ฟิคtwisted wonderland x oc(This love meet in a dream.รักนี้เจอในฝัน)

ตอนที่ 7 : หอแรมแชตเกิล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 เม.ย. 64





"แน่ใจนะคะ ว่าจะไม่ไปหาหมอดูอาการหน่อยจริงๆน่ะ ผู้อำนวยการ?"
"ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง ผมว่า อะแฮ่ม! กลับมาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่าครับ"


     หลังจากที่ใช้เวลาเรียกสติผู้อำนวยการอยู่สักพัก ทั้งเขย่าตัวเขาสองสามทีกับตบหน้าเรียกสติทีนึง ในสุดเขาก็กลับมามีสติครบถ้วนอีกครั้ง

"ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทำไมมันถึงทำแบบนั้น แต่ฉันก็ต้องขอโทษแทนด้วยจริงๆค่ะ ถึงยังไงมันก็เป็นของๆฉัน"
"ไม่เป็นไรครับ ผมพอจะเข้าใจเหตุผลที่มันเป็นแบบนั้นอยู่ ถึงจะไม่ได้พบเจออยู่บ่อยๆก็เถอะ"
"การที่ของมันขยับไปเองนี้เป็นเรื่องปกติของที่นี้งั้นสินะ"
"ครับ เป็นเรื่องปกติ แต่กลับอุปกรณ์เวทย์ที่ขยับของมันเองโดยที่เจ้าของไม่ได้ร่างคาถาเนี่ย ก็ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆหรอกน่ะครับ "

"พอผมบอกว่าจะเอามันไปตรวจสอบก็เข้ามาทำร้า- เอ่อไม่ๆ เข้ามาโจมตีผมแบบนี้น่ะ ถ้าไม่ได้โดนคาถาสั่งไว้ว่าให้อยู่ไกล้เจ้าของตลอด ก็คงเป็นจิตวิญญาณที่อยู่ข้างในปากกานั้นละครับ ถึงได้ทำการป้องกันตัวเองเมื่อผมจะมาเอามันไปจากคุณ ก็เลยโจมตีใส่ผมแบบนั้น"


     เซียอาน่าตังใจฟังเรื่องที่ผู้อำนวยการเล่า ถึงจะมีบ้างบางเรื่องที่ไม่เข้าใจ และเกิดคำถามขึ้นมากมายในหัว แต่สิ่งนึงที่เธอรู้ก็คือทุกคำถามที่เธอสงสัยเกี่ยวกับเจ้าดาบปากกานี้ จะได้รับคำตอบจากคนๆเดียวกับคนที่ให้เธอมานั้นแหละ

"แล้วคุณคิดที่จะอยากตรวจสอบมันอยู่ไหม?"
"คงไม่แล้วละครับ ถึงแม้ว่าเจ้าขออย่างคุณจะอนุญาต มันก็คงไม่ยอมให้ใครจับได้ง่ายๆแน่ แต่! มันก็ทำให้ผมแน่ใจได้ข้อนึงแแล้วละครับ"
"อะไรหรอ?"

"ถึงแม้ว่าตัวคุณจะไม่มีเวทมนตร์ แต่ตัวของคุณต้องมีพลังอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในตัวแน่ๆครับ"


     ผู้อำนวยการตอบกลับมาด้วยความมั่นอกมั่นใจเต็มร้อย แต่กับตัวเด็กสาวนั้นได้แต่ยืนทำตาปริบๆ เพราะไม่เข้าใจว่ามันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง ก็เพราะตัวเธอนั้นเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆคนนึง ใช้ชีวิตปกติมาตลอด จนมามีวันนี้แหละที่มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับเธอ


     และเหตุผลเดียวที่เธอยอมตกลงรับข้อเสนอ ให้ต้องมาเจอเรื่องแปลกๆนี้ก็มีรู้แค่เรื่องเดียว.....


"งั้น ที่คุณพูดก่อนหน้านี้ ที่ว่าโรงเรียนนี้รับแต่ผู้ที่มีเวทมนตร์กับมีความสามารถเข้ามาใช่ไหม?"
"ใช่ครับ ไนทเรเวนคอลเลจของเรานั้นจะรับนักเรียนที่มีความสามารถผ่านกระจกแห่งความมืด แล้วผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้นที่จะเข้ามาที่นี้ได้ แต่กรณีของเจ้าทา- อะแฮ่ม ของทานุกิคุงนั้นเขาแอบลอบเข้ามาครับ"
"แล้ว...อย่างฉัน"
"อื่อ...ส่วนคุณยูเมะ มันอาจจะเกิดจากข้อผิดผลาดอะไรสักอย่าง แต่การที่คุณเข้ามาที่นี้ได้นั้นก็เป็นผู้ที่กระจกแห่งความมืดเลือกมาเหมือนกันครับ"


     ผู้อำนวยการพูดก่อนที่จะหันไปขอความเห็นกับกระจกแห่งความมืด ใบหน้าบนกระจกนั้นหันมามองที่เธอครู่นึงก่อนที่จะพยักหน้าตอบ 


     มือเรียวบางเลื่อนลงไปแตะที่กระเป๋ากางเกงสัมผัสถึงสิ่งที่เก็บเอาไว้อยู่ภายใน ภาพของหญิงสาวโปรงแสงก่อนที่มันจะกลายเป็นขวดเเก้วที่มีน้ำวิเศษอยู่ภายใน ริมฝีปากเมินเข้าหากันแน่น เมื่อสัมผัสได้ถึงของอีกชิ้นที่อยู่ในกระเป๋า

     รูปถ่ายที่ถูกเผาไปต่อหน้าต่อตากลับมาอีกครั้ง....


"ผู้อำนวยการ ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้อง"


     'ไม่เป็นไร ถ้ากำจัดสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ที่นี้ได้สำเร็จ แล้วแค่ดื่มน้ำนี้ เรื่องพวกนี้ก็จะเป็นแค่ฝันไป แล้วเราจะกลับบ้านไปด้วยกัน ใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น รูปถ่ายนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว'



     แล้วเรื่องแปลกๆพวกนี้ก็จะเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน....



"ฉันขอทำงานที่นี้ได้ไหม?"



     เมื่อสิ้นคำพูดผู้อำนวยการก็นิ่งค้างไปเฉยเลย แบบติดสตั้น เพราะไม่คาดคิดกับคำตอบที่เด็กสาวพูด


"เอ๋ะ? ทะ ทำงานหรอครับ"
"ค่ะ ถ้าบอกว่าขอเข้าเรียนที่นี้ก็คงไม่ได้เพราะฉันไม่มีเวทมนตร์ แต่ถ้าทำงานละก็ ฉันว่าฉันทำได้แน่นอนค่ะ"
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ แต่คุณเป็นผู้หญิง การที่คุณมาอยู่ที่นี้มันอาจจะ...ไม่สิเรื่องนั้นอาจจะไม่สำคัญเท่าไร"


     ผู้อำนวยการยกมือขึ้นมากุมคางเหมือนกับใช้ความคิดอะไรสักอย่างก่อนที่จะหันมามองเด็กสาว เซียอาน่าเองก็ยืนนิ่งรอฟังคำตอบของเขา


"ผมขอถามคำถามนึง คุณอายุเท่าไรครับ?"
"ปีนี้ 16 พอดีคะ"
"งั้นก็พอดีกับเด็กปีหนึ่งเลยสินะ แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย อืม...."





"ไม่ได้ครับ"




     คราวนี้เป็นเซียอาน่าเองที่ถึงกับพูดไม่ออกไปไม่เป็น



"ถึงแม้ว่าตัวตนของคุณจะมีสิ่งน่าสนใจอยู่ แต่มันก็คนละเรื่องกับที่ว่าผมจะรับคุณมาเข้าทำงานไหม ตัวคุณเองก็ยังเด็กอยู่ด้วย แล้วยิ่งคุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่นี้ด้วย"
"แล้วการที่ฉันเป็นผู้หญิง มันมีปัญหาอะไรหรอคะ?"
"มีสิครับ เพราะที่นี่เป็นโรงเรียนชายล้วน"

เมื่อได้ฟังแบบนั้นเซียอาน่าก็ถึงกับไปไม่ถูกอยู่เหมือนกัน ก็ว่าอยู่ทำไมตอนที่ผู้อำนวยการกับคนอื่นๆเมื่อรู้ชื่อเธอถึงพูดว่า ชื่อเธอเหมือนเด็กผู้หญิง แล้วไหนจะตอนที่ฮู้ดคลุมหัวหลุด ทุกคนถึงทำท่าทางตกใจกันแบบนั้น


"ถึงจะน่าเสียดายแต่ผมจำเป็นต้องส่งคุณกลับบ้านครับ"
"เอ๋? จริงหรอ ทำได้ด้วยหรอ?"
"ได้สิครับกระจกแห่งความมืดสามารถทำได้ครับ"
"ถะ ถึงอย่างนั้น...."


     'ถ้าฉันกลับไป ฉันก็ไม่สามารถ ได้เธอกลับคืนมาสิ'



"ฉันกลับไม่ได้...."


     น้ำเสียงของเซียอาน่านั้นสั่นเล็กน้อยมือบางยกขึ้นมากุมกันเอาไว้ ผู้อำนวยการหันมามองที่เด็กสาวอย่างแปลกใจ ท่าทางของเด็กสาวนั้นเหมือนกับว่ากำลังกลัวอะไรบางอย่าง


     'หรือว่ามีปัญหากับที่บ้านรึปล่าวนะ'


     ด้วยความที่ตัวเขาเองก็ไม่ทราบได้ว่าเหตุผลที่แท้จริงนั้นมันคืออะไร แต่ท่าทางของเด็กสาวนั้นดูเหมือนกำลังกลัว


"ฉันกลับไปไม่ได้ ที่นั้น ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว"
"ไม่เหลือใคร....คุณหมายถึง"


     มือบางกุมกันแน่นขึ้นเมื่อนึกถึงความเป็นจริง ถึงแม้ว่าตัวเธอจะมีคนรับไปเลี้ยงดูแล้วก็ตาม แต่ความเป็นจริงนั้นมันก็ไม่ได้ต่างไปจากสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด



"ฉันเสียครอบครัวไปหมดแล้ว....."



     ผู้อำนวยการมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าครามใบหน้านั้นยามที่พูดดูนิ่งเรียบดูไร้อารมณ์ แต่แววตาที่สื่อออกมานั้นมันบอกเขาว่ามันไม่ใช่เรื่องโกหก เด็กสาวตรงหน้านั้นอาจจะผ่านอะไรมาเยอะกว่าที่เขาคิด และมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าที่เห็นภายนอก ถึงสามารถเก็บซ่อนอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้ดี


"คุณอยู่ตัวคนเดียวหรอครับ"
"....ใช่คะ"



     'ขอโทษนะคะคุณน้า คุณอา หนูจำเป็นต้องพูดแบบนั้นจริงๆ'


เซียอาน่าเเอบขอโทษคุณน้ากับคุณอา หรือก็คือพ่อแม่แท้ๆของเจ้าสองแฝด ซีม่อนกับซีนอยในใจ ที่เธอต้องพูดแบบนั้นเพื่อพยายามหาข้ออ่างให้อยู่ที่นี้ต่อได้ เพื่อทำตามของเสนอที่ตกลงเอาไว้กับคนพวกนั้น เพราะถ้าเธอทำสำเร็จ เธอจะได้ครอบครัวของเธอคืนมา


     มือบางที่ยังคงกุมกันแน่นอยู่นั้นยิ่งแน่นขึ้นกว่าเดิม เมื่อนึกถึงเหตุผลจริงๆที่เธอต้องทำเพื่ออยู่ที่นี้ ยิ่งคิดในใจนั้นก็ยิ่งรู้สึกเศร้า ว่าถ้าเธอทำพลาดไป หรือปล่อยให้โอกาสในครั้งนี้หลุดมือไปละก็ ชาตินี้ทั้งชาติ เธอจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย


     'ไม่ว่ายังไง ฉันก็ต้องนำเธอกลับมาให้ได้'



"คุณยูเมะ"


น้ำเสียงทุ้มของผู้อำนวยการดังขึ้นมาในระยะประชิด เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับร่างอันสูงใหญ่ของผู้อำนวยการมายืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาสีทองภายใต้หน้ากากจับจ้องมองลงมาที่เด็กสาว ก่อนที่มือหนาที่สวมถุงมือแล้วมีเครื่องประดับเหมือนกับกรงเล็บ จะยื่นมาสัมผัสที่ข้างแก้มข้างซ้าย


"ร้องไห้อีกแล้วนะครับ"



     เซียอาน่าเบิกตากว้างอย่างตกใจพร้อมกับที่มือหนาของผู้อำนวยการจะค่อยๆปาดน้ำตาให้ออกไปจากใบหน้างาม ตัวเธอนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองนั้นกำลังร้องไห้อยู่


"คะ คือ..ขอโทษค่ะ มันไหลออกมาเอง"
"จะร้องออกมาก็ได้นะครับมันไม่ผิดหรอก ร้องออกมาให้หมดจะได้ไม่มีอะไรต้องหนักใจ ผมจะอยู่ข้างๆเอง"


     มือหนาย้ายจากข้างแก้วขึ้นไปวางบนหัวพร้อมกับลูบเบาๆเพื่อเป็นการปลอกใจ เซียอาน่านิ่งค้างไปชั่วครู่เมื่อได้ฟังสิ่งที่ผู้อำนวยการพูด บวกกับสัมผัสที่แสนอบอุ่นที่มีใครสักคนเข้ามาปลอบโยนแบบนี้




     'ไม่เป็นไรนะ ฉันจะอยู่ข้างๆเอง'




     ทั้งคำพูด และน้ำเสียงเหมือนกับในความทรงจำที่นานจนลืมเลือน ตั้งแต่ที่เสียเธอไป เซียอาน่าก็ใช้ชีวิตโดยการพึ่งตัวเองมาตลอด จนคุณน้ากับคุณอา มารับเธอไปเลี้ยง แต่ก่อนหน้านั้น ในทุกๆคืนที่ฝันร้าย ไม่มีอีกแล้วคนที่จะเข้ามาปลอบ ตอนที่เจ็บตัวจนได้แผล ไม่มีอีกแล้วคนที่จะอยู่ข้างๆ และปลอบใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้น เธอเสียมันไปหมดแล้ว เธออยู่ตัวของเธอเองมานานมาก จนคิดว่าชีวิตนี้ ไม่ต้องการให้ใครมาปลอบใจ หรืออยู่เคียงข้างๆอีกแล้ว


ใบหน้างามก้มล้งมองพื้น ริมฝีปากที่สั่นนั้นกำลังระงับอารมณ์ของตัวเองว่าอย่าร้องไห้ออกมานะ เพราะมันไม่มีความจำเป็นเลยที่ต้องร้องไห้ เพราะยังไง เธอก็อยู่แบบนี้มาตลอดนั้นแหละ...


พรึบ...



"ผะ ผู้อำนวยการ?"
"ผมขอเสียมารยาท ผมคงปล่อยให้เด็กผู้น่าสงสารแบบคุณนั้น ต้องแบกรับอะไรเอาไว้มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ถึงมันจะไม่มากหรือช่วยอะไรเลย แต่ผมก็ขอแค่ได้กอบปลอบโยนคุณเถอะนะครับ"


     ศีรษะของเซียอาน่าถูกมือหนาของผู้อำนวยการดึงเข้าไปให้ชินกับอกของเขาจนได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ สิ่งที่เขาทำนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากผู้ใหญ่กำลังปลอบเด็กที่กำลังร้องไห้อยู่เลย เพียงแต่เด็กคนนี้นั้นดื้อไม่ยอมร้องออกมาก็แค่นั้น




     แต่เซียอาน่าก็ไม่ได้ขัดขืนเธอทำเพียงแค่ยืนนิ่งเอาหัวพิงองของเขาแล้วปล่อยให้มือหนานั้นลูบหัวเธอต่อไปเท่านั้น


     ถึงอยากร้องไห้อีก แต่มันก็ร้องไม่ออก










"ดีขึ้นรึยังครับ?"


     เด็กสาวพยักหน้า แต่ผู้อำนวยการก็ยังแอบเห็นคราบน้ำตาบนหน้าอยู่บ้างก็ตาม แต่สีหน้าของเด็กสาวนั้นก็ถือได้ว่าดีกว่าก่อนหน้านี้เยอะแล้ว


"เรื่องที่เราคุยกันก่อนหน้านี้ผมว่าผมมีทางออกให้แล้วละ ถ้าคุณไม่อยากกลับ"


     เซียอาน่าเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเช็ดคลาบน้ำตาหัวเองออกอย่างลวกๆอีกครั้ง พร้อมกับจ้องมองผู้พูดด้วยแวตาแห่งความหวัง 

     แต่ไม่รู้ว่าคำตอบที่ได้รับนั้น จะให้ความหวังหรือความผิดหวังกันแน่.....


"คุณทำความสะอาดเป็นไหมครับ?"



















[หอแรมแชตเกิล]



"อย่างกับคฤหาสน์ผีสิงเลยแหะ..."


     เบื่องหน้านั้นคือสิ่งปลูกสร้างที่คล้ายกับคฤหาสน์ขนาดกลาง เซียอาน่ากับผู้อำนวยการยืนมองภาพเบื่องหน้าอยู่ที่หน้าประตูรั่วเหล็ก บรรยากาศรอบๆนั้นช่างมืดมน ต้นไม้ที่อยู่รอบๆก็แห้งเหี่ยวตายเรียบ มีหมอกจางๆและควันลงมาปกคลุม

     สภาพโดยรอบนั้นไม่ต่างจากคฤหาสน์ผีสิงอย่างที่เธอพูดเลยสักนิดเดียว


"แต่ถ้าทำความสะอาจหน่อยก็พออยู่ได้นะครับ แต่ว่าถ้าคุณยูเมะคิดว่ามันน่ากลัวเกินไปผมว่า..."
"ไม่เป็นไรค่ะ ก็จริงอยู่ที่มันดูน่ากลัวไปหน่อย แต่มันก็ดีกว่า ดูหรูกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย"
"หรูหรอครับ? สำหรับผมนี้มันซอมซ่อ- เอ่อผมหมายถึง มันดูเก่ามากกว่าครับ ต้องขอโทษด้วยเพราะมีที่นี้ที่เดียวแล้วจริงๆที่ยังว่างอยู่ ที่พอจะให้คุณที่เป็นผู้หญิงแยกมาอาศัยอยู่ได้"
".....ฉันอยู่ได้ค่ะ"


     เซียอาน่าตอบไปแบบไม่คิดอะไรมากก่อนที่จะเปิดประตูรั่วแล้วเดินเข้าไป แต่ในใจนั้นอยากจะกระชากคอเสื้อผู้อำนวยการมาถามว่า


 รู้ว่ามันซอมซ่อแต่ก็จะให้เด็กผู้หญิงมาอยู่ในที่แบบนี้อ่ะนะ!!

แต่ยังดีที่เขามีเหตุผลมารองรับว่ามีแค่ ที่นี้ที่เดี่ยวที่ยังว่างอยู่ เธอจึงต้องทำใจไม่คิดอะไรมาก ถึงยังไงที่นี้มันก็ดูดีกว่าที่เธอคิดเอาไว้ตอนแรกจริงๆนั้นแหละ ตอนแรกเธอคิดว่าจะเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ ไม่ก็เป็นแบบตึกห้องเช่าเก่าๆอะไรแบบนั้นซะอีก


เมื่อเข้ามาด้านในสภาพทางเดินนั้นดูพุพัง มีใยแมงมุมขึ้นเต็มไปหมด พวกรูปภาพก็ขาด บ้างก็ตกลงมา และฝุ่นหนาเตอะอยู่ทุกซอกทุกมุม

"งานช้างเลยนะเนี่ย...."

เซียอาน่าพูดขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอนที่ต้องทำความสะอาดที่นี้ และดูเหมือนจะต้องทำใหม่ทั้งหมดเลยด้วย

"พออยู่ได้ใช่ไหมครับ"
"ได้คะ แต่ก่อนที่จะได้พักผ่อน คงต้องทำความสะอาดยกใหม่หมดเลย"
"น่าจะทีอุปรกณ์ทำความสะอาจอยู่ในตู้นะครับ"


     ผู้อำนวยการพูดขึ้นก่อนที่เขาจะเดินนำหน้าเข้าไปยังห้องนั่งเล่น เซียอาน่ามองสำรวจไปรอบๆห้อง พวกของใช้ในห้องล้มเกะกะ พวกเฟอร์นิเจอร์ที่มีผ้าสีขาวคลุมปิดเอาไว้


"ชั้นสองจะเป็นห้องพัก คุณยูเมะก็ไปเลือกเอานะครับว่าจะเอาห้องไหน"


เด็กสาวพยักหน้า


"ถ้างั้นผมต้องขอตัวกลับก่อน เดียวพรุ่งนี้เช้าผมจะมาชี้แจ้งรายละเอียจของงานที่เธอต้องทำให้นะครับ"
"เข้าใจแล้วคะ"
"อ่อ จริงด้วยสิ! ถึงนี้มันจะดึกแล้วก็เถอะ แต่หิวรึเปล่าครับ เมื่อกี้ระหว่างที่เดินมาด้วยกันเหมือนผมจะได้ยินเสียงท้องเธอร้องนะ"
"อะ เอ่อ...ก็...คะ..ก็หิวนะ"


เซียอาน่าเอามือกุมท้องพร้อมกับแก้วที่ขึ้นสีอย่างเขินอายที่ผู้อำนวยกายได้ยินเสียงท้องเธอร้องด้วย เพราะไม่รู้ว่าตั้งแต่หลุดมาที่นี้ นั้นเวลามันผ่านไปนานแค่ไหนกันแล้ว มื้อค่ำก็ยังไม่ได้กินอะไรลงท้องเลย มันก็เลยร้องขึ้นมา แต่เธอก็ไม่ได้คิดว่ามันจะดังถึงขนาดที่ผู้อำนวยการจะได้ยินขนาดนั้นหรอกนะ

"ถ้างั้นเดียวผมจะไปหาอาหารมาให้ แต่เธอไม่ได้เคร่งครัดเรื่องห้ามกินมื้อดึกเหมือน เชนไฮท์คุงใช่ไหมครับ"
"เอ่อ...ไม่ ฉันไม่ได้ต้องรักษาหุ่นขนาดนั้น ถ้าหิวก็กิน"
"ถ้างั้นเดียวผมกลับมาพร้อมอาหารมาให้นะครับ ระหว่างนี้ก็จะพักผ่อนไปก่อนก็ได้ แล้วผมจะรีบกลับมา เพราะผมใจดียังไงละ"
"...ขอบคุณค่ะ"

เซียอาน่าโค้งหัวขอบคุณให้เล็กน้อย ก่อนที่ผู้อำนวยการจะยิ้มรับแล้วเดินออกไป



     เมื่อผู้อำนวยการออกไปแล้ว เซียอาน่าก็หันมามองสะภาพห้องรอบๆก่อนที่จะลองเดินไปเปิดไฟดู ปรากฎว่าไฟติด แล้วเมื่อเปิดไฟได้ก็ทำให้เห็นสภาพห้องได้ชัดมากขึ้น เซียอาน่าที่เห็นสะภาพห้องนั้นถึงกับเหงื่อตก

"ก่อนคือ ก็ต้องเริ่มทำความสะอาดก่อนจริงๆนั้นแหละ"










ครืม....! ฟ่า!!





"แย่ละสิฝนตกหรอเนี่ย"


     ในระหว่างที่เด็กสาวกำลังทำความสะอาดและจัดข้าวของอยู่นั้น จู่ๆข้างนอกหน้าต่างก็มีเสียงฟ่าๆดังขึ้น ก็ปรากฎว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พร้อมกับเสียงฟ้าร้อง เด็กสาวเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกใจไม่ดี ไม่ใช่ว่าเป็นพวกกลัวเสียงฟ้าร้องอะไรหรอกนะ แต่ที่เธอกลัวก็คือสิ่งที่จะตามมากับฝนมากกว่า


ติ๋งๆ


"หลังคารั่วด้วยหรอเนี่ย แบบนี้ต้องซ่อมทั้งหลังเลยมั่ง ก่อนอื่นมีอะไรมารองน้ำได้บ้างไหมนะ"


     เด็กสาวรีบวิ่งไปเปิดตามตู้ดูว่ามันพอมีอะไรใช้ได้บ้างที่จะมารองน้ำฝน แต่ขณะที่กำลังหาอยู่นั้นไฟในห้องก็เกิดติดๆดับๆ มือบางยกถังเก่าๆใบนึงขึ้นมาก่อนที่จะเอาไปวางตรงที่น้ำรั่ว แต่พอวางลงเท่านั้นละ....


ปัก!


"เวรละ ไฟดับ"


     มือบางยกขึ้นมาเกาหัวอย่างรำคาญใจ ที่ปัญหามันเยอะซะเหลือเกิน เซียอาน่าเดินไปค้นตู้เพื่อหาไม้ขีดกับตะเกียง เมื่อกี้ตอนที่จัดของอยู่เหมือนเธอจะเห็นไม้ขีดไฟอยู่กล่องนึงพอดี ส่วยจะเกียงมันก็วางอยู่ที่โต๊ะตัวเตี้ยนั้น

ซึ่งมันควรที่จะมีปัญหาแค่ไฟดับ ถ้าไม่ใช่.....


"...ล้อกันเล่นใช่ไหม..."


ภายในกล่องไม้ขีด มีก้านไม้ขีดอยู่แค่สองก้านเท่านั้นเอง มือบางหยิบก้านไม้ขีดขึ้นมาก้านนึงก่อนที่จะทำการขุดมันกับกล่อง-


แกร็ก!


     ก้านไม้ขีดหักคามือไปหนึ่งก้าน มือบางสั่นนิดๆเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเองที่กำลังจะระเบิดออกมา แต่ก็ต้องทำใจ และบอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไรๆ มันยังมีหวังอยู่อีกอัน มือบางหยิบก้านไม้ขีดอันสุดท้ายขึ้นมาก่อนที่จะเอาไปขุดกับกล่องอีกครั้ง


พรึบ!


ซึ่งครั้งนี้ความพยายามของเธอก็สำเร็จ แสงสว่าจุดเล็กๆปรากฎขึ้นสู่สายตา เด็กสาวยกยิ้มอย่างยินดีก่อนที่จะรีบเอาไปจุดต่อกับตะเกียง


"อย่างน้อยก็...ขอให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ก่อนละกันนะ"



กุก กัก!



     ดวงตาสีฟ้าครามหันกลับไปตามต้นเสียงเมื่อกี้หูของเธอได้ยินเสียงแปลกๆดังขึ้นมาในห้องนั่งเล่นนี้ เด็กสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนที่จะส่องไฟในตะเกียงหันไปมองรอบๆ บรรยากาศที่มืดครึ่ง พร้อมกัยเสียงฟ้าฝนข้างนอกนั้นทำให้บรรยากาศในนี้นั้นดูน่ากลัวไปเลย

เซียอาน่าพยายามส่องไฟมองไปรอบๆ แล้วคิดกับตัวเองว่ามันคงไม่มีอะไรหรอก อีกอย่างเธอไม่ใช่คนกลัวผี หรือเรื่องลึกลับอะไรพวกนั้นด้วย เพราะงั้นเธอถึงไม่กลัวที่จะเดินไปดูว่าเสียงที่ได้ยินนั้นน่ะเป็นเสียงของอะไร

"หือ? นั้นมัน..."

เมื่อลองเดินตามหาที่มาของเสียงไปเรื่องๆ สายตาของเธอก็หันไปเห็นอะไรบางอย่างที่ส่องสว่างอยู่ในความมืดสองจุด


     'นั้นมันอะไรน่ะ ดวงไฟหรอ? ไกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้วด้วย'


ขาบางก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวเมื่อเห็นว่าดวงไฟนั้นกำลังไกล้เข้ามาเรื่อยๆ ด้วยความเร็ว จนเด็กสาวตัดสินใจที่จะหันหลังออกตัววิ่ง 

แต่ก็ยังช้าไปอยู่ดี....



"ฟุน๊าาาา!!!"




ปัก!!  โครม!



     ร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงก่อนที่มันจะปะทะเข้าหน้าของเธอเต็มๆดังปัก! ก่อนที่ร่างของเธอจะล้มลงไปนอนกับพื้น


"อือ!? อื้ม!!"

มือบางยกขึ้นมาพยายามดึงสิ่งที่มันเกาะติดอยู่ที่หน้าของเธอออกไป แต่เจ้าสิ่งที่เกาะอยู่นั้นก็เกาะแน่นไม่ยอมเปล่อเลย แล้วยิ่งเธอดึงมันก็ยิงเกาะแน่นขึ้น จนแทบหายใจไม่ออก ขนที่หนาและนุ่มปิดใบหน้าของเธอจนมิด พร้อมกับสัมผัสที่เปียกแฉะตามไรขน


"คิดว่าแกจะกำจัดข้าได้เหรอ ข้าไม่ยอมหรอก!!"


     'เสียงแบบนี้ กริมม์หรอ!?'


"ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องเข้าเรียนที่นี้ แล้วกลายเป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ให้ได้เลย!!"
"ออกไอ!อันอายใอไอออก!!"(ออกไป! ฉันหายใจไม่ออก!!)


     เซียอาน่ารีบลุกขึ้นมานั่งกับพื้นก่อนที่จะพยายามแกะกริมม์ที่เกาะอยู่ที่หน้าเธอนั้นให้อออกไป จนในที่สุดเธอก็สามารถดึงกริมม์ออกไปจากหน้าของเธอได้สำเร็จ 


"ทำบ้าอะไรเนี่ย! ฉันเกือบขาดอากาศหายใจตายแล้วรู้ไหม!"
"เรื่องของแกสิ! ข้าไม่ยอมให้มาชุบมือเปิบหรอกนะ ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องได้เข้าเรียนที่นี้ให้ได้!"


เจ้าแมวปีศาจโวยวายทั้งๆที่ยังถูกเด็กสาวใช้มือทั้งสองข้างจับมันเอาไว้อยู่ เซียอาน่ามองมันอย่างรำคาญใจกับสิ่งที่มันพร่ามไม่หยุด ถ้าจำไม่ผิดตอนที่เจอหน้ากันในห้องโลงศพนั้น ก็เห็นเอาแต่พูดว่าจะเป็นจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่บ้างละ จะเข้าเรียนที่นี้บ้างละ


"ใจเย็นก่อนกริมม์หุบปากแล้วมาคุยกัน"


     เมื่อสิ้นคำกริมม์ก็มีท่าทางนิ่งไปพักนึงเมื่อได้ยินคำที่เด็กสาวพูด เซียอาน่าก็แปลกใจเหมือนกันที่กริมม์ยอมเชื่อฟังง่ายขนาดนั้นเลย แต่ในใจของเจ้าปีศาจแมวนั้น คำพูดของเด็กสาวทำให้มันนึกถึงก่อนหน้านี้ที่โดนเด็กสาวตะคอกใส่ ก็เลยทำให้มันนั้นหุบปากเงียบไปอย่างว่าง่าย


"เอาละฟังนะ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราก่อนหน้านี้ฉันอยากให้เรามาสงบศึกกันก่อน ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทำไมนายถึงอยากเข้าเรียนที่นี้นัก แต่ว่าตอนนี้นายอาจจะถูกไล่ออกไปอีกก็ได้ถ้าเกิดโดนเจอตัว หรือไปก่อเรื่องขึ้นอีก"
"หา!?ข้าเนี่ยนะก่อเรื่อง เจ้าโง่หน้ากาก กับกระจกนั้นตาไม่ถึงเองต่างหากละที่ไม่เลือกข้า!"

แต่เงียบได้ไม่ถึงนาทีกริมม์ก็กลับมาโวยวายอีกครั้งจนเด็กสาวอยากจะกุมขมับ และดูท่าทางแล้วกริมม์คงจะไม่ยอมหยุดง่ายๆด้วย

"ข้าน่ะไม่เหมือนกับมนุษย์โง่ๆที่ไร้เวทมนตร์แบบแกหรอก!"


     'เตะแมวเนี่ยติดคุกไหม?*'


     หางคิ้วของเด็กสาวกระตุกเมื่อกริมม์ด่าเธอว่าโง่ ที่ด่าว่าเธอไร้เวทมนตร์นั้นน่ะไม่เท่าไรหรอก เพราะมันคือเรื่องจริงๆ แต่ที่รับไม่ได้คือมาด่าว่าเธอโง่เนี่ยนะ เกรดสอบเธอไม่เคยได้ต่ำกว่า B+ มาก่อนเลยนะ!


" เพื่อเป้าหมายของการเป็นจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ ข้าก็ต้องเข้าเรียนที่นี้ให้ได้ ถึงแม้จะถูกไล่ออกไปอีกกี่ครั้งข้าก็จะแอบกลับเข้ามา เพื่อมาเรียนที่นี้ให้ได้!"




     'ไม่ว่ายังไงหนูก็อยากเรียนเค้นโด ต่อให้จะห้ามยังไงหนูก็จะเรียน เพื่อปกป้องคนสำคัญของหนู'



     กริมม์พูดขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่มุ่งมั่น คำพูดของกริมม์ทำให้ตัวเธอนั้นนึกถึงตัวเองในสมัยเด็ก ตอนที่เธอนั้นอยากเรียนเคนโด้ ตอนนั้นเธอทะเลอะกับที่บ้านยกใหญ่ เพราะที่บ้านนั้นมีทำเนียมที่สืบทอบกันมา ว่าลูกสาวต้องเรียนรู้การร่ายรำบูชา แต่เธอนั้นกลับเลือกต่างออกไป ที่จะไปเรียนดาบไม้เคนโด้


     เหตุผลของกริมม์ที่อยากจะเข้าเรียนที่นี่นั้นคืออะไรกันแน่นั้นเธอไม่อาจรู้ได้ แต่เธอมีความรุ้สึกว่าความตั้งใจนั้นมันคล้ายกับเธอ


"ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นนะ"
"ฟุน๊า!?"


มือเรียวบางยืนไปลูบหัวของกริมม์เบาๆจนเจ้าแมวปีศาจยังอดตกใจสะดุ้งกับสัมผัสนี้ไม่ได้ แล้วไหนจะรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนที่มอบมาให้ ทำให้ลบเหลือใบหน้ายามโกรธตอนที่ตะคอกใส่มันได้จบปริทิ้ง

เซียอาน่าลูปหัวของกริมม์เบาๆก่อนที่จะรู้สึกได้ว่าขนที่ตัวของกริมม์ยังเปียกอยู่เลย ดวงตาสีฟ้าครามมองไปรอบๆในความมืดเพื่อหาผ้า แต่ก็หาไม่เจอ แต่ถึงจะเจอผ้ามันก็สกปรกเกินไป ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือก เธออุ้มกริมม์มาไว้บนตักก่อนที่จะเอาแขนเสื้อคลุมมาเช็ดตัวให้

"ฟุน๊า!? ทำอะไรของแกเนี่ย!?"
"เอาเหอะน่า..."

เธอไม่สนใจเสียงประท้วงกับอาการดิ้นของกริมม์ เธอจับกริมม์ให้นั่งลงที่ตักดีๆก่อนที่จะเช็ดตัวของมันต่อไป กริมม์ที่เถียงสู้เด็กสาวไม่ได้ ก็ยอมนั่งอยู่เฉยๆให้เธอเช็ดตัวให้ ดวงตาสีฟ้าแอบลอบมองใบหน้าของเด็กสาว มันรู้สึกคุ้นเคยกับสัมผัสที่เด็กสาวมอบให้ แต่มันก็ไม่แน่ใจว่าเคยได้รับสัมผัมแบบนี้จากที่ไหนมาก่อน

ทั้งๆที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนแท้ๆ 










"กริมม์จุดไฟให้หน่อย"
"หา!? ทำไมข้าต้องทำละ!? พลังไฟอันน่าภูมิใจของข้าน่ะมันมีค่ามากกว่าจะมาจุดไฟตะเกียงกระจอกๆนี้น่ะ!"
"แล้วมันเพระใครกันละที่เป็นคนทำให้มันดับน่ะ อ่อ แล้วก็ถอยมาจากตรงนั้นด้วยไม่งั้นเดียวน้ำฝนจะ-"


ติ๋ง


"ฟุน๊า!! น้ำฝนหยกใส่หัวข้าอ่าาา!"
"ก็ถึงได้จะเตือนไง"



     หลังจากที่ทำการสงบศึกกับกริมม์ได้ในที่สุดตอนนี้เธอกำลังขอให้กริมม์ช่วยจุดไฟในตะเกียงให้หน่อย เพราะตอนที่เขาโผล่มากระโจมใส่หน้าเธอนั้น ทำให้เธอล้มแล้วตะเกียงก็ตกจนไฟข้างในดับไป

     ดีแค่ไหนแล้วที่มันไปลุกเผาพื้นไม้ของหอนี้น่ะ J


"จุดไฟซะอย่าให้ต้องพูดซ้ำ ฉันจะได้ไปหาอะไรมารองน้ำฝน"
"ใบหูไฟที่น่าภายภูมิใจของข้า นี้! แล้วแกไม่คิดที่จะทำอะไรกับรอบรั่วนั้นบ้างรึไง!"
"ก็กำลังหาอะไรมารองอยู่นี้ไง แต่ถ้าจะซ่อมละก็คงต้องเอาไว้พรุ่งนี้ก่อนละ"

กริมม์ลูบใบหูติดไฟของมันเบาๆ ก่อนที่ในที่สุดมันก็ยอมจุดไฟในตะเกี่ยงให้ จากห้องที่มืดก็สามารถมองเห็นอะไรได้มากขึ้น เพราะเมื่อกี้ถึงจะมีแสงจากใบหนูของกริมม์แต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเลย แต่ตอนนี้มีไฟในตะเกี่ยงอีกครั้งแล้วก็ทำให้การมองเห็นกว้างขึ้น


"เป็นเพราะแกไม่มีเวทมนต์สินะ ถึงไม่มีปัญญาซ่อมรอยรั่วนั้นได้น่ะ"
"ใช่ ฉันไม่มีเวทมนตร์ แต่อย่างน้อยฉันก็รู้ว่าครวต้องทำอะไรบ้างละ อีกอย่างนะกริมม์ เลิกเรียกฉันว่า แก สักทีฉันมีชื่อนะ เซียอาน่า ยูเมะ ตอนที่อยู่หอกระจกก็น่าจะได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ"
"แล้วทำไมข้าต้องสนเรื่องนั้นด้วย! ข้าอยากจะเรียกอะไรก็เรื่องของข้าสิ!"
"เฮ้อ!....เบื่อจะเถียงกับนายแล้ว มานี้ มาช่วยหาอะไรมารองน้ำฝนหน่อย"
"แกก็ทำเอ-!"


"ถ้าไม่ช่วย ก็อดมื้อค่ำ"


     น้ำเสียงหวานตอบกลับมาอย่างนิ่งเงียบ และเด็ดขาด จนกริมม์ยังต้องรีบลุกขึ้นมายืนแข็งถื่อรอรับฟัง เพราะเสียงที่เด็ดขาดนั้นดูจะเอาจริงแน่ๆ ถ้ามันยังทำตัวมีปัญหากับเด็กสาวอยู่แบบนี้

     หนึ่งเด็กสาวกับแมวปีศาจต่างเดินออกไปที่ทางเดินก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้านกันไปหาอะไรมารองน้ำฝน เซียอาน่าถือตะเกียงในมือก่อนที่จะส่องไฟมองไปรอบๆ กับตามพื้นเพื่อเช็คดูว่ามีอะไรมาใช้ได้บ้าง กับพรุ่งนี้เธต้องทำความสะอาจอะไรบ้าง ซึ่งต้องแรกเธอคิดว่าต้องทำคนเดียงคงใช้เวลาเป็นอาทิตร์ แต่ตอนนี้มีกริมม์มาอยู่ด้วยแล้วมันคงง่ายขึ้นเยอะถ้าช่วยกันทำ


"ฮิฮิฮิฮิฮิฮิ----!"


"กริมม์...ตลกมากไหม เลิกเล่นแล้วไปหาของมา"


     เซียอาน่าตอบกับไปพร้อมกับมองหาขอไปด้วย ก่อนที่จะมีเสียงเหมือนกับอะไรตกดัง ตึง! เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นกรอบรูปนั้นเองที่ตกลงมา


"กริมม์!ถ้าไม่ช่วยก็อย่ามาทำลายข้ามของได้ไหม ถ้ายังไม่เลิก นายอดมื้อค่ำจริงๆด้วย"


     เซียอาน่าพูดออกไปด้วยความหงุดหงิดที่เจ้าแมวปีศาจนั้นนอกจากจะไม่ช่วยเธอแล้วยังจะมากวนเธออีก และเธอก็พูดจริงด้วยว่าถ้าเขายังไม่หยุด ถ้าผู้อำนวยการเอาอาหารมาให้ เธอจะไม่เหลือแบ่งให้มันกินเลย ข้าวสักเม็ดก็จะไม่ให้

หลังจากที่พูดไปก็เหมือกับว่าเสียงรอบๆจะเงียบไป สงสันกริมม์คงล้มเลิกที่จะเเกล้งเธอแล้ว เธอจึงหันกลับไปมองหาขอต่อ แต่ไม่ทันไรก็มีความรู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรมาบินผ่านหลังเธอไป แต่พอหันกลับมาก็ไม่พบใคร ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่มาจิ้มๆที่ไหล่



จิ้มๆ



"กริมม์!ถ้ายังไม่หยุดฉันจ-!"





"บู!"




     ดวงตาสีฟ้าครามเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนที่ร่างกายนั้นจะนิ่งค้างไปเอง พร้อมๆกับภาพพที่เห็นตรงหน้านั้น ร่างทั้งสามร่างสีขาวเหมือนกับผ้าปูโต็ะที่กำลังลอยอยู่ตรงหน้าเธอ



"ไม่ได้มีแขกมาที่นี้นานมากแล้วนะเนี่ย...."

"เด็กผู้หญิงหรอ? ในโรงเรียนนี้น่ะนะ....?"

"ฮิฮิฮิฮิฮิฮิ เพื่อน นายหลอกเธอแรงไปรึเปล่า ดูสินิ่งไปแล้ว"






"เฮ้ยแก! ยัยมนุษย์ พูดอยู่กับใครน่ะ บอกให้ข้าคนนี้ไปหาอะไรมารองน้ำฝนแต่แกกับมาแอบคุยอยู่กับ-!"



ตุบ! โครม!!


     นอกจากเสียงพูดของกริมม์ที่ลอยมาแต่ไกลแต่เสียงของเขาก็เงียบไปพร้อมกับเสียงของถังที่ตกลงพื้นเสียงดีงเรียกให้สายตาสามครู่หันไปมองเขา ก่อนที่ร่างสีขาวทั้งสามนั้นจะยกยิ้มอย่างเจ้าเลห์ขึ้นมา


"ว้าว---มีแขกมาเพิ่มด้วยละ"
"คราวนี้เป็นเจ้าแมวปีศาจหรอเนี่ย"
"ฮิฮิฮิฮิ จะได้มีเพื่อเพิ่มแล้วสินะ"





"กริมม์//ยัยมนุษย์"





"ผีหลอกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!"



     ทั้งเสียงกรีดร้องของเซียอาน่ากับกริมม์ดังขึ้นพร้อมๆกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบออกตัววิ่งหนีออกไปจากตรงนั้ย ผีสามตัวที่มองดูอยู่นั้นก็ยกยิ้มอย่างนึกสนุกก่อนที่จะลอยตามพวกเธอไป


"เรื่องบ้าอะไรเนี่ย!นั้นผีหรอ!?ผีจริงๆหรอ!?"
"ตาถั่วรึไงละนั้นน่ะผีของจริงเลย!!"
"แต่มันไม่เห็นเหมือนที่เคยเห็นนิ!"


     ถึงเซียอาน่าพูดได้ว่าเคยเห็นวิญญาณมาก่อนแล้วตอนที่ไปนรกของเฮดีสมาก่อนก็ตาม ซึ่งมันก็แตกต่างจากที่เธอเจออยู่ตอนนี้ ถึงอันนี้มันจะดูเหมือนก้อนผ้าขาวๆลอยไปลอยมามากก็ตาม แต่ขึ้นชื่อว่าผี ยังไงมันก็ไม่น่าปรอดภัยอยู่ดีแน่ๆ



     แต่เธอขอยืนยันคำเดิมว่าตัวเธอนั้นไม่ได้กลัวผีนะ! แค่ไม่รู้ว่าจะรับมือยังไงแค่นั้นแหละ!


"ดูสิ---คนที่จะเข้ามาอยู่ที่นี้กลัวพวกเราด้วยละ"
"อยากมีเพื่อนเพิ่มมานานแล้ว งั้นก็พวกเเกละกัน ฮิฮิฮิฮิฮิฮิ----"


     ผีสามตัวลอยตามพวกเธอมาติดๆจนเธอต้อง ก้มหัมหลบ แต่แล้วจู่ๆเธอก็วิ่งสะดุดขาตัวเองจนล้มไปนอนกับพื้น แต่ว่าโชคร้ายดันล้มทับกริมม์ไปด้วย

ตุบ!


"เจ็บๆ"
"เห้ยแก! เจ้ามนุษย์ทำบ้าอะไรเนี่ย!"
"โทษที ขามันไม่มีแรงแล้ว"

 อาจเป็นเพราะว่ามันนี้ตัวเธอนั้นต้องโผล่ไปนู่นไปนี้ไปเรื่อยเดินจนขาล้าไปหมด ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากที่เธอคิดเอาไว้ในตอนแรกเท่าไร ที่ว่าถ้าเธอพาเจ้าสองแฝดไปเที่ยวกลับมาเธอต้องนอนขาล้าอยู่ที่ห้องแน่ๆ

"หมดทางหนีแล้วสินะพวกแกนะ"

"ขะ ขะขะขะ ข้าคนนี้ ข้าคนนี้คือท่านกริมม์ว่าที่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่นะ! ไม่มีทางกลัวผีอย่างพวกแกหรอก ฟุน๊าาาาาา!!"


พรึบ!!


     กริมม์ที่มีท่าทางกลัวๆในตอนแรกนั้นได้เข้ามายืนขวงหน้าตัวเธอกับพวกผีเอาไว้ ก่อนที่จะพ้นเปลิวไฟสีฟ้าออกมาจากปากใส่พวกผี ทำให้พวกมันต้องรีบหลบเปลิวไฟที่ถูกปล่อยออกมา แต่ถึงอย่างนั้นเปลิวไฟที่ถูกเปล่อออกมานั้นมันก็ไม่โดนผีเลยสักตัวเดียว

"กริมม์! เล็งไปตรงไหนของนายน่ะ! ผีมันอยู่ทางขวา!"
"ทะ ทางนี้หรอ!?"
"ไม่! นั้นมันซ้าย!"


"อย่ามั่วแต่เป็นห่วงคนอื่นสิ สาวน้อย"


     เพราะมั่วแต่มองกริมม์ที่ปล่อยไฟมั่วไปเรื่อย ก่อนที่จะทันรู้ตัวก็มีผีมาอยู่ที่ข้างหลังของเธอแล้ว มือสีขาวซีกกำลังจะเข้ามาถึงตัว แต่เด็กสาวก็ไหวตัวทันรีบลุกหนี แต่ผีตัวนั้นก็ยังคงเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

"มาอยู่กับพวกเราดีกว่า----"


     ผีตัวนั้นพุ่งตัวเข้ามาหาเธอ มือบางของเซียอาน่าหันไปดึงตัวกริมม์มาชูไปใส่หน้าผี


"กริมม์พ้นไฟ!!"
"ฟุน๊าาาาา!!!?"



พรึบ!!


"อ็ากกก!! ร้อนๆๆ!"


เมื่อกริมม์เห็นหน้าผีที่ไกล้เข้ามาก็รีบพ้นไฟใส่หน้ามันไปเต็มๆ จนไฟติดตัวจนมันต้องลอยหนีไป


"เกือบไปแล้ว"
"ทำบ้าอะไรเนี่ย!ข้าหัวใจเกือบวายตานะรู้ไหม!"
"ก็มันขับขันอ่ะ แต่อย่างน้อยนายก็จัดการมันไปได้ตัวนึงนะ อะ มันมาอีกแล้ว!!"


     พูดคุยกันได้ไม่เท่าไรผีอีกสองตัวที่เหลือก็พุ่งเป้าเข้ามาหาพวกเธอ กริมม์ที่ตกใจจนทำตัวไม่ถูกก็พ้นไฟส่งมั่วๆเหมือนเดิน

"เล็งไปไหนของแกกัน!"
"ทางนี้ต่างหากเล่า!"


"หนอย! เลิกแวบไปแวบมาสักทีสิว่ะ!!"
"กริมม์ใจเย็นๆก่อนหัวร้อนไปก็ไม่ได้ดีขึ้นหรอก"
"อย่างมาสั่งข้าน่ะ! แล้วแกมีวิธีรับมีรึไงละ!"
"กำลังคิดอยู่ อะ ระวัง!!"
"ฟุน๊า!?"


     ร่างของผีสองตัวลอยมาใส่พวกเธอ เมื่อสิ้นคำเตือนร่างของเธอกับกริมม์ก็แยกกันไปคนละทาง เซียอาน่ามองกลับไปที่พวกผีที่แวบไปแวบมาไม่เลิก ถ้าพวกมันสามารถทะลุผ่านกำแพงได้แบบนั้นไม่ว่าจะหาอะไปมาเป็นอาวุดมันก็คงจะทะลุตัวพวกมันไปหมดแน่ๆ แต่ไฟของกริมม์สามาถรโจมตีพวกมันได้ แต่เขาก็ยิงมั่วไม่โดนมันเลยสักที เธอควรจะทำยังไงดีนะ


     'ถ้าของที่สามารถสัมผัสได้ไม่มีผลกับพวกมัน แต่ไฟของกริมม์กลับได้ผล เพราะไฟของกริมม์นั้นเกิดจากเวทมนตร์ งั้น ก็ต้องหาอะไรที่มีเวทมนตร์มาให้จัดการกับพวกมันสินะ'


     'ของชิ้นนี้มีพลังบางอย่าง ที่คล้างครึงกับเวทมนตร์อยู่ แล้วคุณที่เป็นเจ้าของมัน ก็น่าจะมีอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆครับ'



ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่ผู้อำนวยการพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อก้มมองลงไปที่บริเวณเอวดาบปากกาสีขาวของเธอ มือยืนไปดึงมันออกมา


     'ขอให้สิ่งที่ฉันคิดถูกทีเถอะ'


ในตอนที่เซียอาน่ากำลังคิดอยู่กับตัวเองนั้น เสียงเรียกของผีก็ดังขึ้น ภาพที่เห็นคือมันกำลังจะเข้าถึงตัวกริมม์แล้ว แต่เจ้าแมวปีศาจนั้นก็ลนลานเกินกว่าที่จะหลบไปทัน


"ขอร้องละช่วยทีเถอะ!"



ฟิ่ว!!




"เสร็จฉันละเจ้าแม- ปัก!"



     ร่างของเจ้าผีที่กำลังจะจัดการกับกริมม์นั้น อยู่ๆก็ถูกเสยคาย หงายหลังลงไปนอนกับพื้น ท่ามกลางความตกใจของกริมม์กับผีอีกตัว ก็ปรากฎวัตถุบางอย่างที่หมุนไปมาอยู่กลางอากาศ ก่อนที่มันจะลอยมาอยู่ตรงหน้าของเจ้าของของมัน


"เจ้ามนุษย์?"

"กริมม์! จัดการผีอีกตัวเลย ฉันจะจำกัดทางมันให้เอง!"


     กล่าวจบ มือบางก็ยืนไปจับดาบปากกาเอาไว้ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปทำท่าเหมือนกับจะใช้มันฟันผีตัวสุดท้าย แล้วเมื่อเห็นว่าเจ้าดาบปากกานั้นมันสามารถโดนตัวเพื่อนของมันได้ ก็หมายความว่ามันก็สามารถโดนตัวมันได้เช่นกัน มันจึงรีบก้มตัวหลบ ก่อนที่จะพยายามลอยเข้าไปในกำแพง

มือบางปาด้ามปากกาออกไปอีกครั้ง มันลอยไปเฉียดหน้าของเจ้าผีไปก่อนที่มันจะหมุนกลับมาขวางทางมันไม่ให้เข้ากำแพงเอาไว้ได้

"กริมม์ตอนนี้แหละ!!"
"ฟุน๊าาาาาา!!!"


พรึบ!!


     ถึงแม้ว่ากริมม์จะรู้สึกขัดใจอยู่เล็กน้อยที่โดนเด็กสาวมาสั่ง แต่มันก็ยอมพ้นไฟออกไปตามที่เธอบอก ทำให้ไฟนั้นเผาโดนผีนั้นเต็มๆจนมันลอยหนีหางจุกก้นไปแล้ว



"ฝากไว้ก่อนเถอะ!!!"


ผีตัวที่โดนเสยคายที่ยังพอมีแรงเหลืออยู่นั้นเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนๆมัน มันก็รีบดึงเพื่อนๆของมันมารวมกันก่อนที่จะรีบหนีออกไปโดยที่ยังไม่ลืมพูดทิ้งท้ายเอาไว้ด้วย


แล้วเมื่อทุกอย่างกลับมาสงบแล้วดาบปากกาก็ลอยกลับมาหาเจ้าของมันอีกครั้ง


"สำเร็จแล้วนะ กริมม์"


     มือบางกำดาบปากกาเอาไว้ในมือ ก่อนที่เธอจะหันกลับไปยิ้มให้เจ้ากริมม์ที่มองมาที่เธอก่อนหน้านั้นแล้ว ในหัวของเจ้าแมวปีศาจนั้นมีแต่ความสงสัย ก็ไหนว่าเจ้ามนุษย์ตรงหน้านั้นไร้เวทมนตร์ไง แล้วเมื่อกี้นี้มันไม่เรียกว่าใช้เวทมนตร์หรอ?

แต่ในความสงสัยนั้นมันมีอีกอย่าง แววตาเมื่อกี้ ตอนที่เด็กสาวจ้อมมองไปที่ของสิ่งนั้น แววตาของเธอก็มีความสงสัยและสับสนเช่นกัน


"เมื่อกี้นี้แกทำอะไนน่ะ ไอ้ที่อยู่ในมือนั้นคืออะไร"
".......ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน"
"หา!? หมายความว่าไ-"



"สายันสวัสดิ์ครับบบ!คุณยูเมะ ผมนำอาหารแล้วก็พวกของใช้เล็กๆน้อยๆมาให้ครับ!"


     ยังไม่ทันจะได้ถามคำถามให้รู้เรื่อง ร่างของกริมม์ก็รีบชิ่งมาหลบหลังของเธอเสียก่อน เพราะมันตกใจเสียงนั้นที่อยู่ๆก็ดังขึ้น ว่าจะเป็นเสียงของพวกผีมันกลับมาอีก แต่คนที่ปรากฎมานั้นกลับเป็นผู้ที่บอกกับเธอเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วว่าจะไปหาข้าวมาให้


"ผู้อำนวยการ?"
"ขอโทษที่ต้องใช้เวลานานไปหน่อยนะครับเพราะว่านอกจากผมจะไปหาอาหารมาให้ ผมก็ไปหาพวกของใช้เล็กๆน้อยๆสำหรับใช้ในคืนนี้มาให้ แต่พอจะกลับมาฝนก็ดันตก ผมก็เลยต้องรอให้ฟ้าฝนสงบลงก่อนถึงจะมาได้ ตอนแรกผมถึงว่าเธอจะรอนานจนหลับไปแล้ว แต่พอเห็นไฟเปิดอยู่บวกกับได้ยินเสียงดังออกมา เลยเลยรู้ว่าเธอยังไม่นอน ผมเลยรีบเอาของมาให้ครับ"


     มือนึงของเขาถือถุงใส่อาหาร อีกมือนึงถือถุงใส่ของใช้ เมื่อเดินมาตรงหน้าเธอก็เขาเล่นพูดยาวถึงสาเหตุที่มาช้าให้เธอฟัง ซึ่งมันก็พอฟังขึ้นอยู่


     'ไฟเปิดอยู่หรอ? หรือว่าไฟฟ้าจะกลับมาติดแล้วสินะ'


"ว่าแต่ เมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าครับ ถึงได้เสียงดังเชียว แล้วไหนจะสภาพโถงทางเดิน- เฮ้ย! แก เจ้าทานุกินั้นนี่น่า!"

     แววตาสีทองหลังจากที่ไล่มองสภาพโถงทางเดินที่มีรอยไหม้ไปทั่ว ก่อนที่สายตาจะหันมาเห็นกริมม์ที่แอบอยู่ข้างหลังของเธอ พร้อมกับชี้นิ้วมาที่มัน

"ทำไมถึงมาอยู่นี้ได้ละครับ!?แถมยัง มาอยู่กับคุณอีก คุณยูเมะ!?"
"ใจเย็นก่อนคะ ผู้อำนวยการ ครั้งนี้กริมม์เขาไม่ได้มาก่อเรื่องนะ แต่เขามาช่วยต่างหาก"
"มะ มาช่วยหรอครับ?"


     ไม่ใช่แค่ผู้อำนวยการที่มองมาที่เด็กสาวด้วยความสงสัย แต่กริมม์เองก็มองกลับมาด้วยเช่นกัน ว่าเด็กสาวนั้นตั้งใจที่จะทำอะไร


"เมื่อกี้นี้มีผีจะเข้ามาทำร้ายฉัน แต่กริมม์ก็เข้ามาช่วยฉันเอาไว้ จนสามารถไล่พวกมันไปได้"
"ผีหรอครับ.......จะว่าไปก็มีพวกผีที่ชอบกั่นแกล้งพวกนักเรียนอยู่เหมือนกัน พวกนักเรียนที่เคยอยู่ที่นี้ก็ต่างย้ายกันออกไปเพราะปัญหานั้น เพราะแบบนั้นหอนี้ถึงได้ร้าง- อะแฮ่ม หอถึงได้ว่าง ผมเองก็ลืมเรื่องนี้ไปเลย แล้วคุณไม่ได้ป็นอะไรใช่ไหมครับคุณยูเมะ"
"ฉันปรอดภัยดี ก็อย่างที่บอกกริมม์เขามาช่วยฉันได้ทัน"


ผู้อำนวยการเมื่อฟังแบบนั้นพร้องกับมองไปที่กริมม์ที่ยังคงแอบอยู่ที่หลังของเด็กสาว แต่มันก็ไม่ได้แอบเพราะกลัวหรืออายอะไร แต่ที่มันยังคงเงียบปากไม่พูดแซกอะไรเพราะมันเองก็อึ่งกับสิ่งที่เด็กสาวพึ่งพูดอออกมาอยู่

แววตาสีทองมองไล่ไปตามทางเดิน เขาสัมผัสได้ถึงไอพลังเวทมนตร์ไฟของกริมม์ที่ยังหลงเหลืออยู่มาก และแค่มองดูก็รู้แล้วว่ารอยไหม้ตามพื้นนั้นต้องเกิดจากเวทย์ไฟแน่ๆ แต่หนึ่งในไอพลังเวทย์ไฟของกริมม์นั้น มันยังมีอีกพลังนึงปนอยู่ด้วย

ก่อนที่สายตาของผู้อำนวยการจะหันไปเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเด็กสาว นั้นก็ทำให้เขารู้ว่าก่อนหน้านี้เด็กสาวพึ่งจะใช้งานดาบปากกานั้นไปแน่


     'แหม...น่าเสียดายที่มาดูไม่ทันจริงๆ'


"นึกไม่ถึงจริงๆนะครับเนี่ยว่าพวกเธอสองคนจะมีความสามาถรมากกว่าที่เห็นซะอีก"
"มันแน่นอนอยู่แล้ว ข้าคนนี้นะคือว่าที่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะ"


     ผู้อำนวยการเอ่ยชมก่อนที่กริมม์ที่เงียบมานานจะพูดขึ้นมาอย่างมั่นหน้า จนเซียอาน่ายังอดหมั่นใส้ไม่ได้จริงๆ

"ผู้อำนวยการถึงยังไงกริมม์เขาก็สามารถทำประโยช์ให้ได้นะ ฉันขอให้เขาเข้าเรียนที่นี้ได้ไหม?"
"อะไรนะครับ?"


     คราวนี้ผู้อำนวยการกับกริมม์นั้นหันกลับมามองเธอเป็นตาเดียว


"ทำไมละครับเจ้านี้น่ะเป็นปีศาจนะครับ แล้วอีกอย่างคุณไม่กลัวว่าเจ้านี้จะก่อเรื่อง หรือสร้างปัญหาหรอครับ"
"นี่แก-"


"ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะรับผิดชอบเองคะ"


     กริมม์หันกลับมามองเด็วสาวด้วยแววตาประหลาดใจ ที่เด็กสาวพูดแบบนั้น และมีคำถามอยู่ในหัวว่ทำไมเธอถึงออกหน้าแทนมันแบบนั้น ผู้อำนวยการเองก็แปลกใจเช่นกัน


"ทั้งที่คุณกับทานุกิคุงไม่ได้เป็นคู่หูหรือเพื่อนกันแท้ๆ......ช่างใจดีดังเลยนะครับ"
"ใจดีไม่เท่าคุณหรอกค่ะ ฉันก็แค่เห็นว่ามันไม่น่ามีปัญหาอะไร ถึงยังไงที่นี้ก็เป็นโรงเรียนเวทมนตร์ กริมม์เองก็ใช้เวทมนตร์ได้ต่างจากฉัน อีกอย่าง ถ้ามีกริมม์อยู่ด้วยเขาคงช่วยฉันทำงานได้เยอะเลย จริงไหมคะผู้อำนวยการ"


     เซียอาน่ายกยิ้มย้อนกลับไปให้ผู้อำนวยการ เขาเองก็ไม่ได้ว่าอะไรมันก็จริงอยู่ในสิ่งที่เด็กสาวพูด ความสามารถของกริมม์นั้นถึงจะไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่อะไร แต่มันก็ไม่บ่อยนักหนอกที่จะมีปีศาจมาสนใจเรียนรู้

ส่วนตัวเด็กสาวที่ไร้เวทมนตร์นั้นเองก็มีพลังบางอย่างที่ถูกซ่อนเอาไว้ที่แม้แต่กระจกแห่งความมืดก็มิอาจรู้ได้
ตัวตนตองสองคนนี้นั้นเป็นที่น่าจับตามองมากพอกันว่าที่ตัวตนกับพลังที่แท้จริงนั้นจะเป็นยังไง


"ที่เธอพูดมันก็ถูกครับ อืม...ก็ได้ครับ เขาจะอยู่ที่นี้กับเธอก็ได้"
"จริงหรอ!!"
"ครับ แต่ว่าไม่ได้อยู่ในฐานะนักเรียนหรอกนะ เธอเองก็ต้องอยู่ช่วยคุณยูเมะเขาทำงานในโรงเรียนนี้"
"หา!?ได้ไงอ่ะ ข้าอุส่าร์ช่วยไล่ผีไปให้ การตอบแทนควรที่จะให้ข้าได้เข้าเรียนสิ!"
"คงทำแบบนั้นไม่ได้หลอกครับ เพราะเธอพึ่งจะก่อวีรกรรมเอาไว้ที่หอกระจกแล้วจู่ๆผมจะให้เธอเข้าเรียนแบบนั้น คนอื่นเขาจะว่ายังไง ที่ผมให้ได้ในตอนนี้มากสุดก็...."
"ก็...?"





"ตำแหน่ง แม่บ้าน คู่กับคุณยูเมะเขานั้นแหละครับ"



"หาาาาา!!?"




     หลังจากที่กริมม์กับผู้อำนวยการถกเถียงกันสักพักจนในที่สุดคนที่เป็นคนจบศึกฝีปากนั้นก็ไม่พ้นเซียอาน่าอยู่ดี เธอได้พูดห้ามกริมม์ด้วยเสียงนิ่งติดรำคาญจนมันยอมเงียบปากไป แม้แต่ผู้อำนวยการเองยังแอบสะดุ้งไม่ได้เลย และเขายังมีบอกอีกว่า

ดูเหมือนนอกจากพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวแล้ว ตัวของเซียอาน่าเองยังมีความสามารถควรคุมสัตว์วิเศษได้ด้วยสินะ เพราะสามารถทำให้กริมม์เชื่องได้ด้วย และแน่นอนว่าเมื่อพูดแบบนั้นเสียงโวยวายของกริมม์ที่บอกว่า ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะเฟ้ย! ก็ดังขึ้นตามมา









"งั้นเอาไว้พรุ่งนี้ผมจะมาชี้แจ้งงานให้นะครับ"
"ค่ะ ขอบคุณที่เป็นธุระให้นะคะผู้อำนวยการ"
"ไม่เป็นไรครับการช่วยเหลือเหล่าเด็กๆที่กำลังลำบากเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่ดีอยู่แล้วครับ"

     เซียอาน่าแอบยิ้มแห้งๆกับการยอตัวเองของผู้อำนวยการ 


หลังจากที่เธอกับกริมม์กินอาหารที่ผู้อำนวยการนำมาให้แล้วเสร็จเธอก็ได้เดินมาส่งเขาที่หน้าประตู แต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไป ก็เหมือนกับว่าเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้ พร้อมกับยืนถุงอีกอันมาให้

"ของใช้ส่วนตัว แล้วก็ ของที่คุณต้องใช้พรุ่งนี้ครับ"
"ขอบคุณ...ค่ะ"

     มือบางที่กำลังจะยืนไปรับถุงนั้นหยุดชะงับไปแวบนึงเมื่อเธอเห็นรอยยิ้มกลุ่มกลิ่มของผู้อำนวยการที่มันดูไม่น่าไว้ใจสุดๆ แต่สุดท้ายเธอก็รับถุงนั้นมาก่อนที่จะก้มมองลงไปในถุง


ของที่อยู่ข้างในก็จะมีพวกแปรงสีฟันยาสีฟันสบู่ ผ้าขนหนู แล้วก็.....


"ฉันต้องใช้มันจริงหรอคะ"
"แน่นอนครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะรอดู"


     ผู้อำนวยกายยกนิ้วให้ก่อนที่จะยื่นมือไปดึงหมวกขึ้นโค้งน้อยๆเป็นการบอกลาก่อนที่จะเดินจากไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวเสียงเรียกของเด็กสาวก็ดังขึ้น


"ผู้อำนวยการ!"


     เขาหันกลับไปตามต้นเสียงเด็กสามที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูหอพักมองกลับมาที่เขา เธอโค้งหัวให้เขาก่อนที่จะเอ่ยคำพูดออกมา

"ขอบคุณ ที่ช่วยเหลือฉันนะคะ ขอบคุณจริงๆ"


     รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กสาวนั้นแสดงถึงความจริงใจ และขอบคุณจากใจริง แววตาสีทองจ้อมมองมัน สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าคราม ที่ดูมีความหวังและดูสดใสมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ขึ้นมานิดนึง เมื่อเห็นแบบนั้นมุมปากของชายหนุ่มก็ยกยิ้มขึ้นมา

"ไม่มีปัญหาครับ เพราะผมใจดียังไงละ"











[ห้องนอน]



"ฮัดชิ่ว! ในนี้ฝุ่นเยอะชะมัด!"


          กริมม์ที่นั่งอยู่ที่เตียงจามขึ้นมาเสียงดังเพราะแม้แต่ในห้องนี้ก็มีฝุ่นเยอะมาก ถึงแม้เซียอาน่าจะจักของให้เข้าที่ กับปัดฝุ่นออกไปบ้างแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นของพวกนี้ก็ต้องเอาไปซักใหม่หมดอยู่ดี แต่ทั้งหมดนั้นคงต้องเริ่มทำพรุ่งนี้

เซียอาน่าหลังจากที่ไปอาบน้ำแล้วถอดชุดพิธีการออก แต่เพราะเธอไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยนเธอจึงต้องใส่เสื้อในตัวเติม กับเสื้อเชิดสีดำตัวในตัวเดียวนอน จะให้ใส่กางเกงผ้าขายาวนอนแบบนั้นด้วยมันไม้สบาย อีกอย่างที่นี้ก็มีแต่เธอกับกริมม์ แต่งตัวน้อยชิ้นแค่นี้ไม่น่ามีปัญหาหรอก


เซียอาน่าเดินถือเสื้อคลุ่ฝมไปที่หน้ากระจกบานใหญ่บานเดียวในห้องมือบางสางผมสักทีสองทีพอเป็นพิธี ก่อนที่จะหันไปหยิบของบางสิ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง

ขวดแก้วสีใส่ที่มีน้ำวิเศษจากบ่อเลเธเธอวางเอาไว้ที่หน้ากระจก แต่กับรูปถ่ายที่ถูกเผานั้นเซียอาน่ายังคิดไม่ออกมาว่าควรจะเก็บมันไว้ที่ไหนดี เพราะถ้าจะให้พกติดตัวไปไหนมาไหมแบบเมื่อก่อนก็คงจะไม่ได้แล้ว

มือบางยืนไปหยิบหนังสือเก่าๆมาเล่มนึงก่อนที่จะเปิดหน้ากลางแล่ววางรูปถ่ายแนบลงไป ตอนนี้คงต้องเก็บเอาไว้ในนี้ก่อน เอาไว้ค่อยมีเวลาเธอค่อยหาอะไรมาใส่มันเก็บเอาไว้



"รูปถ่ายนั้น สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?"


     เซียอาน่าหันกลับไปตามต้นเสียงก่อนที่จะพบว่ากริมม์กำลังมองมาที่เธออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว มันจ้องมองไปที่สมุดที่เธอพึ่งจะแนบรูปถ่ายลงไป เด็กสาวไม่แน่ใจว่าที่กริมม์ถามแบบนั้นเพราะมันสงสัยหรือว่าอะไร แต่คำตอนที่เธอตอบมันได้นั้นก็มีอยู่แค่คำตอบเดียว

"ใช่ มันสำคัญกับฉันมาก"



     'เพราะมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับเธอ ที่ฉันเหลือกอยู่'


     แน่นอนว่าเธอไม่ได้พูดประโยชท์ท้ายนั้นออกไปให้กริมม์ฟัง เพราะถึงเล่าไปมันก็คงไม่เข้าใจ และก็คงจะถามต่อไปเรื่อยๆด้วยซึ่งเธอก็ขี้เกี่ยจจะตอบ



"นายอาจจะไม่เข้าใจมันนะ แต่ ถ้านายมีคนคำสัญ คนที่รักมากที่สุด รักมากจนสามารถตายแทนเขาได้ แต่ถ้าวันนึงเขาหายไป แล้วมีของของเขาอยู่อันเดียว ของสิ่งเดียวที่ยังทำให้จำเขาได้ ถ้าวันนึงมันถูกทำลายไป นายจะรู้สึกยังไงละ"
"ไม่เข้าใจอยู่ดีอ่ะ!"
"...งั้นถ้ามีใครมาเหยียบทูน่ากระป๋องของนายจนเละ นายจะโกรธไหม?"
"แน่นอนว่าต้องโกรธสิ!!"

"นั้นแหละ ตอนนั้นฉันเองก็รู้สึกแบบนั้น"


กริมม์มองรอยยิ้มเศร้าๆบนใบหน้าของเด็กสาว เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังปกติดีอยู่เลย แต่พอมาพูดถึงเรื่องนี้กลับทำตัวแปลกไป


     'เอาคืนมานะ!!'

     'หุบปาก!! แกไม่รู้เรื่องอะไรเลยอย่ามาพูดนะ!'


กริมม์นั้นไม่เข้าใจจริงๆนั้นแหละว่าทำไมเด็กสาวถึงได้มีท่าทางแปลกไป ซึ่งอาการเหล่านั้นจากที่มันเจอมากับตัว ทุกๆครั้งมันจะเกี่ยวกับรูปถ่ายนั้น

แ่ล้วจากคำพูดของเด็กสาวนั้นมันก็มีความหมายได้อย่างเดียวว่า รูปถ่ายนั้นมีความสำคัญต่อจิตใจของเด็กสาวมากๆ และตัวมันเอง ก็พึ่งจะทำลายของชิ้นสำคัญนั้นของเด็กสาวไป




"ฉันขอโทษนะกริมม์"



กริมม์ที่กำลังจมกับความคิดของตัวเองอยู่นั้น เงยหน้าขึ้นมาสบเข้ากับใบหน้าของเด็กสาวด้วยความไม่เข้าใจ

"น่ะ นี่แก ขอโทษข้าเรื่องอะไร?"
"ตอนนั้นที่ตะคอกนายไปฉันขอโทษ"


     ตอนนั้นงั้นหรอ กริมม์คิดถ้าเป็นเวลาปกติกริมม์คงจะย้อนกลับไปว่าสวมควรแล้วที่เด็กสาวต้องมาขอโทษที่มาตะคอดใส่มัน แต่เวลานี้เมื่อได้รู้ว่ารูปถ่ายใบนั้นที่ตัวมันพึ่งจะเผาไป มันมีผลต่อความรู้สึกของเด็กสาวมากขนาดไหน

     เด็กสาวที่ออกหน้าแทนเขา เด็กสามที่มอบความรู้สึกที่แสนอบอุ่นที่ตนเองก็ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน


มันเป็นคนทำลายมันเอง


"ที่ฉันขอโทษเพราะฉันรู้ตัวว่าตัวเองนั้นทำผิดไป ถึงนายจะไม่สนใจ หรือคิดอะไร ฉันก็แค่อยากบอกให้นายรู้เอาไว้เท่านั้น"


     เซียอาน่าพูดออกไปอย่างไม่คิดอะไรเพราะถึงยังไงเธอก็ได้พูดสิ่งที่ติดค้างในใจออกไปแล้ว ว่าอย่างน้อยๆก็ได้ขอโทษ


"รีบเข้านอนเถอะเดียวพรุ่งนี้เราต้องรีบตื่นเช้านะกริมม์"


     เซียอาน่าปิดไฟในห้องก่อนที่จะเดินมานอนที่เตียง แล้วอาจด้วยความเหนื่อล้าที่สะสมมาทั้งวันทำให้เวลาไม่ถึงนาทีเด็กสาวก็หลับไปแล้ว กริมม์มองไปที่ใบหน้ายามหลับของเด็กสาวมันสังเกตุเห็นว่า เปลือกตาที่ปิดสนิทนั้นเหมื่อกับมีน้ำตาคลออยู่ด้วย









พลึบ!!!

     'นี่แก!กล้าดียังไงมาผลักข้า!กับอีแค่รูปถ่าย ทำไมถึงต้อง-'



     'หุบปาก! แกไม่รู้อะไรเลยอย่ามาพูดนะ!!'



      แปะ...แปะ...



     กริมม์ยื่นอุ้มเท้าหน้าไปปาดน้ำตาที่เปลือตานั้นออก ก้อนที่จะจ้องมองมันนิ่งๆ ที่อุ้มเท้าที่มีน้ำตาของเด็กสาวอยู่ กริมม์ยกขึ้นมาเลียไปทีนึง นอกจากรสชาติเค็มนิดๆที่ปลายลิ้นแล้ว มันก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ถูกส่งผ่านมาด้วย




     'ของสิ่งเดียวที่ยังทำให้จำเขาได้ ถ้าวันนึงมันถูกทำลายไป นายจะรู้สึกยังไงละ'



ภาพรูปถ่ายที่ถูกเผาจนเกือบจะมอดไหม้ด้วยเปลิวไฟสีฟ้าของมันเอง พร้อมกับร่างของเด็กสาวที่ก้มลงกอดรูปถ่ายนั้นเอาไว้แนบอกพร้อมกับน้ำตาสใส่ที่ไหลลงมาอาบแก้ม....


กริมม์ล้มต้มลงนอนที่ข้างๆหัวของเด็กสาวก่อนที่จะหลับตาลงสู่ห้วงนิทราไปอีกคน โดยพูดทิ้งท้ายคำๆนึงเอาไว้ ต่อให้เด็กสาวจะไม่ได้ยินก็ตาม แต่มันก็พูดออกไปแล้วจากความรู้สึกจริงๆ...




"ขอโทษ...."






____________________________________________________________________________________________________
_________

อยากรู้ว่ามีใครจิ้นเซียกับผอ.บ้างไหม เพราะไรท์ก็เป็นหนึ่งในนั้น^///^


ถ้าใครอยากส่งแฟนอารต์มาให้สามารถส่งมาได้ทางแฟนเพจที่หน้านิยายได้เลยนะค่ะ ถือว่าช่วยคนแต่งด้วยให้มีภาพประกอบ

ช่วงนี้อาจจะไม่ได้มาลงบ่อยๆ เพราะไรท์ต้องรีบทำงานส่งอาจารย์ งานที่วิลัยมันเยอะมาก


ถ้าเจอคำผิดต้องขอโทษด้วยคะ
TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #9 J_E_T-> (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:55

    ชอบมากอ่ะ! รอตอนต่อไป~
    #9
    0