{พรอสเฟีย} หลุดไปต่างโลกที่สงบสุข แล้วมันจะไปสนุกอะไร

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 19 ชาส์ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ก.ย. 58

[เขามาเลย ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง แกรนฟิช]
[ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าต่างหากที่จะเป็นฝ่ายสั่งสอน ย้ากก]

แป้กก ป๊อก เสียงของดาบไม้กระทบกัน การต่อสู้ของพวกเราได้เริ่มขึ้นแล้ว

นี้เป็นการละเล่นที่ข้าและแกรนฟิชชอบมากที่สุด การฟันดาบ มันเป็นสิ่งที่หาได้ยากจากในหมู่บ้านเลอีเนล ของพวกเราเผ่าเอล์ม เพราะพวกเรานั้นใช้เวทมนตร์ในการต่อสู้ซะส่วนใหญ่ 

เด็กในหมู่บ้านนี้จึงมีแค่ข้ากับแกรนฟิชที่เล่นด้วยกัน เพราะความชอบที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่ค่อยถูกกับพวกเด็กคนอื่นๆ 

ข้ากับแกรนฟิชฝันเอาไว้ว่าสักวันต้องเป็นนักดาบที่เก่งกาจให้ได้

[นี่ สักวันหนึ่งข้าจะต้องเป็นแบบท่านโกเบลให้ได้เลย ข้าจะทำให้ทุกคนยอมรับว่าเพลงดาบนั้นสามารถใช้ต่อกรกับเวทย์มนตร์ได้] แกรนฟิชบอกกับข้าถึงความฝันของเขาที่จะก้าวไปบนวิธีแห่งการใช้ศิลปะการต่อสู้เป็นหลักแทนการใช้เวทมนตร์

[นายจะมากับฉันรึเปล่าล่ะ ถ้าพวกเราร่วมมือกันจะต้องเป็นคู่หูที่เยี่ยมแน่ๆ] แกรนฟิชชักชวนให้ข้าร่วมเดินทางไปบนวิถีดาบกับเขา

สำหรับข้าแล้วแกรนฟิชเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ไม่ใช่สิเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของข้าและจะเป็นตลอดไป พวกเราได้สาบานร่วมกันว่าจะต้องไปอยู่บนจุดยอดของเหล่านักดาบให้ได้


[ไปไหนมา ไปเล่นกับเจ้าเด็กเหลือขอนั้นอีกแล้วใช่มั้ย ถ้าว่างมากนักทำไมไม่มาช่วยแม่แยกเนื้อผ้า มัวแต่ทำเรื่องไร้สาระ มันไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอกนะ] เป็นประโยคแรกที่แม่ของข้าบ่นออกมา ไม่รู้ทำไมถึงไม่เข้าใจความต้องการของข้าสักที

[วิถีแห่งดาบไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะ ข้าน่ะจะต้องเป็นยอดนักดาบเหมือนท่านโกเบลให้ได้เลย] ทำไมทุกคนถึงได้ดูถูกวิถีแห่งดาบกัน 

[โดนเป่าหูมาอีกละสิ โกเบลนะเป็นแค่คนทรยศเท่านั้นแหละ] 

[ไม่ใช่นะ เขาน่ะเป็นวีรบุรุษ] ไม่ยอมให้ใครมาว่าท่านโกเบลเด็ดขาด

[วีรบุรุษที่หันดาบเข้าหาราชวงค์น่ะ เขาเรียกว่าคนทรยศ] ทำไมกันล่ะ ทั้งที่เพราะเขาเป็นผู้นำในการป้องกันเมืองแท้ๆ ทำไมถึงถูกเรียกว่าคนทรยศ ทั้งๆที่ช่วยชีวิตของประชาชนไว้มากมาย ทำไมต้องมองเพียงแค่จุดเล็กๆด้วย

[สักวันผมจะต้องเป็นอย่างท่านโกเบลให้ได้] ต่อให้ใครจะพูดอะไรก็ช่าง ข้าจะต้องเป็นเหมือนท่านโกเบลให้ได้ ใช่มั้ยแกรนฟิช พวกเราจะก้าวไปด้วยกัน



ใช่แล้วสักวัน ข้าจะต้องเป็นยอดฝีมืออย่างท่านโกเบลให้ได้ ไม่ยอมจบอยู่ที่นี่เด็ดขาด

[ว้ากกก] ข้าพยายามดันตัวให้ลุกขึ้นมา ไม่ยอมจบอยู่ที่นี่หรอก ใครจะยอมกัน ข้ายังไม่ได้แก้แค้นเลยด้วยซ้ำ มองดูข้าสิข้าน่ะยังไม่จบหรอก

[ยังลุกขึ้นได้อีกแหะ]

[มันยังไม่จบหรอกเจ้าหนุ่ม ข้าจะมาจบที่นี่ไม่ได้] จะมาจบทั้งๆที่ยังไม่ได้สร้างชื่อน่ะไม่ยอมหรอก

[มองดูข้าสิ แกรนฟิช จงมองดูข้าศิลปะการต่อสู้ที่ร่วมกันคิดขึ้นมา ข้าจะทำให้ต้องจารึกเอาไว้ มันจะไม่จบอยู่แค่นี้ ข้าจะต้องประกาศออกไปอีก] ข้าลุกขึ้นหยิบขวานคู่กายขึ้นมา แม้ว่าแขนขาจะถูกหัก หรือต่อให้เสียมันไป ก็ไม่ยอมจบแบบนี้ ช่วงเวลาที่ข้าใช้ฝึกซ้อมมา มันต้องไม่จบอยู่แค่นี้

[ก็รู้อยู่หรอกว่ามีจิตวิญญาณนักสู้ แต่ว่าสภาพร่างกายแบบนั้นเอาชนะใครไม่ได้หรอกนะ] เจ้าหนุ่มนั้นพูดตอบกลับมาถึงสภาพของข้าในตอนนี้ แขนซ้ายกับขาขวาหัก และแผลถูกชกที่ท้อง หัวถูกทุบเลือดไหลเข้าตา ด้วยบาดแผลขนาดนี้อย่าว่าแต่สู้เลย แค่ลุกขึ้นได้ก็เยี่ยมแล้ว

[ไม่ต้องสนใจ ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่คิดจะจบอยู่ที่นี่หรอก] ต่อหน้าเจ้านั้นข้าจะต้องแสดงให้มันเห็นให้ได้ 

[ในสภาพแบบนี้ไม่รู้จะทำไงเลย จะฆ่าก็เกินไปหน่อยมั้ง]

[เข้ามาเลย ข้าจะจัดการเจ้าให้ได้] ข้ารวบรวมแรงเท่าที่มี ก้าวไปข้างหน้า

[.......] ตุบ ร่างล้มลงตาพร้ามัวและข้าก็หมดสติไป


###########


[ไม่นึกเลยว่าจะสามารถต่อกรกับข้าได้นานขนาดนี้] ชาส์วเอ่ยชมวอเบอรี่ที่สามารถต่อสู้ภายในอาณาเขตเงาของเขาได้นานกว่าเหยื่อบางรายของเขา

[ฉันไม่ได้เข้าไปแฝงตัวเล่นๆหรอกน ข้อมูลม่าการโจมตีส่วนใหญ่น่ะฉันรู้หมดแล้ว] วอเบอรี่คุยข่มเอาไว้ว่าฝ่ายตนนั้นเหนือกว่าด้วยข้อมูล

คงจะต้องรีบหาทางทำลายอาณาเขตนี้ซะแล้ว

[แต่ว่าคงจะไม่รู้ถึงวิธีการทำลายอาณาเขตนี้สินะ] ชาส์วที่มองออกว่าเรื่องข้อมูลเป็นเพียงแค่การล้อหลอกของวอเบอรี่เท่านั้น

ก้อนเงาดำเริ่มรวมตัวกันก่อนที่จะพุ่งเข้าหาดาริลที่บาดเจ็บจากการเข้าช่วยพวกรอล่าก่อนหน้านี้

ฟิ้ว ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ วอเบอรี่รีบกระโดดเข้ามาฟันสกัดการโจมตีเอาไว้ทันที

ท่าเมื่อกี้เป็นท่าที่จะยิงเงาเข้าใส่ศัตรูแล้วใช้เงานั้นเข้าควบคุมร่างกายอีกฝ่ายได้อย่างสมบูรณ์ เป็นท่าทีใช้ทำหลายการต่อสู้แบบหมู่ ทำให้เกิดช่องว่าง แล้วใช้ร่างของศัตรูโจมตีกันเอง เป็นท่าที่น่ากลัวมาก

[อย่าโดนเงานั้นเชียวล่ะ ให้ใช้พลังเวทย์ในการทำลาย] วอเบอรี่รีบบอกวิธีรับมือให้กับดาริลทันที

[รู้จักเวทย์นี้ด้วยรึเนี่ย น่าตกใจจริงๆนะ]

สถานการณ์ในตอนนี้เรียกได้เลยว่าย่ำแย่มาก ในสภาพที่มีคนที่สามารถต่อสู้ได้เพียงคนเดียวและมีคนที่บาดเจ็บอยู่ในบริเวณต่อสู้ด้วยยิ่งทำให้เสียเปรียบยิ่งขึ้นไปอีก แค่คนเดียวยังไม่พอยังมีอีกสอง แต่จะปล่อยไปแบบนี้ก็ไม่ได้ ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง

วอเบอรี่พยายามคิดหาวิธีทางรอดแต่ดูเหมือนชาส์วจะไม่ยอมรอแล้ว

[ข้าคงไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้าแล้ว คงต้องรีบจบการต่อสู้โดยเร็ว ถึงแม้จะเล่นยิงเวทฯกันไปมาคงไม่ช่วยให้จบโดยง่ายแน่] ชาส์วที่ไม่อยากรออีกต่อไปได้เตรียมตัวที่จะเข้าปิดฉาก

กลุ่มเงารวมตัวกันออกมาจากกำแพงเงาที่มืดมิด ปรากฏเป็นร่างของชาส์วออกมาพร้อมกับดาบเล่มยาวในมือขวา

เป็นดาบยาวที่มีคมดาบด้านเดียวแต่สะท้อนเงาแวววาวเป็นอย่างมาก รูปทรงที่แปลกประหลาด รูปร่างดูแล้วคล้ายกับมีดที่ยื่นยาวออกมาตั้งตรงเหมือนกับเส้นขอบฟ้าแต่หนาและดูดุดัน แต่ยังให้ความรู้สึกที่พริ้วไหวรวดเร็ว ลายดาบงดงามเล็กไอพลังเวทย์ที่ออกมายิ่งทำให้ดูน่าเกรงกลัวเข้าไปอีก เหมือนกับจะสามารถเฉือดเฉือนได้ทุกสิ่ง

ดาบนั้นมันอะไรกันไม่เคยเห็นมาก่อน มีคมเพียงด้านเดียวแสดงว่าเน้นไปที่การโจมตีเพียงครั้งเดียว และยังมีช่วงดาบที่ยาวนั้นอีกแบบนี้ยังกับจะสามารถหักได้โดยง่ายแต่ว่าความรู้สึกเหมือนกับจะตรงกันข้าม

[จงยินดีซะเถอะที่ข้าต้องใช้ดาบเล่มนี้ปลิวชีวิตเจ้า] ชาส์วตั้งท่ากำดาบไว้ด้านหน้าของตน แผ่นหลังตั้งตรงแล้วเดินหน้าเข้าหาวอเบอรี่

วอเบอรี่กำลังสนใจที่เห็นว่าชาส์วนั้นสามารถใช้อาวุธได้และดาบของเขา ก็ต้องตกใจไปกับแรงกดดันที่ปล่อยออมมาจากชาส์ว

อะไรกัน ท่าเดินนั้น เป็นท่าเดินตรงเข้าหาธรรมดาแท้ๆแต่กลับมีแรงกดดันมากมายขนาดนี้ไม่ธรรมดาถ้าประมาทล่ะก็ คงไม่รอ..

ชิ้ง ฉึบ ฟุบบ ยังไม่ทันตั้งตัวปลาบดาบก็ฟันเข้าหาตัวซะแล้ว ทำเอาวอเบอรี่เกือบจะหลบไม่ทัน

เร็ว! ไม่สิเมื่อกี้แค่ประมาทไปเท่านั้นเอง มัวแต่สนใจไปกับแรงกดดันที่ปล่อยออกมาจนไม่ทันสังเกตว่าตำแหน่งเข้ามาใกล้แล้ว ถ้าตั้งสมาธิให้ดีล่ะก็

มาแล้วเข้ามาอีกแล้วคราวนี้ล่ะ ต้องมองให้ดีๆ 

ตึก ตึก ตึก เข้ามาสิถ้าสวนกลับได้ล่ะก็
ตึก ตึก ชิ้ง ฟึบ ฉัวะ ครืดด 

คมดาบรอบสองคราวนี้สามารถที่จะเรียกเลือดของวอเบอรี่ได้สำเร็จ

เป็นไปได้ไง เมื่อกี้จู่ๆระยะห่างก็ย่นเข้ามาอยู่ในระยะฟัน ยังโชคดีที่เมื่อกี้ถอยหลบออกมาได้ทันไม่อย่างนั้นคงตัดสินไปแล้ว

รอยถูกฟันลากยาวตั้งแต่ข้างตาขวาลงไปที่แก้ม แม้จะไม่ได้ลึกมากแต่ก็ส่งผลต่อการมองเห็นค่อนข้างมาก

ท่าเดินนั้นต้องมีอะไรแน่

[สงสัยสินะ ท่าเดินนี้เรียกว่าท่าเดินจู่โจม เป็นท่าที่ใช้จัดการกับศัตรูแบบเผชิญหน้าได้อย่าดีเลยล่ะ] ชาส์วอธิบายถึงท่าการเดินของตนให้วอเบอรี่รับรู้

[และท่านี้ยังไร้จุดบอด] เป็นการตอกย้ำให้กับวอเบอรี่อย่างมาก

ชาส์วใช้ท่าเดินจู่โจมอีกครั้ง เขาปล่อยแรงกดดันออกมาด้วยพร้อมกับเดินตรงเข้าหาวอเบอรี่

แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้อยู่เฉยรอให้ท่าจู่โจมเข้าหาตัว

[ก็จริงที่ยากต่อการรับมือแต่ว่า ถ้าเป้าหมายเคลื่อนที่อยู่จะเป็นยังไงนะ] พูดจบก็พุ่งตัวออกด้านข้างทันที จากนั้นก็พุ่งเข้าจู่โจมชาส์วจากทางด้านข้าง ก่อนที่จะหยุดเท้าและกระโดดถอยหนีออกไป

เกือบไปแล้วนี้แม้แต่ด้านข้างก็เข้าไม่ถึงรึเนี่ย ช่วงที่เธอเข้าไปหมายจะใช้กรงเล็บฟาดฟันก็ต้องตกใจถีบเท้าออกมาจากการเปลี่ยนด้านที่รวดเร็วของชาส์ว

[แบบนี้มันเก่งเกินไปแล้ว] ฝีมือขนาดนี้ไม่ใช่แค่เป็นแล้วนี้มันชำนาญเลย ทั้งความสามารถด้านเวทมนตร์ที่เทียบเท่านักเวทย์ระดับ6 และยังมีทักษะการใช้อาวุธขั้นสูงอีก แบบนี้แถบไม่มีโอกาสชนะเลย

[วิเคราะห์ได้ดี แต่ยังไม่ดีพอ การที่ตัดสินใจผิดพลาดอาจนำมาสู่ความตายได้] ชาส์วที่เห็นว่า
วอเบอรี่เลือกที่จะพุ่งเข้าหาแทนการรอก็อดชมไม่ได้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายท่านี้ลงได้

โจมตีด้านข้างก็ไม่ได้ ด้านหน้าก็ไม่ไหว แบบนี้คงเหลือแค่การโจมตีระยะไกลแล้ว แต่ว่าการใช้เวทมนตร์ผู้ใช้จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ร่างกายหยุดนิ่งถึงจะเพียงชั่วครู่แต่ก็เป็นการยืนเป็นเป้านิ่งให้กับอีกฝ่าย ยิ่งถ้าเจอกับพวกสายความเร็วแล้วยิ่งเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงของผู้ใช้เวทฯเลยที่เดียว

[คงต้องรีบปิดฉากแล้ว ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ พวกองครักษ์ดาบเงินคงจะมาถึงซะก่อนที่จะจัดการทำอะไรๆให้เรียบร้อย] กล่าวจบชาส์วก็เปลี่ยนท่าเป็นการย่อเข้าขาขวานำหน้าขาซ้ายอยู่หลัง ดาบแนบข้างลำตัว แลัวก้มตัวลงไป

[เอาล่ะมาปิดฉากเลยดีกว่า]

[พื้นปฐพีจงตอบรับข้า ในนามแห่งข้า ดาริล ทาเลส ทวยเทพโปรดปกป้องข้า ช่วยเหลือข้าจากความมืด พื้นปฐพีจงขานรับ สลายเขตแดน] เวทฯสลายเขตแดนถูกเรียกใช้งานโดยดาริล เขาค่อยๆเก็บพลังเวทย์ที่ละนิดและรอโอกาสเพื่อใช้มัน

วอเบอรี่นั้นรับรู้อยู่แล้วจึงตั้งใจใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อดึงดูดความสนใจจากชาส์ว ตอนแรกคิดที่จะระดมยิงบอลน้ำไปรอบทิศเพื่อสร้างความชื้น ให้ชาส์วสนใจตัวเธอ แต่ไม่นึกว่าชาส์วนั้นจะออกมาปรากฏให้เห็นเองแบบนี้

อาณาเขตเงาค่อยๆพังทลายลงมา แสงส่องสว่างทำลายความมืดมิดหายไป

[อย่างนี้เอง ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้ข้าสนใจเล็งเป้าเดียวสินะ] ไม่นึกเลยการที่เขาเผยตัวเพื่อจัดการเรื่องให้จบ จะเป็นการเปิดหนทางให้อีกฝ่ายร่ายเวทฯทำลายเขตแดนของเขา ความผิดพลาดนี้เขาจะต้องจำไปตลอดเพื่อไม่ให้พลาดแบบนี้อีกครั้ง

[แต่ว่าสถานการณ์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี] ชาส์วตั้งท่าอีกครั้งคราวนี้ไม่มีเหตุการณ์ที่จะมาหยุดเข้าอีกแล้ว เขาพุ่งตัวเข้าหาวอเบอรี่อย่างรวดเร็วแล้วฟาดดาบเข้าหาทันทีเมื่อได้ระยะ

วอเบอรี่รีบยกกรงเล็บทั้งสองข้างขึ้นสะกัดการโจมตีที่รวดเร็วของชาส์วทันที

เคร้ง ครืดด ร่างของวอเบอรี่ถอยไปจากจุดปะทะก่อนที่มือทั้งสองข้างจะตกลง เป็นผลจากแรงกระแทก

อึก นี้มันอะไรกัน อาการชางั้นเหรอ

[ท่าเมื่อครู่ไม่ใช่ท่าสังหารเป็นเพียงท่าหยุดเท่านั้น ศัตรูจะชาจากการรับแรงกระแทกทำให้เกิดอาการชาขึ้นมา จากนั้นค่อยต่อด้วยท่าสังหาร] ชาส์วเดินมาหยุดที่เบื้องหน้าวอเบอรี่

บ้าจริง จะให้จบแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด จะปล่อยให้ภารกิจล้มเหลวไม่ได้ ถ้างั้นคงต้องใช้สิ่งนั้น

วอเบอรี่ใช้ปากปลดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นอัญมณีสีฟ้าใส เรืองแสงออกมา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #74 A-Langod (@alangod) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กันยายน 2558 / 18:13
    ตกลงใครส่งวอเบอรี่มาหว่า
    #74
    0
  2. #69 เงาตามหลอน (@oymfoyp00) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 20:53
    อิกเรื่องที่จะแนะนำ สู้ของใครก็ให้จบเป็นตอนๆไปเลยไม่ต้องตัดไปตัดมามันงง แถมน่ารำคาญด้วย บางทีไม่รู้เรื่องลำดับเนื้อเรื่องไม่ถูก
    #69
    0
  3. #68 ซาลาสซา (@sasalassa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 23:29
    เท่าที่เขียนได้ จะได้รู้ว่ายังเขียน
    #68
    0
  4. #67 keycronos (@keycronos) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 22:06
    ลงเป็นตอนดีกว่าน่ะ หายเร็วน่ะรออัพอยู่จ้า
    #67
    0