สิ่งที่เราเรียกว่าชีวิต

ตอนที่ 22 : สะกดคำว่า ความสุข

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 มี.ค. 60

     สายลมแผ่วคล้อยเอื่อนเฉื่อยกระทบใบหน้ายามเวลาห้าโมงเย็น แผ่วๆโบกสบัดพัดปลิวไปตามสายธารแห่งท้องนภา สายตาทอดยาวไปตามฟุตบาทที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน หลบตาจากทุกสรรพสิ่งแหงนขึ้นไปมองท้องฟ้า ทอดอาลัยถึงบางสิ่งที่ขาดหาย ด้วยความอาลัยอาวอนทำให้ความคิดฟุ่งกระจายเหมือนอิเล็กตรอนแบบกลุ่มหมอกของโบว์ กลุ่มหมอกไปสัมผัสกับอดีตที่ยังติดตาตึงใจ บางไปสัมผัสกับร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่สัพพะจะหามาให้กิน บางสัมผัสกับกลุ่มคนที่สวนเสเฮฮาแลดูมีความสุขเนื่องจากสังเกตุได้จากรอยยิ้ม(รอยยิ้มบ่งบอกถึงความสุขจริงหรือ) ผมเดินไปตามฟุตบาทที่ถอดยาวแต่ไม่อาจเห็นจุดสิ้นสุดไดเพราะความเนืองแน่นเหมือนกับมองหาเส้นขอบฟ้าแต่มีตึกรามบ้านช่องมาบดบัง

     หนึ่งในกลุ่มความคิดที่ฟุ่งอยู่นั้น มันลั่นถามจิตใจที่อ่อนปวกเปียกว่า ความสุขของเราคืออะไร ใช่! นี่อาจแสดงให้เห็นว่าจิตที่อ่อนปวกเปียกนี้ ไม่มีความสุขหรือยังหาความสุขไม่เจอ

     ด้วยวัยที่ต้องย่างก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ผ่านการสังเกตุมากมายว่า การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่วันหนึ่งต้องตื่นเช้ารุดหน้าไปที่ทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแลกกับเงินตราซึ่งเป็นสิ่งที่มีความหมายมากในระบบเศรษฐกิจแบบผสมของไทย มันยากมากที่เราจะฉีกกรอบของระบบเพื่อก้าวสู่ความอิสระทางการเงิน(ผมไม่ชอบคำนี้เลย) อาจมีทางอื่นมีที่ไม่สามารถพันธนาการเรากับระบบแบบนี้ได้ บางประสบความสำเร็จ บางล้มเหลวพักไม่เป็นท่า ซึ่งผมก็สบสนกับตัวเองอยู่เนืองๆว่า ถ้าจบออกไปแล้วเราจะกลายสภาพเป็นมนุษย์เงินเดือนที่เราจงเกลียดจงชั่งนี่หรือเปล่า

     ความคิดมันฟุ่งไปถึงความสุขในอุดมคติที่ผมสร้างมันขึ้นจากการเรียนรู้ทางสังคมในปัจจุบันซึ่งมันกำลังเรียกร้องหาผู้คนที่พร้อมจะเชิดชูเราเป็นคนสำคัญ ทวินหาอำนาจต่างๆนาๆที่จะไปครอบงำสังคมประดุจหนึ่งเราเป็นใหญ่ในใต้หลา ด้วยความใฝ่ถึงสิ่งที่ตนต้องการมันกลับสร้างความปวดร้าวแก่จิตที่เรียกร้อง เสียงที่เปล่งออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนซาบซ่านไปถึงส่วนลึกสุดของจิตใจ 

     มีบางคนเคยบอกผมไว้ ไม่ซิ!!! มีหลายคนบอกผม พวกเขาบอกกล่าวผ่านตัวหนังสือบางๆบนหน้ากระดาษสีเหลืองจางๆพอให้อ่านสบายตาว่า 'ไม่มีสิ่งใดในโลกที่เที่ยงแท้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแปลเปลี่ยนไปตามกาลเลา' ซึ่งสิ่งใดในโลกนี้นั้นก็เหมารวมกับความสุขด้วย ทำไมล่ะ ความสุขมันออกจะดีจะตายไป แต่ทำไมธรรมชาติถึงสร้างมันให้เที่ยงไม่ได้ ตรงซิ ไม่ซิ!!! บนโลกปัจจุบันไม่มีใครทราบหรอก(หรือมี)ว่า เราจะมีความสุขแบบเที่ยงแท้ไปจนตลอดเวลาชีวิตได้อย่างไร ถึงได้มีบุคคลที่ผมนับถือเป็นอาจารย์ได้พร่ำสอนเสมอว่า 'พุทธศาสนาเรามุ่งเน้นเรื่องการพ้นทุกข์ โดยสอนให้รู้จักและวิธีการดับทุกข์' อ้าว!!! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความสุขด้วยล่ะ ผมคิดว่าสองสิ่งนี้เป็นของคู่กันและก็อยู่คู่กับสรรพสัตว์มาช้านานแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ถ่องแท้ทั้งอยู่คู่กับมันมาตั้งนานนม

     ด้วยใจที่ยังแสวงหาความสุขในอุดมคติไม่พบความทุกข์กลับก่อวอดขึ้นเป็นกลุ่มก้อนพอจะปกคลุมบ้างสิ่งบ้างอย่างให้ล้มหายในตัวมัน ผมเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างนี้อยู่ร่ำ เห็นตัวเองดิ้นรนอยู่ในกลุ่มก้อนความทุกข์ แต่ก็ไม่เลวร้ายเหมือนตอนเริ่มรู้จักกับมันใหม่ๆ มันทำให้เราพบผ่านกับละอองความสุขที่ปลิวเข้ามาดั่งสะเก็ดของความสุขอันกระจิดรินในอุดมคติหลุดร่วงมาสัมผัส

     อาจจะกล่าวได้ว่า ปัจจุบันผมยังสะกดคำว่า ความสุข ออกมาได้ไม่เต็มปากเพราะมัวแต่ไปแสวงหาความสุขในอุดมคติ แต่ก็รู้ตัว รู้ รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ถามว่าจะหยุดการค้นหาไหมหรอ ผมว่าไม่ เพราะผมยังสัมผัสถึงสะเก็ดความสุขได้อยู่ 

     เราอาจจะสะกดคำว่า ความสุข แตกต่างกัน แต่มันจะดีมากนะ ถ้ามีใครสักคนมาร่วมสะดวกคำว่า ความสุข อยู่เคียงข้างกัน(เขาอาจจะเปลี่ยนวิธีการสะกดคำว่า ความสุข ของผมก็ได้นะ อิอิ)

1 ความคิดเห็น