สิ่งที่เราเรียกว่าชีวิต

ตอนที่ 23 : เล่าถึงแสง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มี.ค. 60

     ก็เหมือนวันวานที่ผ่านพ้นมากระทำคู่กับเวลาที่พ้นผ่าน ผมนั่งเหม่อลอยอยู่บนรถตู้เบาะพิเศษติดหน้าต่าง(คุณคงนึกออกนะครับว่าบนรถตู้จะมีเบาะตัวเดียวที่ไม่ติดกับใคร ซึ่งผมยกให้มันเป็นเบาะวีไอพีไปเลย) แสงอ่อนๆเหลืองแกมส้มสาดส่องอยู่ทั่วทุกหน เมฆเรียงตัวเป็นริ้วยาวพาดผ่านหลังคาบ้านเรือนที่บดบังความงามตามธรรมชาติที่หาดูได้ทุกๆตอนประมาณหกโมงเย็นของหน้าร้อน แสงไฟนีออนเริ่มปรากฏกายให้เห็นตามตึกรามบ้านช่องและถนนหนทางเหมือนกำลังยัดเหยียดความเปล่งปลั่งขอตัวเองให้เข้ากับความงามของแสงอ่อน แสงนีออนสะท้อนกับพื้นออกลวดออกลายต่างกันตามลักษณะของตัวหลอดและสี ซึ่งรถแต่ละคันมีไฟส่องสว่างอย่างน้อยสี่ดวง หรือมากกว่า ไหนจะบ้าน คอมโด สำนักงาน อาคาร ต่างต้องพึ่งหลอดนีออนทั้งนั้น พอดวงอาทิตย์คล้อยเหมือนคนกำลังจะเคลิ้มหลับทิ้งไว้แต่แสงเพียงเล็กน้อย หลอดนีออนกลับมีมีบทบาทขึ้นมาทันที มันทำหน้าที่นำทางให้คนนับล้านที่กำลังเดินทางไปสู่จุดหมายที่แฝงเล้นอยู่ในสมองก้อนน้อย มันส่งสัญญาณบอกบางสิ่งเหมือนเป็นกฏเกณฑ์ตายตัว มันบอกถึงความฉุกเฉินฉับพลันที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะ มันส่องสว่างให้คนที่กำลังทำกิจวัตรประจำวันไม่ว่าจะทำอาหาร กินข้าว ดูทีวี เล่นคอมพิวเตอร์ ทำงาน อ่านหนังสือเพื่อเบาสมองไปจนถึงเตรียมสอบปลายภาคที่แสนสาหัส รวมทั้งผมที่กำลังนั่งเขียนหนังสือใต้หลอดนีออนบนรถตู้ในช่วงเย็นคล้อยๆตลอดไปจนรุ่งอรุณ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆตั้งแต่ โทมัส อัลวา แอนเดอร์สัน ให้กำเนิดมันเป็นเวลายาวนานจนถึงทุกวันนี้โดยผ่านการพัฒนาในรูปแบบต่างๆในแต่ละยุคแต่ละสมัย แต่มันก็ยังคงเจตนารมณ์เดิมไว้ไม่เสื่อยคลายนั้นก็คือ ส่องสว่าง

     พออาทิตย์อัสดงลาลับ ปรากฏได้ชัดจากฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีดำขมัมแต่หาได้เปลือยเปล่าไม่ ยังมีริ้วเมฆร่องลอยผสมปนเปจนยากที่จะแยกไหนท้องฟ้าไหนก้อนเมฆ แสงนีออนส่องสว่างเจิดจรัสทั่วหัวระแหงหลากหลายแพร่วพราวพอมองเหม่อๆสลับสีไปมาเป็นเหมือนงานศิลปะที่แสดงในแกลอรี่แห่งใดแห่งหนึ่งซึ่งหายากจะเฉยชม นอกจากผมแล้ว มีใครบ้างไหมที่จะมาเฉยชมความงดงามของหลอดนีออนนี้ มันไม่แปลกใหม่เพราะเราทุกคนต่างเห็นมันทุกๆวัน แต่ก็น้อยคนนักจะมานั่งพินิจพิเคราะห์ความงดงามของหลอดนีออนในยามราตรี ถ้าสมมติว่าวันหนึ่งหลอดนีออนเกิดน้อยใจไม่อยากให้แสงสว่างแก่ผู้คนบนโลกแล้วเล่า โลกจะเป็นเช่นไร ทุกที่คงจะมืดมิดจนมองอะไรต่อมิอะไรเห็น ตัวอักษรบนป้ายโฆษณาจะทิ้งสีไว้โดยยากที่จะแยกมันด้วยตาเปล่าเพราะเราจะเห็นแต่สีดำเข้ม ดำเข้มมาก ดำปานกลาง เป็นต้น หรืออาจจะทำให้ตาของมนุษย์ถูกใช้งานในที่มืดมากขึ้นจนเกิดวิวัฒนาการในการปรับสายตาในที่มืดได้รวดเร็วขึ้นจนได้มนุษย์สายพันธุ์ใหม่เลยก็เป็นได้ ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่เราจะจิตนาการถึงความน้อยใจของหลอดไฟนีออน

     เมื่อทุกอย่างมืดมิดตามกาลเวลา มันส่งผลให้ภายในรถตู้มืดมิดจนมิอาจเขียนอะไรต่อมิอะไรได้อีก ผมต้องจำใจจบเรื่องราวที่สาวมายาวยืดเพราะ  'ผม' ขาดแสงที่เปล่งประกายจากตัว 'เธอ'

     หลอดไฟนีออน

1 ความคิดเห็น