ไ ม่ มี ฤ ดู ก า ล

ตอนที่ 1 : 1 / LANY - THE BREAK UP

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,507 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61

          






- - - -

- -



               ลำโพงมาร์แชลสีขาวตุ่นๆมีสายระโยงระยางไปเสียบกับกีตาร์ไฟฟ้าและสารพัดเครื่องปรับเสียงที่ระเนระนาดอยู่บนพื้นห้อง .. ไต้ฝุ่นชินตากับภาพพวกนี้ไปแล้วเพราะตั้งแต่จบกิจกรรมดาวเดือน ก็มีบางคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในห้องกว้างๆที่เหมาะกับการอยู่สองคนมากกว่าคนเดียว

            เฮดโฟนยี่ห้อเดียวกันถูกจับแนบกับใบหูของคนที่ขมุบขมิบปาก มือหนึ่งก็กดอะไรยุกยิกลงบนสมุดปกสีแดงเลือดหมู สักพักก็เปลี่ยนไปวุ่นกับการจับคอร์ดแล้วก็โยกหัวกับจังหวะดนตรีที่เล่นขึ้น

 

            ไม่เข้าใจ

            เออ

 

            มองอะไรวะคุณไต้”

 

              ไม่เก็

 

            คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ปิดเท็กซ์บุ๊กเล่มหนาในมือก่อนจะสบตากับรามิลที่นั่งอยู่บนพื้นในขณะที่เขาอยู่บนโซฟา พรุ่งนี้วันจันทร์มีเรียนแล็บชีวะนั่นหมายถึงนักศึกษาทุกคนต้องรู้ตัวว่าต้นคาบจะมีควิซ

 

            เมื่อไหร่จะเต็มเพลง”

            อีกนิดเดียวหน่า พี่รำคาญแล้วเหรอ”

            เปล่า” ความสามารถพิเศษของไต้ฝุ่นคืออ่านหนังสือในที่ที่เสียงดังได้ แถมดนตรีของมินไม่ได้น่ารำคาญ มันก็เพราะดีแต่ไม่เต็มเพลงสักทีมาตั้งแต่หัววัน ดินสอแท่งนั้นของมินสั้นกุดจนบางคนต้องลุกจากโซฟาเพื่อหยิบมันมาเหลาให้ด้วยคัตเตอร์

            ก็เพราะอยู่ด้วยกันมาสักพักจนจำได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ยอมใช้ดินสอที่ถูกเหลาด้วยกบเหลา ไม่รู้คิดอะไรอยู่แต่นั่นแหละ ถ้าจะให้เหลาด้วยคัตเตอร์ให้ก็จะเหลา มันก็ไม่ได้ลำบาก .. มั้ง

            วันนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย” มินบิดขี้เกียจ เตะข้าวของตัวเองให้พ้นทาง ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง เครื่องปรับเสียง แผ่นกระดาษหรือกีตาร์เพราะเจ้าตัวจะทิ้งตัวลงไปนอนกับพื้นแบบไม่มีอะไรขวางให้เกะกะใจ

            คุณเจ้าของห้องพรูลมหายใจก่อนจะเก็บข้าวของทุกอย่างของเด็กอายุสิบเจ็ดย่างสิบแปดให้เข้าที่ เหลือบมองเส้นผมสีน้ำตาลตามประสาลูกครึ่งของรามิลที่สะท้อนกับแดดสุดท้ายของวัน แพขนตารับกับรูปตา ไม่กลมโต ไม่เรียว .. เป็นดวงตาธรรมดาๆ กระจางๆข้างแก้มถูกเคลือบไว้ด้วยแดดอุ่นๆ

                  ทุกอย่างรวมกันกลายเป็นรามิลธรรมดาๆหนึ่งที่ถ้วน

 

            เอาล่ะครับคุณเตชัส .. เหมือนกับหกสิบสองวันที่ผ่านมานั่นแหละครับ”

            … ”

            จากระดับหนึ่งถึงสิบ”

 

            คำถามเดิมๆ รูปประโยคเหมือนเก่าแต่สนิทใจจะตอบออกไปอย่างสัตย์ซื่อเพราะความสนิทสนมที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ไต้ฝุ่นมีมินเป็นเหมือนเครื่องบันทึกความทรงจำแย่ๆที่อยากให้มันผ่านพ้นไปซักที เขามีมินเป็นเหมือนกระจก .. สะท้อนความเหลวแหลกของตัวเอง


         
     คุณยังเจ็บเพราะเรื่องของเขาที่ระดับไหนครับ”

            .. เจ็ด”

            เจ็ดมาสิบหกวันแล้วครับคุณไต้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เราต้องคุยกัน”

 

            รู้สิ

            เขารู้ว่ามินเหนื่อย

 

            คุณไต้ ..”

 

            เหนื่อยที่ต้องรับฟัง

            เหนื่อยที่ต้องทำความเข้าใจเหตุผลที่ไม่เป็นเหตุเป็นผล

            เหนื่อยที่ต้องค้นหาทางออกให้คนที่ตาบอดสนิทอย่างเขา

            แต่ที่เขาไม่รู้ว่าอะไรกันแน่

            อะไร ..

 

            รักมันเริ่มจากศูนย์ถึงร้อย”
            ... ”

              เจ็บจากร้อยทำไมจะลดเหลือศูนย์ไม่ได้ล่ะครับ”

 

            คือเหตุผลที่ทำให้มินทนเหนื่อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


.

.


 

              สองเดือนก่อน

 

            เค้กหนึ่งชิ้นวางตรงหน้าเจ้าของเรือนผมดำสนิทหยิกตรงปลายเหมือนกูจุนพโยในซีรีส์แต่ผมของเตชัส คงเจริญกูรเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ในชีวิตเขามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่สิ่งที่เปลี่ยนบ่อยมากที่สุดคงจะเป็นนามสกุล

            พ่อกับแม่เขาเป็นคนจีนแท้ๆแบบที่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ยนั่นนี่ ทุกๆครั้งที่เปลี่ยนซินแส นามสกุลใหม่ๆก็จะถูกคิดขึ้นมา นี่ก็ครั้งที่สามแล้ว เปลี่ยนจากตันตระกูลเป็นคงเจริญกูรเพราะอะไรสักอย่างมันดีกว่าซึ่งไต้ฝุ่นออกจะรำคาญมากๆที่ต้องเขียนนามสกุลตัวเองใหม่ทุกสามหรือห้าปีแล้วแต่การเปลี่ยนซินแสของตระกูล เขาขี้เกียจจนไม่เปลี่ยนแม้กระทั่งชื่อเฟบุ๊เพราะเดี๋ยวอีกพัักป๊ากับม้าก็คงเปลี่ยนอีก

             ระหว่างที่เดือนมหาวิทยาลัย X คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ใครบางคนก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโต๊ะไม้มันวับสีน้ำตาลเจือแดง ที่จริงวันนี้ไม่ได้อยากจะมา แต่อยู่มหาวิทยาลัยไปหรือกลับคอนโดก็คงจะรู้สึกเหมือนเก่า

           

            นั่นคือจมดิ่งจนหายใจลำบาก

            เรียกง่ายๆว่าอาการอกหักทั่วไปนั่นแหละ

 

            ไอ้ฝุ่น มึงไปตาบั๊คที่ห้าง O ตอนบ่ายสองครึ่ง กูนัดคนไว้ให้’

            เพื่อ?’

            ดามใจ’

            ไร้สาระว่ะที’

            หลอกหน่า ไปหน่อยเหอะ กูและเพื่อนๆอุส่าห์หาจิตแพทย์มาให้มึงนะเว้ย~’

 

            จิตแพทย์อะไรใส่ชุดนักเรียนวะ

 

            แต่นั่นแหละ เขาไม่ได้าดหวังว่าไม้ทีจะหาจิตแพทย์มาให้จริงๆหรอกเพราะเพื่อนเขาไม่ถนัดทำอะไรไร้สาระ มันคงนัดใครสักคนมาเจอและเขาเบื่อหน่ายเกินกว่าจะปฏิเสธ ก็เลยมาๆซะให้จบเรื่อง จะได้เลิกเซ้าซี้กันซักที

            ไต้ฝุ่นพิจารณาเด็กผู้ชายตรงหน้า เตี้ยกว่าเขาโข เตี้ยกว่าคนที่หักอกเขา น่าจะสูงราวๆร้อยเจ็ดสิบสองไม่เกินนี้ ผิวขาวซีด มีกระจางๆที่แก้มแบบที่ถ้าไม่เพ่งมองคงไม่เห็น ใบหน้าไม่ได้ฝรั่งจ๋าแต่ดูก็รู้ว่าเป็นลูกครึ่ง .. อาจจะเพราะสีตาแปลกๆนั่นด้วยล่ะมั้ง จมูกโด่งแต่กะทัดรัดรับกับริมฝีปากที่ดูสวยดี

 

              รามิล โอ โดโนฮิล

           

                 ตัวอักษรสีดำปักอยู่บนอกพร้อมกับดาวสีแดงสองดวงที่เขาไม่รู้ความหมายแต่พอจะจำได้ว่ายูนิฟอร์มแบบนี้มาจากโรงเรียนเตรียมอุดมดนตรีที่อยู่โคตรไกลจากมหาวิทยาลัยเขา เด็กตรงหน้าดูดน้ำราสเบอร์รีปั่นแก้วเบเร่อก่อนจะมองหน้าเขานิ่งๆ

            ในแววตานั่นมีความมุ่งมั่นและขำขันชัดเจน

 

            พี่ .. พี่คือเตชัส คงเจริญกูรป้ะ” น้องมันถามเสียงทะเล้น หยิบสมุดปกดำออกมาจากระเป๋าพร้อมดินสอกดมูจิหนึ่งแท่ง เจ้าของชื่อพยักหน้า เลื่อนจานเค้กช็อโกแลตให้เพราะสั่งมาเฉยๆไม่ได้คิดจะกิน

 

            ตลกดีเนอะ ความรัก จะหน้าเหี้ยหน้าดีก็ไม่มีสิทธิ์อะไรถ้าเขาไม่รัก”

 

            รามิลบ่นกับตัวเอง สะบัดแผ่นกระดาษที่เหมือนกับใบสมัครอะไรสักอย่างพลางอ่านออกเสียง

 

            สเปกของคุณเตชัส .. ตัวเล็ก ขาว ไม่งี่เง่า ยิ้มสวย”
            ใครบอกมึง”

            โห พี่แม่งพูดแบบนี้กับคนเพิ่งรู้จักกันเหรอวะ ไม่เบาๆ” ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเหมือนเป็นเรื่องสนุก แต่ถามคำเหอะ ใครเขารู้จักมึง ชื่อแซ่อะไรยังไม่แนะนำตัวเลยสักนิด

 

            เพื่อนพี่บอก คนที่ใช้ชื่อเฟว่าธี .. อะไรวะเนี่ย”

            ธีร์วรุตม์?”

            Yep, it’s him” สำเนียงเมกันจ๋าบอกเหมือนลืมตัว คล้ายคนที่แยกภาษาไม่ออกเมื่อต้องคิดไวๆ เด็กผมน้ำตาลตรงหน้ากระแอมหลายทีก่อนจะอ่านกระดาษนั่นต่อ ไต้ฝุ่นรู้สึกว่ามันแปลกใหม่ดี

 

            การคุยกับคนแปลกหน้าน่ะ


            อกหักจากเพื่อนที่ประกวดดาวเดือนด้วยกัน สถานะตอนนี้ของคนคนนั้นคือ Taken .. แสดงว่าหมดโอกาสแล้ว?”

            เออ”

 

            ขยี้กูจัง มึงเป็นใครวะเนี่ย

            เหี้ยเอ๊

           

            ไม่หัวร้อนดิคุณไต้”

 

            คิ้วเข้มกระตุกเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครเรียกเขาแบบนั้นมาก่อน .. ปกติก็เรียกไต้ฝุ่น ฝุ่น กวนประสาทมากๆก็เรียกชื่อพ่อแต่คุณไต้เนี่ยยังไม่เคยได้ยินสักทีแถมมันฟังดูกระตุกต่อมฉุนพิลึก

 

            เออ ผมลืมบอก”

            … ”
            ผมมาจากเพจถ้าคุณอกหัก เราจัดให้ พี่น่าจะไม่รู้จักหรอดูหน้าแล้วน่ะนะ .. คืองี้ มันเป็นเหมือนแคมเปญของไฮโซรวยๆคนหนึ่งที่ว่างมากๆและเขาต้องการจิตอาสา ผมโดนเพื่อนยุมาแล้วว่างๆด้วยเลยสมัคร”

            เค้กช็อโกแลตถูกตัดด้วยส้อมก่อนที่เด็กคนนั้นจะกิน กินเหมือนไม่คิดอะไร รับของจากคนที่เพิ่งรู้จักกันโดยไม่สนไม่แคร์เลยว่าจะมีอะไรใส่ไว้ในเค้กรึเปล่า

 

            เราจะแก้ปัญหาให้คนอกหัก พูดไงดี ผมจะพยายามคุยกับพี่ทุกๆเรื่องที่พี่รู้สึกแย่ พี่คิดว่าผมเป็นเบย์แม็กซ์ก็ได้ รู้จักะเนี่ย?”

            อือ รู้”

 

            เบย์แม็กซ์ก็คือหุ่นยนต์อ้วนๆที่พองลมได้ มีหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัว รักษาโรคภัยไข้เจ็บตามระดับความเจ็บปวดของคนป่วยและไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าไอ้เด็กนี่มันเบย์แม็กซ์ตรงไหน

 

            พี่จะรับหรือไม่รับข้อเสนอก็ได้ อ่า .. หรือพี่จะเปลี่ยนคนก็ได้เหมือนกัน”

            … ”
            ให้ผมโม้สรรพคุณตัวเองหน่อยมั้ย เผื่อพี่จะลองดู”

            ว่ามา”

 

            เด็กคนนั้นหัวเราะ ตาหยีและดูดน้ำในแก้วของตัวเองอย่างไม่คิดอะไร เจ้าตัวกระแอมสองสามทีก่อนจะทำน้าจริงจัง ประสานมือไว้บนโต๊ะแล้วก็เริ่มอ้าปากพูด

 

            ผมชื่อรามิล โอ โดโนฮิล พี่น่าจะอ่านจากปกเสื้อผมแล้ว ชื่อเล่นมิน .. ไม่ใช่มินนี่ อย่าคิดอะไรต๊องๆ นั่นแหละ ผมอายุสิบเจ็ด กำลังจะเข้ามหา’ลัย เล็งๆไว้แล้วว่าจะเรียนอะไรต่อและมันน่าจะไปได้สวย ช่วงนี้ผมว่าง ไปโรงเรียนก็แค่สอบ นั่งๆนอนๆ ซ้อมดนตรีบ้างเพราะต้องประกวดไปทำพอร์

 

            ช่ายย ผมเป็นลูกครึ่ง ผมเกิดและโตที่เมกา ย้ายมาไทยตอนสิบสี่ มันยากนิดหน่อยตอนมาถึงแต่นั่นแหละ แม่บอกผมเข้ากับคนง่าย ผมพูดไทยคล่องเพราะแม่สอนตั้งแต่เด็ก คนแถวบ้านผมที่นู่นก็มีคนไทยบ้างแต่พ่อผมเป็นคนไอริชนะ นามสกุลผมเลยประหลาดแบบนั้นไง มันยังไม่จบเท่านั้นหรอก คือแม่ผมเป็นลูกครึ่งไทยเกาหลี”

 

            ไต้ฝุ่นคิดตาม .. อือ เด็กตรงหน้าเขาเหมือนคนเกาหลีมากกว่าคนไทยและมีความยุโรปนิดๆในบางมุม ออกจะเป็นคอมบิเนชั่นที่สับสนแต่รวมๆแล้ว ต้องยอมรับว่าเด็กตรงหน้าเขาหล่อมาก

 

            เด็กผู้หญิงคงตามกรี๊ดจนมันหนีหัวซุกหัวซุน

 

            ผมเล่นดนตรีได้ทุกประเภทแต่ชอบกลองที่สุด ผมชอบเล่นสเก็ต .. บาสก็ชอบเหมือนกัน งานอดิเรกของผมก็คือการสัก ผมเป็นช่างสักแต่ผมไม่มีรอยสักนะ”
            ... ”

            พี่ตกใจอะไรอะ”

            สักเนี่ยนะ?” เดือนหมอพึมพำ

            พ่อกับแม่ผมติสท์มาก เอางี้ บ้านเราเป็นบ้าเป็นบอกันหมด พ่อผมตระเวนถ่ายรูปรอบโลก แม่เปิดร้านสักอยู่ที่เกาหลี ผมก็เรียนๆมาจากแม่นั่นแหละ ตอนนี้ผมอยู่ไทยคนเดียว มีผู้ปกครองเป็นพี่สาวของแม่ที่ไม่เคยคุยกันจริงๆจังๆเลยสักครั้ง คือมันไม่มีปัญหาอะไรหรอกแต่นั่นแหละหน่า คนอื่นชอบคิดว่าผมเป็นเด็กเกเรขาดความอบอุ่น แต่การสักมันก็แค่รสนิยม เล่นสเก็ตก็ไม่ได้หนักหัวใคร ผมอาจจะมีเพื่อนเสเพลไปบ้างแต่เวลาลำบากๆมันก็ช่วยผมทุกที”

 

            ฟังๆมาผมอาจจะไม่มีอะไรดีพอจะเป็นที่ปรึกษาเรื่องรักๆของพี่ได้เลย แต่เชื่อเหอะ”

            มันเป็นวันนั้นนั่นแหละที่ไต้ฝุ่นเข้าใจว่าการบอกเรื่องราวกับคนแปลกหน้าที่เราไม่ได้รู้จักกันดีขนาดนั้นมันดีกว่าการบอกคนที่เราสนิทใจยังไง .. มันดีกว่าในแง่ของการไม่ต้องละอาย มันดีกว่าตรงที่ไม่ต้องรักษาน้ำใจกันเพราะเราก็รู้จักกันแค่วันนี้ หรือถ้ามีวันพรุ่งนี้

 

            เราก็รู้จักกันอยู่ในขอบเขตของวันนี้กับเมื่อวาน

 

            ถ้าพี่อยากออกไปเล่นบันจี้จัมพ์ ผมไปกับพี่ได้เสมอหรือถ้าพี่อยากไปกินขนมปังเจ้าเด็ดที่เยาวราชตอนตีสาม ในกรณีที่ร้านมันเปิดอยู่ ผมก็ไปกับพี่ได้นะ”

            … ”

            ผมอาจจะไม่เอาไหนเลยเรื่องความรัก เพราะคุยกับใครได้ไม่เกินสามอาทิตย์ก็ทิ้งเขาทุกที”

 

            และหลังจากวันนั้น

 

            “แต่เชื่อดิ ผมจะพาพี่ไปใช้ชีวิตจนรู้สึกว่าอกหักมันก็แค่เรื่องจิ๊บจ๊อย”

 

              ไต้ฝุ่นไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองตัวคนเดียวบนโลกที่กระท่อนกระแท่นเพราะเป็นแค่มนุษย์ที่เอารักมาเป็นเรื่องใหญ่

            เขาออกไปกินบะหมี่กับมินตอนตีสอง กินบิงซูที่ฮอลลี่ส์ คอฟฟี่ตอนตีห้าสามสิบ

            นั่งอยู่ริมเจ้าพระยาถึงเช้าวันใหม่ นั่งรถไฟไปหัวหินทั้งๆที่อีกไม่กี่วันจะมีสอบ

            ไปเที่ยวที่ไหนก็ชนขวดนมเปรี้ยวแทนเบียร์เพราะถือคติว่าน้องมันเด็กกว่า อย่าพาเถลไถล

           

            อือ และเขารู้สึกว่าตัวเองได้ใช้ชีวิต

            แบบที่มินเคยบอกไว้จริงๆ

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


.

.




            ผมบิดขี้เกียจ ตื่นขึ้นในเช้าวันจันทร์แต่เจ้าของห้องออกไปเรียนแล้ว รู้ได้ไงน่ะเหรอ เขาแปะโพสอิทไว้บนหน้าผากผม .. เราไม่ได้นอนเตียงเดียวกัน คอนโดนี้ใหญ่ฉิบหายพอจะมีที่ให้เราซุกหัวนอนกันคนละห้อง

            วันจันทร์กับอังคารผมไม่มีเรียนเลยสักวิชาก็เลยกะว่าจะไม่เข้าโรงเรียน

            ที่จริงโรงเรียนผมค่อนข้างไกลจากคอนโดคุณไต้ แต่มาอยู่ได้ ไปๆกลับๆ บางทีถ้าเขานอยด์มากๆ เขาก็ขับรถไปนอนหอผมที่กว้างแค่หนึ่งในสามของคอนโดเขาเพราะมีเครื่องดนตรีวางระเกะระกะไปหมด

 

            บ้านผมไม่ได้รวย

            บ้านผมไม่ได้จน

            แต่เวลาอยากได้อะไร ต้องเก็บเงินซื้อเอง

 

            ถึงพ่อผมจะเป็นคนไอร์แลนด์แต่พ่อเลี้ยงผมมาแบบเมกันจ๋า ต้องทำงานพิเศษเลี้ยงชีพตัวเองไปวันๆ หลอกหน่า ผมได้ค่าขนมล้นมือแต่ของที่อยากได้เช่นพวกเครื่องดนตรี หูฟัง ลำโพง สเก็ตบอร์ดหรือเสื้อผ้าแบรนด์สตรีทใหม่ๆมันแพงจนหูตาลายไปหมดก็ต้องเก็บเงินซื้อเอง

            เด็กดนตรีก็ต้องเล่นดนตรี .. ผมเป็นนักร้องที่บาร์คืนวันจันทร์และวันเสาร์ ได้เงินจากเจ้าของบาร์ไม่เยอะแต่ค่าทิปน่ะบานเลยเสี่ยงคุกเอาแม้ว่าอายุจะยังไม่ถึงเกณฑ์แต่นั่นแหละ พี่เจ้าของร้านก็คือรุ่นพี่ที่เคยจบจากเตรียมอุดมดนตรี การฝากงานต่างๆก็เลยตกทอดมาเป็นรุ่นๆ 

            ผมอ้าปากหาวจนน้ำตาไหล สอดแผ่นกระดาษลายมือยุ่งๆของคุณไต้ไว้ในสมุดปกสีดำ ผมมักชอบแบ่งข้าวของเป็นสีๆ อย่างสมุดสีแดงเลือดหมูเอาไว้จดคอร์ด จดเนื้อเพลงเพราะสีแดงมันกระตุ้นให้ผมลงมือทำ คุณไต้เป็นสีดำ เขาขมุกขมัวเพราะอกหักดังเป๊าะ

 

            เขาเป็นเคสแรกในชีวิตผมเลย

            และคิดว่าน่าจะเป็นเคสเดียวด้วย

 

              ‘TRACK 9’

 

            เออผมลืมบอกไป ผมชอบเมมชื่อคนเป็นเพลงและเขาได้แทร็กที่เก้าไป แต่ผมไม่บอกหรอกนะว่านักร้องคนไหน อัลบั้มไหน ไม่งั้นก็ไม่หนุกดิ แต่เอาเป็นว่าคุณเตชัสเขาได้ชื่อนี้ของผมไปล่ะ


            “ตื่นแล้ว วันจันทร์ไม่มีเรียน ไม่ต้องโทรปลุก โด่ว แค่นี้ก็จำไม่ได้”

            [ข้าวเช้า]

            “เพิ่งตื่นจะกินได้ไง”

            [อยู่ในไมโครเวฟ .. ถ้ามันเย็นก็อุ่นอีกที แค่นี้นะ]

            “ตั้งใจเรียนคุณไต้ ระวังอาจารย์กินหัว”

            [เจอกันตอนเย็น]

            “ไม่ต้องไปส่งที่บาร์นะวันนี้ จะสอบแล้วนี่ อ่านหนังสือไปดิ

            [ไปส่งแต่ไม่เข้าร้าน เจอกันครึ่งทาง]

            “ขอบคุณครับ” ผมบอก ยิ้มใส่โทรศัพท์และเขากดวางไปแล้ว

 

            ผมคิดว่าเขาดูแลผมเหมือนเป็นน้องชายคนหนึ่ง คุณไต้ฝุ่นเป็นเดือนมหาวิทยาลัยที่นิสัยดี ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงอกหักแต่พอแอบดูรูปประกวดดาวเดือนและรู้ทุกเรื่องของคุณเขามาคร่าวๆ ก็พอเข้าใจว่าทำไมแพ้

              มนุษย์คาบคลื่นคนนั้นเคมีเข้ากั๊นเข้ากันกับสิ่งมีชีวิตที่ชื่อดาวเหนือ

            ขนมปังอาจจะไม่ได้คู่กับแยมส้มเสมอไป บางทีผมก็เกลียดสีส้ม นั่นแหละ ไม่ใช่ทุกคนจะชอบคุณไต้และไม่ใช่ทุกคนจะไม่ชอบคุณไต้ ผมคิดว่าสักวันเขาคงเจอคนของเขา

            คุณเตชัสบอกว่าผมเป็นเด็กเกเร ผมเจ้าชู้นิดหน่อยตามประสาคนที่มีผู้หญิงเข้าหาเยอะแต่ผมก็คุยทีละคนนะจะบอก บางทีเขาก็สอนผม บางทีผมก็สอนเขา แต่เวลาเราอยากได้อะไรเราจะตกลงกัน

 

            เช่น

 

            ‘พูดคำหยาบให้น้อยลงหน่อยมู’

            ‘พี่จะให้อะไรผมอะ’

            ‘ก็จะพยายามพูดดีๆด้วย’

            ‘ได้เหรอวะ’

            ‘ไม้กลอง’

            ‘ดีล’

 

            หรือ

 

            ‘พี่สูบบุหรี่ให้น้อยลงได้ปะ ใครเขาจะมาชอบผู้ชายตัวเหม็นบุหรี่วะ บ้าป้ะ’

            ‘เลิกแล้วได้อะไร?’

            ‘เมีย’

            ‘ขยาด’

            ‘อะ ผมจะยอมกินข้าวเช้าทุกวัน’

            ‘ไม่เห็นน่าสนใจ’

            ‘บวกกับแผ่นซีดีพร้อมลายเซ็นวง Cigarettes after sex’
            ‘ดีล’

 

            อ้อ แล้วที่เขาเรียกผมว่ามูก็ไม่ได้พิเศษอะไร มันเป็นเพราะดิสเพลย์ไลน์ผมเป็นรูปมูมินง่วงนอนไม่ก็มูมินป่วย ผมเป็นมนุษย์ขี้เซาเพราะเวลาแห่งการนอนมันแสนล้ำค่า จริงๆอายุผมกับเขาไม่ได้ห่างกันมากแต่ยังมีความเกรงใจเพราะเขาดุเหมือนหมาร็อตไวเลอร์

            จริงๆนะ ผมสาบานเลย

            ผมลุกขึ้นจากเตียง เก็บที่นอนให้เรียบร้อยเพราะคุณไต้ไม่ชอบให้ห้องรก เขาเป็นคนระเบียบจัดแต่ชอบแต่งตัวเหมือนพวกติสท์แตก เขาเป็นคนแฟชั่นจ๋ามาก ผมจะบอกให้ เขาซื้อเสื้อผ้าใหม่ทุกอาทิตย์เหมือนคนที่ไม่รู้จะเอาเงินไปไว้ที่ไหน อาทิตย์ก่อนผมเข้าช็อปกุชชี่ไปส่งเขาซื้อกระเป๋าสะพายอะไรไม่รู้แต๋วเป็นบ้า

            แต่ก็เหมาะกับเดือนมหาวิทยาลัยดี

            จะให้พูดยังไงดี หน้าตาแบบคุณไต้หาได้ทั่วไปแถวฮงแด มีความญี่ปุ่นผสมเกาหลีแต่เป็นคนไทยแท้ๆที่มีเชื้อสายจีน หน้าตาแบดบอยสอยใจสาวๆ ตาเฉียงๆ คิ้วบาก(ผมทำให้เขาเองกับมือ) ริมฝีปากบางสีสดแม้จะสูบบุหรี่ค่อนข้างจัด มันอาจจะเป็นเรื่องของบุญกุศล

 

            แต่คิดไปคิดมา ผมกับเขานับถือคริสต์

 

            “น่าคิดแะ” ผมพึมพำกับตัวเองหน้ากระจกห้องน้ำ ถอดเสื้อยืดออก รู้สึกถึงโลหะเย็นๆที่แผ่นอก มันเป็นแหวนแต่งงานวงแรกของพ่อกับแม่ตอนที่พวกท่านยังไม่ได้มีเงินทองขนาดนั้น เป็นแค่แหวนเงินกะหลั่วๆไม่มีลวดลายอะไรแต่มันทำให้ผมได้เกิดมา ก็เลยสำคัญแต่ไม่ชอบใส่แหวนเลยใส่เป็นสร้อยสายยาวๆไว้ในเสื้อแทน

            เช้าของผมเรียบง่าย อาบน้ำสระผมไม่ถึงสิบนาทีก็เดินใส่เสื้อตัวเดิมกางเกงตัวเดิมออกมาจากห้องน้ำ ไหนๆวันนี้ก็ไม่ได้จะไปไหนนอกจากออกไปเล่นดนตรีตอนค่ำๆ ไม่สิ ต้องสั่งข้าวขึ้นมากินก่อนออกไปด้วยเพราะคุณไต้น่าจะไปกินข้าวกับเพื่อนเขานั่นแหละ

            ผมหยิบโทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้ที่โซฟาตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นมาตอบแชท แม่กับพ่อวอตส์แอปมานิดหน่อยเป็นภาษาอังกฤษ ผมตอบข้อความพวกท่านเป็นคนแรก ต่อด้วยคุณไต้ที่ชอบฉุนเฉียวเวลาผมตอบช้า

            เขาชอบคิดว่าผมแอบนอนหลับ ไม่ยอมทำพอร์ไม่ยอมซ้อมดนตรี ไม่ยอมทำอะไรกับชีวิตเลย แต่บอกไว้ก่อนว่าชีวิตผมมัน on process หน่า ไม่ได้ไร้สาระสักหน่อย

 

            typhoon : ตื่นได้แล้ว

            error 404 : อาบน้ำแล้วเหอะ

            typhoon : เซลฟี่มาดู

            error 404 : สั่งเก่งจังวะ

            error 404 : sent a photo

 

            ผมฉีกยิ้มถ่ายรูปตัวเองที่เอาคางวางบนโต๊ะพร้อมถ้วยโจ๊กมื้อเช้าให้คนชอบบงการดู คุณเตชัสบอกผมว่าไม่มีพี่น้องอะไรแต่ดูแลคนนั้นคนนี้เก่งเพราะลูกพี่ลูกน้องเยอะและเขาเป็นลูกผู้ชายคนแรกของตระกูล ทำให้รับหน้าที่ปากเปียกปากแฉะดูแลน้องคนนั้นคนนี้ที่เป็นญาติมาตั้งแต่เด็กๆ

 

            typhoon : ใส่เสื้อตัวเดิมอีกแล้ว

            error 404 : คุณจะจำทุกอย่างไม่ได้!

            typhoon : เรียนละ

            typhoon : สกปรกว่ะมู

 

            แล้วเขาก็หายไป

            ผมเดาว่าเขาน่าจะสอบ ทำแล็บ จดเลคเชอร์หรืออะไรตามประสาคนเรียนหมอนั่นแหละ ที่จริงปีหนึ่งของนักศึกษาแพทย์มันก็ยังไม่ได้หนักแต่ปีสอง สาม สี่ ห้าและหกน่าจะปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ ผมรู้แค่ว่าคุณไต้เป็นคนเรียนรู้อะไรไว ความจำดีและเขามีแพชชั่นในการทำอะไรบางอย่าง

            อย่างที่ผมบอกไป ผมเป็นนักบำบัดของเขา ตอนแรกก็กะทำเอาสนุกตามประสาเด็กมัธยมหกที่ไม่มีอะไรจะทำนอกจากรอสอบแต่ไปๆมาๆดันจริงจังซะงั้น ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหมอซ่อมใจ

            อยากให้คนไข้คนนี้หายขาด อะไรแบบนั้นล่ะมั้ง

            เดือนแรกของคุณไต้ผ่านไปอย่างยากลำบาก เขาตื่นกลางดึก เวลาเดิมเหมือนถูกตั้งปลุกไว้ในหัว มันคือช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืน เป็นรอยต่อระหว่างวันใหม่กับวันเก่า .. เขาไม่ได้บอกเหตุผลแต่ผมก็พอจะเดาออก

 

            error 404 : โจ๊กอร่อยมาก

            error 404 : รู้ว่าไม่ได้ทำเองหรอก แต่ขอบคุณนะคุณไต้ :-)

 

            คุณเตชัสอกหักจากเพื่อนสนิทที่ประกวดดาวเดือนมาด้วยกัน เดือนศิลปกรรมเล่นเอาเดือนมหาวิทยาลัยอ่วมและขยาดกับเรื่องรักๆแบบที่ส่ายหัวปฏิเสธสาวสวยทุกมอเพราะยังลืมสิ่งมีชีวิตดาวเหนือไม่ได้

 

            ‘คบกันนานเลยเหรอพี่ ลืมยากงี้’

              ‘วันเดียว’

            ‘what the x is this?!’

            ‘มู ตกลงกันว่าไง?’

            ‘ขอโทษครับ .. ว่าแต่คบกันวันเดียวเนี่ยนะ?’

 

            คุณไต้จะตื่นช่วงเที่ยงคืนเสมอ

            ผมเดาว่าเขาเคยเคาท์ดาวน์รอจนหมดวาระการเป็นแฟนกับคุณดาวเหนือ

            .. เจ็บที่ใจพิลึกตอนคิดภาพเขานอนนิ่งๆบนเตียงมองเข็มนาฬิกา

 

            ทุกคนเป็นมนุษย์และมนุษย์ส่วนมากจะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เพียงแต่ผมคงไม่ทำแบบคุณไต้เขาหรอก สุขแค่พริบตาแต่เจ็บยาวนานแบบที่ตื่นมากี่เช้าก็ไม่หาย แต่ถามว่าเข้าใจมั้ย ก็เข้าใจนั่นแหละ

            เข้าใจมาตลอด .. ถึงอยากให้หายสักทีไง

            และถึงจะไม่ได้เรียนคณะเดียวกันแต่ก็เจอกันบ่อยเพราะสนิทกัน คุณไต้ต้องทนเห็นแฟนเก่าหนึ่งวันของตัวเองที่ยังรู้สึกด้วยมากๆหวานแหววกับแฟนเขาทุกวันเพราะเขาชอบกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน .. ผมไม่ได้หงุดหงิดอะไรหรอกนอกจากขัดใจที่คุณเตชัสหลุดพ้นจากวังวนเดิมๆไม่ได้

 

            เขายังสะดุ้งตื่นในเวลาเดิมเป็นบางคืน

            ยังเก็บรูปแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์

            นั่งนิ่งๆมองฟ้าพร้อมกับซองบุหรี่ที่ถูกจำกัดให้สูบได้มากสุดแค่วันละสามมวน

            ผมรู้นะว่าเขาอยากหาย

 

            พี่ดาวเหนือน่ะปล่อยคุณไต้ไปตั้งนานแล้ว

            แต่มันเป็นตัวคุณไต้เองนั่นแหละ

 

            … ”

 

            ที่ไม่ยอมปล่อยมือจากยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นสักที

 

 

_

 

 

            ปอร์เช่สีเงินจอดหน้าคอนโดตรงหน้ามินพอดิบพอดี ไม่ต้องดูทะเบียนรถก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งเลย คุณไต้ฝุ่นในชุดนักศึกษาปลดกระดุมสองเม็ดชายเสื้อหลุดลุ่ยและด็อกเตอร์มาตินส์ กางเกงขาเต่อโชว์ข้อเท้ากับผมยุ่งๆคืออะไรที่เห็นจนชินตาแล้ว

            ต่างหูสีเงินรูปไม้กางเขนไหวไปมาตอนที่อีกคนหันหน้ามามองก่อนจะวางมือไว้บนหัวมินแล้วออกแรงขยี้จนผมที่เซตมาตั้งแต่หัวค่ำเละเทะไม่เป็นท่า

 

            ไอ้เหี้ยคุณไต้ หมดหล่อกันพอดี!”
            มู .. ”

            เออๆๆ ขอโทษ แล้วพี่ขอโทษยังอะ”

            มึงจะเซตทำไมไม่ทราบครับ ออกไปร้องเพลงแค่นี้”

            คนเรามันใช้หน้าตาหาทิปปะวะครับ” ไต้ฝุ่นพรูลมหายใจ มันเป็นเรื่องเดียวของมินที่ดีลไม่ได้เพราะเจ้าตัวบอกต้องเก็บเงินซื้อนั่นนี่และเขาไม่ใช่แฟนมันนี่ ต้องไปให้เงินมันใช้

            ถ้าเป็นล่ะว่าไปอย่าง

            เป็นแค่น้องก็เลยได้แค่บ่นให้เลิกๆทำไปซะ

 

            เป็นไงบ้างคุณไต้ เรียนกับอาจารย์ทรงยศ”
            จำชื่อได้ไปดิ”

            จารย์ที่โรงเรียนผมก็มีชื่อนี้ ทำตัวกวนประสาท ใครใส่กางเกงสั้นนี่เลาะลงให้เลยนะเว้ย”

            มึงโดนประจำสิท่า กางเกงสั้นฉิบหาย”

            คูลๆ” ทำมือประกอบ ตาก็มองทางด่วนที่อีกฝ่ายเลือกใช้ อยากกราบที่หัวใจ ขับรถมาจากมหาวิทยาลัยถึงจะไม่ไกลมากก็เหอะแต่ก็นั่นแหละ ขับมารับที่คอนโดแล้วก็ขับกลับไปทางเดิมเพื่อไปส่งเขาที่ร้านเหล้าแถวๆมหาวิทยาลัยตัวเอง

            ไม่รวยจริงทำไม่ได้นะเนี่ย

 

            วันนี้ได้งานอะไรบ้างมู”
            ทั่วไปพี่”

            เช่น?”

            เขียนเพลงได้หนึ่งเพลงแล้วก็กวาดห้อง”

            กวาดห้อง?” เสียงแหบๆเซ็กซี่ๆกินใจสาวๆดังขึ้นเล็กน้อยเพราะแปลกใจที่คนข้างตัวกวาดห้อง ปกติแล้วทำเลอะเทอะทุกอย่างตั้งแต่ถอดรองเท้ายันเตียงนอนที่ไม่ค่อยพับ

            ก็อาทิตย์ที่ผ่านมามาอยู่ห้องพี่ตั้งหลายวัน กวาดให้นิดนึงพอเป็นพิธี เอ้อ .. คืนนี้ผมกลับหอนะ”
            อือ ได้”

            ถ้ามีอะไรโทรมาได้ เหมือนเดิม”

            … ”

            แหนะ เงียบ วันนี้มีอะไรอีก .. ไหวมั้ย” แปะมือลงบนหน้าขาอีกคนแล้วตบปุๆให้กำลังใจ ไต้ฝุ่นไม่พูดอะไรเพราะกำลังเรียบเรียงความคิด

 

            ตอนแรกคิดว่าไม่สนิทกัน เป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกันเลยสามารถพูดเรื่องในใจออกมาให้อีกฝ่ายฟังได้ทั้งหมด แต่พออยู่ด้วยกันเกือบจะตลอดเวลาแบบนี้มาราวๆสองเดือนก็พบว่ามันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย

             ทุกๆอย่างที่เป็นมิน .. มันทำให้เขากล้าพูดเรื่องในใจ

            ความอ่อนแอ

            ความท้อแท้

            ความสิ้นหวัง

            ความล้มเหลว

 

            ก็เจอดาวเหนือกับคลื่น”
            อาฮะ”

 

            หรือมันอาจเป็นเพราะเขาเชื่อว่ามินจะไม่เหยียบย่ำซ้ำเติมกันอะไรแบบนั้นล่ะมั้ง

 

            มีคิสมาร์กที่คอน่ะ”

            หมายถึงพี่ดาวเหนือ?”

            ไอ้คลื่น”

            มาว่ะ” รามิลตบเข่าฉาดๆก่อนจะทำเสียงแซวทั้งๆที่คนชื่อดาวเหนือไม่ได้อยู่ตรงนี้ เห็นในรูปดูน่าหยิกดีไม่คิดว่าจะทำเป็นกับเขาด้วย ไอ้เราก็นึกว่าพี่คาบคลื่นจะชิงลงมือก่อน เอ๊ะ .. ยังไงวะ งงไปหมด

            รุกแท้คือเดือนสินกำแบบนี้ไปดิ


            คุณเตชัสจะเอาตรงๆหรือแบบถนอมใจก่อนอะครับ”

            ตรงๆเลย รำคาญ”

            คนเป็นแฟนกันก็ต้องได้กันเป็นปกติแหละพี่ ผมว่าพี่เผื่อใจไว้แล้วแหละว่าสักวันมันก็ต้องถึงขั้นนั้น แต่อาจจะรับไม่ไหวที่มันมาตำตาไง ปกติแหละ ถ้าเป็นผมก็มีง้างอะ”

            ง้างหมัดใส่ไอ้คลื่น?”

            ง้างใส่ตัวเองเนี่ย เอาให้หลับเลย ฮ่าๆ”
            คืนนี้อย่าลากสาวกลับหอนะมิน”

            เฮ้ย เปลี่ยนเรื่องทำไมวะ” มินทำตาเหลือกเพราะทำไมคุณคนขับเปลี่ยนมาเล่นงานเขาซะได้ ไต้ฝุ่นยักไหล่ ขับรถสบายๆไปบนทางด่วนเพราะรถไม่ติดแบบที่คิด อีกไม่ถึงยี่สิบนาทีคงถึงบาร์

 

            ดีลมั้ย”

            ผมได้อะไร”

            จะเอาอะไรล่ะ”
            บุหรี่จากสามมวนต่อวันเหลือสองได้มั้ย”

            … มึงกะฆ่ากูให้ตายเลย ถูกมั้ยมู”

            อะไร แต่ก่อนพี่สูบเป็นซอง ผมเนี่ยแหละที่ช่วยชีวิตพี่อะ!” รามิลหวและไต้ฝุ่นไม่ได้เถียงอะไร เขาเพิ่งสูบหนักๆก็ตอนเฮิร์ทนี่แหละ บุหรี่มันเลิกยากแต่ก็เลิกได้โดยเฉพาะเวลาที่ไอ้เด็กตัวกะเปี๊ยกนี่พยายามหาอะไรเพี้ยนๆมาให้เขากินลดความอยากในการสูบ

            ช่างสรรหาเหลือเกิน

 

            พี่ๆ หมากฝรั่งเลิกบุหรี่’

            แดกได้จริงมั้ยวะ’

            ลองเคี้ยวๆดู! แต่อย่ากลืนนะ!’

            เห็นกูเป็นเด็กปัญญาอ่อนหรือไง’

            หน่าาาาา’

 

            อะไรแบบนั้นแหละ

            ไม่อยากให้ลากใครกลับห้อง มันดูไม่ดี มึงยังเด็ก ถ้าเจอผู้หญิงเซี้ยวๆล่ะตาย ทำเขาท้องขึ้นมาจะรับผิดชอบไหวเหรอ กูไม่อยากเลี้ยงหลานตอนนี้นะมิน” ไอ้สรรพนามที่เปลี่ยนไปมาระหว่างมูกับมินทำเอาเจ้าของทั้งสองชื่ออมยิ้มเพราะคุณไต้ขี้บ่น

            โหมดขำๆจะเรียก มู

            โหมดเครียดๆซีเรียสจริงจังจะเรียก มิน

 

            บ่นเป็นพ่ออีกละ”
            มึงเลิกเล่นมุกนั้นเลยนะ”

            Sugar daddy pa?”

            สัด”

 

            ด่าน้องแต่หลุดยิ้มออกมาเพราะมุกนี้ เล่นไม่หยุดตั้งแต่รู้จักกัน เขาขี้บ่นจริงๆนั่นแหละ แต่เป็นแบบนี้อยู่กับไม่กี่คนหรอก เฉพาะคนที่เป็นห่วงเท่านั้นแหละแล้วไอ้ Sugar daddy นั่นมันก็แปลว่าเสี่ยเลี้ยงไม่ใช่หรือไง

            ฟังดูเหมือนเขาแก่พิลึกทั้งๆที่อายุห่างกันแค่ปีเดียวเอง

 

            เอ้า ไวจัง จะถึงแล้ว” มินมองทางและพบว่าใกล้ถึงบาร์แล้ว

 

            คุณไต้ขับรถนิ่มมาก รับรองว่าสาวๆคนไหนได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถจะต้องประทับใจ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่คุยกับสาวๆคนไหนเลยช่วงนี้ ก็ดีเหมือนกัน เศร้าๆแบบนี้อย่าเอาใครมาเจ็บด้วยเล้ย

 

            เลิกกี่โมงคืนนี้”
            ก่อนตีสองเหมือนเดิม”

            กลับเองได้นะ”

            พี่ ผมโตละนะเว้ย”

            ใช้มีดปอกผลไม้ยังไม่เป็นเลย คนโตๆเนี่ย” ไต้ฝุ่นผลักหัวคนเด็กกว่าก่อนจะชะลอรถจอดหน้าบาร์แห่งหนึ่งที่กำลังคึกคักเพราะใกล้ถึงเวลาทำงานของมินแล้ว เขาเคยมาดื่มกับไม้ทีแล้วก็เพื่อนเดือนแต่ไม่ได้บอกว่ามินเล่นดนตรีที่นี่

 

            อือ เขายังไม่เคยพาน้องไปเจอเพื่อนเลยสักหนแต่มีไม้ทีที่แอบแอดไลน์มินไปกวนใจน้องอยู่บ่อยๆตามประสาคนเหงาที่ไม่รู้จะแกล้งใครแต่มินไม่ได้เอารูปตัวเองตั้งเป็นดิสเพลย์ ทำให้ไอ้พวกเดือนก็ยังหากันต่อไปว่าใครคือ น้องคนนั้น ของคุณเดือนมหาวิทยาลัยกันแน่

            และนั่นแหละ เขาเคยมาดูมินเล่นดนตรี .. ไม่แปลกใจเลยที่น้องมันได้ทิปเยอะ ก็เสียงดี เล่นดนตรีมีสไตล์เป็นของตัวเองแล้วก็หล่อ ผู้หญิงที่ชอบกินหญ้าอ่อนก็ฟาดเงินใส่เด็กมันจั๊ง

 

            ตกลงดีลมั้ย”
            พี่นั่นแหละ ดีลมั้ย”

            เออๆ สองมวน”

            งั้นก็ตามนั้น เจอกันพี่”

            อือ .. เจอกัน” ไม่ได้ทำอะไรนอกจากมองอีกคนเปิดประตูรถออกไปแล้วก็เหวี่ยงประตูกลับเข้ามาเพื่อนั่งนิ่งๆบนเบาะ .. คนตัวโตกว่าเงียบ เคาะนิ้วกับพวงมาลัยรอให้มินพูดก่อน

 

            เหมือนลืมอะไรเลย”
            .... ”

            อ่า ใช่สิ คุณไต้ฝุ่นครับ”

            ครับ”

 

            รูปประโยคแบบนั้นทำให้ไต้ฝุ่นรู้ว่าอะไรที่มินลืมไป ตาแบบวายร้ายในการ์ตูนมองเชิ้ตสีขาวตัวหลวมๆที่มินสวม ยีนส์ฟอกสี รองเท้าผ้าใบและกลิ่นน้ำหอมที่เป็นกลิ่นเดียวกันกับเขา

 

            อือ พวกเขาแชร์ของใช้กันบางอย่าง

            มีของของเขาอยู่หอมิน

            มีของของมินอยู่ที่ห้องเขา

 

            จากระดับหนึ่งถึงสิบ คุณยังเจ็บเพราะเรื่องของเขาที่ระดับไหนครับ?”

            เจ็ด”
            ว้า เท่าเดิม :-)”

 

            ไต้ฝุ่นบอกตัวเองว่าเขาไม่จำเป็นต้องไปนั่งเฝ้ามินร้องเพลงเพราะเขาเองก็ต้องอ่านหนังสือสอบ

            แต่นั่นแหละ เขาก็ยังเป็นห่วงเด็กตรงหน้าอยู่ดี

            คนที่ทำเป็นเหมือนเข้มแข็ง เจนโลก ไม่ปวดร้าว .. ไม่แตกสลาย

 

            ไม่เป็นไรนะพี่”

            … ”

 

            มักเปราะบาง

           

              เดินช้าๆก็ได้ ยังไงผมก็ไปด้วยนั่นแหละ”

 

            เหมือนฟองสบู่เสมอ



 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความจริงของรามิล - ผมไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนไปหอ

ความจริงของไต้ฝุ่น - ผมไม่ได้อยากอ่านหนังสือเตรียมสอบขนาดนั้น








tbc.






























รอนานกว่านี้ก่คือไม่ต้องเป็นนิยายแล้ว 

ให้เปนตำนานที่เล่าขานกันในหมู่บ้านพอ ไม่รู้มีจริงมั้ยอะไรแบบนั้น y __ y

แนบหลักฐานเลยนะว่าแต่งไว้โคตรนานแล้วจริงๆ แต่แต่งยังไงก็แต่งไม่จบเลย

y__________________y



*แต่งตั้งแต่ 16 ธันวาปีที่แล้ว lol*


น้องจึงต้องขอประกาศตรงนี้เลยนะว่านี่เป็นนิยายเรื่องแรกเลยที่เราแต่งไม่จบแล้วลง

มาจับมือ ก้าวผ่านความเสี่ยงนี้ไปด้วยกัน

ต้องบอกก่อนว่าจะอัพช้าแต่จะพยายามอัพให้จบ

คำว่าลงปีนี้ จบปีหน้าหน้าอะ มันมีอยู่จริง

แต่ๆๆๆที่ลงก็คือกดดันตัวเองว่ามันต้องจบ ยังไงมันก็ต้องจบ

โฮ รักและคิดถึงไต้มูแบบที่สุดในชีวีส จะพยายามทำให้ดี

อย่ากดดันน้องมากนะ ใจก่บางแค่นี้

ใครเหงาไปอ่าน แค่ที่แกง รอ อันนั้นเปนสีฟ้าหวานๆ

อย่างไรก็ดีนะ จะรีบอัพเลย คือแต่งไปหลายแชปแล้วแหละแต่มันก็เท่านั้นมาเป็นปีละอะ 

โฮ น้องรักทุกคนเลยนะ ขอบคุณจริงๆที่รอและคิดถึงคุณไต้มาตลอด

ยินดีต้อนรับเข้าสู่จักรวาลพระรองของแล้วแต่ดาวที่จะเป็นพระเอกแล้ววันนี้


#ไม่มีฤดูกาล

(ที่ชื่อนี้ก็เพราะว่า ไต้ฝุ่นก่อตัวขึ้นได้ตลอดทั้งปี ดังนั้นจึงไม่มีฤดูกาลคับ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.507K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,620 ความคิดเห็น

  1. #1611 AC118_Anima (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 03:33
    I’m still here waiting for typhoon and mu’s return... hoping you’ll find your passions and soon may bring them back 😉
    #1,611
    0
  2. #1607 Winwinismywife (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 11:06
    รอบที่ร้อยคอยเทอกลับมา
    #1,607
    0
  3. #1592 nctsmyson (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 17:21
    อ่านแล้วฟุ้งๆดีเหมือนแล้วอยู่บนอวกาศ

    ชอบอะเทออ
    #1,592
    0
  4. #1582 พิกกี้แจฮะของแม่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 17:12
    คุมมม พ้มร้องไห้ พ้มอ่านแล้วคิดถึงมากนานแค่ไหนก็จิรอ
    #1,582
    0
  5. #1576 Sehun's bubble tea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 00:35
    เมื่อวานวันเกิดเราคั้บ เราอยากอ่านนิยายที่จะทำให้เราอารมณ์ดีไปทั้งวันแล้วเราก็เลือกกลับมาอ่านไม่มีฤดูกาล แล้วก็อารมณ์ดีทั้งวันจริงด้วย
    #1,576
    0
  6. #1574 -dddd- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 00:03
    อ่ยยยย ชอบมากเลยค่ะ รอนะคะคุณไรท์
    #1,574
    0
  7. #1573 zanesay, (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 14:19
    y——-y คุณ! เค้าชอบมาก ๆๆๆๆๆ ;-; ชอบมู้ดมากค่ะฮือ ชอบทุกอย่างเลย อยากอ่านต่อจังนะ
    #1,573
    0
  8. #1534 Choo_only (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 22:43
    อ่ยยยยยยย น่ารักมาก ภาษาก็น่ารักกกกก
    #1,534
    0
  9. #1527 Wrymild (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 22:15
    ยังรออยู่นะคะ
    #1,527
    0
  10. #1511 Beenyseven (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 11:25
    อ่านแล้วแต่ดาวจบเป็นรอบที่ 5 เราก็ยังรออยู่
    #1,511
    0
  11. #1491 NipawanJoynusang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 07:55
    รอนะคะ....
    #1,491
    0
  12. #1488 ต้นไม้แห่งความหวัง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 11:12
    รอนะคะ น่ารักมากเลย อยากเห็นคนอกหักเจ็บปวดเหลือ 0 แล้ววว
    #1,488
    0
  13. #1479 PamKwanjira (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 22:03
    แงงงงงง ชอบมากㅜㅡㅜ
    #1,479
    0
  14. #1464 applepie13 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 00:17
    ไต้ฝุ่นเป็นผู้ชายที่มีบุคลิกร้ายๆแต่พอน้องมูเป็นคนเล่าก็กลายเป็นsugar daddyไปทันที55555555555
    #1,464
    0
  15. #1459 Beeny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 08:38

    ชอบฟีลลิ่งนิยายแบบนี้และอ่านมาทุกเล่มแล้ว เหลือเรื่องนี้แหละรอนานมากเหลือเกิน เชื่อว่าสักวันจะได้อ่านจนจบ555

    #1,459
    0
  16. #1453 BEhanbin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:26
    คิดถึงคุณไต้แงงงง
    #1,453
    0
  17. #1424 แฟนคุณไต้ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 01:39

    มันแบบไม่คิดว่าคุณไต้จะเจ็บขนาดนี้ผ่านไปให้ได้นะพ่อให้คนข้างๆช่วยนะ น่ารักว่ะคู่นี้

    #1,424
    0
  18. #1417 sweetiewann (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 21:57
    รอได้ ห้ามป่วย ห้ามเท สู้ๆนะคะ
    #1,417
    0
  19. #1415 -Lallalek- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 14:16

    น่ารักมากๆๆ/บีบมือให้กำลังใจเราจะเดินไปด้วจกันนะไรท์

    #1,415
    0
  20. #1398 aholicaaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 23:04
    ทำไมน่ารักๆๆๆๆๆๆๆ ไต้มูน่ารักมากกกกค่าาาา มาข่วยพี่ไต้ให้หายอกหักกันเถอะค่า
    #1,398
    0
  21. #1387 PamPulomWatunya (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:26
    คิดถึงคุณ​ไต้
    #1,387
    0
  22. #1382 Nook2546zxy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:45
    ไม่รีบค่ะเราว่าการที่ไรมีควาทสุขกับการแต่งมันดีต่อตัวนิยายมากกว่านะคะ
    #1,382
    0
  23. #1356 tripleM (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:18
    ฮืออ สนุกมากกก รอไรท์นะคะ
    #1,356
    0
  24. #1353 mimiik24 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:17
    อยากอ่านต่อเเล้วววววว อยากรู้เรื่องของไต้ฝุ่นฮื่อ
    #1,353
    0
  25. #1338 364#% (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:25

    อยากอ่านต่อแล้วววว ก็คือติดตามมาตั้งแต่ดาวเหนือแล้ว อยากรู้ว่าไต้ฝุ่นจะมูฟออนยังไง แบบจะว่าไงล่ะ ก็คือที่ผ่านมาไต้ฝุ่นก็รู้มาตลอดว่าคาบคลื่นกับดาวเหนือเขามีใจให้กันรู้สึกยังไงต่อกัน แต่ก็ยังฝืนดันทุรังตัวเองอะ จะว่าดาวเหนือใจร้ายมันก็ไม่ใช่ อย่างว่าแหล่ะความรู้สึกคนเรามันวัดกันไม่ได้

    #1,338
    0