this is the evidence proving that the boy called shinta has a heart. (end)

ตอนที่ 17 : 14 - i thought i heard you call my name.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,801 ครั้ง
    13 ส.ค. 62

14
"god, tell us the reason 
youth is wasted on the young
it's hunting season 
and the lambs are on the run
searching for meaning
but are we all lost stars, trying to light up the dark?"



.
.



            “ไอ้ตี๋! ไอ้จิ๋ม!”

            พี่เต๊”

            ลูกพ่อออออ”

 

            ชินตะถอนหายใจมองเพื่อนตัวเองกับรุ่นพี่ที่ก็สนิทกันฉิบหายเพราะกินเหล้าด้วยกันมาตลอดแถมเจ้าตัวยังเป็นเพื่อนสนิทกับพี่รหัสเขาอีกต่างหาก โลกมันก็กลมแค่นี้ ใครก็รู้จักกันไปหมด .. คนตัวสูงที่สวมเสื้อยืดสีดำ ยีนส์และผ้าใบหุ้มข้อสะพายกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นบ่าก่อนจะกอดกับคนที่โวยวายและไว้หนวดไว้เคราจนไม่เหลือสภาพผู้ชายที่เคยคุยกับผู้หญิงพร้อมกันห้าคนเลยสักนิด

 

            ตี๋ พี่คิดถึงมึงว่ะ”

            ขนลุก”

            “เนี่ย ชั่วตลอดไป กูชอบ เสมอต้นเสมอปลาย ด่ากูเหมือนหมายังไง วันนี้ก็ยังด่าอยู่อย่างนั้น” ตั้งเตส่ายหัวยิ้มๆ เปิดท้ายรถให้น้องมันเอากระเป๋ามาเก็บ เขาได้รับสายจากจิมมี่เมื่อคืนบอกว่าขอพักด้วยได้มั้ย ไอ้เราก็ตอบตกลงแบบไม่คิดชีวิตเพราะโคตรจะคิดถึงเด็กๆมันเลย

            ถามไปถามมา ..

 

            แต่กูเก็บเงินนะ อยู่หนึ่งเดือนอะ”

            ป๋าจิมมีจ่าย บอกแค่นี้”

            ล้อเล่นหน่า อยู่ได้ตามสบาย บ้านหลังใหญ่ฉิบหาย กูอยู่คนเดียวก็เหงาๆ”

            หาสาวๆมาเอาใจหน่อยดิเฮ้ยพี่เต”

            แหม่ ไอ้จิม กูก็มีลูกแล้วอะเนอะ”

            ะ!”

            เรียกกูว่าพ่อแงว”

           

            แงวเหี้ยไรล่ะ

            ชินตะกลอกตา .. มองคนสองคนที่เบาะหน้าที่คุยจุ๊งคุยจิ๊งกันเรื่องแมวไม่หยุด เขาไม่ชอบสัตว์เท่าไหร่และยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่เวลามีตัวอะไรมาพันแข้งพันขา

 

            น้องชื่ออะไรอะพี่”

            อย่าตกใจนะ ..  ชื่อเจ๋ง”

            เกือบดีแล้วววว เกือบดีแล้วพี่เต!”

            จริงๆชื่อเจ๋งแจ๋ว แต่ยาวไปเลยเจ๋งเฉยๆ เรียกสักพัก ไอ้ห่า ชื่อเหมือนไอ้เด็กเจ๋งเลย” เตทำหน้าสลด จะเปลี่ยนชื่อแมวตัวเองก็ไม่ได้เพราะมันก็พอจะจำชื่อตัวเองได้แล้วแต่พอมันคิดขึ้นมาได้ว่าชื่อเหมือนไอ้เจ๋ง รุ่นน้องที่อยู่กลุ่มเดียวกันกับไอ้จิมไอ้ชินมั้ยก็ขนลุกวาบๆ

           

            แล้วมึงเป็นไงไอ้ตี๋ งานปังรักรุ่งมั้ย?”

            กะเทยเหมือนกันนะเราอะเต”

            ธรรมดาดิ กูอยู่นี่เพื่อนที่ทำงานก็เป็นกันหมด รุกออกสาวไม่เคยได้ยินเหรอ อุปทานกำลังสูง” คนที่หักพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าซอยนั้นทีซอยนี้ทีบอกอย่างร่าเริง

            ก็เนี่ย พี่มันตลกแบบนี้ใครจะไม่ชอบ

            สมัยเขาเรียนพี่เตก็คือตัวโจ๊ก ถึงจะเรียนคนละคณะแต่เจอกันที่ร้านเหล้าตลอด ตกใจนิดหน่อยตอนที่รู้ว่าพี่แกย้ายมาอยู่เชียงใหม่คนเดียวเพราะไม่อยากรับภาระงานที่บ้าน มาตัวเปล่าแต่ตอนนี้อยู่อย่างราชา คนเก่งอยู่ที่ไหนก็เก่งแหละ

            เท่ไม่น้อยเลย

 

            “ก็ดี”

            เหรอวะ ทำไมที่กูได้ยินมาไม่ใช่งั้น”

            … ”

            เลิกเจ้าชู้แล้วดิเรา โดนรักต่อยหน้า”

 

            เตหัวเราะเบาๆ ห่างกันไปก็ไม่ใช่ไม่ได้คุยกันหรือรับรู้ข่าวคราวอะไรบ้างเลย .. ก็ได้ยินมาบ้างว่ามันเป๋ๆ นานแล้วก็จริงแต่ก็ดูไม่เข้าที่เข้าทาง ไอ้ตัวเขาน่ะไม่เคยหรอกที่จะรักใครจริงจังอะไรขนาดนั้น ชอบบ้างแต่ไม่มากขนาดตัดใจไม่ได้ มีเข้ามาแล้วก็ผ่านไป อยู่ตัวคนเดียวกับแมวดื้อๆแล้วก็เลี้ยงน้องชายที่เอาแต่ใจตัวเองฉิบหาย

            วันๆหนึ่งมันก็หมดไปแล้ว

 

            วันนี้กินเบียร์กันหน่อยดิวะ ปรับทัศนคติ”

            ก็มาดิครับ ผมกินได้เป็นลังอะ”

            ปากมึงอะจิ๋ม”

            จิมโว้ย!”

            แหม แซวเล่นนิดเดียว” ชินตะมองเพื่อนตัวเองกับรุ่นพี่ที่สนิทคุยกันไปเรื่อยเปื่อย เขาก็มีความสุขนะ .. เพราะเขาชอบเป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูด

 

            ‘แมวววว’

           

            ตี๋”

 

            ‘อะไร คุณไม่ชอบแมวเหรอ’

            ‘อืม’

            ‘น้องน่ารักจะตาย เจ้าแมว .. เจ้าแมววว’

 

              ไอ้ชิน?”

 

            มันแปลก

            ที่แม้เราจะนั่งอยู่เฉยๆ มองตรงไปข้างหน้าและไม่ได้พยายามบอกตัวเองว่าต้องเลิกคิด หากแต่สิ่งนั้นกลับย้อนกลับมา มันกลับมาหาเราเสมอ หรือแท้จริงแล้วมันอาจจะเหมือนที่ใครบางคนที่คอยวนเวียนอยู่ในความคิดเขาบอกเอาไว้

            เราคิดว่ารัก .. มันจากไปแล้ว

 

            พี่เตถามว่ามึงอยากกินอะไร”

            อะไรก็ได้”

            อะไรก็ได้ไม่มีขายไอ้ตี๋ พูดมาสักอย่าง”

 

            แต่จริงๆแล้วมันยังอยู่

            มันไม่เคยจากไปไหนเลย

 

              หมูยอหนึ่งแผ่น ผัดผัก ต้มจืดสาหร่าย”

            ะ”

 

            สักนาทีเดียว

 

            อยากกินแค่นี้”

            “โอ๊ยยย ร้านข้าวแกงแล้วกัน กูจะเลี้ยงทั้งทีแม่งอยากกินเมนูข้าวโรงอาหาร!” เตโวยวายก่อนจะเลี้ยวรถไปหาร้านข้าวแกง ไอ้เด็กญี่ปุ่นคนนั้นมันก็ติสท์เอาเรื่องอยู่

            เออพี่เต สาวเชียงใหม่แม่งสุดยอดจริง”

            ขาวๆ จิ้มลิ้มๆ สเปกพี่”

            เออแล้วนี่ยังบินไปจับมือวงหญิงล้วนที่ญี่ปุ่นอยู่ปะ?”

            มึงลืมๆบ้างก็ได้นะจิม เอาดี”

            เขาก็ชอบของเขาอะเนอะ อย่างน้อยก็เอาตุ๊กตาออกจากรถได้แล้วรึปะ”

 

            จิมมี่หัวเราะ นึกถึงรถคันนั้นที่อีกคนใช้สมัยอยู่กรุงเทพจำได้ว่าตอนเข้าไปนั่งครั้งแรกน่ะงงฉิบหาย ผู้ชายอะไรยัดตุ๊กตาไว้เต็มรถ สารพัดของกุ๊กกิ๊กที่นายเตเขาสะสมน่ะไม่ธรรมดาเลยสักนิด

 

            ร้านนี้ได้มั้ยตี๋ ข้าวแกงติดแอร์ ยั่วๆจ้า”

            ได้”

            อะ กูจอด” เตจอดรถแล้วก็กวักมือเรียกไอ้เด็กทั้งสองให้ตามลงมา พอได้มายืนข้างชินตะดีๆแบบนี้ก็ต้องทำตาโตแล้วบอกเสียงหลง

 

            มึงสูงขึ้นปะเนี่ย”

            นิดหน่อย”

            บ้าไปแล้ว มึงยังไม่หยุดสูงอีกเหรอ ฮ่าๆ”

            ไม่แปลกอะพี่ แต่ก่อนก็เที่ยวกันปกติ เดี๋ยวนี้ว่างของมันก็คือเอาไปนอน”

            โธ่ พ่อเสือสิ้นลาย”

 

            เขาเกลียดคำนี้ชะมัด ชินตะคิดในใจก่อนจะมองคนอายุมากกว่าที่เริ่มแซวกันตาขวาง แซวได้ ไม่สะท้านเท่าไหร่ .. มันแค่จะเจ็บเวลาที่อยู่กับตัวเองแล้วคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เรื่องที่มีแค่เขากับบางคนที่รู้ เรื่องราวมากมายที่เขาไม่เคยปริปากบอกใครๆ

            คนตัวสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งเดียวกันกับเพื่อนสนิท เขาฟังเรื่องงานการของเจ้ามือในวันนี้ ดูเหมือนงานจะเข้าที่ ชีวิตก็เริ่มลงตัว

 

            จะไม่แต่งงานจริงๆเหรอพี่เต”

            เออ มันไม่ใช่เป้าหมายของกูไง”

            “ก็ดีแล้วแหละ ผมก็ไม่อยากแต่งอะ แต่ถ้าสมมติคบกับแฟนไปนานๆ ยังไงผู้หญิงเขาก็หวังอยู่แล้ว” จิมมี่พรูลมหายใจและมันเป็นตอนนั้นเองที่ตั้งเตสังเกตเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไปในตัวของชินตะอีกย่าง อาจเพราะเขาเรียนสถาปัตย์มา ดีเทลเล็กๆน้อยๆเป็นอะไรที่ปล่อยให้คลาดสายตาไปไม่ได้

 

            แหวนมึงไปไหน”

            … ”

              แหวนที่แม่มึงให้มึงกับน้องคนละวงแล้วมึงใส่ไว้ที่นิ้วก้อย .. มันหายไปแล้ว”

 

            จิมมี่เลิ่กลั่กเพราะเขาเองที่อยู่กับชินตะแทบจะตลอดเวลาไม่ได้สังเกตเลยว่ามันหายไปแล้วจริงๆนั่นแหละ แหวนวงนั้นที่เรารู้กันดีว่าแม้มันจะไม่เคยพูดแต่ก็หวงมากๆแบบที่ไม่เคยถอดออก

            คำตอบคือความเงียบ

            ความเงียบที่แทรกตัวอยู่ในทุกๆอณูของอากาศและมันชัดเจนพอแล้วที่จะบอกว่าแหวนวงนั้นได้หายไปพร้อมกับการมีอยู่ของบางคนในชีวิตชินตะ

            หายลับไป

 



 

           




 

 

            เพราะว่าแทบไม่มีวันหยุดเลย เอยถึงต้องทนอยู่ในห้องฝุ่นจับและในที่สุดวันนี้เขาก็สละเวลาที่ควรจะเอาไปนอนมาทำความสะอาดห้องตัวเองสักที .. แม้ว่าข้าวของจะถูกจัดแจงไว้ให้เข้าที่เข้าทางเสมอเพราะส่วนมากเขากลับมาที่ห้อง ไม่นั่งกินข้าวก็นอน มีเท่านั้นเอง แต่พวกหนังสือและเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่ไม่มีโอกาสได้ใช้กลับถูกฝุ่นจับจนเขาจามออกมาหลายครั้ง

            เอยพับแขนเสื้อยืดตัวโคร่ง ใส่ผ้าปิดจมูกกันฝุ่นที่พอเขาสะบัดผ้าห่มตัวเองตากแล้วก็ต้องมุ่ยหน้า

            คนตัวเล็กทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นห้อง พอคิดได้ว่านี่มันเงียบเกินไปแล้วก็เลยกดเลื่อนหาเพลงในแอปพลิเคชันสีเขียว ตากลมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อพบว่าวงดนตรีแนวร็อกแอนด์โรลผสมบอสโนวาที่เขาชอบมากๆอย่าง summer salt ออกอัลบั้มใหม่แล้วจนได้

 

            ay-ay-ay, there's a magic boy.

           

            เอยหยิบหนังสือรวมถึงสมุดที่ใช้จดงานตลอดระยะเวลาที่ทำงานเป็นหมออย่างจริงจังมาวางไว้บนพื้นเพื่อเริ่มจัดระเบียบใหม่ โชคดีที่เขาเป็นคนชอบเขียนวันที่กำกับเอาไว้เลยรู้ว่าควรจะวางเล่มไหนไว้ก่อนหลัง .. เผื่อมีเคสที่ใกล้เคียงกันขึ้นมาจะได้เอามาอ่านเทียบช่วยวินิจฉัยโรคเพิ่มเติมดู

           

            sitting on the front steps near his dad’s old mustang ford

            where a love that used to live ain't anymore.

 

            ตากลมไล่มองตัวหนังสือยุ่งๆของตัวเองในเวลาที่เร่งรีบ บางหน้าเขียนขยุกขยิกแบบที่ตัวเขาเองอ่านก็ยังเกือบจะไม่เข้าใจ จริงๆตัวหนังสือก็ทำให้เราย้อนเวลากลับไปได้เหมือนกัน บางอย่างที่เขาลืมไปแล้วกลับจำขึ้นมาได้เมื่อนึกถึงวันที่ตัวเองทำงานหนักลงไปตั้งขนาดนั้น

            เอยพรูลมหายใจ ตอกสมุดสามเล่มให้เข้าที่ก่อนจะเรียงไว้บนชั้นที่เช็ดฝุ่นจนสะอาดเอี่ยมแล้วแล้วจึงหยิบสมุดอีกสามเล่มมาตอกใหม่เพื่อยัดเข้าไปในชั้นให้เต็ม

 

            อ้าว .. ไม่พอแะ”

 

            บ่นงึมงำกับตัวเองแล้วหยิบสมุดเล่มที่เหลือไปจัดไว้ที่ชั้นที่สูงกว่า เอยโยกตัวอย่างคนที่สนุกกับเพลงจนเกินไปและสุดท้ายสมุเล่มหนึ่งที่อยู่ในอ้อมแขนก็ตกลงไปที่พื้น คว่ำหน้าและกางออก

 

            …”

 

            เอยหยิบมันขึ้นมาและพลิกหน้าที่เปิดออกดู .. น่าแปลกที่เขาใช้สมุดเล่มนี้ไม่หมดเล่ม พอคิดกับตัวเองดีๆก็พบว่ามันเป็นเล่มที่เขาใช้ก่อนจะย้ายมาทำงานที่นี่ เอยทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นอีกครั้ง ไล่เปิดอ่านตัวหนังสือยุ่งๆของตัวเองที่จดสิ่งที่ตัวเองต้องทำรวมไปถึงรายละเอียดการแก้รายงานของน้องนักศึกษาในวอร์ดที่ส่งมาให้เขาตรวจ

            เสียงกระดาษที่ถูกพลิกทีละหน้าทีละหน้าอย่างคนที่พาตัวเองย้อนเวลากลับไป

 

            ‘อันนี้มีความหมายมั้ย?’

            อ๋อ .. ชื่อยา คุณอ่านไม่ออกเลยใช่เปล่า?’

            ‘มันดูไม่เหมือนตัวหนังสือเลยด้วยซ้ำ’

 

            เอยจดจำเสียงหัวเราะของตัวเองได้และตัวเขาในตอนนั้นไม่ได้สนใจว่าคนที่กำลังเปิดอ่านสมุดจดงานของเขาทีละหน้าจะทำอะไรมากไปกว่านั้น

            มันเชื่องช้า

            อัตราการหายใจเข้าและออก

            สัญญาณชีพ

            การร่วงลงของหยดน้ำตาที่ตกลงบนกระดาษจนมันเริ่มยุ่ย

 

            ‘เป็นเด็กห้าขวบหรือไงถึงชอบมาแอบเขียนสมุดคนอื่น’

            ‘โอ้โหๆ หัวร้อนแล้วแะ’

 

            เขารู้เพียงแค่ว่าชินตะพูดภาษาไทยได้ดี อ่านออกบ้างแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย หากแต่การเขียนน่ะไม่เอาไหน คงจะมีแค่สองคำที่เจ้าตัวเขียนได้คล่อง

 

            ซาซาคิ ชินตะ

 

            ‘โปรด?’

            ‘ … ’

            ‘ชื่อเล่นคุณเหรอ’

 

            และเอยจำได้ดี

            เขาจำตัวหนังสือโย้เย้เหมือนเด็กอนุบาลของอีกคนได้และเพราะว่าจำได้นั่นแหละ

 

            รักเอย

 

            มันเขียนไว้บนนั้น

            บนหน้ารองสุดท้ายของสมุด

 

            ฮึก .. ”

 

            เอยเอามือทาบหัวใจตัวเอง เขาร้องไห้อีกครั้งอย่างสุดกลั้น เขาไม่สมควรได้รับมันเลย .. มันไม่น่าเป็นเขาเลยที่ถูกรัก ตากลมมองออกไปนอกระเบียง พระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินย้อมท้องฟ้าสีจืดๆให้เข้มขึ้น ทิ้งทวนความรู้สึกโหยหาไว้ในเมฆทุกก้อน มันคือความคิดถึงที่ลอยมากับลม

            บางคนใช้หลังมือเช็ดน้ำตาตัวเอง ภาวนาให้ฝนหยุดตกลงมาเสียทีเพราะเขาไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นเพื่อกางร่ม เอยหอบหายใจในห้องกว้าง บ่อยครั้งที่เขาคิดว่าเขาไม่มีทางเล่เกมเด็กๆที่อีกคนบอกเอาไว้ผ่าน แต่เขาก็ทำมันจนสำเร็จอย่างที่รู้ว่า ถ้าเชื่อในตัวเองมากพอว่าจะทำได้

            เขาก็จะทำได้

 

            ‘มีความสุขได้แล้วนะเอย’

 

            เสียงของตงจื้อดังซ้ำๆอยู่ในหัว ยิ่งนึกถึงแววตาเป็นห่วงของเพื่อนก็ยิ่งเจ็บในอก สุดท้ายเขาก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าวันนี้เขารักตัวเองมากพอที่จะรักคนอื่นๆได้อย่างสุดหัวใจหรือยัง

            หรือแท้จริงแล้วเขาอาจไม่พร้อมจะยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า

 

            ‘เก็บไว้ โปรดให้แล้ว .. เอยเก็บไว้’

 

            โลกมันหมุนไปแล้ว

            ทุกคนเปลี่ยน

              .. ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

           

 

 



 




 


 


 


 



 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



.



 

 

 

 

            แข็งใจไว้นะตี๋ แค่นี้ไม่ตาย”

            เออๆ ไกลหัวใจเว้ย” ชินตะกลอกตา ไม่รู้จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม จริงๆเขาค่อนข้างหงุดหงิดเพราะมันทำให้เขาเดินไม่สะดวกนัก ไม่น่าบ้าจี้ลงสนามไปเตะบอลแล้วโดนเด็กพละเสียบบอลจนข้อเท้าพลิก 

            น่ารำคาญฉิบหาย

 

            บอกแล้วว่าเมาอย่าไปเตะ นัวๆอยู่ดีๆ วิ่งไปเตะบอล”

            ก็แบบนั้นไงจิมมี่ลูกพ่อ เมื่อไหร่ที่คุณมีความต้องการทางเพศก็ให้ไปเตะบอล”

            เอ้าาาา กลายเป็นผู้ชายที่อยากข่มใจเฉย” จิมมี่อ้าปากหัวเราะ หันไปมองเพื่อนที่นั่งหลับตาประสานมือไว้บนตักอย่างที่มันชอบทำเวลาขึ้นรถ มันต้องเจ็บบ้างล่ะวะ จังหวะที่มันล้มคว่ำยังติดตาเขาอยู่เลย ไหนจะพวกแผลที่ข้อศอกอีก

           

            “คนจะเยอะมั้ยวะเนี่ย น้องกูคงตายก่อนอะ”

            ตีหนึ่งแล้วนะพี่ คนไม่น่าเยอะหรอก”

            เออๆ ไอ้จิมมึงลงไปเอารถเข็นมาเหอะ ตัวไอ้ชินใหญ่อย่างกับควาย กว่าจะแบกไปถึงกลัวมีคนข้อเท้าพลิกอีกคนว่ะ กูก็แก่แล้วอะเนอะ”

            เออเคพี่ๆ ฮ่าๆ” จิมมี่กระโดดลงจากรถไปก่อนเพื่อไปเอาวีลแชร์ในขณะที่ตั้งเตจอดรถเข้าซองแคบๆอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

            มึงไม่ต้องเลยตี๋ เดี๋ยวกูพยุง”

            ไปเองได้”

 

            นั่นไง

            แม่งฟังที่ไหน ตั้งเตอยากจะกรี๊ดออกมาเมื่อไอ้เด็กคนนั้นมันเปิดประตูรถออกไปเองทั้งๆที่ตีนก็เดี้ยงซะขนาดนั้นแถมไอ้จิมมี่หายหัวไปไหนไม่รู้ เออ ความผิดกูเองแหละ น้องมันเคยมาโรงพยาบาลที่ไหนกันอะ

            อ๊ยยย ไอ้ฉิบหายยยย

 

              ชิน?”

            … ”

            จำเราได้มั้ยเนี่ย หลินไง”

 

            คนตัวสูงที่ใช้มือข้างหนึ่งค้ำรถคันข้างๆอยู่สบตากับผู้หญิงไม่กี่คนที่เขานอนด้วยแล้วจำได้ .. จำได้อยู่แล้ว ก็นั่นมันดาวคณะเขานี่ เรียนด้วยกัน รุ่นเดียวกัน รับน้องมาด้วยกัน

            แล้วก็เป็นคนที่เขานอนด้วยบ่อยที่สุดตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย มิหนำซ้ำความสัมพันธ์มันยังเลยไปไกลแบบที่เขาไปกินข้าวดูหนังกับเธอบ้างเวลาเธอขอ ไม่ใช่อะไรเลยเพราะเธอเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนเขานั่นแหละ แต่สุดท้ายมันก็จบลงแบบที่เขาบอกตัวเองว่าจะไม่คว้าคนใกล้ตัวมายุ่งกับเรื่องแบบนี้อีกแล้ว

            เพราะมันไม่สนุกเท่าไหร่

 

            ไหวมั้ยเนี่ย มา เดี๋ยวเราช่วย”

 

            ตั้งเตที่เพิ่งลงจากรถมาและเห็นฉากเด็ดนั้นได้แต่ยืนอ้าปากค้าง รู้แล้วว่าหล่อ แต่จะหล่อแม้กระทั่งตีนก็เจ็บแบบนี้ไม่ได้ แล้วนี่มันก็ตีหนึ่งแล้ว ผู้หญิงที่สวยและหุ่นดีฉิบหายแบบนี้มาอยู่ที่โรงพยาบาลได้ไงกันวะ

 

            เนี่ย แผนกฉุกเฉินอยู่ไม่ไกล เดี๋ยวเราพาไปนะ”

            อืม”

            ปกติชินไม่ใช่คนซุ่มซ่ามนี่ เมาเหรอ?”

            ประมาณนั้น”

 

            ตั้งเตได้ยินบทสนทนาระหว่างคนสองคนที่น่าจะรู้จักกัน ภาพของสองคนนั้นไกลออกไปเรื่อยๆแบบที่เขาเอาแต่ครุ่นคิดกับตัวเองว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะแล้วไม่นานบางคนก็สะกิดที่ไหล่

            จิมมี่ที่กำลังยิ้มแฉ่งพร้อมกับวีลแชร์ถามตาใส

 

            ไอ้ชินอะพี่เต?”

            ไปโน่นละ”

            “เอ้าาา!”

 

            คนที่ไปขอยืมวีลแชร์มาตั้งนานสองนานแหว พอหรี่ตามองตามตำแหน่งที่พี่แกมองอยู่ไกลๆก็รู้ว่ามีคนใจดีพยุงเพื่อนเขาไปแบบโคตรทุลักทุเลจริงๆด้วยแ

            ว่าแต่ ..

 

            อ้าว นั่นหลินนี่”

            หลินไหนอีเหี้ย หลินฮุ่ยมั้ย เชียงใหม่ซู”

            หลินดาวคณะปีผมเองอะ เคยมีเพศสัมพันธ์กับนายชินตะมาก่อนในอดีต”

            จิมมี่ ฟังพ่อ .. เพื่อนมึงเอากับทุกคนที่มีรังไข่”

            ก็พูดไป มันเลือกจะตาย”

            มีรังไข่และสวย” เตเสริม

            นมโต”

            นมโต” ทั้งสองคนยกนิ้วโป้งใส่กัน เอาเหอะๆ ปล่อยให้เขาคุยกันไป ย้อนความหลัง เผื่อมันจะหายแห้งเหี่ยวบ้าง ขนาดสาวในร้านเหล้าสีแทบตายยังเอาแต่จ้องเขาเขม็ง พอทำตาดุๆใส่ก็หนีกันกระเจิงหมด

            หล่อแต่ดุเหมือนหมาก็ไม่ไหวรึปะพี่ๆ

 

            โอบเอวใหญ่เลยว่ะ”

            อ๊ยย ตอนเรียนเขาเชียร์กันตัวโก่ง สุดท้ายไอ้ชินก็ทิ้งหลิน” จิมมี่กับตั้งเตที่เดินตามหลังมาใกล้ๆพูดคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ จริงๆตอนนี้โรงพยาบาลคนไม่พลุกพล่าน อาจจะเพราะเชียงใหม่ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงเทศกาล คนก็น้อย รถก็ไม่ได้ติดมากขนาดนั้นแล้ว

            ก็ดีไปอีกแบบ

 

            ทิ้งสาวสวยหุ่นนางแบบมาทั้งชีวิตเพื่อที่สุดท้ายจะโดนคนที่ไม่ตรงสเปกเลยแต่แพ้เขาทุกอย่างทิ้งไปอีกที”

            … ”

            มันเหมือนคนจะตายเลยนะพี่เต”

            เออ ก็เข้าใจ”

            ไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนั้นเลย”

 

            เตมองจิมมี่ที่รำพึงรำพันกับตัวเองเมื่อมองไปที่เพื่อนตัวเองที่ยืนคุยกับพยาบาลและสุดท้ายก็ได้นั่งลงบนวีลแชร์เพื่อกรอกข้อมูลอยู่หน้าห้องที่เขียนว่า แผนกฉุกเฉินและอุบัติเหตุ

 

              มันรักเขาเก่งฉิบหาย วันนั้นมันรักเขายังไง วันนี้มันก็ยังรักเขาอย่างนั้น”

 

              จิมมี่หัวเราะกับตัวเองเบาๆ ส่ายหัวแล้วยิ้มกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวลาแสนสั้นแต่มันส่งผลยาวนานจนบางคนเปลี่ยนไปซะมากมาย

            เปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมอย่างคนที่เขาเคยรู้จัก

 

              “แค่ไม่พูดถึงเขาอีกแล้ว”

 

            เพราะรักเพียงคำเดียว

 



 




 

            นิสัยเสีย

            เอยคิดว่าตัวเองเป็นคนแบบนั้นเพราะทุกทีที่เขาง่วงจนตาจะปิดและรู้สึกว่าน้ำตาลในเลือดต่ำจนเกือบจะวูบ เขาจะหาน้ำที่หวานที่สุดมาดื่มจนหมด มันไม่ใช่วิธีที่ดีนักหรอกแต่มันก็เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ในคืนที่อดหลับอดนอนมาเกือบจะครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วแบบนี้

           

            หมอเอยเจ้า”

 

            คนที่กำลังลูบกระดาษที่แอบฉีกมาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ตัวเองเพราะแค่อยากจะพกติดตัวเอาไว้สะดุ้ง เอยเลิ่กลั่กก่อนจะเก็บสิ่งนั้นลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์เพราะกลัวว่าพี่พยาบาลจะเห็น

 

            คะ ครับ?”

            ว่างอยู่ก่เจ้า”

            ว่างครับ”

 

            แล้วพอตอบแบบนั้นเขาก็ต้องลัดเลาะไปเข้าด้านหลังห้องตรวจแผนกฉุกเฉินและอุบัติเหตุทันทีเพราะจู่ๆคนไข้ก็มาพบหมอกันเยอะแยะไปหมดทั้งๆที่นี่มันก็ตีหนึ่งเกือบจะตีสองแล้ว

            แต่ก็นั่นแหละ อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

 

            คุณหมอเอยคะ เชิญห้องซ้ายเลยค่ะ”

 

            จริงๆเอยเข้าใจภาษาเหนือนะ แต่เขินเวลาที่ต้องพูดก็เลยพูดภาษากลางกับพี่พยาบาลซะส่วนใหญ่ คนตัวเล็กครุ่นคิดกับตัวเองระหว่างที่รับเอกสารมาจากคุณพยาบาล ใจเขาลอยไปไกลเมื่อคิดถึงตอนเด็กๆที่แม่พยายามสอนภาษาเหนือให้แล้วเขาร้องไห้จ้า

            ตลกดี

 

            หมอขอโทษที่ให้รอนานนะครับ คุณธีรั .. ”

 

            ตลกดี

 

            เอยยย! แกเข้าห้องผิด แต่ไม่เป็นไรๆๆ นี่ประวัติคนไข้นะ~”

 

              สิ่งที่ยากที่สุด

            อาจไม่ใช่การรับรู้ว่าเราอาจไม่มีโอกาสที่จะได้มองตาแล้วยิ้มให้กันอีกแล้ว .. แต่มันคือการที่เราได้พบกันอีกครั้งและเขาไม่สามารถยิ้มกว้างๆให้อีกฝ่ายอย่างที่เคยทำได้

 

            … ”

 

            เวลาถูกหยุดลงอีกครั้ง

            ไม่มีกระต่ายสีขาวกับนาฬิกาเรือนเก่าเหมือนในการ์ตูน

            ไม่มีเวทย์มนต์เหมือนกับในหนังสือนิทาน

            มันอาศัยเพียงแค่ดวงตาสองคู่ที่สบกันเนิ่นนานเท่านั้น

 

            ขอโทษ .. ”

            … ”

              ที่ให้รอนานนะครับคุณซาซาคิ ชินตะ”

 

            เอยไม่เคยคิดมาก่อนว่าบนโลกที่กว้างเหลือเกินใบนี้จะพาเขากับชินตะมาพบเจอกันอีกได้อย่างไร แต่เขาอาจะลืมไปว่าคนบนฟ้ามักชอบเล่นตลกกับเราเสมอ เขาสบตากับคนที่ไม่แสดงสีหน้าอะไร นัยน์ตาสีดำสนิทนั่นพาเขาจมลึกลงไปในห้วงที่หายใจแทบไม่ออกเพราะก้อนของความทรงจำโค่นลงมาทับตัวเขาซ้ำๆจนแบกรับน้ำหนักเอาไว้ไม่ไหว

            มันเหมือนกับวันนั้น

            วันที่เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มนั่งอยู่บนเตียงและมีแผลที่คิ้ว

 

            คนไข้ข้อเท้าพลิกนะครับแล้วก็มีแผลที่ข้อศอก”

 

            แต่จริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลยสักอย่าง

            ผมยาวๆนั่นสั้นลงแล้ว เหลือเพียงผมหน้าที่ยังปรกตาคมกริบนั่นอยู่

            และแววตา

 

            เดี๋ยวหมอขออนุญาตเช็คอาการเบื้องต้นก่อนนะครับ

 

            แววตานั้นเปลี่ยนไปแล้ว

              เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

            ครับ”

 

            เอยอาจไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองคิดถึงเสียงของชินตะมากแค่ไหนและเอยอาจไม่เคยรู้ว่ามันเจ็บตั้งเท่าไหร่ที่นัยน์ตาว่างเปล่านั่นมองมาที่เขาเหมือนคนไม่รู้จักกัน จนกระทั่งเขาได้ขยับตัวเข้าไปใกล้อีกคนจนได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่ทำให้เขาแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

            ทุกอย่างเชื่องช้าเหมือนการหมุนฟันเฟืองให้ภาพที่ต้องการถูกฉายขึ้นบนผนังห้องแห่ความทรงจำที่เขาพยายามซ่อนมาตลอดให้มันฟุ้งกระจายออกมาอีกครั้ง เอยเห็นตัวเองที่ยิ้มกว้าง เขาเห็นตัวเองที่มีความสุข เขาเห็นตัวเอง .. ที่กำลังกอดอีกคนเอาไว้แน่นแล้วบอกว่าที่ผ่านมา

            เขาคิดถึงอีกฝ่ายมากแค่ไหน

 

            ทีหลังต้องระมัดระวังมากกว่านี้หน่อ .. ”

 

              ‘เป็นเด็กห้าขวบหรือไงถึงชอบมาแอบเขียนสมุดคนอื่น’

 

            รอยสักที่ท้องแขนขวาคือรูปวงกลม ชินตะชอบคำว่าเอกภาพ มันแปลว่าความกลมกลืน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นั่นคือที่มาของวงกลมวงนั้นที่ชินตะให้ความหมายกับมันว่ามีความเป็นเอกภาพทางด้านโครงสร้าง รูปแบบ และความคิด

            รอยสักที่ไหล่ซ้ายถูกสักขึ้นอย่างประณีตด้วยฝีมือของช่างเกาหลีคนหนึ่ง มันคือดอกแดฟโฟดิล ดอกไม้ที่คุณแม่ของชินตะชอบมากที่สุด

            รอยสักที่ข้อมือซ้ายเขียนว่าชิโร่ด้วยตัวคันจิ บางคนเคยบอกเขาว่าตอนที่ชิโร่เด็กๆชอบเดินจับข้อมือเขาไปทุกที่ ไม่ว่าจะในบ้าน ในห้างหรือที่โรงเรียน ไม่มีเหตุผลใดอื่นนอกจากเจ้าตัวบอกไว้ว่าพี่ชาย .. คือฮีโร่ของน้องชายเสมอ

 

            “ … ”

 

            มันอยู่ตรงนั้น

            เอยจำมันได้ดีเพราะมันคือรูปที่เขาวาดลงในสมุดเขียนเพลงของอีกคนจนโดนดุ

 

            ‘คุณไม่ชอบแมวใช่เปล่า งั้นเราวาดหมาให้นะ’

            เอย’

            ‘อย่าดุดิ นี่ไง! น้องน่ารักนะ’

 

            มันถูกสักลงบนข้อเท้าของคนที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ทำได้แค่ก้มหน้าลงมองมันแล้วกลั้นหายใจ บอกตัวเองอยู่แบบนั้นซ้ำๆราวกับจะสะกดจิต .. อย่าร้องออกมา

            อย่าร้องไห้เด็ดขาด

            เอยขอบคุณตัวเองซ้ำๆที่เข้มแข็งพอจะทำหน้าที่ของตัวเองจนเสร็จ คนตัวเล็กพูดคุยเรื่องการดูแลข้อเท้าที่พลิิกด้วยการใส่อุปกรณ์ประคองข้อเท้ารวมไปถึงยาแก้ปวดที่อีกฝ่ายต้องกินโดยไม่สบตาคนไข้บ่อยๆนัก

           

            “ระวังอย่าให้แผลที่ข้อศอกโดนน้ำนะครับ ส่วนข้อเท้า ถ้าเข้าอาทิตย์ที่สองแล้วยังไม่ดีขึ้นก็อยากให้มาที่โรงพยาบาลเพื่อฟอลโลว์อัพอาการ ช่วงนี้หลีกเลี่ยงกิจกรรมต่างๆที่จะไปกระทบกระเทือนแล้วอาจทำให้ข้อเท้าบาดเจ็บซ้ำอีกนะครับคุณ .. ชินตะ”

 

            เอยจำตัวเองตอนที่เรียกชินตะว่าชินตะแบบนี้แทบไม่ได้แล้ว ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกอีกคนด้วยชื่อเล่นนั้นอีกต่อไป

            วันนี้เอยค้นพบความจริงหลายข้อเกี่ยวกับตัวเอง

            เขาเข้มแข็งกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก มากขนาดที่สามารถมองอีกคนที่เคลื่อนตัวช้าๆลงจากเตียงและเดินผ่านเขาราวกับเขาเป็นแค่อากาศธาตุโดยไม่ร้องไห้ออกมา

                       

            “ชิน เป็นไงบ้าง เดินไหวมั้ย?”

 

            และเขารัก

 

            หลินซื้อขนมปังมาให้ เผื่อเธอหิว”

 

            เขารักชินตะมากพอ

            เขารักผู้ชายคนนั้นที่เกลียดฤดูฝน

            เขารักผู้ชายคนเดิมที่เป็นห่วงน้องชายคนเดียวของตัวเองมากๆแต่ไม่เคยปริปากพูดไป

 

            ขอบคุณคุณหมอมากๆเลยนะคะ ถ้าไม่ได้คุณหมอล่ะแย่แน่ๆเลย”

 

            เอยรักโปรด

            ไม่เคยไม่รักเลย

            ยังขึ้นมาไม่ได้เลย

 

            “ครับ”

 

              ยังเอาตัวเองขึ้นมาจากการตกหลุมรักคุณซ้ำๆไม่ได้เลย

 

            ไปรับยากันชิน ทีหลังก็ระวังหน่อย เมาแล้วเป็นงี้ทุกที ใครท้าหน่อยไม่ได้เลย”

 

            เอยมองแขนของผู้หญิงคนนั้นที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ดูท่าจะสนิทกับอีกคนดีสอดเข้าที่เอวคนตัวสูงกว่าก่อนจะประคองเดินไปแบบนั้นและชั่ววินาทีที่ความเจ็บปวดแล่นริ้วเนิ่นนานคล้ายกับจะไม่มีที่สิ้นสุดอยู่บนหัวใจเขา ริมฝีปากของเขาขยับเรียกอีกคนเอาไว้

            หากแต่มันคงเบาเกินไป

            คงเบาเกินไป

 

              โปรด”

 

            เพราะแม้ว่าในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ประตูห้องตรวจจะปิดลง เอยก็ไม่ได้ยินเสียงขานรับที่มักจะดังก้องอยู่ในความทรงจำของเขาเหมือนเมื่อก่อน

            เหมือนกับตอนที่ ..

 

            ‘โปรด’

            ‘ครับ’

            ‘โปรด’

            ‘เรียกอะไรนักหนาเอย’

 

            ตอนที่ยังมีเรา

 

            ‘เรียกเฉยๆ .. เหมือนที่พิกเล็ตเรียกพูห์ไง’

 

            ตอนที่ท้องฟ้ายังเป็นสีฟ้า

            ตอนที่เขาทำอะไรได้ดีกว่าแค่สบตาแล้วก็ต้องหลบตา

 

              ‘i just wanted to be sure of you.’

            (เราก็แค่อยากรู้ว่าคุณอยู่ตรงนี้กับเราจริงๆใช่มั้ย)

 

            เมื่อพบว่าไม่มีอะไรเหมือนเก่า







tbc.































เรฟรอยสักที่น้องเอยวาดแล้วนายชินตะเอาไปสักไว้ที่ข้อเท้าเผื่อใครคิดไม่ออกกิงๆ

แบ๊วกรุบแบบคนเขามองออกว่าเทอรักเขาแค่ไหน นายชินตะ

คือกะจะให้คิ้วแตกอีกที แต่เหยไม่ได้ดิ เราต้องมี cule ให้รอยสัก

อดทนไว้แม่นายชินตะแม่น้องเอย 

it will all get better, i promise (人・㉨・)♡

จะรีบมาอัพอย่างไวเลยนะ

แล้วก็เซอร์พร้ายยยย ตั้งเตแหละ คนโปรดของน้องเอง

เริ้บๆเลยนะ ขอบคุณเสมอเลย

#จนมีหัวใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.801K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,498 ความคิดเห็น

  1. #12494 dubleT (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 00:48
    โปรดยังคงทำตามที่เอยขอเสมอคือปล่อยเอย
    #12,494
    0
  2. #12473 elfeleves (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2564 / 23:32
    รักหมอเอย แต่เอาจริงๆ ไม่เข้าใจความคิดหมอ
    ถ้าเลิกกับโปรด เพราะกลับไปคบคนที่แม่ชอบ ก็ว่าไปอย่าง
    แต่ทางโน้นก็เลิก ทางนี้ก็เลิก ไม่มีใครมีความสุขสักคนเดียว

    เศร้าแท้
    #12,473
    0
  3. #12438 bobbibaek (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 03:56
    น้ำตาไหลรอบที่614 โอ้ยยยยยย สักทีเถอะน้าาาาา รักกันๆๆๆๆ
    #12,438
    0
  4. #12416 Spices_smile (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 23:36
    นังหมอหลินโคตรเสล่อ
    #12,416
    0
  5. #12391 NIE612BD (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 02:00
    จุกมากๆ พ่อออออ
    #12,391
    0
  6. #12381 zanesay, (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 09:58
    ครั้งนี้น้ำตาไม่ไหลค่ะ คงไม่เหลือแล้ว เหมือนจะไหลจากข้างในมากกว่า
    #12,381
    0
  7. #12347 thongda (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 21:43
    เสียน้ำตาเป็นลิตรแล้ววววว
    #12,347
    0
  8. #12313 PNM_มมม (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:01
    หน่วงไปทั้งใจเลย น้องเอยยยยย ฮืออออ พี่โปรดเองก็คงใจแข็ง ข่มใจอยู่แน่ๆเลย น้องเอยเก่งมากๆนะที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆๆ เก่งมากๆแล้ว
    #12,313
    0
  9. #12247 sugarraeks (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:09
    น้ำตานองอาบสองแก้มแล้วววววววววววววว
    #12,247
    0
  10. #12199 resverycutee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:35
    แกกกฮือออออ
    #12,199
    0
  11. #12196 Mnk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 20:17

    เฮ้ออออออ ยากเย็นนนน

    #12,196
    0
  12. #12150 Punnipaluelon- (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 13:09
    งื้อออออออ
    #12,150
    0
  13. #12122 Som O Usanee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 17:38
    คนที่ร้องไห้แทนชินตะกับน้องเอยไปแช้วคือฉันเองงงงงงงงงงงง
    #12,122
    0
  14. #12092 FAHKRAMXTER (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 16:04
    ร้องเหมียนหมาเลยคุณคะ
    #12,092
    0
  15. #12052 fahneeny22 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 06:03
    ชั้นน้ำตาซึม
    #12,052
    0
  16. #11999 Tanxiiz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 12:20
    จินตนาการไปแล้วว่าเมจชินตะโคตรจะสึงยอนเลย เขินมากไม่ไหวว
    #11,999
    0
  17. #11997 Mr.TaNaBaTa@_@ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 10:36
    ขอร้องเลย;-;
    #11,997
    0
  18. #11968 เน้ยยยย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 20:23
    นํ้าตาซึมแล้ว
    #11,968
    0
  19. #11956 Chompoo_mg (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 21:59
    กำลังกินข้าวก็คือเอาข้าวไปเก็บเลย ไม่ไหว ฮือ
    #11,956
    0
  20. #11887 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 09:34
    ทำไมคะะะะ
    #11,887
    0
  21. #11835 Areeya Saibut (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 21:30
    ดิชั้นไม่ไหวแล้วค่ะ อึดอัดในใจสุดๆ
    #11,835
    0
  22. #11784 Kaning Guliko (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 02:39
    เอ้าาา ทำไมเค้าไม่คุยกันอ่ะะะ
    #11,784
    0
  23. #11634 Haruma_Hunsei (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 11:29

    โอยยยใจเราอ่ะ น้องเอยยยย

    #11,634
    0
  24. #11597 JBMie (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 16:22
    ฮรืออออออออออออ
    น้องเอยของเราาาาาา
    #11,597
    0
  25. #11581 pondww♥ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 16:56
    พูดไม่ออก คุณชินตะคิดว่าน้องเอยยังคบคนเดิมอยู่ใช่ไหม? ㅠㅡㅠ
    #11,581
    0