this is the evidence proving that the boy called shinta has a heart. (end)

ตอนที่ 7 : 06 - ever since the day that i met you.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,677
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,075 ครั้ง
    4 ส.ค. 62

06
"we find love, 
we get up
and we fall down,
 we give up."



.
.






            เอยรู้

           

            ยังไงนะ เราขออีกที”

            เป็นปลาทองหรือไง?”

            ก็มันจำไม่ได้นี่หว่า หัวเราไม่ไปจริงๆกับเครื่องดนตรีน่ะ”

 

            เอยรู้ว่านี่มันแปลก .. แต่มันไม่ได้ไม่ปลอดภัย

            คนตัวเล็กถอนหายใจทำไหล่ตก มีกีตาร์อยู่บนตัก กีตาร์เจ้าปัญหาที่แค่คอร์ดง่ายๆเขาก็ยังจับไม่ได้สักที ตากลมมองครูสอนดนตรีจำเป็นแบบติดอ้อน เขามักทำแบบนี้กับคนโตกว่าหรือคนที่ต้องการให้ช่วยแต่สุดท้ายก็ไถตัวลงไปนอนกับพื้นห้องนอนเหมือนคนหมดแรง

 

            ตาเป็นกุ้งยิงหรือไง?”

            เนี่ย คำแบบนี้ดันรู้จัก”

            ลุกขึ้นมา”

            หายเมาแล้วเอาใหญ่เลยนะคุณ”

            ใครไม่ง่วงเองล่ะ” ชินตะริบกีตาร์คืนมาก่อนจะเริ่มจับให้ดูใหม่ เอยที่ต้องการจะเล่นเพลงเพลงหนึ่งให้เป็นแค่ท่อนร้องรับเท่านั้นเท้าคางกับพื้นก่อนจะตั้งอกตั้งใจดูก้านนิ้วยาวนั่นเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติบนกีตาร์โปร่งสีดำที่เจ้าตัวมีติดไว้ในรถ

            ต้องโทษตาเขาเองนั่นแหละที่ดีเกินไป พอเห็นแล้วมันก็อยากรบเร้าให้สอนเล่น

            เท่จะตาย ผู้ชายเล่นกีตาร์น่ะ

 

            ขออีกที”

            … ”

            “หน่า อย่ารำคาญกันเลย”

 

            คนตัวสูงที่อยู่ในชุดนอนของเอยจ้องตากลมที่กะพริบปริบๆ

 

            อ็บ!” (เจ็บ!)

 

            คุณเจ้าของห้องที่โดนบีบแก้มแรงๆร้องโวยวายและแม้ว่าตอนนี้จะเปิดโคมไฟสีส้มที่หัวเตียงไว้เพียงดวงเดียวเขาก็เห็นใบหน้าของอีกคนหนึ่งชัดเจน อาจเป็นเพราะชินตะเพิ่งมัดผมตัวเองขึ้นครึ่งหัวเมื่อกี้ลวกๆ อาจเป็นเพราะบรรยากาศเป็นใจเขาถึงได้คิดว่าคนตรงหน้าน่ะ .. ดูสวยชะมัด

 

            you know what?”

           

            ตาคมของคนที่ก้มลงไปสำรวจกีตาร์ในมือตัวเองเปลี่ยนมาสบตากับคนที่ถามขึ้นว่า ‘นี่ คุณรู้อะไรมั้ย?’

 

            you look so peaceful .. and you also look like art.”

            (คุณดูสงบมากเลย .. แล้วคุณก็ดูเหมือนงานศิลปะด้วย)

 

            รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าน่ารักนั้นดูเหมือนจะคุ้นตา อาจเป็นเพราะเอยมักจะมีรอยยิ้มให้คนรอบตัวเสมอ หากแต่กับเขาแล้ว เขารู้สึกว่ามันต่างออกไปในทุกๆรอยยิ้ม การหรี่ลงของดวงตากลมโตนั้นสะท้อนถึงความจริงใจของคนพูด ในขณะที่ความรู้สึกประหลาดลอยฟุ้งอยู่ในอากาศราวกับการกระจายไปของละอองน้ำหอม

           

            i'll take it as a compliment.”

 

            ราวกับว่ามันยาวนาน ช่วงเวลาที่ประโยคนั้นถูกพูดขึ้น แม้ว่าในความจริงนั้นมันจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วอึดใจเท่านั้น .. บางสิ่งยาวนานในความรู้สึก อาจเพราะมันกำลังฝังรากลึก

            เติบโตอย่างเงียบงันอยู่ในพื้นที่โล่งและกว้างที่เจ้าของไม่ได้ล่วงรู้ถึงการมีอยู่แต่อย่างใด

 

            เราจำไม่ได้เพราะว่าคุณไม่ร้องอะ”

            เรื่องมาก”

            อยากเล่นเป็นจริงๆนะเว้ย อุส่าห์ให้ยืมชุดนอนตัวโปรด” คนที่อยู่ในเสื้อนอนตัวโคร่งกับกางเกงที่บอกเลยว่าแม้จะตัวใหญ่จนเขาใส่ได้เพราะเป็นผ้ายืดแต่ช่วงขาน่ะสั้นจนมันเต่อไปมากๆสำหรับเขา

 

            เซนเซพลีส~”

 

            เอยยกมือขึ้นพนมกลางอก สุดท้ายบางคนก็ไม่ได้ร้องออกมาแม้ว่าเขาจะอ คนตัวเล็กในชุดนอนทำหน้าเศร้า .. จัดแจงท่านอนตัวเองที่กำลังนอนราบกับพื้นให้เป็นท่านั่ง เกมจ้องตาเริ่มขึ้นอีกครั้งระหว่างคนเฉยชากับคนที่จะไม่ยอมมูฟออนไปไหนจนกว่าจะเล่นเพลงที่ชอบมากๆเพลงนี้ได้

            มันเป็นวินาทีนั้นเองที่เอยมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ครั้งหนึ่งสำหรับเขาแล้วมันดูดุดันจนน่าใจหาย เขาพบว่าชินตะเป็นเหมือนบทกวีบทหนึ่งซึ่งเป็นบทที่แสนพิเศษ

 

            “i'm jealous of the rain

            that falls upon your skin

            it's closer than my hands have been

            i'm jealous of the rain.

            (ผมอิจฉาหยาดฝน

            ที่ตกลงบนผิวของคุณ

            เพราะมันใกล้ชิดคุณมากกว่าที่มือผมเคยได้แตะต้อง

            ผมอิจฉาหยาดฝนเหลือเกิน)

 

            บทกวีที่คนอ่านต้องใช้เวลาเนิ่นนานในการแปลความหมายและนักกวีต้องใช้เวลามากกว่านั้นร้อยเท่าในการประพันธ์มันขึ้นมา

            เอยไม่ได้คาดหวังว่าบางคนจะร้องมันตั้งแต่ต้น

 

            'cause i wished you the best of

            all this world could give

            and i told you when you left me

            there's nothing to forgive.”

            (เพราะผมภาวนา

            ให้คุณได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุด

            และที่ผมบอกคุณตอนที่คุณทิ้งผมไป

            ว่าคุณไม่ผิดอะไร ผมไม่ต้องอภัยให้คุณไม่ว่ากับเรื่องไหน)

 

            มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับตอนที่เราไม่แน่ใจว่าช็อโกแลตที่เราหยิบออกมาจากกล่องเป็นรสไหนกันแน่ แต่เรารู้ด้วยความรู้สึกที่อยู่ลึกที่สุดในหัวใจว่า .. มันจะเป็นรสชาติที่เราจะจดจำไปตลอด

            เขาไม่ได้คาดหวังว่าน้ำเสียงทุ้มต่ำของชินตะจะเหมาะกับเพลงนี้ตั้งขนาดนี้และอาจเป็นเพราะเขาไม่ได้วางความหวังไว้สำหรับสิ่งไหน ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นถึงดำเนินไปช้าเพื่อที่ว่าเขาและคนตรงหน้าจะได้จดจำมันอย่างพิเศษที่สุด .. เอยมองสิ่งที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีเข้ม เขาเหมือนกับคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่กำลังประมวลผล

            เชื่องช้า

 

              it's hard for me to say, i'm jealous of the way .. you’re happy without me.”

            (มันยากเหมือนกันนะที่ผมต้องพูดว่า .. ผมอิจฉาเหลือเกินที่คุณมีความสุขได้โดยไม่มีผม)

 

            แต่แม่นยำ

           

            … ”

 

            เสียงร้องเงียบลงพร้อมๆกับการเก็บกีตาร์ใส่กระเป๋า เอยยังมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ประณีตกับการเก็บเครื่องดนตรี รอยสักเส้นสีดำขนาดครึ่งฝ่ามือประดับอยู่บนหลังซ้ายของชินตะที่หันมาสบตาเขาก่อนจะพูดว่า

 

            นอนได้แล้ว”

            “อือ”

            ตีสี่ครึ่งแล้วเอย”

 

            ตากลมมองหมอนสองใบที่อยู่บนเตียงกว้างหกฟุต ใช่ว่าจะไม่เคยมีคนมานอนที่นี่กับเขา แต่มันต่างออกไปโดยทั้งหมดนั้นไม่ใช่ความประหม่าของเขาที่เพิ่งจะรู้จักชินตะได้ไม่นาน มันไม่ใช่เพราะความไม่สนิทในแง่นั้น

            แต่มันคือความรู้สึกที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังวิ่งฉิวผ่านลม

 

            ปึก

 

            เดี๋ยวนอนพื้น”

            นอนด้วยกันก็ได้”

            จะนอนพื้น”

 

            บางคนยืนยันแบบนั้น เขาไม่ได้รบเร้าอะไรต่อนอกจากพาตัวเองไปหยุดยืนหน้าตู้เสื้อผ้า เปิดออกแล้วเขย่งตัวขึ้นหยิบผ้าปูที่แม่เก็บเอาไว้ที่ชั้นสอง เอยไม่เคยคิดว่าความสูงของตัวเองเป็นปัญหากระทั่งวันนี้ที่ทำหน้าหงุดหงิดกับตู้ไม้หลังเบ้อเร่อเพราะหยิบของไม่ถึง

 

            ตอนเด็กๆไม่กินนมสินะ”

            หยามกันมากไปมั้งคุ .. ”

 

            คนที่กำลังจะหันไปเถียงหายใจสะดุดเมื่อแผ่นหลังตัวเองชิดกับแผ่นอกกว้าง .. ความรู้สึกอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งอกจนเขาเผลอเอามือทาบหัวใจตัวเอง ในหัวกลมๆคิดหาคำตอบของความรู้สึกที่เหมือนกับโดนกอดไว้ด้วยผ้าห่ม

            มันอาจจะมาจากร่างกายของอีกคน

            มันอาจจะมาจากลมหายใจปนกลิ่นมินต์

            หรือมันอาจ

 

            อันนี้ใช่มั้ย?”

            อื้อ”

 

            มาจากก้อนความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นช้าๆเหมือนเมฆฝน

 

            ไปนอนได้แล้ว”

 

            เอวบางถูกดันเบาๆให้ไปขึ้นเตียงตัวเอง เอยพยักหน้าหงึกหงัก เก้กังทั้งการจัดวางแขนขาและการปั้นสีหน้า .. คนตัวเล็กขึ้นไปนั่งบนเตียง ส่งหมอนใบหนึ่งให้แขกในวันนี้ที่ปูฟูกลงบนพื้นไม่ห่างจากเตียงเขานักลวกๆ

 

            ปิดไฟแล้วนะ”

            อืม”

            ให้นับก่อนมั้ย?”

            ไม่ใช่เด็กๆซะหน่อย” เอยย่นจมูกใส่อีกคนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปิดไฟที่หัวเตียง ห้องมืดสนิททำให้บางคนขดตัวในผ้าห่มตามประสาคนที่กลัวความมืดอยู่นิดๆ

            ตากลมจ้องเพดานที่เห็นอยู่รางๆ รอไม่นานดาวที่เขาแอบแปะไว้ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กก็สว่างขึ้นมา นิ้วเล็กๆชี้ขึ้นไปบนนั้น ไม่ได้หวังว่าคนที่นอนอยู่ไม่ไกลจะเห็นมันหรือฟังสิ่งที่เขาพูดมั้ย

 

            อันนั้นเราแปะไว้ ปีนโต๊ะขึ้นไปแปะตอนอยู่ประถม เกือบร่วงลงมาหัวแตกแหนะ”

 

            หัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงความแสบของตัวเอง

            เขาโตมากับแม่ แม่ที่เลี้ยงดูเขาลำพังมาตั้งแต่เกิดและนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาดื้อเงียบล่ะมั้ง ใครๆก็พูดแบบนั้นว่าลึกๆแล้วเขาน่ะเป็นตัวแสบ ตัวแสบแบบที่ฟังเสียงในใจตัวเองมากกว่าเสียงของคนอื่นหรือเหตุและผล

            คิดไปคิดมามันก็เป็นเฉพาะกับบางเรื่องและบางคนเท่านั้นแหละ

 

            ตอนเด็กๆเราไม่ค่อยได้ทำอะไรเหมือนเด็กผู้ชายปกติ อาจจะเพราะแม่เลี้ยงเรามาคนเดียว”

            … ”

            เตะบอลก็ไม่เป็น ชู้ตบาสยังไม่ลงแป้นเลย ขนาดใส่โซ่จักรยานง่ายๆก็ยังทำไม่ได้ .. เก่งที่สุดก็เรียนหนังสือเนี่ยแหละ รู้มั้ยว่ากว่าจะได้เป็นหมอน่ะ เราอ่านหนังสือจนสายตาสั้นเกือบห้าร้อยเลยนะ โชคดีที่พอใกล้ๆเรียนจบสายตาไม่ขึ้นแล้วเราเลยไปทำเลสิก”

            don’t be so hard on yourself.” (อย่ากดดันตัวเองไปหน่อยเลย)

 

            แล้วโปรดล่ะ .. ดื้อมั้ย”

            ถ้าตามที่คนอื่นพูดก็คงดื้อ”

            เราว่าคุณดูนิ่งดีออก หมายถึงไม่ได้ดื้อสักหน่อย”

            “อยากให้ดื้อใส่หรือไง”

 

            ประโยคเรียบง่ายแต่ทำให้บางคนเผลอขดตัวกอดหมอนข้างแล้วกดใบหน้าลงไปราวกับคนที่หาคำตอบไม่ได้ว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่คืออะไร .. เอยมองเห็นบางคนเลือนรางจากการปรับสภาพของสายตาอันเป็นปกติของมนุษย์

 

            โปรด”

 

            เจ้าของชื่อไม่ได้ตอบแต่เอยรู้ว่าพวกเขาสบตากันในความมืด

            บางคนปีนลงจากเตียง หยุดลงข้างฟูกนอนกลิ่นหอมจางๆก่อนจะรั้งยางรัดผมที่บางคนใช้ผูกผมตัวเองไว้ลวกๆ .. น่าแปลกที่แม้ว่าชินตะจะไม่ได้มอง แต่เขารู้ได้ว่าคนใจดีกำลังยิ้มแบบไหน

            คนใจดีที่กำลังลูบผมเขาเบาๆ

 

            ก่อนนอนต้องเอายางออกด้วยนะรู้เปล่า?”

            … ”

            ฝันดีนะ”

 

            เจ้าของฤดูหมอกจากไปพร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่อ้อยอิ่งอยู่ใกล้จมูก ชินตะปิดเปลือกตาหากแต่ความคิดวิ่งพล่านในหัว .. ถ้ามันเป็นเมฆ มันคงลอยไปหาคนบนเตียงนั่น ทิ้งหยาดฝนลงไปเบาๆพอให้มวลอากาศอบอ้าวเคลื่อนไปและแทนที่ด้วยไอเย็นสบายให้เจ้าของรอยยิ้มสดใสหลับฝันดี

            และหากมันมีรูปร่าง .. หากความคิดของเขามีรูปร่าง

           

              ฝันดี”

 

            มันคงกอดบางคนเอาไว้ด้วยอ้อมแขน

 

 

 

 


 



 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



.




 

 

 

            ตี๋ ช่วงนี้ผิวกายมึงผุดผ่องมาก พี่ช่างแต่งหน้าฝากชมมาว่าไร้ตำหนิใดๆ จำศีลเหรอ?”

            ทำไมต้องยุ่ง”

            ด่ากูเสือกก็ได้” เรนยกมือไหว้คนอายุน้อยกว่าที่กัดแซนด์วิอกไก่อยู่บนโซฟาเบตัวยาวในสตูดิโอถ่ายภาพแห่งหนึ่ง เธอยักไหล่ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเด็กในสังกัด

 

            ช่วงนี้ไม่ไปมีเพศสัมพันธ์ที่ไหนหรอ ปกติตัวมึงนี่ต้องมีรอยข่วนและรอยดูดตลอดๆเลยนะตี๋”

            บอกไปแล้วว่าห้ามทำ เคยฟังที่ไหน”

            ทีหลังบอกแบบนี้ เป็นผู้หญิงก็ต่อยนะครับอีเหี้ย”

 

            ชินตะผลักหัวผู้จัดการตัวเอง ถ้าเลือกได้จะไม่อยู่ใกล้ผู้หญิงแบบนี้เลย

            หนวกหู

 

            แล้วเราเคยไปทำอะไรแบบนั้นกับเขาบ้างมั้ย ถามเฉยๆ ไม่ได้เสือกนะ”

 

            เสียงถอนหายใจคือคำตอบว่าคนถูกถามน่ะเอือมเกินจะทนแล้ว เรนนี่อ้าปากหัวเราะ รู้อยู่แก่ใจว่ามันลุกไปไหนไม่ได้เพราะกำลังกินมื้อเที่ยงอยู่

            วันนี้น่ะยุ่งฉิบหาย ถ่ายแบบแม่งทั้งวัน

 

            ไม่เคย”

            ไม่ไซ้เหรอ?”

            จะถามไปทำวิจัยหรือไง รำคาญ”

            อ๊ยยยยยย บอกพี่มึงหน่อยไม่ได้แงะ?!”

            ไม่ทำเพราะไม่อยากเป็นเจ้าของอะไร .. i’m gonna dump their asses anyway.”

            เฉดหัวทิ้งทุกคน ประทับใจ”

            ว่างมากทำไมไม่ไปดูฉาก”

            อย่าใช้คนสวยดิวะ แค่นั่งสวยเฉยๆก็เหนื่อยละเจ๊อะ” คนที่จัดการแซนด์วิหมดชิ้นแล้วกลอกตาพลางหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม เขาบอกคนหลงตัวเองว่าจะไปสูบบุหรี่แล้วก็เดินตัวปลิวออกมาโดยไม่สนใจเสียงด่าไล่หลัง

            ที่จริงช่วงนี้เขารับงานค่อนข้างเยอะ ไม่ได้ร้อนเงินอะไร เพียงแต่อยากเคลียร์ให้หมดล็อตไปเพราะเขาอยากพักอยู่เฉยๆหรือไปเที่ยวบ้าง .. คนนะไม่ใช่หุ่นยนต์ จะให้ทำงานไปถึงไหน

 

            ไอ้ชินนน”

 

            หนีเสือปะจระเข้ เขาเพิ่งเรียนรู้สำนวนนี้มาจากบางคนได้ไม่นานแต่มันเข้ากับสถานการณ์นี้เป็นบ้า ชินตะจุดบุหรี่สูบในขณะที่พยักพเยิดหน้าให้เพื่อนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นมาแต่ไกลอย่างจิมมี่เป็นเชิงถามว่าปัญหาคืออะไร

 

            ไปกินเบียร์กันคืนนี้ กูเลี้ยง”

            fuc k you.”

            ด่ากูทำไม้

            นึกว่าเรื่องเหี้ยอะไร”

 

            คนตัวสูงที่สวมแจ็คเก็ตหนังสีดำเพราะเดี๋ยวต้องไปถ่ายแบบต่อทำหน้ารำคาญเพราะจิมมี่แบ่งบุหรี่เขาไปสูบสองสามคำก่อนจะคืนให้ ท่าทางสติแตกแบบนั้นทำให้เขาต้องถามออกไปอย่างสุดจะทน

 

            มึงเป็นอะไรจิม?”

            ขอบคุณที่ถามนะไอ้เพื่อนหน้าสัด”

            ไม่อยากรู้แล้ว”

            ฟังก่อนได้มั้ยล่ะพ่อออ”

 

            เนี่ย ก็น่ารำคาญแบบนี้

 

            กูทำรถไฟชนกันว่ะ”

            โง่”

            “ก็กูชอบทั้งสองคนเลยอะ ให้ทำไง”

            แยกไม่ออกแล้วหรือไง รักกับเซ็กซ์น่ะ”

            ชอบสองคนจริงๆโว้ย เลือกจริงจังกับใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้เลย”

            then you deserve to be alone and shut the fuc k up, Jim.” (งั้นมึงก็สมควรอยู่คนเดียวจิมแล้วก็หุบปากไปซะ)

 

            จิมมี่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ยอมให้มันด่าเพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะมันไม่เคยต่อยอดอะไรกับผู้หญิงที่มีเซ็กซ์ด้วยทั้งนั้น ไม่มีการเทคแคร์หลังมีเซ็กซ์กันเสร็จ ไม่มีกินข้าว ไม่มีดูหนัง .. เริ่มที่เตียง จบที่เตียง ดังนั้นปัญหาเรื่องรถไฟชนกันจะไม่เกิดกับชินตะเพราะมันเป็นคนเอาจริงกับการแบ่งเส้นและหวงพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองฉิบหาย

            เลวยังไงมันก็เลวอยู่แค่นั้น ไม่มากแล้วก็ไม่น้อยไปกว่านี้แล้ว

 

            แต่มึงเคยได้ยินมั้ย ถ้าเรารักคนแรกจริงๆอะ เราจะรักอีกคนได้ยังไงวะ”

            ทำไมจะไม่ได้”

            แล้วมันได้ได้ไงอะชิน”

            กูไม่รู้ .. แต่คิดว่าได้”

            เอ้าไอ้ห่า”

            กูไปได้รึยัง?”

            ไม่ได้!” ขายาวๆถีบเพื่อนตัวเองทันทีที่โดนตะโกนใส่แต่จิมมี่หลบทันและทำหน้าเหนือกว่าพลางพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉานว่า

 

            ก็ถ้าเมื่อกี้มึงบอกว่าได้อะ กูก็จะเลือกคนที่สองแล้วนะชิน”

            เขาจะอยู่ให้มึงเลือกมั้ยล่ะจิม”

            ไอ้คนปากหมา!”

            อยู่คนเดียว จะได้ไม่ต้องมีปัญหา”

            มึงก็อยู่คนเดียว กูยังเห็นมีปัญหาเลย”

            … ” จิมมี่ยิ้มใส่เพื่อนสนิท เพราะเขาเริ่มเดาทางคนแบบมันได้นิดหน่อย ก็ตั้งแต่คืนที่มันหายไปจากงานวันเกิดไอ้พีทน่ะ เขาไม่เคยเห็นมันคั่วกับใครเลยตั้งแต่นั้น

 

            “you’re fuc k up now, Shinta.”

            (มึงแย่แล้วล่ะชินตะ)

 

            คนที่อยู่ในเสื้อหนังและผมถูกเซ็ตไว้เป็นทรงต่างจากทุกวันจุดบุหรี่อีกมวนทั้งๆที่คิดว่าวันนี้เขาพอแล้ว ตาคมมองท้องฟ้ากว้าง เสียงบางคนเจื้อยแจ้วขึ้นมาในหัว ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วตั้งแต่วันนั้น .. ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วที่เขาไม่ได้เจออีกคน

            คนที่พูดไปเรื่อยเปื่อยระหว่างทางขับรถจากบ้านตัวเองมาห้างแถวคอนโดเขา

 

            ‘คุณเคยได้ยินนี่เปล่า .. you’re the reason why the sky is blue.’

           

            ชอบเขาแล้วดิแบบนี้”

            มึงนิยามคำว่าชอบแบบไหน?”

 

            จริงๆเราเรียนวิทยาศาสตร์มาก็รู้นะว่าทำไมท้องฟ้าเป็นสีฟ้า มันเป็นเรื่องของแสงใช่มั้ยล่ะ แต่นั่นแหละ สุดท้ายก็ยังฟังดูน่ารักอยู่ดีสำหรับเรา’

 

            กูไม่ได้ยิ้มตามเวลาเขายิ้ม”

            … ”

            กูไม่ได้ใจเต้นแรงเวลาเขาหัวเราะ”

 

              มันพิเศษจะตายที่คนคนหนึ่งทำให้ท้องฟ้าของเราเป็นสีฟ้าได้ทุกวันน่ะ จริงมั้ย?’

           

            ภาพใบหน้าของบางคนปรากฏขึ้นในความคิดเขา เขาที่มักจะขับรถมือเดียว เปิดหน้าต่างและฟังเพลงที่ชอบ .. เขาที่วันนั้นหันไปมองคนที่ใบหน้าถูกแตะต้องด้วยแดดแรกของวันเพราะเราต่างเป็นนกตัวนั้นที่ตื่นเช้า

 

            มันไม่เหมือนในเพลงรักจิมมี่”

            ชินตะ มึง .. ”

 

            ‘มันไม่มีฝนตกลงมา ไม่มีอากาศแปรปรวน มีแต่ท้องฟ้าที่สดใส .. คนที่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้ต้องโคตรพิเศษ สุดท้ายไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน จะหาทางออกจากปัญหาไม่ได้ แต่พอเจอเขาแล้วท้องฟ้ามันก็เป็นสีฟ้าแล้วเราก็ยังใช้ชีวิตต่อไปได้อีกวัน’

 

            แต่ถ้าถามว่ากูเป็นใครตอนที่อยู่กับเขา กูตอบไม่ได้”

 

            ใช่ เขาตอบไม่ได้

            เพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

              เขาไม่เคย .. เป็นแบบนี้กับใคร

 

            และถ้าการที่เขาทำให้กูมีตัวกูอีกคนหนึ่งขึ้นมามันดีกว่าตัวกูที่กำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ โดยที่ไม่เอาความรู้สึกของกูมาวัดต่อว่าชอบตัวเองตอนที่อยู่กับเขามั้ยมันแปลว่ากูชอบเขา”

            ไม่เคยอ่อนหวาน

            ไม่เคยอ่อนไหว

 

              กูก็คงจะชอบเขา”

 

            ไม่เคยเอาใจใครมาใส่ลงในใจตัวเอง

           

            มีหลายอย่างที่กูทำให้เขาทั้งๆที่ไม่เคยทำให้ใครและการที่ให้ไปนั้น กูไม่ได้คิดเลยว่ามันต้องซับซ้อน มันต้องมีเหตุมีผล .. กูไม่มีอะไรเลยจิมมี่”

 

            และมันยาก

            ที่สุดท้ายในทุกๆวัน เขาจะกลับมถามตัวเองซ้ำๆว่า .. ถ้าเขาชอบเอยจริงๆ มันจะเป็นยังไง เขาต้องทำยังไง ถ้าเขาอยากเป็นเหตุผลที่ท้องฟ้าของใครสักคนจะเป็นสีฟ้าทั้งๆที่เขาเป็นสีเทาจนเกือบดำมาทั้งชีวิตนั้น เขาต้องทำยังไง

 

            กูแค่ทำมันลงไปแล้วเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา แต่สุดท้ายก็คิดได้กับตัวเองว่าบางที .. ”

 

            เพราะหากที่ปลอดภัยไม่มีอยู่แล้ว

            เขาจะต้องร่วงหล่น

 

              การตกหลุมรักมันอาจจะง่ายแค่นี้ก็ได้”

 

            ร่วงลงไป

            .. จนสุดตัว

 



 

 




            อบรมหัวดอ”

            ตบปากเลย ไม่สุภาพมากๆ”

            “น้องเอยฟังพ่อ”

            พ่อเราตายไปแล้ว! แกหยุดสักที!”

            ฉันเหนื่อยเหลือเกินพี่จ๋า ต้องปาดน้ำตาตั้งวันละสี่ห้าครั้ง” จ๊าบซบไหล่เพื่อนตัวเล็กก่อนจะกอดเอวเอยแน่น ทั้งฝังใบหน้าลงบนซอกคอและถูไถไม่ยอมปล่อยตัวหอมๆของอีกคนไปไหน แค่เรื่องในโรงพยาบาลก็ปวดหัวพอแล้วยังให้มาอบรมอะไรก็ไม่รู้ทั้งวันจนสติแทบหลุด

            ไม่รู้ตอนเรียนเขาเรียนจบมาได้ยังไงทั้งๆที่สมาธิน่ะสั้นกว่าอายุของยุงลายซะอีก

 

            คิดบวกหน่อยดิ อย่างน้อยเบรกก็อร่อยนะ”

            ครับเพื่อนนนนน มึงมันเด็กอ้วนเห็นแก่แดก”

            หรือคิดแบบนี้ก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องอยู่ในโรงพาบาลหนึ่งวันอะ” เอยหัวเราะเบาๆ ลูบหัวเกรียนๆของเพื่อนก่อนจะเจาะน้ำผลไม้ดื่ม จริงๆเหลืออบรมอีกสองชั่วโมงก็เรียบร้อย ช่วงนี้อาหารชีวจิตมันเป็นเทรนด์สุดๆแถมไอ้เรื่องดื่มน้ำเซเลอรี่ลดบวม ลดน้ำหนักอะไรพวกนั้นเขาก็ยังต้องรู้ลึกรู้จริงแบบที่จะได้เอาไปเตือนคนไข้และเพื่อนฝูงว่าไม่ใช่ทุกคนจะดื่มน้ำขึ้นฉ่ายคั้นสดได้

            แหงล่ะ ถ้าเกิดความดันต่ำแล้วดื่มเพียวๆเข้าไปอีกแค่สักสองร้อยห้าสิบมิลลิลิตรก็มีสิทธิ์เป็นลมได้เลยนะ!

 

            อบรมนี้ดีเพราะมีน้องเอย”

            ขนาดนั้นเลย”

            รักเอย”

            พอพูดแบบนี้คิดถึงเพลงนี้เลยอะ”

            เพลงไหนอีกล่ะหนู”

            หัวใจนี้อยากรู้ อยากรู้ รักเอย รักเอย รักแบบไหน~”

            อ๊ย เพลงสมัยกูประถม”

            น่ารักเนอะ เพลงสมัยก่อน”

            ชอบนี่สุดแล้ว วงหมีพูห์”

 

            เอยทำตาโตเมื่อเพื่อนพูดถึงเพลงสมัยที่เราเด็กกันมากๆ พอหันไปสบตากันแล้วก็เริ่มต้นร้องท่อนแรกแบบที่ทำให้หลุดขำออกมาพร้อมๆกัน

 

            โว้ะโอ~ โว้ะโอโอ่โอ้ะโอ~~”

            ดักแก่ว่ะ”

            “ว่ากู มึงก็ร้องคร้าบน้องเอย”

            จ๊าบชอบท่อนไหน?” คนตัวเล็กทำตาโตถามไปดูดน้ำผลไม้ไป ท่าทางแบบนั้นมันทำให้คนตัดผมทรงสกินเฮดเอื้อมไปบีบแก้มจนเอยร้องโอ๊ย

            ใครจะไม่อยากแกล้ง ดูทำตัวเข้า

 

            หล่อๆแบบผมก็ต้อง ‘ถ้าหากรักนี้ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว แล้วเค้าจะรู้ว่ารักหรือเปล่า อาจจะไม่แน่ใจ’ รึเปล่าครับบบ ร้องออกไมค์ทีสาวกรี๊ดค่อนโรงเรียน”

            เพราะลืมรูดซิป รู้นะจะเล่นอันนี้อะ”

            จบ กูกลับบ้านละไอ้เหี้ย” จ๊าบที่ทำท่าจะลุกหนีทำให้เอยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาแล้วรั้งแขนเพื่อนไว้ โอ๋อยู่ไม่กี่ทีก็กลับมาเรียกเขาน้องเอยๆเหมือนเดิม

 

            ละหนูอะชอบท่อนไหน”

            เราเหรอ อืม .. ”

 

            คนตัวเล็กลูบคางครุ่นคิด

 

              เอ่ยไปเลยว่ารัก ไม่ต้องเกรงใจใคร .. จะยากอะไรก็แค่บอกว่าฉันรักเธอ”

            น่ารักด้วย เสียงเพี้ยนด้วย” จ๊าบที่ใจอ่อนยวบมองรอยยิ้มสดใสที่เพื่อนส่งมาให้จนต้องเอื้อมมือไปขยี้ผมเบาๆ จะบอกให้ว่าสมัยเรียนไม่มีคนกล้าจีบเอยมันหรอกเพราะเป็นเหมือนสมบัติของคนในคณะเขา ผู้หญิงก็ห่วง ผู้ชายก็หวง

            ก็น่ารักตั้งขนาดนี้นี่

 

            แกว่ามีจริงเปล่า คนที่ไม่กล้าบอกรักอะ”

            ก็ต้องมีดิวะ คำว่ารักแม่งโคตรใหญ่ แบบใหญ่อะ จะบอกทั้งทีก็ต้องคิดนะว่าจะแบกรับไหวมั้ย”

            หมายถึงใจคนฟังน่ะเหรอ”

            ก็ส่วนหนึ่ง ถ้าใจคนฟังเขาเซย์โน เราก็หมา”

            แล้วรักนี่ต้องหวังให้ใครมารักตอบด้วยเหรอ”

            ทำไมหนูถามมากจังวะ กูอยากตาย”

 

            คนตัวเล็กหัวเราะก่อนจะเกาแก้มเขินๆ ก็มันอยากรู้นี่หว่า .. จริงๆจำได้ว่าช่วงเรียนจ๊าบชอบคนคนหนึ่งมากๆแต่ทำยังไงเขาก็ไม่รับรัก สุดท้ายมันก็ไม่เหมือนในนิยายแบบที่ตื๊อให้ตายเขาก็ไม่มาใยดี

           

            แล้วรักมันจางได้มั้ย”

            “ได้นะ .. อันนี้ประสบการณ์ตรง”

            พอไม่เจอกันก็จะลืมเหรอ”

            น้องเอยฟังพ่อ การลืมเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์อยู่แล้ว ไซเคิลของสมองเราอะเนอะ”

            ก็จริง”

            แค่อย่าไปคิดว่าต้องลืม เดี๋ยวแม่งก็ลืม อาจจะไม่ได้รักน้อยลงอะ แต่กลับมารักตัวเองมากกว่า”

            คมคายนะเนี่ย ลาออกไปเปิดเพจคำคมดีเปล่าเราอะ”

            แซวกูเหรอ!” แล้วเอยก็โดนกินหัวไปอีกที นั่งเล่นกันจนหายเหนื่อยกับการอบรมแล้วก็ต้องแบกตัวเองกลับไปเข้าห้องประชุมใหม่ จริงๆครั้งนี้โชคดีที่โรงพยาบาลจ๊าบก็ส่งคุณหมอของตัวเองมาเข้าประชุมด้วย เพราะไม่งั้นเอยเหงาตายเลย

 

            อดทนไว้จ๊าบ อีกไม่นานก็เสร็จแล้ว”

            สัญญาได้เปล่าว่าจบนี่จะไปกินเบียร์กัน”

            เอาดิ”

            โห วันนี้ออกโรงว่ะ”

            เรามีนัดกินเบียร์อยู่แล้วต่างหาก จะชวนไปด้วยอยู่แล้วแต่กะจะบอกหลังเลิกอบรม เดี๋ยวได้ใจ”

 

            จ๊าบยิ้มพลางขยี้ผมไอ้ตัวแสบ ไม่รู้ทำไมเอ็นดูนักทั้งๆที่อายุก็เท่ากัน บอกเลยว่าชีวิตมหาวิทยาลัยเป็นสีพาสเทลแม้การเรียนจะหนักหนาก็เพราะคุณสิสิรเขานี่แหละนะ!

           

            น้องเอยฟังพ่อ”

            ว่าไงอีกอะ เขาจะเริ่มเปิดสไลด์แล้วนะจ๊าบ”

            พ่อรักน้องเอย”

            ค้าบๆๆ รักพ่อเหมือนกันนน”

 

            เฮ้อ ใจของจ๊าบ

 

 


 



 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



.




 

 

 

            เบียร์คราฟต์กับเอยเป็นของคู่กัน

            เพราะไม่ชอบเลยพวกเบียร์ที่ขายกันตามตลาด ชอบเบียร์นอกหรือเบียร์ทำเองมากกว่าเพราะมันมีเสน่ห์ ค่อยคุ้มค่าที่จะยอมเมาหน่อย .. คนตัวเล็กนั่งไกวขายิ้มร่าชนแก้วกับเพื่อนหมอด้วยกัน อีกไม่นานจัสมินกับตงจะตามมา ช่วงนี้มีเวลาขึ้นมาบ้างเลยขอเจอเพื่อนสักหน่อย

           

            เออ แล้วพี่ซือเขาจะมาเมื่อไหร่”

            “เนี่ย ใกล้แล้วแหละ อาจจะถึงหลังจัสนิดนึง

            ไม่ได้เจอแม่งโคตรนาน” จ๊าบบ่น

            เหมือนกัน”

            เก่งว่ะลูกพ่อ ก็อดก็ทนได้เนอะ”

            ไม่หรอก ก็ไม่ได้คิดว่าต้องอดทนไง” บางคนตอบก่อนจะยกแก้วเบียร์ขึ้นมากระดก มันเป็นตอนนั้นเองที่เขาเห็นบางคนเดินเข้ามาในร้าน

            แล้วเอยก็พบว่าเมื่อตาดุๆคู่นั้นสบกับตาของเขา .. มันก็ไม่เคลื่อนไปไหนอีกเลย

 

            มองอะไรวะเอย”

            … ”

            เจอคนรู้จักเหรอ?”

 

            เอยไม่ตอบ จ๊าบก็เลยมองตามสายตาของเพื่อนไปและพบกับมือเบสคนนั้นที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำเขา เป็นอะไรไม่ได้เลยนอกจากมันหล่อ หล่อแบบที่ผู้ชายแมนๆอย่างเขาต้องยอมรับและเอ่ยปากชม มากไปกว่านั้นคือแม่งแต่งตัวดีเหี้ยๆ

            แล้วนี่อะไร กูใส่เสื้อยืดเนี่ยนะ!

 

            ไง”

            มากับใครเนี่ย”

            จิมมี่”

            อ้าว .. แล้วไหนจิมมี่”

            เดี๋ยวมันก็เข้ามาทัก” ชินตะสบตากับเพื่อนของเอยที่วางแขนพาดไว้ที่เก้าอี้ตัวที่เอยนั่ง .. คิ้วของเขาเลิกขึ้นและเขาเห็นความยียวนในดวงตาของคนที่เอยเรียกว่าจ๊าบ

 

            จ๊าบ นี่เพื่อนเราเองอะ ชินตะ .. น่าจะจำได้นะ ที่เป็นมือเบสวง no bad days ไง”

            จำได้ครับน้องเอย สวัสดีครับชินตะ :)”

 

            คนตัวสูงพยักหน้าก่อนจะหันกลับมาคุยกับเอยต่อ

 

            วันนี้กินข้าวรึยัง”

            “อะไรเนี่ย คุณเจอเราทีไรก็ถามแต่เรื่องนี้”

            กินให้ตรงเวลาบ้าง”

            วันนี้กินครบทุกมื้อหน่า เราไปประชุมมา”

 

            บทสนทาเรียบง่ายที่ถามไถ่ถึงชีวิตทั่วไปในตอนที่ไม่ได้เจอกันมันทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นมาในใจ เอยคิดว่ามันประหลาดดี เขาบอกแล้วว่าระหว่างเขากับคนตรงหน้ามันแปลก

            แต่ไม่ได้ไม่ปลอดภัย

 

            นั่งโต๊ะนู้นนะ”

            โอเค เอ็นจอยนะคุณ”

            เหมือนกัน”

            ไว้ไปขโมยกินถั่วโต๊ะคุณ” บอกลากันแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มแบบที่ทำให้อีกคนเคาะนิ้วลงบนหัวเอยแล้วก็ผละออกไปที่โต๊ะตัวเอง ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีจิมมี่ก็เข้ามาทักเอยตามที่ชินตะบอกไว้ แต่คุยกันได้ไม่นานอีกคนก็รีบไปจัดเบียร์สองแก้วแล้วดื่มไม่หยุดเหมือนคนมีเรื่องให้คิด

           

            แม่งมากันทั้งวงเลยว่ะ รักกันไม่เบา”

            เรื่องเมาใครจะต้านไหว”

 

            เอยหัวเราะเบาๆฟังบทสนทนาของเพื่อนในโต๊ะที่นินทาหนุ่มๆวง no bad days ที่สุดท้ายก็มานั่งกันครบวงแถมยังมีเพื่อนคนอื่นๆที่เอยไม่เคยเห็นมาจอยด้วย ดูท่าชินตะจะมีเพื่อนเยอะพอสมควรเลยแ

 

            เอย”

            อ้าว ตงงง” คนถูกเรียกกอดเอวคนมาใหม่แน่น ตงลูบผมเอยเบาๆก่อนจะบอกว่าวันนี้ใส่เสื้อน่ารักจังซึ่งเอยได้แต่แก้มร้อนเพราะเขาเขินสายตาตงมากๆ

            นี่มันก็แค่เสื้อยืดธรรมดาๆ

 

            พอกันที แฟนตัวจริงคือผม! เผื่อคุณจะลืมตงจื้อ”

            เสียงดัง”

            ไง ไอ้คนที่ชอบแย่งแฟนคนอื่น”

            เสียงนกเสียงกาเนอะตง” เอยแลบลิ้นใส่คนขี้หวงที่หนึ่งอย่างจัสมิน

            เอาว่ะ ลูกกูสู้ว่ะ”

 

            บทสนทนาในโต๊ะเริ่มเฮฮาขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีคนมาเพิ่ม จัสมินมองกลุ่มเพื่อนยิ้มๆก่อนจะเป็นคนอาสาเดินไปสั่งเบียร์หน้าบาร์ มันเป็นตอนนั้นเองที่เขาเดินผ่านโต๊ะของชินตะและไม่ลังเลเลยที่จะทักตามประสาคนอัธยาศัยดี

 

            hey dude~”

            hey.” พยักหน้าให้ก่อนจะชนหมัดกันเบาๆ ถึงจะเจอแค่ครั้งสองครั้งแต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนได้แล้วสำหรับจัสมินและเขาหวังว่าชินตะเองที่ตอนนี้ก็สนิทกับเอยพอสมควรจะรู้สึกแบบเดียวกัน

 

            นี่ จัสมิน .. เพื่อนเอย”

            อ๊า~ คุณหมอจัสมิน น้องผมชอบคุณมาก! ไอ้เหี้ย พี่ชายแม่งไม่เคยจะชมอะ” มีนดีดนิ้วเมื่อจำได้ว่านี่คือคุณหมอหมาที่เป็นที่พูดถึงกันบ่อยๆในอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่เพราะอะไรเลยนอกจากเป็นเดือนคณะแล้วก็ยิ้มเก่งซะขนาดนี้

            ยิ้มทีอย่างกับดอกไม้แม่งจะบานได้เลย ให้ตาย

 

            แล้วนี่ไปทักเอยมายังอะ”

            อืม .. ผอมลง”

            เขาไม่ค่อยกินข้าวหรอกคนนั้นน่ะ ทำแต่งานๆๆๆ บ้างานมากๆคุณสิสิร” ชินตะมองสีหน้าจริงจังของจัสมิน ดูเหมือนเรื่องการกินข้าวของเอยจะเป็นปัญหาพอสมควรเพราะงานที่เยอะไปหมดนั่น มันเป็นตอนนั้นเองที่เขาหันไปเพื่อจะมองบางคนที่อยู่ไม่ไกลจากระยะสายตา

 

            … ”

              อ้าว .. พี่ซือมาเหรอ”

 

            คนที่จมหายไปในอ้อมแขนของใครบางคนที่เขาไม่รู้จัก

            เอยลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อที่จะกอดคนคนนั้นอีกครั้งราวกับโหยหา มันอาจเป็นแบบนั้นเพราะเขาไม่ได้เย็นชาขนาดอ่านความรู้สึกจากทางสายตาไม่ได้ ฝ่ามือเล็กๆนั่นประสานเข้าหาฝ่ามือที่ใหญ่กว่าของอีกคน .. รอยยิ้มกว้างกับดวงตาเป็นประกายตอนเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มที่ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยสักครั้งทำให้เขารู้สึกถึงการเต้นของบางสิ่งใต้แผ่นอกที่ช้าลงจนเกือบจะหยุด

            บางสิ่ง

 

            เดี๋ยวนะ คนนั้นใครวะที่ยืนจับมือกับหมอเอยอยู่?”

 

              ที่มีขึ้นมาแล้วจริงๆโดยไม่ได้สมมติ

 

            อ่า ทุกคนน่าจะยังไม่เคยเจอ พี่เขาไม่ค่อยอยู่ไทยน่ะ”

 

            น้ำเสียงของจัสมินที่พึมพำกับตัวเองกลายเป็นเสียงเบาๆที่เขาแทบไม่ได้ยิน .. ราวกับมีใครสักคนกดลดวอลลุ่มจนเหลือต่ำสุด เขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นช้าแต่หนักหน่วงจนรู้สึกปวด

            แล้วในวินาทีถัดมา ใครคนนั้นก็เร่งเสียงที่เขาได้ยินไม่ถนัดเมื่อครู่ให้ดังขึ้นมาใหม่

 

            พี่เขาชื่อซือ”

            “ … ”

              เป็นแฟนเอย”

 

              ดังคับไปทั้งโลกที่เพิ่งจะมีท้องฟ้าเป็นสีฟ้าของเขา

 








tbc.






























ขอโทษ

. _ . 

(ชื่อตอนเต็มๆจริงๆแล้วคือ 

ever since the day that i met you 

 i knew you were the girl of my dreams

but we could never be.)


เส้ายังงะ

 แหะ แหะ แหะ


#จนมีหัวใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.075K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,498 ความคิดเห็น

  1. #12488 PJAII17 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 09:21
    T__________T
    #12,488
    0
  2. #12479 Pavita_maii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 11:43
    อารายอ่าาาา อารายยย ไม่ทันตั้งตัว ฮรือ
    #12,479
    0
  3. #12467 fiiiiiiii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:27

    ชอบ #จ๊าบเอย น่ารักกกกก

    #12,467
    0
  4. #12466 largeless (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 / 17:16
    อยู่ๆก็ได้ยินเสียง เป๊าะ ขึ้นมา นึกว่าเสียงอะไร ที่ไหนได้เสียงอกพ้มหักเอง ฮืออออ;-;
    #12,466
    0
  5. #12455 thatsmile (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 01:56
    ห้ะ จุก ㅜㅡㅜ
    #12,455
    0
  6. #12444 nongning5657 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 05:48
    โอ๊ย ฉันจะร้อง พ่อ มากอดๆๆ แงงงง ฉันไม่ไหวนะ ฉันบอกก่อน กุมอก อยากดิ้นๆๆๆๆ ใจจะขาดแล้วววว
    ༼;´༎ຶ ۝ ༎ຶ༽
    #12,444
    0
  7. #12431 bobbibaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 07:09
    โอ้ยยยยอย่างจุกเลยพ่อ
    #12,431
    0
  8. #12430 bobbibaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 07:09
    โอ้ยยยยอย่างจุกเลยพ่อ
    #12,430
    0
  9. #12426 NooAom14 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 23:56
    จุกมาก
    #12,426
    0
  10. #12418 Sunoii Diiz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 13:16
    อ้าวฮือออน้องเอยค้าบบบบบบน้องเอยแงงงงงงง
    #12,418
    0
  11. #12408 Spices_smile (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 22:09
    อะ......พีค-5555555 โอมายก้อด พ่อเสือร้ายของชั้นนก น้องเอยยยย เเกมันเด็กใจร้ายยยย5555555555555555
    #12,408
    0
  12. #12388 NIE612BD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 23:43
    omg ;_;
    #12,388
    0
  13. #12372 The Sir (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 01:14
    น้ำตาจะมาแล้วน่ะ
    #12,372
    0
  14. #12350 เดือนสิบไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 01:25
    อ้าวววว

    น้องเอยมีแฟน
    #12,350
    0
  15. #12348 _immdyng (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 03:39
    แม่ ;—;
    #12,348
    0
  16. #12329 tang_thai°°° (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 01:06
    แงงงงงง จาร้อง
    #12,329
    0
  17. #12324 jh C (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:11
    โอ้มายก้อชช
    #12,324
    0
  18. #12319 zanesay, (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 10:10
    โหหหหหหหหหห คุณไรทททท์ แง ㅠ—ㅠ อกหักตามชินตะไปเลยค่ะฮือ นี่มันอะไรกัน น้องเอยมีแฟนแล้ว ล แล้ว ที่ผ่านมา มัน อะไร กัน อ่า ฮือออออออ
    #12,319
    0
  19. #12315 5104aum (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 07:54
    น้องเอยยยแงงง
    #12,315
    0
  20. #12308 PNM_มมม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 21:04
    ไรตตตตตตตตตตตตตต์ ใจร้ายยยยยยยยยยยย มากกกกกกกกกกกกก น้องเอยมีแฟนแล้วววว ม้ายยยยยยยยย
    #12,308
    0
  21. #12273 lloollii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 01:35
    เชี่ยยยยยย น้องเอยมีแฟนแล้ว
    #12,273
    0
  22. #12267 comeback2me (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 12:46
    เจ็บนม ฮือออ
    #12,267
    0
  23. #12262 Nuna7446 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:46
    เชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยนยยยยยยยยย
    #12,262
    0
  24. #12261 paperheart1997 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:06
    เอาล่ะ เกียมทิชชูแล้วจังหวะเน้
    #12,261
    0
  25. #12252 amine mine (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:56
    ช...เชี่ย !!!
    #12,252
    0