{พรอสเฟีย} หลุดไปต่างโลกที่สงบสุข แล้วมันจะไปสนุกอะไร

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 เคลือบแคลง และ จดหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    4 ก.ย. 58

ได้ยินไหม มีใครอยู่แถวนี้ไหม ช่วยด้วย ใครก็ได้ตอบหน่อย ได้โปรด มีใครอยู่แถวนี้บ้างไหม ได้โปรด

ร่างของเด็กชายที่ตะโกนเรียกหาผู้คน ไม่ว่าใครก็ได้ เป็นสิ่งเดียวที่เขาขอร้องอ้อนวอน ใครก็ได้ที่จะมาช่วยเหลือน้องสาวของเขา ร่างของเด็กผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของเขา ร่างที่เปื้อนเลือด ลมหายใจที่รวยริน 

สภาพของทั้งคู่ไม่ต่างกันมากนัก แต่ว่าน้องสาวเขานั้นหมดสติไปแล้ว ความกังวลใจที่เพิ่มพูนขึ้น ท่ามกลางความมืดที่ไร้แสง ร่างสองร่างก็ล้มหมดสติตามกันไป แต่ภายในยังคงร่ำร้องเรียก หวังเพียงใครสักคนยื่นมือมาช่วยเหลือ ไม่ใช่เขาแต่เป็นร่างเล็กๆที่อยู่ในอ้อมกอด ขอแค่เธอก็พอ ใครก็ได้

แต่จู่ๆภาพทุกอย่างก็พลันสลายลงไป

แค่ความฝัน มันเป็นแค่ความฝัน ก็แค่ฝันไป


ตาที่เปิดขึ้นกับภาพของหลังคาสีดำที่ทำจากเกล็ดของตัวเกล็ดดำ เป็นตัวคล้ายๆกับตัวนิ่ม แต่จะต่างกันที่มีเกล็ดแข็งสีดำกับเล็บที่ยาวมาหนึ่งเล็บ ขนาดตัวก็ประมาณหมาตัวโตนั้นแหละ

ฉันค่อยๆยันตัวขึ้นจากเตียง ด้านนอกยังไม่สว่าง ยังคงเป็นช่วงมืดอยู่ ลุกขึ้นมาแบบยังไม่หายจากการง่วง ตายังคงไม่เปิดเต็มที่ แต่ถ้าจะให้หลับอีกรอบก็คงหลับไม่ลงแล้วล่ะ เจอฝันแบบนั้นเข้าไปทำเอาหลับไม่ลงเลย

ไหนๆก็ตื่นมาแล้วก็มาฝึกต่อเลยดีกว่า แต่ว่าถ้าเกิดว่าไม่สามารถใช่ได้ขึ้นมาล่ะ มันจะไม่เป็นการเสียเวลาเปล่าหรอ ถ้าใช่เวลาไปฝึกอย่างอื่น 

ฉันเดินไปนั่งที่ประจำแล้วก็นึกถึงเรื่องการฝึกที่ผ่านมา

มันไม่ค่อยที่จะประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเลย ยิ่งคิดยิงปวดหัว

แล้วทำไมฉันถึงต้องฝึกอะไรพวกนี้ด้วยเนี่ย ไม่ได้จะเอาไปสู้กับใครสักหน่อย ไม่เห็นจะต้องมาปวดหัวกับการฝึกเลย อยู่ที่หมู่บ้านนี้ก็สบายดีอยู่แล้วแท้ๆ 

ไม่สิเรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้ล่ะ แค่สังเกตจากการที่คุณบาบาร่าเว้นระยะห่างก็พอจะรู้แล้ว ว่าไม่ได้ไว้ใจในตัวฉัน แล้วเมื่อเป็นแบบนี้จะทำยังไง 

เรื่องมันก็ง่ายมากเลยล่ะ ถึงคนบนโลกนี้จะมองข้างก่อนแต่ก็สำหรับกลุ่มตัวเอง กับฉันที่ไม่มีข้อมูลใดๆเลยน่ะ ก็ต้องระวังไว้ก่อนอยู่แล้ว และแน่นอนว่าเรื่องนี้คงต้องมีการแจ้งไปทางศูนย์กลางหรือก็คือเมืองหลวงแน่นอน

คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าทางนั้นจะทำยังไง แต่ถ้าเป็นฉันก็คงจะสั่งให้พาตัวไปสอบสวนนั้นแหละ
เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้างในเวลาที่เหลือนี้ 

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลของคนบนโลกนี้เลยไม่สิเอาแค่ของชาวโครทีเซีย ฉันยังไม่รู้เลย ทั้งขีดความสามารถทางด้านร่างกาย ความสามารถทางเวทมนตร์ กลยุทธ์ที่ใช้ แบบแผนที่นิยม วิธีการต่อสู้หรืออาวุธที่ใช้ ถึงจะเคยเห็นลุงดาริลจับดาบอยู่บ้างแต่ก็แค่นั้น ยังไม่ใช่ทั้งหมด ไม่แน่ว่าอาจจะมีอาวุธอย่างอื่นอยู่ด้วยก็ได้

ในหนังสือที่ให้มาก็ไม่ได้มีบอกเอาไว้ และดูเหมือนจะพยายามไม่บอกข้อมูลมากนัก ในตอนที่สอนประวัติศาสตร์ของอาณาจักรก็อธิบายแค่ว่าทำสงครามที่ไหนผลเป็นยังไงแค่นั้น ไม่ได้พุดเรื่องของรูปแบบในการรบ

ฟังไปก็อาจจะไม่มีอะไรแปลกแต่ความรู้สึกมันบอกให้ระวังตัวเอาไว้ ฉันมาอยู่ที่โลกนี้ได้หกวันแล้ว ไม่รู้ว่าการส่งสารจากหมู่บ้านนี้ถึงเมืองหลวงจะใช่เวลานานแค่ไหน แต่ว่าก็ต้องรีบหน่อยแหละ

ในตอนนี้ที่ขาดข้อมูลสิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือพยายามร่วมรวมข้อมูลทั้งหมดเท่าที่เป็นไปได้ ยิ่งอยู่ท่ามกลางอีกฝ่ายด้วยแล้ว ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวัง

อืมแต่ว่าจะทำยังไงดีฉันมีแค่คนเดียวถ้าจะให้ไปหาข้อมูลก็คงจะไม่ไหว แถมยังต้องไปนั่งเรียนกับคุณบาบาร่าอีก เท่ากับปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลต่างๆเลย ได้แต่สิ่งที่คุณบาบาร่าสอนเท่านั้น

อา โดนเข้าแล้วสินะ ทำไมถึงไม่ฉุกคิดให้เร็วกว่านี้นะ แบบนี้เท่ากับว่าฉันจะได้ข้อมูลตามที่อีกฝ่ายต้องการจะให้รู้ แล้วยังเป็นการจำกัดความเคลื่อนไหว ให้อยู่แค่ที่บ้านของคุณบาบาร่าเท่านั้นอีกด้วย

แบบนี้แย่แน่ๆ ไม่แน่ว่าทุกคนในหมู่บ้านอาจจะร่วมในแผนการนี้ก็ได้ 

และถ้ามันแย่กว่านั้นก็คือ อาหารที่ฉันกินเข้าไปนั้นมียาพิษ ก็ไม่อยากจะคิดในแง่ร้ายแบบนั้น แต่ว่าในตอนนี้ฉันต้องระวังตัวเแาไว้ให้มากกว่านี้ซะแล้ว จะไว้ใจใครไม่ได้ทั้งนั้น 

ไม่นึกเลยว่าฉันจะเป็นคนที่คิดอะไรแย่แบบนี้ เป็นเพราะเกิดฝันแบบนั้นขึ้นมารึเปล่านะ หรือฝันนั้นจะเป็นลางบอกเหตุ 

เฮอะ บ้าไปกันใหญ่แล้ว เรื่องแบบนั้นนะไม่มีจริงหรอก 

ตัวตนของพลังเวทย์อาจไม่มีอยู่ก็ได้ แค่ร่ายบทร่ายเวทย์ออกมาก็สามารถใช้ได้ มันอาจเป็นอย่างนั้น

จากที่รู้มาการใช้จำเป็นที่จะต้องได้รับความยินยอมจากเทพทั้งสิบสาม ถ้าไม่อย่างนั้นก็ใช้ไม่ได้ สำหรับฉันที่ไม่ได้นับถือในตัวตนของเทพทั้งสิบสาม ก็คงไม่มีสิทธิที่จะใช้เวทมนตร์ของโลกนี้

เอาล่ะเลิกฝึกสัมผัสเวทย์ก่อนแล้วมาฝึกร่างกายดีกว่า ต้องทำให้ร่างกายที่เป็นข้อได้เปรียบของฉันมีความสามารถมากกว่านี้

ต้องทำให้แข็งแกร่งมากกว่านี้


แสงจากพระอาทิตย์เริ่มสาดส่องลงมา พวกชาวบ้านก็เริ่มออกไปทำงานตามปกติ และฉันที่ตอนนี้กำลังฝึกกล้ามเนื้อส่วนแขน ด้วยการทำหกสูง แต่ว่ามันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลยล่ะ คงต้องหาวิธีอื่นแล้ว ถ้าจะวิดพื้นก็จะทำให้หมดแรงก่อนจะทำในส่วนอื่นๆ ต้องเลือกฝึกให้ดีแล้ว 

เห้อ ในสถานการณ์แบบนี้ถ้ามีอากู๋อยู่ด้วยละก็ คงจะสะดวกไม่น้อยเลย รู้อย่างนี้น่าจะหัดเข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายบ่อยๆนาา

แย่จริงเชียว ถ้าเป็นแบบนี้ก็ต้องทำสองอย่างพร้อมกัน 

จริงสิลืมไปได้ไง ความสามารถที่แสนภูมิใจของฉัน ดันลืมนายไปซะได้ การแยกประสาท ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะสามารถ...... แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรในเวลาแบบนี้ละ เห้อ...

ตอนนี้ก็เพิ่มการยืดขาเข้าไปด้วย จากนั้นก็ดันแขนขึ้นและลง แบบนี้ก็จะได้ฝึกฝนเพิ่มขึ้นอีกขั้น จากนั้นก็ทำท่าปั่นจักรยานลมแบบกลับหัว เริ่มรู้สึกเมื่อยขาขึ้นมาแล้วแหะ คงเพราะอยู่ในท่ากลับหัว เลือดเลยไหลไปไม่ถึง แบบนี้ก็แย่แหะ

ฉันฝึกไปเรื่อยๆจนถึงเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้นส่องแสงเต็มที่ ก็เดินออกไปที่บ่อน้ำรวม ไปเอาน้ำสาดหน้าให้สดชื้นสักหน่อย

จากนั้นก็เตรียมตัวไปเรียนกับคุณบาบาร่า พยายามทำให้ทุกอย่างเป็นปกติมากที่สุด ไม่ให้เป็นที่สงสัย ไม่ว่ายังไงก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อนสำคัญที่สุด


##########


ในวันนี้ทุกอย่างก็ยังปกติดี เจ้าหนุ่มนั้นก็ออกจากบ้านในเวลาเดิมแล้วตรงไปยังบ่อน้ำ ดูเหมือนจะเป็นพวกชอบอาบน้ำ 

จากที่ข้าได้รับคำสั่งให้มาคอยดูว่าเจ้าหนุ่มนั้นมีพฤติกรรมอะไรบ้าง ท่านดาริลบอกว่าเจ้าหนุ่มนั้นเป็นผุ้มาจากแผ่นดินอื่น

ตอนแรกข้าก็ไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่ แต่เพราะสีผมกับพละกำลังขนาดนั้น จึงทำให้ข้าคิดว่าคงจะต้องเป็นอย่างนั้นแน่

ข้าพยายามไปตีสนิทเพื่อตรวจสอบให้มากที่สุด ทั้งเอาของที่ล่ามาได้ไปให้ ทั้งทำตัวเป็นคนบ้าๆบอๆเพื่อให้เจ้าหนุ่มตายใจ ข้าจะได้ล้วงข้อมูลออกมา แต่ข้ากลับรู้สึกเหมืินตัวเองโดนเองยังไงไม่รู้
จากที่พูดคุยกันมากเจ้าหนุ่มนี้เป็นพวกที่เข้ากับคนได้ง่าย แถมยังชมข้าไม่หยุดปากอีกด้วย เป็นคนที่มีนิสัยดีจริงๆ

จากที่รู้มารู้สึกว่าท่านรอล่าจะส่งสารไปทางเมืองโบรกคานผ่านทางโซเรนที่มักจะไปเอาสิ้นค้ามาขายกับเอาสิ้นค้าจากที่นี่ไปขายในเมืองใหญ่

และอีกไม่นานคงจะไปถึงเมืองหลวง ไม่น่าจะเกินเดือนหน้าคงมีคำตอบออกมา

ข้าก็รู้สึกสงสารอยู่หรอกแต่ว่าถ้าเกิดเอาความรู้สึกแล้วอาณาจักรเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ต่อให้ใช้ทั้งชีวิตของข้าก็แก้ไขความผิดไม่ได้

ก็ทำได้แค่ขอให้เทพคุ้มครองเท่านั้นแหละนะเจ้าหนุ่มอาเทอ


#########


วันนี้ก็ต้องเรียนกับคุณบาบาร่าเหมือนเดิม เป็นเรื่องของการปฏิบัติตัวในเมือง การเข้าสังคม การปฏิบัติเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ และการเต้นรำ

เรื่องภาษานั้นก็สามารถที่จะสื่อสารกันได้แล้วแต่ถ้าใช่คำที่ยากหรือไม่รู้จักก็ใบ้กินไปเลย ดังนั้นส่วนมากจึงพูดได้แค่ประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น

และเรื่องมารยาทต่างๆก็ทำได้ค่อนข้างดีแต่ว่าก็ต้องขอยอมแพ้กับอย่างสุดท้าย การเต้นรำ เป็นการเต้นรำที่ยากของยาก การเคลื่อนไหวต้องตรงเป๊ะทุกอย่าง การขยับมือ ขยับขา ต้องสอดคล้องกัน และที่น่าปวดหัวที่สุดคือ แต่ละเพลงนั้นมีมาจากต่างอาณาจักรจึงใช้ท่าเต้นต่างกัน ทำให้มีท่าเต้นพื้นฐานมากมาย 

แต่โชคดีที่อาณาจักรนี้นิยมมีอยู่เพียงสามท่าเท่านั้น แต่นั้นก็ยากพอแล้วไม่อยากนึกเลยว่า ถ้าต้องจดจำให้หมดทุกท่าจะต้องใช้เวลามากขนาดไหน

[การเต้นรำนั้นต้องให้ทุกส่วนของร่างกายเคลื่อนไหวประสานกันไปทุกส่วน ตามจังหวะบรรเลงดนตรี อย่าช้าเกินไปและอย่ารีบเร่งเกินไป] เพี๊ยะ อูยย แส้หนังเส้นเล็กถูกฟาดเข้าใส่น่องขาเต็มๆ ถึงจะหนังหนาก็เถอะแต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี 

คุณบาบาร่าเข้มงวดในเรื่องของการเต้นรำเป็นอย่างมาก ในทุกครั้งที่ทำพลาดก็จะฟาดแส้ใส่ในส่วนนั้นๆ ทำเอาพาลไม่อยากเรียนการเต้นไปเลยล่ะ

[ตามจังหวะให้ทัน ห้ามเสียสมาธิ อย่ามัวแต่คิดถึงเรื่องอื่น] เพี๊ยะ อีกแล้ว โดนอีกแล้ว คราวนี้เป็นที่แขน 

[เดี๋ยวก่อนครับ  คุณบาบาร่า ผมว่าวันนี้พอก่อนดีมั้ยครับ ไม่ไหวแล้วครับ] ฉันที่ทนต่อไม่ไหวก็ได้ขอร้องความเมตตาจากคุณบาบาร่า หวังว่าจะปราณี

[ก็ได้ค่ะ สำหรับวันนี้ก็พอก่อนก็ได้ แต่พรุ่งนี้ดิฉันหวังว่าจะดีขึ้นกว่าเดิมนะคะ] สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องเต้นรำอีกรึเนี่ย

และการบ้านก็คือการฝึกให้สามารถเต้นรำได้อย่างไม่ติดขัด แต่ก่อนจากก็ได้ขอยืมหนังสือเกี่ยวกับการสงครามมาอ่าน แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากให้ยืมสักเท่าไหร่ เธอบอกว่า

[หนังสือแต่ละเล่มนั้นเป็นของที่หายาก และเสียหายง่ายค่ะ ดังนั้นดิฉันคงจะให้ยืมไปไม่ได้ แต่ถ้าอยากอ่านดิฉันจะทำแบบคัดลอกให้ได้นะคะ]

ถึงจะให้เหตุผลว่าเป็นของสำคัญ แต่ก็พอจะรู้ละนะว่าไม่อยากให้รู้เรื่องมาก เท่านี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าต้องมีเรื่องที่ปิดบังเอาไว้

เอาเถอะปล่อยไปก่อนดีกว่า อย่าพยายามทำอะไรที่ทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าฉันระแวงดีกว่า ต้องให้อีกฝ่ายคิดว่าสามารถควบคุมตัวฉันไว้ได้ก่อน แล้วเดียวค่อยเซอร์ไพร์สให้ตกใจ

ดังนั้นในตอนนี้จึงต้องรีบฝึกฝนร่างกายให้ได้ดีที่สุด และลับทักษะเอาไว้ให้ดี พวกศิลปะการต่อสู้ต้องฝึกให้ได้ ถึงจะไม่ได้เต็มร้อย แต่ก็เคยเห็นผ่านตามาอยู่บ้าง

เริ่มฝึกตั้งแต่คืนนี้เลย อย่างน้อยต้องสามารถหลบหลีกวัตถุที่พุ่งเข้ามาได้ ฝึกเสต็ปการก้าวเท้าไว้ให้ดี การออกหมัดให้เข้าเป้าอย่างแม่นย่ำ ต้องใช้ความได้เปรียบทางด้านร่างกายให้สูงสุด ฝึกการหายใจเพื่อไม่ให้ติดขัดเวลาต่อสู้ที่อาจจะเกิดขึ้น

อย่าคิดว่าฉันจะเป็นหมูในอวยรอเชือดซะล่ะ

ขากลับก็ต้องสำรวจสถาพของหมู่บ้านให้ละเอียด จะได้เตรียมทางหนีได้ ถ้าวิ่งไปทางที่ฉันขุดดินก็จะสามารถหนีเข้าป่าไปได้

แบบนั้นก็จะเป็นความคิดที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ การที่ต้องหนีไปในป่าที่ไม่รู้จักก็เหมือนกับ เอาตัวเองไปเสี่ยง และโอกาสที่จะถูกหาเจอก็สูง เพราะเป็นป่าใกล้หมูบ้าน พวกชาวบ้านก็ต้องรู้จักทางได้เป็นอย่างดีแน่นอน

ถ้างั้นก็ต้องออกถนนละนะ ถ้าใช้ความได้เปรียบในเรื่องความเร็วละก็ น่าจะสามารถหนีไปได้ 
จากนั้นค่อยหลบหนีไประหว่างทาง ถึงจะมีความเสี่ยงแต่ก็เป็นทางเลือกที่มีโอกาสหนีรอดมากที่สุด

ในคืนนี้ก็ได้เริ่มเตรียมการสำหรับการต่อสู้ที่อาจจะเกิดขึ้น


##########


อาณาจักรโครทีเซีย ,เมืองหลวงโครทีเซีย ,พระราชวังโอเรก้อน

ในห้องที่มีแสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งห้อง เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในทุกองศา เป็นห้องขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งของมากมาย จนทำให้ดูเหมือนเป็นแค่ห้องแคบๆ

ภายในห้องนี้มีร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่กำลังจดจ้องอยู่กลับงานของตัวเอง โดยที่ไม่สนใจในรอบข้าง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

ร่างนั้นชะงักไปทันที สีหน้าแสดงให้เห็นว่าหงุดหงิดกับการถูกรบกวนในการทำงานมาก ร่างนั้นเดินย่ำเท้าไปเปิดประตูเพื่อเตรียมต่อว่าบุคคลที่กล้ามารบกวนเวลาทำงานอันแสนมีค่านี้

แอ๊ด [อย่าพึ่งพูดอะไรเลยค่ะ การกระทำของดิฉันนั้นย่อมมีเหตุผลทุกอย่างค่ะ และที่ดิฉันต้องถ่อมาที่นี่ก็เพราะว่ามีคนที่ไม่ยอมไปรับจดหมายด้วยตัวเองนั้นแหละค่ะ]

เป็นเมดสาวเองที่มาเคาะประตูเรียกผู้เป็นนายที่มักจะแอบหนีมาที่แห้งนี้เพื่อทำสิ่งประดิษฐ์ที่ใครเห็นก็บอกว่าไร้สาระ แต่เธอนั้นรู้ดีว่าผู้เป็นนายของเธอนั้นมีความสามารถมากแค่ไหน เพียงแค่มันยังไม่เหมาะสมแก่เวลาเท่านั้นเอง เธอยื่นจดหมายที่ผ่านการถูกเปิดอ่านไปแล้วให้เจ้านายของเธอ

[เป็นจดหมายจากท่านรอล่าน่ะค่ะ ดิฉันจึงเปิดอ่านดูก่อนว่าเร่งรีบแค่ไหน] เธอพูดด้วยเสียงที่เป็นปกติเหมือนกับว่าเธอนั้นทำถูกแล้ว

ผู้เป็นนายก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่รู้สึกเหมือนถูกแย่งแกะห่อของขวัญเท่านั้นเอง

เธออ่านด้วยความตั้งใจในทุกตัวอักษรที่บรรจงเขียนมา ด้วยความรักที่มีให้ จากนั้นพออ่านไปได้สักพักสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป เป็นสีหน้าของเด็กที่ได้ของเล่นถูกใจชิ้นใหม่

[ดิฉันได้เตรียมขบวนรถม้าไว้พร้อมแล้วค่ะ และคราวนี้ดิฉันต้องไปด้วยนะคะ] เมดสาวพูดออกมาอย่างรู้ใจเจ้านาย และยังพูดย้ำอีกด้วยว่าคราวนี้จะไม่ปล่อยให้ไปเองอีกแล้ว

ด้านเจ้านายก็ทำได้แค่ยิ้มแหย่ๆมาให้แล้วก็กลับไปสนใจจดหมายอีกครั้ง และก็หยิบสิ่งที่แนบมาพร้อมกับจดหมาย มันก็คือเส้นผมสีดำ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #53 A-Langod (@alangod) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 15:14
    ไปเอาเส้นผมพระเอกมาตอนไหนเนี่ย
    #53
    0
  2. #23 Natdanai Wichapong (@chiba_tatsuya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 20:22
    ขอบคุณครับ
    #23
    0
  3. วันที่ 4 กันยายน 2558 / 15:54
    สนุกมากครับ
    #18
    0
  4. #17 เงา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 02:21
    พระเอกน่าจะใช้คำว่า ผม แทน ฉัน ดีกว่านะ
    #17
    0
  5. #16 River of Death (@minttyleena) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กันยายน 2558 / 21:01
    คือ...อยากให้ตัวละครแต่ละตัวมีบทพูดบ้างก็ได้นะ
    #16
    1
    • #16-1 PT002 (@patcharapt002) (จากตอนที่ 9)
      3 กันยายน 2558 / 21:59
      คือผมกลัวว่าถ้าทำแบบนั้นจะทำให้เรื่องมันยืดเกินนะครับ แล้วเดี๋ยวจะเบื่อกันก่อน แต่ยังไงผมจะพยายามใส่เข้าไปให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ
      #16-1