คัดลอกลิงก์เเล้ว

[One Shot] พี่ซึงอูโกรธ [Seungwoo x Byungchan]

โดย peachym

...พี่ซึงอู ลีดเดอร์ที่เก่งรอบด้าน ใจเย็น เป็นผู้นำ ยิ้มง่าย และใจดีกับทุกคน... พี่ซึงอู คนนั้นนั่นแหละที่โกรธเขา...

ยอดวิวรวม

563

ยอดวิวเดือนนี้

44

ยอดวิวรวม


563

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 มิ.ย. 62 / 04:03 น.
[One Shot] พี่ซึงอูโกรธ [Seungwoo x Byungchan] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
   

      ฮัน ซึงอู
     เด็กฝึกรุ่นพี่ ลีดเดอร์ของวงที่เก่งรอบด้าน ใจเย็น เป็นผู้นำ ยิ้มง่าย และใจดีกับทุกคน
     .
      .
     พี่ซึงอูคนนั้นนั่นแหละที่โกรธบยองชาน
      .
      .





เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 มิ.ย. 62 / 04:03


[One Shot]

พี่ซึงอูโกรธ

Seungwoo x Byungchan



... บยองชานไม่รู้สักนิดว่าเขาทำอะไรผิด ..

... แต่ที่รู้แน่ๆคือว่าเขาโดนโกรธ ...

... ลีดเดอร์ที่เก่งรอบด้าน ใจเย็น เป็นผู้นำ ยิ้มง่าย และใจดีกับทุกคน ...

... คุณลีดเดอร์ฮยองคนนั้นแหละที่โกรธเขา ...

... ด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้สักนิด ...

... แล้วก็ไม่ต้องหวังที่จะถาม ...

... เขาจะถามได้อย่างไรกัน แต่เดินเข้าไปใกล้ยังถูกเมินแถมเดินหนี ...

... ฮยองที่แพ้ลูกอ้อนของเขาคนนั้น เดินหนีเขาไปอีกแล้ว ...


                .

 

              “พี่อูซอกครับ อารมณ์เพลงของท่อนนี้พี่ว่ามันต้องประมาณไหนหรอครับ”

             

              “พี่จินฮยอกครับ ท่าเต้นตรงนี้ยกแขนเท่านี้หรือเท่านี้กันนะครับ ผมงงๆล่ะ”

 

              “พี่อูซอกกี้ อยากได้เพลงไหนหรอครับ”

 

              “พี่จินฮยอกกี้ ไปเล่นกับกลุ่มนั้นด้วยกันมั้ยครับ ดูน่าสนุกมากเลย”

 

              ชเว บยองชาน วนเวียน ป้วนเปี้ยนอยู่กับสองเด็กฝึกรุ่นพี่จากต่างค่ายแบบนี้มาเกือบสามวันแล้ว

              ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนิทกับเพื่อนร่วมค่ายที่มาแข่งรายการด้วยกัน

              ไม่ใช่สักนิด แถมยังห่างไกลกับคำว่าไม่สนิทอยู่มากโข

              แต่เขาน่ะ โดน “พี่ซึงแสนใจดีของทุกคน” เมินอยู่น่ะสิ

              ถูกเมินแบบนี้มาตั้งแต่กลับเข้าถ่ายรายการหลังจากผ่านเวลาพักสั้นๆ ให้มีโอกาสได้กลับบ้านหรือกลับบริษัท

              พอต้องลากกระเป๋ากลับมาถ่ายรายการอีกครั้ง อีกคนก็นิ่งใส่เขาจนเขาไม่กล้าเข้าไปอ้อนไปเล่นด้วยแบบทุกที

              บยองชานจำไม่ได้สักนิดว่าไปทำอะไรให้พี่เขาโกรธ

              แล้วเขาก็ไม่เคยจินตนาการไว้สักนิดว่าพี่ซึงอูน่ะจะโกรธใครกับเค้าเป็นด้วย

              โดยเฉพาะการโกรธเขาน่ะ

             

                .


              “พี่ซึงอู กอดหน่ะ...”

              “พี่ครับ....”

              จ๋อย

              เหมือนนี่จะเป็นครั้งที่ล้านแล้วที่บยองชานจ๋อยแบบนี้ เพราะคนคนนี้

              เขาไม่ได้กอดจากพี่ซึงอูมาสามวันเต็มๆแล้วนะ

              เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

 

                .


              “มีอะไรหรือเปล่าบยองชานนี่”

              “พี่อูซอก มีครับ เยอะเลยด้วย”

              “ก็พี่ซึงอูน่ะ โกรธอะไรผมก็ไม่รู้ครับ ไม่พูดกับผมเลยตั้งแต่วันที่กลับเข้ารายการ”

              “ผมไม่ได้กอดพี่เค้ามาสามวันแล้วนะครับ”

              “พี่อูซอกเข้าใจผมมั้ย ผมอยู่ไม่ได้หรอกนะ”

              “ถ้าไม่มีกอดของพี่ซึงอูน่ะ”

              “เอ่อ... บยองชานน่า พี่ว่า เราคุยเรื่องนี้กันเสียงเบาๆหน่อยดีมั้ยเนอะ”         

                 “จินฮยอก มานี่หน่อยเร็ว”

               “มึงจะบอกกูว่า พี่ซึงอูโกรธอะไรบยองชานไม่รู้ แล้วน้องมาปรึกษามึง แล้วมึงช่วยอะไรน้องไม่ได้ คนที่ต้องรับช่วงต่อคือกู แบบนี้หรออูซอก”

              “อื้อ ใช่ แบบนั้นเลย”

              “มึงนี่นะ”

              “แต่ว่านะบยองชาน ปกติพี่ซึงอูดูใจดีกับทุกคนเลยนี่นา นายแน่ใจหรอว่าพี่เค้าโกรธนายจริงๆ”

              “แน่ใจสิครับพี่อูซอก ผมไม่เคยโดนเมินแบบนี้มาก่อนเลยนะ แล้วก็ไม่เคยเห็นพี่ซึงอูเมินใครแบบนี้มาก่อนเลยด้วย”

              “เออ ไม่เคยเห็นจริงๆนั่นแหละ แล้วนายลองไปอ้อนๆดูหรือยัง”

              “นั่นสิๆ ปกติเห็นอ้อนขออะไรก็ได้หมดไม่ใช่หรอ เรื่องนี้ก็น่าจะไม่มีปัญหานะ”

              “ผมพยายามแล้วนะครับ แต่ว่าแค่เดินเข้าไปหา พี่เค้าก็เดินหนีผมแล้วอ่ะครับ จะให้ผมอ้อนได้ยังไง”

              “เอ้าๆ อย่าร้องนะ อย่าร้อง เดี๋ยวไอ้จินฮยอกก็ช่วยนายได้แหละบยองชานนี่ อย่าคิดมากเลยนะ”

 


                .



              แล้วก็เป็นไอ้เจ้าเพื่อนตัวดีที่ทำให้เขามานั่งกระอักกระอ่วนอยู่ตรงนี้

              จินฮยอกไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมถึงกลายเป็นเขาที่ต้องมากลายเป็นหน่วยสืบราชการลับ

              ในเรื่องที่ดูไม่เข้ากับความถนัดของเขาสักนิดเนี่ย

              แต่ก็เอาวะ เห็นเจ้าบยองชานจ๋อยแล้วก็สงสารน้องมัน ลองดูสักตั้งก็ได้

 

              “พี่ซึงอูครับ”

              “จินฮยอกอ่า ว่าไง”

              “ซ้อมเหนื่อยมั้ยครับ”

              “หื้มม ก็เหนื่อยนะ แต่ก็ไม่เท่าไหร่ นายล่ะ”

              “ผมก็เรื่อยๆนะพี่ เหนื่อยแต่สนุกดีแหละ”

              “เอ่อ พี่ซึงอูครับ”

              “อื้อ ว่าไง”

              “คือพี่ ผมน่ะ...”

              “ฮ่า ฮ่า อะไรของนายเนี่ย มีอะไรหรือเปล่า พูดกับพี่ได้นะ”

              “ก็มีนะพี่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องผมซะทีเดียวน่ะครับ”

              “หื้ม มันยังไง สรุปมีเรื่องอะไร อยากเข้าห้องไปคุยมั้ย”

              “ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรขนาดนั้นหรอกครับพี่”

              “งั้นก็พูดมาสักทีสิ เจ้านี่ ลุ้นไปด้วยแล้วเนี่ย”

              “คือ พี่ซึงอูครับ”

              “เออ ว่าไง เรียกหลายรอบแล้ว จะเก็บเงินดีมั้ย”

              “พี่โกรธอะไรบยองชานมันหรือเปล่าอ่ะครับ”

              “......”

              “......”

              “......”

              “ทำไมถึงถาม”

              ชิปหายแล้ว ทักทายกันครั้งแรก เสียงพี่เขายังไม่เย็นชาเท่าประโยคเมื่อกี้เลย

              จินฮยอกอยากย้อนเวลา อยากเรียกคำถามตัวเองกลับ อยากหายตัวจากตรงนี้

              แต่จินฮยอกทำไม่ได้ครับ ช่วยจินฮยอกด้วย

              “เอ่อ.. คือ.. น้องมาคุยกับผมกับอูซอกน่ะครับ แล้ว.. เอ่อ...”

              จ้องขนาดนี้ ผมก็พูดไม่ออกไงครับพี่ พี่จ้องอะไรนักครับ พี่ซึงอู เอาพี่ซึงอูที่แสนดี คุณพ่อลูกสี่ของผมคืนมาทีครับพระเจ้า

              “แล้ว?”

              ชิปหายอีกแล้วครับ แล้วยังไงล่ะครับ จินฮยอกคนนี้คิดอะไรต่อไม่ออกครับ ช่วยผมด้วย

              “ผมเลยลองมาถามพี่ดูเฉยๆครับ แต่ถ้าพี่ไม่อยากพูดไม่เป็นไรนะครับ ผมไม่ได้อยากแทรกแซงเรื่องอะไรของพี่เลยจริงๆ ไม่มีเจตนาสักนิด”

              “บยองชานให้มาถามหรอ”

              “เอ่อ...” เอาไงดีวะ ถ้าบอกตรงๆว่าน้องมันให้มาถาม น้องมันจะโดนโกรธเพิ่มไหม

              “ว่ายังไง”

              “ก็ประมาณนั้นนะครับ” ขอโทษด้วยบยองชาน พี่กลัวเราถูกโกรธเพิ่มนะ แต่พี่กลัวสถานการณ์ตอนนี้มากกว่า ให้อภัยพี่ด้วย

              “อ้อ”

              “ครับ” ตอบสั้นเท่านี้ ผมไปต่อไม่ถูกครับพี่ซึงอูที่เคารพรัก

              “ฝากไปบอกน้องของนายนะ”

              “เอ่อ.. ครับ”

              “ว่ามาสนใจทำไมว่าโกรธไหม ต่างคนต่างอยู่น่ะดีแล้ว”

              เกินกว่าคำว่าชิปหายไปอีกครับตอนนี้ ประโยคแบบนี้ผมจะกล้าไปบอกน้องมันได้ยังไงกันล่ะครับ พี่ซึงอูที่เคารพ

 

 

                .



              “มึงลองไปถามไหมล่ะอูซอก เผื่อมึงจะมีวิธีถามที่ดีกว่ากู”

              “แล้วคำตอบพี่เค้าจะนุ่มนวลกว่านี้”

              “จินฮยอก มึงอ่ะ ไปบอกพี่ซึงอูว่าน้องให้มาถามได้ไงวะ ไม่ได้เรื่องเลย”

              “อ้าวมึง มึงต้องลองไปเจอ พี่ซึงอูเวอร์ชั่นนั้น กูรับมือไม่ถูก คิดอะไรไม่ออกเลย”

              “....”

              “จริงๆนะมึง”

 


                .



              “พี่ซึงอูคร้าบบบบ”

              “อูซอกกี้ มาๆ มากอดหน่อยเร็ว”

              “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ซึงอู กอดแน่นแบบนี้ สงสารพุงผมด้วยคร้าบบบ”

              “พุงอะไรของนาย ตัวเท่านี้ กินเยอะๆ แล้วไปออกกำลังกายด้วยกันดีกว่า”

              “โอ้ยย ผมขอบายครับพี่ ขอนอนดูหนังดีกว่า ถ้าได้หยุดทั้งที ฮ่า ฮ่า”

              “อ่ะ ตามใจ แต่เปลี่ยนใจเมื่อไหร่ บอกพี่ได้นะ พร้อมเป็นเทรนเนอร์เลยเนี่ย”

              “ขอบคุณคร้าบบบ เอ่อ พี่ซึงอูครับ”

              “หื้มม ว่าไง”

              “คือผมขอโทษที่จินฮยอกมันมาถามพี่เรื่องนั้นด้วยนะครับ”

              “เห้ย ขอโทษทำไม พี่ไม่ได้โกรธพวกเราซะหน่อยนะ”

              “อ่า ครับ”

              “อย่าคิดมากๆ”

              “เอ่อ พี่ซึงอูครับ”

              “อื้อ ว่าไงอูซอกกี้”

              “พี่ซึงอูดูติดสกินชิพจังนะครับ”

              “ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรอ”

              “ก็ขนาดนั้นแหละครับ”

              “ก็ใช่นะ น้องๆในวงพี่ขี้อ้อนน่ารักกันทั้งนั้น มันเลยติดเป็นนิสัยไปเลย”

              “อ่า อย่างนั้นสินะครับ”

              “นายต้องไปลองเจอ”

              “ฮ่า ฮ่า ขอติดไว้ก่อนละกันนะครับ ผมรับมือเจ้าจินฮยอกคนเดียวก็แย่แล้ว”

              “หัวอกเดียวกันสินะเรา แต่กอดกันมันก็รู้สึกดีนี่นา ถือว่าคลายเครียดไปในตัวไง”

              “ผมก็เคยได้ยินนะครับ ว่าแต่มันคลายเครียดได้จริงหรอครับ”

              “อื้อ สำหรับพี่มันได้ผลนะ ลองมั้ยๆ”

              “เราพึ่งกอดกันไปเมื่อสองนาทีที่แล้วเองนะครับพี่”

              “เออ จริงด้วย”

              “สงสัยจะได้ผลจริงๆด้วยนะครับ ช่วงนี้บยองชานเลยดูเครียดๆ ไม่ได้คลายเครียดเลยนี่เอง”

              “....”

              “....”

              “....”

              “....”

              นี่สินะ ความเงียบนิ่งที่แสนอึดอัดที่เจ้าจินฮยอกมันพูดถึง หายใจแทบไม่ออกเลยนะ พี่เค้าจะเงียบแบบนี้อีกนานไหม อูซอกควรพูดอะไรไหม หรือควรกลั้นใจตายไปเลยดี

              “บยองชานส่งมาอีกคนหรอ”

              “เอ่อ น้องไม่ได้ส่งมานะครับ”

              “หรอ?”

              หรอคำเดียว เสียวไปถึงไส้ติ่งแล้วครับพี่ซึงอู ผมอูซอก ไม่ใช่บยองชานครับ อย่ามองแรงผมแบบนั้น

              “น้องไม่ได้ส่งผมมาจริงๆนะครับพี่ โธ่ ผมแค่เห็นน้องมันซึมๆ เลยไปถาม แล้วน้องเลยเล่าให้ผมฟังเฉยๆ”

              “น้องเล่าว่าอะไรล่ะ”

              เอาแล้วไง ต้องตอบแค่ไหนถึงจะรอดตายทั้งคู่ล่ะ

              “น้องบอกไม่ได้กอดพี่มาสามวันแล้วครับ น้องเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว”

              “แต่ก็ยังทนได้นี่”

              “ห๊ะ อะไรนะครับพี่ซึงอู”

              “อย่าไปสนใจเด็กนั่นมากเลย งอแงไปงั้นแหละ ปกติก็ไม่ได้กอดกันทุกวันซะหน่อย แยกย้ายกันไปซ้อมดีกว่า”

 


                .



              ถือว่าการปฏิบัติภารกิจของเขาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีกว่าของไอ้จินฮยอกแหละ อูซอกคิดว่างั้นนะ

              แต่หลังจากมาประชุมลับของเด็กฝึกค่ายทีโอพีมีเดียในเรื่องของเด็กฝึกค่ายแพลนเอจบลง

              ทั้งอูซอกและจินฮยอกก็ยังคิดไม่ตกว่าจะบอกน้องมันอย่างไรดี ให้ไม่ทำร้ายจิตใจน้อง

              ที่ดูเหมือนจะทั้งเหี่ยวทั้งเฉา จากการขาดการพรวนดินใส่ปุ๋ยด้วยกอดของพี่ร่วมค่าย

 


                .


             

              “ปึ้ง”

              “เข้ามาทำไม พี่แปรงฟันอยู่”

              “ผมจะเข้า ทำไมครับ เดี๋ยวนี้ตอนพี่แปรงฟัน ผมก็เข้ามาไม่ได้แล้วหรอครับ”

              “เฮ้อ”

              “ถึงกับต้องถอนหายใจใส่กันขนาดนี้เลยหรอครับ”

              “งั้นพี่ออกไปเองก็ได้ หลบที”

              “พี่ซึงอูโกรธอะไรผม”

              “หลบหน่อยบยองชาน พี่จะออกไปข้างนอก”

              หลบหน้าอีกแล้ว พี่ซึงอูจะหลบหน้าเขาเป็นครั้งที่ล้านหนึ่ง แล้วมันก็คงลากยาวไปจนถึงสองล้านในไม่ช้า บยองชานไม่เข้าใจ ปกติถ้าเขาทำอะไรผิด ก็พี่ซึงอูคนนี้ไม่ใช่หรอ ที่พร้อมจะให้อภัยและสอนเขาทุกครั้ง

              แล้วครั้งนี้คืออะไร ทั้งสิ่งที่พี่พูดออกมาตอนที่พี่จินฮยอกกับพี่อูซอกไปคุยด้วยนั่นอีก

              เขาไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจดีที่ไปแอบฟัง ไม่อย่างนั้นเขาคิดว่าพี่ทั้งสองคนคงไม่กล้ามาถ่ายทอดคำพูดทำร้ายจิตใจให้กับเขาหรอก แต่พอฟังเองตรงๆ มันก็ทั้งเจ็บทั้งชาไปทั้งตัว

              เขากำลังได้รับบทลงโทษโดยที่ไม่มีโอกาสรู้ความผิดของตัวเองด้วยซ้ำ

              อย่าไปพูดถึงโอกาสแก้ต่างให้ตัวเองเลย

              ชเว บยองชานคนนี้ ไม่มีสิทธิ์ได้อะไรเหล่านั้นทั้งหมดนั่นแหละ


              “ต่างคนต่างอยู่น่ะดีแล้ว”

              “อย่าไปสนใจเด็กนั่นเลย”

              “ผมยังเป็นน้องในวงพี่ไหมครับ”

              “ไม่ต้องพูดถึงสถานะอื่นๆ ตอนนี้แค่สถานะน้องในวงของพี่ ผมยังมีสิทธิ์เป็นอยู่ไหมครับ”

              “ไม่ตอบคืออะไรครับ ถ้าคำตอบคือไม่ก็แค่พูดออกมาไงครับ”

              “มันยากตรงไหนหรอ”

              “หรือผมควรถามว่า แค่รุ่นน้องที่มาแข่งรายการเดียวกัน ผมยังเป็นได้ไหมครับ”


              “ไม่พูด ไม่ตอบ”


              “เพราะไม่อยากตอบคำถามผม หรือไม่อยากตอบผมครับ”


              “หน้าก็ไม่อยากมองเลยหรอครับตอนนี้”


              ไม่ไหวแล้ว เขากำลังจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดหลายวันมันกำลังจะไหลออกมา เพราะทั้งแรงกายแรงใจที่จะกลั้นมันไว้มันหดหายจนแทบไม่เหลือจากความเย็นชาของคนพี่


              นอกจากเขาจะเป็นคนเดียวที่พูดอะไรมากมาย ที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรำคาญเสียเต็มทน เขายังเป็นคนเดียวที่พยายามมองหน้า พยายามสบตาอีกฝ่ายเพื่อส่งความรู้สึกอ้อนวอน


              อ้อนวอนขอให้พี่ซึงอูของเขากลับมาเสียที แค่มาแข่งรายการนี้เขาก็ทั้งเหนื่อยทั้งเครียดมากพอแล้ว ทำไมต้องมารับมือกับเรื่องทรมานใจแบบนี้เพิ่มด้วย


              ก่อนหน้านี้ยังมีกอดประจำวันจากคนพี่ที่ทำให้เขามั่นใจว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี 

               กอดประจำวันที่มาเติมพลังให้เขาเสมอ 

               กอดประจำวันที่มันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาไปเสียแล้ว 

               กอดประจำวันที่เขาขาดมันไม่ได้ และเขาก็โง่พอที่จะเชื่อมาตลอดตอนที่คนตรงหน้าเคยบอกเขาไว้ว่าเจ้าตัวก็ขาดมันไม่ได้พอกัน


              แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ เหมือนมันจะชัดเจนเสียจนเกินพอแล้วว่าเขาต่างหากที่เป็นคนเดียวที่ขาดทั้งกอด ทั้งคนตรงหน้าไม่ได้เสียเลย


              หลายวันที่ผ่านมา เขาทรมานจนอยากจะวิ่งเข้าไปบังคับกอดจากคนพี่ แต่ก็รู้ดีว่าตัวเองสู้พี่เขาได้เสียที่ไหน บยองชานคนอ่อนแอจะไปสู้ลีดเดอร์ผู้แข็งแกร่งได้อย่างไรกัน


              แล้วเขาก็กลัวการไปบังคับกอดพี่เขาเสียมากมาย กลัวว่าถึงพี่เขาจะไม่ผลักไส แต่กลับกลายเป็นเขาได้กอดที่ไร้ซึ่งความรู้สึกดีดีเหมือนที่เคยได้รับมาตลอด กอดที่เปลี่ยนไป กอดที่ย้ำว่าทุกความรู้สึกมันเปลี่ยนไป กอดที่ย้ำว่าความรู้สึกดีดีมันไม่เหลืออยู่แล้ว


              “มางี่เง่าอะไร ดึกแล้ว ช่วยหลบด้วย พี่จะไปนอน”


              แล้วความสามารถในการสะกดกลั้นน้ำตาของเขาก็หมดลง น้ำตามากมายไหลออกมา ทำเอาเจ้าตัวสะอื้นเสียจนตัวโยน แต่ก็ยังกัดปากตัวเองไว้แน่น พยายามห้ามเสียงสะอื้นตัวเองไม่ให้ดังออกไปข้างนอกให้เป็นจุดสนใจและเลี่ยงการรบกวนคนอื่น


              “อย่ากัดปาก”


              คนกำลังสะอื้นชะงักไปหนึ่งจังหวะ เงยหน้าขึ้นมามองอย่างไม่เข้าใจนัก พี่ซึงอูบอกเขาว่าอย่ากัดปากเนี่ยนะ เขาพูดมาตั้งมากมาย ถามคำถามร้อยแปด แถมร้องไห้เสียยกใหญ่ แต่สิ่งที่พี่เขาตอบกลับมาคือบอกให้เขาอย่ากัดปากเนี่ยนะ


              “ทะ... ทำไม... ฮรึก.... ครับ...”


              “ม่ะ... ไม่สน.... ใจ... ฮรึก.... ผม...”


              “ฟังไม่รู้เรื่องน่า หยุดร้องไห้แล้วหลบไปได้แล้ว พี่จะไปนอน”


              “อย่าให้พี่ต้องพูดอีกรอบนะบยองชาน”

              แล้วก็ไม่รอให้อีกคนหยุดร้องหรือหลีกทางอย่างที่บอก คนพี่ก็เดินเฉียดไหล่ที่กำลังสั่นจากแรงสะอื้นออกไปจากห้องอาบน้ำแคบๆ พร้อมกับปิดประตูให้เรียบร้อย


              เขาร้องไห้แทบขาดใจแบบนี้ พี่ยังเดินหนีออกไปได้ ยังไปนอนหลับลงอีกหรือ

              เรื่องของเขามันไม่สำคัญเสียจนมันไม่ติดอยู่ในสักความรู้สึกของพี่เลยหรืออย่างไร

              มันไม่วนเข้ามาในความคิดของพี่สักนิดเลยหรือ

              ล้มตัวลงนอน ก่อนจะหลับไป พี่คิดถึงผมบ้างไหม

              เห็นหน้ากันทุกวัน แต่ไม่มีการพูดจา ไม่มีแม้แต่การสบตาเสียด้วยซ้ำ

              มันไม่รบกวนจิตใจพี่บ้างเลยหรอครับ

              ทั้งๆที่การถูกพี่เมินมันทั้งติดค้างและรบกวนจิตใจของเขามากมายเสียขนาดนี้

              ยิ่งคิดน้ำตามากมายก็ไหลออกมาไม่หยุด

              จากที่เสียงสะอื้นยังพอกลั้นได้จากการกัดปากตัวเองไว้เสียแน่น ก็เริ่มเก็บกลั้นไว้ต่อไม่ไหว


              เขาไม่ได้อยากร้องไห้ เขารู้ว่าพี่ซึงอูไม่ชอบน้ำตา พี่น่ะ รับมือน้ำตาได้ไม่ดีเท่าไหร่ มันทำให้พี่เขาทำตัวไม่ถูกและกังวลว่าพี่เขาทำอะไรพลาดไปไหม หรือสามารถทำอะไรให้ดีกว่าเดิมได้หรือไม่


              แต่เหมือนเขาคงไม่ต้องกังวลเรื่องเหล่านั้นในตอนนี้ เพราะพี่เขาเลือกที่จะเดินหนีไปเสียเฉยๆ ไม่อยู่รับมือกับน้ำตาของเขาให้เสียอารมณ์หรือเวลานอนด้วยซ้ำ


              น้ำตานี่ก็ไม่หยุดไหลเสียที


              เขาก็อยากไปนอนเหมือนกันนะ พรุ่งนี้เขายังต้องตื่นมาสู้กับอะไรอีกมากมาย รวมถึงความรู้สึกแย่ๆเหมือนลูกหมาถูกทิ้งแบบนี้


              อ่า... แต่ใช่ว่าไปนอนแล้วเขาจะนอนหลับเสียหน่อย


              เขานอนไม่หลับมาหลายคืน หลับตาพยายามจะหลับลงเพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อน แต่สมองก็ไม่ให้ความร่วมมือสักนิด มันยังคงคิดวนเวียนวุ่นวาย ไม่ต่างจากความคิดในตอนนี้สักเท่าไหร่


หมอกควันแห่งความไม่เข้าใจมันปกคลุมเสียจนอึดอัด หายใจลำบาก หรือมันเป็นผลจากการร้องไห้อย่างหนักกันแน่นะ

 


เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง คนที่ร้องไห้จนทรุดนั่งอยู่กับพื้นจึงเริ่มควบคุมการหายใจและแรงสะอื้นของตัวเองได้

แต่ก็ต้องเงยหน้าที่มีตาบวมๆขึ้นมาด้วยความแปลกใจ เนื่องจากอยู่ๆประตูก็ถูกเปิดออก

แล้วเมื่อเห็นคนที่อยู่หลังประตูนั่น น้ำตาเขาก็ทำท่าจะไหลออกมาอีกระลอก จนต้องก้มหน้าหลบลงมา


พี่ซึงอูจะกลับมาทำไมตอนนี้


มองเขาด้วยสายตาแบบนี้ทำไม


จะหลอกเขาด้วยสายตาอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อนอีกหรอ


แล้วจะเปลี่ยนไปเป็นสายตาเย็นชาเหมือนก่อนหน้านี้อีกไหม


“เงยหน้ามาให้พี่เช็ดหน้าให้ก่อนเร็วบยองชาน”

จะมาทำเสียงพี่ชายใจดีหลอกล่อเขาทำไมกัน


“อ๊ะ”


เพราะมัวแต่คิดอะไรมากมาย เลยทำให้คนที่นั่งขดอยู่บนพื้นห้องน้ำไม่ได้เงยหน้าขึ้นอย่างที่คนพี่บอก จนคนพี่ต้องทรุดตัวลงนั่งลงที่พื้นตามด้วยอีกคน


และเพราะอีกคนไม่ยอมเงยหน้าเสียที คนพี่เลยต้องเอามือช้อนทั้งคางทั้งแก้มของอีกคนขึ้นมา

แล้วก็พบว่า คนที่ร้องไห้อยู่นานสองนานน่ะไม่ใช่แค่ตาบวมเสียแล้ว เหมือนว่าหน้าทั้งหน้าทั้งปากจะบวมตามไปด้วย


คนพี่ไม่พูดอะไรออกมา แต่ยกผ้าขนหนูผืนเล็กที่ตัวเองหยิบติดมือมาเปิดน้ำใส่เสียชุ่มฟูมาซับคราบน้ำมูกน้ำตาออกจากหน้างอแงนั่นเงียบๆ ทำเป็นไม่สนใจสายตาไม่เข้าใจและตัดพ้อที่อีกคนส่งมาอย่างเปิดเผย


“ห้ามร้องต่อแล้วนะเรา”

เอ่ยห้ามออกมาพร้อมลุกขึ้นซักผ้าขนหนูผืนเดิมเล็กน้อยและเปิดน้ำเป็นน้ำเย็นเฉียบใส่ผ้าจนชุ่มก่อนบิดออก กลั้นยิ้มสุดกำลังหลังจากเห็นปากบวมตุ่ยที่คว่ำเบะสุดองศาของคนตรงหน้า


“อ๊ะ เย็นนะ”


คนน้องร้องประท้วงเนื่องจากความเย็นของน้ำที่ค้างอยู่บนผ้าผืนนุ่มที่ตอนนี้มาแปะอยู่บนช่วงตาของเขา โดยมีมือของคนตัวโตวางทาบไว้พร้อมออกแรงนวดกดเบาๆแบบที่เขาชอบอ้อนให้พี่ทำ


“ทนหน่อยน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ตาบวมเอานะ”


“มายุ่งอะไรล่ะ”


“จะดื้อกับพี่หรอครับ”


แพ้แล้ว... บยองชานแพ้เสียแล้วล่ะ


แต่พี่เขาพูดด้วยเพราะๆ ใช้เสียงนุ่มๆ บยองชานก็ยอมทุกอย่างแล้ว


ใครๆชอบคิดว่าพี่ซึงอูน่ะแพ้ลูกอ้อนของน้องๆ โดยเฉพาะของเขา 


แต่เอาเข้าจริงคนที่มีไม้ตายทำเอาเขาแพ้ราบคาบเสียทุกครั้งคือคนพี่ต่างหากล่ะ


ไม้ตายที่มาในรูปแบบของเสียงนุ่มๆ พูดลงท้ายด้วยคำว่าครับคำเดียว บยองชานก็ไม่เคยต่อต้านอะไรพี่เขาได้เลยสักครั้ง อันตรายที่สุดในโลกของบยองชานแล้ว


เหมือนตอนนี้นั่นแหละ 


เขาลืมไปหมดแล้วว่าก่อนหน้านี้ตัวเองร้องไห้เสียตาแทบหลุด เสียความรู้สึกมากมายแค่ไหน 


แค่พี่ซึงอูมาดูแลนิดๆหน่อยๆ บอกให้เขาไม่ดื้อด้วยเสียงแบบนั้นของพี่ เขาก็พร้อมจะลืมทุกอย่างเลยจริงๆนะ


“มาดูแลแบบนี้ แปลว่าผมกอดพี่ได้แล้วหรอครับ”


คนน้องกลั้นใจถามอย่างไม่แน่ใจ เขาไม่เข้าใจเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นสักนิด เขากลัวว่าพี่ซึงอูจะมาดูแลแค่เพราะเห็นว่าเขาร้องไห้เสียมากมายเฉยๆ แล้วพอเขาหยุดร้องไห้ ความเย็นชาแบบทั้งสามวันที่ผ่านมาก็จะกลับมาอีก


“อื้ออออ”

ไม่มีคำตอบจากคนตรงหน้า มีเพียงความรู้สึกว่าผ้าขนหนูที่คลายความเย็นหายไปจากหน้าตนเองและร่างทั้งร่างก็โดนดึงเข้าไปหาความอบอุ่นที่แสนคุ้นเคยในรูปแบบอ้อมกอดของพี่ซึงอูของเขา


บยองชานไม่คิดสงสัยอะไรอีกแล้วและปล่อยตัวเองให้จมลงในอ้อมกอดอุ่นๆนั้นอย่างที่ทำประจำ สูดลมหายใจเต็มปอด คิดถึงกลิ่นพี่ซึงอูพอๆกับคิดถึงอุณหภูมิร่างกายของพี่เขานั่นแหละ ใครจะหาว่าโรคจิตก็ได้ ใครได้กอดพี่ซึงอูทุกวันแบบเขาแล้วไม่ติดบ้าง ชเว บยองชานไม่เชื่อหรอกว่าคนคนนั้นจะมีอยู่จริง


ก็เขาน่ะมีประสบการณ์ตรงเลยนี่นา อ้อมกอดของพี่ซึงอูน่ะเป็นสิ่งเสพติดชนิดร้ายแรง ขาดได้ไม่เกินสามวันหรอก ขาดใจตายแน่นอน


“คิดถึงเป็นบ้าเลย”

บยองชานบอกเจ้าของอ้อมกอดเสียงอู้อี้พร้อมออกแรงกระชับคนตรงหน้าแน่นขึ้นอีกนิด ก็คิดถึงจริงๆนี่นา


“คิดถึงเหมือนกันครับ”

ชเว บยองชานหายใจสะดุดไปในจังหวะเดียวกับที่หัวใจบีบรัดตัวเองอย่างรุนแรง พี่ซึงอูนี่อันตรายเป็นบ้า เคยมีใครหัวใจเต้นผิดจังหวะตายเพราะโดนกอดบ้างไหมนะ บยองชานนึกสงสัยขึ้นมาจริงจัง


“อะไร เย็นชาใส่มาตั้งสามวันแล้วมาบอกคิดถึงได้ยังไง ผมไม่เชื่อพี่หรอกนะ”

คราวนี้คนน้องดันตัวเองออกมาอย่างทุลักทุเล ก็พี่ซึงอูน่ะ ไม่ผ่อนแรงกอดให้เขาได้ขยับตัวเลยนี่นา


“คิดถึงจริงๆนะครับ ไม่ได้อยากเย็นชาใส่เสียหน่อย”


“ไม่อยากเย็นชาใส่อะไรกัน ทั้งเมิน ทั้งมองแรง เดินหนีผมอีก ผมจำได้หมดเลยนะ”


“ขอโทษนะครับ ต่อไปไม่ทำแล้ว สามสี่วันนี้พี่ทรมานไม่ต่างกับเราหรอกนะ”


“งั้นผมถามได้ไหม พี่โกรธอะไรผม”


“ไหน มาให้กอดแน่นๆอีกทีหน่อยครับ แล้วเราไปนอนกันนะครับ ดึกแล้วนะ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาฝึกแต่เช้าอีก”


ถึงรู้ชัดๆว่าคนพี่ตั้งใจเปลี่ยนเรื่องด้วยการงัดไม้ตายของตัวเองมาใช้ แต่บยองชานก็อ่อนแอและพ่ายแพ้เกินกว่าจะทักท้วง จึงได้แต่ฝังตัวเองลงในอ้อมกอดที่โหยหามาตลอดสามวัน และเดินต้อยๆตามแรงจุงของคนพี่ไปยังเตียงของตัวเอง อมยิ้มรับแรงลูบอย่างเบามือที่หัวของเขา


“ฝันดีนะครับ”


แล้วบยองชานก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าฝันดีของเขาในคืนนี้มาจากการลูบหัวเบาๆนั่น คำบอกฝันดี หรือรอยจูบที่ประทับอยู่บนริมฝีปากจากการที่คนพี่ปีนขึ้นมาบนเตียงบนของเขาเพื่อประทับมันเอาไว้ โดยไม่ลืมเอาตัวโตๆของตัวเองบังกล้องรายการไว้เสียมิด


แต่เพราะอะไรก็ช่าง บยองชานชอบการฝันดีด้วยหลายสาเหตุแบบนี้มากกว่าการนอนไม่หลับแบบคืนก่อนๆสามร้อยเท่าได้ บยองชานคิดในใจก่อนผลอยหลับไปอย่างรวดเร็ว


ปล่อยให้คนพี่เดินกลับเตียงของตัวเองไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย


จะให้น้องรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าการเสียอาการอย่างมากมายในช่วงสามวันแสนทรมานน่ะมาจากการที่น้องมันแค่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนเด็กฝึกว่าคิดถึงที่สุดในโลกอย่างนั้น อยากกอดนายที่สุดอย่างนี้ บนรถที่พี่เมเนเจอร์ขับมาส่งเพื่อเข้าหอถ่ายรายการ


เหตุผลงี่เง่างอแงเสียขนาดนั้น มันน่าละลายน้อยเสียที่ไหนกัน


แต่จะบอกว่าแค่เพราะเหตุผลนั่นก็ไม่ใช่เสียทีเดียว จริงๆเขาหายโกรธน้องตั้งแต่เห็นหน้าจ๋อยๆในเย็นวันแรกแล้วล่ะ แต่ความนานๆทีจะได้เห็นเจ้าเด็กร่าเริงที่เอะอะอ้อน เอะอะงอแงให้เขาตามใจ มาตามง้อ มาทำหน้าอ้อนๆ ช้อนสายตาใส่ มันก็ทำเอาความอยากแกล้งมันเอาชนะความมีเหตุผลที่เขายึดถือมาตลอด เผลอตัวแกล้งน้องไปจนได้


เพียงแต่เขาไม่คิดว่ามันจะบานปลายจนน้องร้องไห้เสียใหญ่โต แค่เห็นน้องร้องไห้เขาก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เดินหนีน้องออกมาจากห้องอาบน้ำได้ ก็ยืนงงเสียนานสองนาน จนเจ้าจินฮยอกและอูซอกต้องมาสะกิดเรียกสติให้เขาต้องได้อายเด็กฝึกรุ่นน้องร่วมห้องที่เหมือนจะรับรู้ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างๆเงียบแต่ใส่ใจ


แล้วเขาก็เสียเวลาอีกไม่น้อยในการควานหาผ้าขนหนูนุ่มผืนโปรดของเจ้าของเสียงร้องไห้แสนทรมานใจเขา ทั้งๆที่มันก็วางเป็นระเบียบอยู่ในที่ของมันในตู้เสื้อผ้านั่นแหละ


ก็เขาแพ้น้ำตาน้องจริงๆนี่นะ แค่เห็นน่ะ สมองมันก็หยุดสั่งการไปเสียดื้อๆ


ต่อไปคงไม่กล้าแกล้งน้องด้วยเรื่องอะไรแบบนี้อีกแล้ว ต่อให้หน้าจ๋อยของน้องจะน่ามอง น่าแกล้ง น่ารังแกแค่ไหนก็ตาม หัวใจมันจะวายตายเสียให้ได้จริงๆ


ฮัน ซึงอู ขอสาบานไว้ตรงนี้



.


peachym


.


เป็น one shot ที่เกิดจากการเมากาวเพราะเผลอไปส่องแท๊กล้วนๆจ้า

น้องบยองชานคือน่ารักน่าแกล้งไม่ไหวแล้ว อยากโอ๋น้องที่สุดในโลก

มาหลงรักลักยิ้มของบยองชานไปด้วยกันนะคะทุกคน ^_^

ส่วนพี่ซึงอูนั้น เหมือนตอนนี้จะเป็นแดดดี้ของครื่งด้อมเคป๊อปไปแล้ว

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ความหลัวของพี่นั้นทำเอาเรากลับแอคหลักไม่ได้มาหลายวันแล้วนะคะ

รบกวนใครไปบอกพี่ให้มารับผิดชอบด้วย


.


ชื่อเรื่องสิ้นคิดมาก ได้โปรดมองข้ามมันไปทีนะคะ

555555555555555



.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ peachym จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 Pimza07 (@Pimza07) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 13:40
    อ่านไม่ได้!!!
    #8
    0
  2. วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 22:26
    น่ารักมากเลยค่ะ ช่วงเเรกอ่านปวดใจเเทนน้องมากเลยค่ะ พี่ซึงอูนี่ขี้เเกล้งจริงๆ

    ปล.ขอบคุณที่เเต่งฟิคคู่นี้นะคะ หาอ่านยากมากเลย ภาษาไรท์ก็สวย
    #7
    0
  3. วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:35

    ฮืออ ขอบคุณที่แต่งนะคะ ไม่เห็นคนแต่งฟิคบรรยายคู่นี้เลย ดีใจมากๆๆ

    #6
    0
  4. #5 พิ๊กพี่ซึงอูแหล่ะ
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 00:13

    โอ้ยยย ตามหาอ่านฟิคคู่นี้อู่พอดีเลยค่าาา
    เขินมากๆ ฮือออ อิพี่ร้ายมากกก!!!

    ขอบคุณไรท์นะคะ ^^

    #5
    0
  5. วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 18:43

    เหตุผลอิพี่แบบน่าฟาดอ่ะ!!! ห้ามทำน้องร้องไห้อีกนะ

    #4
    0
  6. วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 15:00
    แต่น้องบยองชานคือน่าแกล้งให้ร้องไห้แล้วเข้าไปโอ๋จริงๆนะคะ เด็กอะไรน่ารักไปหมด ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ :)
    #3
    1
    • 28 มิถุนายน 2562 / 00:00
      เขียนแบบรอให้ถึงตอนโอ๋น้องตลอดเวลาเหมือนกันค่ะ 55555 ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเหมือนกันนะคะ ดีใจมากเลยยย :)
      #3-1
  7. #2 Uuuuuuu
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 14:44

    พี่แกล้งน้องแรงงงงมากแง๊ เจ้าบยองน่าสงสารมากกกอยากหอมแจ้มมมมม

    #2
    1
    • 28 มิถุนายน 2562 / 00:00
      แจ้มน้องมีเจ้าของแย้ววว เจ้าของดุมากด้วยน้าา 5555
      #2-1
  8. วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 08:21
    น่ารักมากกกกกกก พี่ซึงอูดีมาก เขินนน บยองน่าสงสาร5555555 ตอนแรกอ่านก็ปวดใจ น้องน่ารักน่าเอ็นดูทำไมพี่เย็นชาใส่ คนอื่นก็พลอยเดือดร้อนไปด้วยต้องเข้ามาช่วย พี่ซึงอูร่างเย็นชาน่ากลัวมาก 😂
    #1
    1
    • 27 มิถุนายน 2562 / 23:59
      น้องน่าสงสารจริงค่ะ แต่งเองสงสารเองแบบรอให้ถึงตอนโอ๋น้องตลอด 555555 ขอบคุณที่มาอ่านระค้าาา :)
      #1-1