this is the evidence proving that the boy called shinta has a heart. (end)

ตอนที่ 2 : 01 - i know i didn't live my life in vain.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83,541
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,078 ครั้ง
    1 ส.ค. 62

01
"i know you think this sh.it is easy
     for you, but not so much for me
but i'll still ride, that's just the risk i'll take"



.
.






             “น้องเอย ง่วงก็ไปนอนเถอะลูก เดี๋ยวแม่ไปซื้อเอง”

            ไม่ๆแม่ เอยไปได้ครับ”

            โธ่ ขวัญเอย” ผมยิ้มบางๆตอนที่แม่กดจูบลงข้างแก้ม ผมหยิบกระเป๋าสตางค์ ตลาดหน้าหมู่บ้านคือจุดหมาย ถึงจะเพิ่งออกเวรมาแต่ก็ยังไหว แค่ไปซื้อน้ำขิงให้แม่เท่านั้นเอง

            เรามีกันอยู่สองคน พ่อผมเสียก่อนผมจะเกิด แม่เป็นโรคซึมเศร้าและมันทำให้ผมเกือบจะไม่ได้เกิดมา แต่สุดท้ายก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วแม้ว่าตอนเด็กๆร่างกายจะไม่แข็งแรงเท่าไหร่ ผมเคยป่วยหนักมากๆจนคุณตากับคุณยายรู้สึกว่าการพึ่งหมอมันไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว ผมในเวอร์ชั่นเบบี๋จึงถูกพาตัวเข้าพิธีเรียกขวัญแบบชาวเหนือแท้ๆ

            ครับ ผมเป็นคนลำปางที่ไร้ชื่อเล่น แม่ไม่ได้ตั้งชื่อเล่นผมตอนที่ผมเกิด มีเพียงชื่อจริงที่พ่อตั้งไว้ตามที่เจ้าตัวคาดว่าวันที่ผมเกิดหมอกจะลงหนักที่สุดในปี ชื่อจริงที่เหมือนเด็กผู้หญิงของผมเกิดจากการที่พ่อกับแม่ชอบเรื่องเซอร์ไพรส์ สิสิรที่แปลว่าฤดูหมอก ผมโตมากับการถูกเรียกชื่อจริงเป็นชื่อเล่นในช่วงหกเดือนแรก เข้าเดือนที่เจ็ดผมป่วยหนัก หมอเฉยๆช่วยพยุงใจคนในครอบครัวผมไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องพึ่งพ่อแก่แม่เฒ่า

           

            ขวัญเอย มาอยู่กับเนื้อกับตัว .. อยู่กับพ่อกับแม่ ไปจนแก่จนเฒ่า

            ถือไม้เท้ายอดทอง ถือกระบองยอดเหล็ก 

           

            เอย”

            ครับแม่”

 

            อยู่กับแม่จนแก่จนเฒ่า อย่ากินข้าวบนหัวเรือ อย่ากินเกลือบนหัวช้าง

            อย่าตกแม่น้ำใหญ่กว้าง อย่าอยู่ในน้ำเป็นเพื่อนปลา อย่าอยู่ในนาเป็นเพื่อนข้าว

 

            แม่รักเอยนะครับ”

            เอยก็รักแม่ครับ”

 

            ขวัญเอย ขวัญมา .. ชื่อเล่นของผมมาจากสิ่งที่แม่ต้องท่องซ้ำไปซ้ำมาตอนที่ผมป่วย แม่ที่เจ็บปวดเพราะการจากไปของพ่อ พ่อที่แม่ยังไม่ทันจะได้บอกรักเป็นครั้งสุดท้ายก็จากไปซะแล้วและเพราะแบบนั้น ทุกๆครั้งที่ผมออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไปใกล้หรือไกลแค่ไหน

            เราจะบอกรักกัน

            ลมเย็นๆปะทะใบหน้าตอนที่ผมออกแรงปั่นจักรยานคู่ใจไปหน้าหมู่บ้าน ง่วงขนาดนี้คงไม่กล้าขับรถ ขอออกแรงเองให้ตาสว่างขึ้นมาสักหน่อยดีกว่า ผมคิดพลางกัดลูกอมรสเปรี้ยวในปากให้แตกออกมาเป็นสองซีก

            เป็นหมอก็ฟันผุได้ ไม่ใช่หมอฟันสักหน่อย

 

            น้องเอย มาเช้าจริงๆลูกเอ๊ย”

            หมอเอย มาซื้ออะไรให้คุณแม่คะวันนี้”

 

            ผมอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด ยี่สิบห้าปีที่ใช้ไปกับการเทียวซื้อของให้แม่ ตั้งแต่ตัวเล็กจนตัวโต ตั้งแต่เอาเงินแม่มาซื้อจนถึงตอนที่มีเงินซื้อของให้แม่บ้างแล้ว ผมยิ้มกว้างให้ป้าๆแม่ค้าก่อนจะยกมือไหว้สวัสดี

            ผมอ้าปากหาว เดินลัดเลาะแผงนั้นแผงนี้ไปจนถึงร้านน้ำขิงร้านประจำของแม่ ตลาดเช้าวันนี้คนเยอะพอสมควร อาจจะเพราะอยู่ใกล้สถานบันเทิง เวลาแฮงก์ๆดื่มยันเช้าก็มาหาอะไรร้อนๆกินที่นี่

            ผมก็ชอบนะ .. โจ๊กหมูไม่ใส่ขิง

 

            ไอ้จิม! หน้าด้าน ไข่กูมีแค่ซีกเดียวยังจะแย่ง!”

            อย่าผลักกันได้มั้ยพวกหน้าสัด กูจะอ้วกอยู่แล้ว”

 

            ผมย้ายสายตาไปที่กลุ่มวัยรุ่นผมยุ่งๆ บ้างสวมฮู้ดนั่งตักโจ๊กเข้าปากเนือยๆ บ้างทุบตีกันจนเจ้าของร้านหันไปส่ายหัวมองยิ้มๆ .. อืม คุ้นๆแ

 

            ไอ้ชิน มึงแดกหมูปะ”

            ไม่ต้องเสือก”

            เอ้าาา ไม่แดกก็จะขอไง แดกช้าเหลือทน”

            ตามประสาชายชาวญี่ปุ่นปะ มึงไม่ชินเหรอ”

 

              ชินตะ

           

            ‘คุณชอบท่อนไหนในเพลงที่กำลังเล่นอยู่เหรอครับ’

 

            ผมมองคนที่ค่อยๆถอดฮู้ดออก ผมสีดำที่ค่อนข้ายาวแต่เป็นทรงแถมยังหยักศกนิดๆของเขาสะท้อนกับแดดแรกของวันและผมได้รู้ตอนนั้นว่ามันเป็นสีน้ำตาลที่เข้มมากๆต่างหาก

            วินาทีนั้นเองที่เราสบตากันแต่มันค่อนข้างน่าตลกเพราะผมดันหาวออกมาพอดี .. โธ่เอ๊ย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะหันมามองพอดี

 

            ชิน?”

            มีอะไรวะ .. แค่กๆ

 

            ผมยิ้มปนหัวเราะให้เขา เขาน่าจะเข้าใจมันเพราะผมดันหาวออกมาซะได้ เสียมารยาทแต่มันก็ตลกจริงๆนั่นแหละ ใบหน้าร้ายกาจนั่นนิ่งเฉย ผมไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะเขาเองก็วางสีหน้าแบบนั้นตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะชวนคุย ซักประวัติ ล้างแผล เย็บแผลหรือแม้กระทั่งตอนที่บอกลากัน เขาก็มีอยู่แค่หน้าเดียว

 

            เชี่ย”

 

            ผมหิ้วถุงน้ำขิงเดินเข้าไปหาเขา ไหนๆเราก็สบตากันแล้วแถมนี่ก็เกือบสองอาทิตย์ได้แล้วตั้งแต่วันนั้นถ้าผมจำไม่ผิด .. จริงๆผมพอจะจำคนไข้ได้บ้าง แต่เขาน่ะน่าจดจำที่สุด มาพร้อมกับแผลที่คิ้วเพราะโดนสนับ รอยจูบสีเข้มที่ต้นคอ ชื่อภาษาญี่ปุ่นและใบหน้าเหมือนหลุดออกมาจากมังงะสักเรื่อง

 

            แผลหายดีรึยังครับ?”

 

            ผมเห็นเพื่อนของเขาสบถคำเดิมซ้ำๆ อ่า .. คำว่าเชี่ย ใช่ พวกเขาพูดมันไม่หยุดพร้อมกับซัดไหล่กว้างๆของคนที่ผมเข้าไปทัก เขาจ้องหน้าผม สายตานั่นผมไม่เข้าใจและแหงล่ะ อ่านไม่ออก

            เราสบตากันอยู่พักหนึ่ง เป็นผมเองที่เลื่อนสายตาไปมองคิ้วเขาและพบว่ามันโอเคขึ้นมากๆแล้ว แทบจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย .. เห็นมั้ยล่ะ ฝีมือผมน่ะ บอกแล้วไงว่าจะกลับมาหล่อเหมือนเก่าแน่ๆ

 

            ไอ้ชินนนน”

            นะ นั่งมั้ยครับ ทานโจ๊กครับ อุ่นๆรับเช้าวันเสาร์ที่สดใส” ผมมองท่าทางตลกๆของเพื่อนในกลุ่มเขาที่ปัดเก้าอี้ตัวที่ว่างข้างๆเขาให้ผมนั่งก่อนจะจัดแจงแก้วน้ำ ขวดแม็กกี้และพริกไทยพร้อมกับร้อนรนบอกให้ผมนั่ง

           

            รบกวนด้วยนะครับ”

            ไม่เลยครับ! นั่งได้ครับ ตามสบายเลยนะครับ”

            เบาจิมเบา”

            คุณ เอ่อ .. ”

            ผมชื่อเอยครับ”

            คุณเอยเอาโจ๊กปกติเลยมั้ยครับ”

            ครับ ไม่ใส่ขิงครับ” ผมบอกแล้วก็ขอบคุณที่เพื่อนคนหนึ่งของเขาอาสาสั่งโจ๊กให้ เรานั่งข้างกัน เขาใช้น้ำหอมกลิ่นเดิม มีกลิ่นบุหรี่ติดมาด้วยในคราวนี้

           

            คุณเอยรู้จักไอ้ชินด้วยเหรอครับ”

            อ๋อ .. ผมเย็บแผลที่คิ้วให้เขาน่ะครับ”

            อ๊า คุณหมอที่โรงพยาบาลตอนนั้นนี่เอง”

 

            ผมมองเบสและกีตาร์ที่ถูกใส่ไว้ในกระเป๋าอย่างดีที่พิงอยู่กับผนังด้านหลังโต๊ะที่เรานั่งอยู่ ไม่ต้องเดาเลย คงจะเล่นดนตรีแถวนี้แล้วดื่มกันจนเช้าก่อนจะเลยมากินโจ๊กด้วยกันแหงๆ

 

              ทำไมไม่กินขิง”

            ไม่อร่อยครับ” ผมตอบคนที่เพิ่งจะพูดขึ้นมาเป็นคำแรกตั้งแต่ผมมานั่งที่โต๊ะ

            .. คุณไม่ค่อยได้นอนเหรอ”

            ดูออกเลยเหรอครับ” ผมหัวเราะเพราะถูกของเขานั่นแหละ ผมไม่ได้นอนมาจะครบวันแล้ว .. จริงๆปีสุดท้ายของการเรียนหมอมันทำให้ผมมีภูมิต้านทานกับการไม่ได้นอน จริงๆเรียกได้ว่าทั้งชีวิตในการเรียนมหาวิทยาลัยสายนี้นั่นแหละที่ทำให้ผมชิน

 

            คุณว่าเราคุยกันเก้กังไปมั้ยครับ”

            … ”

            เราเรียกชื่อเล่นคุณได้มั้ย?”

 

            ผมลองเปลี่ยนสรรพนามไปเป็นอีกแบบ แบบที่ใช้กับเพื่อน เขาครุ่นคิดพักหนึ่งก่อนจะเลื่อนชามโจ๊กที่เพิ่งมาเสิร์ฟให้ผม

 

            ของเอย”

 

              แล้วเราก็เลื่อนขั้นจากคนไข้กับหมอมาเป็นคนรู้จักกันขั้นพื้นฐานซะงั้น

 

 

 




 

 

            ไอ้เหี้ยยยยยยยย นั่นหมอที่เย็บแผลให้มึงเหรอ ละไม่เล่าเลยนะ เก็บเงียบไม่บอกใคร”

            น่ารักจนกูเอ๋อแดกเลย ไปไม่เป็นเลย เพิ่งเข้าใจคนที่เขาชมผู้ชายด้วยกันว่าน่ารัก” จิมมี่บอกแบบนั้น ผมไม่ได้แสดงความเห็นอะไรนอกจากดื่มน้ำให้หมดแก้ว .. เขาไปแล้ว เขาที่ตักโจ๊กเข้าปากไวมากๆและหมดชามก่อนใครแม้จะมาทีหลัง

            ผมเดาว่านั่นคงเป็นนิสัยของคนที่แทบไม่มีเวลาทานอาหารให้ครบทุกมื้อ

            รีบกินแล้วก็รีบไปทำงานต่อ

 

            หมอเอยเขาอายุเท่าเราปะวะ”

            ละเมื่อกี้มึงไม่ถามอะ”

            กูเขินไอ้เหี้ย เขาน่ารักอะ” 

            มึงรู้ปะไอ้ชิน” ผมส่ายหัว

            ถ้าเขาเป็นหมอที่ทำงานจริงจังในโรงพยาบาลก็คงอายุเท่าเราหรือไม่ก็มากกว่า มีตัวเลือกแค่นี้” มีนพูดขึ้นและผมคิดตามในหัว สรุปเอาเองว่าน่าจะอายุเท่ากันเพราะเขารู้อายุผมจากประวัติที่ผมกรอกและถ้าเขาต้องการเรียกชื่อเล่นผมหรืออยากให้คุยกันสบายๆ

            น่าจะแปลว่าเราอายุเท่ากัน

 

            ถ้าอดนอนแล้วได้เจอหมอเขาทุกวัน กูแม่งยอม”

            เกินไปนะเราอะจิมมี่”

            มึงคิดนะไอ้มีน สภาพเขาคือใส่เสื้อยืด กางเกงบอล คีบแตะ ตาคล้ำแต่น่ารักแบบกูเพ้อ มึงดูตอนเขากินข้าวดิ โอ๊ย กูอยากป้อน”

 

            ผมกลอกตาใส่พวกมันเพราะก็แบบนี้ เห็นชอบแม่งทุกคน

 

            แสดงความเห็นหน่อยดิเสือ”

            เสือกอะไรเรื่องกูนัก”

            ดุจริง”

            นายญี่ปุ่นจะกลับคอนโดเลยปะ”

            อืม .. โคตรง่วง” ผมบ่น เสยผมที่ยาวแล้วไปด้านหลัง เย็นๆนัดร้านตัดผมไว้ คงจะแค่ซอยๆช่วงที่ปรกตาออกนิดหน่อยเพราะไม่ได้มีแพลนตัดผมจริงจัง

           

            เออ เจอกันพรุ่งนี้ อย่าลืมนะเว้ย มีซ้อมนะ กูนัดแปดครั้งแล้ว”

            ไม่ลืมๆ เจอกันมึง”

            ขับรถดีๆนะไอ้พวกสันขวาน วงเรายังขาดใครสักคนไปไม่ได้ กูต้องเก็บเงินซื้อหมานะเว้ย” ไอ้เจ๋งที่อยากได้คอร์กี้นักหนาแหว ผมพยักพเยิดหน้าบอกลาเพื่อนๆที่แยกย้ายกันกลับ ผมควบ harley-davidson สีดำของตัวเอง จัดเบสที่สะพายไว้ด้านหลังให้เข้าที่

            ส่วนหมวกกันน็อค .. ช่างแม่ง

 

            ไอ้ชิน! มึงเอาอีกแล้วนะ กูบอกให้ใส่หมวกด้วย!”

            ไอ้สัดดดด มึงจอดเลยยย”

 

            ผมขับออกมาแล้ว ไม่ได้ฟังเสียงโวยวายของเพื่อนสนิทที่คบกันตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน ผมไม่ได้มีปัญหากับการเกิดอุบัติเหตุ ผมไม่ได้รู้สึกว่าถ้าผมตายหรือพิการ การมีอยู่หรือดับไปของผมจะสร้างปัญหาให้กับใครแต่อย่างใด

            ลมที่ปะทะใบหน้าทำให้รู้ว่าผมชอบตอนเช้าเพราะอากาศสดชื่น

 

            … ”

 

            แต่แล้วแผ่นหลังคุ้นเคยของคนที่กำลังจูงจักรยานเดินออกมาจากซอยซอยหนึ่งก็ทำให้ผมเลิกคิ้วกับตัวเอง นั่นคงเป็นคนที่เพื่อนผมเพ้อถึงตลอดมื้อเช้า .. พนันว่าเขาคงแวะซื้ออย่างอื่นก่อนกลับบ้าน ในวินาทีที่ผมกำลังจะขับผ่านเขาไป บางอย่างสั่งให้ผมบีบเบร

            เสียงบดของล้อรถที่ขับมาด้วยความเร็วมากกว่าปกติกับถนนทำให้เขาคนนั้นสะดุ้ง

 

            ชินตะ .. ”

 

            เขาเรียกเสียงอ่อย คิ้วขมวดเหมือนโกรธๆที่ผมทำให้เขาตกใจ ผมมองเขาที่แก้มขึ้นสีชมพูเพราะแดดเริ่มร้อน เขาน่าจะเดินมาไกลพอสมควรแล้ว

 

            โซ่หลุด แต่เราใกล้ถึงบ้านแล้ว”

            ใส่ไม่เป็น?”

            อือ” เอยตอบในลำคอ ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ผมอยากบีบแก้มเขาให้ร้องไห้ มันเป็นความรู้สึกแบบนั้น แต่ไม่น่าแปลกใหม่เพราะมันเคยเกิดขึ้นกับผมเวลาเห็นเด็กตัวเล็กๆที่เดินเริ่มเก่งแล้ว

            อยากแกล้งให้ร้องไห้

 

            พยายามแล้ว”

            แก้ตัว”

            เอ้า ว่ากันซะงั้น” เขาย่นจมูกและหลีกทางให้ผมที่จอดรถแล้วและไม่ได้จะทำอะไรเลยนอกจากใส่โซ่รถให้เขา ผมย่อตัวลง สังเกตเห็นมือเขาที่เปื้อนน้ำมันจากโซ่รถจักรยานจนเป็นสีดำ

            ผมเงยหน้าสบตากับเขาที่ยืนค้ำหัว

 

            เป็นเด็กหรือไง”

            อ่าว”

            หน้างอแง”

 

            ผมเคยได้ยินคำนี้ .. คำว่างอแง

            แต่ยังไม่เคยใช้กับใคร

 

            ก็หงุดหงิดนี่ ง่วงจะตายอยู่แล้ว”

            เลิกบ่นแล้วดู”

 

            เขาโอดครวญกับตัวเอง เป็นเสียงเหมือนลูกหมาแต่ไม่ได้น่ารำคาญ ไม่นานนักเขาก็นั่งยองๆลงข้างๆตัวผมเพื่อดูวิธีการใส่โซ่จักรยาน ผมเหลือบตามองจมูกรั้นๆ ผมยุ่งและแก้มแดงๆของคนที่ตั้งใจดูทุกขั้นตอน ..

           

            “อ๋า แบบนี้นี่เอง”

            อืม”

            แล้วมือเปื้อน .. เช็ดกับเสื้อเราก็ได้ เสียสละ เดี๋ยวเลอะรถนะ รถแพงด้วย” ผมมองปากเล็กๆนั่นพูดบอกยาวๆพร้อมกับดึงชายเสื้อตัวเองมาตรงหน้าผม พอยืนขึ้นแบบนี้ .. เขาตัวเล็กฉิบหายเลย

 

            เร็วเข้า”

 

            ผมไม่ได้ตอบอะไร สบตาเขาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ขึ้นรถตัวเอง

 

            เฮ้ย ชินนนน”

 

            ผมออกรถหลังจากเขาลากเสียงยาวๆจบ เคยได้ยินเหมือนกันว่าการพบกันครั้งแรกเป็นเรื่องที่ก็แค่เกิดขึ้น .. การพบกันครั้งที่สองโดยบังเอิญคือโชคชะตา

            และถ้ามีครั้งที่สาม

            .. เราเรียกมันว่าความตั้งใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



.







 

            นี่กี่นิ้ว”

            อย่าถามเราเลยจัส เราอยากนอน”

            เอยยยย ตอบก่อน!”

            ลืมตาไม่ขึ้นแล้ว ไปเล่นกับแฟนแกได้มั้ย”

            ตงก็ไม่อยากเล่นกับนี่” คนตัวเล็กกว่าที่ลืมตาไม่ขึ้นอีกแล้วยกธงขาวให้เพื่อนสนิทต่างคณะอย่างจัสมิน โรงพยาบาลที่เขามาใช้ทุนน่ะอยู่ใกล้ๆกับโรงพยาบาลสัตว์ที่จัสมินทำงานอยู่ บ้านเขาค่อนข้างไกลจากที่ทำงาน เขาเพิ่งออกเวรและง่วงเหลือทน สุดท้ายก็ต้องมาอาศัยห้องจัสมินที่ใหญ่โตแบบมีห้องนอนสามห้องเพื่อของีบแล้วจะได้มีแรงขับรถกลับ

            เขานอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ถ้ายังอยู่ในโรงพยาบาล แม้จะมีห้องพักเล็กๆให้แต่ใจมันก็พะวงว่าเมื่อไหร่จะได้ตื่นไปช่วยคนไข้ .. ให้ตายเถอะ

 

            จัส”

            ตง ทำไงดี เอยไม่ยอมเล่นกับผมเลย”

            อย่ากวนเพื่อน เอยไม่ได้นอน มึงก็รู้ .. มานี่” เอยแอบลืมตาข้างหนึ่งมองจัสมินที่โดนแฟนตัวเล็กดึงหูออกไปจากห้องที่เขามาขออาศัยนอน

            คนที่อิดโรยเหลือเกินปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง นึกถึงเหตุผลของการเริ่มต้นเรียนสายนี้ .. อาจจะเป็นเพราะเสียพ่อไปในช่วงที่แม่กำลังท้องพอดีและแม่พร่ำบอกเขาเสมอว่าถ้าตอนนั้นพ่อถึงมือหมอไวกว่านั้นคงจะดี เอยก็เลยคิดว่าอยากจะเรียนหมอ

            เผื่อจะได้ช่วยใครสักคนได้ทันเวลา

           

            เอย .. อ้าว หลับแล้ว” จัสมินพึมพำกับตัวเองเพราะเพื่อนสนิทหลับไปทั้งๆที่ไม่ได้ห่มผ้าห่มเลยด้วยซ้ำและตงไม่หึงหรอกถ้าเขาจะทำแบบนั้นให้กับคนที่ตงเอ็นดูซะตั้งขนาดนั้นอย่างเอยน่ะ

            ตาคมมองเพื่อนตัวเล็กที่ท่าทางเหนื่อยสุดๆ จะว่าเห็นเอยในสภาพนี้จนชินแล้วก็ใช่แหละแต่ทำใจให้ชินไปกับอะไรแบบนี้มันก็ยาก เขาเรียนสัตวแพทย์มา ทำงานหนักไม่ได้ครึ่งหนึ่งของคนที่เรียนหมอและมีนิสัยขี้เกรงใจจนรับปากใครๆทุกทีเวลาเขาขอแลกเวรแบบนี้หรอก

            เฮ้อ เอยนะเอย

 

            มึงจะกวนเอยไปถึงไหน”

            ก็ไม่ได้เจอนาน อยากคุยด้วยเฉยๆคร้าบบบ”

            ผอมลงตั้งเยอะ”

            ทำงานหนักไง ดีนะผมไม่เรียนหมออะ ไม่งั้นคุณขาดใจตาย ไม่ได้อยู่ด้วยกัน”

            ประสาท”

            ตงอะ!”

 

            จัสมินแหว เดินตามหลังแฟนที่น่าจะไปทำอะไรไว้ให้เอยกินตอนตื่น รายนี้น่ะเอ็นดูเพื่อนเขาแบบสุดๆ เอยเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่พูดคำหยาบและที่สำคัญคือความน่ารักแบบซื่อๆของเจ้าตัวนั่นแหละที่ทำให้เขากับเพื่อนๆชอบแหย่

           

            มึงไปสนิทกับเอยได้ยังไงนะ”

            ก็เรียนด้วยกันหลายเซคเลยตอนปีหนึ่งกับปีสอง ทางนี้เห็นตัวเล็กๆก็อยากแกล้ง”

            เป็นอะไรนักกับคนตัวเล็กกว่า”

            ก็อยากแกล้งอะะะ” จัสมินงอแงบอก วางคางไว้บนบ่าตงที่กำลังทำต้มจืดไว้ให้เพื่อนสนิทของจัสมินที่กลายมาเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาเหมือนกัน

 

            แล้วก็นั่นแหละ พอจบมาก็ยังสนิทกันเพราะที่ทำงานเอยใกล้ที่ทำงานผมไง คุณหึงเหรอ”

            หึงที่หน้า”

            เนี่ย ไม่เคยจะมีหรอก หึงหวงอะตง”

            ไปนอนมั้ย เพ้อแล้วนะจัส”

            คนดีไม่รักกันเลย!” สะบัดสะบิ้งเหมือนเด็กๆแต่ไม่ยอมเอาตัวออกห่างตงไปไหน คนตัวเตี้ยกว่าทำแค่ถอนหายใจปรายตามองไอ้คนงอแงไม่เข้าเรื่อง

            ตงทำต้มจืดใส่หม้อไว้ให้เอยจนเสร็จ จัสมินขอกินหนึ่งถ้วยและเขาไม่ได้ว่าอะไร เราตัดสินใจนั่งดูหนังด้วยกันสักเรื่องฆ่าเวลา เพราะสองทุ่มมีนัดสังสรรค์กับเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัย กว่าจะว่างตรงกันก็เล่นเอาปวดหัว พอจะได้เจอกันทั้งทีจัสมินก็เลยตื่นเต้นขนาดนี้

           

            เมื่อไหร่เอยจะตื่นอะ ผมอยากชวนเอยไปด้วยแล้ว”

            เขาต้องรีบกลับบ้านรึเปล่า มึงอย่าวอแว”

            ฮึ่ย”

 

            ยิ่งโตยิ่งงอแง

            จัสมินเป็นแบบนั้น

            ตงกดจมูกลงบนหัวของคนที่นอนเกยเขาเหมือนเป็นหมอนข้าง หนังรักเรื่องนี้ที่เราดูด้วยกันเป็นสิบๆครั้งแล้วและยังจูบกันที่ฉากเดิมๆทำให้ใจเต้นขึ้นมา .. ความรักคงเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง

            ทำเรื่องธรรมดาให้พิเศษได้

 

            เอ่อ .. ”

 

            ตงผละออกจากจัสมิน ไม่ใช่เพราะลมหายใจขาดห้วงแต่เพราะบุคคลที่สามที่เกาะขอบประตูห้องนั่งเล่นแล้วมองมาเหมือนกับจะเป็นตากุ้งยิงทั้งๆที่พวกเขาก็แค่จูบกัน

            เอยเหมือนเด็ก .. เป็นแบบนั้นในสายตาทุกคนเสมอ

 

            คือเราจะมาบอกว่าขอนอนค้างด้วยได้มั้ย แม่เราไปต่างจังหวัด เพิ่งโทรมาบอกเมื่อกี้” สิสิรทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ มันทำให้จัสมินหัวเราะออกมาเบาๆกับความไม่เดียงสาของเพื่อนสนิท

 

            ได้อยู่แล้วและดีมากๆๆที่แม่เอยไม่อยู่”

            ทำไมงั้นอะ”

            จะชวนไปดื่ม ไม่ๆ บังคับไป”

            เวร” เอยอ้าปากพะงาบๆเพราะเขาไม่สันทัดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่

            ไอ้จ๊าบก็ไป ต้องเจอกันหน่อยดิเฮ้ย เพื่อนรักเลยนะนั่น”

            อ้าว จ๊าบไปเหรอ .. งั้นเราไปก็ได้” เอยพยักหน้าหงึกหงัก ถึงจะง่วงนอนแต่ขอนอนอีกสักชั่วโมงแล้วไปด้วยก็ไม่เสียหาย นอนน่ะเมื่อไหร่ก็ได้ แต่กว่าจะว่างตรงกันนี่มันปาฏิหารย์แล้วนะเฮ้ย

 

            ไอ้จ๊าบคือดีใจจนเนื้อเต้นแน่ๆ”

            โอเคๆ เราไปนอนก่อนนะ”

            ฝันดีเอย”

            ขอบคุณนะตง ฝันดีครับ” ยิ้มบางๆบอกแล้วก็หายไปจากกรอบประตู ตงพรูลมหายใจก่อนจะเขกหัวจัสมินไปที .. เมื่อกี้น่ะ ทั้งๆที่ได้ยินแล้วว่าเพื่อนมาจ๊ะเอ๋แต่ไอ้คนหน้าด้านนี่ยังไม่ยอมถอนจูบ

            บ้าบอ

 

            ไรอะคุณณณ”

            ไม่ต้องมาเกาะแกะ”

            ตงอะะะะ”

            ไม่ต้องเรียก”

            ตงจื้อ!”

 

            เฮ้อ

 

 




 

           

            น้องเอยยยยยยยย ความรักของกู”

            อ๊ย! น้องเอยยยย”

 

            เจ้าของชื่อเบ้ปากก่อนจะจมหายไปในอ้อมแขนของเพื่อนมหาวิทยาลัยที่รุมกอดและหยิกแก้ม ไม่รู้อะไรนักหนา ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วที่จะมาเรียกกันว่าน้องเอยๆตลอดเลย ให้ตายเหอะ

 

            วันนี้ฝนตกเป็นลูกอมแน่นอนไอ้เหี้ย น้องเอยยอมมาร้านเหล้า กูจะบ้า”

            บุญของพวกกูแล้ว ได้เจอน้องเอย”

 

            เอยรู้จักกับเพื่อนของจัสมินทุกคน คราวนี้มีเพื่อนของตงจื้อมาด้วยนิดหน่อยแล้วก็ยังมีเพื่อนในคณะเขาบางคนที่จัสมินไปชวนๆมาด้วย กลายเป็นว่าเรานั่งโต๊ะใหญ่ที่สุดของร้านด้วยกันสิบกว่าคนซะงั้น

            ว่าแต่คิดถึงเพื่อนๆชะมัดเลย ให้ตายดิ

 

            มาให้พ่อหอมหัวหน่อยมาลูกมา”

            ปล่อยยยย” เอยสะบัดตัวออกแต่สู้แรงจ๊าบไม่ไหว คุณหมอที่จ๊าบสมชื่อเสมอเพราะทั้งตัดสกินเฮดและเจาะหูหอมหัวเพื่อนตัวเล็กแรงๆหลายที เอยเบะจนจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีใครช่วยเลยสักคน .. จริงๆอาจจะมีตงจื้อแต่จัสมินล็อเอวไว้แน่นเหมือนหนวดปลาหมึกติดกุญแจสามชั้น

            อ๊

 

            จ๊าบ! อย่ายุ่งกับเรา”

            ไม่ทันแล้วหนูเอ๊ย” คราวนี้เอยโดนหอมแก้ม น้ำตาจะไหลแต่โดนจ๊าบแกล้งแบบนี้ประจำตั้งแต่สมัยเรียน กว่าจะโดนมันปล่อยตัวก็เหนื่อยจนเถียงอะไรต่อไม่ไหว

           

            เนี่ย ใครจับลูกกูแต่งตัว ผู้ชายมองทั้งร้านแล้ว”

            อย่าบ้าได้เปล่า”

            โดนด่าว่ะ เป็นกูกูร้องไห้ละนะ โดนน้องเอยด่าอะ” เพื่อนคนอื่นๆแซวแต่จ๊าบไม่แคร์ เขามองเอยที่ใส่เชิ้ตสีดำผ้าทิ้งตัวปลดกระดุมสามเม็ด ไม่พ้นไอ้จัสมินมันนั่นแหละเพราะเสื้อตัวโตเหมือนใส่เสื้อผัวมาไม่มีผิด

 

            น้องเอย ใครทำน้อง”

            แกนั่นแหละทำเราอยู่คนเดียวเลย!”

            โกรธแล้วว่ะๆๆๆ”

 

            เอยชกอกเพื่อนไปหนึ่งทีเพราะเหนื่อยจะต่อกกับจ๊าบ ไม่นานหัวโต๊ะก็เริ่มแจกจ่ายแก้วเหล้า เอยไม่ถนัดเท่าไหร่เลยขอไซเดอร์แทนเหล้า สุดท้ายก็ได้ไซเดอร์ที่ชอบกินอย่างทอฟฟีแอปเปิลมา

            เขานั่งฟังเพื่อนๆคุยกันเรื่องงาน ส่วนมากฝั่งตงที่เรียนนิเทศก็จะบ่นเจ้านายกัน ฝั่งคุณหมอแบบพวกเขาหรือจัสมินก็คล้ายๆกันตรงที่งานเยอะแล้วก็ไม่ค่อยได้นอน

 

            ใช้ทุนหมดกูจะเปิดคลินิกแล้ว เหนื่อยว่ะ”

            ชวนเอยไปทำงานด้วยเลยงั้น ดูดิ ผอมจนแก้มหาย”

            อย่าล้อ” เอยเอ็ดจัสมิน แต่เอาจริงๆเขาไม่อยากทำงานคลินิก ..  อยากอยู่โรงพยาบาลรับเคสหนักๆซะมากกว่า ก็นั่นแหละ มันฝังใจ

            บทสนทนาของเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เพื่อนในรุ่นทำผู้หญิงท้องก็เลยต้องใช้ทุนด้วยเงินตัวเองเพื่อไปทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านแล้วช่วยเมียเลี้ยงลูก ไหนจะการเก็บเงินเพื่อแต่งงานของเพื่อนฝั่งตงที่ดูยากและท้าทาย สำหรับเอยไม่เคยคิดถึงการแต่งงานมาก่อน

            มันฟังดูยุ่งยากยังไงก็ไม่รู้แ

 

            เออ พวกมึงได้ยินมั้ยว่าวงที่จะเล่นวันนี้คือร้องดีฉิบหาย”

            ได้ยินแค่หล่อทั้งวง ไม่เชื่อมึงดูปริมาณมนุษย์ผู้หญิงที่มารอดูดิ” เอยหันไปมองรอบๆตามที่เพื่อนบอกและมันก็จริงด้วยแหละ วันนี้ผู้หญิงเยอะแยะไปหมดเลย

 

            เขาเป็นวงแบบไหนวะ แบบกัมพ์มั้ย ออกอัลบั้มไรงี้?”

            ไม่เว้ย กูได้ยินมาว่ามีคนมาติดต่อเยอะแต่เขาไม่คิดจะทำเป็นวงจริงจังขนาดนั้น เหมือนแต่ละคนมีงานทำอยู่แล้วแล้วแค่เล่นตามร้านบ้างแก้เบื่อ”

            อินดี้ฉิบหาย”

            เออดิ นี่กว่ากูจะจองร้านนี้ได้” จัสมินบ่นแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจมาดูวงที่ว่าแต่จองเพราะมันคือตรงกลางระหว่างพวกเราทุกคนต่างหาก แถมเดินทางมาง่ายอีก

 

            น้องสาวกูแม่งโคตรคลั่ง คือมีสองคนมั้งที่เป็นนายแบบด้วย แบดบอยหน่อยแหละ ด้วยลุคด้วยอะไร นี่ยังอยากจะขอเกาะกูมาเลย”

            กูว่าเป็นผู้ชาย ถ้าโสดทำงานสายนี้ก็ไม่แย่อะ คนเข้ามาเยอะ มาๆไปๆ ดีลได้ก็เอา”

            ไอ้สัดดด พูดจาเจ้าชู้ฉิบหาย”

            หรือมึงไม่ชอบอะ วันไนท์สแตนด์” เอยฟังเพื่อนๆคุยกันแล้วก็อดเขินไม่ได้ เขายกมือขึ้นเกาแก้มและได้รับสายตาล้อเลียนจากจ๊าบที่น่าจะเดาใจกันออกว่าเขาไม่ค่อยประสีประสาเรื่องพวกนี้เท่าไหร่

 

            เฮ้ย ขึ้นแล้วว่ะ”

            ไหนขอดูหน่อยดิ หล่อเท่าท่านจ๊าบเขารึเปล่า”

            ตงว่าไงๆๆ สู้ผมได้เปล่า”

            ไร้สาระ”

 

            เอยหัวเราะเบาๆเพราะใบหน้างอๆของจัสมินโดนตอนตงจื้อเอ็ด จริงๆคู่นี้น่ารักมากๆ .. แต่ตอนที่มันยากจนจัสมินหงอยอันนั้นก็น่าสงสาร แต่ก็ผ่านมาแล้วนี่ คบกันมานานมากๆแล้วด้วย

            ตากลมของคนที่เท้าคางจิบไซเดอร์รสหวานที่ชอบนักชอบหนามองไปที่เวที เขานั่งไม่ห่างจากตรงนั้นเท่าไหร่ เรียกได้ว่าสบตากับนักร้องได้สบายๆเลยล่ะ

            แสงไฟมืดๆในร้านพลันสว่างขึ้นและพุ่งไปที่สมาชิกในวงที่เริ่มขึ้นมาประจำที่ เอยกวาดตามองมือกลงที่สวมเสื้อกล้ามสีขาวยี่ห้อกุชชี่ ใบหน้าคุ้นเคยนั่นทำให้เขาต้องหรี่ตามองดีๆตามประสาคนสายตาสั้น

 

            หล่อเปล่าน้องเอย”

            หรี่ตาแป๊บ”

            เด็กหนอเด็ก จะบอกให้ว่าหล่อไม่เท่าพี่จ๊าบ”

            เงียบหน่า” เอยตะปบหน้าเพื่อนไปทีเพราะจะมองมือกลอง แต่เหมือนมันจะสายเกินไปแล้วเพราะนักร้องนำของวงขึ้นมาเรียกความสนใจไป

 

            สวัสดีครับ พวกเรา no bad days ครับ”

 

            เสียงกรี๊ดดังขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือและโห่ร้อง เขาเชื่อแล้วนั่นแหละว่าวงนี้คงคุณภาพจริงๆเพราะทั้งผู้ชายแล้วก็ผู้หญิงก็มารอฟังวงนี้เล่นกันทั้งนั้น คถึงได้แน่นร้านแบบนี้

 

            จิมมี่นะครับ ร้องนำ”

            … ”

 

            ‘จิมมี่ครับ โสด’

 

            เดี๋ยวนะ

            เอยชะงักเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว

 

            ส่วนนี่มือกลองวงเรา ชื่อมีนครับ”

            ไอ้เหี้ย เชื่อแล้วว่าหล่อ”

            จัสมิน มึงหมองแล้วอะ”

            อย่าว่าพ่อกูนะเว้ย อย่าให้พ่อกูต้องผงาด”

            กีตาร์ เจ๋งครับ”

 

            บางคนเริ่มจำชื่อสมาชิกในวงได้ทีละคน ทีละคน .. รอยยิ้มสดใสของสามหนุ่มที่ยืนบนเวทีในวันนี้คือรอยยิ้มเดียวกันกับที่นั่งกินโจ๊กด้วยกันกับเขาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

            แบบนี้ก็เหลือคนสุดท้ายแล้ว

 

              ชินตะครับ .. มือเบส”

 

            จิมมี่แนะนำคนสุดท้ายที่เพิ่งขึ้นมาบนเวที เป็นครั้งแรกที่เอยเห็นอีกคนสวมเสื้อยืดตัวหลวมๆและนั่นทำให้เขาเห็นว่าชินตะมีรอยสักที่ท้องแขน แต่เขาไม่แน่ใจนักว่ามันคือรูปอะไร

            แปลกดีเหมือนกัน ที่เราสบตากันแม้ว่ารอบๆตัวจะมีคนอีกเป็นร้อย .. รสชาติของไซเดอร์ที่ถูกปากผ่านลำคอไปในจังหวะที่ดนตรีเริ่มบรรเลง ผมสีดำปรกใบหน้าของคนที่กำลังโซโล่เบสหลังจากถอนสายตาออกไปจากเขา เอยมองมือใหญ่และก้านนิ้วยาวที่จับคอร์ดแล้วเปลี่ยนไปเรื่อยๆอย่างเป็นธรรมชาติ

            แหวนที่อีกคนใส่

            ความยาวของขาภายใต้สกินนี่สีดำสนิท

            คอนเวิร์สหุ้มข้อที่อีกคนสวม

            ตาคมที่มองตรงมาที่เขา

 

            … ”

 

            และไม่เคลื่อนไปไหนอีกเลย







tbc.

























อัพไวจริง

งงมั้ย

ชั้นรู้หมดแล้ว ใครระแวงว่าเส้า

หยุดเดี่ยวนี้ หยุดทันที

ถ้าไม่หยุด ไม่เลิก

ชั้นก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว

เดี๋ยวรีบมาอัพเลย กำลังใจมา ของปัย ( •̀ᄇ• ́)ﻭ✧

#จนมีหัวใจ 






           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.078K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,498 ความคิดเห็น

  1. #12483 PJAII17 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 21:55
    น้องเอยยยย
    #12,483
    0
  2. #12447 SweetheartG7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 17:34
    สนุกมากเลยยยย
    #12,447
    0
  3. #12440 Arisarakornp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 14:43
    เขินมากกก ผู้ชายชื่อชินตะมันอะไรขนาดนี้
    #12,440
    0
  4. #12427 bobbibaek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 11:15
    เอยอย่างน่ารัก
    #12,427
    0
  5. #12423 kookmin312537 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 06:00
    น้องเอยน่ารัก
    #12,423
    0
  6. #12403 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 21:09
    น่ารักกกกก
    #12,403
    0
  7. #12375 OMG yaoi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 23:13
    หมอเอยยน่ารักจนใจ่เจ่บบบบ
    #12,375
    0
  8. #12358 PamKwanjira (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 19:26
    เขินๆๆๆๆ ./////.
    #12,358
    0
  9. #12339 0113KM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 17:01
    น้องเอยแบบน่ารักอะะะะะ อยากปั้นเป็นก้อนแล้วกลืนลงท้องงงงง ฮื้ออออ
    #12,339
    0
  10. #12323 tang_thai°°° (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:07
    ทำไมเขินวะ
    #12,323
    1
    • #12323-1 SOMEBBEARR_(จากตอนที่ 2)
      30 กรกฎาคม 2563 / 06:33
      กกกดพถถะะ
      #12323-1
  11. #12317 tripleM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 03:50
    เป้นเขินนเลย-//-
    #12,317
    0
  12. #12301 PNM_มมม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 09:34
    ใจเหลวววววว ตอนชินตะบอกน้องเอยงอแงงง ฮรืออออออ
    #12,301
    0
  13. #12294 zanesay, (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 21:34
    แง น้องเอยน่ารักจริง สมควรแก่การได้รับความรักจากเพื่อน ๆ ขนาดนี่ หนุรู้กกกกกก;—; เขิน ฟฟฟ จังหวะตั่ง ๆๆๆ ดีจริงค่ะ ฮือ
    #12,294
    0
  14. #12233 homeb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 09:30
    อ้าว นี่นึกว่าชินตะเป็นเด็กมัธยมมาตลอดเลย5555555
    #12,233
    0
  15. #12213 12311232123312 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 13:04
    แงงงๆๆๆๆน้องเอยยย
    #12,213
    0
  16. #12106 Som O Usanee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 02:34
    ทุกคนล้วนเอ็นดูน้องเอยหนักมากกกกกกกกกกกกก ซึ่ง น้องเอยก็น่าเอ็นดูจริง ๆ แบบ แง้ หนูลูกกกกกกกกก อยากบีบแก้ม 555555
    #12,106
    0
  17. #12100 Naruepornmm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 22:26
    น่ารักจังวุ้ยยยย
    #12,100
    0
  18. #12099 cwswsb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 20:15
    ไม่ไหวล้าววว มันดียยยย์ไปหมด กราบไรต์เลยค่ะ นี่แอบคิดไปไกลแล้วว่าไรต์น่าจะเปนหมอ ไม่ก็สายหมอ พออ่านตรงท้ายบทเสรจก็เปนงงไปเลย ผิดคาดแฮะ กราบความเก่งค่าา
    #12,099
    0
  19. #12070 1994 ; (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 01:18
    ใจโพ้ม
    #12,070
    0
  20. #12020 แงวเหมียว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 11:46

    ชอบบรรยากาศแบบนี้มาก ดีไปหมดเลย

    #12,020
    0
  21. #12006 Ti was Lost (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 17:16
    น้องงงงงงงลูก บรรยากาศแบบใจมา
    #12,006
    0
  22. #11925 adms (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 23:38
    คิดถึงจัสกับตงมากกก ฮือ จะร้องง
    #11,925
    0
  23. #11871 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 19:21
    น้องเอยยย
    #11,871
    0
  24. #11857 sansinee44 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 16:05
    กิ้ดดดก คิดถึงจัสมินกะตง มากๆๆๆๆๆๆๆ น้องเอยดูเดกน้อยๆน่าเอ็นดูน่าทะนุถนอมมากๆ
    #11,857
    0
  25. #11655 tarun_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 14:22
    แงงงง ทำไมได้กลิ่นนมผงจากเอย55
    #11,655
    1
    • #11655-1 Starbuck13(จากตอนที่ 2)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 01:35
      ขำเม้นคุณมาก คือจริงๆเราก็เหมือนจะได้กลิ่นนั่น55555 อยากหอมหัวเฉย
      #11655-1