ฟิคtwisted wonderland x oc(This love meet in a dream.รักนี้เจอในฝัน)

ตอนที่ 2 : เหล่าผู้คนที่พบเจอ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    12 ก.พ. 64

 

 

เนื้อเรื่องมันยาว ยาวจริงๆเปิดฟังไปด้วยละกันนะ

_______________________________________________________________________________________

                   

(ถ้ามีตรงไหนรูปภาพไม่ขึ้นโปรตแจ้งไรท์ด้วยนะค่ะ)

 

“ดีสนีย์แลนด์ๆ!!”

 

     เซียอาน่าถึงกับสายหน้ากับอาการตื่นเต้นเกินเหตุของเจ้าสองแฝด หลังจากที่ต่อแถวซื้อตั๋ว แล้วเข้ามาได้ เจ้าสองแฝดก็วิ่งวุ่นไปทั่ว ทั้งลากเธอไปนู่นไปนี่ ส่วนนึงก็อยากจะให้เธออารมณ์ดีขึ้นหลังจากเรื่องบนรถประจำทาง 

 

เอาตามตรงเธอเองก็ไม่ได้อารมณ์เสียอะไรมากนักหรอก แต่ก็ดีเหมือนกันที่ให้เจ้าสองแฝดคิดไปว่าเธอกำลังอารมณ์เสียเพราะพวกเขา พวกเขาจะได้ไม่ก่อเรื่องให้เธอปวกหัวระหว่างอยู่ที่นี้มากกว่านี้

 

ซีม่อลกับซีนอยต่างลากเธอไปเล่นเครื่องเล่น กินขนม จับของรางวัลต่างๆซึ่งแน่นอนว่าคนที่ต้องออกตังค์และเป็นคนจ่ายมันก็คือเธอ และของแต่ละอย่างก็ใช่ว่าจะถูก ของบางอย่างมีขายแค่ในสวนสนุกเท่านั้นเพราะงั้นมันเลยแพง แต่ก็ยังโชคดีอยู่ตรงที่คุณน้าให้ค่าขนมเธอมาเยอะมากพอที่จะใช้เป็นค่ากินค้าซื้อของ และค่ากลับบ้านด้วย

 

เซียอาน่านั่งอยู่ที่ม้านั่งรอเจ้าสองแฝดที่ไปเล่นเครื่องเล่นอยู่ เธอบอกวาจะนั่งรอตรงนี้เพราะพึ่งไปเล่นทอร์นาโด มา มันทำให้เธอถึงกับอ้วกแตก ในขณะที่เจ้าสองแฝดนั้นดูยังสบายๆกันอยู่เลย จนเธออยากรู้ซะจริงๆว่าพวกเขายังมีแรงไปเล่นเครื่องเล่นอื่นได้ยังไงหลังจากที่พึ่งเล่นทอร์นาโดมากันนะ

 

“พวกนั้นนี่แรงเหนือล้นซะจริงๆเลยนะ ยอมใจเลย"

 

หรือจะเป็นเพราะเธออ่อนกันแน่นะถึงทนไม่ได้ ถ้าเป็นเครื่องเล่นอื่นๆที่หวาดเสียวอย่างรถไฟเหาะเธอก็สบายๆ หรือแม้แต่ไวกิ้งเธอก็ไหว แต่กับทอร์นาโดเนี่ยเธอยอมแพ้เลย

 

สายตาจับจ้องมาหาเจ้าสองแฝดบนเครื่องเล่นว่ายังอยู่ดีกันไหม พร้อมกับเปิดมือถืดดูเวลาไปด้วยยังพอมีเวลาที่จะไปเดินเล่นดูของหรือเล่นเครื่องเล่นก่อนที่จะถึงเวลาเดินพาเลทของเหล่าตัวละคร หลังจากนั้นเธอก็จะพาน้องๆไปกินข้าวเที่ยง รอบบ่ายจนถึงเย็นซีม่อลกับซีนอยบอกว่ามีกิจกรรมให้ทำด้วยกันเพื่อรอเวลาชมดอกไม้ไฟตอนเย็น และการฉายภาพขึ้นไปที่บนปราสาทดิสนีย์แลนด์ ก็ถือเป็นการจบงานของวันนี้พอดี

 

เซียอาน่าที่กำลังมองดูเวลาแล้วก็นึงถึงตารางที่ต้องทำ รู้สึกถึงสิ่งแปลกๆที่กำลังจ้องมองมา จึงเงยหน้าขึ้นมามอง สิ่งแรกที่พบก็คือ…

 

“แมว?”

 

ตรงปลายเท้าของเธอมีแมว แมวสีเทาตาสีฟ้าเป็นประกายแปลกตายืนอยู่ และที่เด่นสะดุดตาเธอที่สุดคือใบหูของมันเป็นสีฟ้าด้วยเช่นเดียวกัน แมวจราจัดหรอ?

เซียอาน่ามองซ้ายมองขวาเผื่อว่าจะเจอใครก็ได้ที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของหรือคนที่กำลังทำท่าทางหาเจ้าแมวนี้อยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่พบคนแบบนั้นเลยสักคน แล้วเจ้าแมวนี้ก็เอาแต่จ้องหน้าเธอมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วนะ

 

“หลงทางมาหรอ?”

 

ถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงมันก็คงตอบเธอไม่ได้ แต่ก็อยากจะลองถามดู เมื่อมันเห็นว่าเธอพูดกับมันจากที่เจ้าแมวตัวนั้นมันแค่นั่งมองเธออยู่เฉยๆ มันก็ลุกขึ้นแล้วก็ค่อยๆเดินมาหาเธอเหมือนกับเข้าใจว่าเธอกำลังคุยอยู่กับมัน

 

“เจ้าของแกไปไหนซะละ”

 

มือบางยื่นไปอุ้มเจ้าแมวนั้นขึ้นมาเอาไว้บนตักก่อนที่จะลูบหัวมันเบาๆ ไม่รู้เธอคิดไปเองรึปล่าวดูเหมือนว่าเจ้าแมวนี้จะอยากให้เธออุ้มมันเสียเหลือเกิน ไม่ดิ้นไม่อะไรเลยยอมให้อุ้มแต่โดยดี เป็นแมวที่เชื่องดีแหะ

 

“พี่เซีย!!”

 

เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นพร้อมกับร่างของเจ้าสองแฝดที่วิ่งมาหาเธอ ตอนนั้นเองที่เจ้าแมวที่นอนบนตักเธอได้ลุกแล้ววิ่งหนีหายไป เธอพยายามจะร้องห้ามมันแล้ว แต่มันก็วิ่งไปอยู่ดี แต่จะให้วิ่งตามมันไปก็ใช่เรื่องจึงหันไปหยิบพวกมือถือและสมุดจดที่เธอเอาออกมาเขียนอะไรเล่นระหว่างรอพวกสองแฝดใส่กระเป๋า แล้วเดินไปหาเจ้าพวกนั้นก่อนที่จะไปเดินเล่นกัน แล้วต่อด้วยไปดูขบวนพาเลท

 

 


“แล้ว…สรุปอะไรละที่จะให้ทำก่อนรอชมการแสดงรอบเย็นน่ะ?”

 

หลังจากที่ไปเดินเล่นแล้วก็ชมขบวนพาเลท แล้วไปกินข้าวเที่ยง แล้วยังมีเวลาอีกมากกว่าจะถึงการแสดงรอบเย็น ทั้งสามพี่น้องได้มายืนรวมตัวกันก่อนที่ซีม่อลกับซีนอยจะประกาศถึงกิจกรรมที่จะทำกัน

 

“สิ่งที่เราจะมาทำกันก็คือ…”

 

 

 

“ตามล่าลายเซ็นตัวละครไงละ!!”

 

 

 

“ไม่เอา”

“อะ หะ เอ๋!? เดียวสิพี่เซีย!”

“อย่าตบมุกโดยการตัดจบง่ายๆแบบนี้เด้!”

“ฉันไม่รู้จักตัวละครสักตัว จะให้ไปขอลายเซ็นทั้งๆที่ไม่รู้จักแบบนั้นมัน ไม่เก็ทอ่ะ”

“นี้พี่เซียไปหลงอยู่ยุคไหนมากันเนี่ยถึงไม่รู้จักตัวละครดังๆในดีสนีย์”

“…….วันๆก็ต้องฝึกดาบ กับ ไปแข่ง จะมีเวลาที่ไหนไปดูการ์ตูนกัน”

“มันไม่เกี่ยวกันหรอกพี่เซีย! ในเมื่อวัยเด็กของพี่ไม่ได้สนุกไปกับเรื่องราวพวกนั้น ตอนนี้พี่มีโอกาสแล้วไง มาเถอะนะมาเล่นกันเเถอะ”

“นะครับพี่เซีย ถ้าพี่ไม่เล่นด้วยมันก็ไม่สนุกสิ นะ!”

 

เจ้าสองแฝดพร้อมใจกันที่จะประท้วงได้เลยถ้าเธอไม่ยอมเล่นกับพวกเขา และนั้นก็จะตกเป็นเป้าสายตาได้ จนสุดท้ายเธอก็ยอมเล่นกับพวกเขาจนได้ และเมื่อพี่สาวยอมเล่นด้วยเจ้าสองแฝดก็ยิ้มอย่างขี้เล่นก่อนจะกระโดดกอดใส่เธอพร้อมกัน จนเกือบจะหงายหลังไปกันหมด แต่ดีที่เธอรับไว้ได้ทัน และก็ตอบแทนที่จะทำเธอเกือบหงายหลังไป โดยการหยิกแก้มกันไปคนละที ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตามล่าหาลายเซ็น

 

 

 

 

 

 

“สุดท้ายก็เล่นด้วยจนได้สิน่า”

 

 

เซียอาน่ากับเจ้าสองแฝดแยกกันไปหาลายเซ็น ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงกล้าปล่อยให้เด็ก 10 ขวบสองคนไปกันเองละก็ บอกเลยว่าไม่มีอะไรต้องห่วงหลอก เห็นแบบนั้นเจ้าสองแฝด เอาตัวรอดเก่งจะตายไป เผลอๆเอาตัวรอดเก่งกว่าเธออีก 

 

ความจริงก็เอาตัวรอดเก่งกันหมดทั้งบ้านนั้นแหละ

 

 

"แล้วเราควรจะ เริ่มจากไหนก่อนดีละ"

 

 

 

  Rrrrrrrrr! Rrrrrrrrr!

 

มีแรงสั้นและเสียงดังมาจากกระเป๋าเป้สีขาวที่หลัง เมื่อหันกลับไปเอามือถือออกมาก็พบกับชื่อที่ขึ้นแจ้งถึงผู้ที่โทรมา เซียอาน่ารู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ เจ้าของเบอร์นี้ก็โทรมา ทั้งที่ปกติเหมือนเจ้าตัวจะยุ่งๆอยู่จนไม่มีเวลามาเจอกันเหมือนเมื่อก่อนแท้ๆ แต่ทำไมวันนี้ถึงโทรมาได้กัน

 

“ฮัลโหล”

[เซียจัง นี่ฉันเองนะ]

โคโคโระ มีอะไรหรอ?”

 

ปลายสายนั้นเป็นน้ำเสียงของญาติสาวที่ช่วงนี้ไม่ได้เจอกันมานาน ครอบครัวของพวกเธอสองคนเป็นญาติกันมานานแล้ว ดังนั้นจึงได้ไปมาหากันอยู่ตลอด และตั้งแต่ที่จำความได้ ญาติสาวคนนี้ก็เป็นเหมือนเพื่อนในวัยเด็กคนแรกของเซียนอาน่ามาตลอด 

 

แต่ก็เหมือนเป็นน้องสาวเสียมากกว่าอีก…

 

[ตอนนี้เซียจังอยู่ที่ไหนหรอ?]

“ฉันพาเจ้าสองแฝดมาเที่ยวดีสนีย์แลนด์”

[เอ๋!? ดีสนีย์แลนด์? แถวๆจังหวัดชิบะน่ะหรอ!? งั้นก็ไกล้ๆกันเลยสิ ฉันกลับมาโตเกียวแล้วนะ]

“หา?ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่าเธออยู่เซ็นไดหรอกหรอ?”

[ที่เคยบอกนะมัน2เดือนที่แล้วไม่ใช่หรอ ตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว]

 


      ‘อ่า จริงด้วยสิ2เดือนแล้วนิน่าที่เราไม่ได้ติดต่อกัน’


 

“งั้นหรอ สนใจจะมาเที่ยวด้วยกันไหมละ?”

[เอ่อ…คงจะไม่ได้ พอดีวันนี้โรงเรียนของฉันมีงานกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์กับอีกโรงเรียนนึงน่ะ]

“อย่างนั้นหรอ น่าเสียดายจัง โคโคโระเนี่ยขยันจังนะ ยุ่งมากเลยละสิ”

[ก็นะ…มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นิน่า]

“แล้วที่โทรมามีอะไรรึเปล่า?”

[อ๋อ…ไม่มีอะไรหรอกก็แค่…]

 

ปลายสายมีความอ่ำๆอึ่งๆไม่ยอมพูดเสียที ถึงมันจะเป็นเรื่องปกติที่ญาติสาวคนนี้จะเป็นคนไม่กล้าพูด แต่ว่าในครั้งนี้เซียอาน่ารู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นมันฟังดูมีความกังวลอะไรบางอย่างอยู่

 

[รู้สึก คิดถึงเธอขึ้นมาน่ะ…]

“โคโคโระ มีอะไรรึเปล่า? ทุกอย่างโอเคไหม?”

[ไม่….มันก็…ฉันโอเค…แค่รู้สึกอยากคุยกับเธอเฉยๆ]

“ฉันพร้อมจะรับฟังเธอนะมีอะไรก็พูดมาเถอะ”

[….เฮ้อ…..พอดีว่า ไปได้ยินเรื่องน่าเศร้าของเพื่อนคนนึงมาน่ะ เขาพึ่งจะ เสียเพื่อนคนสำคัญไป…]

“…………..”

 

น้ำเสียงที่กล่าวออกมานั้นเต็มไปด้วยความเศร้า และจากคำพูดก็คงเดาไม่ยาก ที่บอกว่า ‘เสียเพื่อนคนสำคัญไป’ น่ะมันแปลว่าอะไร

 

[ถึงแม้ว่าเขาจะดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ฉันรู้ดี ในใจของเขา มันกำลังรู้สึกเศร้า และโทษตัวเองอยู่ ฉันอยากจะช่วยเขา แต่ก็ไม่รู้ว่า ควรจะพูดอะไรกับเขาดี แล้วฉันเองก็คิดว่า ถ้าตอนนั้นที่เขากำลังเสียใจอยู่ ฉันก็อยากจะทำอะไรเพื่อเขาบ้าง]

 

เซียอาน่าตั้งใจฟังในสิ่งที่ญาติสาวคนนี้พูด ถึงแม้จะไม่เห็นหน้า แต่เธอก็พอเดาออกว่าโคโคโระกำลังทำสีหน้าเศร้าใจ ไม่แน่ว่าอาจจะกำลังกั้นน้ำตาอยู่ก็ได้ และมันก็ไม่บ่อยเลยที่โคโคโระจะมาถามหรือปรึกษาเธอเรื่องแบบนี้ แสดงว่าเพื่อนคนนั้นที่ว่า ก็คงสำคัญและมีผลต่อใจของโคโคโระมากแน่

 

“โคโคโระ…ฉันอาจจะพูดได้ไม่เต็มปากหรอกนะว่า ต้องให้เพื่อนคนนั้นของเธอ เขาทำใจซะ หรือไม่ ก็ยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นซะ เพราะยังไงเพื่อนของเขาที่ตายไปก็ไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว”

[เซียจัง…..]

 

 

“เธอต้องทำให้เขาก้าวออกมาจากความรู้สึกเหล่านั้น จะอยู่ข้างๆ หรือจะเป็นกำลังให้เขา หรืออะไรก็แล้วแต่ ต่อให้ต้องใช้กำลัง เธอก็ต้องทำถ้าเธออยากจะช่วยเขาจริงๆ ต่อให้เขาจะไม่ได้ขอให้เธอช่วยก็ตาม เพราะถ้าเขายังคงจมอยู่กับความรู้สึกนั้นต่อไปมันก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเขา แล้วก็ตัวเธอด้วย เพราะเธอยื่นมือไปช่วยเขาแล้ว ถ้าเกิดเธอช่วยเขาไม่ได้มันก็จะทำให้เธอรู้สึกแย่ตามไปด้วย   หรือไม่ง่ายๆ ถอยออกมาซะ ให้ความรู้สึกเหล่านั้นหายไปเอง หรือไม่ก็เก็บเอาไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ถึงแม้มันจะยากก็ตาม”

 

เพราะยังไงซะจิตใจและความรู้สึกของคนเรามันก็ไม่เหมือนกัน ต่อให้จะพยายามลืมมัน หรือได้รับความช่วยเหลือยังไงจุดสิ้นสุดและปลายทางของคนเรามันก็ต่างกัน อยู่ที่ตัวของตัวเองและคนที่คิดจะช่วยเท่านั้นว่าจะเลือกแบบไหน

 

[……เซียจังเนี่ย สุดยอดไปเลยนะ…อืม!ฉันจะจำไว้ แล้วก็จะช่วยเพื่อนคนนั้นให้ได้ด้วย]

“ตัดสินใจแล้วสินะเนี่ย”

[อืม…นั้นก็เพราะเซียจังละนะ ขอบคุณนะ]

“ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายเสียหน่อยไม่จำเป็นต้องขอบคุณเลย”

[ไม่หรอก เซียจังน่ะช่วยฉันไว้จริงๆ]

“อ่า…เอาเถอะ เอาที่เธอสบายใจเลยโคโคโระ แล้วที่โทรมาเนี่ย เพียงแค่จะมาขอคำปรึกษาเพื่อไปปลอบแฟนเธอรึไง”

[ห้ะ หาาา!! ฟะ แฟน?! ไม่ใช่นะเซียจัง!อย่าเข้าใจผิดนะ!เพื่อนต่างหากละ เพื่อนน่ะ!]

 

     ปลายสายตอบกลับมาอย่างร้อนรน เซียอาน่าที่ได้ยินการตอบสนองแบบนั้นก็อดขำไม่ได้จนต้องกั้นขำเอาไว้

 

“หา…? แค่เพื่อนจริงๆหรอ แลดูเธอจะให้ความสำคัญกับเขามากเลยนะ แล้วก็ ร้อนตัวแบบนี้เพื่อนคนนั้นคงเป็นผู้ชายด้วยจริงๆสินะ แหม ฉันเดาไม่ผิดจริงๆ โคโคโระน้อยของพวกเรา โตขึ้นแล้วหรอเนี่ย น่ายินดีจริงๆ เรื่องน่ายินดีแบบนี้น่าจะโทรบอกเมย์โกะให้รู้ด้วยนะเนี่ย”

[เซียจังอย่าเชียวนะ! อย่าแกล้งกันแบบนี้สิ มันไม่มีอะไรจริงๆ! แล้วก็! อย่าบอกเมย์โกะจังนะฉันไม่อยากโดนแซวไปเป็นปีๆอีก!]

 

 พอได้ยินชื่อเพื่อนสาวผมแดงอีกคนก็ทำให้โคโคโระถึงกับต้องรีบห้าม เพราะเธอเคยโดนเพื่อนสาวผมแดงคนนั้นหรือเมย์โกะแซวเธอมาก่อนแล้ว มีครั้งนึงเคยมีจดหมายรักมาอยู่ในตู้ใส่รองเท้าของโคโคโระสมัยประถม และเธอก็โดนแซวเรื่องนั้นไปเป็นปีเลย และนั้นก็เป็นเรื่องน่าอายที่สุดที่โคโคโระเคยโดน

 

“ ล้อเล่นน่า ไม่บอกหรอก ฉันเองก็ไม่อยากโดยถามเซ้าซี้เวลาที่ยัยนั้นไม่ได้คำตอบจากเธอแล้วมาถามฉันเหมือนกัน”

[ขอบคุณ….อ่อใช่!ฉันมีอีกเรื่องที่อยากจะถาม]

“อะไรละ?”

 

‘รีบเปลี่ยนเรื่องเลยนะ'

 

[ดาบปากกา ที่ฉันเคยให้ยังอยู่กับเธอไหม?]

 

เซียอาน่ารู้สึกแปลกใจที่จู่ๆญาติสาวก็ถามแบบนั้น ถามถึงปากกาที่เคยให้ในวันเกิดอายุครบ15 ของเธอเมื่อปีที่แล้ว

 

“อืม อยู่สิ ฉันก็ใช้มันมาตลอดนั้นแหละ จนตอนนี้หมึกมันยังไม่หมดเลย”

[เก็บมันเอาไว้กับตัวดีๆนะเซียจัง ฉันไม่ได้พูดเล่นนะที่เคยบอกว่ามันคือเครื่องรางที่จะปกป้องเธอน่ะ]

 

 น้ำเสียงของปลายสายนั้นมันดูกดดันและดูจริงจังมากขึ้น ที่แม้แต่เซียอาน่าเองก็ยังแปลกใจ เพราะเวลาพูดถึงเรื่องนี้ทีไร โคโคโระก็มักจะทำตัวจริงจังขึ้นมา และยิ่งบวกกับเซ้นส์แปลกๆที่เจ้าตัวมี แล้วก็สถานะที่เป็นอยู่ด้วยแล้ว มันก็ทำใจยากที่จะไม่เชื่อหรอกนะ…

 

[ช่วงนี้มีอะไรเกิดขึ้นรอบๆตัวเธอบ้างไหม?หรือไม่ก็ เห็นอะไรแปลกๆ?]

“ก็…ไม่นิ ไม่มี ทุกอย่างปกติดี มีอะไรอีกรึเปล่าโคโคโระ?”

[…….แค่อยากให้แน่ใจน่ะว่าเธอปลอดภัยดี ถึงมันจะดูเหมือนของเล่น แต่มันจะคอยปกป้อง และหยุดเธอได้นะเซียจัง]

 

‘หยุดเรางั้นหรอ…….’

 

 

 

 

 

 

‘เ-…เซีย…=== จะ…จะต้อง…-'

 

 

=== ทำไมละ…..ทำไมถึง..ทิ้งกัน…ทำไม-’

 

 

 

 

'เซียจัง! อย่านะ-!'

 

 



 

 

[เซียจัง? เซียจัง!?ฮัลโหล! เธอยังอยู่ไหม!?]

“ห้ะ อ่า! อยู่ ฉันยังอยู่ขอโทษทีพอดีนึกอะไรขึ้นมาได้ลางๆน่ะ?”

[นึกอะไรขึ้นมาได้หรอ…..เธอไม่เป็นไรจริงๆนะ?]

“อืม ฉันโอเคขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง แล้วก็ไอ้ที่ถามเมื่อกี้นี้น่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะเก็บมันไว้กับตัวตลอด เพื่อให้เธอสบายใจโคโคโระ”

[….โอเค ฉันสบายใจแล้วละ….ขอโทษที่ถามถึงนะ]

“เธอจะขอโทษทำไมละเนี่ย?”

[……ถ้าเธอนึกถึงมันไม่ได้อย่างนี้ก็ดีแล้วละเซียจัง]

 

 

ในจังหวะที่กำลังเดินไปอยู่ พร้อมกับรับฟังเรื่องที่โคโคโระพูด หางตาของเซียอาน่าก็เห็นอะไรบางอย่างเข้า เธอจึงหยุดเดินแล้วหันกลับไปมอง ก่อนที่จะเห็นหางที่คุ้นตาไวๆ ซึ่งเธอคิดว่าเธอตาไม่ฝาดแน่ๆ และก็ไม่น่าจำผิดด้วย สองขาเดินไปยังทิศทางที่ตัวเองเห็นหางไวๆนั้น ไปยังเส้นทางที่เป็นสวนดอกไม้

 

“โคโคโระ แค่นี้ก่อนนะพอดีว่าฉันต้องไปแล้ว”

[อ๋อได้ ฉันเองดูเหมือนก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน คือว่าเซียจัง ว่างๆ ฉันโทรไปหาเธออีกได้ไหม?]

“ทำไมจะไม่ได้ละ โทรมาเถอะฉันเองก็คิดถึงเธอนะ ไว้ว่างๆเรานัดเจอกัน ไปเที่ยวกัน ชวนเมย์โกะไปด้วย”

[ได้! ได้แน่นอน! ฉันจะหาเวลาว่าง แล้วพวกเราไปเที่ยวกันนะทุกคนเลย]

“อืม พวกเราทุกคนเลย”

 

 


 

(ตรงด้ามจับมันถอดออกได้ เป็นหัวปากกา เอาไว้เขียนได้)


 

________________________________________________________________________________________________

_______

 

 

เมื่อเดินเข้ามาเธอก็พึ่งสังเกตเห็นว่า นี่มันเขาวงกตดอกไม้ชัดๆ และดอกไม้ที่ว่าก็คือดอกกุหลาบแดง สองขาเดินเข้าไปในเขาวงกตลึกขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาสวยจับจ้องมองไปที่ดอกกุหลายตามพุ่งไม้อย่างแปลกใจ เมื่อมองดูๆดีแล้ว สีแดงของดอกกุหลาบนั้น มันถูกทาด้วยสีแดงต่างหากละ

 

“นี่เล่นทาสีดอกกุหลาบจริงเลยหรอเนี่ย”

 

และไม่ใช่แค่ดอกนี้ดอกเดียว ดอกกุหลายทุกดอกในเขาวงกตนี้ทุกทาด้วยสีแดงทุกดอกเลย  เซียอาน่าเริ่มจะสับสนแล้วว่าเดียวนี้สวนสนุกมีกานจัดสวนกันแบบนี้ด้วยหรอ ด้วยการเอาสีมาทาดอกไม้แบบนี้

 

 

 

“สายแล้วๆๆ”

 

 

 

“ห้ะ?”

 

จู่ๆก็มีเสียงของใครพูดอะไรบางอย่างดังขึ้นมา แต่เมื่อเธอหันกลับไปมองก็ไม่พบใคร แต่ว่าด้วยสายตาที่ไวทำให้เธอเห็นอะไรบางอย่างพึ่งวิ่งผ่านหัวมุมข้างหน้าไป

 

ด้วยความสงสัยเธอจึงได้ลองเดินไปดู ลึกเข้าไปในเขาวงกตดอกกุหลายแดง

 

 


“อะ อ่าว? นี่แก เจ้าแมวตัวนั้นนิ”

 

ในที่สุดก็สามารถออกมาจากเขาวงกตได้ และที่ปลายสุดของเขาวงกต เซียอาน่าก็พบเจ้าแมวสีเทา ตัวเดียวกันกับที่เธอเจอก่อนหน้านี้

 

“ทำไมมาอยู่นี่ได้ละ?”

 

เธอพูดพร้อมกับก้มตัวลงไปอุ้มมันขึ้นมา แล้วมันก็ขดตัวมาอยู่ในอ้อมแขนของเธอมันก็คลอเคลียอย่างว่าง่าย เซียอาน่าที่เป็นคนรักสัตว์อยู่แล้วก็ยิ้มขึ้นมาก่อนที่จะลูบหัวมันเบาๆ

 

“แล้วตกลง เจ้านายแกอยู่ที่ไหนละ”

 

แน่นอนว่าถึงถามไปมันก็ตอบไม่ได้ เจ้าแมวกระโดดออกจาอ้อมแขนของเธอก่อนที่จะเดินนำไปข้างหน้า แล้วมีการหันมาหาเธอ เซียอาน่ามองท่าทางนั้น ถ้าเธอไม่ได้คิดไปเองดูเหมือนว่ามันจะอย่างให้เธอตามมันไปนะ

 

 

 

เมื่อลองเดินตามมันไปก็พบกับสวนเปิดกว้าง ที่ตรงกลางมีโต็ะยาวที่จัดวางที่มีแต่พวกของหวานเต็มไปหมด แล้วก็มีพวกชุดน้ำชาจัดว่างเอาไว้ด้วย และโดยรอบก็มีพวกต้นดอกกุหลาบที่ถูกทาเป็นสีแดงอยู่โดยรอบเช่นกัน

 

และเมื่อมองดูดีๆที่หัวโต็ะเหมือนจะมีคนนั่งอยู่ด้วย

 

 

“เธอมาสายนะ ยัยหนู!”

 

ผู้หญิงร่างใหญ่ ในชุดสีแดงดูมีอำนาจกับมงกุฎอันใหญ่บนหัว กับพัดรูปหัวใจในมือ ผู้หญิงคนนั้นมองมาที่เธอด้วยสายตาดูตำหนิ

 

“ฉะ ฉันหรอคะ?”

“ฉันก็ต้องพูดกับเธอสิ คิดว่าฉันกำลังพูดอยู่กับใครกันห้ะ!”

 

เซียอาน่าชี้นิ้วเข้าหาตัวเองว่าเธอคนนั้นกำลังพูดกับเธออยู่หรอ และเมื่อมองไปรอบๆ กับที่เจ้าตัวเขาพูดเองว่ากำลังพูดกับเธออยู่จึงทำให้เซียอาน่า นึกแปลกใจว่าเขารู้จักเธอด้วยหรอ หรือนี้จะเป็นอีกหนึ่งในการแสดงของสวนสนุกกันแน่

 

 

     ‘โคโคโระ…ดูเหมือน ฉันจะมาเจอ…อะไรแปลกๆเข้าให้แล้วละ’

 

 

“มัวยืนทำอะไรอยู่กัน นี้ถึงเวลางานเลี้ยงน้ำชาแล้วนะ ถ้าเธอยังชักช้าฉันจะสั่ง ตัดหัวเธอ!”

“ตัดหัวหรอ? อ่า ค่ะ ก็ได้”

 

ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่สุดท้ายเธอก็ต้องไปนั่งข้างๆผู้หญิงคนนั้น และเมื่อเธอนั่งลงจากใบหน้าที่ดูดุดันนั้นก็อ่อนลงก่อนที่จะหยิบแก้วชาขึ้นมาดื่ม เซียอาน่าจ้องมองเธอคนนั้นเงียบๆ ก่อนที่เจ้าแมวก่อนหน้านี้จะกระโดดขึ้นมานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆเธอ

 

“จริงด้วยสิ เอ่อคือว่า ขอโทษนะคะคุณพอจะรู้ไหว้ว่าแมวนี่-”

“เวลาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาต้องนั่งตัวตรง ไม่นั่งหลังงอเป็นกุ้งแบบนั้น ยืนหลังให้ตรงเดียวนี้!”

 

กึก!

 

จบคำพูดที่แสงจะทรงอำนาจ เซียอาน่าก็นั่งหลังตรงอย่างว่าง่ายแถบจะในทันที และเมื่อเธอทำตามที่ผู้หญิงคนนั้นสั่งอย่างว่าง่าย เธอก็ยกยิ้มอย่างพอใจ

 

“ดีมาก ค่อยสมเป็นทหารไพ่หน่อย”

“ทหารไพ่?”

“เธอจะต้องรักษากฎอย่างเคร่งครัด เวลาอยู่กับฉันนะยัยหนู งั้นเริ่มจากแนะนำตัวกันก่อน”

 

 

 

 

 

       

       "ฉันคือราชินีโพธิ์ ตัวของฉันคือกฎทุกๆอย่างในสวนกุหลานแห่งนี้ต้องเป็นไปตามที่ฉันต้องการอยู่ในกฎระเบียบของฉัน"

 

 

 

ผู้หญิงคนนั้นที่บอกกว่าตัวเองคือราชินีโพธิ์แดง ลุกขึ้นก่อนที่จะกล่าวแนะนำตัวเองด้วยท่าทางที่สง่างามเมื่อกล่าวจบเธอก็มองมาที่เซียอาน่าเหมือนเป็นการบอกในๆว่า ‘ฉันแนะนำตัวแล้วต่อไปตาเธอ’

 

“ห้ะ? คณพูดเรื่องอะไร?”

 

แต่ยังไม่ทันจะพูดต่อจนจบ เธอก็ต้องรีบเงียบปากเมื่อเธอคนนั้นหันมามองอย่างเป็นการเตือนว่าถ้าเธอยังไม่ยอมทำตามที่เขาบอก เขาจะโกรธจริงๆแล้วนะใบหน้าค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาอย่างน่ากลัว และเมื่อเลือกอะไรไม่ได้เธอจึงต้องจำในแนะนำตัวกับเขาไป

 

"ฉัน….ฉันชื่อ- "

“ไม่ได้เรื่อง!”

 

ยังไม่ทันจะพูดชื่อตัวเอง ราชินีโพธิ์แดงก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน ก่อนที่จะใช้พัดรูปหัวใจในมือชี้มาที่เธอ

 

“ไม่ได้เรื่อง พูดให้มันสุภาพกว่านี้หน่อย!”

 


     ‘พูดแทนตัวว่า'ฉัน'ก็ไม่ได้งั้นหรอเนี่ย ยุ่งยากจริง’


 

“…..ดิฉั-”

“อย่าหักนิ้วขนะพูดด้วย!”

 

‘อะไรอีกละนั้นน่ะ’

 

เพราะแค่ยืนนิ่งๆเตรียมจะพูดอยู่นานเลยเกิดเบื่อแล้วก็เริ่มปวดข้อนิ้วขึ้นมาก็ว่าจะบีบๆดึงหักสักหน่อยให้หาย แม้แต่เรื่องแบบนี้ก็ยังเห็นอีกอย่างนั้นหรอ?

 

“เก็บเท้าซ้ายเข้าไป! หันเท้าสองข้างออก! อ้าปาก ให้กว้างกว่านี้!”

 

 

‘นี่ฉันโดนจับมาเรียนมารยาทอยู่รึไงกัน!?’

 

 

 

 

 

“ดิฉัน เซียอาน่า ยูเมะ ค่ะ ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับท่าน ราชินีโพธิ์แดง”

“ทำได้ดีมาก”

 

ราชินีโพธิ์แดงพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างพอใจ พร้อมกับลูบหัวเธอเบาๆ หลังจากที่โดยจับสอนมารยาทมา จนสุดท้ายก็ได้ทั้งคำพูดและท่าทางที่คุณเธอต้องการได้ในที่สุด ก็คือท่าจับชายกระโปรงแล้วโค้งให้นั้นแหละ เหมือนที่พวกเจ้าหญิงเขาทำกันน่ะ

 

‘เป็นคนที่เข้มงวดชะมัด แต่ว่า…'

 

เซียอาน่าแอบมองใบหน้าที่ยังคงยิ้มอย่างภูมิใจพร้อมกับมือที่ยังคงลูบหัวเธออยู่ ถึงแม้ว่าพอมายืนเทียบกันแล้ว เซียอาน่าแลดูจะสูงกว่าราชินีโพธิ์เสียอีก แต่มันก็ไม่ได้ดูแย่อะไรเท่าไร ใบหน้าที่ระดับรอยยิ้มของราชินีโพธิ์แดงนั้นช่างแตกต่างจากเมื่อตอนอารมณ์เสียหรือโกรธก่อนหน้านี้ซะจริงๆ

 

‘พอยิ้มแล้ว ดูใจดีมากเลย’

 

 

“เธอเองก็มีแววเหมือนกันนะยัยหนู คนที่รักษากฎระเบียบน่ะ ฉันเองก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะ ถ้าเป็นเธอละก็ จะต้องรักษากฎทั้งหมดของฉันได้แน่นอน แต่ว่า ขอบอกอะไรไว้อย่างนะ ถ้าเธอฝ่าฝืนกฎของฉันแม้แต่ขอเดียวละก็  คงจะรู้สินะ"

 

ราชินีโพธิ์แดงพูดขึ้นมาก่อนที่ใบหน้าจะเปลี่ยนไปเป็นยิ้มที่มีเลศนัยในคำสุดท้าย จนเซียาน่ายังแอบขนลุก

 

     ‘อ่า….กลับคำที่ว่ายิ้มแล้วดูใจดีนี่ ยังทันไหมนะ J?’

 


“อะ เอ่อคือ ไอ้ที่ว่านั้นคือ….อะไรค่ะ?”

 

“แน่นอนว่าเธอก็ต้องโดนตัดหัวน่ะสิ เป็นอันเข้าใจนะ เอาละหมดเวลาน้ำชาแล้วฉันมีนัดเล่นกีฬาโปรดของฉันอยู่ เธอเองก็ต้องรีบไปเหมือนกันนะ ยัยหนู เธอคงจะไม่อยากไปสายใช่ไหม”

 

“เดียวก่อนสิคะราชินีโพธิ์แดงที่ว่าไปสายเนี่ย หมายถึงอะไรกันคะ?”

 

พรึ่ง!!

 

จู่ๆก็เกิดแสงสว่างขึ้นที่ทางเข้าที่เธอเดินมาพร้อมกับกระแสลมที่พัดพามา พร้อมกับร่างของเจ้าแมวตัวเดิมที่เดินเข้าไปในแสงนั้นก่อน แล้วเมื่อหันกลับมาก็พบกับราชินีโพธิ์แดงที่ยืนโบกมือมาให้พร้อมกับพูดทิ้งท้ายเอาไว้ ก่อนที่ทุกอย่างรอบกายจะการเป็นสีขาวไปเสียหมด

 

“ขอบคุณที่มาอยู่เป็นเพื่อนงานเลี้ยงของฉันนะยัยหนู พยายามเข้าละ”

 

 

 

________________________________________________________________________________________________

_______

 

 

ตุบ!

 

 

"อึก! ห้ะ หา! อะไรกันเนี่ย!?

 

     ทันทีที่ตาปรับเข้ากับแสงได้สิ่งแรกที่เธอรู้สึกตัวก็คือ สายลมอุ่นๆที่พัดเข้ามา พร้อมกับภาพเบื้องหน้าที่แปลกตาออกไป 


มันแปลกตาจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง ทุ่งหญ้าสีเหลืองทองกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา มีต้นไม้ขึ้นบ้างประปลาย มีพวกสัตว์น้อยใหญ่อยู่ทุกพื้นที่ ทั้งช้าง ม้าลาย ยีราฟ และอีกมากมายจนไม่่เชื่อว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในสวนสนุก

 

“นี่มัน เรื่องอะไรกันแน่เนี่-?”

 

 

โครง!!

 

 

 ร่างของสัตว์ใหญ่สี่ขาพุ่งตัวออกมาจากโพรงหญ้า แต่ด้วยสัญชาตญาณหรือดวงยังไม่ถึงฆาตกันแน่ที่ทำให้เธอก้มตัวหลบทันก่อนที่มันจะกระโจมใส่เธอ แต่เมื่อตั้งตัวได้ก็พบว่าสิ่งที่จะโจมมานั้นคือตัวอะไร

 


“สะ สิงโตหรอ!?”

 

สิงโตตัวใหญ่กับแผงคอสีดำทมิฬ ซึ่งดูแปลกตาจากสิงโตปกติที่เธอเคยเห็นจากในทีวี ร่ายกายของเซียอาน่าหยุดนิ่งชะงักไปอย่างตกตะลึงกับภาพที่เห็นและไม่น่าเชื่อสายตา อยู่ๆร่างกายก็เกิดแข็งค้างไปเสียดื้นๆ ทั้งที่ควรจะวิ่งหนีแท้ๆ แต่ร่างกายกับลงไปนั่งกับพื้น พร้อมกับจ้องมองเจ้าสิงโตตัวใหญ่ที่เข้ามาไกล้ขึ้นเรื่อยๆ

 

และยังไม่ทันคิดอะไรมากเจ้าสิงโตตัวนั้นก็กระโจมเข้ามาใส่เธออีกครั้ง แม้แต่เสียงร้องเธอก็ร้องออกมาไม่ได้เลย ไหล่ของเธอถูกขาหน้าของมันกดเอาไว้จนตอนนี้ร่างกายของเธอถูกสิงโตตัวใหญ่ขึ้นคร่อมอยู่อย่างหวาดเสียว  และมันจะยิ่งน่าหวาดเสียวกว่านั้นเมื่อมันอ่าปากที่มีเขี้ยวอันแหลมคมเข้ามาไกล้หน้าเธอ ด้วยระยะห่างนี้มันไกล้กันมากจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจ ร่างกายของเธอแข็งราวกับศพ ในเวลาแบบนี้จะเชื่อมุกที่บอกว่าเจอหมีให้แกล้วตาย แต่เอามาใช้กับสิงโตจะได้ผลไหมนะ

 

     ‘อึก! ตายแน่! จะโดน จะโดนกินแล้ว!’

 

 

 

 

แผลบ!

 

 

          ‘ตาย!ฉันตายแน่-!’

 

 

“เอ๋?”

 

ความรู้สึกชื้นแฉะที่บริเวณใบหน้า พร้อมกับอะไรสักอย่างที่มาถูๆไถๆตรงบริเวณแก้วจนไปถึงคอ ทำให้ปลือกตาที่ปิดสนิทต้องแอบลืมขึ้นมาดู ก่อนที่จะพบว่า ที่มาของความชื้นแฉะนั้นมาจาก ลิ้นที่เลีบไล่ไปตั้งแต่แก้วจนไปถึงคอ จนบางทีก็อดจั๊กจี้จนจะหลุดขำออกมาไม่ได้ แต่ว่าทางที่ดีเธอคิดว่าถ้าอยากรอดควรที่จะนิ่งๆไว้ดีกว่า แล้วภาวนาถ้าโชคดีมันคงคิดว่าเธอเป็นศพแล้วจากไปแต่โดยดี หรือไม่ โชคร้ายมันจะคาบเธอกลับไปที่รัง แล้วมันกับพวกของมันก็มารุมกินเธอทีเดียว

 

ไม่ว่าทางไหนก็มีแต่เสี่ยง กับ เสียทั้งนั้นเลยนิหว่า!!!

 

 

 

 

 

“คิดจะนอนเป็นผักไปถึงเมื่อไรกัน”

 

 

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างๆหูจนทำให้คนที่ได้ยินยิ่งนึกแปลกใจ หรือคิดว่าตัวเองนั้นคิดไปเอง ดวงตาสีฟ้าครามค่อยๆหันกลับไปมองที่มาของเสียงอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นก็ยังคงเป็นใบหน้าของเจ้าสัตว์ร้ายที่ยังคงจ้อมมองมาที่หน้าเธออยู่ก่อนแล้ว

 

     ‘เสียงเมื่อกี้ ใครพูดน่ะ?'

 

ดวงตาสวยหันมองไปรอบๆก็ไร้วี่แววของคนที่น่าจะเป็นที่มาของเสียง และยิ่งไปกว่านั้นนอกจากที่โดนเลียหน้าเมื่อกี้ เจ้าสิงโตแผงคอดำตัวนี้ก็ยังไม่ทำอะไรเธอเลย หรือว่ามันจะ ไม่อยากกินเธอแล้วกันนะ

 

“ถ้ายังไม่ลุกขึ้นมาข้าจะกินเจ้าซะนะ”

 

 

ผลึบ!!!

 

 

“อ่าว  ทีแบบนี้ละลุกไวเชียวนะ”

 

 

ร่างของเซียอาน่าถอยหลังไปไกลหลังจากที่แน่ใจ และเห็นเต็มสองตาได้ยินเต็มสองรูหูว่าเสียงที่เธอได้ยินนั้นมาจากไหน ขาสองข้างยกขึ้นมาชันเข่าอย่างหวาดระแวง พร้อมกับมือบางที่ยกขึ้นชี้กลับมายังที่มาของเจ้าของเสียงนั้น

 

 

"สะ สิงโตพูดได้หรอ!!"

 

 

ราวกับอยู่ในโลกแฟนตาซีที่เหล่าสัตว์จะพูดได้ ซึ่งเซียอาน่าเองก็คิดว่าเรื่องแบบนั้นจะมีก็แค่ในหนังสือนิทาน แต่นี้ สิงโตตัวเป็นๆ และมันก็ไม่ใช่สิงโตธรรมดา มันพึ่งพูดกับเธอไปเมื่อกี้นี้เองด้วย สมองของเซียอาน่าเริ่มจะปวดตุบๆขึ้นทุกที ที่พยายามหาเหตุผลมารองรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเธอ ว่าตัวเองนั้นแค่หูฝาดไป หรือว่าตอนนี้กำลังฝันอยู่กันแน่

 

“นี่เป็นความฝัน หรือเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับฉันกันแน่เนี่ย นี่มัน ไม่มีเหตุผลเลย ตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วนะ!”

“บ่นอะไรคนเดียวของเจ้ากัน ดูท่าว่านอกจากจะเป็นตัวก่อเรื่องแล้ว ยังสติปัญญาน้อยด้วยสินะ”

“สะ สติปัญญาน้อยหรอ? เดียวก่อนสินี่ แก- เอ้ย คุณสิงโต ฉันไม่ได้โง่! ก็แค่ ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังเจออยู่นี่น่ะ มันคืออะไรกันแน่ ก็เท่านั้นเอง!”

“ก็นั้นแหละที่เรียกว่าสติปัญญาน้อยน่ะ”

 

จู่ๆก็เกิดรู้สึกว่าจะมีรอยหยักขึ้นมาบนหน้าหนึ่งรอย หลังจากที่ได้ยินวาจาฝีปากของเจ้าสิงโตตัวนี้อย่างเต็มๆหูเต็มๆคำ ความรู้สึกเหมือนโดนด่าว่าโง่ในเรื่องที่เหนือธรรมชาติเกินจะเข้าใจ และก็คงไม่มีใครตั้งตัวทันว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองด้วย แล้วก็มาโดนด่าว่าโง่ในเรื่องนั้น จากปากของสัตว์สี่ขาเนี่ยนะ

 

     ‘ไอ้เจ้าเหมียวยักษ์นี่ จับโกนแผงคอซะเลยดีไหมนะ*’

 

จากความหวาดกลัวในตอนแรกหายไปหมดเกลี้ยง แต่กลับถูกแทนที่ด้วย แรงโทสะที่โดนเจ้าเหมียวยักษ์มาพูดจากวนบาทาใส่

 

เมื่อมองดูดีๆแล้วนอกจากแผงคอสีดำ นัยน์ตาของมันก็เป็นสีเขียวสวยกับจุดเด่นที่ตาข้างซ้ายที่มีรอยแผลเป็นอยู่ด้วย

 

แต่ขณะที่กำลังจะอยากจับเจ้าเหมียวยักษ์โกนแผงคออยู่นั้น จู่ๆเจ้าแมวเทาก่อนหน้านี้ที่เข้ามาก่อนมันกระโดดขึ้นมาบนไหลของเธอ พร้อมกับส่งเสียงร้องที่แสนแปลกประหลานของมัน เจ้าสิงโตมองมันนิ่งๆ ก่อนที่จะทำหน้าเหมือนไม่สนไม่แคร์ แต่ก็ออกตัวเดินนำหน้าไป เซียอาน่ามองตามไล่หลังมันไปอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี ตอนนั้นเองที่เสียงพูดกวนประสาท์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ถ้าอยากเป็นมื้อเย็นของเจ้าพวกนั้นก็ตามใจเจ้านะ”

 

แกร๊บ!

 

หลังสิ้นคำส่งท้ายนั้น เสียงโพรงหญ้าที่อยู่รอบๆก็ขยับ เมื่อหันหลังกลับไปก็พบกับสายตาหลายคู่แอบมองมาที่ตนอย่างหน้าขนลุก ลักษณะเหมือนกับหมา แต่คิดว่าคงไม่ใช่หมาธรรมดาแน่ๆ และจากคำพูดของเจ้าสิงโตนั้น ทางที่ดีเธอควรรีบตามมันไป

 

“ดะ เดียวสิ! รอด้วย!”

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นสองขารีบออกวิ่งตามไปโดยที่เจ้าแมวสีเทาก็กอดอยู่ที่ไหล่ของเธอ พร้อมๆกับสายตาหลายคู่ที่ไล่มองตามเธอไปตลอดทาง

 

 

 

 

“นี่ คุณสิงโต ช่วยบอกทีได้ไหมว่าตอนนี้ เราอยู่ที่ไหนงั้นหรอ”

“แค่มองดูก็น่าจะรู้แล้วไม่ใช่เหรอ ทุ่งสะวันน่าไง”

“….ไอ้อันนั้นน่ะพอรู้ แต่ที่ฉันอยากรู้คือทำไมฉันถึงมาอยู่นี่ได้”

“ถ้ารู้ แล้วจะทำยังไงละ”

“ก็ต้องหาทางกลับสิ”

“ยังไงละ”

“…ตอนนี้ยังไม่รู้”

“เหอะ! อวดเก่ง”

 

 

เซียอาน่าเริ่มจะประสาท์แตกแล้วจริงๆที่เธอถูกเจ้าสิงโตที่เดินนำหน้าอยู่นั้นกวนโอ้ยใส่ และคำตอบแต่ละคำตอบมันก็ช่างกวนโอ้ยสุดๆ ราวกับมันตั้งใจให้ประสาท์เธอแตกจริงๆ ไม่ก็คงจะตั้งแง่กับเธอแน่ๆ

 

“ถึงตอนนี้จะยังไม่รู้ แต่ถ้ามีทางละก็ ฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก จะหาทางทำให้ตัวเองได้กลับบ้านให้ได้เพราะงั้น คุณสิงโต! ถ้าคุณรู้อะไรก็ช่วยบอกทีสิ”

“………….”

 

หลังจากที่เธอพูดจบ เจ้าสิงโตตรงหน้าก็เหมือนจะลดฝีเท้าลง แล้วก็ไม่ยอมตอบอะไรกลับมาเลยด้วย นั้นทำให้บรรยากาศโดยรอบแปลกๆไปจนหน้าอึดอัด เหมือนกับว่าเจ้าสิงโตตรงหน้านั้นกำลังคิดอะไรอยู่

 

“นี่ คุณสิงโต-”

 

“อ่า! เข้าใจแล้วๆ แล้วก็หยุดเรียกแบบนั้นสักที มันฟังแล้วแปลกๆหูซะจริง”

“งั้น ชื่ออะไรละฉันจะได้เรียกถูก จะได้ไม่ต้องเรียกว่า คุณสิงโตอีกน่ะ”

 

 

 

 

 


 

“งั้นก็จงจำเอาไว้ในดี นามของข้าคือ สกา ราชาแห่งสัตว์ร้ายทั้งปวง”

 

 

“สกา……”

 

 

     ‘ที่แปลว่า แผลเป็น น่ะหรอ?’

 

 

 

น้ำเสียงทุ้งติดรำคาญของสกาตอบกลับมา ก่อนที่เซียอาน่าจะเผอลนึกไปถึงคำแปลของชื่อของเขา ที่มีความหมายว่า 'แผลเป็น' ซึ่งมันฟังดูแปลกๆ พ่อแม่ที่ไหนตั้งชื่อลูกที่แปลว่า แผลเป็นกันน่ะ หรือมันจะเป็นชายาของเขาอย่างนั้นหรอ เซียอาน่าคิดเช่นนั้น แต่ความเป็นจริงเรื่องชื่อของเขาจะเป็นยังไเธอก็คงไม่อาจรู้ได้ เพราะดูจากนิสัยของสกาแล้ว ต่อให้เธอถามเขา เขาก็คงไม่ตอบแน่ๆ

 

“ที่นี้ก็จงฟังไว้ให้ดี ยัยกวางเนื้อหวาน”

“กะ กวางเนื้อหวาน? เดียวก่อน! ฉันมีชื่อนะ ฉันชื่-”

“ข้ารู้หรอกว่าเจ้าชื่ออะไร เพราะงั้นเลิกพูดมากแล้วฟังไว้ให้ดี”

 

     ‘รู้งั้นหรอ เขารู้ชื่อเราได้ยังไง แต่ทั้งที่รู้ก็ยังจะเรียกแบบนั้นเนี่ยนะ?’

 

“จนกว่าจะถึงปลายทางที่ข้าต้องพาเจ้าไป ข้ามีกฎข้อเดียว ที่เจ้าต้องรักษาเอาไว้”

“กฎ?อีกแล้วหรอ”

 

พอได้ยินคำว่ากฎก็ทำให้นึกถึงกฎมากมายของราชินีโพธิ์แดงที่เธอพึ่งเจอมาก่อนหน้านี้ ถึงจะเบื่อที่จะฟังเรื่องกฎอะไรพวกนี้แล้วก็ตามที แต่จะมีมาอีกสักข้อคงไม่เสียหาย

 

“กฎก็คือ จงภักดีต่อราชา ซึ่งราชาที่ว่าก็คือข้า”

“ก็หมายความว่าฉันต้องเชื่อฟังคุณสินะค่ะ”

“ตามนั้น ไงละ เป็นกฎง่ายๆที่แม้แต่กวางเนื้อหวานแบบแกก็ทำได้ใช่ไหมละ”

 

สกาพูดพร้อมกับยกยิ้มมั่นหน้าขึ้นมา จนมันดูน่าหมั่นใส้ จนหางคิ้มของเซียอาน่าแอบกระตุกเมื่อมองรอยยิ้มนั้น

 

“ถ้าฉันไม่ทำละ?”

“หือ?…ถ้าแกไม่ทำงั้นเหรอ? 

 

แกร๊บ!

 

ด้วยความหมั่นใส้ส่วนตัวเลยลองพูดออกไปแบบนั้นดู สกาที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งยกยิ้มอย่างนึกสนุก พร้อมกับที่เสียงจากโพรงหญ้าที่ไล่หลังมา แล้วความรู้สึกเสียวสันหลัง ราวกับถูกจ้องมองอยู่รอบๆตัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทำใจดีสู้สิงโต(?)ไม่ยอมแสดงท่าทีหวาดกลัวเหมือนกับตอนแรกออกมาให้เห็นอีก

 

"หึหึ ไม่เอาน่าๆ อย่าไปคิดอะไรที่มันไม่ควรตอนนี้สิ ”

 

สกาเดินเข้ามาไกล้ ถึงแม้ว่าเซียอาน่าที่ยืนขึ้นเต็มความสูงแน่นอนว่าตัวสูงกว่าเขาแน่ ส่วนสกาที่เดินสี่ขาจะสูงถึงอกเธอก็ตามที ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเขายืนด้วงสองขาหลังได้ จะสูงจนบังเธอมิดแน่ๆ แต่ขนาดตัวที่ไหญ่ ก็สามารถกินเธอไปทั้งตัวได้สบายๆเลย

สกาเข้ามาเดินวนรอบตัวเธอทำให้พวกขนที่แผงคอโดนตามแขน กับหางสิงโตของเขาที่มาเกี่ยวขาเธอ จนร่างกายนั้นเกิดเกร็ง พร้อมๆกับที่ต้องฟังในสิ่งที่เขาพูดไปด้วย

 

“ข้าน่ะก็แค่เป็นห่วงแม่กวางน้อยเนื้อหวานที่แสนน่ารักของข้า ว่าจะต้องไปเจออะไรที่น่ากลัวที่สุดเลยล่ะ”

 

สกาทำหน้าตาเหมือนเป็นห่วงเป็นใยมาให้เธอในขณะที่พูด ก่อนที่จะหันมาจ้องหน้าเธอตรงๆพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“ที่นี่น่ะนะ มีแต่พวกเลือดร้อนชอบใช้กำลัง ถ้าโดนเจ้าพวกไฮยีน่าที่หิวโซคาบไปกินก็จะแย่เอาน่ะสิ”

 

กึก!

 

สิ้นคำพูดนั้นสายตาของเซียอาน่าก็หันไปมองรอบๆ ที่มีดวงตาหลายคู่จับจ้อมมองมาที่เธอตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วตั้งแต่เดินตามสกามา และที่พวกมันไม่เข้ามาก็คงเป็นเพราะสกาสั่งไว้ แล้วก็คงเดาได้ไม่ยากว่าสายตาที่หิวโซที่จับจ้องมองมานั้นเป็นของหมาป่าไฮยีน่า ตามที่สกากล่าวมาเป็นแน่

 

“ถ้าอยากจะอยู่รอดจนถึงพรุ่งนี้ละก็ ก็ยอมจำนนแล้วเชื่อฟังซะเถอะ”

 

“…บางทีการอยู่กับคุณเอง ก็อาจจะอันตรายยิ่งกว่าก็ได้มั้ง”

 

     ไม่ว่าจะเลือกทางไหนตอนนี้ตัวของเธอก็เสียเปรียบทั้งนั้นแหละ

 

“หึ นั้นก็ถูก เลือกให้ดีละ”

 

ว่าจบสกาก็ออกตัวเดินนำหน้าไปอีกครั้ง ในครั้งนี้ระหว่างเดินไปด้วยกันไม่มีบทสนทนาใดๆอีก จนทั้งพวกเขาเดินมาถึงโขดหินใหญ่ ที่ข้างใต้มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ไม่มีทางไปต่อแล้ว

 

“ต่อไปก็ ลงไปในน้ำซะ”

“ในน้ำเนี่ยนะ?ล้อเล่นใช่ไหม?”

"แล้วหน้าข้ามันเหมือนพูดเล่นรึไง?"

 

เซียอาน่าถอนหายใจกับนิสัยดื้อรั้น ปากเสียของเขาจริงๆ ดวงตาสวยจับจ้อมมองไปที่พื้นผิวน้ำที่ดูไหลไปอย่างนิ่งสงบแต่ก็ดูลึกลับอย่างน่าประหลาด เจ้าแมวเทาที่เกาะอยู่ที่ไหล่ของเธอมาตลอดกระโดดลงน้ำไปก่อนแล้ว เซียอาน่ามองตามอย่างประหลาดใจ ทั้งที่ยืนอยู่บนโขดหินนี้ยังเห็นก้นแม่น้ำได้เลยแท้ๆ  แต่เมื่อแมวนั้นโดดลงไปกลับหายไปซะเฉยๆเลย

 

“ถ้านี่เป็นฝันละก็ อยากจะตื่นสักที”

“ไปได้แล้ว”

“เข้าใจแล้วน่า แค่โดดลงไปก็พอสินะ!”

 

อย่างน้อยๆก็จะได้บอกลาเจ้าสิงโตปากเสียนี้สักทีละนะ

 

 

ขาก้าวไปข้างหน้าเตรียมตัวที่จะโดดลงไป ถึงแม้จะแอบกังวลใจอยู่บ้างว่าโดดลงไปแล้วต้องไปโผล่ที่ไหนอีกรึเปล่า แต่ว่าตอนนี้ เธอมีทางเลือกซะที่ไหนละ แต่ก่อนที่จะตัดสิ้นใจโดดลงไปเซียอาน่าก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เลยหันไปหาสกาที่อยู่ข้างๆ

 

“แล้ว…เราจะได้เจอกันอีกไหม?”

“หือ? อะไรกันๆ กลัวว่าห่างข้าไปไกลแล้วจะคิดถึงเหรอ?”

“ใช่ที่ไหนเล่า! ถ้าได้เจอกันอีกก็จะพูดว่าแล้วเจอกันไหมนะ แต่ถ้าไม่แล้วละก็ ก็ดี! เพราะฉันไม่อยากเจอสิงโตปากเสียแบบนายอีก!”

“โห้ แม่กวางเนื้อหวานของข้ากลายเป็น นกที่มีปีกกล้าขาแข็ง จนด่าข้าได้แล้วหรอเนี่ย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังตัวสั่นกลัวข้าจะจับกินอยู่เลย”

“เหอะ! ช่างฉันเถอะน่า งั้นก็ ลาก่อน สกา”

 

 

________________________________________________________________________________________________

_______

 

ตู้ม!!

 

 

     ร่างของเด็กสาวกระโดดหายลงไปในแม่น้ำก่อนที่ทุกอย่างจะขาวโผลไปหมด ร่างของเธอลอยนิ่งอยู่ใต้น้ำมือบางยกขึ้นมาปิดปากแล้วจมูกเอาไว้เพื่อกั้นอากาศหายใจออก แต่ว่าจู่ๆกระแสน้ำก็เริ่มเปลี่ยน จากน้ำที่นิ่งสงบ กลับมีกระแสน้ำมาอย่างรวดเร็ว แล้วพัดพาร่างของเธอออกไป เซียอาน่าพยายามที่จะว่ายกลับขึ้นไปบนผิวน้ำ แต่ด้วยแรงของกระแสน้ำและแรงดันน้ำ หูมันอื่อไปหมด ร่างกายก็ขยับไม่ได้ดั่งใจ อากาศก็เริ่มหมดลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็กั้นหายใจไว้ไม่ไหว อากาศสุดท้ายออกจากปาก แล้วถูกแทนที่ด้วยน้ำที่มีรสชาติเค็ม  และสติก็ค่อยๆดับลง

 

‘เค็มจัง เค็มเหมือน น้ำทะเลเลย...?’

 

ในตอนที่เปลือกตากำลังจะปิดภายใต้ความมืดมิด ก็มีแสงสว่าสีเหลืองทองสองจุด มุ่งตรงมาทางนี้ หลังจากนั้นสติของเธอก็ดับไป

 

 

 



แตะๆ แตะๆ

 

“อึก หะ ห้ะ!?”

 

สัมผัสนุ่มนิ่มที่มาแตะที่ใบหน้าเป็นการสะกิดเรียก ทำให้เปลือกตาสีฟ้าครามลืมตื่นขึ้น แลัวสิ่งแรงที่เห็นนั้นก็คือ ในหน้าของเจ้าแมวสีเทาตัวเดิมที่เป็นคนปลุกเธอขึ้นมา

 

"นี่แกเจ้าแม- แค่กๆ แค่กๆ!"

 

เมื่อได้สติเธอจึงรีบลุกขึ้นมาก่อนที่จะเกิดสำลักน้ำออกมาแต่แทนที่จะมีน้ำออกมาจากปากกลับกลายเป็นมีฟองอากาศเล็กๆออกมาจากปากของเธอแทน แล้วพวกมันก็ลอยขึ้นไปข้างบน เมื่อมองไล่ขึ้นไปก็พบกับสิ่งที่แปลกประหลาดตา ตอนนี้ ที่ๆเธออยู่นั้นราวกับอยู่ในถ้ำ มีพวกหินงอกหินย้อย และที่ใจกลางของถ้ำก็มีอะไรบางอย่างที่ราวกับเป็นแท่นพิธี แล้วเมื่อมองดูตัวเองดีๆร่างกายเธอปกติดีทุกอย่าง เว้นก็แต่เส้นผมที่ลอยขึ้นไปมาราวกับกำลังผลิวไหวไปตามกระแสน้ำอยู่อย่างนั้น

 

“ที่นี้มันในน้ำ แล้วก็รสชาติเค็มๆที่รู้สึกอยู่ตลอดนี้ก็ ใต้ทะเลงั้นหรอ”

 

 

“ถูกต้องแล้ว…”

 

 

ควัก!

 

เสียงปริศน่าดังขึ้นมาจากข้างหลัง ที่ไหนสักที่ในถ้ำนี้ เซียอาน่าหันไปมองตามหาที่มาของเสียง แต่สายตาของเธอก็หันไปเห็นโผลของหินงอกหินย้อย ที่ย้อยลงมาแล้วก่อตัวขึ้นจนเกิดเป็นโผลงขนาดใหญ่ และที่มาของเสียงนั้นก็มาจากในนั้น

 

 

“ฉันกำลังรอพบเธออยู่เลย แม่หนูน้อย”

 

แล้วก็ไม่ปล่อยให้นานเกินรอ ร่างของเจ้าของเสียนั้นก็ได้ปรากฎตัวออกมาจากในโผลง ปรากฎเป็นร่างของผู้หญิงร่างท้วมที่มีกายสีม่วงอ่อน ผมสีขาวสั้นที่ชี้ขึ้น ร่างท้วมถ่อนบนที่เหมือนมนุษย์ปกติ แต่ครึ่งล่างกลับเป็นหนวดปลาหมึกขนาดใหญ่สีดำส่วนตรงที่เป็นตุ่มดูดจะเป็นสีม่วง

 

ผู้หญิงคนนั้นค่อยๆแหวกว่ายเข้ามาหาเธอ เซียอาน่าจ้องมองเธออย่างระมัดระวังตัว เพราะผู้หญิงคนนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกกว่าสัตว์พูดได้อย่างสกาอีก เพราะงั้นคงจะเข้าถึงยากแล้วมีเลห์เหลี่ยม์เยอะมากๆเป็นแน่

 

“คุณเป็นใคร? ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ฉันเดาว่า คุณคงรู้จักฉันอยู่แล้วสินะ”

“เธอพูดถูกแม่หนูน้อย ฉันรู้จักเธอ พวกเราทุกคนรู้จักเธอเป็นอย่างดี”

“……….”

 

เซียอาน่าเริ่มทำหน้าเครียด ตั้งแต่เธอเดินตามเจ้าแมวที่อยู่ข้างๆเธอมาจนถึงที่นี่ ก็เจอแต่คนกับตัวแปลกๆเต็มไปหมด แล้วพวกเขาก็พูดเหมือนกับว่ารู้จักเธอมาก่อนอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นเมื่อเห็นว่าเซียอาน่านิ่งเงียบ จึงได้เริ่มพูดต่อ

 

“ไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นก็ได้ พวกเราไม่ทำอะไรเธอหรอก”

“แล้วพวกคุณต้องการอะไรกันละ”

“เข้าเรื่องง่ายแบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย หึๆ”

 

 

พูดจบผู้หญิงคนนั้นก็ละมือออกก่อนที่จะว่ายไปที่แท่นพิธีกลางถ้ำ เซียอาน่ามองตามลงไปก่อนที่เจ้าแมวสีเทาจะกระโดดขึ้นมาในอ้อมแขนเธอด้วยท่าทางกลัวแปลกๆ เซียอาน่ามองท่าทางของมันอย่างไม่ค่อยเข้าใจก่อนที่จะถูกดึงความสนใจไปเมื่อเสียงของผู้หญิงคนนั้นดังขึ้น พร้อมกับแรงโอบรัดรอบตัว

 

“ลงมานี่สิ”

 

รัด!

 

“หะ หว้าย! อะไรเนี่ย!? ปลาไหลเหรอ!?”

 

ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหน จู่ๆก็มีอะไรบางอย่างยาวๆลื้นๆมาพับรอบเอวก่อนที่ร่างของเธอที่อุ้มเจ้าแมวนั้นเอาไว้อยู่จะลอยลงไปยังจุดที่ผู้หญิงคนนั้นอยู่โดยฝีมือของปลาไหลยักษ์สองตัว 

 

เธอไม่ทันรู้ตัวเลยว่ามันมาอยู่ข้างหลังเธอเมื่อไร้ แต่นี้น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าแมวในอ้อมกอดของเธกลัวก็ได้ ปลาไหลยักษ์สองตัว ลำตัวของพวกมันเป็นสีฟ้าอมเทาขุ่นๆ และดวงตาของพวกมันทีข้างนึงจะเป็นตาปกติ แต่ขึ้นข้างจะเป็นสีเหลืองทอง สลับข้างกันทั้งสองตัว

 

พวกมันใช้หางที่ยาวของพวกมันพันรอบตัวเธอก่อนที่จะค่อยๆพาลงมายืนข้างล่าง เมื่อแหวกว่ายมาถึงเจ้าปลาไหนก็ปล่อยหางของมันที่พันรอบตัวเธอออก 

 

“เฮ้ย! ปล่อยฉันนะ! โอ้ย!”

 

แต่กับมีปลาไหลตัวนึงไม่ยอมปล่อย และเริ่มที่จะรัดเธอแน่นขึ้นและยิ่งเธอขัดขืนมันก็ยิ่งรัดมากขึ้น เจ้าแมวที่เธอกอดเอาไว้ก็ส่งเสียงขู่ร้องที่แปลกประหลาด พร้อมกับใช้อุ้มเท้าหน้าตบหางของปลาไหลที่รัดตัวเธออยู่รัวๆ แต่ก็โดนปลาไหลอีกตัวว่ายมาจ้องหน้าเข้าให้ จนมันตัวแข็งค้างไปแล้ว แล้วการที่พวกมันแกล้งเธอกับเจ้าแมวได้สำเร็จพวกมันก็หัวเราะคิกคักกันสองตัว

 

 

แบะๆ!

 

 

“เอาละเด็กๆ หยุดแกล้งแขกคนสำคัญของเราได้แล้ว”

 

เสียงตบมือพร้อมกับน้ำเสียงของหญิงสาวปลาหมึกดังขึ้นก่อนที่เจ้าปลาไหลสองตัวจะว่ายกลับไปหาหล่อนแต่ก็ยังไม่วายเธอเห็นพวกมันเอาปลายหางตีกันด้วย แล้วถ้านั้นเป็นมือละก็เหมือพวกมันพึ่งแท็กมือกันไปแน่ๆ

 

     ‘ไอ้ปลาไหลจอมแสบสองตัวนี้กวนประสาทยิ่งกว่าซีม่อลกับซีนอยซะอีก! ’

 

“งั้นก่อนอื่นที่จะคุยธุระของเรา มาแนะนำกันหน่อยดีกว่านะเซียอาน่า”

“คงมีแต่คุณเท่านั้นแหละ เพราะฉันไม่รู้จักคุณ”

 

“หึหึๆ ปากตรงดีจังเลยนะฉันละชอบเด็กแบบนี้ซะจริงๆ……….”

 

 

 

(เท่าที่ไรท์ไปเทียบภาพมา ฟรอย์น่าจะตัวซ้าย เจคน่าจะตัวขวา)

 

“ชื่อขอฉันคือ เออร์ซูล่า แม่มดแห่งท้องทะเล ถ้าหากว่าเธอมีปัญหา ฉันก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเธอนะ”

 

แม่มดแห่งท้องทะเล เออร์ซูล่า เอ่ยแนะนำตัวเองกับเธอพร้อมกับเจ้าปลาไหลลูกรักของหล่อนที่จะค่อยทำตามคำสั่งและอยู่ข้างกายไม่ห่าง จากท่าทางและคำพูดนั้นขนาดเด็กอนุบาลดูยังรู้เลยว่ามันต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ

 

“แม่มด…ช่วยเหลือหรอ? แหม รู้สึกเกรงใจจังค่ะ (ประชด)"

“ไม่จำเป็นต้องเกรงใจเลย ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่ฉันสมควรทำเท่านั้น”

เออร์ซูล่าพูดพร้อมกับว่ายเข้ามาไกล้ๆเธอ หนวดปลาหมึกบางเส้นก็ไล่ไปตามตัวจนแอบขนลุกจนเซียอาน่าแอบกอดเจ้าแมวที่อยู่ในอ้อมกอดแน่นขึ้น ก่อนที่ปลายนิ้วที่มีเล็บแหลมสีแดงจะเข้ามาเชยคางให้เธอเงยขึ้นไปสบตา

 

“ถ้าเป็นเด็กดีละก็ฉันจะดูแลเธออย่างดีเลยล่ะ ”

 

ถึงแม้ว่าคำพูดคำจาจะดูเหมือนคุณป้าใจดียังไง แต่ในใจนั้นรู้ดีว่ามันคงไม่ง่ายขนาดนั้นแน่ๆ เพราะขึ้นชื่อว่าเเม่มดแล้วนั้น คงไม่มีทางทำอะไรโดยไม่วางแผลหรือหวังผลอะไรไว้แน่ๆ

 

“คุณต้องการอะไรจากฉัน”

“เป็นคำถามที่ดีแม่หนูน้อย เพราะพวกเรามีเรื่องจะให้เธอช่วย โดยมีค่าตอบแทนด้วยนะ"

"ค่าตอบแทนคืออะไร?"

 

เออร์ซูล่ายกยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะชี้นิ้วไปที่แท่นพิธีตรงกลางที่ขั้นระหว่างพวกเธอสองคน….

 

“สิ่งที่เธอต้องการได้คืนกลับมา มากที่สุดไงละ”

 

 

กล่าวจบประโยชน์ ที่แท่นพิธีก็เกิดแสนสีทองสว่างจาขึ้นจนต้องยกมือขึ้นมาปิดตา ปรากฎเป็นเหมือนกับร่างๆนึงขึ้นมา เซียอาน่ามีสีหน้าตกใจเมื่อมองดูดีๆแล้วว่าร่างๆนั้นเป็นใคร

 


     ===

 


ฟู่!!

 

“เดียวก่อน!!”

 

เพียงปลายนิ้วสัมผัส ร่างๆนั้นก็หายไปพร้อมกับฟองอากาศ สิ่งที่คว้าไว้ได้มีเพียงตวามว่างปล่าว ไม่อาจจะสัมผัสถึงกันได้ ต่อให้จะอยู่ไกล้เพียงแค่เอื่อมมากเท่าไร ก็ไม่เคยจะคว้าเอาไว้ได้

 

“อย่าเสียใจไปแม่หนูน้อย ถ้าเธอช่วยพวกเราสำเร็จ เธอจะได้ในสิ่งที่เธอต้องการคืนมา”

 

 

เออร์ซูล่ากล่าวจบร่างของเซียอาน่าก็โดนแรงดึงดูดบางอย่างดูดเข้าไปในแท่นพิธีก่อนที่เธอจะหายไปตรงนั้น

 

วิ้ง!!



________________________________________________________________________________________________

_______

 


มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ตัวอักษรมันจะเต็ม50,000ตัวแล้ว ระบบมันจะไม่บันทึกและเผยแผร่ให้ ไปต่อตอนหน้าละกันนะ เขียนยาวจนความจำเต็มอะคิดดู


กลับมาตรวจคำผิดให้แล้ว ถ้ายังเจอคำผิดอยู่อีกก็ต้องขอโทษด้วยคะ

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #1 chion_nai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:01

    เป็นการเริ่มเรื่องที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆจริงๆคะ น่าสนใจมากเลย รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 pattareyapinyaem(จากตอนที่ 2)
      11 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:58
      ยังไม่นอนอีกหรอคะเนี่ย(ว่าเขามากก็ไม่ได้ตัวเองก็แต่งยาวจนจะตี4แล้วเนี่ย😅)จะรีบๆทยอยมาลงให้นะค่ะ^^
      #1-1