this is the evidence proving that the boy called shinta has a heart. (end)

ตอนที่ 15 : 12 - and the lambs are on the run.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,238 ครั้ง
    10 ส.ค. 62

12
"don't you dare let our best memories bring you sorrow
yesterday i saw a lion kiss a deer
turn the page maybe we'll find a brand new ending
where we're dancing in our tears."



.
.






            ฝ่ามือใหญ่กระชับเอวบางของหญิงสาวผมยาวถึงกลางหลังเข้ามาหา เขาแตะจูบลงบนคอเธอในที่สาธารณะเพียงเพราะไม่ได้แคร์สายตาคนอื่น .. ซือเรียกมันว่าอาณาจักร พื้นที่หลายร้อยไร่ที่ตระกูลเขาเป็นเจ้าของบรรจุโรงแรมเอาไว้หลายหลัง เราสืบทอดกิจการกันรุ่นสู่รุ่น เรามีเงินมากพอที่จะใช้ไปชั่วชีวิตและบางครั้งการมีพร้อมทุกอย่างมันทำให้เผลอคิดไปเองว่าทุกๆอย่าง ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี

            เขาก็ล้วนทำมันได้ทั้งนั้น

 

            “ใจเย็นๆสิคะซือ” เธอบอกเป็นภาษาจีน ยิ้มหวานให้อย่างมีจริต ซือหัวเราะในลำคอ เค้นสะโพกอิ่มก่อนจะคลอเคลียจมูกกับอวัยวะเดียวกัน .. ซือเชื่อว่าเซ็กซ์กับรักแยกออกจากกันได้ เขาสามารถตอบสนองความใคร่ของตัวเองได้โดยคิดว่านั่นไม่ใช่การนอกใจ

            เขาคิดมาเสมอ

 

              พี่ซือ”

 

            เขารักเอย

            รักแค่เอย

 

            “ … ”

 

            ซือกะพริบตา เขาผละออกจากผู้หญิงตรงหน้า บอกให้เธอออกไปจากตรงนี้ก่อน ที่จริงเขาเกือบคิดว่าตัวเองกำลังฝันแต่มันไม่ใช่แบบนั้นเพราะความเจ็บปวดที่ถ่ายทอดออกมาจากดวงตากลมโตนั่นคือของจริง

            เอยที่ยืนอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อคอเต่าและไม่มีอะไรติดไม้ติดมือมาเลยนั้นเป็นของจริง

 

            เอย ฟังพี่ก่อน”

 

            เขาร้อนรนปรี่เข้าไปหาคนตัวเล็กที่ไม่แสดงสีหน้าใดๆหากแต่ดวงตาสะท้อนบางสิ่งออกมา มันเจือไปด้วยความเศร้า ความผิดหวัง และความสิ้นหวัง

 

            เอยฟังพี่นะครับ เอยต้องฟังพี่ซือนะ”

 

            ซือกุมมือเอยไว้ อ้อนวอนพร้อมกับขอบตาร้อนผ่าว

            มีคำถามมากมายในหัวเขา

            เอยมาได้ยังไง

            เอยรู้อะไรรึเปล่า

            เอยยืนอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว

            และเรื่องราวของเรา

 

              พี่ซือใจเย็นๆนะ”

 

            จะเป็นยังไง

 

            พี่ซือไม่ต้องร้อง .. เอยจะฟังพี่ซือนะ”

 

            รอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของคนที่มีน้ำตาเมื่อพูดจบทำให้ซือเข้าใจคำว่าตายทั้งเป็น มันเป็นความรู้สึกแบบนั้นที่เกิดขึ้นอย่างเชื่องช้าและจะตราตรึงอยู่แบบนั้นในใจคนบาปเช่นเขา

            และแม้เอยจะไม่พูดออกมา

 

            เอย .. พี่ไม่ได้ตั้งใจ”

            พี่ซือ”

 

            แต่เขาก็รู้ว่ามันจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว

 

            เราคุยกันตรงๆ อึก ได้มั้ย?”

 

            ระหว่างเรา

            มันเปลี่ยนไปแล้ว

 

              มันไม่มีหรอก ไม่ตั้งใจ .. ถะ ถ้าไม่ตั้งใจ พี่ซือจะปิดเอยมาตลอดได้ยังไง”

 

              เราทั้งคู่

           

            “มันก็แค่เซ็กซ์ พี่ไม่เคยรักใครนอกจากเอยเลยนะ พี่อยากดูแลแค่เอย พี่ขอโทษที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้ พี่จะจัดการทุกอย่าง ดีมั้ย? พี่จะแก้ตัว พี่ขอร้องนะเอย”

            พี่ซือ”

 

            บางคนพูดอย่างอ่อนแรง จับมือที่ใหญ่กว่านั่นไว้ บีบเบาๆแล้วสบตา

            เอยจำได้ .. ยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้ เขาจำมันได้แม้จะไม่ชัดเจนนักเพราะเขายังเด็กเหลือเกิน เราโตขึ้นมาพร้อมกัน พี่ซือเป็นคนเดียวที่ทำให้แม่ยิ้มและหัวเราะได้ในเวลาที่ต้องเลี้ยงเขาให้เติบโตขึ้นเพียงลำพัง

 

            ‘เอย คุณแม่เอยป่วยนะครับ’

            ‘ป่วยเหรอครับ?’

 

              พี่ซือรู้มั้ย .. ว่าคนของพี่ซือเขามาหาเอยที่โรง’บาลกี่คนแล้ว”

 

            ‘ครับ คุณแม่เอยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วก็เป็นไบโพลาร์อ่อนๆ .. ไม่ต้องกลัวนะครับ คุณแม่ทานยาแล้วก็ไปหาหมอเป็นประจำอยู่แล้ว’

            ‘ละ แล้วคุณแม่จะตายมั้ยครับ’

            ‘ฮ่าๆ ไม่หรอกครับ แต่อย่าขัดใจคุณแม่มากก็พอ อะไรที่เขาขอ ถ้าทำได้ก็ทำนะครับแต่อย่าตามใจจนเคยตัว คุณแม่จะเหมือนเด็กๆนั่นแหละครับ เอาแต่ใจบ้างเพราะเขาป่วย อย่าทำให้คุณแม่คิดมาก อย่าทำให้คุณแม่วิตกกังวลนะครับ’

 

            น้ำเสียงของคุณหมอดังก้องอยู่ในหัวเอยซ้ำไปซ้ำมา

            ตั้งแต่วันนั้น .. เอยทำทุกอย่างเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำไหว เพราะเขามีแค่แม่ เหลือแค่แม่คนเดียวแล้ว เอยเป็นหมอเพราะแม่อยากให้เขาเรียนหมอ จริงๆมันก็ไม่ได้ลำบากอะไรเพราะเขาหัวดี ขยันและมีพ่อที่จากไปแล้วทำให้มีเหตุผลดีๆในการเลือกที่จะเรียนและคอยช่วยเหลือคนอื่น

            แต่บางครั้ง

 

            ‘น้องเอยครับ’

            ‘ครับแม่’

            ‘พี่ซือเขาชอบเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว .. น้องเอยไม่ชอบพี่ซือบ้างเหรอครับ’

            ‘เอย .. เอยเรียนอยู่ ยังไม่ได้คิดเรื่องแฟนเลยครับ’

 

            เรื่องที่แม่ขอ

            มันก็ยากเหลือเกิน

 

            พี่ซือ เอยไม่เคยโกรธพี่ซือเลยนะ”

            …. ”

              แต่ที่เอยอยากรู้มาตลอด คือเมื่อไหร่ .. เมื่อไหร่พี่ซือจะหยุด”

 

            ‘ถ้าอย่างนั้นใกล้ๆเรียนจบ ลูกลองคบกับพี่ซือดีมั้ย?’

            แต่เอย .. ’

            ‘นะครับลูก นอกจากตัวแม่เองก็มีแต่ซือนี่แหละที่แม่ไว้ใจให้ดูแลเอย พี่ซือเขารักเอยมากเลยนะลูก’

 

            เอย  .. พะ พี่ขอโทษ”

            แม่บอกเอยว่าเวลาคนที่เรารักเขาทำผิด ให้นับหนึ่งถึงสาม”

 

            เอยไม่เคยรู้จักมันหรอก

            ความรัก

 

            “แต่กับพี่ซือ”

 

            การตกหลุมรัก

            จูบที่ทำให้ใจเต้นระรัว

            กอดที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยเหมือนอยู่บ้าน

            คนที่ทำให้ท้องฟ้าในทุกๆวันเป็นสีฟ้า

 

              เอยนับหนึ่งถึงร้อย”

 

            ซือคุกเข่า แนบใบหน้ากับมือของคนที่กำลังร้องไห้เหมือนกับที่เขากำลังร้องไห้ .. เอยรู้ เอยรู้มาตลอด เอยรู้มาเนิ่นนานกว่าตอนที่ตกลงคบกับเขาซะอีก

            แต่เอยก็ยังตกลง

            แต่เอยก็ยังทำมันลงไป

 

            เอยไม่รู้หรอกว่ารักของพี่ซือมันหมายถึงอะไร”

            เอยครับ .. ไม่เอาแบบนี้ พี่ขอร้อง นะครับ พี่ซือขอร้อง”

 

            ใช่ว่าเขาจะไม่รู้

            ใช่ว่าซือจะไม่รู้ว่าเขาไม่เคยเป็นคนนั้นของเอยเลย

 

              แต่เอยรู้ว่ารักมันต้องไม่ใช่แบบนี้”

            เอย พี่ขอร้อง”

            “เราจะหลอกตัวเองกันไปถึงเมื่อไหร่พี่ซือ” เอยโน้มตัวลงช้าๆจนลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น บรจงเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของคนที่เติบโตขึ้นมาในฐานะพี่ชายที่เขารักและขอบคุณถึงการมีอยู่ในชีวิตของเขาและแม่เสมอ

            พี่ซือคือครอบครัว

            เป็นครอบครัว

 

            ถ้าเรารักกันจริงๆ เราจะทำร้ายกันไปทำไมเหรอพี่ซือ”

 

            และยังจะเป็นคนในครอบครัวของเขาเสมอ

 

            เอยคิดว่าเอยรักพี่ซือได้นะ ในฐานะที่พี่ซืออยากให้เอยรักได้สักที”

            … ”

            แต่เอยรักไม่ได้เพราะเอยไม่เคยเชื่อใจพี่ซือได้เลย เอยพยายามแล้วนะพี่ซือ เอยพยายามมาตลอด เอยขอโทษนะ”

 

            บางคนบอกกระท่อนกระแท่นเพราะสะอื้นจนตัวโยนและโดนลมฝนจากคราบน้ำตาหอบให้ลอยขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะร่วงลงมาที่พื้นใหม่ เป็นเช่นนั้นซ้ำๆเพราะมันช่างหนักเหลือเกิน

            มันหนักเหลือเกิน

 

              เพราะมันใช่มั้ย?”

 

            ซือถามพร้อมกับมือที่กำเข้าหากันแน่น

           

            มันบอกเอยใช่มั้ย เอยก็ทนได้มาตลอด .. ถ้าเอยบอกว่าเอยรู้มาตลอด มันก็แปลว่าเอยทนได้”

 

            ส่วนที่แย่ที่สุดคือส่วนที่ทำยังไงอีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเรียกว่าความผิด

            เอยร้องไห้ เสียงดังพอๆกับการคำรามของท้องฟ้าเวลาที่พายุเข้า เขาเจ็บปวดเพราะคนที่เขารักมากๆในฐานะพี่ชายกำลังจะกลายเป็นปีศาจ

 

              แล้วทำไมวันนี้เอยแม่งทนพี่ไม่ได้แล้ววะ!”

 

              ซือบีบไหล่เอยแน่น เขย่าตัวเอยแรงๆราวกับจะคั้นเอาคำตอบ

            เอยหอบหายใจ พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาราวกับคนที่ไม่เหลือเรี่ยวแรงสำหรับสิ่งใดอีกแล้ว

 

            ทีนี้พี่ซือรู้รึยัง .. ว่าพี่ซือไม่ได้รักเอยไง”

            … ”

            “พี่ซือลองฟังที่ตัวเองพูดได้มั้ย ลองคิดดีๆอีกสักครั้ง ถะ ถ้าพี่ซือรักเอยจริงๆ อึก พี่ซือจะให้เอยทนมั้ย?”

 

            ตาคมมองคนตัวเล็กที่ร้องไห้จนตาแดงก่ำและทันทีที่เขาได้สติแล้วคลายมือออกจากไหล่เอย เด็กคนนั้นทิ้งตัวลงไปร้องไห้ที่พื้นอย่างน่าสงสาร

 

            แล้วก็เพราะว่า ฮึก พะ เพราะว่าเอยรักพี่ซือไง”

            เอย .. พะ พี่”

            เอยรักพี่ซือ เลยไม่อยากให้เราต้องทนอีกแล้ว”

 

            มันเป็นตอนนั้นเองที่ซือเข้าใจว่าการที่บางคนข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาเขาในวันนี้อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนไม่ใช่เพื่อบอกเลิกเขา เอยไม่ได้มาเพื่อบอกเลิกเขา

            เอยไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อชี้หน้าบอกว่าเขามันเลวแค่ไหน

            เอยที่กำลังร้องไห้อยู่บนพื้นไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อตราหน้าว่าเขาคือคนที่นอกใจเอย

 

            เพราะถ้าการที่เอยรักคนอื่นในแบบที่พี่ซืออยากให้เอยรักมาตลอดในระหว่างที่ยังเป็นแฟนพี่ซือ มันแปลว่าเอยนอกใจพี่ซือล่ะก็ .. ”

 

            แต่เอยมาเพื่อให้เขาบอกเลิก

 

              พี่ซือบอกเลิกเอยได้มั้ย ฮึก .. พี่ซือบอกเลิกเอยได้มั้ยครับ”

           

            เอยมาถึงตรงนี้

            เพียงเพราะคนที่เข้ามาอยู่ในชีวิตเอยด้วยเวลาไม่ถึงหนึ่งส่วนสิบที่เขาเคยอยู่

 

            เอยรักเขาไปแล้ว เอยขอโทษครับ อะ เอยขอโทษ”

 

            แต่กลับได้รับสิ่งนั้นจากเอยไปทั้งใจ

 

 

 




 


 


 


 



 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



.



 

 

 

            เอยไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่เครื่องแลนดิ้งลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่รู้เลยว่าพาตัวเองนั่งแท็กซี่มาจนถึงที่นี่ได้ยังไง .. รู้ตัวอีกทีเอยหยุดอยู่หน้าประตูห้องคุ้นตาเสียแล้ว และกดออดเพียงแค่ครั้งเดียว ประตูบานนั้นก็เปิดออก .. เป็นจัสมินเองที่ยืนหน้าง่วงอยู่ตรงนั้นและไม่นานเสียงสะอื้นก็ทำให้บางคนตื่นเต็มตา

 

            “เอย?”

 

            แล้วบ่ากว้างก็กลายเป็นที่รองรับน้ำตาในคืนที่ฝนตกลงมาเหมือนกับจะแกล้ง

            ตงพิงกรอบประตูจิบชาในแก้ว เขาห่วงเอยไม่ต่างจากที่จัสมินห่วง .. ใบหน้าของเอยฝังอยู่กับไหล่ของจัสมิน ร้องไห้อยู่แบบนั้นเงียบๆในขณะที่กำชายเสื้อชุดนอนของจัสมินแน่นและไม่ยอมปริปากพูดอะไร

            มันคงจะเจ็บ

 

            ตง .. ”

 

            สิ่งที่กำลังกัดกินหัวใจบางคนอยู่

 

              เอย มองเรา”

 

            ตงที่ได้รับสายตาขอความช่วยเหลือจากจัสมินที่ประเมินอาการแล้วมันสาหัสเกินไป ตาบวมช้ำนั่นมันฟ้องว่าเอยผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก มิหนำซ้ำเขายังเห็นตั๋วเครื่องบินกับพาสปอร์ตที่เอยถือมาอย่างเหม่อลอยตอนเปิดห้องให้อีกต่างหาก

           

            เอยไว้ใจเรามั้ย เรากับจัสมิน”

 

            เอยพยักหน้าช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาหยุดร้องไห้ไม่ได้เลย .. เขาร้องไห้ตลอดเวลา เขาหลับบนเครื่องสั้นๆเพราะเขาเหนื่อยจนหายใจไม่ออกก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพื่อร้องไห้ใหม่

            เป็นแบบนั้นซ้ำๆ

 

            ถ้าเอยไว้ใจเรากับจัสก็เชื่อเถอะนะว่าจะไม่มีใครทำอะไรเอยได้ ถ้าเรายังอยู่ตรงนี้”

 

            ตงกระชับมืออีกคนไว้แน่นในขณะที่จัสมินกอดเอยไว้หลวมๆ เขาเข้าใจการแตกสลาย เขาเข้าใจการร้องไห้จนไม่มีน้ำตา เขาเข้าใจว่าการจัดระบบของความคิดของคนที่เสียใจแทบบ้ามันจะผิดเพี้ยนไปยังไง

            ตงจื้อยกมือเอยขึ้น วางมันลงบนตักและกลายเป็นว่าเราทั้งสามคนกำลังกองกันอยู่ที่พื้น ล้อมเอยพอให้รู้ว่าเอยจะปลอดภัยที่นี่

            ที่ที่มีเขาและจัสมินอยู่

 

              ระ เราเลิกกับพี่ซือแล้ว”

            … ”

            เรานอกใจพี่ซือ”

            แล้วตั๋วนี่?”

            เราบินไปปักกิ่งตอนเช้า อึก แล้วก็กลับตอนเย็น”

            เอย .. เอยคิดดีแล้วใช่มั้ย”

            “ดีแล้ว มะ มันดีที่สุดแล้ว”

 

            จัสมินใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม .. เอยน่ะเหรอนอกใจพี่ซือ

           

            จัสขอโทรเรียกจ๊าบได้มั้ย มันคงออกเวรแล้ว”

            อย่างน้อยจ๊าบก็สนิทกับเอยที่สุด ใช่มั้ย?”

 

            เอยพยักหน้า บอกเบาๆว่าได้แลเป็นจัสมินเองที่ผละออกไปจากบางคนอย่างอ่อนโยนเพื่อจุดบุหรี่สูบทั้งๆที่เขากับตงเองก็แทบจะไม่ได้แตะมันแล้ว เราพยายามเลิกด้วยกันมาตลอดและมันก็สำเร็จแบบที่เขาจะสูบบ้างตอนที่เครียด ในเดือนหนึ่งก็นับได้เลยว่าสองมวนไม่เกินนั้น

            แต่กับเรื่องของเพื่อนที่เห็นในสายตามาตลอดว่ารักกับแฟนดีและต้องเลิกกันเพราะเอยเป็นฝ่ายนอกใจ .. มันเลวร้ายขนาดที่ต้องเลิกกันเลยหรือไงกันนะ

 

            เอย”

            หืม .. ว่าไง”

 

            ตงกระชับบางคนเข้ามาในวงแขน คนที่ตัวเท่าๆกันแต่ตอนนี้หดลงเหลือเป็นแค่เพียงเด็กตัวเล็กๆที่มือยังสั่น ตาแดงก่ำและน้ำตายังคงคลอหน่วยอยู่ที่หางตา

 

            เอยรักเขาใช่มั้ย”

            … ”

              เป็นชินตะใช่มั้ย?”

 

            บางคนไม่ได้ตอบ ทำเพียงแค่เหม่อมองออกไปไกลเรื่อยๆคล้ายคนที่ไม่รู้จะพักสายตาไว้ตรงไหนและตงจื้อเข้าใจความเงียบที่ถือเป็นคำตอบแบบนั้นอย่างชัดเจน

            สำหรับเอยมันก็คงจะยาก

            ยากมากๆ

 

              เอย”

 

            เป็นหมอจ๊าบนั่นเองที่มาในชุดนอน กุญแจรถถูกวางลงบนโซฟาไวๆและเอยโดนดึงเข้าไปกอดจมอก จ๊าบกอดเอยแน่น ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาเพราะหลังจากที่เขาได้รับสายจัสมินในวินาทีที่กำลังจะทิ้งหัวลงบนหมอนว่าเอยเลิกกับแฟนแล้ว เขาก็รีบออกมาทันทีด้วยสติที่เหลือ

 

            มองหน้ากูเอย”

            มะ ไม่”

              มองตากู!”

 

            จ๊าบตะโกน มันดังซะจนจัสมินเกือบจะไปคว้าเอยออกมาจากอ้อมแขนบางคนหากแต่ตงรั้งข้อมือเขาไว้ก่อน คนตัวเล็กกับรอยสักด้านหลังคอส่ายหน้าให้เป็นสัญญาณบอกว่าอย่าเข้าไปยุ่ง .. เพราะมันคงมีอะไรบางอย่างที่เขากับจัสมินไม่รู้

 

            เขานอกใจมึง แล้วมึงก็รู้มาตลอดใช่มั้ย ที่กูพามึงไปผับวันนั้น ไม่ใช่ครั้งแรกใช่มั้ย?”

            อึก จ๊าบ .. ”

            ใช่มั้ยเอย?!”

 

            เอยพยักหน้าขึ้นลง ร้องไห้ออกมาอีกครั้งและฝังใบหน้าลงกับซอกคอเพื่อนสนิท

 

            กูจะไปฆ่ามันให้ตาย มึงได้ยินกูมั้ยเอย มันทำได้ยังไง กูถามตัวเองตั้งแต่วันนั้น ว่ามันทำแบบนี้กับมึงได้ยังไง .. ทำไมต้องเป็นมึงวะ กูไม่เข้าใจเหี้ยอะไรทั้งนั้น”

            “จ๊าบ ฮึก ระ เราผิดเอง”

            งั้นมึงตอบกูมา มึงเคยจูบกับมันมั้ย ไอ้ชินน่ะ?”

            … ”

            มึงเคยนอนกับมันมั้ย?”

 

            จัสมินเม้มปากแน่น ไม่ต้องเดาเลย เราทุกคนต่างรู้คำตอบ

           

            มึงไม่เคยทำอะไรเลยสักอย่าง”

            จ๊าบ .. ใจเย็นๆ” ตงวางมือลงบนไหล่คุณหมอ บีบเบาๆให้ออมมือกับหัวใจเอยสักหน่อย เขาก็เข้าใจว่าจ๊าบเองคงรู้สึกแย่ไม่ต่างเพราะเราทุกคนก็รักเอยและไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น

 

              ขนาดมึงชอบมันจะบ้าจะตายอยู่แล้ว มึงยังไม่เคยพูดออกไปเลยเอย!”

 

            มันเจ็บ

 

            มึงชอบมันตั้งแต่วันแรกที่มึงเห็นมัน มึงไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามันคืออะไรเพราะมึงก็ไม่เคยตกหลุมรักใครเลย มึงคบกับพี่ซือเพื่อความสบายใจของแม่มึง มึงหวังว่าสักวันมึงจะรักเขาได้ .. ทั้งๆที่เขานอกใจมึง ปากเขาบอกว่ารักมึงแต่ตัวเขาอยู่ไหน กูไม่รู้เลยเอย มึงจะดันทุรังพยายามรักคนที่เขาทำเหี้ยๆกับมึงมาตลอดไปทำไม”

 

            เจ็บตรงที่ต้องมานั่งฟังความจริงทุกอย่าง

            ความจริงที่แม้แต่ตัวเขายังไม่กล้าจะพูดถึง

           

            ตอบมาดิว่ามึงควบคุมลมหายใจตัวเองไม่ได้เลยเวลาอยู่กับมันสองคน ตอบกูมาว่ามึงพยายามหลอกตัวเองมาตลอดว่ามันไม่มีอะไรทั้งๆที่มึงก็รู้ว่ามันมีอีกตั้งเป็นล้านเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น! แค่มึงกล้าที่จะออกไปจากตรงนี้ แคร์ตัวเองบ้างเอย .. ตอบกูมาดิวะ!”

            จ๊าบ มึงเย็นได้มั้ย”

 

            เอยสูดลมหายใจก่อนจะสบตากับเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิต

            เขายังจำได้อยู่เลยตอนที่อีกคนแนะนำตัวในวันแรกพบของคณะเรา .. เขายังจดจำรอยยิ้ม ความใจดี การดูแลและความห่วงใย หลายๆเรื่องที่เราผ่านมาด้วยกันและจะผ่านมันไปด้วยกันอีกครั้ง

           

            เราหายใจไม่ออกทุกครั้งที่เขาเข้ามาใกล้”

 

            เอยหอบ

            กอบโกยเอาลมหายใจเข้าปอดและภาวนาให้สักวัน ..

 

            เพราะใจเราเต้นแรงมากจนน่ากลัว .. เรามองหาเขาในผู้คนและเราจะเห็นเขาเป็นคนแรกแบบที่เราสงสัยว่าทำไมเราถึงทำแบบนั้นได้กันนะ เราอยากทำทุกๆเรื่องกับเขาในเวลาที่เรามีอย่างจำกัด ฮึก ยะ อยากให้เขาสอนเราเล่นกีตาร์ ในขณะที่ เรา .. อึก เราสอนเขาปั่นจักรยาน”

            … ”

 

            สักวันเขาจะเข้มแข็งกว่านี้

            สักวันเขาจะรักตัวเองมากกว่านี้

 

            เราอยากออกเวรแล้วรู้ว่าเขาจะยืนรออยู่ตรงนั้น พิงกระโปรงรถเพื่อเล่นเกมด่านที่เราเล่นไม่ผ่านให้ เราอยากเป็นคนนั้นที่ได้รู้ว่าเพลงรักเพลงแรกที่เขาจะแต่งเป็นแบบไหน เรา ยะ อยากวาดรูปโง่ๆใส่ลงไปในสมุดเขียนเพลงแล้วเวลาที่เขาเปิดเจอ เขาจะมองเราโกรธๆแล้วถามว่าเราอายุห้าขวบหรือไงถึงทำแบบนี้”

 

            ตงกอดเอยแน่นจากทางด้านหลัง กระซิบใส่ใบหูของคนที่ร้องไห้แล้วน่าสงสารที่สุดในโลกว่าทุกอย่างจะโอเค มันจะไม่เป็นอะไรเลย .. ทุกอย่างจะโอเค

 

            เวลาเรามองตาเขา เราจะเห็นภาพตัวเองที่กำลังยิ้ม ได้กอดเขาแล้วก็มีความสุข เราอยากหันไปข้างๆตอนที่ทำงานจนปวดตาแล้วเจอเขา เราอยากบอกเขาว่าเราชอบทุกๆอย่างที่เป็นเขา เรา ... เราจะไปเล่นปิงปองกับเขาในฤดูร้อนและตอนฤดูฝน ระ เราจะใส่เสื้อกันฝนสีเหลือง ส่วนเขาจะใส่เสื้อกันฝนสีน้ำเงินแบบที่อยากได้ตอนเด็กๆ และเราจะขอพรกับดาวทุกๆดวงที่ไม่มีชื่อเรียกก็เลยตกลงมา อึก .. ตะ แต่มันเป็นไปไม่ได้”

            เอย .. ”

            มันเป็นไปไม่ได้เพราะเรามีพี่ซือและถ้าเราต้องเลิกกับพี่ซือเพราะพี่ซือนอกใจเรา .. แล้วเราจะไปมีเขา มันทำได้เหรอจ๊าบ”

 

            เอยกลั่นกรองทุกอย่างออกมา

            ควบแน่นทุกความคิดเป็นเมฆ

 

              “สุดท้ายถ้าการนอกใจมันผิด พี่ซือก็ผิด เราก็ผิด .. แต่เขาไม่ต้องมาผิดกับเราได้มั้ย”

 

            และทำให้มันตกลงมาเป็นฝน

 

            ทุกๆอย่างที่โปรดทำให้เรา มันเกินกว่าที่คนคนหนึ่งจะให้ได้แล้วจ๊าบ ถ้าจะมีใครน่าสงสารกว่าเราก็คือโปรด เขาไม่ได้ผิดอะไรเลยแต่ต้องมาเสียใจโดยที่พูดออกมาไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาเสียใจจะแย่”

 

            เราต่างพยายาม

 

            “เรารักโปรดไม่ได้หรอกจ๊าบ เราไปรักกับเขาไม่ได้หรอก อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่ตอนนี้ ..”

 

            ที่จะตกหลุมรัก

            ที่จะขึ้นจากหลุมรัก

            ที่จะตกลงไปใหม่

            ที่จะเข้าใจ

 

              ตะ ตอนที่เรายังรักตัวเองไม่ได้เลย”

 

            เราต่างพยายาม

 




 


 


 


 



 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



.



 

 

 

 

              เอยยืนอยู่หน้าตึกตึกหนึ่งที่เขาจำได้ว่าชินตะซ้อมดนตรีที่นี่ เขาใช้สีข้างดันประตูให้เปิดออกเพราะมือถือของพะรุงพะรังไปหมด ตากลมมองสอดส่องไปตามห้องต่างๆและโชคดีเหลือเกินที่เขาพบกับดวงตาคุ้นเคยของคนที่เพิ่งเดินกลับมาจากทางด้านหลังของตึก

 

            จิมมี่”

            อ้าว หมอเอย!~”

 

            เอยคิดว่าจิมมี่เหมือนกับสุนัขพันธุ์โกลเด้นตัวโต คนตัวสูงกว่าที่สวมเสื้อกล้ามสีขาวมียี่ห้อเดินมาช่วยถือของ เอยบอกขอบคุณก่อนจะเดินตามหลังจิมมี่ขึ้นไปที่ชั้นสอง

 

            ไอ้ชินตะรู้ปะเนี่ย มีคนเสียอาการแน่ๆอะวันนี้ ไม่ต้องเดาเลย”

            ไม่รู้หรอก เราไม่ได้บอกเลย ยุ่งๆกันอยู่รึเปล่า”

            พอสมควรเลยครับหมอเอย พวกผมกำลังทำเพลงใหม่อยู่! อย่าลืมฟังนะ ไม่ได้จะมีพิรุธแต่บางคนเขาอาจจะแต่งให้คุณหมอก็ได้นะๆๆ”

            โอเค ไม่มีพิรุธเลย” เอยหัวเราะเบาๆ มองจิมมี่ที่ผลักประตูห้องซ้อมให้เปิดออกและแอร์ที่เย็นวาบเหมือนอยู่ขั้วโลกแบบนั้นทำให้เขาผงะ

 

            ห้ทาย ใครมาหา~”

            แม่มึงมั้ไอ้จิม ปิดประตูดิวะ แอร์ออกหมดแล้วเนี่ย”

 

            เอยเพิ่งรู้ว่าเขาตัวเล็กขนาดที่จิมมี่ยืนบังนิดเดียวก็หายมิดไปจนไม่มีใครสงสัยเลย ใบหน้าน่ารักยื่นออกไปเพื่อแจกยิ้มกว้างให้หนุ่มๆวง no bad days ตากลมมองคนที่นั่งอยู่มุมห้อง คาบดินสอไว้ในปากและไม่สวมเสื้อจนเขาเห็นรอยสักที่ประทับอยู่บนท่อนบนร่างกายที่เขารู้ความหมายของมันแล้วแทบทั้งหมด

 

            หวัดดี”

            หมอเอยยยยยยยย!~”

            คุณหมอออ”

            … ”

            “ไงๆ หิวมั้ย เราซื้อข้าวกับขนมมาให้แหละ ไม่รู้จะกินได้มั้ย พยายามเลือกแล้ว” บางคนหัวเราะอย่างเคอะเขิน เกาหลังหูตัวเองแล้วหนุ่มๆก็กรูเข้ามามองสารพัดอาหารที่เขาซื้อมา

 

            กินได้หมดแหละคร้าบบบ แค่ซื้อมาให้ก็ดีใจจนอยากป่าวประกาศไปสามบ้านเจ็ดบ้านแล้วครับ”

            เบาไอ้มีนเบา ดูหน้าพ่อมึงด้วย”

 

            เอยที่ยังไม่ทันจะหันไปมองคนที่ไม่เข้ามามุงดูเหมือนคนอื่นเขาสะดุ้งเบาๆเมื่อบางคนเดินมาซ้อนหลังและมองข้ามไหล่เขาไปว่ามีอะไรให้กินในมื้อเที่ยงบ้าง คนตัวเล็กรับรู้ถึงน้ำหนักคางที่อีกคนวางลงมาบนไหล่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจมูกที่กดลงมาเนิ่นนานจนใจเขาเต้น

            คนตัวเล็กสบตากับดวงตาดุๆของคนที่มองมาอยู่แล้ว

            มองแต่เขา

 

            ไง”

            .. ไง”

 

            เอยยิ้ม พิจารณาใบหน้าของอีกคนในระยะชิดใกล้ ในขณะที่หนุ่มๆสามคนที่เหลือมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักอย่างห้ามไม่อยู่ .. ก็แหงล่ะ เห็นภาพเพื่อนตัวเองร้ายๆ ไม่เอาใครหน้าไหนทั้งนั้นแถมยังแข็งเป็นหินเหมือนคนไม่มีหัวใจ ใครอย่าหวังได้แตะตัวหรอก สะบัดออกไม่มีเยื่อใยอะไรให้ทั้งนั้น

            แต่กับหมอเอยน่ะเหรอ

 

            อ้อนมือว่ะ”

            จากเสือเป็นแมว”

            ไม่ไหวเลยนายคนนี้น่ะ” จิมมี่ส่ายหัวยิ้มๆ อยากถ่ายรูปเก็บไว้ยันมันแก่ ไอ้แบบที่เอามือเขาที่เช็ดรอยเปื้อนจากดินสอให้มาแนบแก้มตัวเองแบบนั้นน่ะ .. ไอ้บ้าเอ๊ย

            มันโคตรน่ารักเลยไม่ใช่หรือไง

 

         แฮ่มๆ”

 

            ไม่ตายดี

            นั่นคือนิยามที่มาจากสายตาของชินตะตอนที่มองเจ๋งที่กระแอมไอเหมือนให้ทั้งคู่รู้ตัวสักทีว่ามีคนอยู่ตรงนี้ตั้งสามคน เจ๋งยกมือขึ้นเหนือหัวไหว้เพื่อน ทั้งหมดเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเอยและสองหนุ่มที่เหลือได้ สุดท้ายอาหารทุกอย่างก็ถูกแกะออกจากกล่องแล้วนั่งกินด้วยกันบนโต๊ะตัวยาวนอกห้องซ้อม

 

            ร้อนอะไรขนาดนั้นอะคุณ”

 

            ทิชชู่สองสามแผ่นถูกยกขึ้นซับหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อของชินตะให้อย่างเป็นธรรมชาติ ก็พอรู้แหละว่ากินข้าวด้วยกันบ่อย อยู่ด้วยกันก็บ่อย แต่ไม่รู้ว่ามันธรรมชาติขนาดนี้ได้ยังไง

 

            เดี๋ยวซ้อมเสร็จไปอาบน้ำเลยนะ สกปรกอะ”

            do i need to?”

            of course!” คุณหมอว่าเสียงดังแม้ว่าความจริงแล้วชินตะจะไม่ได้ดูสกปรกเลยก็ตาม มันห่างไกลจากคำนั้นมากๆแต่สุดท้ายคนนิสัยไม่ดีก็ถูหน้าชื้นเหงื่อของตัวเองกับแขนเสื้อเขา

            เอยโวยวายและชกคนตัวโตกว่าไปที กว่าจะได้กินอาหารดีๆก็เสียแรงไปเยอะเหมือนกัน

 

            แล้ววันนี้คุณหมอไม่ทำงานเหรอครับเนี่ย”

            อ๋อ .. ช่วงนี้เราเรสต์แล้ว ออกมาเที่ยวได้”

 

            เอยยิ้มและหนุ่มๆไม่ได้ถามอะไรต่อเพราะคิดว่ามันดีแล้วที่คุณหมอเขาได้พักบ้าง ชินตะตักอาหารใส่จานคนที่เอาแต่ตอบคำถามนั่นนี่หรือไม่ก็คอยชวนเพื่อนเขาคุยบ้าง

            อัธยาศัยดีได้

 

            อ๊ย เราเจ็บนะคุณ”

 

            แต่ห้ามไปน่ารักกับใครเด็ดขาด

 

            เลิกยิ้มได้แล้ว”

            “อะไรของคุณเนี่ย”

            หยุดยิ้มให้ไอ้มีน”

              โปรดดดด!”

 

            เอยที่โดนหยิกแก้มแรงๆร้องโวย สิ่งที่น่าตกใจกว่าการที่ชินตะหยิกแก้มคุณหมอแรงๆแล้วส่งสายตาเหมือนเอ็นดูนักหนาให้คือการที่หมอเอยเรียกชินตะว่าโปรด

           

            … ”

            โปรด! เราเจ็บนะ ปล่อยเลย”

            ไม่”

 

            ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่ถ้ามันไม่ได้แนะนำตัวเองแบบนั้น พวกเขาจะเรียกไปทำไม .. มันคงแปลว่านั่นคือชื่อเรียกเฉพาะที่มันใช้กับคนในครอบครัวเท่านั้น เพราะตั้งแต่คบกันมาเขาก็เคยได้ยินน้องมันแค่คนเดียวเท่านั้นที่เรียกมันว่าโปรด

            จิมมี่ยิ้มบางๆมองเพื่อนที่ป้อนอาหารใส่ปากคุณหมอแล้วบังคับให้เคี้ยว มือที่ใหญ่กว่ากำข้อมือของหมอเอยไว้จนรอบแล้วก็บ่น

 

            เล็กกว่าคราวที่แล้วอีกนะเอย”

            อะไรเล่า เราก็กินข้าวตั้งเยอะแล้ว”

            แล้วมันจะเล็กลงได้ยังไงถ้ากินข้าวเยอะแล้วจริงๆ อธิบายมา .. มีเรเฟอร์เรนซ์รึเปล่า ทฤษฎีที่จะเอามาพูดน่ะ”

            นะ นี่คุณ!”

 

            น่ารัก

            เป็นอะไรที่โคตรจะน่ารักเลย

 

 







 

 

            เอยแกว่งเท้าไปมา มองเมฆที่เคลื่อนไปในขณะที่คนตัวโตกว่าดันหลังเขาเพื่อให้ชิงช้าตัวนี้เคลื่อนขึ้นสูงขึ้นทุกคราวที่โดนเหวี่ยงออกไปและเมื่อเรายิ้มและหัวเราะจนพอใจแล้ว เมื่อชิงช้ากลับมาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าเดิมก่อนจะหยุดนิ่งลง

            รอยยิ้มนั้นก็หายไป

 

            ร้อนรึเปล่า”

            อาบน้ำแล้ว ไม่ร้อน”

 

            ชินตะที่อยู่ในเสื้อยืดตัวหลวมๆช่างดูคุ้นตาเหลือเกินในสายตาเอย เป็นผู้ชายที่แต่งตัวน้อยมากๆแต่กลับดูดีสม่ำเสมอ ผมสีดำถูกมัดไว้ลวกๆด้านหลัง มันยังไม่แห้งดีนักและเขาจำได้ว่ายางรัดผมเส้นนั้นเป็นเส้นเดียวกันกับที่เขาซื้อให้อีกฝ่าย

 

            มีอะไรไม่สบายก็บอกได้”

            … ”

            ไม่ต้องปิดบังกัน”

 

            เอยรู้ว่าชินตะรู้

            เพราะกับคนที่เราใส่ใจ .. แค่ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ มันคงไม่ได้สังเกตได้ยากเกินไปและแน่นอนว่าชินตะไม่เคยปิดมันมิด ทั้งสายตา สีหน้า การกระทำและคำพูด

            มันบอกเขา

 

            ลืมไปแล้วเหรอ”

 

            ว่าคนที่ทิ้งตัวนั่งลงบนชิงช้าตัวข้างๆเขาแคร์มากแค่ไหน

 

            you’re safe with me.”

           

            มันจับใจเอย

            .. ประโยคนั้นจากคนๆนี้

 

            เราไปคุยกับพี่ซือมาแล้ว”

 

            เพราะมันถูกคิดขึ้นโดยมีคำปรึกษาจากคนทั้งสามคนที่ผ่านรักหลายๆรูปแบบมา .. เอยจึงรู้ว่ามันดีที่สุดแล้ว แบบนี้น่ะ มันดีที่สุดแล้ว

 

            พี่ซือบอกว่าจะปรับตัว”

            … ”

            โปรดจำได้มั้ย เราจะนับหนึ่งถึงสาม”

 

            ชินตะรู้สึกว่าโลกทั้งใบของเขากำลังสั่น .. เมฆแต่ละก้อนร่วงลงมาจากท้องฟ้าช้าๆทีละก้อน ทีละก้อน เช่นเดียวกันกับดวงอาทิตย์ที่หายไปจนเขารู้สึกว่าพริบตาเดียวเท่านั้นที่ทุกอย่างมืดลง

 

            เราจะให้โอกาสพี่ซือนะ เพราะว่ากับคนที่เรารัก เราก็ต้องให้อภัยเขาอยู่แล้ว จริงมั้ย?”

            ต้องการแบบนี้จริงๆใช่มั้ย”

            หมายถึง .. ให้โอกาสพี่เขาทั้งๆที่พี่เขานอกใจเราน่ะเหรอ”

            อื้ม”

 

            คุณมีค่านะ

            มากมาย .. มหาศาล

            ในโลกของผม

 

            อื้อ .. เรารักพี่ซือ”

 

            ในโลกของผม คุณล้ำค่าที่สุดและมีความหมายเกินกว่าที่จะเสียน้ำตาให้กับการกระทำไหนๆ

            ในโลกของผม คุณเป็นที่หนึ่ง เป็นลำดับเดียว

            .. เป็นคนเดียวที่ผมจะรัก

 

            ขอโทษนะโปรด”

            … ”

              เราคงรับความรู้สึกของโปรดไว้ไม่ได้”

 

            เอยมองมือตัวเองที่กำไว้กับเชือกที่รั้งชิงช้าตัวนี้ไว้ มันจิกเข้าหากันแน่นแต่เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บนัก เอยนับเลขในใจ พอครบสาม .. เขาบอกตัวเองให้ยิ้มกว้าง ยิ้มให้ดีที่สุดเพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้าย

            ที่เขาจะได้ให้รอยยิ้มกับบางคนไว้

 

            ที่ผ่านมา เราเห็นแก่ตัวกับโปรดมากเลยใช่มั้ย”

 

            ให้มัน .. ให้ชินตะไป

            ให้ไว้และได้เป็นเจ้าของ

 

            เพราะห่างกับพี่ซือก็เลยเหงา .. พอมีโปรดเข้ามา เรามีความสุขมากเลยนะ”

           

            ฝากเอาไว้

 

              “แต่เราไม่ได้รักโปรด เราขอโทษจริงๆ”

 

            ใส่มันลงไปในใจอีกคนอย่างแนบเนียน

            ใจที่เขาทำให้มันสลาย

 

            โปรดเป็นคนดีมากๆเลยนะ สักวันต้องได้เจอ .. คะ คนที่รักโปรดแน่ๆ”

 

            หันมาสิ

            มองมาที่เราได้มั้ย

 

            ไม่ต้องพูดแล้ว”

 

            บอกเราว่าเรากำลังโกหกและคุณจับได้แล้ว

            คุณจับเราไว้ทันเหมือนทุกที

 

              ไม่ต้องปลอบใจ .. เพราะก็รู้ว่ายังไงเอยคงไม่เลือกกัน”

 

            ขอโทษนะ

            เราเห็นแก่ตัวกับคุณอีกแล้ว

 

            ถ้าลองอ้อนวอน .. ถ้าคุกเข่าลงตรงนี้”

            … ”

            ตอนนี้”

 

            เรารักคุณ

 

              ขอให้รักโปรด”

 

            เราตกหลุมรักคุณ

            วันละเป็นพันพันครั้ง

 

              เอยจะรักมั้ย?”

 

              เรารักคุณตั้งแต่ครั้งแรก

            เราไม่เคยลังเลเลยที่จะรักคุณ

 

            อย่าเลย”

 

            ขอบคุณที่ทำให้เราได้รู้ว่าการร่วงหล่น .. มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น

            ขอบคุณที่เสียสละอะไรเพื่อเราตั้งมากมาย

           

            อย่าทำแบบนั้นเลย”

            ไม่มีอะไรที่โปรดจะทำได้เลยใช่มั้ย”

            … ”

 

            เราจะร้องไห้เพื่อคุณนะ

            เราจะยิ้มเพื่อคุณ

            ที่สำคัญ .. เราจะรักเพื่อคุณนะ

 

            “ไม่เคย .. มีสักครั้งที่เป็นโปรดเลยใช่มั้ย”

            อื้อ”

 

            คุณเป็นผู้ชายที่ดีที่สุด

            คุณเป็นผู้ชายที่จูบเราได้แต่คุณจะไม่ยอมจูบเราเพื่อลดค่าเราลงมา

            คุณเป็นผู้ชายที่บอกรักเราได้ในทุกครั้งที่คุณมีโอกาส .. แต่คุณจะไม่ยอมสักครั้ง

           

            ถ้าขอให้รักโปรดไม่ได้ .. ”

 

            ไม่ยอมเลยสักครั้ง ถ้ามันจะทำให้เราต้องลำบากใจ

 

              โปรดขอให้โปรดรักเอยได้มั้ย?”

 

            เอยสะอื้น เขาเก็บเสียงร้องไห้ที่ดังเนิ่นนานอยู่ในหัวตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้วและเมื่อเขาสบตากับบางคนตอนที่ม่านน้ำตาบดบังทุกอย่าง เขาพบว่าชินตะกำลังร้องไห้ออกมาเงียบๆ

            มันเป็นหยดน้ำตา

            ที่เกิดขึ้นเพราะความเห็นแก่ตัวของเขา

 

            “i love you and it hurts my chest.”

            (โปรดรักเอยและมันโคตรเจ็บเลย)

 

            เอยบใบหน้าลงกับฝ่ามือ

            เขาเกลียดตัวเอง

 

            อย่าทิ้งโปรดไปได้มั้ย?”

 

            ชินตะพูดมันออกมาช้าๆเพราะเขาแทบควบคุมเสียงตัวเองไม่อยู่ .. เขาไม่เคยร้องไห้ แม้กระทั่งวันที่แม่จากไป จับมือเขากับชิไว้แบบนั้นแล้วเครื่องบอกสัญญาณชีพร้องเสียงดังยาวๆก่อนจะดับไป มันก็บอกเขากับน้อง

            ว่าแม่ไปจากเราแล้ว

 

            เราอยู่แบบนี้ได้มั้ยเอย”

 

              เรา

            คำว่าเรา

 

            โปรด .. ถะ ถ้าโปรดรักเรา โปรดปล่อยเราไปได้มั้ย”

 

            เขาใช้มันได้มั้ยนะ?

 

            รู้ใช่มั้ย”

 

            รู้ใช่มั้ย

            เขาถามเอยอีกครั้งผ่านทางสายตาแม้ว่าหยดน้ำตาจะบดบังทุกๆการมองเห็น

 

            ว่าถ้าขออะไร ก็ให้ได้ .. ทั้งนั้น

 

            เขาเพิ่งรู้ว่ามันยาก

            การหายใจ

            การเปล่งเสียงพูด

            การควบคุมร่างกายตัวเอง

           

            เราขอโทษ อึก เราขอโทษจริงๆ ถ้าเราพอจะทำอะไรให้โปรดได้ .. เราก็จะทำให้ทุกอย่าง”

 

            ชินตะหัวเราะเบาๆในลำคอ เพราะเอยทำให้เขาไม่ได้ทุกอย่างอย่างที่อีกฝ่ายพูด .. และเขาเข้าใจจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆว่าทำไมเขาถึงไม่ถูกเลือก

            ก็แค่เพราะเอยไม่ได้รัก

            มันก็แค่นั้น

 

              จูบโปรดได้มั้ย?”

 

            ชินตะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาขอมันมากมายเกินไปมั้ย เขาแค่เพียงอยากจะให้มันเป็นเหมือนกับคำสาป ให้เอยสาปเขา .. เพราะเขาไม่อยากรักใครอีกแล้ว

            ไม่ว่าจะดีแค่ไหน

            ไม่ว่าจะรักเขาได้อย่างยิ่งใหญ่ยังไง

           

            ได้”

 

            แต่เขาจะรักแค่เอย

            รักแต่เอย

            มีแค่เอย

 

            โปรดหลับตานะ”

 

            บางคนหลับตา ภาพสุดท้ายที่เห็นคือบางคนลุกขึ้นจากชิงช้าตัวนั้น เขารู้สึกถึงลมหายใจและการสะอื้นเบาๆ ฝ่ามืออุ่นแตะลงบนผิวแก้ม เขาแนบใบหน้าตัวเองลงไปเพื่อแตะต้องเอยด้วยน้ำตา

 

            พอเราจูบแล้วโปรดก็นับหนึ่งถึงสิบ”

            “ … ”

            เราจะวางแหวนโปรดไว้ตรงชิงช้าตัวข้างๆ”

 

            คนตัวโตกว่าส่ายหัว กระซิบแผ่วเบาตอนที่ปลายจมูกเราแตะกัน เขาจินตนาการภาพเอยในวันนั้น วันที่เอยพักตัวเองไว้ในอ้อมแขนเขา วันที่เราผลัดกันอ่านหนังสือให้กันและกันฟัง

 

            เก็บไว้ โปรดให้แล้ว .. เอยเก็บไว้”

 

            .. วันที่เขาบอกรักเอยเป็นครั้งแรก

 

            ทั้งแหวน ทั้งใจ”

 

            ลมหายใจเขาขาดห้วง

            ที่จริง เขาควรพูดว่าลมหายใจของเรา

 

              เก็บไว้กับเอย”

           

            ชินตะได้ยินบางคนร้องไห้ นิ้วโป้งเล็กๆนั่นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาเขาในขณะที่เขาหลับตาลงอยู่แบบนั้น สุดท้ายแล้วเขาก็ขอบคุณที่เอยสั่งให้เขาหลับตา

            เพราะอย่างสุดท้ายที่เขาไม่อยากเห็นบนโลกใบนี้

 

            จะทิ้งมันไปก็ได้ .. โยนมันทิ้งไปเลย”

           

            คือภาพที่บางคนออกไปจากชีวิตกัน

 

            “แต่อย่าคืนมันมา”

 

            แล้วมันก็เป็นจูบนั้น

            ที่แนบลงมากลางใจเขา .. แนบลงบนต้นไม้ต้นสูงจากเมล็ดพันธุ์ที่เขาไม่รู้ว่ามันตกลงและเริ่มทิ้งรากแรลงในเขาเมื่อไหร่ มันเอนไหวคล้ายกับจะล้มลงตอนที่ริมฝีปากนุ่มนั้นเคลื่อนไหวบนริมฝีปากเขาเบาๆและเนิบนาบ แต่ทุกๆคราวที่การกระทำอ่อนโยนนั้นเป็นไป

            หัวใจของเขาแหลก

              ละเอียด

 

            หนึ่ง

            สอง

            สาม

 

            เขานับในใจเมื่อบางคนค่อยๆถอนจูบออกไปและเมื่อเขานับถึงสี่ ริมฝีปากอุ่นนั้นแตะลงมาที่ปลายจมูกเขา เลื่อนขึ้นไปที่หน้าผาก

 

            ห้า

            หก

            เจ็ด

            .. แปด

 

            ร่องรอยของความรัก

            ทิ้งทวนอยู่บนตัวเขา

 

            เก้า

 

            มันยังอยู่ตรงนั้น

 

            “ … ”

 

            สิบ

 

            และเมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อมองท้องฟ้าผ่านม่านน้ำตา

            เขาก็พบว่ามันจะไม่มีวันเป็นสีฟ้าดังที่เคยเป็นอีกแล้ว






tbc.































#จนมีหัวใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.238K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12,498 ความคิดเห็น

  1. #12498 ApinyaSrirung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 / 10:22
    ฮืออออออ สงสารทั้งคู่เลยอ่าาา เศร้าจัง
    #12,498
    0
  2. #12493 dubleT (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 00:20
    ชินตะคือคนที่ไม่เคยรักใครพอได้รักแล้วก็เจ็บปวด สงสารรรร
    #12,493
    0
  3. #12481 Pavita_maii (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 23:16
    ร้องไห้ 😩
    #12,481
    0
  4. #12476 alexxxy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 10:35

    บรรยายงดงามทำเราเปียกปอนมาก ทำใจอยู่นานที่จะอ่านเรื่องนี้ หัวใจฉันฮือออ

    #12,476
    0
  5. #12474 jxjxe1723 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 08:28
    คือเราพึ่งอ่าน dear จากจับใจมาอะ พอมาเจออีพี่ซือ เหม่อเลย😭😭😂
    #12,474
    0
  6. #12468 Aris1818 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:13
    เจ็บปวดใจ ใจสลายเลย
    #12,468
    0
  7. #12459 fanggggggggs (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 09:21
    เพิ่งมีโอกาสได้อ่านผลงานของคุณ มม มาตั้งแต่เรื่องแรก จนถึงเรื่องนี้ ทำให้รู้ว่ากรร้องไห้แบบสะอึกสะอื้น ร้องไห้แบบมีเสียง ตอนอยู่คนเดียว มันโคตรมืดเลยยยยยยย แบบเหมือนเราดิ่งอยู่ในเรื่องด้วย ชอบมาก🤍
    #12,459
    0
  8. #12457 thatsmile (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 02:48
    โห อยากเข้าไปกอดโปรดมากเลย
    #12,457
    0
  9. #12453 Prdsaung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 02:43
    ทำไมรักใครสักคนมันเจ็บขนาดนี้นะ
    #12,453
    0
  10. #12452 PamKwanjira (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 13:27
    ร้องไห้จนไม่รู้จะร้องยังไงแล้วคับ╥﹏╥
    #12,452
    0
  11. #12437 bobbibaek (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 02:38
    ไม่ไหวแล้ว กว่าจะอ่านจบตอนร้องไห้เหมือนเปียก นี่ว่าจริงๆเอยไม่ได้ให้อภัยซือหรอก แต่ที่พูดกับโปรดแบบนี้เพราะอยากให้โปรดตัดใจ
    #12,437
    0
  12. #12419 Sunoii Diiz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 14:39
    ไม่ไหวไม่ไหวไม่ไหวฮืออออออออออออ
    #12,419
    0
  13. #12414 Spices_smile (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 23:18
    ฮืออออออออออออออออ การพนำนยำยยำยำยยดยยอ
    #12,414
    0
  14. #12399 ploy2205 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 23:38
    เขียนดีมาก ดีมากๆๆๆๆๆๆๆคุณไรท์เตอร์คุณเขียนมากๆๆๆๆๆๆๆ เราแบบเห้ยเขียนดีจังอ่ะ อมก
    #12,399
    0
  15. #12385 narananaraa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 21:34
    น้ำตาไหล มันกินใจมาก
    #12,385
    0
  16. #12380 zanesay, (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 18:36
    น้ำตาไหลอีกแล้วค่ะ นึกว่าเอยจะรักโปรดซะแล้วแต่มัน T_____T
    #12,380
    0
  17. #12368 ff.raing7 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 13:31
    น้ำตาไหลเลยยยย
    #12,368
    0
  18. #12360 mymoonisyoupp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 10:30
    พึ่งรู้ว่าน้ำตาตัวเองเค็มขนาดนี้ เอาขวดมารองดีมั้ยคุณ ㅠ ㅠ
    #12,360
    0
  19. #12357 plum_plum2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 18:15

    กอด กอด กอดนะ ทั้งหนูเอยและชินตะคุง ใจสลายโคตรๆ อะ

    #12,357
    0
  20. #12351 bolzenstern (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 05:00
    ฮือออ ไรท์ใจเรามันเจ็บ;-;
    #12,351
    0
  21. #12349 _immdyng (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 06:17
    ใจสลายจริงๆ ;——;
    #12,349
    0
  22. #12338 0956698299 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 14:40
    ฮืออออ น้องเอยยยยยยย

    หนูทำไมทำแบบนี้ ใจหม่ามิ๊ไม่เหลือแล้ว แงงงง ทำไมหนูต้องดีแบบนี้

    ต้าวโปรดดดด ฮืออออ กอดนะครับ

    ร้องไห้ออกมาเลยนะ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นนน

    ส่วนคนทางนี้ไม่ไหวแล้ว ไม่กล้าเปิดหนังสืออ่านกลัวน้ำตาหล่นโดนนส แง
    #12,338
    0
  23. #12335 Lalynn. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 01:25
    ใจสลายมันเป็นแบบนี้เองหรอคะ T___T เราจะเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว มันจะไม่เป็นอะไร
    #12,335
    0
  24. #12331 ttuptimm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:59
    ไม่ไหวจริงงงงงงงตอนนี้แลงมากแง😭
    #12,331
    0
  25. #12316 n.05nari (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 21:42
    โครตเจ็บเลย ความรักทำไมต้องยากขนาดนี้ ไม่เคยเข้าใจ
    #12,316
    0