สิ่งที่เราเรียกว่าชีวิต

ตอนที่ 29 : เดินในกรุง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.ค. 60

     ตอนนี้ก็นับครั้งไม่ถ้วนแล้วที่ฉันต้องมาหาแรงบันดาลใจสำหรับเรื่องอะไรลับๆฝั่งพระนครฯ ข้อมุลเป็นสิ่งสำคัญ ฉันจะไม่รู้ความหมายอะไรเลยถ้าฉันไม่รู้ความเป็นมาเป็นไปของมัน เหมือนกำลังหาปัจจัยสำหรับล่องนาวา ไหนเรือ แผนที่ เข็มทิศ เสบียง เป้าหมาย แต่ไม่มีลูกเรือ มีแค่กัปตันเรือเท่านั้น หนังสือจึงเป็นตัวแปรสำคัญของการล่าขุมทรัพย์ครั้งนี้ฉันจะยืมมันได้ครั้งละสองเล่ม เล่มละเจ็ดวัน เกินกว่านั้นโดนปรับวันละหนึ่งบาท ฉันเลือกหนังสือที่ฉันสนใจและหอสมุดรามไม่มีให้ยืม (ถ้ารวมปัจจัยจากรามแล้วจะเป็นเจ็ดเล่มเลยนะ) ฉันชอบเส้นทางที่ต้องผ่านมอธรรมศาสตร์ อาจารย์ฉันบอกว่าที่นี้เหมือนมอเราตรงที่ให้อิสระทางความคิดกับนักศึกษา แต่ว่าต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด จึงเกิดความหลากหลายทางความคิด กิจกรรม การเรียนการสอน(หลายคนคงไม่รู้ว่ารามก็มีลักษณะเหมือนมอปิดในเรื่องนี้) การแต่งกายฯ ผ่านท่ามหาราช วัดพระแก้ว หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน แล้วก็ถึงอาณาเขตที่ฉันวงไว้ในแผนที่ ระบุว่ามีขุมทรัพย์มหาศาลด้วยอยู่

     ความร้อนที่นี้ 37 - 40 องศาเซลเซียส เหงื่อไหลไคลย้อยเต็มหลังเสื้อเป็นวงกว้าง มีกระเป๋าสะพายหลังสีน้ำตาลคอยซับเหงื่อ เมื่อเหงื่อแห้งมันจะขึ้นเป็นคราบขาววงวงแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร ขณะกำลังขีดๆเขียนๆบางอย่างลงในกระดาษก็แอบมองความไม่เข้าใจบริบททางวัฒนธรรมไทยต่อพระพุทธรูปของชาวต่างชาติ เราก็เคยเห็นกรณีแบบนี้มาแล้วกับนักฟุตบอลคนหนึ่ง มันเป็นความไม่เข้าใจที่ฉันจะอธิบายแบบเรียบๆคงเป็นไปไม่ได้นอกจากจะบอกว่าพวกเราเคารพสิ่งนี้นะ โชคดีที่มีแต่ฉันกับกลุ่มชาวต่างชาติอีกประปรายที่เห็น ถ้ามีคนไทยผ่อนไม่ลงมาเห็นเข้า ฉันว่าเรื่องคงถึงสน.เป็นแน่

     มันเป็นความไม่เท่าเทียมแถบพระนครฯ ค่าอาหารมันสูงแต่รสชาติมันมาตรฐานไม่มีอะไรพิเศษ ฉันอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีเซเว่นหรือโรงอาหารมอธรรมศาสตร์ ฉันเข้าใจดีว่า พวกเขาขายให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ต้องทำใจล่ะ มันมาพร้อมระบบทุนนิยม บริดภคนิยม พวกเราถูกแบ่งเป็นชั้นๆตามกำลังทรัพย์ สินค้าบริการบางอย่างที่ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐาน ถ้าทรัพย์ไม่ถึงต่อให้มีกิเลสตัณหามากแค่ไหนก็อด ฉันเลยมักจะเห็นเพื่อนๆบางคนใช้เงิน กยศ. ไปซื้อสินค้าหรือบริการที่เกินปัจจัยหรือเกินความจำเป็นมาประกอบการดำรงชีวิตเสทอ อ่านะ ถ้าเขาชำรพหนี้หลังจากเรียนจบก็โอเค

     มองที่ Showtime  หน้าโรงหนัง มองหาหนังใหม่ประจำสัปดาห์ ข่าวมันผุดเป็นดอกเห็ดว่าเสด็จพ่อโลแลน กำลังสร้างอภินิหาร จึงมองหาหนังของเขา ดันคีก ฉันจ้องมองชื่ออีกครั้งเพื่อความมั่นใจเพราะจำได้ว่าไม่ได้ออกเสียงแบบนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า ดันเคิร์ก อายจนต้องหัวเราะให้กับ Pronunciation ของตัวเองวันพุธนะ เดียวฉันมาดู

     ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้หลังบันไดเลื่อนขึ้นโรงหนัง ฉันก็นึกถึงคำพูดของ รงค์ วงษ์สรรค์ที่พูดถึงคนกรุงเทพฯพร้อมมองร้านอาหารรอบตัว มีเมียคนกรุงนั้นหายากที่จะหุ้งหาอาหาร ต้มจืด แกงเลียงให้กิน(ฉันตีความมาอีกทอดหนึ่ง)” แล้วฉันก็หัวเหราะออกมาทันทีก่อนเสียงจะเงียบไปในบัดดลเพราะฉันรู้ว่า มันคือเรื่องจริง

อา โปโป้

20 ก.ค. 60

เซนทรัล ปิ่นเกล้า

1 ความคิดเห็น