สิ่งที่เราเรียกว่าชีวิต

ตอนที่ 18 : แด่อาจารย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ก.พ. 60

คำเตือน : บทความนี้มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาความเชื่อ อาจมีการกระทบกระทังอย่างแน่นอน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณ เพราะนี้คือสิ่งที่ผู้เขียนบทความได้สะท้อนออกมาจากจิตใจของผู้เขียนโดยตรงและนี่คือหลักความเชื่อของผู้เขียน

     ผมเห็นท่านอยู่บ่อยๆตามสถานที่ต่างๆของประเทศไทยเรา เรามักทักทายกันด้วยรอยยิ้ม ท่านมักจะยิ้มรับเมือนคนรู้จักกันมานมนาน ด้วยสายตาของท่านที่นิ่งเฉยไม่คิดจะสบตากับใครแฝงไปด้วยความสงบเยือกเย็นเจือรอยยิ้มเบาๆบนใบหน้า

     เรามักพบกันอย่างเป็นกิจลักษณะเมื่อผมก้าวเข้าไปในที่พำนักของลูกศิษย์ลูกหาท่าน ส่วนใหญ่มักจะมาหาด้วยปัญหาต่างๆนาๆ 'ทำไมช่วงนี้ผมเจอปัญหาเยอะจัง แก้ไม่ค่อยตก' 'ผมมักทำอะไรผิดๆกับผู้คน ใช้อารมณ์นำสติ' 'เบื่ออ่ะ อยากเจออะไรที่น่าตื่นเต้นในชีวิตช่วงนี้บาง' ฯลฯ ทุกครั้งที่ผมไถ่ถาม มักไม่มีคำตอบแม้เสียงกระซิบแผ่วเบามาไขปัญหาร้อยแปดที่แบกมา

     ในชีวิตยี่สิบปีที่ผ่านมาเคยฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาหลักคำสอนที่ผ่านมารุ่นต่อรุ่น ไม่รู้ว่าถูกบิดเบือนหรือเปล่าเพราะนี้ก็ผ่านมา 2560 ปีหลังจากที่ท่านจากไปที่ใครๆก็บอกกันต่อๆมาว่า จะไม่กลับมาอีกสู่โลกใบนี้ หลังจากที่ท่านจากไปหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านเคยสั่งเคยสอนแก่ผู้คนได้ถูกแพร่กระจายในวงจำกัดของการคมนาคม ผมเองในขณะที่ยังศึกษาคำสอนนั้น (ต้องยอมรับก่อนว่า ผมเป็นเด็กเจนใหม่ที่โตมาด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายสิ่งต่างๆที่ผ่านพบมาในชีวิต) ทำให้ผมเห็นท่านเป็นคนคนหนึ่งชัดเจนขึ้น คนที่เข้าใจกลไกการทำงานของธรรมชาติ โดยอธิบายกลไลต่างๆแม้ไร้ซึ่งคำว่าวิทยาศาสตร์เข้ามาจับเข้ามาแปลผล ด้วยความเข้าใจธรรมชาติ ทำให้การเข้าใจมนุษย์มนาหรือสรรพสิ่งที่อยู่คู่กับธรรมชาติเป็นเรื่องที่อยู่คู่กัน ในคำสอนที่ซอกซ้อนในภาษาที่ไม่ใช่ภาษาไทยทั้งหมดทำให้บางครั้งยากที่จะเข้าใจ ผมต้องสอบถามจากผู้ที่เคยศึกษามาก่อนเพื่อแปลเพื่ออธิบายในบทตอนนั้นๆ แปลกฮ่ะ ในบางบท (ขอย้ำว่าบางบทเท่านั้น) ท่านได้อธิบายความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ่งและตรงประเด็น มนุษย์ที่อยู่คู่กับสรรพสิ่งต่างๆ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตต่างปฏิสัมพันธ์กันโดยมีอารมณ์เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่นำไปสู่พฤติกรรมที่แสดงออกมา ในบางคำสอนอะไรที่ไม่ดี บางคนที่เคร่งนัก ก็ว่าผิด ว่าเลว ว่าแปลกแยกแตกต่างจากกลุ่ม รังเกียจเดียดฉันท์ แต่ผมว่าท่านไม่ได้สอนว่ามันเลว มันผิด เพียงแต่มันอาจจะให้ผลลัพธ์ที่เรารู้สึกไม่สงบ ไม่สบายใจ เครียด ต้องการคำแนะนำปรึกษา ซึ่งท่านก็อธิบายไว้ทั้งหมดแล้วถึงวิธีการหลีกเลี่ยง วิธีการดับ

     ตลอดเวลาที่ศึกษาคำสอนของท่าน ทำให้ผมอยากเข้าใจมนุษย์อย่างที่ท่านเข้าใจ แต่ผมจะอ้างอิงวิทยาศาสตร์อย่างสม่ำเสมอ เป็นการประสมลงตัวที่ทำได้ยก แต่ผมก็พยายาม จนในที่สุด ทำให้ผมพบว่าสิ่งที่จะมาตอบคำถามนั้นได้คือ จิตวิทยา นั้นเอง นี่เลยเป็นความฝันแรกๆที่มีความมุ่งมั่นเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญว่าจากเป็น นักจิตวิทยา (โดยเมื่อก่อนเราฝันตามคนอื่น เช่น อยากเป็นครู หมอ หรือวิศวะ)

     ผมอาจเรียกท่านได้ว่าครูท่านหนึ่ง ครูผู้ประสิทธิประสาทวิชา ไม่ใช่ผู้มีอิทธิฤทธิ์อภินิหารใดๆ ท่านเป็นคนธรรมดาที่เข้าใจสรรพสิ่ง ผมก็คนธรรมดาที่อยากเข้าใจสรรพสิ่ง

     น่าเสียดายนะท่าน เราเกิดห่างกันประมาณ 2640 ปี ผมมีคำถามที่อยากถามท่านตรงๆอยู่มากมายจริงๆ

1 ความคิดเห็น