คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Blue Room Blue Room | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่ประสมกับจิตนาการของผู้แต่งเมื่อเข้ารับรักษาตัวด้วยอาการทางจิต 

ซึ่งแต่งขึ้นเพื่อให้บุคคลทั้งหลายรู้ถึงความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยและอยากให้ผู้ป่วยรับรู้ว่าอาการป่วยทางจิตมิใช่อะไรที่ต้องอับอายหรือซ่อนเร้นจากสังคม ผมอยากให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยความหวังว่าเราจะดำเนินชีวิตไปกับมันได้อย่างมีความสุข

และผมก็ยังยืนอยู่เสมอว่า ผมเป็นโรคทางจิต

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 มี.ค. 61 / 11:38


"ผมต้องจัดเตรียมสัมภาระอะไรบ้างครับ"

"ไม่ต้องหรอก เพราะที่นี่พร้อมต้อนรับคนพิเศษอย่างคุณไว้เรียบร้อยแล้ว" บริกรตอบด้วยหน้ายิ้มระรื่น

"เชิญ"

ข้างในเป็นห้องนอนขนาดใหญ่สีฟ้าละลานตาไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เตียงที่ถูกคลุมด้วยเพื่อกันไม่ให้ฝุ่นเกาะไว้เค้าเตอร์เครื่องดื่ม เก้าอี้นวมสีน้ำเงินวางสลับกับตู้ขาวที่ใช้วางของ หน้าต่างทุกบานถูกเปิดออกกันด้วยมุ้งลวดหนึ่งชั้นและดามด้วยเหล็กดัดที่ทักทอเหมือนรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆร้อยเรียงกัน

"เชิญตามสะดวก"

เด็กหนุ่มยืนดูเตียงของตัวเองอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนที่บริกรจะนำผ้าปูเตียงออกเหลือไว้ซึ่งหมอน ผ้าห่ม และฟูก มองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นตึกใหญ่น้อยเบียดเสียดกันในระยะประชิดจนมองไม่เห็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ด้านล่างเหลือทางเดินเล็กๆเป็นรูหนอนให้คนเดินผ่านไปมา สอดส่ายสายตาเข้ามาในห้องผนังห้องเป็นสีฟ้าอ่อน พื้นเป็นสีฟ้าเข้ม และก็มีห้องน้ำที่ประกอบด้วยสิ่งต่างๆเป็นสีฟ้า 

ระหว่างสำรวจห้องก็มีบริกรเดินเข้ามา

"สวัสดีผู้มีเกียรติ์ กระผมบริกรหมายเลข 1 ขอต้อนรับผู้มีเกียรติ์เข้าสู่ Blue Room ที่นี่ท่านจะไม่สามรถติดต่อกับโลกภายนอกได้ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท เรายกเว้นไห้แต่โทรทัศน์เป็นการเพิ่มสุนทรีย์ใน Blue Room เค้าเตอร์น้ำสามารถบริการท่านได้ 24 ชั่วโมง เราอนุญาติให้ท่านอาบน้ำได้แค่วันละ 2 ครั้ง แต่เรามีชุดลำลองแค่ชุดเดียว อาหารจะมีให้ครบ 3 มื้อ เรามีมุมหนังสือเล็กๆให้ท่านนั่งอ่านตามอัธยาศัย ท่าน !!!! ต้องนอนตอนสองทุ่มทุกวัน ไฟใน Blue Room จะดับเมื่อถึงเวลาสองทุ่ม เราจะสงวนสิทธิ์เมื่อท่านจะเข้าห้องน้ำหหรือระหาย คำสั่งจากบริกรจะถือเป็นคำขาด และสิ่งสุดท้ายที่กระผมจะเอ่ยเพื่อท่านจะได้อยู่อย่างสุขสบายใน Blue Room ได้นั้นคือ จงรักษาตัวตนของท่านใน Blue Room"

ชายหนุ่มสบตากับบริกรหมายเลข 1 ด้วยไม่ลดละเพราะทุกคำพูดทุกสิ่งที่เขาเอ่ยมานั้นขัดกับอิสรภาพของเขา

"มีข้อสงสัยไหมครับ"

"นี่ผมเป็นนักโทษหรือไง ถึงไม่มีสิทธิ์จะทำอะไรตามใจชอบในที่แห่งนี้"

"เสียใจด้วยครับ Blue Room ไม่เคยมอบอิสรภาพให้กับใครจนกว่าบุคคลนั้นทำตามเงื่อนไขที่ถูกกำหนด"

บริกรหมายเลข 1 เดินออกจากห้องพร้อมปิดประตูกระจกที่เสริมด้วยลูกกรงเหล็กสี่เหลี่ยมอย่างช้าๆ 

เขาถูกทิ้งใช่ไหม.....ใช่ ! เขารู้ตัวก่อนจะเข้าห้องนี้เสียอีก แต่ด้วยยอมรับไม่ได้ น้ำตาไหลนองหน้า อั้นโทสะไว้ไม่ไหว กระน่ำหมัดเข้ากับหมอนเสียงดัง ตูบ ตาบ ตูบ ตาบ เขาซัดหมอนจนแขนเริ่มเมื่อย เหงื่อแตกพราก หมดแรงล้มลงนอนบนเตียง เงยหน้าขึ้นมองเพดาน เสียงสพอึกสะอื้นยังไม่จางหายไปจาก Blue Room บริกรหมายเลข 2 ก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมเสื้อและกางเกงดูแล้วลักษณะเป็นยูนิฟอร์ม บริกรวางมันลงตรงปลายเตียง เด็กหหนุ่มลุกขึ้นมาโดยไม่แยแสกับเสื้อผ้า

"กรุณาเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยครับ"

เด็กหนุ่มนิ่ง

"กรุณาเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยครับ"

เด็กหนุ่มตัดสินใจหยิบมีดที่วางอยู่โต๊ะพร้อมที่จะจ้วงมีดเข้าหาบริกรด้วยอารมณ์เดือดพล่าน

"คุณจะใช้แก้วน้ำทำอะไรหรอครับ"

เด็กหนุ่มชะงักงันเหลือบมองไปที่มือ เห็นว่าตนถือเก้าน้ำอยู่ ตกใจเผลอปล่อบแก้วน้ำหลุดตกลงพื้น

"กรุณาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สักครู่จะมีบริกรมาเก็บเสื้อผ้าเก่าของคุณ"

บริกรหมายเลข 2 หยิบแก้วน้ำมาวางไว้ที่เดิมแล้วเดินออกไปอย่างหน้าตาเฉยทำเหมือนไม่มีเหตุการณ์หรือปฏิกิริยาใดๆเกิดขึ้น

เด็กหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเอื่อยเฉื่อยเหมือนพยายามกวนประสาทบริกรที่เฝ้ารอรับเสื้อผ้าของเขาอยู่หน้าประตูกระจก

รอยน้ำตาที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าถูกปาดด้วยมือทั้งสองข้างเผยให้เห็นนัยน์ตาที่แดงกล่ำเหมือนมีเลือดไหลออกมาแทนน้ำตา

ด้วยความเพลียเขาทรุดตัวลงนอนบนเตียง เคลิบเคลิ้มไปกับการหมุนรอบของพัดลมเพดานจนหงอยหลับไป

แสงแดดยังไม่พ้นจากเส้นขอบฟ้า บริกรก็ปลุกเขาให้ตื่นมาอาบน้ำ เด็กหมุ่นมีอาการหงุดหงิดกับการต้องตื่นเช้าโดยไม่จำเป็น ความงัวเงียเจือปนเข้าไปในอารมณ์จนเขาอยากที่จะนอนต่อ

"คุณต้องอาบน้ำ" บริกรหมายเลข 1 

"ถ้าผมไม่อาบน้ำล่ะ"

"คุณก็จะอยู่ใน Blue Room นี้อย่างไม่เป็นสุข"

มันเป็นเสียงที่เย็นชาเหมือนไม่แยแสต่อความรู้สึกของเด็กหนุ่ม

เด็กหนุ่มมองไปรอบบริเวณเตียง ไม่เห็นเสื้อผ้าที่จะนำมาเปลี่ยนจึงเอ่ยปากถามว่า

"เสื้อผ้า ผมล่ะ"

"เราบอกคุณแล้ว เสื้อผ้าจะมีให้วันละชุดเท่านั้น"

"แล้ว......."

"คุณก็ใส่เสื้อผ้าตัวเดิมที่คุณใส่อยู่นั้นแหละ"

เพราะไม่อยากมีปัญหา จึงจำใจต้องอาบน้ำตามคำสั่งหลังอาบน้ำเสร็จ บริกรหมายเลข 2 ก็ยกถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะเลื่อน เด็กหนุ่มทรุดตัวนั่งลงบนเตียงก่อนเหลือบสายตาไปที่ถาดอาหาร ก่อนสะดุ้ง ทำหน้าบูดเบี้ยว ปากร้องตะโกนเรียกบริกรดังสนั่น

"นี่มันอะไรกัน"

"อะไรครับ" บริกรหมายเลข 2

"คุณจะให้ผมกินข้าวต้มที่เต็มไปด้วยเลือดสดๆกับชิ้นเนื้อที่ถูกเฉือดบางๆออกมาแบบยังไม่สุกนี้นะ"

"ผมให้คุณกินข้าวต้มหมูสับนะครับ"

"หมูสับบ้าอะไรนองไปด้วยเลือดและชิ้นเนื้อที่ยังไม่สุก"

เด็กหนุ่มกระแทกจานคว่ำลงกับพื้น ก่อนทำหน้าคลื่นไส้อาเจียน บริกรหยิบถาดอาหารขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วไปนำถาดอาหารใหม่มา เด็กสถบสาบานว่าจะไม่กินมันอย่างเด็ดขาด พอบริกรวางถาดอาหารตรงหน้าเด็กหนุ่มอีกครั้ง เขากลับเห็นเป็นข้าวต้มหมูสับ ด้วยความตกตะลึงนิ่งไปช่วงครู่ก่อนก้มลงไปมองดูข้าวที่ตกลงพื้นนั้น ซึ่งปรากฏเป็นข้าวต้มหมูสับเช่นเดดียวกัน

"ท่านซิครับ" บริกรหมายเลข 2 

"นี่มันข้าต้มหมูสับจริงๆใช่ไหม"

"ใช่ครับ"

ใจเด็กหนุ่มเต้นตูมตาม มือสั่นละลิกๆเอื้อมไปหยิบช้อนก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปาก

ข้าวต้มยังเหลืออยู่ข้องขอด เขานั่งสงงบสติอารมณ์อยู่บนเก้าอี้นวมด้วยความคิดฟุ้งซ่าน คิดถึงบ้าน คิดถึงถนน รถยนต์ วินมอเตอร์ไซค์ ท้องฟ้า ฯลฯ ทดแทนความคิดถึงเขาทำได้แค่มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นคนพลุกพล่านไปมาตามซอก ใจเขาได้ลอยไปอย่างเป็นอิสระ ทิ้งไว้ซึ่งร่างกายใน Blue Room

หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ บริกรหมายเลข 2 ก็เดินมาเก็บถาดอาหาร เขาก็ทอดกายอยู่บนเตียง คิดทบไปทวนมาเหมือนเด็กนั่งพับนกกระดาษ'ถ้าฉันรักษาตนใน Blue Room ได้ฉันจะอยู่รอดปลอดภัยอย่างงั้นหรือ แล้ว Blue Room จะมอบอิสรภาพให้ฉันใช่ไหม' สักพักบริกรหมายเลข 2 เดินตรงรี่มาพร้อมกับชุดยูนิฟอร์มตัวใหม่

"อาบน้ำครับ"

เด็กหนุ่มคว้าชุด เดินเข้าไปในห้องน้ำ ปลดเปลี้องเสื้้อผ้าอาพร ตักน้ำในถังมาอาบจากหัวไหล่ไหลจรดปลายเท้า ฟอกสบู่ สระผม แล้วก็ตักน้ำสีแดงเลือดลาดลงที่หัว น้ำสีแดงเลือดไหลกลบร่างของเขา ทำให้ตัวเขาแดงฉาด เด็กหนุ่มหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัว ปรากฏพบว่ามันเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำสีแดงเลือด เด็กหนุ่มขว้างผ้าขนหนูด้วยความตะลึงงัน หันหน้าไปส่องตัวเองในกระจกเห็นคราบที่เขาเข้าใจว่าเลือด ทันใดนั้นเสียงตะโกนก็กู่ก้องไปทั่วบริเวณ เขารีบใช้เสื้อที่จะนำมาเปลี่ยนมาเช็ดคราบเลือด เสียงหายใจที่แรง ฟืดฟาด ฟืดฟาด 

'นี้เป็นภาพลวงตาแน่ๆ มันไม่จริง' เด็กหนุ่มท้าตัวเองหยิบเสื้อที่ตัวเองเช็ดคราบเลือดขึ้นมาดู ปรากฏน้ำที่เปียกชุ่มไม่ต่างจากผ้าขนหนูที่เขาขว้าง เขาตรงไปดูที่ถังอาบน้ำปรากฏน้ำใสๆ มันทำให้เขาควบคุมเริ่มสติไม่อยู่ 

เด็กหนุ่มแต่งตัวเรียบร้อยด้วยอารมณ์ที่สั่นรัวตรงไปที่ประตูตะโกนร้องลั่น

"ผมอยากออกไปจากที่นี่"

บริกรหมายเลข 1 เดินมาหน้าประตูกระจก แง้มประตูออกเล็กน้อย ก่อนกระซิบบอกว่า

"ก็อย่างที่ผมเคยว่าไว้ Blue Room ไม่เคยมอบอิสรภาพให้ใครจนกว่าบุคคลนั้นทำตามเงื่อนไขจนครบ"

เด็กหนุ่มโมโหกระแทกประตู ปึงปัง ๆ เพื่อจะให้ประตูเปิดออก ถ้าเหมือนแรงของบริกรหมายเลข 1 จะมากเหลือต้านทาน ท่าทางก้าวร้าวเริ่มรุนแรง เขาฟัดกับเก้าอี้นวมและรองเท้า บริกรทั้งสองยืนมองดูเขาผ่านกระจก ล่อสายตาของเด็กหนุ่ม เขาตะคอกโฮกฮากสถบสาบานว่าถ้าเขาออกจากที่นี่ได้เขาจะฆ่าพวกเขาถูกๆคน พลางหยิบท่อนเหล็กมาฟาดเข้ากับกระจกประตูกระหน่ำด้วยความรุนแรงจนหวีหักออกเป็นสองส่วน

ข้างหลังบริกรทั้งสองมีปีศาจหนึ่งตนยืนมองเขาเหมือนกำลังดูสัตว์ป่าที่เกรี้ยวกราด มันพูดบ้างสิ่งกับบริกรทั้งสองก่อนจะเดินหายไปหลังประตูกระจก

เด็กหนุ่มเดินไปมาทั่วห้อง ในมือถือมีดกำไว้อย่างแน่นด้วยกลัวว่าจะมีใครมาทำร้ายตน เขาไม่ได้หลับไม่ได้นอน ระแวงตนอยู่ตลอด

ปีศาจที่หลังประตูกระจกเริ่มเยอะขึ้น ปริกรทั้งสองหายตัวไป มันทำให้สังหรใจไม่ดีพวกปีศาจในชุดสีขาวกางเกงสีดำ บางกระโปรงขาวมีหมวกอยู่บนหัว

สักพักใหญ่ ประตูถูกเปิดออกฝูงปีศาจกรูกันเข้ามาห้อมล้อมเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มขู่ว่าถ้าอ้ายปีศาจตนใดเข้ามาใกล้มาแม้เอื้อมนิดเดียว เขาจะฆ่ามันให้ตายด้วยมีดในมือของเขาอย่างแน่แท้

การหยั่งเชิงเกิดขึ้นได้ไม่นาน ฝูงปีศาจจึงตัดสินใจเข้าโรมรันพันตูกับเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มจ้วงปีศาจด้วยแก้วน้ำก่อนจะถูกล็อคตัว แก้วน้ำถูกแกะออกจากมือของเขา ณ บัดนี้เขาถูกพันธนาการไว้กับเตียงอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงคร่ำตรวญดังไปทั่วทั้ง Blue Room น้ำตาไหลพราก เขาหมดแรงที่จะต่อสู้กับพันธนาการ

ไม่กี่อึดใจ ปีศาจตนหนึ่งเปิดประตูฝ่าฝูงปีศาจ ท่าทางของปีศาจตนนี้เหมือนกับเพชรฆาตที่พร้อมจะประหารเขาด้วยมีดเล่มเล็ก

"พวกแกจะทำอะไร พวกแกจะฆ่าฉันใช่ไหม ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดอะไรเลย"

เพชรฆาตใช้มีดแทงเข้าไปบริเวณต้นแขนของเด็กหนุ่ม เสีบค้างไว้สักครู่ก่อนนำเข็มฉีดยาออก

เด็กหนุ่มตาเริ่มปริบๆก่อนจะหลับไปในไม่ช้า

เวลาดำเนินไปเป็นปกติ ร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกพันธนาการเฉยนิ่งเฉย แต่วิญญาณของเขาได้ล่องลอยอย่างเป็นอิสระในความฝัน

"หนุ่มน้อย หนุ่มน้อย หนุ่มน้อย"

เด็กหนุ่มค่อยๆตื่นจากอิสรภาพที่ถูกปลุกปั่นมาสู่โลกที่เขากลัว เขาส่องส่ายตาหาต้นเสียง

"มองมาทางนี้ หนุ่มน้อย"

เขาหันหน้าไปตามเสียงพันเห็นปีศาจตนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้นวม เขาพยายามดิ้มให้หลุดจากพันธนาการ แต่ด้วยความอ่อนล้าเต็มทน ทำให้เขาได้แค่บิดข้อมือ ข้อเท้า เท่านั้น

"หนุ่มน้อย เธอเห็นอะไร"

"ปีศาจ ผมเห็นปีศาจ"

"มันทำให้เธอไม่สบายใจใช่ไหมเมื่อเธอเห็นพวกเรา"

"กลัว กลัวว่าพวกแกจะมาฆ่าฉัน"

"เมื่อก่อนหนุ่มน้อยเห็นปีศาจแบบนี้ไหม"

"ไม่ ไม่เคย แต่ผมเห็น เลือด ชิ้นเนื้อ มีด ท่อนเหล็ก.....มันทำให้คนกลัว มันปรากฏตั้งแต่เหตุการณ์นั้น เพราะตอนนั้น ทำให้ผมเห็นสิ่งพวกนี้มาตลอด"

"แล้วเห็นอย่างอื่นอีกไหม"

"บริกรทั้งสองคน แต่เมื่อพวกคุณมาพวกเขาก็หายไป"

"ฉันว่าเขาไม่ได้หายไปไหนนะ"

"แต่ผมไม่เห็นเขาอีกเลย"

"หนุ่มน้อยจำได้ไหมว่า เธอเข้ามาใน Blue Room นี้ด้วยเหตุผลอะไร"

เด็กหนุ่มนิ่ง เขานิ่งเหมือนใน Blue Room มีเขาอยู่แค่คนเดียว

"ใช่ ผมรู้"

"ฉันไม่รู้นะว่าหนุ่มน้อยผ่านอะไรมาบ้าง เธออาจสู้กับสิ่งนี้มานาน จนทำให้เธอต้องมาอยู่ที่แห่งนี้ แต่ฉันมีข้อเสนอนะถ้าเธออยากออกไปจากที่นี่"

แววตาแห่งความหวังที่จางหายไปนานได้กลับคืนสู่เด็กหนุ่ม

"แล้วผมต้องทำอะไรบ้าง"

"ฉันต้องการความร่วมมือ"

"ผมให้ได้"

"แน่ใจ"

"ครับ"

"พรุ่งนี้จะมีกิจกรรมให้หนุ่มน้อยทำ ฉันเชื่อว่าเธอทำมันได้ แต่ตอนนี้เธอต้องนอนอยู่ตรงนี้ จนกว่าจะถึงเวลานั้น เรื่องการกินจะมีปีศาจตนอื่นๆมาบริการให้ หนุ่มน้อยวางใจได้เลยว่าพวกเขาจะไม่ทำร้ายเธอย่างแน่นอน"

"คุณให้สัญญาได้ไหม"

"ได้"

เวลาล่วงเลยมาถึงเช้าวันใหม่ เหล่าปีศาจมาปลดพันธนาการเด็กหนุ่มจากเตียง ถาดอาหารถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะสีขาวอย่างเรียบร้อย

"กิจกรรมจะเริ่มในยี่สิบนาทีนี้ จงเตรียมตัวให้พร้อม"

เด็กหนุ่มกินข้าว อาบน้ำ ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เรียบร้อย ปีศาจตนเดิมก็นำเขาเดินไปสู่ห้องที่จัดกิจกรรมพอเดินมาถึงหน้าห้องกิจกรรมปีศาจตนนั้นเอ่ยปากบอกแก่เด็กหนุ่มว่า

"มันไม่ง่ายเลยที่หนุ่มน้อยจะแยกความจริงจากสิ่งที่หนุ่มน้อยเห็น แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะให้หนุ่มน้อยจำไว้เป็นคติประจำใจ "จงมีสติ""

ประตูถูกเปิดออก เขาเดินเข้าไปในห้องเห็นปีศาจสามตน นั่งนั่งบนเก้าอี้คนละมุมของโต๊ะ หน้าเก้าอี้ที่เด็กหนุ่มต้องนั่งมีเขียงวางอยู่ บนเขียงมีหนูที่ถูกตึงไว้ทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ มีดหลายเล่มหลายขนาดถูดจัดวางเรียงไว้อย่างดี

"สวัสดีครับ พ่อหนุ่ม วันนี้เราจะมาทำกิจกรรมกัน มันง่ายมากเลย เพียงพ่อหนุ่มชำแหละหนูตัวนี้ ให้มันทรมานมากที่สุดจนต้องร้อง จิ๊ด จิ๊ด เอาล่ะเลือกอุปกรณ์... ที่คุณจะวาดรูปได้เลยนะค่ะ"

ภาพสลับจากเขียงหนูเป็นกระดาษเปล่า จากมีดกลายเป็นดินสอสี จากปีศาจกลายคนธรรมดา 3 คน

เด็กหนุ่มใจเต้นตูมตาบ ลมหายใจแรงผลาญความนิ่งสงบของจิตใจ

"ได้เวลาชำแหละแล้ว"

เด็กหนุ่มลืมตาบอกกับตัวเองว่านี้มันไม่จริง มันไม่ใช้เรื่องจริง

"รออะไรอยู่ หนูอยู่ตรงหน้าแล้ว"

เด็กหนุ่มเหงื่อแตกพลาก เขาค่อยๆเดินถอยหลังออกห่างจากโต๊ะแล้วหันหหนีมาเปิดประตูออกจากห้อง เมื่อประตูเปิดออกเขาต้องตะลึง ห้องที่เปิดออกมานั้นก็ยังเป็นห้องเดิมห้องเดียวที่เขาเปิดเข้ามา พอหันหลังกลับไปก็เห็นปีศาจสามตนเหมือนกันทั้งสองห้อง เหมือนเหตุการณืบังคับให้เขาเลือกที่จะสู้และสู้สถานเดียวเท่านั้น

เขามานั่งที่เก้าอี้ที่ตรงหน้าเขาคือเขียง หนู และ มีด

"คุณพร้อมที่จะชำแหละแล้วใช่ไหม มันคงสนุกแน่นอน"

เด็กหนุ่มหยิบมีด มือสั่น ก่อนระลึกถึงคติเตือนใจที่ปีศาจตนนั้นได้มอบให้เขา 'จงมีสติ'

เด็กหนุ่มหายใจเฮือกใหญ่เรียกสติแรงใจก่อนตะโกนคำรามเยี่ยงราชสีห์

"ผมไม่ได้มาชำแหละอะไรทั้งนั้น ผมมาที่นี่เพื่อ วาดรูปและระบายสี"

เขาปักมีดลงไปกลางตัวหนู แล้วเริ่มวาดภาพบนเขียง มิติของเขาเปลี่ยนไป เขียงกลายเป็นกระดาษ มีดกลายเป็นดินสอสี เขาวาดด้วยสติอันแรงกล้าท้าทายทุกความกลัว จนออกมาเป็นภาพตัวเขาเอง ตัวเขาที่อยู่เหนือการหลอกลวงทุกสิ่ง อยู่เหนือความโหดร้ายรุนแรง เขาอธิบายความหมายของภาพเหมือนผู้ที่เห็นโลกด้วยเนื้อแท้อย่างที่มันเป็น

Blue Room
Blue Room
Blue Room
Blue Room
Blue Room
Blue Room

หลังจากวันนั้นเขาก็ได้รับการรักษาควบคู่กับการบำบัดจิตใต เปิดเผย ยอมรับ ให้อภัย และอยู่กับปัจจุบัน

จิตแพทย์ : หมอว่าจิตใจคุณเข้มแข็งพอที่จะออกไปต่อสู้กับโลกภายนอกได้แล้ว

เด็กหนุ่ม : 'ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร'

จิตแพทย์ : หมอจะสั่งยาให้ กินตามที่หมอสั่งนะ ห้ามขาด!!!!!

เด็กหนุ่ม : แล้วโรคที่ผมเป็น...

จิตแพทย์ : คุณต้องยอมรับความจริง เราเลือกที่จะเป็นไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุขได้

เด็กหนุ่ม : ครับ

จิตแพทย์ : งั้นสัปดาห์หน้ามาตามที่หมอนัดนะ

เด็กหนุ่ม : ครับ ขอบคุณครับ

จิตแพทย์ : จงมีสตินะ หนุ่มน้อย

หวังว่าจะไม่ได้เข้าไปที่นั้นอีก ที่ซึ่งความทรงจำเลวร้ายได้ถูกทิ้งไว้(ตลอดกาล)

Blue Room

The End







ผลงานอื่นๆ ของ Arpopo

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น