แ ค่ ที่ แ ก ง (end.)

ตอนที่ 20 : 18 - งถึดคิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,159 ครั้ง
    27 ม.ค. 62

18

"เหตุผลที่ทำร้าย

ที่ทำเราแยกทาง

ฉันจะขอไม่เก็บไว้

แม้นานเท่าไร

ฉันจะขอโยนทิ้งไป

และขอให้เรา .. จดจำสิ่งที่สวยงามได้ไหม "



.
.



 

            “มาแม่ เดี๋ยวแกงยกเอง”

 

            ผมยิ้มกว้างให้แม่ก่อนจะยกกล่องลังที่มีอับั้มภาพของผมกับครอบครัวตั้งแต่วัยเด็กอยู่ขึ้นเพื่อย้ายไปเก็บไว้ในบ้านหลังใหม่ของเราแถวพระปฐมเจดีย์

            วัยเด็กที่ถูกใช้ไปกับพี่น้องมันดียังไง วัยแก่ก็คงเป็นแบบนั้น แม่น่ะอยากย้ายมาอยู่กับพี่สาวตัวเองตั้งนานแล้วแต่ห่วงเด็กๆที่โรงเรียน พอปิดกิจการถาวรในอายุห้าสิบปลายๆแบบนี้ก็เลยพาใจกลับมาในที่ที่คุ้นเคยแบบนี้ .. บ้านใหม่ของเรามีสองชั้นและกว้างกว่าบ้านเก่าโข มีสวนเล็กๆที่แม่แพลนว่าจะปลูกผัก

            ผมว่ามันน่าจะออกมาดี

 

            “ไปพักเถอะ แม่เปิดแอร์ในห้องเอ็งให้แล้ว”

 

            ผมพยักหน้า รับแก้วน้ำหวานจากแม่แล้วเดินขึ้นชั้นสอง มีห้องนอนทั้งหมดสามห้องทั้งๆที่เรามีกันแค่สองคน แม่เลยจัดไว้เป็นห้องพระ ผมเปิดประตูมองห้องโล่งๆเพราะของยังอยู่ในกล่อง คืนนี้กว่าจะได้นอนคงสว่างเพราะต้องจัดของให้เข้าที่กันอีกยาว

            ผมเปิดกล่องที่มีอัลบั้มรูปของตัวเองตอนเด็กๆในขณะที่จิบน้ำหวานแก้เหนื่อยในแก้วไปด้วย หลุดขำออกมาเมื่อพบว่าตัวเองตอนเด็กๆน่ะไม่ได้น่ารักเหมือนกับเด็กคนอื่นๆเลยสักนิด

           

            “เฮ้อ”

 

            ผมถอนหายใจเพราะปวดตัว มันเหนื่อยจริงๆนะ การย้ายบ้านน่ะ .. แถมเรามากระทันหันเพราะหลายๆอย่างที่ผมรู้ดีว่าแม่อยากให้มันเร็วขึ้น

              เพื่อผม

 

            ก่อนจากกัน เธอเตรียมหัวใจมาก่อน

            เตรียมจะหายไปอย่างใจร้อน

            จบทุกอย่างที่สองเราเคยฝันใฝ่

 

            “ … ”

 

            ผมยืนนิ่งตอนที่เปิดโน้ตบุ๊ขึ้นมาแล้วเพลงก็ดังขึ้น ไม่พ้นรันมาเองเพราะไม่ได้ปิดคอมตั้งแต่เมื่อคืน ง่วงๆก็เลยพับฝาแล้วหลับไป .. ผมรีบกดกากบาทออกจากโปรแกรมฟังเพลง เปลี่ยนไปเปิดยูทูปแต่มันก็ไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่แม้ว่าจะกดเลือกเพลงที่ฟังสนุกแล้วก็ตาม

            มันไปได้สวยมาก

            มันไปได้ดีมากจริงๆ

 

              ‘สวัสดีครับ! พวกเราวง GUMP! เอ็มวีเพลงเธอทำให้ของพวกเราที่กำลังจะ .. ’

 

            ผมทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ไม่ได้ยินสิ่งที่ดังออกมาจากลำโพงเพราะมันกลายเป็นเสียงของประตูรถไฟฟ้าที่กำลังจะปิดลง ผมจำได้ดีว่าตัวเองนั่งร้องไห้อยู่ที่บันไดสถานีจนกระทั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำชานชาลาเดินมาถามว่าผมเจ็บตรงไหน

 

            ‘คุณครับ มีอะไรรึเปล่าครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ?’

           

            ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เบาและไม่ได้ศัพท์

 

            ‘จะ เจ็บไปหมดเลยครับ’

 

              และผมยังเจ็บมาจนวันนี้

            แม่มารับผมกลับ บ้านเราไม่ได้ไกลจากสถานีนักและแม่น่าจะเรียกวินมาถึงได้มาถึงไวเหลือเกิน ใบหน้าตื่นๆนั่นทำให้ผมรู้ว่าแม่ห่วงผมมากแค่ไหน

           

            ‘กลับบ้านเรานะแกง’

            ‘แม่ ฮึก .. แม่ แกงเจ็บ’

            ‘แม่เป่าให้นะลูก ไม่ร้องไห้นะ’

 

            ผมร้องไห้ ร้องอยู่แบบนั้นเหมือนฝนหลงฤดู .. มันโปรยเม็ด ตกลงมาทั้งคืนจนผมเป็นไข้ ผมตื่นมาเพื่ออาเจียน กับข้าวแม่อร่อยเหมือนเดิมแต่มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม

            สุดท้ายผมต้องไปนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลและลาออกจากงานที่ทำเพราะแม่บังคับ รวมไปถึงเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ ตัดทุกช่องทางการติดต่อไม่ให้มีแม้กระทั่งเสียงเรียกเข้าหรือข้อความอ้อนวอนจากบางคน

           

            ‘ไปเที่ยวกันนะแกง’

            ‘ … ’

            ‘แม่อยากไปเที่ยวกับเอ็ง’

 

            แล้วเราก็ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันแทบทุกสัปดาห์ เราไปกันทีละหลายๆวัน แม่ไม่เคยปล่อยให้ผมอยู่นิ่งๆ ผมขับรถ ฟังแม่เล่าเรื่องวนไปมาแต่ไม่เคยเบื่อ .. แม่ไม่เคยถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกครั้งๆที่ผมเปิดกระเป๋าสตางค์แล้วพบว่ามีเด็กคนหนึ่งจ้องกลับมาพร้อมรอยยิ้มผ่านรูปภาพ

            ผมจะร้องไห้

 

            ‘ร้องไห้ไปเถอะ แม่ไม่ว่า’

            ‘ขอโทษนะแม่’

            ‘ตอนพ่อเอ็งเสีย แม่ก็ร้องไห้แบบนี้ .. ร้องจนไม่มีน้ำตา

 

            ผมไม่เข้าใจมันในทีแรก เพราะคิดว่าตัวเองมีน้ำตามากพอจะร้องไห้ให้มันทุกวัน

            แต่พอเข้าเดือนที่หก ผมก็หยุดร้องไห้

 

            ‘ทำผิดกับเขามากขนาดนั้นเลยเหรอแกง’

 

            ฝนตกอยู่หกเดือน

 

              ‘ให้อภัยตัวเองไม่ได้เลยเหรอลูก’

 

            และแม่ยื่นร่มให้ผมด้วยแววตาอบอุ่น

            ผมปิดกั้นตัวเองออกจากทุกคน เพื่อนฝูง ความรัก ความสุข .. เพื่อเฆี่ยนตีตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับสิ่งที่ได้ตัดสินใจเลือก ผมรู้สึกผิดต่อมัน ต่อตัวเอง ต่อความรัก ต่อทุกคน

            แต่สุดท้ายผมก็เชื่อว่าแม้มันจะไม่ถูกใจใครหลายคน

 

            “แกง”

 

            แต่มันก็ถูกต้องที่สุดแล้ว

 

            “มะ แม่”

            “แม่เอาขนมมาให้ กินรองท้องนะลูก เดี๋ยวป้ากบเขาจะมาทำจิ้มจุ่ม ลงไปกินสักหน่อยก็ยังดี” แม่แสร้งทำเป็นไม่เห็นน้ำตาเม็ดโต เดินออกไปจากห้องเงียบๆ ทิ้งไออุ่นจางๆไว้เตือนให้ผมรู้ว่าผมยังมีแม่

 

              แกง .. ”

            “ครับ?”

 

            แม่กลับมาอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าเป็นห่วง ผู้หญิงที่ชอบมวยผมขึ้นคนนั้นเดินเข้ามาหาผม วาดวงแขนกอดรอบตัวผมไว้ .. เหมือนเธอมีเวทมนตร์ ไฟฉายย่อส่วนของโดราเอมอนที่ผมชอบนั่งดูตอนเด็กๆ ตอนนี้มันอยู่ในอ้อมกอดแม่แล้ว

            ผมรู้สึกตัวเล็กลงเหมือนเป็นแค่เด็กอนุบาล

            เป็นเด็กคนนั้นที่สูญเสียพ่อไป

 

            “แม่รักแกงนะลูก”

 

            วันนั้นแม่กอดผมเอาไว้แน่น บอกกับผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

            ‘แม่จะดูแลแกงเองนะลูก พ่ออยู่ในใจเรานะแกง ไม่ต้องร้องแล้วลูก’

           

            และวันนี้

            แม่ยังกอดผมไว้อย่างเก่า

 

              แม่จะดูแลแกงเองนะลูก”

 



/


 

              กัมพ์พักได้ครับ”

            “ขอบคุณครับพี่ทอมมี่!”

            “ขอบคุณคร้าบบบบ”

            “ขอบคุณทุกคนที่พยายามอย่างหนักนะครับ!”

 

            ตาคมมองตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจก เม็ดเหงื่อกับผมชื้นๆบ่งบอกว่าพวกเขาซ้อมอย่างหนักสำหรับมินิคอนเสิร์ตที่กำลังจะมาถึง .. แปดเดือนแล้วที่เดบิวต์มาและเป็นแปดเดือนที่เขาใช้งานมาดึงความสนใจไปจากบางเรื่อง

           

            “มึงไปไหนต่อปะเนี่ยไอ้พยศ” พี่ใหญ่ของวงอย่างจั๊งก์ถามสมาชิกอีกสามคนที่นั่งๆนอนๆอยู่ในห้องซ้อม เดี๋ยวคงลากคอกันไปอาบน้ำแล้วก็กินข้าวด้วยกันแบบที่ทำประจำแล้วค่อยแยกย้าย

 

            “พี่อะไปไหน ผมไปศิลปากร” พยศ ผู้ชายตัวสูง ใส่แว่นและผมยาวประบ่าเอ่ยบอก จั๊งก์กับพยศเรียนคณะเดียวกันคือดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยเดียวกันแต่จั๊งก์จบมาได้จะสองปีแล้ว

 

            “เอาแล้ว ไปทำไมวะน่ะ”

            “พรุ่งนี้มีงานที่คณะว่ะพี่ ต้องไปดู”

            “แสดงว่าพรุ่งนี้วันฟรีมึงอยู่ศิลปากรดิ ขอพี่อ๋องยังอะ” เต้หรือโปเต้ถามขึ้นเพราะพี่ผู้จัดการวงน่ะโคตรดุ ดุฉิบหาย ดุเหมือนหมา ทำอะไรไปไหนต้องรายงาน ก็เข้าใจแหละว่าวงกำลังดัง(มากๆ) แต่พวกเขาก็โตแล้วนี่หว่า

            จัดการตัวเองได้อยู่

 

            “ขอแล้วดิ เรื่องคอขาดบาดตาย”

            “เออ ระวังด้วยนะมึง อย่าเมา อย่าสูบบุหรี่”

            “น้องหมูว่าไง ไปไหนต่อเปล่า”

            “ว่ายน้ำว่ะพี่”

            “หากิจกรรมทำอีกแล้วว่ะคนนี้ ย้ายคอนโดแล้วเอาใหญ่เลยน้า สระว่ายน้ำมันมีอะไรดี บอกพี่ซิน้องหมู” หมูหัวเราะเบาๆ ยกไม้ยกมือบอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ

           

            “แล้วมึงอะไอ้เต้ อย่าเกเรนะเว้ย พี่อ๋องเขาฝากกูมาเรื่องผู้หญิงเนี่ย”

            “โห่ไรอะพี่ แฟนไม่ให้มีก็ไม่มีละไง”

            “มีคนคุยแทน ผ่าง!”

            “เฉียบว่ะยศ”

            “เฉียบจริง” หมูมองพี่ๆแท็กมือกันแล้วขยิบตา มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าในวงเราไม่มีใครมีแฟนเลยสักคน สถานะคือโสดสนิทเพราะสัญญาของบริษัท พี่จั๊งก์เลิกกับแฟนมาแบบไม่มีบาดแผลเพราะไม่ได้จริงจังจะคบแต่แรก ส่วนพี่เต้กับพี่ยศก็รักสนุกแต่ไม่อยากผูกพัน รอดมาใสๆโดยไม่ต้องบอกเลิกใครนอกจากเคลียร์คนคุยยาวๆ

            ผิดกับเขา

 

            “แล้วมึงต้องไปเจอหมอวันไหน”

            “คุณหมอพี่เอ๋ น่ารักสัดรัสเซีย กูนี่อยากป่วยเลย”

            “ไอ้ห่านี่ มึงดูหน้าน้องด้วย สนุกกับมึงมั้ย”

            “ขอโทษนะน้องรัก น้องหมู หัวใจของพี่เต้” การเป็นน้องคนสุดท้องในวงทำให้โดนโอ๋ แม้จะเป็นการโอ๋แบบผู้ชายก็เหอะ แต่เขาก็รู้สึกว่ามันดีแล้วที่พี่ๆเอ็นดู

 

            “ไม่เป็นไรพี่ ไหวว่ะ วัยรุ่นอย่างเรา”

            “เนี่ย ใจมันได้”

 

            สามเดือนแรกที่เข้ามา เราถูกจับให้อยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงในบ้านหลังหนึ่งใจกลางเมือง ที่นั่นมีทุกอย่างสำหรับการฝึกซ้อม เครื่องดนตรีและห้องสำหรับแต่งเพลงรวมไปถึงสระว่ายน้ำเล็กๆที่หมูเกือบทำตัวเองตายที่นั่นไปแล้วถ้าพี่ๆไม่ช่วยไว้

           

            ‘มึงบอกพวกกูได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น .. พวกกูรู้ว่าเรายังไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แต่ต่อไปจากนี้อีกไม่รู้กี่ปี พวกกูจะเป็นพี่ของมึงนะหมู’

            ‘ … ’

            ‘เรามีกันแค่นี้ กูอยากให้เราคุยกันทุกเรื่อง ตอนคัดตัว มึงสดใสกว่านี้ ความสามารถมึงไม่ตกเลยหมู แต่มึงไม่เหมือนเดิม บอกพวกกูแล้วเราช่วยกันแก้ไขได้มั้ย?’

 

            สุดท้ายพี่ใหญ่ของวงก็ไปบอกค่ายตามตรงว่าน้องคนสุดท้องเป็น MDD และพี่ๆไม่อยากให้เขาตาย

            หมูเคยคิดนะ คนเราแม่งจะตายเพราะรักใครมากไปได้ยังไงวะ จนกระทั่งวันที่เขาพยายามเอาตัวเองลงไปอยู่ก้นสระว่ายน้ำนั่นแหละถึงได้รู้ว่ามันเป็นขนาดนั้นจริงๆ

           

            “กินยาด้วยนะมึงอย่าลืมเชียว”

            “พิกเล็ตจะร้องไห้เอานะรู้เปล่า”

            “กูรักชื่อแฟนคลับไอ้หมูว่ะ กวนตีนดี ฮ่าๆ”

 

            แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

            ตามที่บางคนเคยบอกไว้ .. ว่าจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่รักเขาแบบไม่มีเงื่อนไข คนที่เชื่อใจ คนที่ให้ความสำคัญและเป็นคนเดียวกันกับที่มองมาที่เขาแล้วยิ้มกว้างโดยไม่มีเหตุผล

 

              ‘hearing you breathing is the most beautiful thing i’ve ever been through.’ 

 

            ความรักจากแฟนๆทำให้เขาอยากหายใจต่อ มันเป็นข้อความสั้นๆที่แฟนเพลงโพสต์ลงในอินสตาแกรมของเขาและเขาแคปมันเอาไว้ ปริ๊นต์ออกมา แปะลงเหนือหัวเตียงเพื่อบอกตัวเองว่า มีบางคนเขาดีใจแค่ไหนกับการที่เราเพียงแค่หายใจอยู่บนโลกนี้

            ดนตรี งาน ครอบครัว พี่ๆในวงและแฟนคลับทำให้อาการของเขาดีขึ้นมากแต่เขายังต้องกินยาและปรึกษาจิตแพทย์อยู่อย่างสม่ำเสมอ

 

            “แปะ อาบน้ำกัน”

            “ห้องเดียวกันเปล่า เต้ยศสุดยอด!”

            “ยศเต้เหอะไอ้สัด มึงอย่ามา”

            “อ้าวววว เพื่อนครับ มึงไปเช็เลยว่าแฟนคลับเขาเป็นโพไหนมากกว่ากัน”

 

            หมูส่ายหัวขำๆ กอดคอพี่จั๊งก์เดินไปอาบน้ำด้วยกันที่ห้องน้ำของค่าย ที่นี่มีทุกอย่างเพราะผู้ใหญ่ลงทุนกับพวกเขาด้วยเดิมพันที่โคตรสูง แต่สุดท้ายก็สมใจทุกอย่าง

            เรากำลังจะไปเกาหลีกันเดือนหน้าเพื่อร่วมงานกับค่ายเพลงค่ายหนึ่

 

            “หมอว่าไงบ้างหมู ครั้งล่าสุด”

 

            เรามาไกลกันมากจริงๆนั่นแหละ

            มาไกล .. ไกลจากตรงนั้นแล้วเหลือเกิน

 

            “ยังมียาบางตัวที่ผมต้องกิน พอคุยๆกับเขา เขาก็บอกว่าความคิดเราเป็นอิสระขึ้นมาก แต่เขาก็บอกผมตรงๆนะว่าลืมไปเลยมันไม่มี มีแต่จำได้โดยไม่เจ็บขนาดนั้นแล้ว”

            “แล้ว .. มันยังเจ็บมั้ยวะ”

              เจ็บนะพี่”

 

            หมูยิ้มบางๆ

            มันก็นานแล้ว

 

            “ผมโคตรขอบคุณเลยที่ตัวเองมาเป็นคนดังเนี่ย จะได้ขึ้นบีทีเอสไม่ได้”

            “ … ”

            “แค่ได้ยินเสียงประตูรถปิด ผมก็ร้องไห้แล้วพี่ ควบคุมไม่ได้เลย .. มันกลับมาทุกที จำน้ำเสียง จำสีหน้า จำได้ทุกอย่างเลย”

 

            อือ

            จำได้    

           

              “จำเขาได้ทุกอย่างเลย”

 

            ทุกอย่างเลย

 

 


 


 

 



 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




/

;



            “เคย มันไม่ใช่ต้นไม้แบบที่กูอยากได้”

            “ไอ้สัด นี่ก็สวยที่สุดแล้ว”

            “มันเหมือนจริงเกินไป ห่า”

            “เอ้า เหมือนจริงก็ด่า มึงให้เด็กอนุบาลมาวาดมั้ยล่ะ ต้นไม้แบบนั้นอะกับคนก้าง” แกงเอาเท้าถีบเพื่อนที่ไล่สีอยู่อย่างขะมักเขม้น มันก็สวยนั่นแหละที่วาดมาน่ะ แต่เหมือนจริงเกินไปนี่หว่า

 

            “คือมึงอยากได้แบบไหนล่ะ มีเรฟมั้ย”

            “ไม่มี แต่ช่างแม่งเหอะ กูแค่ตกใจที่มึงวาดเหมือนมาก กูกลัวตื่นมาดึกๆแล้วสะดุ้ง”

            “เอาไฟมาติดในห้องเยอะๆ มันจะได้ฟีลเหมือนอยู่เขาใหญ่”

            “โบนันซ่าเลยเนอะ”

            “จ้าาาาา”

            “ไอ้ควาย” คนตัวเล็กกว่าหัวเราะออกมาเบาๆ วันนี้เคยจะนอนบ้านเรา มันหอบเสื้อผ้ามาอย่างดี เห็นว่าดึกหน่อยจะไปดูดนตรีที่ศิลปากร เขาก็ว่าจะไปกับมันด้วยเพราะวงที่ชอบมากๆอย่างเขียนไขและวานิชก็ไปเล่นด้วย

            อยากฟังสดมาตั้งนานแล้ว

 

            “เออ เดี๋ยวมึงกินน้ำอัดลมให้กูทีดิ”

            “กูไม่ชอบ” แกงบอก

            “ให้เททิ้งก็เสียดาย”

            “แล้วจะเททิ้งทำไมวะ”

            “กูจะแอบเอาเบียร์ไปแดกในมหา’ลัยเขาไงไอ้สัด”

            “โห ใจหมาจังวะ”

            “ฟังดนตรีสดให้แดกน้ำหวาน มึงบ้าป้ะ มันต้องเบียร์! i don’t need love, i need beer!” เคยบอกอย่างภาคภูมิเพราะแผนการที่จะเอาเบียร์กรอกใส่กระป๋องน้ำอัดลมน่ะ ทำมาตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัยแล้ว

            รู้แหละว่าไม่ดี แต่นานๆทีขอได้มั้ยวะ

            ดนตรีมันได้แล้วอะ

 

            “เออๆ เดี๋ยวแดกให้ก็ได้วะ”

            “น่ารักมากจ้ะ”

            “อี๋! เอามือออกไป เหม็นสี”

            “เห็นบุญคุณกันหน่อยได้มั้ย” แล้วก็คุยเล่นกันอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเพ้นท์เสร็จและพระอาทิตย์ตกดิน แกงมองแสงสีส้มกับสารพัดสีสันบนฟ้าผ่านหน้าต่างบานโตในห้อง

            เคยหันไปมองเจ้าของเสียงหัวเราะที่เงียบไป ดวงตากลมจดจ้องแผ่นฟ้ากว้าง แสงสุดท้ายทักทายเส้นผมสีเข้มของแกง ไล้ใบหน้าและเสื้อผ้า .. อาบเพื่อนของเขาไปทั้งตัว

            และมันดูเศร้าจนน่าใจหาย

 

            “มึง ไปกินข้าวกัน”

            “เคย”

 

            เป็นอีกครั้งที่เขาเอามันกลับมาไม่ได้

            มันที่จมดิ่ง

 

            “มึงว่า .. ”

 

            มันเป็นเรื่องจริง

            เป็นข้อเท็จจริง

 

              เราจะลืมใครสักคนได้จริงๆมั้ย”

 

            ไม่มีใครอยากถูกลืม

 

            “ก็ในเมื่อถ้าเราพยายาม เราก็จะทำได้”

            “ … ”

            “ถ้าเราพยายามลืมล่ะ มันจะเป็นไปได้มั้ย?”

            “แกง”

 

            เคยวางมือลงบนไหล่เพื่อน เสื้อยืดสีฟ้าของมันเปรอะสีเป็นจุดๆ มันคงทำใจยอมรับมาก่อนแล้วว่าถ้าสวมเสื้อตัวนี้มาที่นี่ ก็คงต้องทิ้ง .. มันเลือกแล้ว

 

              ไอ้คำว่าความพยายามไม่เคยทรยศใครน่ะ มันใช้ไม่ได้กับทุกเรื่องหรอกนะ”

 

            ไม่ต้องมีใครปริปากเล่า พวกเราก็พอจะรู้

            ข่าวที่ว่าสัญญามหาโหดของค่ายเพลงที่ดังที่สุดในไทยกับวงน้องใหม่ที่ค่ายเททุกเม็ดเงินให้แพร่สะพัดไปทั่ว บางคนคิดว่าเป็นเรื่องโจ๊ก บางคนคิดว่าไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่

           

            “ยิ่งพยายามลืม มันก็ยิ่งจำได้”

 

            แต่สำหรับคนที่ได้รับผลกระทบเต็มๆอย่างพวกเขา

            มันคือเรื่องที่หนักหนา

 

            “อยู่กับมันให้ได้”

            “ … ”

            “มันผ่านมาแล้ว ให้มันเป็นบทเรียน”

            “กูผิดมากใช่มั้ย”

            “.. ไม่เลย มึงไม่ผิด”

           

            ไม่ผิดหรอก

            ไม่ได้พูดเพราะมันเป็นเพื่อน

            แต่พูดอย่างคนที่โตแล้วและมองโลกกว้างขึ้น

 

            “มึงเลือกแล้วและมึงยอมรับมันด้วย ไม่มีใครยอมรับความเจ็บปวดเก่งเท่ามึงแล้วแกง .. ที่มึงทำน่ะ ใครจะคิดว่ามึงใจร้ายใจดำกับน้องมันยังไงก็ช่าง แต่สำหรับกู กูคิดว่ามึงทำถูกแล้ว” เคยกอดไหล่เพื่อน ลูบผมมันเพราะไม่รู้จะทำยังไงเมื่อได้ยินเสียงมันสะอื้น

            พวกเขาพยายามไม่พูดถึง

            หลีกเลี่ยงการย้ำถามถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้ว

            มันจะดีที่สุด ถ้าเราไม่รื้อฟื้น

 

            “ไปกินข้าวกันเถอะมึง แม่รอนานแล้ว”

 

            ทุกคนควรเรียนรู้ว่าหากแคร์ใครสักคนจริงๆและรู้ว่าเขากำลังเจ็บกับอะไร

            อย่าดึงเขากลับไปให้รู้สึกแย่ด้วยความหวังดีแบบผิดที่ผิดทางเลย

 

            “อื้ม”

            “มา กูเช็ดน้ำตาให้”

            “ … ”

            “อย่าร้องไห้คนเดียวนะมึง มีเพื่อนเราตั้งหลายคนอยากมาเจอมึง เขาก็รอให้มึงพร้อม”

            “กูกลัว”

            “ไม่มีใครถามหรอกแกง ถ้ามึงไม่อยากเล่า” เคยยิ้ม เช็ดน้ำตาให้เพื่อนสนิท มองลึกเข้าไปในตาของมันและเห็นบาดแผลที่ทั้งชีวิตก็อาจไม่มีวันหาย

 

            “ทุกคนเขารักมึงจะตายห่า”

 

            แต่ไม่เป็นไร

            มันจะยังอยู่ได้โดยมีแผลพวกนั้น

 

            “ให้โอกาสเขาได้ทำให้มึงรู้หน่อยว่าเขารักมึง”

 

            มันจะยังหายใจ

 

 

/

 

           

            “กูว่าเราใส่แว่นกันแดดนี่แหละจะฟรี

            “ผมว่าแค่หมวกก็พอแล้วมั้ง พี่อ๋องไม่น่าอะไร เท่าที่คุยมาก็คือห้ามแค่กินเหล้ากับสูบบุหรี่” พยศชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะเก็บเรย์แบนด์ใส่เก๊ะรถไว้เหมือนเก่า

            ตอนแรกก็จะมาตั้งแต่เมื่อคืนแหละ แต่เหนื่อยฉิบหายเลยขับมาตอนเย็นของอีกวันแทน เท่านั้นยังไม่พอ เห็นน้องมันว่างเลยลากมันมาด้วย ไม่ใช่อะไร .. จำได้ว่ามันชอบวงที่จะขึ้นเล่นวันนี้

 

            “พร้อมนะ”

            “โห่พี่ พูดอย่างกับเราจะไปตาย”

            “ไอ้ห่า คนน่ะทึ้งมึงเก่งเลย น้องหมูๆๆๆๆ”

            “ช่วยไม่ได้อะ เด็กน้อยใสๆไง ใครๆก็เอ็นดู”

            “ดูเอ็นอะดิ”

            “พี่ยศแม่งลามกว่ะ” พยศระเบิดเสียงหัวเราะกับสีหน้าเหมือนรังเกียจกันแบบแกล้งๆของหมู มันเป็นเด็กที่กวนตีนที่สุดที่เขาเคยรู้จัก บางทีมันก็ชอบมาอ้อน หอมแก้มพี่ๆในวงบ้าง เวลาเครียดๆก็มีมันนี่แหละที่คอยทำให้บรรยากาศสนุก

            คนห่าอะไรเป็นโรคซึมเศร้าแล้วยังตลกได้อยู่เลยวะ

            แต่แม่งคนแบบนี้แหละที่จริงๆแล้วน่าสงสารที่สุด

 

            “พร้อมนะพ่อหนุ่มเสื้อมัดย้อม”

 

            คนที่มันทำเหมือนกับทุกอย่างตลกนี่แหละนะ

 

            “พี่ก่อนเลย”

            “โธ่ไอ้ห่า” คนอายุมากกว่าเปิดประตูรถลงไปก่อน มีแฟนคลับบางส่วนรู้ว่าพวกเขาจะมาที่นี่แต่ไม่รู้ว่าจะมาตอนไหน มันก็ดีตรงที่รุ่นน้องหาที่จอดรถแจ่มๆแบบไพรเวทไว้ให้แล้วคนเลยไม่ค่อยอะไรกับพวกเขามาก

            จะว่าไปก็สบายใจเลยเพราะส่วนมากน่าจะคิดว่าพวกเขาไม่น่าถูกปล่อยให้มางานแบบนี้หรอก ก็แหงล่ะ เรากำลังดังพลุแตก ขนาดไปออกอีเว้นท์ ถ้าไม่ดังจริงๆยังไม่ไปเลย

            ผู้จัดการเหี้ยมก็เงี้ย

 

            “แก นั่นพยศ วงกัมพ์ปะวะ”

            “เออ ใช่จริงๆด้วย ก็เขาเด็กดุไงแก”

            “น้องหมูหล่อสัดๆ กูจะตายอีเหี้ย”

 

            หมูหลุดหัวเราะเพราะมีคนหนึ่งพูดออกมาดังจริงๆว่าเขาหล่อ ทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้มแล้วผงกหัวขอบคุณ กว่าจะฝ่าเข้าไปถึงในคณะที่มีรุ่นน้องของพี่พยศอยู่ก็เล่นเอาปวดหัวพอสมควรเพราะพอมีคนขอถ่ายรูปหนึ่งคนก็จะมีตามมาอีกเป็นร้อย

 

            “ไอ้ยศศศ ไอ้หน้าหมา”

            “เอ้า ด่ากูเฉย”

            “วุ่นวายกันทั้งคณะเพราะมึง ทีหลังไม่ต้องมา” ยศโดนเพื่อนตบหัว

            “ไอ้ป๋อง มึงกวนตีนกูละ ไหนบอกให้กูมาเรียกแขก”

            “มันเกินไปมั้ยมึง คณะหรือปลากระป๋องอะ เบียดกันไม่ไหว”

            “พวกอีตาหวานคือร้องไห้ บอกว่าแบกรับแฟนคลับที่มาถามหามึงไม่ไหว มันเลยใส่จิตวิญญาณของว้ากคณะไป”

            “อาฮะ หน้าคิตตี้ บอดี้มาร์เวล” หมูหัวเราะเบาๆเพราะเขาคิดออกเลยว่าพี่ผู้หญิงที่ชื่อตาหวานจะต้องโหดขนาดไหนถึงได้คำว่าบอดี้มาร์เวลมาประกอบการอธิบาย           

            พูดถึงการว้าก ที่มหาวิทยาลัยเขารับน้องกันขำๆ ว้ากไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่ แต่ต้องมัดผมหน้าขึ้นกับห้อยป้ายชื่อเด็กซีนีม่าตัวโตๆ ‘หมูสวรรค์’ นั่นชื่อฉายาของเขาที่รุ่นพี่ตั้งให้ ไม่พ้นหมูที่พาคุณขึ้นสวรรค์ได้อะไรเทือกนั้นหรอก

           

            “นี่หมู น้องชายในไส้กูเอง”

            “แย่จังเลยบ้านนี้ น้องเป็นหล่อ พี่เป็นเหี้ย”

            “สันดานนรกจริงๆ มึงมานี่เลย” หมูมองพี่ยศไล่เตะเพื่อน เขาได้แต่ยิ้มๆทักทายให้พี่ๆที่ดูใจดีแล้วก็เมาๆนิดหน่อยแล้ว ห้าวดีจังวะ แอบเอาเบียร์เข้ามากินกันด้วย เขาก็อยากกินนะ แต่ให้ตายเหอะ มีภาพพจน์ต้องรักษา

 

            “มึง เขียนไขและวานิชจะเล่นแล้วนะ”

            “เออๆ ไปหน้าเวทีกัน ไอ้หมู มาเร็ว มึงชอบวงนี้นี่”

 

            ‘พี่แกง ฟังเพลงกัน’

            ‘เอาดิ’

            ‘พี่แกงชอบวงนี้ใช่มั้ย .. เขียนไขและวานิช?’

           

            “หมู?”

            “ … ”

 

            ‘จำได้เหรอ’

              จำได้หมดแหละเรื่องคุณอะ’

 

            “หมู มึงโอเคมั้ยวะ”

            “.. โอเคครับ” ยศมองคนที่เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก มันเป็นบ่อยๆเวลามีอะไรมากระทบ เขารั้งแขนมันให้เดินตามไปโดยไม่ลืมจะมองมันเป็นระยะๆ เสื้อยืดสีรุ้งที่เกิดจากการมัดย้อมที่มันสวมไม่ได้ทำให้มันสดใสเลยสักนิด อาจเพราะเขารู้ว่ามันแลกอะไรมาเพื่อจะมายืนอยู่และเป็นหนึ่งในวงกัมพ์ทุกวันนี้

            มันแลกมามากกว่าพวกเขาเหลือเกิน

 

            “ไอ้เหี้ย เสียงพี่โจ้คือที่สุดของใจ”

 

            หมูได้ยินเสียงนักศึกษาหลายคนฮือฮากับนักร้องตัวผอม เสื้อยืด หมวกทรงคุ้นตา กีตาร์และหนวด เขาไม่เคยฟังวงนี้เล่นสดเลยสักครั้ง .. แต่ทุกคนคิดว่าเขาชอบวงนี้เพราะเขาเคยลงคลิปตัวเองร้องเพลงเล่นกีตาร์เพลงเพลงหนึ่งลงในอินสตาแกรม

            เขาอยากให้บางคนฟังแม้รู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่เข้ามาเพื่อดูอะไรที่เขาโพสต์เลยด้วยซ้ำ เพราะตั้งแต่เราเลิกกัน .. คนคนนั้นก็บล็อคทั้งเบอร์ อินสตาแกรมและทุกๆคอนแท็กที่เขามี

 

            วอนให้ลม ช่วยพัดหัวใจพี่ไปลอยไป 

            จากดินแดน ถิ่นเหนือที่ไกลแสนไกล 

 

            “เพลงนี้ปะที่มึงเคยร้องลงไอจี?”

            “ครับพี่”

            “ยอดวิวเป็นล้าน ยอมใจน้องหมู”

 

            ได้สบตาแค่เพียงครั้งนึง หัวใจพี่แทบติดตรึง 

            เพ้อรำพึงรำพัน ถึงแม่นวลน้อง

 

            “พี่โจ้ร้องสดโคตรดีเลย ผมแพ้ยับ”

            “ไม่หรอก เวลามึงเอาไปร้อง มันก็แนวมึง .. แต่คืนนั้นพอมึงลง กูน้ำตาซึม มึงร้องยังไงให้มันเศร้าขนาดนั้นวะ ทั้งๆที่มันควรจะอุ่น” พยศพูดไปตามที่คิด หมูไม่ได้ตอบอะไร

            เพราะเขาไม่รู้ต้องพูดอะไร

 

            “ผมได้ยินมาว่ามีนักร้องคนหนึ่งเอาเพลงนี้ของเราไปร้อง อยากเชิญเขาขึ้นมาร้องด้วยกันนะครับ”

            “ไอ้เหี้ย เอาแล้ว”

            “น้องหมู~~”

              กัมพ์ กัมพ์ กัมพ์!”

 

              มันคือการให้เกียรติกัน ในเมื่อเขาชวน เราก็ต้องขึ้นไป หมูยิ้มออกมาทั้งตาและปาก ไม่คิดหรอกว่าพี่โจ้เขาจะชวนไปฟีท แต่ทำไงได้วะ ไม่ไปก็ไม่ได้ แล้วเสียงกูพร้อมมั้ย ยังไม่รู้ แต่เอาวะ

            เอาวะ

            คิดซะว่าทำเพื่อเขา

 

            “สวัสดีครับ”

 

              ทำเพื่อเขาคนนั้น

 

            “กรี๊ดดดดด กูตายได้แล้วนะ เขียนไและวานิชกับน้องหมู!”

            “ไม่อยากเป็นแม่แล้ว! อยากเป็นเมียยยย!”

 

            หมูสบตาเจ้าของเพลงที่ส่งยิ้มขำๆมาให้เพราะเสียงเชียร์จากล่างเวที ตาคมหันไปมองพี่ชายร่วมวงที่ยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปพร้อมกับบอกว่าสู้เขาไอ้หมู

            สุดท้ายเขาก็จับไมค์หลังจากที่พี่โจ้เกากีตาร์มานาน ผ่อนลมหายใจครู่เดียวแล้วก็กรอกเสียงลงไป .. ทุกๆคำร้องนั้นแทนความคิดถึง

            โคตรคิดถึง

 

            “ฝากดวงใจ พี่ลอยล่องไปบนนภา สุดขอบฟ้า .. หัวใจพี่จะไปถึง

 

            คิดถึงนะครับ

            ไม่มีวันไหน .. ไม่คิดถึงเลย

 

            “แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร ใจพี่จมแทบพสุธา ดวงฤทัยหรือดวงแก้วตา ดุจดวงดารา ดวงดาวดวงไหน”

 

            แม้กระทั่งรสชาติของจูบลาที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้าย

            แม้กระทั่งสัมผัสเปียกชื้นของหยดน้ำตาที่ฝังลงบนอก

 

            “วอนให้ชายทุกคนเดินผ่าน .. วอนให้ใจน้องไม่มีใคร

 

            คิดถึงนะครับ

            คิดถึงจริงๆ

 

              วอนให้ลม พัดพาหัวใจพี่ไปถึง..”

 

              คิดถึงพี่แกง







tbc.























(happy together - 1997)


-



แล้วทุกคนคิดว่าพี่แกงจะอยู่ตรงนั้นมั้ย :-)

เราอยากให้ฟังเพลงสองเพลงนะ ต้องเวอร์ชั่นนี้เท่านั้นด้วย 


1. แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร - เขียนไขและวานิช




2. เรื่องดีๆ - tilly birds (acoustic live session)




รักและขอบคุณเสมอเลยนะ

ไม่ bad end สัญญา

#แค่ที่แกง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.159K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16,756 ความคิดเห็น

  1. #16747 karnll518 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 14:26

    พี่แกงต้องได้ยินน้องหมูร้องอยู่แน่ๆ ฮือออเปียกปอน

    #16,747
    0
  2. #16718 qrrrrrrrrr (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 15:51
    แค่คิดว่าพี่แกงจะยืนอยู่ที่มุมไหนสักมุมตรงนั้นก็เจ็บไปทั้งทรวง ฮือ
    #16,718
    0
  3. #16714 ddmm417 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 23:46
    ร้องไห้ประหนึ่งเหมือนเป็นพี่แกง
    #16,714
    0
  4. #16699 MiniMonkey (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:49
    ปวดไปทั้งใจแร้วววว
    #16,699
    0
  5. #16690 pipepais (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 10:00
    เศร้า- ㅠㅡㅠ
    #16,690
    0
  6. #16684 Lalinpk (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 00:09
    โอ๊ย ใจจะขาด
    #16,684
    0
  7. #16677 0869859416 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 00:58
    ร้องจนเจ็บตาจริงๆๆนะเออ
    #16,677
    0
  8. #16667 Smt1990 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 20:08
    ร้องไห้จนตาบวม
    #16,667
    0
  9. #16648 Yinggi11 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 23:18
    เเบบเพลงนี้เพลงโปรดนะ ฟังทีไรเเล้วรู้สึกอบอุ่น ละมุน เเต่พอหมูร้องเท่านั้นเเหละ เ-้ยเอ้ย น้ำตากูจะไหล ทั้งสองต้องผ่านมาให้ได้ เเต่เเบบเป็นหนักทั้งคู่ ช็อกน้องหมูที่เป็นโรคซึม อุเเงงงงง ยัยพี่สภาพก็ไม่ต่าง ฮือออ
    #16,648
    0
  10. #16589 faiirypeach (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:49
    หลังจากนี้ถ้าได้ฟังเพลงแก้มน้องนางต้องน้าตาคลอแล้วสินะคะเพราะคถน้องหมูกับพี่แกง ทั้งคู่เก่งมากแล้สนะมปรสักวันมันจะดีขึ้น /น้ำตาไหลㅠㅠㅠ
    #16,589
    0
  11. #16584 fahriyafhon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:19
    งือออ เศร้าจุง
    #16,584
    0
  12. #16582 krwoon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 04:57
    เราฟังเพลงแก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใครตอนเลิกกับเขาเมื่อปีที่แล้วเหมือนกันเลย ก่อนวันที่จะเลิกกันคือทุกอย่างดีมาตลอดไม่ได้มีเค้าโครงว่าจะต้องเลิกกัน เขากับเราแชร์เพลงนี้ฟังด้วยกันจนวันถัดมาที่ต้องเลิกกัน เพลงนี้มันไม่ใช่เพลงอกหัก แต่มันเป็นเพลงที่เราฟังแล้วร้องไห้ทุกครั้ง เราไม่สามารถฟังเพลงนี้ได้ เราไม่อยากโทษเขา แต่เขาทำให้เพลงรักของเรากลายเป็นเพลงที่เศร้าที่สุดในโลก เราคิดเวลา1ปีทำให้เราไม่เศร้า เราอยู่ได้แล้วโดยที่ไม่ได้โหยหาเขา แต่พอเราได้อ่านเรื่องราวของหมูกับพี่แกงมันทำให้เราเหมือนเห็นตัวเอง เราเข้าใจหมูดีเลยแหละ เราคิดว่าเราไม่คิดถึงเขาแล้ว แต่เราก็คิดถึงเขาอยู่ดี มันจะดีแค่ไหนถ้าเรายังได้อยู่ด้วยกันอยู่ ตอนไม่มีเขามันทรมานมากนะ แต่เราก็ต้องรักตัวเองแหละเนอะ คนเราเวย์มันต่างกัน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อเราโตขึ้น เดี๋ยวมันก็มาของมันเองแหละเนอะ เราบ่นอะไรของเราวะ 5555555555555555
    #16,582
    1
  13. #16561 Defnan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 23:35
    ครั้งแรกเลยที่ฟังแก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใครแล้วน่ำตาไหล
    #16,561
    0
  14. #16539 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 16:06

    น้องหมูเป็นโรคซึมเศร้า พี่แกงก็มีสภาพไม่ต่างกัน สงสารทั้งคู่ เมื่อไหร่ทุกอย่างจะดีขึ้น
    #16,539
    0
  15. #16513 Deuxnxay (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:23
    หลังจากนี้ เราจะฟัง แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร เป็นเพลงเศร้าวะ.....ฮื่อออออ
    #16,513
    0
  16. #16487 dusita361 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:45
    ร้องไห้หนัหกมากจริงๆ
    #16,487
    0
  17. #16465 gxisimp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 21:56
    น้องหมูฮืออออ ขอให้พี่แกงได้ฟัง y__y
    #16,465
    0
  18. #16427 MildYJ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 14:25
    ยัยแกงง ฟังอยู่ใช่ไหมมม เราร้องไห้เหมียนหมาแน้วนะะะ ฮือออ
    #16,427
    0
  19. #16405 oneperson2 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 06:39
    ร้องไห้เหมียนหมา y_______y
    #16,405
    0
  20. #16355 Gumjai (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:50
    น้องหมูเก่งมากๆแล้ว เก่งมาตลอด
    #16,355
    0
  21. #16347 gnawkezi~* (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 14:09
    โอ๋ๆนะหมู
    #16,347
    0
  22. #16324 chicha_2026 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 00:19

    ร้องไห้หนักมาก อ่านทุกเรื่องที่ไรท์แต่ง

    ก็ร้องหนักทุกเรื่องเช่นกัน...พรุ่งนี้ตาบวมแน่จะตี1ละเนี่ย ..
    สงสารรรรร
    #16,324
    0
  23. #16310 551137 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 01:57
    ร้องไห้เหมือนจะตายเลยแม่!
    #16,310
    0
  24. #16293 piechicofic (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:51
    อินมากไม่ไหวแล้ว
    #16,293
    0
  25. #16248 kunkyu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 16:18
    ยิ่งไปหาฟังเพลงคืออินขั้นสุดดด เพลงเพราะมาก
    #16,248
    0