สิ่งที่เราเรียกว่าชีวิต

ตอนที่ 19 : ขำขำ วันวาเลนไทน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.พ. 60

     วาเลนไทน์จะกลับมาถามคุณซ้ำๆเดิมๆ 'หาแฟนได้หรือยัง'

     ซึ่งคำถามนี้ก็มีอิทธิพลต่างๆนาๆในแต่ละช่วงวัย เช่น 

     วัยเด็ก - อาจจะงงว่ามีไว้ทำไมไอวาเลนไทน์ ไว้แอบหอมแก้มเพื่อนสาวที่ตนตีตราว่าชอบทั้งๆที่ทำมันเกือบทุกวัน

     วัยรุ่นช่วงประถม มัธยม มหาลัย - จะค่อนข้างเฮิร์ท อารมณ์ชอบๆรักๆจะรุนแรงหน่อย อาจจะทั้งกิริยาท่าทาง หรือวาจา 'นี่เธอ รับดอกกุหลาบเป็นคำแทนใจว่ารักของเขาหน่อยซิ' 'ตัวเอง เขาชอบดอกกุหลาบของตนเองมากเลยนะ (คือถ้าเป็นดอกที่คนอื่นให้คงสวยสู้ไม่ได้ซินะ)' 'เขาไม่มีอะไรจะให้นอกจากหัวใจดวงน้อยดวงนี้ (มาสายจน)'

     วัยทำงาน - เป็นวัยที่ความรักน่าจะมั่นคง(ไม่เสมอไป) จึงเลือกที่จะแต่งงานลงหลักปักฐานมีลูกมีหลานสืบสกุลรุนช่อง 'นี่ตัวเอง เราคบกันมา 6 ปี 5 เดือน 4 วัน 3 ชั่วโมง 2 นาที 1 วินาที แล้ว มันเป็นเวลาที่แสน(จะ)อบอุ่น คงไม่มีใครจะมาแทนความอบอุ่นนี้ได้ แต่งงานกับเขานะ' 'ตั้งแต่เราคบกันมาเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เป็นที่สุดในใจของเขา คงไม่มีใครทำให้เขามีความสุขได้เท่าเธอ แต่งงานกับเขานะ'

     ผมนึกภาพไม่ออกจริงว่าหลังจากวัยทำงานแล้ว คุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยาย จะแสดงความรักในวันวาเลนไทน์กันอย่างไร หรือแสดงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่จำเป็นต้องรอวาเลนไทน์เลยก็ได้ใครจะไปรู้ ที่พูดมาทั้งหมดนี้คือคนที่สมหวังในความรัก(หรือเปล่า) แต่ในส่วนที่ไม่ได้กล่าวถึงล่ะ อย่างเช่น โสด ปลง(อยากอยู่คนเดียว) ใฝ่ธรรมะ(ยิ่งกว่าปลง) ผมขอมองเป็นปัจเจกบุคคล เป็นใครไปไม่ได้ว่าจะเป็นตัวผมเอง ว่าทำไมเขาถึงโสด(อาจจะเป็นตัวแทนแบบหนึ่งในล้าน)

     ด้วยถือว่าอ่อนวิชารักทำให้ต้องสอบตกบ่อยนักอยู่ล่ำไป จีบสาวคนไหน เป็นต้องหลบ ต้องเงียบ อยากหนักสุดก็หายไม่รู้จักกันอีกเลยก็มี อาจด้วยวิธีที่แปลก ที่ว่าแปลกในพิจารณาของผมในปัจจุบัน ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับคุณๆท่านๆหรือเปล่า จะมาชี้แจ้งแถลงไขในบัดเดียวนี้

     เคสตัวอย่าง

     ประถม - ผมจีบสาวด้วยการแกล้ง แกล้งมันถูกรูปแบบที่สมองเด็กประถมพอคิดได้ คือเ็นหน้ากันทีไรเป็นต้องวิ่งฝุ่นตลบกันเลยที่เดียว

     มัธยม - ความรักเกิดขึ้นหลายต่อลายครั้ง นับว่ามาก รวมถึงรักเดียวที่ยังฝั่งใจผมก็อยู่ในช่วงนี้ มีครั้งหนึ่ง(ไม่เกี่ยวกับรักเดียวนะ)เป็นวันวาเลนไทน์จำไม่ผิดน่าจะมอห้า ผมมีสาวคนหนึ่งเป็นรุ่นน้องมอสี่แอบชอบอยู่ จึงคิดกลเม็ดจีบสาวเหมือนเด็กทั่วๆไปคือ มอบดอกกุหลาบแต่ดอกกุหลาบเจ้ากรรมดันขายหมดหน้าโรงเรียน ไม่เป็นไร โรงเรียนเราใกล้ตลาด เลยนั่งวินไปตลาดหาซื้อดอกกุหลาบ เจ้ากรรมรอบสอง ดอกกุหลาบหมดตลาด อะไรของมันว่ะ(คือระแวกโรงเรียนผมมีโรงเรียนอื่นอยู่สี่ห้าโรงเรียน) ใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว เดียวไม่ทันกาล เลยตัดสินใจซื้อดอกเบญจมาศสีเหลืองที่ร้านดอกไม้ไหว้พระมามอบให้กับสาวที่แอบชอบ อยากรู้มันจะสื่อถึงความรักได้อย่างไร คิดซะว่าเป็นดอกไม้ก็แล้วกัน ยังดีที่น้องเขาทนอมน้ำใจรับดอกไม้ไหว้พระในวันวาเลนไทน์ แต่ที่แถมมาด้วยคือรอยยิ้ม ไอเราตอนนั้นก็คิดไปเองว่าน้องเขาคงชอบ แต่ไอเราในตอนนี้คิดว่าน้องเขาคงมองเราว่าไอนี้มันตลกดี(หรือว่าบ๊องๆ)

     มหาวิทยาลัย - มีเยอะเหมือนกันตอนช่วงปีหนึ่ง ผมรู้จักสาวคนหนึ่งจากที่เราเรียนวิชาเดียวกัน จึงวางแผนเข้าไปตีสนิท โดยแอบดักรออยู่ระหว่างทางที่เธอเดินกลับหอ พอเธอโผล่มาปุ๊บ ผมก็ออกไปป๊าบ ทำเป็นเนียนเดินตาม จนเธอหยุดด้วยความสงสัย ผมทำเป็นคุยถามนู๊นถามนี้ จนเธอกลัวเลยหลุดปากพูดออกมาว่า(ผมว่าไม่น่าจะหลุดปาก) 
"ตามมาทำไม ไอโรคจิต"
ผมยื่นนิ่งตีหน้าใสอย่างกะใช้สมูทอี แล้วพูดกับตัวเองว่า 
"what กูทำอะไรผิด"

     นี่ยังไม่รวมอีกหลายเรื่องที่หรรษาปาจิงโกะไม่แพ้กันในช่วง 22 ปีที่ผ่านมา

     มันอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งก็ว่าได้ว่า 'ทำไมผมถึง โสด'

     นิ้วกลม ชายที่ผมนับถือว่าเป็นยอดคนได้เขียนเกี่ยวกับชีวิตไว้ประมาณว่า
     "โลกจะหมุนเราไปอยู่ในจุดที่เราเรียกได้ว่า ลงตัว"
     (ผมจำคำพูดเป๊ะไม่ได้ แต่ความหมายน่าจะตรงกัน) 
     ซึ่งผมเชื่อว่าบางสถานการณ์จะนำพาเราไปพบเจอเธอคนใหม่ คนที่ผมจะบ้าใส่เธอได้โดยไม่โดนด่าว่าโรคจิต และเธอจะบ้ากลับซึ่งจะทำให้เราสองคนยิ้มไปพร้อมๆกัน เราสองคนกอดคอกันบ้าอย่างเข้าใจในสิ่งที่แต่ละคนเป็น ไม่มีข้อแก้ตัว ไม่มีข้ออ้าง ผลัดกันขัดเกลาความแตกต่าง ความไม่เข้าใจจนเป็นหนึ่งเดียวกัน ผมยิ้ม เธอยิ้ม นี่และนิยามรักแบบบ้าๆของผม ที่ยังค้นหาไม่เจอ

     ถ้าทฤษฏีโลกหมุนของนิ้วกลมเป็นจริง วริศอาจจะกลายเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลกก็เป็นได้ ถ้าไม่บ้าไปซะก่อน

1 ความคิดเห็น