CARPE DIEM #อินไทม์มอน Monsta x

ตอนที่ 3 : Chapter 2: Last member

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 พ.ย. 62

Wonho's Part

เช้าวันใหม่ที่ผมรอคอย เมื่อคืนผมนั่งคิดจนผมแทบนอนไม่หลับผมรอคอยวันที่จะได้เจอเขามาก ผมได้แต่นั่งคิดว่าถ้าผมเจอเขาอีกครั้งผมจะทำอย่างไรจะคุยแบบเดิมได้ไหม จะปกป้องเขาไม่ให้จากไปได้อีกหรือเปล่า...

ตอนนี้ผมกำลังขับรถสปอร์ตคาร์ไปที่คอนโดของฮยองวอนที่อยู่ใจกลางเมืองที่ราคาที่คนปกติยากจะจับต้อง

Rrrr

เสียงโทรศัพท์ผมดึงขึ้นท่ามกลางความเงียบของรถ หน้าจอขึ้นรายชื่อของ'H.ONE'

"รับสาย" ผมบอกสมาร์ทโฟนเพื่อรับสาย

'ถึงไหนละมึง กูกับไอ้นูรอมึงจนฉี่จะแตกแล้วเนี่ย"

"เออ ใกล้ถึงแล้วกูกำลังขับรถอยู่"

'เร็วดิ กูอดใจรอไม่ไหวแล้วนะเว้ย'

"อืมๆ เออมึง กูถามไรหน่อยดิ"

'ว่าไงมึง หรือว่ามึงไม่พร้อม? ไม่ได้นะเว้ย กูพร้อมจนไม่อยากรอแล้วเนี่ย@#%$#%#$#'

"ว๊อยยย ฟังกูก่อนดิ กูไม่ได้จะยกเลิกเว้ย"

'เออก็ดี ว่ามามีอะไรอ่ะ'

"กูจะถามว่า ทำไมเราไม่ชวนไอ้จูมากด้วยวะ มึงลืมไปแล้วหรอว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งคนนะเว้ยที่สูญเสียอ่ะ"

'เออก็จริงว่ะ แต่กูไม่กล้าคุยกับมันว่ะ ไม่รู้ว่าตอนนี้มันโอเครมากแค่ไหนเพราะเรื่องของมันก็หนักเอาการเลยว่ะ'

"งั้นเดี๋ยวกูคุยกับมันเอง ถ้าได้ยังไงเดี๋ยวกูไปรับมันมาด้วย"

'เอางั้นก็ได้ แต่รีบมานะเว้ยไอ้นูมันจะชักดิ้นชักงอรอไม่ไหวละ'

"อืมๆ เดี๋ยวเจอกันนะมึง"

'เครๆ เดี๋ยวเจอกัน'


หลังจากผมว่าสายจากฮยองวอนผมก็เตรียมต่อสายหา'จูฮอน' อดีตเพื่อนรักของพวกผม ผมหวังว่ามันจะยังใช้เบอร์เดิมอยู่นะ ถ้าผมคิดไม่ผิดผมว่าันน่าจะยังอยู่ที่เดิมของมัน


"Phone...call 08171119XX" ผมบอกกับสมาร์ทคาร์


Dddddd 


หื้ม? โทรเข้าหนิ่ งั้นแปลว่าจูฮอนยังใช้เบอร์เดิมใช่ไหม

'ฮัลโหล ใครครับ' เสียงจากปลายสายทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่านี่คือเสียงของ 'อี จูฮอน'

"...." อยู่ดีๆปากเข้ากรรมของผมก็ไม่กล้าพูดออกไป

'ฮัลโหล ฮัลโหล ถ้าไม่พูดจะวางสายแล้วนะครับ!' เสียงปลายสายตอนนี้เริ่มหงุดหงิด

"เดี๋ยว! อย่าพึ่งวางนะ คุยกันก่อน"

'ใคร? คุณคือใคร'

"โฮ...กูคือวอนโฮ..อี โฮซอก เพื่อนของมึงไง"

'วอนโฮ.... มึงโทรมาทำไม...'

"ตอนนี้มึงอยู่ไหน กูขอไปหาหน่อย...ได้ไหม"

'มึงจะมาทำไม กูไม่มีเรื่องจะคุยกับมึง'

"มีสิ กูมีเรื่องจะคุยกับมึงถ้ามึงอยากเจอคนนั้นอยู่"

'ใคร มึงหมายถึงใคร'

"ไอ้ควายเผือกแท้ๆ กูหมายถึงซึงย..."

'มึงหยุดพูดเลยนะ!!! กูอยู่โบสถ์ที่เดิม...'

"หึ ทำเเป็นไม่ให้กูพูด แล้วโบสถ์ไหน พุทธหรือคริสต์"

'คริสต์ดิไอ้ห่า กูจะบวชมั้งไอ้นี่'

"ฮาๆๆๆๆ งี้ดิสมเป็นมึง โอเครๆเดี๋ยวกูไปหา"

'อืม' ติ๊ด ปลายสายได้วางสายลง
 

ผมเลี้ยวรถกลับไปและกำลังขับออกไปถนนสายทางออกชาญเมือง ขับไปได้สักพักก็เห็นทุ่งดอกไม่สีขาวสะอาดตาข้างทางทำให้ผมแอบคิดถึงเขาอีกแล้ว ขับไปเรื่อยๆก็ไปถึงโบสถ์ที่ไอ้จูฮอนมันอยู่ตอนนี้ โบสถ์ที่นี่มันมีความหมายกับไอ้จูฮอนมาก

ผมจอดรถและกำลังเดินเข้าไปในโบสถ์ โบสถ์ที่นี่ยังสวยและขาวสะอาดเหมือนเดิม ผมเข้าไปในโบสถ์ก็พบกับชายคนนึงนั่งอยู่ในโบสถ์ ซึ่งก็ไม่ใช่บาทหลวงหรืออย่างไร จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้จูฮอน



"ไงมึง ยังมาที่นี่อีกหรอวะ" ผมทักทายพร้อมหย่อนตัวนั่งข้างๆมัน

"ก็ที่นี่มีความหมายกับกูไง กูก็มาของกูทุกวัน" มันตอบทั้งที่ยังไม่มองหน้าผม

"ทุกวันเลยหรอวะ มึงนี่จำไม่ลืมจริงๆนะเนี่ย" ผมอึ้งที่มันตอบว่ามาทุกวัน

"จะลืมได้ไงวะ กูรักของกูมาตั้งนานอ่ะ กูทะนุถนอมกูดูแลเขามาอย่างดีอ่ะ แล้วอยู่ดีๆไอ้เหี้ยนั่นมันก็ ฮึก พรากเขาไปจาก ฮึก กูอ่ะ" จูฮอนพูดออกมาพร้อมน้ำตาที่มันพยายามกลั้น

"เฮ้ย! มึงใจเย็นๆดิวะ กูปลอบใครไม่เป็นนะเว้ย ก็เนี่ยไงกูถึงมาหามึงไง มึงยังไม่ลืมเขาก็ดีแล้ว กูเลยมาถามย้ำดูว่ามึงอยากเจอเขาอีกไหม"ผมพูดพลางปลอบมันไปด้วย

"ฮึก อยากดิวะ โครตอยากเจอเลย" มันพูดพลางสะอื้น

"กูมีวิธี อย่างแรกมึงต้องเลิกร้องไห้ก่อน" ละมันก็หยุดจริงๆเหมือนสั่งได้

"เออดี เรื่องมันมีอยู่ว่าพวกกูได้ของจากพ่อไอ้ฮยองวอนมามันช่วยย้อนเวลา...." ผมเล่าเหตุการณ์และอธิบายทุกอย่างให้จูฮอนฟัง

"มันจะได้จริงหรอวะ"

"ไม่ลองก็ไม่รู้ป่าววะ จะไปเสี่ยงกับพวกกูไหมล่ะ" ผมถามมัน

"....อืม เอาวะถ้ามันเป็นทางเดียวที่ทำให้กูได้เจอเขา กูก็ยอม" มันตอบผม

"ต้องอย่างงี้สิวะเพื่อนกู งั้นไปกันไอ้ฮยองวอนมันรออยู่ที่ห้องละ" ผมลากมันขึ้นรถมาและมุ่งหน้าไปที่คอนโดไอ้ฮยองวอนอย่างรีบที่สุด 



เมื่อผมถึงคอนโดมันผมก็ใส่รหัสตามที่มันเคยบอกเอาไว้ ประตูอัตโนมัติเปิดออกผมก็เห็นหนึ่งคนกับอีกหนึ่งคนศพมั้ง ไอ้ศพเนี่ยไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกจากไอ้ฮยองวอนที่ผมคาดว่ามันน่าจะโดนไอ้นูเอาผ้าห่มมันตัวมันแล้วเอา ผ้าอะไรสักอย่างอุดปากมันไว้ แล้วไอ้คนทำก็ดูทีวีอย่างสบายใจ ผมนี่ถึงกับกุมขมับเลยครับ



"เล่นอะไรกับเนี่ยพวกมึง" ผมถามพวกมัน

"อือๆๆๆ (แก้มัดให้กูก่อนไอ้ฟาย)" มันพูดอู้อี้เพราะมีผ้ายัดอยู่

"เออๆ แปปดิ๊" ผมแก้มัดให้มัน พร้อมเอาผ้าที่ยัดปากอยู่ออกให้

"ไอ้เชี่ยชยอนูมึงกล้าดียังไงเอาถุงเท้ามึงมายัดปากกูวะ"มันด่าแล้วปาถุงเท้าใส่ชยอนู

"ก็มึงไม่เงียบสักที! กูรำคาญ"ชยอนูเถียงกลับ

"พวกมึงนี่ยังกัดกันเหมือนเดิมเลยนะ"จูฮอนโพล่งขึ้นหลังจากเข้าห้องมา

"อ้าว จูฮอนเป็นไงบ้างวะไม่ได้เจอกันนาน สบายดีไหมวะ" ฮยองวอนวิ่งกระดี้กระด้ามาถาม

"สบายดีจะมาหามึงหรอ" จูฮอนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"กวนทีนนะมึงอ่ะ" ฮยองวอนด่าจูฮอน

"กูเล่ารายละเอียดให้มันฟังหมดแล้วนะ" ผมพูดโพล่งขึ้น 

"งั้นแปลว่าพวกมึงพร้อมแล้วใช่ไหม" ฮยองวอนถาม

"อืม/กูพร้อมแล้ว/เออพร้อม"ชยอนู ผม จูฮอนพูดพร้อมกัน

"ดี! งั้นเราไปกันเลย เราต้องไปแก้จากอดีตสุดแล้วค่อยขยับมาปัจจุบัน แปลว่า...เราต้องไปเหตุการณ์ของ
ไอ้นูก่อน และกูจะบอกอะไรให้คือมึงต้องทำตัวให้ปกติทุกอย่างนะ อย่าให้ใครสงสัย"ฮยองวอนพูด

"อืม โอเครได้กูเตรียมใจไว้ละ" ชยอนูตอบพลางสูดหายใจเข้าออกด้วยความตื่นเต้น

"งั้นพวกมึงจับกูไว้" พวกผมจับไหล่ไอ้ฮยองวอนไว้ เมื่อมันกดที่นาฬิกาแล้วทุกอย่างก็วาร์ป...




TBC.



ฝากติดตามฟิคเรื่องใหม่ของไรท์เตอร์ด้วยนะจ๊ะ
แล้วอย่าลืมติดตามไรท์ได้ที่แอค @PPBOMcomeback
หรือไปเล่นกันในแท็ก!! #อินไทม์กัซ นะจ๊ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น