[FIC GOT7] Master 선생님 #ฟิคมาสเตอร์นิม

ตอนที่ 14 : [Chef W] ► Entrée ◄

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    11 ส.ค. 59

Master 선생님

#ฟิคมาสเตอร์นิม


 

ละมุนกรุ่นไอรักกับกาแฟถ้วยโปรด

ออกแบบความหอมหวานในแบบที่คุณเลือกสรร

หรือเลือกเป็นอาหารจานหลักที่จะทำให้คุณอิ่มเอมไปทั้งหัวใจ

Bon Appetit

 

 

 

Chef W

(เชฟดูเบลอเว)

 

 


Entrée 

 Plat principal/ Salade / Dessert / Digestif




 

                นิ้วเรียวคลิกเมาส์เข้าไปในแผนกบุคคลของเว็บไซต์ร้าน Merci de Manger ทำให้รู้ว่าที่ร้านนี้บริหารงานกันสามคนโดยเริ่มจากสามหนุ่มต่างสัญชาติเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเรียนทำอาหารมาด้วยกันช่วงหนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันไปลงเลือกเรียนเฉพาะด้านที่ตนสนใจแล้วกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง



                เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลายองแจจึงรีบกดเข้าไปที่บล็อกแรกซึ่งเป็นบล็อกของร้าน Chef W เพื่อศึกษาข้อมูลของที่นั่นคร่าวๆจะได้หาเรื่องเข้าไปแอบถ่ายและล้วงความลับแต๋วแตกของเชฟเจ้าของร้านมาให้ได้



                บทสัมภาษณ์มากมายจากนิตยสารถูกจัดทำเป็น E-book มีทั้งเรื่องประวัติครอบครัว การศึกษา ความสามารถพิเศษ รวมไปถึงคำถามยิบย่อยอย่างงานอดิเรกหรือแม้แต่ความรัก หนุ่มน้อยเลื่อนเมาส์อ่านรายละเอียดในนั้นพร้อมอุทานออกมาเป็นครั้งคราวเพราะประวัติของเขานั้นแทบจะเรียกได้ว่าเพอร์เฟ็คต์



 

Q: ทั้งหล่อทั้งเก่งแถมยังทำอาหารเป็นแบบนี้ ไม่ทราบว่ามีคนดูแลหัวใจรึยังเอ่ย?

JS: (หัวเราะ) อาจจะดูเหมือนไม่น่าเชื่อ แต่ว่าผมยังโสดนะครับ

Q: ไม่น่าเชื่อจริงๆด้วยค่ะ แต่หลังจากบทสัมภาษณ์นี้ถูกปล่อยออกไปคาดว่าคุณเชฟสุดหล่อของเราก็คงจะโสดได้อีกไม่นาน ขอถามสเปคคร่าวๆเผื่อว่าสาวๆในที่นี้จะแอบมีสิทธิ์หวังสักเล็กน้อยได้ไหมคะ?

JS: ผมไม่มีสเปคตายตัว บางที...อาจจะเป็นคนที่ทานอาหารของผมด้วยสีหน้ามีความสุขแค่นั้นมั้งครับ

               




                ยองแจเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะมองรูปภาพประกอบท้ายบทสัมภาษณ์ก่อนจะหุบยิ้มเมื่อภาพของสาวน้อยกล้ามล่ำในชุดกระโปรงแทรกซ้อนเข้ามาในความคิดอีกครั้ง เด็กหนุ่มกระพริบตาปริบๆแล้วเลื่อนเมาส์ลงมาจนถึงแบบฟอร์มขอสมัครงาน นิ้วเรียวกดสั่งปริ้นท์ทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดนานเพราะเขาคิดมาอย่างดีแล้วว่าจะลงสมัครในตำแหน่งอะไร



 












                “...พนักงานล้างจาน?”



                คุณป้าวัยสี่สิบปลายๆขยับแว่นสายตาลอดมองคนตัวขาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เด็กหนุ่มหน้าตาแป้นแล้นแก้มอิ่มเดินตรงเข้ามาสมัครงานด้วยความมั่นใจพร้อมด้วยกระดาษแผ่นสองแผ่นในมือ บนใบสมัครระบุตำแหน่งที่ต้องการเข้าทำงานเอาไว้ว่าพนักงานล้างจานอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งแตกต่างจากใบสมัครของคนอื่นๆที่มักจะมาในรูปแบบของเด็กเสิร์ฟหรือไม่ก็ผู้ช่วยเชฟ




                “การศึกษาก็ดีนี่ น่าจะลงตำแหน่งผู้ช่วยเชฟได้สบาย” เธอพูดพลางจรดปลายปากกาติ๊กๆในช่องรายละเอียดการสัมภาษณ์ ยองแจเม้มริมฝีปากเบาๆจะให้เขาตอบไปตามตรงได้ยังไงล่ะว่าถ้าลงตำแหน่งผู้ช่วยเชฟนอกจากจะได้สร้างความวุ่นวายให้ร้านเพราะไม่มีความรู้ด้านอาหารแล้วยังอาจจะถูกมาสเตอร์เชฟจับได้อีกว่ามาแอบถ่ายเขา หากลงตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟก็จะได้อยู่แค่ส่วนหน้าร้านโอกาสเข้าใกล้หวังแจ็คสันก็จะยากเข้าไปใหญ่



                “ผมไม่มีความรู้ด้านอาหารเลยครับ แต่ว่าผมไม่เกี่ยงงานเลยนะ จะให้ผมล้างจาน ล้างห้องน้ำ กวาดร้าน ถูพื้นอะไรพวกนี้ผมทำได้หมดเลย ขอแค่รับผมเข้าทำงานเถอะนะครับพี่สาว~” เด็กหนุ่มเกาะขอบโต๊ะอ้อนวอนหญิงวัยกลางคนตาแป๋ว สรรพนามที่เขาใช้เรียกเธอทำให้เธอหลุดอมยิ้มออกมาน้อยๆก่อนจะพยักหน้ารับเพราะความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กชายคนนี้ที่ดูจะอายุน้อยกว่าลูกๆของเธอเสียอีก



                “เรียกฉันว่าผู้จัดการคังก็พอ พร้อมทำงานเมื่อไร?”



                “วันนี้เลยครับ!



                “ดี ถ้างั้นก็เริ่มงานได้เลย เอานี่ไปด้วย ครัวอยู่ห้องข้างๆฝั่งซ้ายมือแล้วอย่าโผล่หน้าออกไปหน้าร้านถ้าไม่จำเป็น”



                เด็กหนุ่มยิ้มกว้างพร้อมน้อมศีรษะรับป้ายชื่อบอกตำแหน่งชั่วคราวจากผู้จัดการคัง ความจริงแล้วเธอก็คงอยากจะเป็นคนไปส่งเขาด้วยตัวเองแต่เพราะว่ายังมีผู้ต่อคิวรอสัมภาษณ์อยู่อีกหลายคนจึงต้องให้เขาไปเอง แต่นั่นก็เป็นความต้องการของยองแจอยู่แล้ว



                เด็กหนุ่มหน้าตี๋เดินยิ้มร่าตัวปลิวออกมาจากห้องผู้จัดการคังซอยุน ป้ายชื่อที่คล้องอยู่บนคอทำให้คนมารอสมัครงานหลายคนหันมองเขาเป็นตาเดียวแต่ยองแจก็ไม่ได้สนใจ พอลับสายตาคนหนุ่มน้อยหน้าหวานก็ไม่ลืมที่จะหยิบกล้องตัวจิ๋วขนาดเล็กกว่าฝ่ามือขึ้นมาเตรียมพร้อมและกดชัทเตอร์เก็บบรรยากาศโดยรอบคร่าวๆก่อนจะผลักประตูเฉพาะพนักงานเข้าไปด้านในครัว



                “สวัสดีครับ ผมชเวยองแจ พนักงานล้างจานคนใหม่ของร้านฝากตัวด้วยนะครับ!” เด็กหนุ่มเปิดประตูเข้ามาตะโกนลั่นร้าน เชฟฝรั่งร่างบึกบึนหลายคนหันมามองเขานิดหน่อยก่อนจะทำอาหารต่อโดยไม่สนใจพนักงานใหม่แม้แต่น้อย หนุ่มน้อยพองลมใส่แก้มแล้วจึงเดินคอตกไปที่อ่างล้างจานซึ่งอยู่มุมด้านในสุดของครัว มีประตูแยกเฉพาะเชื่อมต่อกับด้านหน้าร้านเพื่อไว้ใช้เก็บจานชามเข้ามาล้าง



                “เพื่อโซยอน...สู้เว้ย!” ยองแจชูกำปั้นขึ้นมาให้กำลังใจตัวเองก่อนจะถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วเริ่มบีบน้ำยาล้างจานลงบนฟองน้ำ



                “เฮ้! เด็กใหม่”


                “แม่ร่วง!


                เด็กหนุ่มถลาตัวเข้าไปรับจานที่ทำหลุดมือเพราะมีคนมาตบไหล่ก่อนจะกอดชามเลอะฟองนั้นไว้แนบอกอย่างหวงแหน ยังไม่ทันไรเลยเขาก็เกือบจะทำจานตกแตกเสี่ยงโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกเพราะคนที่มาทักทาย



                “เฮ้ย ขอโทษนะฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้นายตกใจ”



                ยองแจมองหน้าคนที่มาตบไหล่เขาอย่างหวาดๆก่อนจะตั้งสติได้แล้วยืดตัวขึ้นตามปกติ ใบหน้าสดใสเป็นมิตรของเพื่อนร่วมงานทำให้เด็กหนุ่มไม่ได้ติดใจถือสาอะไรอีกทั้งยังยิ้มให้เขาแล้วโค้งศีรษะทักทายอย่างนอบน้อมตามธรรมเนียม



                “ไม่ต้องมีพิธีรีตองไรหรอก ฉันชื่อ ซออึนกวัง เป็นผู้ช่วยเชฟอยู่ที่นี่มีคนบอกว่าผู้จัดการคังรับพนักงานเข้ามาใหม่เลยแวะมาทักทาย นาย...”


                “เอ่อ...ผมชเวยองแจครับ”


                “ยองแจเหรอ ชื่อน่ารักจังเลยยย คิคิ เรียกฉันว่าพี่อึนกวังก็ได้ ที่นี่เราอยู่แบบเป็นกันเองไม่ต้องเกร็งนะ~” อึนกวังยกแขนขึ้นคล้องคอยองแจไปด้วยขณะพูด



                “อือ ตัวหอมจัง ใช้น้ำหอม...”



                “ลูกค้ารอเต็มร้าน ไม่มีงานทำกันเหรอ?”  




                เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของพวกเขา อึนกวังปล่อยคอน้องใหม่ให้เป็นอิสระก่อนจะหันไปหัวเราะแห้งๆกับมาสเตอร์เชฟหนุ่มล่ำสันที่ชเวยองแจจดจำใบหน้าคมคายแบบนั้นได้เป็นอย่างดีผ่านหน้าเว็บเพจของทางร้าน ผิวขาวบ่มแดดในแบบผู้ชายแมนๆ นัยน์ตาคมกริบที่จ้องมองมายังเขาสองคนด้วยสายตาตำหนิกลับยิ่งดูมีเสน่ห์จนยองแจเผลอใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองว่าใจเต้นเพราะกลัวตุ๊ดโดยสัญชาตญาณแต่อีกความคิดหนึ่งมันกลับคัดค้านว่าไม่ใช่



                “อย่าทำให้น้องกลัวสิวะ ถึงจะเป็นเจ้าของร้านแต่ก็ใช่ว่าจะดุทุกคนได้หมดนะ น้องยองแจเขาเพิ่งมาทำงานวันแรก ตำแหน่งเด็กล้างจานที่แกไล่ออกเป็นว่าเล่นมีโผล่มาสมัครแค่น้องเขาคนเดียวเนี่ย”



                อ้าว...ฉิบหายละ



                ยองแจคิดในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป ที่คนส่วนใหญ่ไม่เลือกสมัครตำแหน่งนี้ไม่ใช่เพราะว่ามันได้เงินเดือนน้อยที่สุดหรอกเหรอ...



                “ความสะอาดของภาชนะเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมคุณภาพอาหาร ถ้าคิดว่างานล้างจานสบายใครก็ทำได้อาจจะหมายถึงร้านอื่นแต่ต้องไม่ใช่ที่นี่” อึนกวังถอนหายใจเพราะรู้ว่าถ้าเป็นเรื่องของอาหารหวังแจ็คสันไม่มีทางปล่อยไปทุกขั้นตอน พิถีพิถันแม้กระทั่งการจับส้อมและมีดเพื่อรับประทานอาหารของลูกค้า



                “ฉันไม่เถียงกับนายแล้วไปทำงานต่อดีกว่า ยองแจ เย็นนี้ยังไม่รู้จะกินข้าวที่ไหนใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเลิกงานแล้วเดี๋ยวพี่พาไปนะ แถวนี้มีร้านเล็กๆน่ารัก...”



                “ไปทำงานไป เป็นรุ่นพี่ก็ใช่ว่าจะไล่ออกไม่ได้”



                แจ็คสันพูดขัดขึ้นมาก่อนที่อึนกวังจะทันได้พูดจบ หนุ่มขี้เล่นสัญชาติเกาหลีจึงได้แต่เบ้ปากใส่รุ่นน้องลูกเพื่อนแม่อย่างหมั่นไส้ในการดักคอครั้งนี้ เขาหันไปขยิบตาส่งให้ยองแจอีกหน่อยก่อนจะหมุนตัวกลับไปหั่นผักบนเขียงที่หั่นค้างไว้ต่อ ณ ที่นี้จึงเหลือเพียงแค่ยองแจและแจ็คสันเท่านั้น



                “ชื่ออะไร?”


                “เห?”


                แม้ว่าชื่อของเขาอาจจะไม่ได้น่าจดจำเท่าไร แต่จากประโยคสนทนาเมื่อครู่ผ่านอึนกวังก็น่าจะเพียงพอให้คนตรงหน้ารับรู้ได้แล้วว่าเขาชื่ออะไรแต่ก็เอาเถอะ ยองแจจะถือว่าเขาไม่ได้สนใจฟังก็แล้วกัน


                “ชเวยองแจ...ครับ” ความรู้สึกกดดันจากสายตาแบบนี้เขาไม่ค่อยชอบเลย เด็กหนุ่มจึงเลี่ยงที่จะพูดคุยกับนายจ้างโดยการโค้งศีรษะให้เขาน้อยๆแล้วหันกลับไปล้างจานต่อ



                “ห้ามมีกลิ่นติดจาน ฟองก็ด้วย คราบมันก็ต้องจัดการให้หมด” เสียงทุ้มต่ำนั้นยังคงคอยบอกอยู่ใกล้ๆราวกับไม่ได้ขยับไปไหน ยองแจทำเพียงแค่ขานรับแล้วล้างจานในมืออย่างขะมักเขม้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพร้อมกับแก้มป่องที่เริ่มพองออกน้อยๆอย่างคนไม่ค่อยพอใจกับการถูกกดดันและต้องมาทำอะไรจุกจิกแบบนี้



                นัยน์ตาคมยังคงจับจ้องไปที่แผ่นหลังของพนักงานล้างจานคนใหม่อย่างไม่วางตา ริมฝีปากหยักยกยิ้มบางอย่างนึกขำเมื่อเห็นคนตรงหน้าใช้เวลาล้างจานแต่ละใบนานกว่าปกติแถมยังล้างฟองน้ำจนสะอาดเอี่ยมอ่องก่อนจะเอามาล้างจานใบต่อไป



                “มาสเตอร์เชฟครับ แย่แล้วครับ!


                “มีอะไร?”


                แจ็คสันละสายตาจากพนักงานใหม่แล้วหันกลับมาหาพนักงานเสิร์ฟที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในร้านพร้อมถาดอาหารที่มีถ้วยซุปหัวหอมวางอยู่



                “ลูกค้าบอกว่าอาหารมีปัญหา รสชาติแปลกๆจึงต้องการพบตัวเชฟคนที่ทำซุปถ้วยนี้ครับ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันก่อนจะหยิบช้อนที่อยู่ใกล้มือมาลองตักชิมรสชาติซุปในถ้วยแล้ววางช้อนลงข้างจานรองถ้วยอย่างแรง



                “ใครเป็นคนทำซุปหัวหอมของโต๊ะนี้?”



                เสียงวางช้อนและความตึงเครียดภายในครัวทำให้ยองแจแอบหันมามองด้วยความสนใจ นัยน์ตาคมแข็งกร้าวมีท่าทีไม่พอใจในรสชาติของซุปอย่างชัดเจนก่อนที่เชฟตัวผอมคนหนึ่งจะชูมือขึ้นรับสารภาพแล้วยอมเดินออกมาให้เขาดุ



                “ไม่ได้ผัดหอมใหญ่ก่อนเอาไปอบใช่ไหม?”



                ใบหน้าของพนักงานคนนั้นซีดเผือดก่อนจะก้มศีรษะยอมรับไปตามตรงเพราะถึงโกหกไปหวังแจ็คสันก็จับได้อยู่ดี


                “มักง่าย...”


     “...”


“หัวใจหลักของการเป็นเชฟคืออะไร...รสชาติ อย่าคิดว่าแค่ทำให้สุกๆไปยังไงก็กินได้เหมือนกัน ทุกคนบนโลกนี้ทำอาหารได้แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำอาหารได้อร่อย ไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตัวเองก็ขอให้ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ออกไปขอโทษลูกค้าแล้วบอกให้รอหน่อยฉันจะเป็นคนทำซุปถ้วยใหม่ให้อีกครั้งพร้อมกับไม่คิดค่าอาหารมื้อนี้ทั้งหมด”



คำสั่งเฉียบขาดถูกประกาศออกไป เชฟคนนั้นก้มศีรษะน้อมรับคำตักเตือนของแจ็คสันแล้วเดินตามพนักงานเสิร์ฟออกไปขอโทษลูกค้าด้านหน้าร้าน เชฟและผู้ช่วยเชฟคนอื่นๆต่างพากันหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองที่ค้างไว้เพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย ยองแจมองใบหน้าเคร่งเครียดที่เริ่มผ่อนคลายลงเมื่อหยิบหัวหอมใหญ่ออกมาสับสลับกับตั้งเตาเตรียมน้ำมันในกระทะให้ร้อนไปด้วย



มือเรียวล้วงหยิบกล้องแอบถ่ายขนาดจิ๋วมากดชัทเตอร์อีกสองสามครั้งแล้วเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าพร้อมหันขวับกลับไปล้างจานต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น



ล้างจานต่อไปได้สักพักกลิ่นหอมของหอมใหญ่ผัดเคล้ากลิ่นของต้นกระเทียมซอยเคี่ยวไฟอ่อนๆก็โชยมาแตะจมูกคนที่ท้องว่างมาตั้งแต่กลางวัน คนตัวเล็กวางจานที่ล้างอยู่แล้วเดินตรงไปยังจุดกำเนิดของกลิ่นหอม



“หอมจัง” หนุ่มน้อยหน้ากลมหลับตาสูดกลิ่นหอมของซุปหัวหอมในถ้วยที่หวังแจ็คสันกำลังโรยพาร์มีซานชีสและพาสเลย์สับอย่างพิถีพิถัน


“หิวหรือไง?” แจ็คสันนึกขำกับท่าทีที่คนตัวขาวทำ เขาแกล้งยกถ้วยซุปไปวนตรงหน้าคนแก้มป่องซึ่งกำลังหลับตาพริ้มวนหน้าตามถ้วยอาหารของเขาก่อนจะเอาไปใส่เข้าเตาอบและตั้งเวลาไว้ที่สิบนาที



                ยองแจลืมตาขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอทำเรื่องน่าอายลงไป ใบหน้าหวานแดงระเรื่อก่อนจะส่งยิ้มเขินๆแก้เก้อแล้วหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปล้างจานต่อ ฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือบางเลอะฟองน้ำยาล้างจานก่อนจะพรูลมหายใจออกเบาๆ



                “ถ้าหิวก็ต้องกิน เดี๋ยวเสิร์ฟลูกค้าแล้วฉันจะกลับมาทำให้นายอีกถ้วยนึง”



                “โอ๊ะ ไม่ ไม่ต้องหรอกครั...”


โครกกก~


                ยองแจโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันแต่กระเพาะเจ้ากรรมดันทรยศเขาเสียนี่ เสียงท้องร้องของคนหน้าหวานทำให้แจ็คสันแอบขำหน่อยๆโดยมีเจ้าตัวน้อยยืนยิ้มเขิน เสียงติ๊งของเตาอบดังขึ้นเบาๆ แจ็คสันจึงหันไปล้างมือที่ซิงค์แล้วดึงถุงมือกันความร้อนข้างเตามาสวม



                นัยน์ตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นน้อยๆเมื่อเห็นว่าถุงมือที่มาสเตอร์เชฟแจ็คสันใช้เป็นสีชมพูหวานแหววมีตัวการ์ตูนน่ารักๆล้อมรอบอยู่เต็มไปหมด หนุ่มน้อยจึงถือจังหวะตอนที่แจ็คสันกำลังยกถ้วยซุปออกจากเตาอบหยิบกล้องจิ๋วขึ้นมารัวชัทเตอร์แล้วเก็บเข้ากระเป๋าไป แจ็คสันหันมามองคนแก้มกลมเล็กน้อยแล้วจึงถือถาดซุปออกไปเสิร์ฟด้านนอก



                “หล่อล่ำมาดแมนแต่หัวใจพริตตี้เคียว เฮ้อ...”



                คนตัวขาวถอนหายใจแล้วหันกลับไปล้างจานต่อระหว่างรอหวังแจ็คสันกลับมาในครัว คือที่รอก็ไม่ใช่เพราะพิศวาสหรือหลงใหลอะไรหรอกนะเขาแค่กำลังหิวแล้วรอนายจ้างมาทำซุปให้กินต่างหาก!

 





                เชฟและพนักงานหลายคนต่างพากันทยอยขอตัวกลับบ้านหลังจากปิดครัวแต่ยังคงมีในส่วนของแม่บ้านเก็บกวาดที่ต้องรอจนกว่าจะถึงเวลาร้านปิดถึงได้เริ่มทำความสะอาด รวมไปถึงพนักงานล้างจานคนใหม่คนนี้ที่เริ่มล้างช้าลงเรื่อยๆเข้าไปทุกทีแต่กองจานพวกนี้ก็ไม่มีท่าทีจะลดลงจากเดิมเท่าไรเลย



“ล้างจนมือชาไปหมดแล้วนะ ลดลงซะบ้างสิ” ใบหน้าน่ารักยู่หน้ามู่ทู่แต่ถึงจะบ่นยังไงสองมือน้อยๆก็ยังคงคอยล้างจานต่อไปอย่างไม่มีหยุดหย่อน วินาทีนี้เองเขาถึงได้รู้ว่าการเป็นพนักงานล้างจานมันไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครๆพูดกัน



กลิ่นหอมของซุปหัวหอมโชยขึ้นมาอีกครั้งขณะที่เด็กหนุ่มกำลังล้างจานอยู่ในครัวเพียงลำพัง ใบหน้าน่ารักขมวดคิ้วยุ่งพลางทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่น



“หิวจนเบลอไปแล้วเหรอชเวยองแจ คนใจร้ายใช้งานเยี่ยงทาส ไหนบอกว่าออกเอาอาหารไปเสิร์ฟให้ลูกค้าแล้วจะกลับมาทำให้กินไง หายไปเป็นชั่วโมงๆ คิดว่าตัวเองเป็นมาสเตอร์เชฟก็เลยจะหลอกลวงต้มผัดแกงทอดคนอื่นยังไงก็ได้เหรอ” เด็กหนุ่มบ่นถึงคนใจร้ายพลันน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาเฉยๆเมื่อนึกไปถึงครอบครัวที่บ้านซึ่งมักจะกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันแต่ตั้งแต่โซยอนเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกินนอนที่นั่นเป็นเดือนๆช่วงเวลาเหล่านั้นก็หายไป



“ถ้าทำจานแตกหนึ่งใบฉันจะตีนายเท่ากับจำนวนคำที่ใช้บ่นฉันเมื่อกี้”



เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นด้านหลังคนตัวขาว ยองแจวางจานในมือลงแล้วหันกลับไปมองคนร่างสันทัดที่ยืนถือถ้วยซุปพร้อมกับจานอาหารหน้าตาแปลกประหลาดอีกอย่าง



“คุณ...ยังไม่กลับบ้านหรอกเหรอ...” หนุ่มน้อยบ่นงุบงิบพลางก้มหน้าก้มตาไม่กล้าเงยหน้ามองผู้เป็นเจ้านายที่เดินเข้ามาในครัวตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้


“ถ้ากลับแล้วก็คงไม่ได้ยินนายนินทาฉันน่ะสิ” แจ็คสันวางอาหารลงบนโต๊ะพร้อมกับเดินไปเลื่อนเก้าอี้มาสองตัว ยองแจทำปากยื่นน้อยๆแล้วหันกลับไปล้างจานต่อราวกับไม่อยากคุยกับเขาแล้ว แจ็คสันอมยิ้มขำเมื่อรู้ตัวว่าโดนพนักงานหน้าหวานคนนี้งอนเข้าให้แล้ว



“ลูกค้าคนที่ว่าเป็นเลขานุการทางการทูตจากฝรั่งเศส เขาชอบอาหารของเรามากแต่มาติดที่ซุปหัวหอมฉันก็เลยอยู่นั่งคุยกับเขาและชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดก่อนจะพาลงไปให้มาร์คช่วยดูเรื่องขนมเป็นของฝาก ปลีกตัวได้ก็เลยขอยืมครัวด้านล่างใช้ทำซุปหัวหอมให้นาย ส่งพวกเขาขึ้นรถเสร็จแล้วฉันก็รีบขึ้นมาหานายนี่แหละ”



แจ็คสันชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดอย่างจริงใจ คนตัวเล็กจึงยอมหันหน้ากลับมามองเชฟหนุ่มที่เพิ่งมานึกขึ้นได้ว่าเขาจะเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ยองแจฟังทำไม มันจึงดูเหมือนแฟนหนุ่มที่กำลังอธิบายสาเหตุของการผิดนัดเดทกับแฟนยังไงอย่างนั้น



“เอ่อ...” แจ็คสันเกาแก้มตัวเองเบาๆแก้เก้อเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เด็กหนุ่มหน้าหวานล้างมือสะอาดสะอ้านแล้วจึงเดินมาหาเขาพร้อมกับนั่งแหมะลงบนเก้าอี้โดยไม่ต้องรอให้ใครเชิญ



“ฮึก ผมหิวมากๆเลยครับ หิวจะตายอยู่แล้ว...ฮือออออออ” ชเวยองแจแผดเสียงร้องออกมาอย่างน่าเอ็นดู แจ็คสันส่งยิ้มบางให้คนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก่อนจะเลื่อนถ้วยซุปและข้าวผัดไข่ธรรมดาๆที่พอจะหาหยิบยืมวัตถุดิบได้จากครัวขนมของเพื่อนสนิทที่ชั้น B



“มื้อนี้อาจธรรมดาไปหน่อย...ขอโทษนะยองแจ”



แจ็คสันมานึกๆดูก็อดสงสารคนตัวเล็กตรงหน้าไม่ได้ ถ้าเขาไม่ไปขู่อึนกวังเอาไว้ว่าอย่าเพิ่งพายองแจไปกินข้าวถ้ายังทำงานไม่เสร็จเดี๋ยวเขาจะเป็นคนจัดการเองยองแจก็คงไม่ต้องทนหิวหลายต่อหลายชั่วโมงขนาดนี้



“ธรรมดาอะไรล่ะ เป็นข้าวผัดไข่ที่อร่อยที่สุดตั้งแต่ผมเคยกินมาเลยแถมไม่มีแตงกวาด้วย”



คนตัวเล็กเคี้ยวตุ้ยๆพลางเงยหน้าขึ้นมาตอบ แจ็คสันลอบยิ้มน้อยๆให้กับใบหน้าน่ารักที่ตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารธรรมดาๆของเขาด้วยสีหน้าเอร็ดอร่อยแล้วจึงหันไปมองจานกองโตที่ยังเหลืออีกมากพอตัวสำหรับการล้างคนเดียว



แต่ถ้าสองคน...คงไม่ต้องอยู่ล้างจนถึงพรุ่งนี้เช้าหรอกมั้ง

      












100% 

TBC: รอนานไหม?  //ใครเขารอ มาแล้วนะคะ อิอิ หลังจากลีลามาหลายวัน 

เรื่องนี้เป็น SF เน้อมีแค่ 5 ตอนจบแบบเดิม + บทนำอีกนิดหน่อยตามคอนเซ็ปต์ 

เชฟหวังเป็นอย่างไรกันบ้างงงงงง? //กริบ 

โอเคค่ะ มีคนอ่านไหมไม่เป็นไรแต่พราวก็จะแต่งต่อไป ฮึบๆ เจอกันตอนหน้ากับ #ฟิคมาสเตอร์นิม ค่ะ 

บั๊บบายยยขอบคุณนะคะที่หลงมาแวะเวียนนนน  









               

   

 

                     

   

  

                 

      

 

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

148 ความคิดเห็น

  1. #129 Korima (@rinamz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 01:02
    รออออออ
    มุ้งมิ้งน่ารักเหลือเกิน อยากอ่านต่อแล้วว
    มีปริ้นไปแล้วหรอคะ มีสต็อกหรือจะรีปริ้นมั้ยค่ะ อยู่ๆก็อยากเก็บเรื่องนี้ ถถถถ
    ติดตามนะคะ ฮอลลล
    #129
    0
  2. #127 Reeya.P (@Tuck_Reeya) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 10:30
    น้องน่ารักล่ะสิคุณเชฟหวัง เจอกันวันแรกก็ทำอาหารให้กินแล้ว คิคิ ^^
    #127
    0
  3. #123 MILKYJ (@milklaxhua) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2559 / 08:48
    แอบชอบน้องเข้าแล้วละซี่ ทนความน่ารักไม่ไหวใช่ไหมล้าาาา ^^
    #123
    0
  4. #122 ~ *FreSH MusHRoOm* ~ (@aiyagirl) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 00:24
    แจ็คสันดูอบอุ่นจังเลย มีอมยิ้มให้กับความน่ารักของยองแจด้วย >////<
    #122
    0
  5. #121 Yogurt osis (@pope18) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 12:26
    แหมมมมเชฟ
    #121
    0
  6. #119 0806 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 23:52
    โงร้ยยย ทำไมยองแจเป็นเด็กน่ารักแบบนี้ อ่านละเอ็นดูอ่ะ อยากจับมาเลี้ยง 555 เชฟหวังชอบน้องแล้วล่ะซี้



    ชอบเรื่องนี้จังเลย อ่านเบาๆ สบายๆดี มมพ สู้ๆนะคะ เรารออ่านอยู่
    #119
    0
  7. วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 23:45
    นึกว่าจะกินหัวยองแจตั้งแต่ทำงานวันแรกซะอีก แบบนี้เรียกไปได้สวย
    #118
    0
  8. #116 T'angmo (@tangmotar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 22:15
    โอ้ยยย~ ยองแจน่ารักไปไหนเนี้ยย~~ ถ้าเชพหวังจะหลงก้ไม่แปลก ขนาดเรายังหลงเลยยย 😍😍😍
    #116
    0
  9. #99 pty_no (@pty_no) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:29
    รอไรท์มาปรุงอาหารต่อนะคะ อยากรู้จักความเผ็ดร้อนของหวังแจ็คสันแล้วว คิคิ
    สู้ๆคะไรท์ รออ่านนะค่าาา
    #99
    0
  10. #97 maprangseetha (@maprangseetha) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:05
    ฆาตกรชัดๆๆๆ555
    #97
    0
  11. #95 MoMoRin (@momorin-k) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:13
    โหวววว ฆาตกรเลยนะนั่นน่ะ ฮ่าาาาา
    #95
    0
  12. #94 cakELFishMT (@cakelfish13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:47
    อยากจะรู้ว่าความเผ็ดนี้จะเผ็ดขนาดไหน
    #94
    0
  13. #93 Kamisama (@dream1048) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:44
    โง้ยทำไมแอบขำ555555 พี่เค้าไม่ได้ตั้งใจลูกกก แจอย่าโกรธน้า 55555
    #93
    0
  14. #92 chernann (@chernann) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:57
    มันใช่เลย พาร์ทแจ็คแจนี่ใช่เลย ความเจ็บปวดนี้ 555555555
    #92
    0
  15. #91 kororo03 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:53
    มาแล้ววววววรออ่านเรื่องนี้อยู่ไรท์เตอร์

    อยากจะสัมผัสรสชาติเผ็ดที่ซ่อนอยู่เหลือเกินค่ะ

    มาต่ออีก 50% ไวๆนะคะ
    #91
    0
  16. #90 พนักงานเสิร์ฟเมอซี่เดอมองเช่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:47
    เปิดมาก็ใจเต้นแรงกับการทำอาหารของเชฟ หล่อมาก ผู้ชายทำอาหารเก่งนี่เพิ่มความหล่อเข้าไปอีก หล่อทะลุปรอทแล้วเชฟหวัง อะไรคือเอาไข่ชิ้กเก้นไปทอดให้ยองแจกิน เป็นไงล่ะโดนโกรธเลย น่าตื่นเต้น รอติดตามนะคะะ
    #90
    0