คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

212

ยอดวิวเดือนนี้

32

ยอดวิวรวม


212

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 พ.ค. 62 / 22:28 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
B
E
R
L
I
N
 
WELCOME TO

Naruto ตำนานนินจาอภินิหาร : จอมใจราชามังกร

ItaNami [Itachi X Manami]

เมื่อโชคชะตาเป็นใจให้สองคนที่มีฐานะต่างกันราวฟ้ากับเหวมาพบกัน เรื่องราวแสนน่ารักขององค์ชายใหญ่แห่งอุจิวะกับนางรำสาวธรรมดาจึงเริ่มขึ้น

CHARACTER

HERO

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลี่จี จอมใจราชันย์

Uchiha Itachi

HEROINE

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Manami

BOY & GIRL

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เด็กผู้ชาย

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

TAIYO & SUKI





เพลงประกอบนิยาย สามารถปิดได้ค่ะหากรบกวนอรรถรสในการอ่านของท่าน

 

เครดิต : ศึกรักลิขิตสวรรค์ (หลานหลิงหวางเฟย)

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 12 พ.ค. 62 / 22:28

บันทึกเป็น Favorite


B
E
R
L
I
N
 ในลานกว้างที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย ร่างสูงผู้มีเรือนผมสีดำถ่านหินสองคนนั่งอยู่ในที่ประจำของตน เนตรสุกสกาวกวาดสายตาไปทั่วเพื่อชื่นชมการแสดงของเหล่านางรำที่สะบัดลวดลายอย่างอ่อนช้อย จริตของพวกนางถือเป็นที่หนึ่ง ประดุจดั่งหงส์ขาวที่โบกปีกต่อหน้ามนุษย์ทั้งหลาย

แม้ภายนอกจะดูสนอกสนใจสิ่งงดงามตรงหน้าเท่าไหร่แต่ความในใจกลับกำลังเบื่อหน่าย โดยเฉพาะองค์ชายใหญ่แห่งอุจิวะที่ยังคงอิริยาบทเคร่งขรึมเฉกเช่นก้อนน้ำแข็ง เขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วกระเบื้องแล้วจรดริมฝีปากกับขอบถ้วย หวังจะลิ้มรสขมปนฝาดของชาดำ

แต่แล้วทุกสิ่งกลับชะงักกึก เมื่อหางตาคมเหลือบไปเห็นหญิงสาวในชุดรำสีฟ้าอ่อน อิสตรีที่ใส่เสื้อผ้าสีจืดชืดกับสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าคงไม่น่าดึงดูดเท่าไหร่ในสายตาของลูกชายคนโตอย่าง 'อิทาจิ'

แต่น่าแปลกนัก...เขากลับละความตั้งใจที่จะสัมผัสรสชาแล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นร่างอรชรเบื้องหน้าแทน ผิวของเธอนั้นขาวละเอียดเหมือนกับหิมะ ยิ่งต้องแสงแดดอ่อนๆ แล้วก็ยิ่งขับความผ่องใสในตัวให้มากกว่าเดิม

เขาเริ่มไล่สายตาสำรวจเธออีกครั้ง อยากจะทำความรู้จักร่างกายที่โดนเสื้อผ้าเหล่านั้นปกปิดเสียจริง แต่มันก็คงต้องหลังจากที่ได้อธิบายความงดงามของดวงหน้าภายใต้หน้ากาก ต้นเหตุที่สะกดทุกคนในลานกว้าง รวมถึงตัวเขาให้ไม่สามารถละสายตาไปไหนได้

หน้าเรียวเล็กที่ขับให้ตัวหล่อนกลายเป็นเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ยิ่งแก้มขาวที่ยุ้ยออกมานิดหน่อยกับริมฝีปากสีชมพูอ่อนก็ช่างเหมาะนักที่จะมองเธอด้วยสายตาเอ็นดูแบบนี้

อิทาจิมองนางรำคนนี้ด้วยแววตาที่ปะปนไปด้วยความรู้สึกและนึกคิดหลากหลาย ทั้งสนใจ เอ็นดูและรักใคร่ แต่ถึงกระนั้นก็อดสงสัยตัวเองไม่ได้ที่ดันหลงเสน่ห์หนูน้อยแบบนางรำคนนี้

"น่ารักจัง" เสียงของน้องชายทำให้อิทาจิหลุดจากห้วงภวังค์ เขาหันมาฟังผู้พูดแล้วขมวดคิ้วในเวลาต่อมา

"ชอบ?"

"เปล่า" อีกฝ่ายตอบหน้าตาย

"แน่ใจ?"

"อืม"

อิทาจิเลิกสนใจแล้วกลับมารับชมการแสดงต่อ และวินาทีที่เขาหันกลับไปก็มีเหตุในคนเคร่งขรึมเช่นเขาหลุดมาด

หญิงสาวที่กำลังเฝ้ามองอยู่นั้นได้ร่ายรำมาจนถึงที่ที่เขานั่งอยู่โดยที่คนเก่งเช่นอิทาจิก็ไม่อาจรู้ตัว ดวงตาสีอนธการฉายแววตื่นตระหนกก่อนจะปรับให้มันเป็นเช่นเดิม

นางรำสาวแอบกระตุกยิ้มที่มุมปากแล้วใช้นิ้วเรียวไล้แขนขวาที่กำลังวาดลวดลายอยู่ด้านบนต่ำลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าชายใหญ่ นางหงายมือประหนึ่งเชื้อเชิญบุรุษให้มาร่วมร่ายรำ

การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างกับสตรีใจกล้า เดินเข้าไปขอชายหนุ่มรูปงามเต้นรำเลยซักนิด และบุรุษผู้เลอโฉมนั้นก็ไม่ใช่ใครนอกจากเจ้าชายแสนสูงส่งอย่าง 'อุจิวะ อิทาจิ'

องค์ชายคนเล็ก 'ซาสึเกะ' มองหญิงร่างบางที่เขาเล็งไว้ก่อนหน้าด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย ขณะที่ทั้งลานกว้างพลันเงียบกริบราวกับต้องการกดดันให้อิทาจิเลือกทางเดินสักทาง

แล้วได้คำตอบ...เขาเลือกที่จะจับมือเล็กไว้แล้วช้อนสายตาพราวเสน่ห์ขึ้นมอง โดยไม่วายแอบดึงมือของเธอเบาๆ เพียงหวังว่าคนตรงหน้าจะยอมลงมานั่งกับตน อีกฝ่ายสะดุ้งตัวเล็กน้อยแต่ก็ไม่ยอมทำตามที่เจ้าชายประสงค์

สุดท้ายคนแบบเขาก็ยินยอมที่จะลุกไปรวมการแสดงกับนางโดยไม่บ่นอิดออด หญิงสาวพาอิทาจิเดินมาอยู่กลางเวทีแล้วร่ายรำต่อ อีกทั้งยังแอบยั่วยวนคนที่เคยนิ่งสงบผ่านทางสายตา

นั่นไม่ดีเลย! เขาต้องสติแตกแน่หากเธอยังคงแกล้งเขาแบบนี้ไม่เลิก

การแสดงดำเนินมาจนถึงตอนจบ เขาผายมือและพาเธอไปคารวะผู้ใหญ่ทั้งหลายตามมารยาท ก่อนที่ทั้งสองจะต้องแยกจากกัน แล้วคิดหรือว่าคนแบบอิทาจิจะปล่อยไป

เธอทำให้เขาสนใจ ทำให้เขารู้สึกปั่นปวนและสติแตกในแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้

เธอต้องรับผิดชอบ

อีกด้านของห้องแต่งตัว นางรำสาวพราวเสน่ห์กำลังโดนเพื่อนร่วมหมู่บ้านรุมล้อมใหญ่ด้วยเหตุที่เธอไปชักชวนเจ้าชายผู้เงียบขรึมคนนั้นมาร่วมการแสดงได้ อีกทั้งการให้ความร่วมมือของเขายังทำให้หลายคนสงสัยไปตามๆ กัน

"เธอทำได้ไง?" สาวผมสั้นถามเพื่อนร่างเล็กอย่างคาดคั้น ตามมาด้วยผู้หญิงอีกคนที่ส่งสายตาพิฆาตมาให้หากนางบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมตอบคำถาม

"ทำอะไร?"

"อย่ามาไขสือนะ เธอทำให้เจ้าชายที่แสนจะเย็นชาผู้นั้นยอมเล่นกับเธอได้ เธอต้องมีทริคดีๆ แน่" หญิงสาวกรีดนิ้วเรียวยาวของเธอไปตามแก้มยุ้ยแล้วจิ้มลงไปจนจมข้อ

"โอ๊ย! มันเจ็บนะ ซากุระ" เธอว่าเจ้าของสีผมที่เหมือนกับชื่อของตัวเองแล้วทำหน้างึกงอ

แต่มีหรือที่คนอย่าง 'ซากุระ' จะยอมแพ้ เธอทั้งฉลาดแถมยังรำได้งดงามจนผู้เฒ่าและคนอื่นๆ ชื่นชม ต่างกับ 'มานามิ' ที่แม้จะรำได้อ่อนช้อยแค่ไหนก็ไม่ยอมแสดงความสามารถออกมา

แล้วทำไมครั้งนี้ถึงทำให้อิทาจิหลงกลจนยอมออกมาร่วมร่ายรำกับนางแบบนี้เล่า หากไม่ใช่ว่าหล่อนใช้ทริคพิเศษโดยที่ไม่ยอมบอกเธอกับเพื่อน

"เธอจะสนทำไม? นั่นไม่ใช่องค์ชายซาสึเกะของเธอก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?"

ซากุระเริ่มนิ่งหลังจากฟังที่มานามิพูดจบประโยค "มันก็จริง แต่เธออย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ"

"เฮ้อ~ เธอนี่มัน-"

เสียงใสขาดห้วงไปเมื่อสายตาสะดุดพบเข้ากับร่างสูงที่เข้ามาอย่างถือวิสาสะ นั่นทำให้ทั้งห้องเงียบลงถนัดตา ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามคำใดจนชายผู้นั้นยอมพูดออกมาเอง

"เจ้าชื่ออะไร?"

"ข้า- เอ๊ย! หม่อมฉันหรือเพคะ" ซากุระถาม

"ไม่ใช่ เจ้าต่างหาก" เขาชี้มาที่มานามิ เจ้าของชื่อทำหน้าเลิ่กลั่กแล้วชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

"ม- หม่อมฉัน?"

"ใช่ ชื่ออะไร?"

"มานามิค่ะ เอ๊ย! เพคะ"

"ออกไปข้างนอกกับข้าหน่อย"

"เอ่อ...เพคะ"





บุรุษหนุ่มในชุดกิโมโนสีดำแถบแดง สลักลวดลายมังกรตัวใหญ่อย่างประนีตเดินก้าวย่างผ่านเขตอุทยาน เบื้องหลังมีสาวใช้พร้อมด้วยองครักษ์อีกนับสิบเดินตาม เขาใช้มือปัดผ้าที่ขว้างทางเดินออกก่อนจะเข้าไปข้างใน

ผู้คนเหล่านั้นต่างตกใจที่พระราชกุมารเสด็จมาเยือนถึงที่นี่ ล้วนแต่กระวีกระวาดมารวมกันแล้วก้มลงคำนับ สักพักชายชราก็ค่อยๆ เงยขึ้นแล้วเอ่ยถามกับบุคคลผู้สูงศักดิ์ด้วยท่าทีนอบน้อม

"องค์ชายเสด็จมาถึงนี่ มีอะไรให้หม่อมฉันรับใช้หรือขอรับ?"

"นางรำคนนั้นอยู่ไหน?"

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก "คนที่ข้าร่วมแสดงด้วยไงเล่า"

"ท่านคงหมายถึงมานามิใช่หรือไม่ขอรับ องค์ชายอิทาจิ"

เจ้าของชื่อพยักหน้า

"นางออกไปกับองค์ชายซาสึเกะเมื่อไม่นานนี้เองขอรับ ท่านมิได้สวนทางกันหรือ?" คำตอบของชายชราทำเอาอิทาจิหน้าชา นี่เขามาถึงทีหลังน้องชายงั้นหรือ?

ร่างสูงยังคงยืนนิ่งพลางคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่น ก่อนจะพาตัวเองออกมาโดยไม่แม้แต่จะตอบคำถามของท่านผู้เฒ่า นั่นสร้างความสงสัยให้แก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก

เหตุใดทั้งพระเชษฐาและพระอนุชาถึงได้สนใจในตัวนางรำสาวธรรมดาคนนี้นัก

อิทาจิกวาดสายตามองรอบตัวแต่ไม่พบแม้กระทั่งเงาของทั้งคู่ เขาเดินต่อไปอีกและเดินต่อไปอีก จนเหล่าสาวใช้และทหารในขบวนแปลกใจกับพฤติกรรมของเขา

เดินไปได้สักพักก็พบกับหญิงสาวที่เขาคุ้นหน้าดี เธอไม่ใช่นางรำคนนั้นแต่เป็นเพื่อนสมัยเด็กและคาดว่าในอนาคตคงได้แต่งตั้งเป็นพระชายาด้วย หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ผู้มีเส้มผมสีพระกาฬยาวสลวย ดวงตาแสนอบอุ่นจับจ้องมาที่เขาพลันกลีบปากก็ระบายยิ้มออกมา

"อิซึมิถวายพระพรองค์ชาย"

"อืม เจ้าเห็นซาสึเกะไหม?"

"องค์ชายเล็กหรือเพคะ? เห็นอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่น้ำพุท้ายหวัง ไม่ทราบว่าองค์ชาย..." อิซึมิเอ่ยเสียงแผ่วเมื่อพบว่าบุรุษหนุ่มไม่อยู่ฟังเธอพูดจนจบประโยค

"ท่านหญิงเจ้าคะ องค์ชายแค่เพียง-" สาวใช้เงียบปากเมื่อเห็นสตรีเบื้องหน้ายกมือขึ้นเป็นสัญญาณ

"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น"

"เจ้าค่ะ"

ทางด้านซาสึเกะและมานามิ องค์ชายเล็กแห่งอุจิวะพาหญิงสาวที่ถูกใจมาเดินเล่นที่สวนท้ายวัง สถานที่อันร่มรื่นราวกับป่าใหญ่ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของน้ำและบุปผาจากบ่อบัว นางรำสาวสูดดมกลิ่นสดชื่นเข้าไปเต็มปอดพร้อมกับระบายยิ้มกว้าง

ซาสึเกะเห็นเช่นนั้นก็ดีใจที่เขาทำให้เธอคนนี้ยิ้มได้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ตัวมานามิแต่นางกลับถอยเท้าหนี นั่นทำให้ตัวเขาหยุดอยู่กับที่ เช่นเดียวกับเธอที่ยังไม่ขยับกายไปไหนหากอีกฝ่ายไม่รุกล้ำเข้ามา

องค์ชายเล็กช้อนสายตาแสนเศร้าสร้อยผสมเจ็บปวดขึ้นมองเธอ มานามิสัมผัสได้ถึงมันแต่นางก็ไม่ได้เอ่ยปลอบหรือกระทำการใดๆ ที่ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดีขึ้นเลย

ซาสึเกะรู้ดีแก่ในตัวเธออาจจะยังไม่ชินนักกับการที่มีบุรุษอยู่ใกล้ เห็นได้จากการเข้าไปในห้องพักของเหล่านางรำเมื่อครู่แล้ว ก็สะท้อนให้เห็นว่านางนั้นรายล้อมไปด้วยสตรี หาใช่บุรุษแบบเขา

"เจ้ากลัวข้าหรอ?"

"หม่อมฉัน...ไม่กล้า"

"ไม่กล้า?" ซาสึเกะเลิกคิ้ว

"เพคะ ท่านเป็นถึงองค์ชายผู้สูงศักดิ์ การเข้าใกล้หม่อมฉันมันไม่สมควรนัก"

ซาสึเกะขบกรามแน่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาเป็นถึงองค์ชายแล้วทำไมจะเข้าใกล้คนที่ตนชื่นชอบไม่ได้ อีกอย่างนางควรดีใจที่มังกรผงาดฟ้าเช่นเขายินยอมแตะต้องนางโดยไม่นึกรังเกียจ

พริบตาที่มานามิก้มหน้านั้น...ซาสึเกะก็สาวเท้าเข้าไปใกล้ตัวนาง ฝ่ายหญิงเมื่อเห็นร้องเท้าเกี๊ยะอยู่ไม่ไกลจากร่างของตนก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง เป็นจังหวะเดียวที่ชายหนุ่มดึงเธอให้เข้าไปใกล้

ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ซาสึเกะมองใบหน้าและดวงตาแสนใสซื่อนั้นก็ถึงกับต้องมนต์ ดึงดูดให้เข้าขยับหน้าเข้าไปใกล้เธออย่างลืมตัว

นั่นคงไม่ดีแน่สำหรับชนชั้นสูงแบบเขา แต่ก่อนที่จะได้ทำตามใจก็กลับโดนใครบางคนขัดขวางไว้เสียก่อน

"ทำอะไรน่ะ? ซาสึเกะ" ว่าแล้วก็รีบผละหน้าออกอย่างรวดเร็ว

"อิทาจิ" เขาขานชื่อคนตรงหน้าเสียงเรียบ

"เอ่อ...หม่อมฉันถวายพระพรองค์ชายใหญ่เพคะ" มานามิรีบโค้งคำนับบุรุษหนุ่มตรงหน้าก่อนจะมองเขากลับด้วยแววตานิ่งสงบ

"มานี่"

"..."

"เจ้านั่นแหละ มานี่" เขากวักมือเรียก

"เอ๊? หม่อมฉันหรือเพคะ?"

"ใช่ อย่าต้องให้พูดซ้ำ"

"เพคะ" นางเดินไปหาเขาแบบงุนงง

"พี่จะพานางไปไหน?"

"เจ้าทำอะไรไป ก็ควรจะรู้ตัวนะ"

ซาสึเกะกำมือแน่นและตอบกลับไป "ขอรับ"

เขายอมปล่อยให้คนที่ตนเล็งไว้ก่อนหน้ากับพี่ชาย เป็นอีกครั้งที่เขารู้ว่าพ่ายแพ้อีกแล้ว ไม่ว่าครั้งไหนก็ไม่มีทางชนะคนตรงหน้าเลย ทำไมเขาถึงได้แตกต่างกันนักทั้งที่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด

ด้านอิทาจิเมื่อเห็นว่าพานางรำเจ้าเสน่ห์ออกมาพ้นจากน้องชายแล้ว เขาก็รีบลากตัวเธอมาที่ศาลาพักผ่อนทันที มานามิเลือกที่จะนิ่งเงียบแม้จะรู้สึกอึดอัดมากแค่ไหนก็ตามที

"นั่งลง"

"เพคะ" นางทำตามที่เขาบอกทุกอย่าง แต่ก็ยังก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาใคร

"พวกเจ้าออกไปก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับผู้หญิงคนนี้ตามลำพัง" อิทาจิหันไปย้ำคำสุดท้ายหนักแน่น

"เพคะ/ขอรับ"

เมื่อเห็นว่าผู้รับใช้แสนซื่อสัตย์ทำตามคำสั่งของเขาแล้ว นิ้วชี้ยาวก็ยื่นไปแตะปลายคางของมานามิพลางเชยขึ้นประหนึ่งบังคับให้ดวงตาสีไข่มุกดำมองมาแค่ที่ตนเอง

มานามิไม่ได้ขัดขืนถึงจิตใจจะสะท้านต่อสัมผัสของร่างสูงแค่ไหนก็ตาม เธอไม่ชินนักที่จะมีผู้ชายมาแตะต้องตัว นั่นถึงทำให้เธอเลือกที่จะถอยห่างจากองค์ชายเล็กโดยอัตโนมัติ

อิทาจิใช้สายตาของตนสำรวจใบหน้าอย่างเต็มที่ เมื่อมีโอกาสได้เห็นและเชยชมใกล้ชิดถึงเพียงนี้ เหตุใดคนฉลาดเช่นเขาจะปล่อยให้มันหลุดมือไปเล่า

"อ- องค์ชาย"

"อะไร?" เขาถามกลับในขณะที่สายตายังคงจับจ้องเนื้อปากสีเชอร์รี่พร้อมกับกลืนน้ำลาย

"เหตุใดพระองค์จึงจ้องหม่อมฉันเช่นนั้นเล่าเพคะ"

"จ้องแบบไหนรึ?"

"เอ่อ...พระองค์มีธุระอะไรกับหม่อมฉันหรือเพคะ" นางกรอกลูกตาไปมาเพื่อหาคำตอบแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเปลี่ยนคำถาม

"เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงยอมไปแสดงร่วมกับเจ้า"

อีกฝ่ายส่ายหน้า "เพราะข้าสนใจเจ้าไงล่ะ"

รอยยิ้มเล่ห์ร้ายผุดขึ้นบนใบหน้า มานามิกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากก่อนจะเบนหน้าหนีอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็ถูกมือใหญ่บังคับให้หันกลับมามองเช่นเดิม

"เจ้าล่ะ? สนใจข้าหรือเปล่า"

"เอ่อ...หม่อมฉันไม่กล้าคิดหรอกเพคะ" นางยิ้มแห้งกลบเกลื่อน

"งั้นข้าจะจีบเจ้า" เขาว่า

"อย่าเลยเพคะ พระองค์สูงศักดิ์นัก หม่อมฉันก็แค่นางรำธรรมดาคนหนึ่ง"

"ก็ถึงบอกไงว่าจะจีบ"

"ขอบพระทัยความเมตตาของพระองค์มากเพคะ แต่หม่อมฉัน-"

อิทาจิไม่อยากฟังเหตุผลที่นางสรรสร้างขึ้นมาอีกแล้ว ริมฝีปากหยักลึกประกบจูบกลีบปากสีเชอร์รี่พลางดูดดึงเบาๆ แต่มันไม่เบาเท่าไหร่เพราะเสียงอันน่าอายจากจูบครั้งนี้มันส่งเสียงให้หญิงสาวหน้าแดงเถือก

สักพักนางก็ทุบอกประท้วงในอีกฝ่ายปล่อย องค์ชายใหญ่จึงต้องยอมทำตามแต่ไม่วายแอบจูบผิวปากล่างส่งท้าย เมื่อได้รับอิสระก็รีบกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดเสียแทบไม่ทัน

"หวานกว่าที่คิดอีกนะ" มีกระตุกยิ้มอีกที

"ทำแบบนี้ไม่เหมาะนะเพคะ" มานามิพูดเสียงหอบ

"แล้วไง?"

"องค์ชาย"

"ฮึ! ก็ข้าชอบเจ้านี่"

"เอ่อ...พระองค์จะจีบหม่อมฉันจริงหรือเพคะ?"

"ใช่ มีปัญหาหรอ?"

"เปล่าเพคะ งั้นก็...ตามใจพระองค์เถอะ" นางส่งยิ้มที่สวยสุดในสายตาของอิทาจิไปให้ นั่นทำให้คนเฉยชาถึงกับหูแดงแต่ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็น

ว่าแล้วตัวเขาก็เคลื่อนกายไปอยู่ตรงหน้าหญิงสาวพร้อมกับกุมมือทั้งสองข้างของนาง ดวงตาประกายมุกฉายแววจริงจังก่อนจะกล่าวปฏิญาณออกมา

"ข้าภพนี้ ชาติสัญญาจะมีมานามิเป็นคนรักเพียงผู้เดียว หากผิดคำสาบานขอให้สิ้นลูกหลาน หมดทายาทสืบตระกูล"

"ทำอะไรของพระองค์เพคะ?" มานามิตกใจกับคำพูดของเขาพร้อมกับปรี่เข้าไปคว้าแขนแกร่ง อิทาจิมองหน้าหญิงสาวแล้วใช้นิ้วเกลี่ยแก้มใสอย่างทะนุถนอม

"ข้าพูดจริง ไม่เชื่อเจ้าก็คอยดู"

มานามิย่นจมูก "ทำให้ได้ก็แล้วกันเพคะ"





หญิงวัยกลางคนระบายยิ้มอ่อนโยนหลังจากเล่าเรื่องสมัยก่อนให้ลูกของตนฟังจนจบ เธอยื่นมือไปปัดไรผมที่ปรกหน้าลูกสาวออกก่อนจะใช้แก้วตาสีดำถ่านมองดูอย่างรักใคร่

เด็กน้อยผมสั้นสีดำสนิทกำลังนอนยิ้มราวกับท่องอยู่ในแดนฝันแสนสุข เธอใช้ตักของมารดาแทนหมอนซึ่งมันนุ่มมากในความคิดของหญิงวัยเยาว์

ใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัยฉายชัดถึงความเอ็นดูปะปนด้วยเสน่หาลูกรักคนนี้เหลือล้น เธอมีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ทั้งสามีที่คอยรักและเป็นห่วงเธอ ทั้งลูกที่คอยเป็นกำลังใจให้เธอเสมอมา

"ท่านแม่" เสียงของเด็กชายเรียกหญิงวัย 30 ปีให้หันไปมอง พบว่าลูกชายคนโตของเธอนั้นได้กลับมาแล้วพร้อมด้วยสามีอันเป็นที่รักของนาง

"อิทาจิ ทาอิโยะ กลับมาแล้วหรอ?" มานามิทำได้แค่เพียงหันไปถามเพราะเธอยังมีลูกสาวให้ดูแล อิทาจิจูงมือทาอิโยะมาใกล้แม่แล้วส่งเด็กชายต่อให้เธอ

"สึกิหลับไวจัง ท่านแม่ไม่ง่วงบ้างหรอ?" คำพูดแสนซื่อไม่ปิดบังเจตนากับแววตาใสบริสุทธิ์ทำให้มานามินึกเอ็นดู เธอลูบเส้นผมที่เหมือนกันกับตัวเองก่อนจะตอบ "แม่ก็รอลูกไงครับ ง่วงหรือยัง"

เด็กน้อยส่ายหน้า "ไม่ครับ ผมอยากหลับไปพร้อมท่านแม่และเสด็จพ่อ"

"แล้วเรียนวันนี้เป็นไงบ้าง? ได้เจอซาราดะไหม?"

"เจอครับ ซาราดะตั้งใจเรียนมากเลยแต่ก็ชอบทะเลาะกับโบรูโตะ"

หญิงผู้เป็นมารดาของเด็กน้อยแอบยิ้มขำเมื่อได้ยินว่าลูกสาวขององค์ชายเล็กกับเพื่อนสาวผมสีท้อของเธอไปมีเรื่องกับ 'โบรูโตะ' ลูกชายเพื่อนสมัยเด็กของซาสึเกะ

"ลูกต้องดูแลสึกิกับซาราดะดีๆ นะ เพราะลูกเป็นพี่คนโตและเป็นพี่ชายของพวกเธอด้วย"

"ครับ"

"ทาอิโยะ ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวพ่อจะพาสึกิไปนอน"

"ขอรับเสด็จพ่อ" เด็กชายรับคำขันแข็งแล้ววิ่งขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้าน อิทาจิจึงเดินมาอุ้มเจ้าตัวเล็กของเขาขึ้นไปนอน

"หลับสบายเลยนะ ตัวเล็กของพ่อ"

"หม่อมฉันเล่าเรื่องของเราให้ลูกฟังด้วย สงสัยจังว่าฟังไปถึงไหนแล้ว"

อิทาจิเดินมาสวมกอดคนรักพร้อมกับเกยคางไว้ตรงหัวไหล่ของเธอ "ขอบคุณนะ"

"เรื่องอะไรเพคะ?"

"ทุกอย่าง ข้าไม่คิดเลยว่าเราจะมีวันนี้"

มานามิเอาแก้มแนบอีกฝ่ายก่อนจะบอกกลับเสียงแผ่ว "หม่อมฉันก็เช่นกันเพคะ หากพระองค์ไม่ทรงหลงรักหม่อมฉัน วันนี้เราคงไม่ได้อยู่ด้วยกัน"

"โชคชะตาพาให้เราสองได้พบกันแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เราต้องจากกันไปไหนอีก"

"เพคะ"

"ข้ารักเจ้า มานามิ"

"หม่อมฉันก็รักพระองค์เพคะ"

ทั้งสองเคลื่อนริมฝีปากเข้าหากันก่อนที่ช่องว่างมันจะลดลงจนไม่เหลืออีกต่อไป มือหนาประคองใบหน้างามเพื่อให้รับสัมผัสของเขาถนัดขึ้น

ส่วนมืออีกข้างที่ว่างเว้นก็ลูบเล่นแถวตรงขาอ่อนของเธอจนภรรยาสาวถึงกับส่งเสียงประท้วงในลำคอ แต่ใครจะสนเล่า เขาใช้แขนช้อนร่างที่เล็กกว่าแล้วพากลับไปที่ห้องนอน

"อ- อิทาจิ"

"มาทำเรื่องที่เราขาดหายไปนานกันเถอะ" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมา มานามิกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากพลางคิดได้เพียงสิ่งเดียวในหัว

'เดินไม่ได้แน่ T[]T'





ไรต์พูดคุย :

ความหมายของชื่อทาอิโยะและสึกิคือพระอาทิตย์-พระจันทร์ เด็กๆ น่ารักมากค่ะ ไม่ดื้อไม่ซนเลย//ปูนพูดเหมือนเลี้ยงเอง 555+

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เปียกปอน/เปียกปูน จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 03:15

    ฟินเวอร์อิจจี้เจ้าเล่

    #1
    0