สิ่งที่เราเรียกว่าชีวิต

ตอนที่ 30 : ไอครีมแดง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.ค. 60

     ใครขุดมันขึ้นมาจากหลุมศพป่าช้าเก่า ฉันเห็นมันกลับมาแล่นบนถนนอีกครั้งหลังจากหายหน้าหายตาไปนานจากท้องถนน 134 ครีมแดง เคหะบัวทอง-หมอชิต มันเป็นรถเมลล์ที่ฉันรู้จักมาตั้งแต่ขึ้นรถเมลล์เองเป็นครั้งแรกของชีวิตตอนปอหก ฉันจำความอยากเป็นผู้ใหญ่ในตอนนั้นได้ อยากทำอะไรด้วยตัวเอง ไม่เอารถตู้นักเรียน ไม่เอาพ่อแม่ไปส่ง เลยหนีไม่พ้นรถเมลล์นี่แหละที่จะพาฉันไป บ้านอยู่บริเวณบางบัวทอง-บ้านกล้วย โรงเรียนอยู่บางใหญ่-เสาธงหิน ต้องเดินเข้าไปนิดหน่อยจากหน้าตลาดหรือนั่งวินจึงจะถึงตัวโรงเรียน ฉันหรือจะเสียตังค์นั่งวินสิบบาท ฉันเดินจากหน้าตลาดไปโรงเรียนทุกวันจึงต้องตื่นแต่เช้ามืด มันเป็นความคุ้มค่าสำหรับก้าวใหม่แห่งความรู้สึกเติบโต ภาพความทรงจำของฉันมันบอกว่าบางใหญ่เปลี่ยนแปลงน้อยมาก ตึกแถวร้านค้าขายของ โรงตลาดหลังคาสแตนเลส ทุกอย่างอยู่ที่เดิมเว้นต่การเปลี่ยนร้านเปลี่ยนเจ้า ภาพเด็กชายนักเรียนตัวเล็กที่เพื่อนผู้หญิงบางคนสูงกว่า ใส่แว่นทรงเก่าสีเขียวเข้มเลนส์เรียวออกวงรี หัวเกรียนขาวสามด้านถูกกฎระเบียบโรงเรียนรัฐบาลไทย สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ใส่สมุดหนังสือแน่น แล้วที่ขาดไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ตัวฉันตอนปอหกคือความเจ้าสำอางที่ไม่ยอมเล่นกีฬาอะไรเลยนอกจากวิ่ง ไม่ใช่วิ่งกรีฑานะแต่เป็นวิ่งหนีพวกอันธพาลประจำโรงเรียนมากกว่า(จริงๆไม่ได้เล่นกีฬาอะไรเลยนั้นแหละ) ฉันไม่เคยต่อยพวกอันธพาลนั้นเลย ต่อให้มันมาแกล้งฉันมากแค่ไหนฉันก็ทำได้แค่หนี ฉันรู้เหตุผลดีว่าทำไมฉันไม่ทำ พอโตขึ้น หลายเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นกับฉันตลอด ตั้งแต่ตอนนั้นถึงปัจจุบัน อารมณ์ฉันก็มักจะคล้อยตามมันไปจนสุด มีแค่เกือบ เกือบ แล้วก็เกือบ เพราะมักจะมีบางอย่างมาหยุดฉันทุกครั้งไป ไม่เพื่อน ก็อาจารย์ พนักงานต้อนรับ หรือพี่กล้ามใหญ่ที่ยืนสูบบุหรี่สบายใจก่อนบอกฉันว่าอย่าไปมีเรื่องกับพวกมันเลย มันมีอาวุธ

134 กำลังผ่านหน้าศาลากลางจังหวัด รถติดตรงนี้ทุกวัน มันมีอะไรน่าพิศมัยนักหรือไงคนถึงได้มาออกันเหมือนอีเจ๊ที่แย้งกันซื้อสินค้า sale ประจำฤดู บริเวณแยกแครายนี้ฉันไม่ชอบมันนัก ไม่ได้เพราะมันทำให้ฉันเสียเวลาเพราะรถติด แต่เป็นเหตุ เหตุที่อยากจะลบมันจากความทรงจำแต่ก็ทำไม่ได้ เหตุที่คนใจง่ายรักใครแล้วไม่เผื่อใจให้ความผิดหวัง………มันจบไปแล้ว นับจากวันนั้นฉันแทบไม่เคยมองออกไปนอกหน้าต่างตอนรถเมลล์รถตู้ข้ามแยก เหมือนแครายไม่มีถนนตัด มันเป็นถนนทอดยาวไปเดอะมอลล์งามฯ ที่รถติดนั้นก็เพราะอาแปะแกกำลังเข็นรถขายโอเลี้ยงข้ามถนนใหญ่โดยไม่ยอมใช้ทางม้าลายก็เท่านั้นเอง

นิ่งคาไฟแดงสักพักเหลียวสายตาออกไปข้างนอกหน้าตาบานที่ฉันนั่งติดมัน เห็นรถกรมราชทัณฑ์คันกลางๆ ลูกกรงแน่นหนาเว้นช่องว่างพอให้นิ้วรอดสอดออกมาสัมผัสอิสรภาพ ชายคนหนึ่งในกลุ่มใหญ่ชุดสีน้ำตาลอ่อนกับผมทรงนักเรียนมองมาทางฉัน ฉันไม่สู้สายตาคู่นั้นจึงก้มมองกระดาษแต่ก็เหลียวตามองเขาด้วยการมองบน รู้ล่ะว่าต้องทำผิดกฎหมาย เพ่งหรืออาญานั้นก็ไม่ทราบได้ เขาทำผิดอะไรเล่า ใช่ไปทะเลาะวิวาทหรือเปล่า อาจไปต่อยคู่อริ เหลื่อมล้ำพื้นที่การปกครอง สงครามงานบุญแห่นาคผ้าขาว ใครจะรู้ เขาอาจไม่โชคดีเท่าฉันที่มีคนค่อยสอนค่อยเตือนอย่าง อาจารย์เง็ก แกเป็นอาจารย์หนึ่งในสองคนที่ชี้แนะเรื่องการควบคุมสติกับฉันโดยตรง แกมีมาดอาจารย์ที่เดินทางธรรมเกือบเต็มรูปแบบ หน้าตาแกเหมือนคนจีนตามชื่อเล่น ชื่อจริงนั้นพอฟังทีแรกก็นึกถึงพุทธศาสนา ความรู้ทางศาสนาของฉันมีประกายมาจากแกนี่แหละ ถ้าไม่ได้แกฉันคงไม่รู้จักท่านพุทธภิกขุ ไม่รู้จักคู่มือมนุษย์ที่กำลังศึกษา ไม่รู้ว่าคนเรานั้นมันง่ายดาย

ฉันเห็นโรงเรียนก็รู้แล้วว่าต้องลงจากรถเมลล์คันนี้ เด็กชายวริศ ตัวเตี้ย แว่นทรงเก่าเลนส์รีกรอบเขียวเข้ม ผมขาวสามด้าน กระเป๋าเป้ใบใหญ่ พร้อมความเจ้าสำอางก็ก้าวลงมาจากรถครีมแดง ยังไม่ถึงจุดหมายถ้าฉันไม่เดินต่อไปนิดหน่อย เดินออกจากอดีตกลับมาปัจจุบัน แล้วก็เดินจากปัจจุบันไปสู่ปัจจุบัน ไม่มีอนาคตสำหรับฉันเพราะปัจจุบันเป็นตัวกำหนดไม่ใช่ความคิดหรือจิตนาการฝันเฟื่อง อะไรจะเกิดขึ้นมานั้นมันไม่เที่ยงแท้แน่นอนเลยจริงๆ

ฮ่าฮ่าฮ่า อาจารย์เง็กสอนฉันมาดี

 

อา โปโป้

21 .. 60

รถเมลล์ 134 ครีมแดง เคหะบัวทอง-หมอชิต2

1 ความคิดเห็น