Exo Love Stories Project - [Lay x You] We found love.

ตอนที่ 22 : *Time to go.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 ม.ค. 59

Part 22

Time to go






- your  part -

 

 

 

     "จะไม่ตามไปเหรอ?" เอ็ดดี้ถามเมื่อเห็นฉันยืนมองเลย์ที่เดินห่างไปเรื่อยๆ

 

 


     ฉันส่ายหน้าเบาๆตอบ  แต่นั่นก็ทำให้น้ำตาที่เอ่อคลอในดวงตา  หยดลงมาได้อย่างง่ายดาย   เขาคือคนที่รับฟังฉันทุกอย่างไม่ใช่เหรอ  แต่ทำไมถึงได้เดินจากไปแบบนั้น  ทั้งๆที่เขาไม่เข้าใจอะไรเลย

 

 


     "ฉัน..." ฉันสูดลมหายใจเข้า  เพื่อกลั้นสะอื้นก่อนจะพูดประโยคต่อไป  "ต้องทำงาน"

 

 

     "ลาซักวันนึงก็ไม่ได้เหรอ?"  เอ็ดดี้จับแขนฉันอย่างเป็นห่วง ไม่ดีเลยที่เขาจะต้องมาเห็นเหตุการณ์แบบนี้

 

 

     "ไม่เป็นไรหรอก   เดี๋ยวไปคุยกันทีหลังก็ได้"

 

 

     "ขอโทษนะ  ถ้าฉันไม่โผล่มา เธอกับเขาก็คงไม่เป็นแบบนี้"

 

 

     "บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไรนายกลับไปเถอะ  ฉันจะเข้าไปทำงานละ"

 

 

     "อืม~   มีปัญหาอะไรก็โทรหาฉันนะ"

 

     


     เขาพูดแล้วก็เอื้อมมือมายีผมฉันเบาๆ  ก่อนจะเดินจากไปอีกคน  วันนี้มีผู้ชายเดินไปจากฉันถึงสองคน  คนหนึ่งจากไปเพราะเขาได้แก้ไขความข้องใจที่เกิดขึ้นในอดีตให้ฉันหมดแล้ว

 

 

     ส่วนอีกคน...  เดินจากไป  เพราะไม่ได้ฟังความจริงจากฉันเลย


 

 





     ฉันกลับบ้านมาด้วยความหวังที่คิดว่าหากปรับความเข้าใจกับเลย์  สถานการณ์มันคงดีกว่าตอนนี้แน่ๆ  พอก้าวเข้าไปในบ้านก็ต้องเอื้อมมือกดสวิตซ์ไฟหน้าบ้านทันเมื่อเห็นว่าทั้งบ้านมืดไปหมดเจ้าของบ้านยังไม่กลับมา เหรอนี่คือคำถามที่เกิดขึ้นอยู่ในหัวอยู่ตอนนี้

 

 

 

     แต่เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน   คำถามนั้นก็หายไปเมื่อเห็นแสงไฟที่ลอดผ่านห้องของหนุ่มเจ้าของบ้าน  ฉันจึงรวบรวมความกล้าแล้วเคาะประตูห้อง

 

 


     ก๊อก   ก๊อก   ก๊อก

 

 

     "เลย์คะ"

 

 

     เงียบ...

 

 

     "อี้ชิง...    จางอี้ชิง"

 

 

     เงียบ....

 

 

     "คุณกินอะไรหรือยังคะ?"

 

 


     จนถึงตอนนี้ฉันก็เริ่มใจคอไม่ดี  เขาไม่เคยนิ่งแบบนี้  ทุกครั้งที่ฉันเรียกจะต้องมีเสียงตอบรับกลับมาเสมอ  ฉันกระพริบตาถี่ขึ้นเมื่อรู้สึกว่าขอบตาเริ่มร้อน  แต่มันไม่สามารถกักเก็บน้ำตาที่กำลังรื้นให้หยดลงมาได้เลย

 

 

 

     "ฉัน...  ฮึก   ซื้อต๊อกบ๊กกีชีสมาให้คุณด้วยนะ"

 

 

 

     ถึงแม้ว่าฉันพูดไปปาดน้ำตาไป  แต่ก็ไร้เสียงตอบรับมาจากคนในห้องอยู่ดี  ฉันก้มหน้าเม้มปากอย่างคิดหนัก  ก่อนจะเงยขึ้นมาแล้วเห็นไฟในห้องดับลง  เป็นสัญญาณบ่งบอกให้ฉันควรออกไปจากตรงนี้ซักที

 

 

 

     ฉันค่อยๆย่อตัวลงนั่งพับเพียบอยู่หน้าห้องของเลย์  ปล่อยน้ำตาให้หยดลงมาเงียบๆ 

 

 


     "วันนี้  ฮึก  ฉันตั้งใจจะมาให้คำตอบคุณ"  ฉันพูดออกมาลอยๆ  มันก็คงดีกว่าเก็บไว้ในใจแค่คนเดียวใช่มั้ยล่ะ  "ฮึกๆ แต่คุณคงไม่อยากฟัง..."

 

 

     ฉันยกมือปาดน้ำตาที่แก้มอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้น พยักหน้าเบาๆเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างในใจได้แล้ว

 

 


     "ถ้าฉันอยู่ที่นี่...  แล้วคุณไม่สบายใจ  ฮึก  งั้น...  ฉันย้ายออกนะคะ"

 

 


     เหมือนเดิม  ยังคงเป็นเพียงความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับฉันมา   ฉันพยักหน้าให้กำลังใจกับตัวเองอีกครั้งแม้ว่าตอนนี้น้ำตายังคงไหลไม่หยุด  ไม่เป็นไรยู  ชีวิตเธอมันไม่มีทางมีความสุขอยู่แล้ว  เธอเคยเศร้ายังไงมันก็จะเศร้าอย่างนั้นต่อไป   ไม่มีวันที่เธอจะมีความสุขเหมือนคนอื่นได้หรอก...  ไม่มีวัน

 

 

 




 

   ฉันตื่นขึ้นมาทำอาหารตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่เอาจริงๆจะเรียกว่าตื่นก็คงไม่ใช่  เพราะฉันแทบจะไม่ได้หลับซักนิด   ไม่ได้ขึ้นไปบนห้องด้วยซ้ำเพราะตัดสินใจทิ้งตัวเองลงบนโซฟากลางบ้านซะเลย

 

 

 

     ฉันพยายามยกปากตัวเองให้ยิ้มเมื่อเห็นเลย์  เขาเดินออกมาในสภาพผมยุ่ง ตาปูดโปน ชุดที่เขาใส่ก็เป็นชุดของเมื่อวาน   นี่ไม่คิดแม้กระทั้งจะอาบน้ำเลยใช่มั้ยนั่น  สีหน้าของเขาดูแปลกใจไม่น้อยที่เห็นฉันยืนอยู่ในครัวเวลานี้  สุดท้ายฉันก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อไม่ได้รับการแยแสจากร่างใหญ่สักนิดเดียว

 

 

 

     "ฉันทำอาหารเช้าไว้ให้แล้วนะคะ คุณจะกินเลยมั้ย?"

 

 

     เลย์เหลือบมองฉันแวบนึงขณะที่กำลังดื่มน้ำ  จากนั้นเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่พูดอะไรซักคำ

 

 


     ฉันถอนหายใจก่อนจะนั่งลงยัดข้าวใส่ปากอย่างเซ็งๆ  วันนี้จานข้าวที่อยู่ตรงข้ามฉันคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับข้าวหุงร้อนๆแน่ๆ  ทำไมทุกอย่างมันถึงได้แย่ไปหมดแบบนี้ล่ะ

 

 

     "ฮึก..."

 

 

     ฉันเคี้ยวข้าวไปอย่างช้าๆ จะบอกว่าเหมือนวัวที่กำลังเคี้ยวหญ้าอยู่ก็ได้  น้ำตาที่หยดลงมาเรื่อยๆไม่หยุด  ฉันจึงไม่คิดที่จะเช็ดมันอีก  ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับฉันไปแล้วที่กินข้าวเคล้าน้ำตาไปแบบนี้

 

 

     "ฮึก..."

 

 

     ฉันต้องไปจากที่นี่จริงๆน่ะเหรอ  ถ้าทำแบบนั้น  เขา...  จะโอเคขึ้นใช่มั้ย?

 

 

 

     เลย์อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เดินออกจากบ้านไปโดยที่เขาไม่แม้แต่จะหันเหลียวมามองกันขนาดอาหารที่วางบนโต๊ะอาหาร  เขาก็ไม่ชายตามองเลยซักนิด

 

 

     เจ็บ....

 

 

 

     คำเดียวที่กำลังสุมแน่นอยู่ในอกของฉันตอนนี้   เหนื่อยกับการที่จะต้องมานั่งจัดการกับความรู้สึกแย่ๆที่เกิดขึ้นแบบนี้เหลือเกินและก็เบื่อ...ที่จะต้องเห็นตัวเองจมอยู่กับน้ำตาซ้ำๆวนเวียนอย่างไม่หยุดหย่อน

 

 

 

     ฉันต้องทำยังไงความเจ็บปวดบ้าๆนี่มันถึงจะหายไปซักที....

 

 


     




     แล้วฉันก็พาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าคณะของเลย์  โดยในมือเต็มไปด้วยขนมที่ตั้งใจทำสุดฝีมือ  ด้วยความที่กลัวตัวเองจะคิดอะไรฟุ้งซ่านไปอีกจึงเข้าครัวทำขนมซะเลย  อีกอย่าง  เมื่อตัดสินใจว่าจะไปแล้ว  ฉันก็ไม่อยากจากไปทั้งที่ยังไม่เคยได้ทำอะไรตอบแทนเขา  อย่างน้อยให้ฉันทำได้ทำอะไรดีๆเพื่อเขาบ้างก็พอ

 

 


     "อ้าวยู   มาหาเลย์เหรอ?" พี่แทยอนเอียงคอถามฉันด้วยความสงสัย  เธอก็คงจะมาหาแบคฮยอนเหมือนกันสินะ

 

 

     "ค่ะ"

 

 

     "ป่ะ  เข้าไปข้างในด้วยกัน"

 

 

     แล้วฉันก็เดินตามผู้หญิงตัวเล็กคนนี้เข้าไปด้านในห้อง  ที่เต็มไปด้วยเครื่องดนตรีแต่กลับไม่มีใครอยู่ซักคน

 

 

     "นี่ทำขนมมาให้เลย์เหรอว้าวๆ  ฉันกินได้ใช่มั้ย?" พี่แทยอนทิ้งตัวลงโซฟาตัวเล็ก  แล้วตื่นเต้นกับขนมที่ฉันหอบมา

 

 

     "ค่ะ  กินได้ค่ะ"  พูดจบฉันก็มองไปรอบๆห้อง  เพื่อให้แน่ใจว่าในห้องนี้มีเพียงแค่ฉันกับพี่แทยอนจริงๆ

 

 

     "พวกนั้นไม่อยู่หรอก   ออกไปข้างนอกกับอาจารย์แต่เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว" พูดจบเธอก็ยัดบัตเตอร์เค้กเข้าปากอีกคำที่จริง เธอก็ลองโทรหาดูสิ ไม่แน่เลย์อาจจะรีบกลับมาหาเธอก็ได้"

 

 

     ฉันยิ้มขืนๆให้คนตรงหน้า  ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ

 

 

     "ไม่หรอกค่ะ   ยิ่งถ้ารู้ว่าฉันอยู่ที่นี่  เขา...คงไม่มาด้วยซ้ำ"

 

 

     ยิ่งพูดน้ำตาก็พาลจะไหลออกมาอีกครั้ง  แต่ก็ต้องข่มเอาไว้ แสดงให้คนตรงหน้าเห็นว่าฉันไม่เป็นไร

 

 

     "ทะเลาะกันเหรอ?"

 

 

     "เปล่าค่ะ   แค่เลย์กำลังเข้าใจผิด   แต่เขาไม่ยอมฟังอะไรจากฉันเลย"

 

 

     "เฮ้อออไม่คิดเลยว่าเธอจะมาเธอปัญหาแบบนี้   ทั้งที่เลย์ก็ดูจะรักเธอมากขนาดนั้น"

 

 

 

     รู้สึกเหมือนมีใครกำลังค่อยๆบีบหัวใจของฉันเมื่อพูดแทยอนพูดแบบนั้น  ถ้ารักกันก็ควรจะฟังเหตุผลกันบ้างสิ  ถ้ารักกัน  ก็ไม่ควรทำให้เจ็บแบบนี้

 

 


     ฉันก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่ร่วงลงมาอย่างห้ามไม่อยู่   แต่ก็รู้ว่ามันก็คงไม่พ้นสายตาของคนตรงหน้า  พี่แทยอนลูบหลังของฉันเบาๆจนฉันกลั้นสะอื้นไม่ไหว   สุดท้ายก็ต้องเข้าโผกอดเธออย่างหาที่พึ่ง

 

 

     "ฉันรู้   ว่าเธอรู้สึกยังไงนะยู"

 

 

     "....."

 

 

     "แต่ถ้าฉันเป็นเลย์   ฉันก็คงลังเล"

 

 

     "....."

 

 

     "เพราะบางที  ก็ไม่มีใครแยกแยะออกหรอกนะ  ระหว่างเหตุผล.... กับคำแก้ตัว"

 

 

     "....แต่ที่เขาทำแบบนี้  มันไม่มากเกินไปหน่อยหรอคะ  ฮึกๆ เขาจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน "

 

 

     "เวลาที่เราเจ็บ  เราก็มักจะรู้แค่ว่าเราเจ็บ  เราไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นๆจะเจ็บเหมือนเราหรือเปล่า   จริงมั้ย?"

 

 

     "....."

 

 

     "เลย์อาจจะเจ็บไม่น้อยไปกว่าเธอ...."

 

 

     "....."

 

 

     "แล้วก็คงมีคำถามอยู่ในหัวเหมือนกันว่าเธอจะรู้บ้างมั้ย...  ว่าเขาเจ็บแค่ไหน  อยู่ก็ได้"





TBC

 

เฮ้อออออ ไหงพี่เลย์ทำงี้ล่ะ =_____=

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

99 ความคิดเห็น

  1. #95 UFOMOMO__MO (@UFOMOMO__MO) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 13:10
    อี้ชิงทำไมเย็นชาแบบยี้บ์
    #95
    0
  2. #64 aelen_Alexandra (@aelen_Alexandra) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 21:05
    เลย์ง่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #64
    0
  3. วันที่ 15 มกราคม 2559 / 12:04
    ฟังกันบ้างเซ่ ~ T[]T //ดราม่าแรงงงงง
    #63
    0
  4. #62 Layixxx (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 01:43
    ฮือออออออ พรากเลยค่าาาาา เลย์คะ อี้ชิง จางอี้ชิง ... จะไม่ฟังกันเลยจริงๆหรอ ฮือออออออ



    / ไรท์ขาาาาาาาา ฮือออออออออ ร้องไห้ตามยูไปแล้ว โดนเย็นชาใส่แบบนี้ไม่ดีต่อใจเลย งื้อออออออ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #62
    0
  5. #61 Kedsarapron Ponhai (@kedsarapron224) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 00:21
    ไม่สบายใจเลยคืนดีกันเร็วๆน่พ
    #61
    0