แ ค่ ที่ แ ก ง (end.)

ตอนที่ 21 : 19 - เราต่างพยายาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,380 ครั้ง
    29 ม.ค. 62

19

"ทิ้งฉันไว้ แล้วเธอก็ไปจากกัน 

มันไม่เหมือนความฝัน ที่เธอให้ไว้

รับไว้ไม่ไหว ฉันทำได้เพียงหลอกใจ

ว่ายังมีเรา อย่างแต่ก่อนนั้น"



.
.



            เคยมองคนที่หลับไปพร้อมกับน้ำตาบนเตียงนอนนุ่ม เขาพรูลมหายใจออกมา กระชับผ้าห่มให้มันอีกทีก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของแกงไป

 

            “อ้าว แม่ยังไม่นอนอีกเหรอครับ”

            “ยังเลย ดูละครกับแม่มั้ย” คนตัวสูงพยักหน้าเพราะมีหลายเรื่องราวที่เขาเชื่อว่าป้าไก่อยากเล่า เขาบอกว่าเราจะไม่มีทางรู้เลยว่ารักที่บริสุทธิ์และปราศจากเงื่อนไขใดๆโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นอย่างไร จนกว่าจะได้มีลูกสาวหรือลูกชายเป็นของตัวเองจริงๆ

 

            “นมอุ่นมั้ย แม่ชงให้”

            “ไม่เป็นไรครับแม่ เมื่อยมั้ยครับ ผมนวดให้”

            “ไม่เมื่อยหรอกลูก วันๆไม่ได้ทำอะไร แกงมันไม่ให้ทำเลยซักกะอย่าง” หัวเราะเบาๆ ตามองละครในทีวีอย่างสนอกสนใจ เคยนั่งเงียบอยู่พักใหญ่ ตาเบลอจนภาพเมื่อเย็นมันย้อนเข้ามาในหัว

            ความเปียกชื้นของน้ำตากับการโผเข้ากอดเขาแล้วร้องไห้ของแกงทันทีที่ได้ยินเสียงหนึ่งในสมาชิกของวงที่กำลังดังมากๆในตอนนี้ทำให้เขาตกใจจนทำกระป๋องน้ำอัดลมร่วง

           

            ‘แกง’

            ‘พากูกลับบ้านที .. ฮึก พะ พากูกลับที’

 

            มันไม่แม้แต่จะหันไปมองบนเวทีด้วยซ้ำ ที่จริงมันรั้งแขนให้เขาเดินออกมาจากกลุ่มคนทั้งๆที่เราอยู่แทบจะหน้าสุดของเวทีเลยด้วยซ้ำแต่เขาคิดว่ามันคงจะรำคาญวัยรุ่นสองคนข้างๆที่พลอดรักกันไม่หยุด

            ไม่ใช่เลย

            มันกำลังหนี

           

            “เคย”

 

            แต่พอท่อนร้องรับของเพลงดังขึ้นมาพร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่มันคงจำได้ดี มันก้าวขาไม่ออกและทำได้เพียงแค่ซ่อนใบหน้าไว้กับซอกคอเขาเพื่อร้องไห้เท่านั้น

 

            “แม่ไม่รู้อกหักเป็นยังไง เคยเห็นแต่ในละคร”

            “ … ”

            “แม่รักพ่อคนเดียว โชคดีที่มันเป็นรักที่สมหวัง .. ถึงพ่อเขาจะตายไปแล้วแต่ไม่เคยหายไปจากใจแม่เลย”

 

            เราต่าง

            พยายาม

 

            “บางทีแม่ไม่รู้จะรับมือแกงยังไง ให้มันร้องไห้ออกมาซะยังดีกว่าเงียบไปแบบนี้ แม่คิดกับตัวเองแบบนี้นะบางที”

           

            พยายามยอมรับ

            พยายามไปต่อ

            พยายามใช้ชีวิต

 

            “แกงเป็นเด็กที่ไม่เคยขอ มันไม่เคยรอให้ใครมาทำอะไรให้ แต่สุดท้ายแม่เชื่อว่าทุกคนต้องการการดูแลและมันจะดีนะลูก ถ้าเราได้ดูแลเขาและถูกเขาดูแลเหมือนกัน”

            “แม่ยังไม่เคยเจอแฟนมันเลยสักครั้งใช่มั้ยครับ”

            “เคยเห็นหน้าบ้าง ในโฆษณานมเปรี้ยวตอนนู้นแต่พอมันเป็นแบบนั้น แม่ก็เลิกดูทีวีให้มันเห็น .. ไม่รู้จะโผล่มาตอนไหน เดี๋ยวก็ร้องไห้บ้านแตกอีก”

            “แม่รู้มั้ยครับว่าทำไมเขาเลิกกัน” เคยถาม หันไปสบตากับผู้หญิงที่สำคัญกับเขามากๆเหมือนกัน เพราะแม่ของแกงรักเพื่อนๆของลูกตัวเองทุกคน

            เราหลงรักรสมือและความตั้งใจที่ใส่ลงไปในอาหารทุกจานที่แกทำ

            เราหลงรักคำปรึกษาที่ตรงไปตรงมาและเข้าอกเข้าใจชีวิต

            เราหลงรักความสมถะ

            เราหลงรัก

 

            “ไม่อยากรู้หรอก”

 

              วิธีการเลี้ยงดูลูกชายอย่างข้าวแกงให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีด้วยตัวคนเดียว

 

            “ไม่เคยอยากรู้เหตุผลเลย แม่ไม่อยากตั้งคำถามกับมัน”

            “ … ”

            “มันตั้งคำถามกับตัวเองมามากพอแล้ว แม่อยากให้มันสบายใจ .. แม่ไม่รู้เวลามันช่วยอะไรแกงได้บ้าง แต่มันจะช่วยแน่ๆ แม่อยากให้มันอดทน”

            “ผมก็จะพยายามช่วยมันเท่าที่ช่วยได้นะครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ มันมีเพื่อนไม่เยอะหรอกแต่เพื่อนทุกคนก็โคตรรักมันเลย”

            “แม่ถึงเรียกเคยมาดูละครด้วยกันไงลูก”

 

            และมันเป็นครั้งแรกที่เคยเห็น

 

            “ขอบคุณลูกๆที่คอยดูแลแกงมันแทนแม่นะ”

            “แม่ครับ .. ”

              “เพราะทั้งชีวิตแม่ก็มีไว้รักแค่มันแล้ว”

 

            หยดน้ำตาเม็ดโตร่วงผ่านแก้มเปื้อนริ้วรอยของผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุดไป

 

 

/

 

              เหมือนห้องเชือด

 

            “ผมขอลองอีกครั้งได้มั้ยครับ?”

            “อื้ม พี่ว่าดีแล้วนะแต่ถ้าเราอยากลองอีกครั้งก็ได้”

 

            พี่ๆให้คำนิยามห้องอัดเป็นแบบนั้นและมันก็ให้อารมณ์แบบนั้นจริงๆแม้ว่าเขาจะไม่เคยโดนส่งไปเชือดก็ตาม ฟีลลิ่งมันคล้ายๆกับตอนที่พรีเซนต์งานหน้าห้องแต่จริงจังกว่าเยอะ เพราะกว่าจะผ่านการคัดเลือกมายืนตรงจุดนี้ในฐานะสมาชิกวงกัมพ์ มันไม่ง่ายเลย ดังนั้นสมาชิกทุกคนถูกตั้งความหวังว่าจะทำงานได้เหมือนโปรเฟชันนอล ผิดพลาดน้อยที่สุดและอิมแพ็คใจคนฟังผ่านเสียงร้องและเนื้อเพลง

            ตามธรรมเนียม พี่ใหญ่ของวงจะปล่อยซิงเกิ้ลแรกที่ตัวเองแต่งเองก่อน ตามด้วยโปเต้กับยศที่ช่วยกันแต่งเพลงและดังเป็นพลุแตกไม่แพ้พี่คนโตอย่างจั๊งก์

            คราวนี้ก็ตาหมู

           

            “พร้อมนะครับ”

            “ครับ”

 

            เนื้อเพลงไม่มากมายเพราะต้องการเน้นสกิลการเล่นกีตาร์ที่พัฒนาไปมากแบบที่ค่ายส่งไปเรียนกับกูรูชาวญี่ปุ่นที่ถนัดด้าน fingerstyle guitar ติดระดับโลก .. เหมือนฟ้าเล่นตลก พี่ๆดันส่งเพลงแนวฟังสบาย เนื้อเพลงชวนยิ้มออกไปสองเพลงแล้ว ค่ายก็เลยเลือกเพลงที่เขาแต่งและเศร้าที่สุดมาอัดเพื่อโปรโมตในคราวนี้

            เปลือกตาสีอ่อนปิดลง ร้อท่อนสุดท้ายของเพลงที่ต้องการซ่อม

 

             ช่วงเวลา .. นาฬิกา สถานี ชานชาลา”

 

            หมูจำได้ดีว่าเขานั่งร้องไห้อยู่หน้าแม็คบุ๊ร้องไห้อยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมงจนพี่ยศเข้ามาแตะที่ไหล่ สุดท้ายพี่ๆก็กรูกันเข้ามาในห้อง ไม่ได้พูดอะไรนอกจากตบไหล่เขา

 

            “น้ำตา”

 

            ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาโกรธอีกคนแทบบ้า

 

            “แล้วทุกฝันของฉันต่อจากนั้น .. ไม่มีเธอ”

 

            ทำไมยอมแพ้ล่ะ

            ทำไมยอมแพ้ให้กับเรื่องของเรา

            ทำไมทิ้งเขาไปง่ายๆ

 

            “หมูเอ๊ย พี่ว่าแฟนคลับพวกแกคงร้องไห้ เพลงโคตรเจ็บอะ”

            “เหรอครับ”

            “เออดิวะ ตอนเขียนนี่คิดอะไรอยู่ มันเหมือนฟางเส้นสุดท้ายแล้วนะเว้ย ดนตรีเอย ทำนอง คำร้อง .. เหมือนมึงแพ้หมดรูปทั้งๆที่ถึงเส้นชัยแล้ว แบบนั้นเลย”

 

            หมูไม่ได้ตอบอะไรเพราะเขากำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดที่ว่า เขาไม่สามารถโกรธคนคนนั้นได้แม้ว่าจะอยากโกรธอีกฝ่ายแค่ไหน มันตลกสิ้นดีที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านแฟนตัวเองอยู่ตรงไหน ตลาดพลูไม่ได้แคบและเขาไม่ได้มีเวลามากพอจะออกไปตะลอนที่ไหนหลังเซ็นสัญญา

            เขาเซ็นมันด้วยความโกรธและสิ้นหวัง

            ในใจคิดแต่ว่า ถ้าอีกฝ่ายอยากให้มันออกมาเป็นแบบนี้ เขาก็จะทำให้

 

            “พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้บินแล้วนี่”

            “ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ จะทำงานอย่างหนักครับ” หมูที่สวมฮู้ดสีแดงเข้มที่แฟนคลับซื้อให้ก้มหัวให้พี่ๆทีมงานก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณทุกๆคนและออกจากห้องอัดเป็นคนสุดท้าย

            คนตัวสูงถอนหายใจยาวๆ ทิ้งตัวลงนั่งที่ม้านั่งตัวยาวด้านหลังสวนของบริษัท มันเป็นพื้นที่สูบบุหรี่ที่ทุกคนรู้กันว่าปลอดภัยและสูบได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีรูปหลุด

            แต่เขาไม่ได้มาสูบบุหรี่หรอก

 

            “ว่าแล้วมึงต้องอยู่นี่”

 

            หมูหันไปหาเจ้าของเสียงที่เพิ่งผลักประตูออกมาแล้วเดินมาทิ้งตัวนั่งข้างๆกัน มืออุ่นวางลงบนหัวเขาก่อนจะขยี้ .. ถ้าเป็นแต่ก่อนคงไม่มีผมพอจะให้พี่ๆเล่นหัวกันแบบนี้หรอก พอเข้าบริษัทมาแล้วลุคหัวเกรียนสกินเฮดมันก็เป็นอะไรที่ต้องห้ามเพราะดูกะโปโลเกินไป

           

            “กินข้าวกัน ไอ้ยศกับไอ้เต้รออยู่ แต่ถ้ามึงอยากนั่งพักก่อน พวกมันก็รอได้”

            “ถ้างั้นผมขอสิบนาทีนะพี่”

            “เอาดิ เดี๋ยวกูนั่งเป็นเพื่อน” หมูพยักหน้า หยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อฮู้ด .. จั๊งก์เหลือบตามองสิ่งที่มันหวงแหนที่สุด หวงแบบไม่ยอมให้ใครแตะ ไม่ยอมให้ใครฟังด้วย

            อือ วอล์คแมนสีแดงของมันนั่นแหละ

 

            “ไลน์บอกพวกมันแล้ว มันบอกเดี๋ยวเล่นเกมรอ”

            “ครับพี่”

            “อัดเป็นไงบ้างมึง”

            “ก็ดีนะพี่ ถ้าบอกว่าตัวเองเก่งเดี๋ยวพี่หมั่นไส้อะ”

            “มันก็ขนาดนี้แล้วนะน้องหมู”

            “ฮ่าๆ” คนอายุน้อยกว่าอ้าปากหัวเราะ กดปุ่มเพลย์จนวอล์คแมนส่งเสียงดังแป๊กแล้วพอเทปถูกเล่น เพลงเพลงหนึ่งก็ดังขึ้น .. รู้ว่าทำแบบนี้ตัวเองจะยิ่งเศร้า

            แต่มันเป็นทางเดียวที่ทำให้รู้สึก

 

            “แต่งให้เขาใช่มั้ยล่ะ”

            “ … ”

 

            ว่าอีกคนยังอยู่ใกล้ๆกัน

 

            “เขาต้องได้ฟังแน่นอน เชื่อกูสิ

            “อยากโกรธเขานะพี่”

            “ … ”

            “อยากเกลียดๆให้มันจบไปเลย”

 

            เสียงหัวเราะของเด็กข้างตัวฟังดูฝืน รอยยิ้มที่มีรสชาติขมปร่าบนใบหน้าของมันฟ้องว่ามันไม่หาย มันไม่เคยหาย .. จั๊งก์มองฟ้า ขุ่นมัวไม่เห็นแม้กระทั่งพระจันทร์

            เหมือนกับแสงแรกของวันไม่เคยมาถึงเลยสำหรับน้องชายคนนี้ของเขา

 

              แต่ก็ทำไม่เคยได้เลย .. ”

 

            หมูเลิกมองฟ้า

            ก้มลงมองปลายเท้าตัวเอง ได้ยินเสียงเพลงเพลงหนึ่งที่เขาเคยนอนฟังกับบางคนพร้อมเสียงคลื่น .. มันเคยเป็นเพลงรัก มันคือเพลงรักและอาจจะยังเป็นเพลงรัก

 

            “เหมือนพออยู่ตรงนี้ไปมันยิ่งเข้าใจว่าทำไมเขาเลือกทำแบบนั้น พอโตขึ้น พอผ่านอะไรหลายๆอย่างยิ่งเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทิ้งผมไป”

            “มึงไม่ได้เผชิญกับมันอยู่คนเดียว มึงยังมีพวกกู มีครอบครัว มีหลายๆคน ถึงกูจะรู้ว่ามันอาจจะแทนความรู้สึกที่เขาเคยให้มึงไม่ได้ แต่กูอยากให้มึงนับความรู้สึกสุขเล็กๆน้อยๆเป็นหนึ่งความสุข”

            “ … ”

            “มันไม่สุขเท่าตอนมีเขาหรอก”

           

            แล้วหัวใจบางคนก็กระตุก

            เพราะคำพูดของคนที่โตกว่าหลายปี

 

            “แต่มันก็สุขแล้วและบางที .. ชีวิตมันก็สอนให้มึงพอใจกับสิ่งที่มึงมีอยู่”

 

            เพราะเนื้อเพลงท่อนนั้นที่ไม่ว่าจะวนมาเมื่อไหร่ .. ก็จำได้แม้กระทั่งสัมผัสของลมหายใจของคนที่เพิ่งผละออกไปหลังจูบกัน

 

            แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้

            ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้อง

              ที่เพราะและซึ้งจับใจ

 

            “ยอมรับให้ได้แล้วไปต่อ”

 

            ดั่งในใจความบอกในกวี

            ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง

 

            “เลิกคิดว่าอะไรที่เป็นของเรามันก็เป็นของเราคือตรรกะของพวกขี้แพ้ เพราะมันคือสัจธรรม”

 

            คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ

 

            “มันสอนให้มึงปล่อยวางความคาดหวัง .. ใช้ชีวิตให้เต็มที่ ยอมรับวันนี้แล้วถ้าอะไรเป็นของเรา มันก็จะเป็นของเราจริงๆในท้ายที่สุด”

 

              ฉันมีปลายทาง

 

 



 


 

 



 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




/

;



            “แม่งูเอ๋ย กินน้ำบ่อไหน?”

            “ … ”

            “แม่งูอีสัด ตอบหน่อย” เคยที่ช่วงนี้ตัวติดกับแกงอย่างกับอะไรแหว

            “กินน้ำบ่อทราย”

            “ย้ายไปก็ย้ายมา~ ขอบคุณที่ตบมุกให้กู ย้ายของเก่งไอ้เหี้ย เดี๋ยวนครปฐม เดี๋ยวห้วยขวางนะ” แกงถอนหายใจ เอาเท้าถีบๆเพื่อนให้ขยับไปสักที เขาจะได้จัดของบนชั้นได้สะดวกๆ .. จะว่าขอบคุณก็ขอบคุณแหละ เขาไม่ได้ทำงานมาจะหนึ่งปีแล้ว แม่ไล่มาหางานทำในกรุงเทพบอกว่าไม่ต้องห่วงคนทางนี้เพราะมีพี่น้องคอยดูแลแถมกรุงเทพกับนครปฐมก็ไม่ได้ไกลกันเลย ขึ้นทางด่วนแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

 

            “แม่มึงใจเด็ดฉิบหาย ซื้อคอนโดให้เลย”

            “เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแม่มีเงินเยอะขนาดนี้” คนตัวเล็กกว่าว่างงๆ

            “ซื้อเงินสด คิดเอาละกัน”

            “ขายข้าวแกงมาสามสิบปี ให้เขารวยหน่อยเหอะ”

            “ทำเลก็โอเคนะ แล้วสรุปมึงจะทำงานกับเนตรมันจริงๆดิ?”

            “เออ ก็ดีนะ ได้ฝึกภาษาเยอะเลย แต่ตำแหน่งกูไม่เท่ามันหรอก เป็นลูกน้องมันอีกที” เคยพยักหน้าเข้าใจเพราะว่าแกงมันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว ที่แม่มันไล่มาหางานทำเพราะไม่อยากให้มันอยู่เฉยๆและเห็นว่ามันแกร่งขึ้นแล้วต่างหาก

           

            “อยู่ได้เนอะ คนเดียว”

            “ได้ดิวะ กูยี่สิบเจ็ดแล้วนะเว้ย”

            “เออ ยังไม่ได้ให้ของขวัญมึงเลย”

            “ไม่เอาแล้ว แม่ให้คอนโดกูเนี่ย พอแล้ว” แกงตอบปัดๆ วันเกิดของเขาเพิ่งผ่านไปเมื่ออาทิตย์ก่อนและนั่นแหละ แม่โยนเอกสารมาให้บอกว่าอาทิตย์หน้าก็เก็บของแล้วย้ายไปอยู่กรุงเทพได้แล้ว

            อะไรของแกน้า ป้าไก่ของใครๆเนี่ย

 

            “ทำกับข้าวกินกันมั้ยมึง ชวนพวกเนตรด้วย”

            “เออ มันบอกว่าจะเข้ามานะ”

            “งั้นไปซื้อของที่ตลาดห้วยขวางกันมึง กูอยากไปมานานแล้ว”

            “นั่งตุ๊กตุ๊กไปละกัน กูไม่อยากขับรถออกไปแล้ว เมื่อย” ตกลงกันเสร็จสรรพแล้วก็พักกินน้ำกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะออกจากห้องไป คอนโดที่แกงอยู่เป็นห้องขนาดกลางๆ ไม่ได้ติดรถไฟฟ้าอะไรขนาดนั้น ราคาก็เลยไม่ได้สูง .. มีที่จอดรถกว้างขวางดี รักษาความปลอดภัยก็โอเค เซเว่นเดินไปไกลหน่อยแต่เขาไม่ใช่พวกชอบซื้อของกินเล่นอะไรอยู่แล้ว

           

            “เออ แล้วนี่มึงไปแม่ฮ่องสอนวันไหน?”

            “มะรืน เอาไรมั้ย”

            “เอาอากาศหนาวได้มั้ยวะ” เคยตบหัวเพื่อนไปที ตาก็มองข้างทางระหว่างที่นั่งอยู่บนตุ๊กตุ๊ก ห้วยขวางคนเยอะแยะและคึกคักไปหมด

            นานแล้วนะเนี่ย ที่ไม่ได้มาจ่ายตลาดอะไรแบบนี้กับเพื่อน

 

            “โทรถามเนตรดิ๊มันจะเอาหมึกกระดองมั้ย กูจำได้ว่าชอบกิน”

            “ทำสุกี้มั้ยล่ะ ง่ายๆแค่ใส่หม้อต้ม”

            “ตามนั้น” แกงพยักหน้าหงึกหงัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเนตรที่น่าจะยังไม่เลิกงานแต่ที่ทำงานมันอยู่แถวอโศก มาถึงก็คงได้กินพอดีแหละ

           

            [แกงงงงงงงง]

            “เรียกซะหวานเลย เอาหมึกกระดองมั้ย จะทำสุกี้กัน”

            [ขอโลนึง กูจะตำน้ำพริกเกลือกินแบบกรุบๆ]

            “ก็บอกอยู่ว่าทำสุกี้ ทำไมไม่กินกับน้ำจิ้มสุกี้” คนตัวบางที่สวมเสื้อยืดสีขาวขมวดคิ้วคีบแตะเดินตามเคยที่เริ่มจับจ่ายซื้อของ เห็นมันพึ่งพาไม่ได้แบบนี้แต่ก็ทำอาหารพอใช้ได้นะเว้ย

           

            [แล้วมึงจะยุ่งอะไรกับกูนัก อีนี่ กูเป็นเมนส์อยู่ด้วย กูอยากแดกอะไรก็ให้กูแดกเหอะ]

            “เออๆ ขอโทษละกัน”

 

            ผู้หญิงก็งี้

            หงายการ์ดเป็นเมนส์แล้วชนะทุกอย่าง

 

            [เดี๋ยวมีเพื่อนเราอีกสองสามคน มึงกะๆของมา เขาจะฉลองวันเกิดมึงย้อนหลังเนี่ย กูเป็นคนซื้อเค้กไปเซอร์ไพรส์ มึงจะเอาเค้กอะไรเลือกมาเลย]

            “ … ”

 

            เดี๋ยวนะ .. แล้วมันเรียกเซอร์ไพรส์ตรงไหนวะ

            สุดท้ายก็คุยไปโดนด่าไป ทำไงได้ก็ต้องยอมมันทั้งเรื่องสุกี้เรื่องเค้กที่พอเขาบอกว่าอยากกินเค้กส้ม มันก็บอกว่าไร้สาระ มันจะเอาเค้กสตรอว์เบอรี ยืนงงอยู่แบบนั้นจนกระทั่งมันวางสายไปแล้วบอกว่าเดี๋ยวเจอกัน

 

            “ฮ่าๆ อะไรของมึง หน้าเหวอเลย”

            “เนตรมันทำงานหนักไปเหรอวะ พูดเองเออเองทุกอย่าง”

            “ดูมันไว้ อีกหน่อยมึงก็จะเป็นแบบนั้น”

            “เชี่ย ถอนตัวทันมั้ยวะ” แกงสบถ

            “มึง ข้ามไปฝั่งนู้นกัน ซื้อกุ้งดีๆสักโล”

            “อือๆ” แล้วแกงก็เดินข้ามถนนตามหลังเคยไป ระหว่างเดินข้าม ตากลมก็มองสำรวจไปทั่ว .. ตลาดห้วยขวางก็อยู่ใจกลางเมือง มีป้ายโฆษณาใหญ่ๆสารพัด

 

            “ … ”

 

            แกงคิดมาตลอดว่า วันหนึ่งถ้าเขาบังเอิญได้เจอมัน

            เขาจะส่งยิ้มทักทายให้มันได้อย่างที่ใจอยากมั้ยนะ

            เขาจะสามารถยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อฟังเสียงมันพูดว่า ‘สวัสดีครับ’ โดยไม่ร้องไห้ได้มั้ยนะ

 

              ปี๊นนนน!

 

            “แกง! ขอโทษครับๆ”

            “เดินระวังหน่อยสิวะ มายืนอะไรกลางถนนเนี่ย!”

            “ขอโทษครับพี่ๆๆ”

 

            เคยที่กำลังจะอ้าปากด่าเพื่อนหลังจากที่ไปลากมันที่ยืนจังก้าอยู่กลางถนนอย่างคนไม่กลัวตายมามองตามทิศทางที่มันมอง ภาพโฆษณาที่กำลังเล่นอยู่บนจอขนาดยักษ์คือโฆษณากล้องยี่ห้อดังที่มีพรีเซ็นเตอร์เป็นวงดนตรีที่ดังฉิบหายวายวอดในตอนนี้อย่างวงกัมพ์อยู่

           

            “มึง .. ”

 

            คนตัวโตกว่าครางงึมงำ สะกิดยังไงเพื่อนก็ไม่ตอบรับเพราะตามันมองคนที่ยิ้มกว้างอยู่ในจอไม่วางตา .. ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนอยู่กรุงเทพแบบเขาเห็นมันประจำราวกับว่าเป็นมาสคอตของศักราชนี้ไปแล้ว

            มันดังมากจริงๆ

            แฟนเก่าของแกงน่ะ

 

              มันโตขึ้นเยอะมากเลยเคย”

 

            ทรงผมที่ถูกตัดและเซตอย่างปรณีตนั่น แววตาที่ยังดูสดใสตอนส่งยิ้มกว้างให้กล้อง .. ต่างหูที่มันเคยใส่แล้วโดนครูด่า ใบหน้าที่ดูเข้ารูปกว่าเดิมและเสียงของมันที่แม้จะพูดพร้อมๆกับคนอื่นในวงเป็นชื่อยี่ห้อกล้อง เขาก็แยกออกได้ทันที

 

            “มันจะสบายดีมั้ย มึงว่า”

            “อือ น้องมันสบายดี .. ตอนนี้อยู่เกาหลี เห็นว่าจะทำเพลงกับค่ายที่นั่น กูดูข่าวมา”

            “เหรอ ดีจัง”

 

            ดีจัง

            โคตรดีเลย

 

            “แล้ว”

            “ … ”

            “มึงว่ามันจะมีความสุขมั้ย”

 

            เคยตอบไม่ได้

            แม้ว่าจะพยายามแทนตัวเองให้เป็นเด็กคนนั้นยังไง ก็ตอบไม่ได้

 

            “กูอยากให้มันมีความสุขนะ” เพราะถ้าเรารักใคร เขาก็อยากให้เขามีแต่ความสุข .. หรือถ้าหากว่าทุกข์ ก็ขอให้ผ่านมันไปได้อย่างราบรื่น 

 

              “ต่อให้มีกูหรือไม่มีกูอยู่ในนั้นด้วยก็ตาม”

 

            รักเป็นแบบนั้น

            มันเป็นแบบนั้นสำหรับเขา

 

           

/

 


            “มึง บอสกูนะ ไม่รู้อะไรนักหนา เริ่มพูดไทยได้แล้ว เหมือนเพิ่งไปเรียนพวกสุภาษิตคำพังเพยไรงี้มา เอามาพูดกับลูกค้าไม่หยุด กูจะหลุดขำก็ไม่ได้ โคตรเหี้ยอะ”

 

            เสียงหัวเราะของเพื่อนๆดังเป็นระลอกๆเมื่อเพื่อนแต่ละคนเริ่มเม้าท์เจ้านายหรือคนในที่ทำงานให้ฟัง ผู้ชายสองสามคนในวงทำได้แต่หัวเราะแห้งๆ แกงเป็นคนหนึ่งที่ไม่รู้จะพูดถึงคนอื่นแบบไหนยังไงให้ใครฟังเท่าไหร่ ก็เลยเป็นฝ่ายนั่งฟังเงียบๆซะมากกว่า

 

            “เออแกง อาทิตย์หน้าเริ่มงานเลยนะ บอสเขาแบบตื่นเต้นกับการต้อนรับ friend of คุณเนตรมากๆ”

            “โห กูต้องแต่งตัวยังไงวะ”

            “บริษัทแฟชั่นจ๋า ก็ต้องเต็มปะวะ” เนตรเชิดให้ดูว่าทั้งเนื้อทั้งตัวเนี่ย แต่งสวยแบบเงินเดือนทุกเดือนไม่เหลือใช้ เอาไปทำอะไรน่ะเหรอ ซื้อเสื้อผ้าประชันกันกับพนักงานคนอื่นน่ะซี้!

 

            “โอต์ กูตูร์มั้ยล่ะ”

            “อืมๆ นั่งจกส้มตำ” เคยแซะ

            “อีผมยาว! มึงหยุด!”

            “ยาวพอจะมัดใจเธอได้เปล่ายัยเนตร”

            “ยัยพ่อยัยแม่มึงอะ โตแล้วยังไม่เลิกอ่านนิยายตาหวานอีก!” แกงที่กำลังจะจิบน้ำชะงักเพราะเคยเรียกเนตรว่ายัย .. และไดอล็อกที่เนตรตอบกลับมา มันทำให้เขานึกถึงตัวเองกับบางคน

 

            “กูไปเอาหมูเพิ่มให้ แช่ไว้ในตู้เย็น ซอสน่าจะเข้าเนื้อแล้ว”

            “เออๆ จัดมาเลย กูหิวจนกินช้างได้ทั้งตัวละครับเพื่อน”

            “ใจจ้าน้องแกง บริการทุกอย่าง”

 

            เจ้าของห้องหัวเราะยิ้มๆก่อนจะลุกขึ้นปลีกตัวไปห้องครัวที่มีการกั้นไว้เป็นห้องชัดเจน .. ตากลมมองไฟสีส้มเมื่อเปิดตู้เย็น ผลไม้ที่เนตรปอกไว้รอกินหลังกินสุกี้เสร็จเป็นอย่างแรกที่เขาเห็น นั่งคุ้ยหาหมูที่หมักไว้แล้วก็เอะใจว่าผนังห้องมันบางเหมือนกันนะ

            เขาถึงได้ยินเพื่อนคุยกันอยู่แบบนี้

 

            “มึง .. กูทำงานสายนี้ใช่มั้ยล่ะ ก็จะเจอพวกดาราเซเลปบ่อย”

            “อ่า แล้ว?”

            “กูเจอน้องหมูบ่อยมากๆ แต่น้องเขาไม่เห็นกูนะ พอดังแล้วเข้าถึงตัวยากมากๆ”

            “ชู่ว์ มึงพูดเบาๆได้มั้ยวะ เดี๋ยวแกงได้ยิน”

            “ … ”

 

            แกงปิดประตูตู้เย็น แต่ยังไม่ขยับตัวไปไหนเพราะอยากจะฟังว่าเนตรจะพูดอะไรต่อ เขารู้มาเสมอว่าเพื่อนๆเลี่ยงจะพูดเรื่องแฟนเก่าของเขา แต่บางครั้งเขาก็นึกอยากจะได้ยินเรื่องของมันบ้าง

 

            “วงในเขาบอกมาว่าน้องไปเกาหลีคราวนี้คือบริษัทที่นู่นปลื้มน้องหมูกว่าคนอื่น เหมือนเด็กที่สุดแล้วเก่ง เขาเห็นแววมั้ง”

            “ก็ดีแล้วนี่”

            “แต่เมื่อวาน มันมีรูปหลุดมาไง กับผู้หญิงอะ เขาวุ่นวายกันใหญ่แต่ค่ายก็ซื้อรูปทันนะ ไม่รู้น้องโดนเรียกไปดุรึเปล่า .. กูตกใจไง รู้แค่น้องมันก็ดูรักแกงมาก ไม่คิดว่าจะมีอะไรแบบนี้”

            “อ้าว ไหนเขาบอกว่าไม่ให้มีแฟนไง”

            “คนคุยไงครับไอ้สัด คุยจิ๊จ๊ะ เอากันบ้างเป็นครั้งคราว”

            “โห แรงว่ะ”

            “ไอ้บ้า ก็พูดไป มึงไม่รู้ข้อเท็จจริงสักหน่อย”

 

            แกงเป็นคนคิดมากแต่ไม่พูด

            สิ่งที่เขาทำเสมอ คือการคิดถึงเรื่องที่แย่ที่สุดที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพื่อที่วันหนึ่ง เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เขาจะได้ไม่เจ็บมากขนาดนั้น .. แต่ไม่จริงเลย ทั้งๆที่เขาคิดมาตลอดว่าสักวัน มันอาจจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

            แต่มันไม่ได้เจ็บน้อยลงเลย

 

            “แล้วรูปอะไรวะที่หลุด จูบเลยมั้ย”

            “ไม่มึง เขาแค่นั่งฟังเพลงด้วยกันในสวนสาธารณะ”

            “ะ”

            “เออ ที่เกาหลีอะ กล้องโหดจะตายห่าแล้ววงน้อมันก็ดังอะ นิดๆหน่อยๆเขาก็เอาหมดแหละ .. มีแบบจับผมอะไรนิดหน่อยด้วย”

            “แค่ฟังเพลงเนี่ยนะ บ้าบอจังวะครับมนุษย์โลก” แกงได้ยินเสียงเคยบ่น

            “กูมีรูปนะ ดูมั้ย”

            “เออ มาดิ”

 

            แล้วเพื่อนๆก็เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะมีเสียงของคนหนึ่งดังขึ้นขำๆพร้อมกับประโยคที่ทำให้แกงพยายามด้วยความสามารถทั้งหมดที่มีไม่ให้เสียงตัวเองสั่นเพื่อรวบรวมความกล้า

 

              โห ยุคไหนแล้ววะเนี่ย น้องมันยังฟังวอล์คแมนอยู่เลย”

 

              เจ็บชะมัด

 

            “พวกมึง กูอยากกินน้ำอัดลม เดี๋ยวลงไปซื้อก่อนนะ วางหมูไว้บนโต๊ะนะ”

            “เออๆ รีบไปรีบกลับนะมึง! มันไกล!” เนตรตะโกนกลับมาเพราะความเป็นห่วง หากแต่แกงไม่ได้อยู่ในห้องเพื่อฟังอีกแล้ว .. มีบางคนออกตัววิ่ง นับหนึ่งถึงร้อยในใจให้ลิฟต์เคลื่อนถึงชั้นหนึ่งไวๆ

            แกงไม่แม้แต่จะส่งยิ้มให้พนักงานรักษาความปลอดภัย เขาวิ่งออกไปนอกคอนโด ปล่อยโฮออกมาสุดเสียง ข้าวแกงที่ผอมไปมากสะอึกสะอื้น หอบเอาความเสียใจออกมาจนตัวโยน

           

            “ฮึก .. ”

 

            เรียวขายาวพาเจ้าของเดินไปที่ไหนสักที่ แขนเสื้อถูกใช้เช็ดน้ำตาที่ไม่ว่าจะปาดออกกี่ครั้งก็ไม่หยุดไหล .. แกงไม่ได้ร้องไห้มานานมากๆแล้วและมันคงจะสะสมไว้

            อยู่ได้แหละ

            อยู่ได้อยู่แล้ว

 

              คุณแกง”

 

            แค่ทรมาน

 

            “คุณแกงใช่มั้ยครับ?”

 

            แกงเงยหน้าขึ้นหลังจากที่ตัดสินใจนั่งลงไปที่ฟุตปาธเพื่อกอดตัวเองไว้ในซอยมืดๆก่อนจะถึงร้านสะดวกซื้อ .. บางคนกำลังเดินลงมาจากรถหลังจากลดกระจกบีเอ็มคันหรูลงเพื่อมองว่าใช่เขาจริงๆมั้ย

 

            “เป็นอะไรรึเปล่าครับ .. คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่า?”

 

            แสงไฟจากรถทำให้แกงต้องหรี่ตา

            พอเงายาวๆของคนที่อยู่ในชุดสูทดูดีทาบทับลงมาก็ทำให้ได้เห็น

 

            “คะ คุณโชน”





tbc.



























ว่าจะมีกัน ที่เธอสัญญา ด้วยน้ำหมึกสีชมพู

แต่ใครจะรู้ว่าเธอไม่จำ


-


ยังจำคุณโชนได้มั้ย มาแน่ๆ

ไม่ผิดหวังแน่ๆแม่จ๋า (T▽T)

#แค่ที่แกง







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.38K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16,753 ความคิดเห็น

  1. #16748 karnll518 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 15:02

    โอ้ยนยใจสงสารทั้งคู่ไม่ไหววว

    #16,748
    0
  2. #16723 HiPlus+ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 18:26
    ไม่เอาคุณโชนนนนนนนนน
    #16,723
    0
  3. #16719 qrrrrrrrrr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 16:30
    ยัยแกงของแม่
    #16,719
    0
  4. #16685 Lalinpk (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 01:15
    ไม่ไหวเลย สงสาร อยากกอดแกงมากๆ ใจจะพังแค่ไหนอ่ะ
    #16,685
    0
  5. #16651 Awesomeee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:22
    เป็นนิยายที่พึ่งมาเจอและเป็นนิยายเรื่องแรกที่ทำให้เราร้องไห้หนักขนาดนี้แง😭
    #16,651
    0
  6. #16649 Yinggi11 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 23:33
    ดิ่งมาก ใช่ค่ะ ฟีลลิ่งกูตอนนี้นี่เเหละ
    #16,649
    0
  7. #16540 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 16:30
    อ้าว พี่โชนของน้องน้ำโผล่มาทำไมตอนนี้วะ พี่แกงหนีปายยยยยย
    #16,540
    0
  8. #16514 Deuxnxay (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:52
    ไม่เอาจะเอาหมูคนเดียวพอ.......รักป้าไก่ รักแกงงงง.....
    #16,514
    0
  9. #16493 yukiara (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:48

    ไม่ร้ายนะคุณโชน กำลังดิ่งๆตามเลย

    #16,493
    0
  10. #16438 พ ร ว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 08:41
    เราไม่ไหว ดิ่งมากเลย
    #16,438
    0
  11. #16428 MildYJ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 15:04
    คุณโชนนนนมาดี มาร้ายยย เดี๋ยวตีนะะ
    #16,428
    0
  12. #16352 jujung25 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 12:00
    เศร้ามากน้ำตาไหลเลยอะ เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก ฮื้ออออสู้สู้ นะแกงงงงงงง
    #16,352
    0
  13. #16348 gnawkezi~* (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:20
    สู้ๆนะข้าวแกง
    #16,348
    0
  14. #16311 QueenOfMars (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 11:58
    ฮืออออ
    #16,311
    0
  15. #16294 piechicofic (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 02:02
    โชนหรอ จะดีหรออออ
    #16,294
    0
  16. #16273 chercher1997 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 22:18
    เราเหมือนจะขาดใจเลยจริงๆ เราไม่ไหว
    #16,273
    0
  17. #16253 kunkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 20:38
    ยิ่งพี่แกงร้องไห้แบบเจ่บปวดไปถึงทรวงในแบบนั้นฉันยิ่งปล่อยโฮอะแม่ พี่แกงจ๋าาาา กอดกับหนูนะะะ
    #16,253
    0
  18. #16252 kunkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 20:37
    แล้วท่อนเพลงที่น้องหมูเขียนเองคือฉันไม่ไหวแร้วค่า ขอร้องก่อนซักห้าวิแล้วกลับมาอ่านต่อ สรุปก้ร้องไห้ต่อตอนน้องหยิบวอร์คแมนมานั้นแหละ ฮืออออ
    #16,252
    0
  19. #16251 kunkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 20:36
    จะบอกว่าตอนอ่าน ฟังเพลงstayของพี่ปาล์มมี่ด้วย ร้องไห้ไปดิทำนองมันได้อะ แงแม่จ๋า
    #16,251
    0
  20. #16250 kunkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 20:34
    คุณโชนนน ทำไงดีอะ มาดีใช่มั้ยๆๆๆ ขอๆๆๆ
    #16,250
    0
  21. #16249 kunkyu (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 20:33
    แงงงง ไม่มีใครมุฟออนใดๆทั้งสิ้นแหละ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครอะ แม่รึเปล่าหรือพี่สาว(พี่สาวๆๆๆๆง//พนมมือ)
    #16,249
    0
  22. #16212 padcharapa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 22:12
    ต้องการคนมาฮีลให้แกงสักนิด
    #16,212
    0
  23. #16087 -MILDร้อนนนน- (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 22:08

    สงสารเเล้วสงสารอีกกกก เเเงงง คุณเเกงงงงงง ไม่เอาไม่ร้องนะคะ ฮือ เข้าใจเลยอ่ะ มันเหมือนเเพลที่ยังไม่หายดีเเล่วเเบบมีคนมาสะกิดมันอ่ะ มันก็เลยปวดดด ปวดเเบบทรมานเลย เราเข้าใจคุณเเกงนะคะ คุณเเกงสู้ๆน้าาาา เก่งเเล้ว คนดี เเค่นี้ก็พอเเล้วเก่งเเล้วน้าคนเก่งงง ไม่ร้องเเล้วนะคะ โอ๋ๆ มากอดมา-- เอาเเล้ววว คุณโชนเค้าจะมาเเทรกกลางระหว่างสองคนนี้หรอคะ!บอกเลยถึงคุณโชนจะหล่อเเต่ไม่มีทางมาเเทรกกลางความสัมพันธ์ของทั้งสองคนได้หรอกนะคะะ!! หึ่! น้องหมูเเละพี่เเกงสู้ๆ อย่าร้องไห้กันนะคะ เก่งเเล้วคนเก่งงง ไม่ร้องๆน้าา -กราบคุณนักเขียน เขียนได้ดีมากๆค่ะ คนอ่านปวดใจไปหมดเเล้วววว เเงเเง
    #16,087
    0
  24. #16079 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:16
    😂😂😂
    #16,079
    0
  25. #15945 ภรมน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 19:16
    เจ็บบบบบบบ
    #15,945
    0