีก สิ่งที่เกิดขึ้นกับจอมพลไม่ใช่อุบัติเหตุ พวกแพทย์ทำอะไรกันอยู่ ขอร้องเถอะ!]

[คู่หูอ้วนพลี : พิษของพวกเซิร์กมีฤทธิ์ถึงชีวิต ตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดพบยาถอนพิษ ข้าคิดว่านายพลเดวิดอาดไม่รอด นี่มันหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่าอย่างไร!? หากไม่มีจอมพลเหล็ก ก็จะไม่มีผู้คุ้มกันแอสซีเรีย แอสซีเรียจะล่มสลายในที่สุดงั้นหรือ!?]

[มนุษย์หมู : นายเข้าใจถูกแล้ว และฉันจะไม่อธิบายซ้ำอีกรอบ ฉันรู้เรื่องนี้จากลูกพี่ลูกน้องที่ทำงานในศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรม และฉันยังได้ยินคนในศูนย์วิจัยคุยกันว่าพวกเขาไม่ได้กลับบ้านมาประมาณสามสี่วันแล้ว ในศูนย์วิจัยทำงานกันอย่างหนัก แทบไม่มีใครได้พักเลย พวกเขาพบยีนปีศาจที่ตรงกับยีนของจอมพลเหล็ก ตอนนี้ทุกหน่วยกำลังเร่งสำรวจกันอยู่]

[ปีศาจ : อะไรกันเนี่ย!? ใครสามารถปลุกฉันได้บ้าง? คนพวกนี้บ้ากันไปใหญ่แล้ว! อย่างไรก็ตามฉันรู้สึกได้ว่าอาการของเขาจะต้องดีขึ้นแน่นอน แต่การที่เขามียีนปีศาจ นั่นหมายความว่าเขาทำสัญญาซาตาน เขาจะใช้ของแบบนี้เพื่ออะไร? ตอนนี้ทุกอย่างตกอยู่ในอันตราย นายพลเดวิดลุกจากเตียงเพื่อทำสัญญาซาตาน แอสซีเรียยังไม่ทิ้งวิธีการเมื่อแปดร้อยปีก่อนอีกงั้นหรือ...]

[ไข่อีสเตอร์ : เอาจริงๆ ผมค่อนข้างเชื่อในปาฏิหาริย์มากกว่าการประชุมสุยอดผู้วิเศษเพื่อหาทางช่วยเดวิด...

หลังจากที่เขาทำสัญญานั่น หากมันอยู่เขาก็อยู่ และหากมันตายเขาก็ต้องตาย สัญญาซาตานในอดีตนั้นไม่สามมารถนำมาเทียบกับปัจจุบันได้เลย อะไรคือการที่ให้จิตของเขาผูกกับปีศาจนี่ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เขาไม่ใช่หรอ และการผูกจิตนี้ ปีศาจก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการของเขา ใครเป็นคนคิดเรื่องโง่ๆนี้ขึ้นมากัน]

ข่าวการโต้แย้งถึงเรื่องของอาณาจักรที่ล่มสลายบนเครือค่ายดวงดาวดังไปถึงลีเบเรซ ดาวเคราะห์ที่จอมพลเดวิดถูกส่งมารักษา อยู่ๆก็เกิดเสียงคำรามดังกึกก้อง ทำให้ความเงียบสงบในยามเช้ามลายสิ้น

"นี่มันไม่ตลกนะ!" มาร์คคำรามอย่างดุดัน ตอนนี้เขาอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร เขาเหนื่อยมากกับการขับรถกว่าเจ็ดสิบชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก อย่างไรก็ตาม เขายังคงต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ เขามองดูกรงที่ตนหิ้วอยู่และยืดหลังตรง

มาร์คอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่บนดาวลีเบเรซ ช่วงที่สงครามเกิดขึ้น ดาวดวงนี้ได้ใช้เป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเซิร์ค เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน หลังจากที่นายพลเดวิดเป็นผู้นำกองทัพทำลายล้างเซิร์ก การสำรวจชายแดนถูกระงับชั่วคราว โรงพยาบาลเงียบลงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากมีการถ่ายโอนผู้ป่วยทำให้เหลือผู้ป่วยไม่มาก

ตอนนี้ทั้งภายนอกและภายใน เหล่าพลทหารของจอมพลเดวิดคุ้มกันโรงพยาบาลอย่างแน่นหนา มาร์คได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดก่อนที่จะเข้าไป และหากเขาไม่ได้พบกับพลโทแคสซี่ซึ่งกำลังลาดตระเวนเป็นการส่วนตัว เขาอาจไม่สามารถเข้าไปได้

หลังจากการทำงานอย่าหนัก ในที่สุดมาร์คก็ได้พบกับแคสซี่ เขาต้องการคำอธิบายเรื่องสถานการณ์ในตอนนี้ เขาเค้นถามแคสซี่โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความเหมาะสมของเวลาหรือสถานที่ใดๆเลย

และนี่ทำให้แคสซี่โมโหกับความดื้อรั้นไม่รู้เวลาของมาร์ค

หลังจากที่คำรามใส่มาร์ค แคสซี่ดูเหมือนจะรู้สึกตัว เขาแสดงด้านมืดของตนเองไป หลังจากนั้นก็พามาร์คไปที่ห้องประชุมภายในโรงพยาบาล แคสซี่มองกรงในอ้อมแขนของมากด้วยใบหน้าเหยเก "ปีศาจ? นายเพิ่งจะพูดว่านายต้องการให้จอมพลเดวิดทำสัญญาซาตานกับเจ้าปีศาจนี่ในเวลาอย่างนี้งั้นหรอ!?"

มาร์ครู้ว่าตอนนี้พลโทแคสซี่รู้สึกยังไง แต่ในเวลานี้เขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรได้แล้ว

แคสซี่สวมชุดเครื่องแบบพร้อมติดเข็มกลัดที่โดดเด่นไม่เหมือนใครบนเนกไทใกล้หน้าอก เข็มกลัดนี้เป็นเข็มกลัดที่ระลึก มีเพียงผู้ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาใกล้ชิดของจอมพลเดวิดเท่านั้นที่ได้รับมัน ตลอดเวลาเข็มกลัดจะเปล่งแสงท่ามกลางแสงอาทิตย์ สื่อถึงความยากจะควบคุมดังเช่นตัวเจ้าของ มาร์คกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขาสูดหายใจเต็มปอด ยืดอกขึ้น ท่าทางแสดงความเคารพ ทำให้เขาดูสง่างามมากยิ่งขึ้น เขาเอ่ยอย่างแน่วแน่และมั่นคงว่า

"นี่เป็นเพียงคำแนะนำพลโทแคสซี่ ในฐานะทหารของแอสซีเรีย ผมได้ไตร่ตรองและพิจารณาอย่าถี่ถ้วนแล้ว ผมเสนอสิ่งนี้ก็เพื่ออนาคตอันรุ่งโรจน์ของแอสซีเรีย"

แคสลี่จ้องมาร์คเขม็ง เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเป็นเวลากว่าครึ่งวันหลังจากที่เขาหลุดต่อว่ามาร์คอย่างรุนแรง พร้อมกับตบโต๊ะประชุมเสียงดัง "พิจารณาถี่ถ้วนแล้วงั้นหรอ? พิจารณากับก้นฉันนี่!"



มาร์คปล่อยให้พลโทแคสซี่ระบายอารมณ์จนใจเย็นลงโดยที่เขายังคงนิ่งเงียบ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าพลโทแคสซี่ พลทหารที่เก่งกาจและดุร้ายเมื่ออยู่ในสนามรบ...มีดวงตาสีแดงก่ำ

มาร์ครู้ดีว่าตอนนี้อารมณ์ของพลโทแคสซี่กำลังเพิ่มสูงขึ้น เขาไม่คิดว่าพลโทจะมีปฏิกิริยากับเรื่องของพวกเซิร์กมากเพียงนี้ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เขาสร้างขึ้น ความกล้าหาญไร้ความหวาดกลัวของเขา มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ได้ และคนๆนั้นก็คงจะเป็น..

"พลโทแคสซี่ นายพลเดวิดเขา..." มาร์คจ้องหน้าพลโทแคสซี่ตาไม่กระพริบด้วยสีหน้าประหลาดใจ เมื่อคิดได้ ร่างกายของเขาพลันแข็งทื่อขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ทันใดนั้นข่าวลือต่างๆที่ตนเคยได้ยินก็ค่อยๆไหลเข้ามาในหัวที่ละเรื่อง เขามองไปที่สีหน้าแปลกประหลาดของพลโทแคสซี่ เขารู้สึกเหมือนหัวใจของตนเองถูกบีบรัด แตกออกเป็นเสี่ยงๆ และกำลังจะสลายไป

ทันใดนั้น เสียงดังฟังชัดก็เอ่ยขึ้น "เราจะลองดู(ทำสัญญา)"

มาร์คและำลโทแคสซี่ไม่รู้ว่าประตูห้องประชุมถูกเปิดออกตั้งแต่เมื่อใด แต่พวกเขาปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว และหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ที่สวมเครื่องแบบทหารสีขาว เขาคือพลเอกเอ้อร์ฉี! แววตาของมาร์คเป็นประกาย เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเพื่อทำความเคารพ "พลเอกเอ้อร์ฉี!"

พลเอกเอ้อร์ฉี เป็นสหายคนสนิทของนายพลเดวิดตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากนั้น เขายังเป็นแพทย์ทหารที่ร่วมเป็นแนวหน้าของกองทัพในสงครามทำลายล้างเซิร์กอีกด้วย หลังจากที่จอมพลเดวิดได้รับบาดเจ็บสาหัสจากพิษเซิร์ก เขาก็กลายเป็นแพทย์ประจำตัวของจอมพลโดยปริยาย และต้องอยู่ที่ลีเบเรซแทบจะตลอดเวลา

ดวงตาของมาร์คเปล่งประกายเมื่อนึกถึงคำที่พันเอกเอ้อร์ฉีเพิ่งกล่าว มีคนเห็นด้วยกับผมแล้ว มาร์คคิด

พันเอกเอ้อร์ฉีเข้ามาประชิดตัวเขา โดยไม่สนใจสายตาของพันโทแคสซี่ จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปแตะเบาๆที่พื้นผิวดำสนิทของกรงสองครั้ง และกรงทึบที่สามารถกันความหนาวเหน็บก็ค่อยโปร่งใสในที่สุด กรงนี้เป็นแก้วชนิดหนึ่ง และตอนนี้ ทุกชีวิตก็เห็นว่า สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในกรงคือปีศาจขนาดเล็ก

"จิ้งจอกหรือ?" พันเอกเอ้อร์ฉีฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเขามองไปที่สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่กำลังหลับฝันดี เขาหลับตาลงเมื่อเห็นร่างกายของเจ้าตัวน้อยที่ปรากฎร่องรอยของบาดแผลมากมาย "ปีศาจชนิดนี้ไม่มีผู้ใดพบเห็นมาเป็นเวลานานแล้ว...แต่สภาพของมันยังดูดีอยู่"

"มันเป็นปีศาจระดับล่าง ผลการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมของมันไม่ค่อยจะดีนัก แต่สัตว์ที่สามารถทำสัญญากับท่านนายพลนั้นมีไม่มาก ผมว่ามันอาจะเกิดปาฏิหาริย์ก็ได้..." มาร์คเหมือนมีก้อนคำพูดจุกที่ลำคอ เขาไม่สามารถพูดต่อได้ "เอ่อ พลเอกเอ้อร์ฉีครับ...ตอนนี้จอมพลเขาเป็นยังไงบ้างหรือครับ?"

ดวงตาของพลเอกเอ้อร์ฉีฉายแววผิดหวังและเศร้าโศกอย่างปิดไม่มิด "อีกประมาณสองชั่วโมง พิษจะแล่นเข้าสู้หัวใจของเขาแล้วล่ะ" ในขณะที่พูด เอ้อร์ฉีก็อดไม่ได้ที่จะไม่มองออกไปด้านนอก อีกฟากของหน้าต่างปรากฎภาพนกสีสันสดใสโบยบินอย่างสวยงามบนท้องฟ้า นกตัวนั้นเป็นปีศาจที่ทำสัญญากับเอ้อร์ฉีมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว "ยาถอนพิษที่ใช้ไม่มีอันไหนได้ผลเลย พิษที่เข้าไปในร่างกายของเขา จะตรงเข้าสู่หัวใจ ในขณะเดียวกัน มันก็ได้ทำลายอวัยวะอื่นๆด้วย มันจะทำลายร่างกายและพลังของเขาจนไม่เหลือ ไม่มีทางอื่นแล้ว แพทย์ชั้นผู้ใหญ่ประกาศลงมาแล้ว ว่าควรยุติการยื้อชีวิตของจอมพลได้แล้ว มันไร้ประโยชน์..."

หลังจากพลเอกเอ้อร์ฉีกล่าวจบ ภายในห้องประชุมก็เกิดความเงียบ ไร้ซึ่งเสียงใดๆ แต่ความเงียบนั้นเกิดขึ้นเพียงลมหายใจ

"ยุติงั้นหรอ? ทำไมล่ะครับ? มันไม่ควรเป็นแบบนี้สิ" มาร์คตกตะลึงกับความคิดนี้ เขารู้สึกหดหู่ใจเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ และระเบิดมันออกมา ตอนนี้เขาไม่ได้สนแล้วว่าตนอยู่ยศอะไร มือของเขากำแน่นด้วยอารมณ์หงุดหงิด "เขาคือจอมพล! ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องไม่หยุดจนกว่าจะถึงนาทีสุดท้ายไม่ใช่หรือ? จอมพลเหล็กคนนี้อุทิศชีวิตเพื่อต่อสู้และปกป้องอาณาจักร เขาต่อสู้เพื่อประชาชน เพื่อเราทุกคนจนตัวเขาเองโดนพิษร้าย เราจะหยุดทั้งๆที่เขาต่อสู้เพื่อพวกเราได้อย่างไร!?"

"มาร์ค!" พลโทแคสซี่เอ่ยปรามมาร์คด้วยเสียงดังสนั่น

พลเอกเอ้อร์ฉีชะงักกับคำพูดของมาร์ค เขามองลงไปที่กรงของปีศาจน้อยในมือมาร์ค ดวงตาของเขาปรากฎแววทะเยอทะยาน "ฉันก็ไม่ได้อยากจะยอมแพ้เหมือนกัน"



ตอนนี้มาร์คพร้อมด้วยแคสซี่กำลังนั่งอยู่ภายในห้องสังเกตุการณ์ที่เอ้อร์ฉีจัดไว้ให้ ห้องที่เป็นส่วนหนึ่งในการรักษานายพลเดวิดนั้น ไม่ใช่ห้องที่ใครต่อใครสามารถเข้ามาได้โดยง่าย แม้ว่าจะสวมชุดต้านและไวรัสสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง และอยู่ในห้องสังเกตการณ์อย่างเข้มงวดก็ตาม

มาร์คเริ่มสติแตก เขาไม่รู้ว่าพลเอกเอ้อร์ฉีหว่านล้อมแพทย์ชั้นผู้ใหญ่ด้วยวิธีใด แต่การที่ผลมันออกมาเป็นเช่นนี้ พลเอกเอ้อร์ฉีจะต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลอย่างแน่นอน

นี่ช่างไม่สมเหตุสมผล ทำไมเขาจึงต้องตื่นตกใจและวิ่งหนีเพียงเพราะมีคนพูดว่าสารพันธุกรรมของเจ้าตัวน้อยนี่คล้ายคลึงกับของท่านนายพล มาร์คคิด คงเป็นเพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาอาการของท่านนายพลเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายทำให้พวกเขาทุกคนไม่อาจมองโลกในแง่ดีได้ เขาถึงได้ตื่นตกใจกับเรืองเล็กๆเช่นนี้ เรื่องเล็กเล็กๆงั้นเหรอ!!?

คนที่รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของเซิร์ก มีเพียงผู้ที่เข้าร่วมกับกองทัพในสงครามทำลายล้างเซิร์กเท่านั้น และพวกเขาก็ได้เข้าใจแล้วว่าทุกวันนี้พวกเซิร์กล้ำหน้ากว่าอาณาจัรของเขามาก ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สงคราม และเทคโนโลยี ยาพิษที่พวกมันสร้างขึ้น นอกเหนือจากประสิทธิภาพในสร้างความเสียหายภายในร่างกายผู้ได้รับ มันยังทำให้จิตใจของประชาชนในอาณาจักรเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะทหารที่ร่วมในสงคราม พวกเขาจะใช้ชีวิตที่เหลือไปกับความกลัวในจิตใจ

ก่อนที่นายพลเดวิดจะเข้าไปเป็นผู้บังคับบัญชาในสนามรบ อาณาจักรก็เกิดการสูญเสียหลายต่อหลายครั้ง เขาเสียกำลังพลเป็นจำนวนมาก ซ้ำร้ายแนวป้องกันก็ตกอยู่ในอันตราย แต่เป็นเพราะการควบคุมของจอมพลเหล็กทำให้ทุกอย่างไม่ดำเนินไปจนถึงจุดจบในเวลาที่รวดเร็วเกินไป

มาร์คถอนหายใจพลางมองรายงานของเจ้าจิ้งจอกน้อยที่พลเอกเอ้อร์ฉีได้ทำการทดสอบเป็นการส่วนตัว มันบาดเจ็บสาหัส สภาพร่อแร่ จิ้งจอกจำนวนมากได้รับบาดเจ็บขณะถูกนำตัวส่งศูนย์วิจัย สาเหตุคงเป็นเพราะความประมาทขณะที่จับตัวพวกมัน โดยสัตวแพทย์ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะระดับทักษะของสัตวแพทย์ในอาณาจักรยังด้อยประสิทธิภาพอยู่มาก จึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

จะให้ปีศาจตัวน้อยที่ได้รับบาดเจ็บมาช่วยเหลือผู้ที่มีความสามารถระดับสูง แต่ภายในแทบไม่มีส่วนใดตอบสนอง มาร์คซึ่งนั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ เขาเพิ่งรู้สึกว่าความคิดของเขาช่างโง่เง่าอะไรเช่นนี้เป็นครั้งแรก

ยิ่งห้องสังเกตการณ์เงียบลงเท่าใด เขาก็รู้สึกว่าอากาศภายในเย็นยะเยือกมากขึ้นเท่านั้น ทันทีที่มาร์คละสายตาจากแผ่นรายงาน ก็สังเกตุเห็นว่าจิ้งจอกน้อยบนหน้าจอมีการตอบสนอง ประมาณห้านาทีหลังจากที่ทุกคนทยอยออกจากห้อง ปีศาจจิ้งจอกก็ค่อยๆยืนขึ้นอย่างเชื่องช้า มันกำจัดหน้ากากกันแก๊สที่พลเอกเอ้อร์ฉีสวมให้ก่อนออกจากห้องทิ้ง



มาร์ครู้สึกขบขันตัวเองเป็นอย่างมาก ที่เขานำปีศาจจิ้งจอกตัวน้อยนี่ออกมาจากศูนย์วิจัย นี่เป็นครั้งแรกที่มาร์คได้เห็นปีศาจตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้ใหญ่กว่าฝ่ามือของเขามากมายกำลังบาดเจ็บสาหัส จิ้งจอกตัวน้อยที่นอนไม่ได้สติ ตลอดเจ็ดสิบกว่าชั่วโมงของเดินทางมันไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาเลย มันไม่ได้ทำให้ทุกอย่างยุ่งยากสักนิดเมื่อเขานำมันไปที่โรงพยาบาลในลีเบเรซ และเมื่อถึงมันก็เพียงหาที่นอนสบายๆให้ตัวเองและหลับไป

แต่ตอนนี้เมื่อมันถูกวางใกล้กับนายพลเดวิด มันก็ตื่นและยืนขึ้นเสียอย่างนั้น

มาร์คไม่ได้เข้าไปช่วยเจ้าตัวน้อย เขายืดหลังตรงและมองหน้าจอตาไม่กระพริบ เมื่อมันเดินเข้าไปหาท่านนายพลด้วยท่าทีอ่อนแรง เขาก็กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว จิ้งจอกตัวน้อยยังคงเคลื่อนไหวไปยังทิศทางที่นายพลเดวิดอยู่ โดยมีหางที่ดูนุ่มฟูด้านหลังลากพื้นตามอยู่ มันดูอ่อนแอและน่าสงสารมาก จิ้งจอกน้อยมองไปที่นายพลเดวิดด้วยดวงตากลมโตที่เปียกชื้นราวกับโกรธเคือง มาร์คไม่คิดว่าปีศาจระดับต่ำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ไม่กลัวผู้มีความสามารถระดับสูงแล้ว ยังรู้สึกโกรธเคืองอีกด้วย? นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร...แต่ดวงตาของจิ้งจอกน้อยตัวนี้เหมือนมีเปลวไฟลุกโชนอยู่เลย

ในขณะที่มาร์คมองเข้าไปในดวงตาของปีศาจตัวน้อย เขาก็สังเกตุเห็นว่าจิ้งจอกตัวนี้ค่อยๆยื่นอุ้งมือน้อยๆขึ้นมา และจากทิศทางของกล้อง ทำให้มาร์คมองเห็นเนื้อนุ่มนิ่มใต้ขนสีขาวของอุ้งมือมันได้อย่างชัดเจน วินาทีต่อมาเจ้าตัวน้อยที่ยังคงเดินโซเซ ได้ระเบิดพลังระดับสูงออกมา พริบตาเดียวอุ้งมือแสนน่ารักก็ข่วนเข้าที่ใบหน้าของจอมพลเหล็กเต็มแรงทันที!

แถม

------------------------------------------------------------


หนูลูก!!! ไปทำเค้าทำม้ายยยย

ศัพท์บางคำที่เราแปลออกมาอาจไม่ตรงกับความหมายมันนะคะ แค่เราเปลี่ยนนิดหน่อยเพื่อให้รูปประโยคมันเข้ากัน แต่โดยรวมแล้วความหมายมันเหมือนเดิมแหละค่ะ เราอาจจะเพิ่มคำนิดๆหน่อยๆให้ทุกคนอ่านกันอย่างสนุกสนานเนอะะ แต่เราก็เป็นมือใหม่ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้ดีรึเปล่าแงงง ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะะ

ปล.ทุกโคนนน มีคนแปลเรื่องนี้ก่อนเราแล้ว และเราไปแจ้งทางนู้นมาแล้ว และไรท์ของทางนู้นบอกว่าตัวเองก็ไม่ค่อยมีเวลา แต่ยังไงเราก็จะขอค่อยๆแปลเองไปเรื่อยๆ เราจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่ 1 เลยนะคะ ถ้าใครอยากล่วงหน้าก่อนตอนที่1-3ในลิ้ง ( https://www.readawrite.com/a/957bcce4b48ec053a589ab6cb79efa3e ) นะคะ แต่ก็ต้องรอตอนที่สี่อยู่ดี วะฮ่าๆ แฮะล้อเล่งน้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

180 ความคิดเห็น

  1. #161 Nonona Nanano (@ooo222) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 07:05
    อุ้งเท้าน้องต้องนุ่มนิ่มแน่ๆเลยยย
    #161
    0
  2. #152 Sweetyprincess (@loleralove) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 12:38
    เป็นกำลังใจให้นะค้าไรท์ ติดตามอยู่ค่าส เรื่องนี้สนุกกก
    #152
    0
  3. #149 reposes (@reposes) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 23:46

    น้อนนน

    #149
    0
  4. #145 Farfer Ppnk (@farfer69) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 02:34
    น้องงงงงงงง
    #145
    0
  5. #137 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 19:48
    ขวนเข้าให้5555
    #137
    0
  6. #130 小现在 (@mo-aloofness) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 22:08

    น่ารักดี อ่านเข้าใจดีค่ะ

    #130
    0
  7. #127 PiyapatBang (@PiyapatBang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 16:04
    หนู55555555555
    #127
    0
  8. #117 Inn1427 (@Inn1427) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:27
    เดี๋ยวนะ เธอเป็นจิ้งจอกไม่ใช่แมว เอะอะตบหน้าไม่ได้น้าาาาาาาาา
    #117
    0
  9. #114 thonghan (@thonghan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:13
    5555 เผลอหลุดขำเลย น้องงงงง
    #114
    1
    • #114-1 peam_kanchapeam (@peam_kanchapeam) (จากตอนที่ 2)
      11 มิถุนายน 2563 / 22:31
      หนูลู๊กก ข่วนพี่เค้าทำไม😂
      #114-1
  10. #98 N_dew (@N_dew) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 15:28

    หนูลูก!

    #98
    1
  11. #91 pam223 (@nupammee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 03:44
    ใจเย็นหนู!!!!!!
    #91
    1
  12. #58 TttIiiMmm (@tubtim52) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:55
    น้องงง!!! เป็นไรคะลูก5555
    #58
    1
    • #58-1 peam_kanchapeam (@peam_kanchapeam) (จากตอนที่ 2)
      13 พฤษภาคม 2563 / 19:09
      น้องพี่เค้าตบทำไมลูก😱
      #58-1
  13. #49 pwarsa (@pwarsa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 23:37
    ภาษาดีมากเลยค่ะ👍🏻👍🏻👍🏻
    #49
    1
  14. #43 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 22:42
    555 ระเบิดพลังแจกยันต์ห้าแถวทันที
    #43
    0
  15. #17 ถั่วบินได้~ (@mameflying) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 08:57

    น้อนนนนนน!!!!


    แปลดีมากค่ะ อ่านง่ายด้วย

    #17
    1
  16. #16 Konrafah (@Konrafah) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 22:34
    น้องทำพี่เขาทำไมลูก 5555
    #16
    0
  17. #15 ggfdy (@ggfdy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 20:11
    น้องง น่ารักก
    #15
    1
  18. #14 kuin326 (@kuin326) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 16:34

    คำกับสำนวนดีมาก แปลลื่น ขำดจ้าน้องไปตบพี่เขาถถถ
    #14
    1
  19. #13 KanoShuuya1012 (@KanoShuuya1012) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 15:25
    น้อนมาแย้วววววว
    #13
    1
  20. #12 ZD_AR (@sirinyaporn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 12:38

    น้องหมั่นไส้ไรเขา5555
    ลั่นภาพประกอบมาก5555
    #12
    1
  21. #11 No10051 (@No10051) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 12:00
    แปลได้ลื่นแล้วค่ะ รออ่านๆ
    #11
    1
    • #11-1 peam_kanchapeam (@peam_kanchapeam) (จากตอนที่ 2)
      29 เมษายน 2563 / 12:29
      ขอบคุณมากๆเลยนะคะ จะรีบแปลตอนสองเลยยย❤❤🙏
      #11-1
  22. #10 09fg (@09fg) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 11:27
    แปลสนุกมากค่ะ
    #10
    1
    • #10-1 peam_kanchapeam (@peam_kanchapeam) (จากตอนที่ 2)
      29 เมษายน 2563 / 11:36

      แงงง ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
      #10-1