[Chanyeol x you] The Trainer

ตอนที่ 6 : The Trainer 05 : Goodbye

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ก.ย. 60

The Trainer 05 Good Bye


    'ถ้าเราต้องอยู่ห่างคนที่เรารัก'

                 ..............
@มหา'ลัย

       'แนน'

       'ว่า?'

       'แนนคิดจะบอกเพื่อนเมื่อไหร่หรอ ว่าคบอยู่กับเบสท์'

       'เอ่อ..ตอนแรกแนนก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ตอนนี้แนนคิดว่าถ้าเบสท์พร้อมแนนก็พร้อม'

       'งั้นเดี๋ยวเบสท์เดินไปส่งที่คณะโอเคมั้ย'

       'อืม' ฉันตอบ โดยที่ไม่รู้ว่าบนใบหน้าของตัวมันดูมีความสุขขนาดไหน แต่ถ้าให้เดาก็คงยิ้มจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียมแล้วแหละ

       
       ....

       'Hi ค่ะมายเฟรนด์' ฉันกล่าวทักเพื่อนๆในกลุ่มแก๊งอย่างสดใสร่าเริง ในขณะที่เบสท์ เดือนคณะอักษรศาสตร์อยู่ข้างๆ

      'หวะ..ด..ดี' อึ้งล่ะสิจีจี้

      'เดี๋ยวนะ อีแนน แกมากับเดือนคณะอักษร ยังไงๆ' นังจีจี้ผู้ตั้งสติได้ก่อนฝ้ายถามขึ้นมา 

      'อ้าว! ก็ แฟนกันทำไมจะมาพร้อมกันไม่ได้'

!!!!!

      จากสีหน้าของเพื่อนทั้งสอง เดาไม่ยากว่าเดดแอร์ค่ะ ช็อกตายกลางอากาศ

      ฉันค่อยๆนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ยังว่าง พร้อมกับสื่อสารผ่านทางสายตาบอกเบสท์ให้มานั่งด้วยกัน

      บรรยากาศเงียบไปได้เกือบสองนาที

      'เดี๋ยวนะ แกไปเป็นแฟนกันตอนไหน'

      '11 เดือนที่แล้วไง' ฉันตอบด้วยท่าทีสบายๆ แล้วก็หันไปมองหน้าเบสท์ที่ดูเหมือนจะเกร็งอยู่ไม่น้อย ก็แหงล่ะ นี่คณะนิเทศฯ แถมยังเป็นคนที่ดังในมหา'ลัย บรรยากาศมันก็จะอึดอัดหน่อยๆที่คนเดินผ่านไปผ่านมาก็มอง แล้วก็เหมือนจะซุบซิบนินทากัน

       '11 เดือน ทำไมพวกฉันไม่รู้อะไรเลย อีแนน เดี๋ยวนี้หวงก้างหรอ'

       'เออ!' กลัวอีจีจี้มันจับยัดเข้าปาก

       'ดะ..เดี๋ยวนะ ฝ้ายงงไปหมดแล้ว'

       'งงอะไรอ่ะ?' อีจีจี้เป็นฝ่ายถาม

       'คือแนนเพิ่งเลิกกับธามไม่ใช่หรอ'

       'เอ่อ..' เวรแล้ว เบสท์จะฟังที่ฉันพูดมั้ยเนี่ย คือบับไม่ได้คบซ้อนนะ แต่แค่ยังไม่มีใครรู้เหตุผล

       'เอ่ออะไรหรอแนน' น้ำเสียงเย็นเยือก ชัดเลย

       'งั้น ไหนๆก็อยู่กันครบแล้ว เดี๋ยวเล่าให้ฟังเลยก็แล้วกัน'

       'ว่ามา' อีจีจี้กดเสียง แล้วมองฉันด้วยแววตาเหมือนกับตำรวจกำลังสืบสวนผู้ต้องหาอยู่

       'คือ จริงๆแล้วฉันเลิกกับธามตั้งแต่ปีที่แล้วอ่ะ แต่มันก็ยังมาตามตื๊ออยู่ แค่นั้นเอง'

       'จริงนะแนน' เบสท์มองฉันด้วยแววตาที่ต่อให้ไม่รู้จักกันก็เดาออก ว่ายังไม่เชื่อ 100%

       'เชื่อมันเถอะ ถึงอีแนนมันจะแรด แด๊ดแด๋ หลงตัวเอง บ้าผู้ชาย ขี้เกียจ เรียนไม่เก่...'

       'พอเถอะ เจ็บและ'

       'นั่นแหละค่ะ แต่มันซีเรียสเรื่องความรักนะ'

       'หงึกๆ' ฉันหันกลับไปทางเบสท์ แล้วพยักหน้าหงึกๆ อยากอ้อนอ่ะ มีปัญหาป้ะ

       'แหม! อยากจะแหม ให้ถึงดาวอังคารจริงๆ คิดว่าตัวเองเป็นแมวน้ำอุ๋งๆงี้หรอคะ' นังจีจี้ก็ยังคงเป็นนังจีจี้ หาเรื่องแซะฉันได้ทุกทีที่มีโอกาส

       'เบสท์จะเชื่อแนนก็แล้วกัน งั้นเดี๋ยวเบสท์ไปคณะก่อน แล้วตอนเย็นจะมารับไปกินขนม โอเคป่าว'

       'โอเคค่าา ><' พอฉันพูดจบก็โดนเบสท์หยิกแก้มจนยืดเหมือนมาร์ชเมลโล่เลย

       'ไปก่อนนะ บาย' น่ารักจังเลย เวลาเบสท์ดูเขิน หรืออาย ก็เพิ่งรู้จักเพื่อนๆของฉันนี่ มันก็ไม่แปลกหรอก

       'นี่! อีแนนสรุปแกกับเบสท์นี่ยังไงจ๊ะ ไปเจอกันที่ไหน เมื่อไหร่ แล้วคบกันได้ยังไง'

       'นั่นสิ'

       'ใจเย็นๆนะจ๊ะ ทีละคำถาม'

       'งั้นแกกับเบสท์เจอกันยังไง'

      'ก็ปีที่แล้วอ่ะ ที่ฉันเพิ่งได้ตำแหน่งดาวคณะอ่ะ มันมีกิจกรรมใช่ป่ะล่ะ กิจกรรมที่ให้ไปรับน้องอ่ะ ให้ดาวและเดือนของแต่ละคณะร่วมมือกันเตรียมงาน ก็เลยได้เจอกับเบสท์ คือพอเจอกันวันแรกอ่ะ ก็ไม่ได้อะไรนะ แต่พอกลับบ้านไป จู่ๆก็มีใครก็ไม่รู้ทักมา'

      'เบสท์ใช่ป้ะ' นังจีจี้ถาม ไม่ใช่แล้วจะเป็นใครล่ะอีนี่ พูดไม่คิด

      'อือ'

      'แล้วไงต่อ'

      'เบสท์ก็ทักมาไง แล้วก็คุยกันยาวเลย ทีนี้ไปร่วมงานด้วยกันอีก ก็เลยสนิทกัน แล้วฉันก็ชอบเบสท์อ่ะ คือตอนแรกก็แบบ เออ เพื่อนกัน แต่พอไปๆมาๆ มันรู้สึกแบบเห็นแก่ตัวขึ้นมาอ่ะ คืออยากให้เขาคุยกับเราแค่คนเดียวไรงี้อ่ะ แล้วก็เผอิญว่ามันมีกิจกรรมวันวาเลนไทน์มาพอดี ทีนี้เบสท์ก็เลยชวนไปดูหนัง ก็แบบเขินๆนะ  แล้วเบสท์ก็บอกชอบอ่ะ แล้วก็ขอคบ'

       'คือใจตรงกันงี้ ก็เลยคบ'

       'ก็..อือ' 

       'แหม! แล้วไม่คิดจะบอกเพื่อนฝูง'

       'ทำแมะ!'

       'งั้นที่เมื่อวานมีสายเรียกเข้าหาแนนเยอะๆนี่ก็...' ฝ้ายเว้นช่วงไว้ ฉันก็เลยต่อคำตอบให้ประโยคที่ค้างอยู่

       'อือ เบสท์นั่นแหละ'

       'เกียสส! ก่อนไปมีหยิกกงหยิกแก้มกันด้วย หวานเกินไปป้ะ น้ำตาลขึ้นเต็มแล้วเนี่ย' 

       'นั่นสิ แต่คนนี้แนนจริงจังใช่ป้ะ' 

       'ใช่สิ ทำไมถามงั้นอ่ะฝ้าย'

       'ก็ฝ้ายเห็นปกติแนนคบใครไม่เคยเกิน 1 เดือนเลยสักคน นี่ตั้ง 11 เดือน'

       'จริง ฉันเห็นด้วยกับฝ้าย'

       'ก็จริงจังไงคะ รักมากด้วย'

       'จ้ะๆ แล้วนี่บอกแม่เรื่องที่จะไปเกาหลียัง'

!!!!!!!!!

       เวรกรรมมาสู่แนนอีกแล้วจ้าา

       'ยังอ่ะ' ลืมสนิทเลย ตายๆเหลือเวลาอีก 6 วันเอง ฮรือออ~

       'อย่าลืมกลับไปบอกล่ะ แล้วแกบอกเบสท์ยัง'

       'บอกแล่วว'

       'แหม! ทีกับแม่อ่ะลืม ทีกับผู้อ่ะ รายงานคนแรกเลยนะยะ'

       'แซะได้แซะดีนะแกเนี่ย'

       'ก็หมั่นไส้อ่ะ'

       'ไปเรียนกันเถอะ' ฝ้ายพูดก่อนที่จะเก็บอุปกรณ์การเรียนลงกระเป๋า

       ...........

       '&฿;:&()&):--)&(:&฿;:' 

       ผ่านมาเกือบ 3 ชั่วโมงได้แล้วมั้ง ถ้านับจากที่พวกเรามานั่งฟังอาจารย์สาธยายความเกี่ยวกับการทำหนังสือ ง่วงมั่กเว่อร์ สัปหงก รอบที่ร้อยได้แล้วมั้งเนี่ย ถ้าไม่ติดว่าอาจารย์เบ้าดีก็จะชิ่งหนีอยู่หรอก

       'นักศึกษาทุกคนครับ งานที่ผมมอบให้พวกคุณไปยังจำกันได้ใช่มั้ยครับ'

       'งานนี้ไม่ใช่งานธรรมดาเหมือนที่พวกคุณคิดหรอกนะครับ ทางมหา'ลัยของพวกเราไม่ได้รวยขนาดที่จะสนับสนุนเงินไปต่างประเทศให้พวกคุณ คนที่สนับสนุนเงินทั้งหมดเป็นบริษัททำหนังสือ ซึ่งงานนี้ผมจะขออธิบายรายละเอียดอีกครั้งนะครับ'

       'งานนี้มีโจทย์คือการเขียนหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวตามความรู้สึกที่คุณมีต่อสถานที่นั้นๆ ผมขอให้เป็นความจริงใจนะครับ แล้วงานนี้พิเศษยังไง?'

       'หากใครเขียนได้ดีจะได้รับการตีพิมพ์ และเมื่อคุณเรียนจบคุณก็จะได้เข้าทำงานในบริษัทนี้ทันที'

       หลังจากที่อาจารย์อธิบาย ก็มีเสียงฮือฮาเกิดขึ้น เพราะอะไรน่ะหรอ?

      คำตอบ : แก คือบับเรียนจบมันหางานยากนะเว่ย 

      ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือฉันนี่แหละ การเข้ามาเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารเนี่ย ก็เพราะสิ่งนี้ค่ะพูดเลย ฉันอยากทำหนังสือ เพราะฉันเป็นคนชอบอ่านหนังสือ(อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนังสือเรียนอ่ะ)โดยเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มันน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยนะ ที่ฉันจะได้ลองแต่งเอง

       'ซึ่งผมก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดที่ว่าจะให้คุณห่างบ้านไปนานหรอกครับ ผมให้เวลาพวกคุณเก็บข้อมูลทั้งหมด 3 เดือน แล้วให้พวกคุณกลับมาทุกเดือน เดือนละ 1 สัปดาห์เพื่อมาปรึกษารายละเอียดกับผม และทำธุระส่วนตัวของพวกคุณ ซึ่งงานก็มีแค่นี้นะครับ ส่วนวันกับเวลาที่ให้พวกคุณกลับมาผมจะไลน์ไปบอกก่อน 1 สัปดาห์นะครับ'

       'หมดเวลาแล้ว เชิญได้ครับ'

       อาจารย์อายุราวๆ 30-40 พูดร่ายยาวเป็นกิโลเมตรจบ ก็เก็บของลงกระเป๋าแล้วหายลับไปใน 3 วินาที อะไรจะรีบปานนั้นอ่ะคะ

       'แกๆ ฝันฉันจะเป็นจริงแร้ววว' ฉันหันไปหานางจี้จี้และฝ้าย พร้อมกับทำตาเป็นประกาย วิบวับ แวววาว เว่อร์ๆ 

       'ฝันอะไรวะ' นางจีจี้ถามด้วยสีหน้างงๆ 

       'ก็ที่จะได้มีหนังสือเป็นของตัวเองไง'

       'ฝันหรอ ตื่นค่ะเพื่อน' นังสตรีในร่างผู้ชายพูดพร้อมกับใช้มือดีดนิ้ว

       'ฝันอะไรล่ะ แกอย่ามาดูถูกความฝันฉันนะ' ฉันพูดพลางทำหน้าเหมือนจะแยกเขี้ยวใส่

       'ไม่ได้ดูถูกจ้ะ แต่ถ้าแกเขียนได้ไม่ดี ก็มีค่าเท่าเดิมนะ คือหางานทำเอง'

เพี๊ยะ!

       ฉันไม่ได้ตีนังจีจี้หรอกนะ แต่คนที่ตีอ่ะ คือยัยฝ้าย คิกก~ สมน้ำหน้า

       'นี่จีจี้อย่าพูดอย่างงั้นสิ เดี๋ยวแนนก็เสียกำลังใจหรอก จริงๆแล้วถ้าไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นการเก็บประสบการณ์ไง'

      'จริงๆ' ฉันรีบพูดเสริมทันที ขืนถ้าเว้นช่วงนังจีจี้ต้องบอกให้ฉันเลิกฝันลมๆแล้งๆอีกแน่

      'เออๆ ไปกินข้าวกันดีกว่า หิวแล้ว' นังจีจี้รีบตัดบทก่อนที่จะยาวไปมากกว่านี้

      จากนั้นพวกเราก็เดินแบบสวยๆเริ่ดไปโรงอาหารของคณะ

      ............

      หลังจากคาบพักพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะไม่มีคาบต่อแล้ว ซึ่งเบสท์ก็เลิกแล้วเหมือนกัน

      Rrrrrrrrrrr

      และทันใดนั้นโทรศัพท์ที่ฉันถืออยู่ในมือก็สั่นขึ้นมา พอเห็นชื่อคนที่โทรมาแล้วก็อดใจบางไม่ได้เลย

      'ฮัลโหล'

      (ฮัลโหล อยู่ไหนเนี่ย)

      'โรงอาหารของคณะ'

      (งั้นให้ไปรอที่ไหนดี)

      'หน้าตึกนิเทศก็ได้'

      (โอเค แล้วเจอกันนะ)

      'จ้า'

      ฉันวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ แล้วเดินไปหน้าตึกคณะ แต่ว่า ชีวิตฉันมันคงจะสงบสักวันไม่ได้หรอก หากบนโลกนี้ยังมีอีส้มโอ

      'ไฮ!' หลบว๊อยย จะเดิน

      'ไฮ! มีอะไรหรอจ๊ะ' 

      'ได้ข่าวมาว่าไปงานแฟนไซน์แล้วล้มหรอจ๊ะ' มันไปเอามาจากไหนวะ? อ๋อ! เฟสวันนั้นแน่ๆ 

      'ใช่จ้ะ ทำไมหรอจ๊ะ หรือเพราะมายเมนเธอเป็นคนมารับฉัน เลยเดือดเนื้อร้อนใจ' อ้อ! ลืมบอก นังส้มโอก็เป็นติ่ง เมนชานยอลด้วย อิจฉาล่ะสิ ที่ชานยอลมารับฉันอ่ะ คิก~ ก็คนมันสวยอ่ะค่ะ สะบัดผมสวยๆชิคๆ

      'ทำไมต้องอิจฉาล่ะ เขาก็คงไม่อยากให้มีแฟนคลับหงายหลังกลางงานมากกว่า ที่สำคัญแกไม่ได้เป็นเมียเขาสักหน่อย ทำไมฉันจะต้องอิจฉา'

      'หูยย! แต่ก็อย่าลืมนะ ว่าบัตรของวง Exo ไม่ได้กดมาง่ายๆ แล้วอีกอย่างนึงค่ายก็หวงศิลปินจะตาย อย่างมากก็แค่จับมือ แต่นี่ประคอง กอดเลยนะ อุ๊บส์!' ไม่ได้แยากกวนนะคะ แต่ยอมรับเลย พอได้กวนแล้วรู้สึกดีเว่อร์ หน้าแหกปร้ะ

      'อย่าลืมไปหาหมอนะ'

      'ทำไม'

      'หน้าแหกหมดแล้วนี่ อุ๊บส์! ไปดีกว่าเสียเวลา เดี๋ยวแฟนรอนาน'

      'อีแนน!'

      'จ๊ะ' ฉันหันกลับมามองอย่างเยาะเย้ย

      'แน่จริงแกก็จีบชานยอลสิ ถ้าแกจีบเขาสำเร็จ ฉันจะเลิกยุ่งกับแก แล้วฉันจะยอมรับว่าแกดีกว่าฉันทุกอย่าง'

      'ทำไมต้องทำอ่ะ' ฉันเลิกคิ้ว อ้าว! ก็จริงป้ะ ทำไมเราต้องทำอะไรตามที่ศัตรูบอก

      'หึ! คิดว่าแน่ ถ้าแน่จริงก็ทำไปเถอะ ทำไมต้องมาคิดเล็กคิดน้อย ไหนๆก็จะไปทำงานที่เกาหลีอยู่แล้ว'

      'ก็ได้ แต่ข่าวเร็วดีนะ รู้ด้วยว่าฉันได้ไปทำงานที่เกาหลี สงสัยกินเผือกมาเยอะ ไปดีกว่าเสียเวลาเสวนามากเว่อร์' ฉันพูดจบก็สะบัดผมแล้วเดินเชิดอย่างผู้ชนะ สวยขนาดนี้ อ่อยทีเดียวก็ได้ละ

      .......

       จากที่ฉันเดินอารมณ์เสียออกมาจากโรงอาหารของคณะก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส

       รถ BMW เป็นคำตอบได้อย่างดีเลย เพราะฉันคิดว่าเบสท์น่าจะมารอนานแล้ว ถ้าเห็นฉันทำหน้าบูดบึ้ง ต้องหาว่าฉันไปมีเรื่องกับใครมาแน่ๆ ซึ่งครั้งนี้มันก็จริงนั่นแหละ
  
       ฉันขึ้นไปนั่งบนรถ พลางทำตัวให้ดูเป็นปกติมากที่สุด

       'ทำไมมาช้าจังเลยแนน' นี่แฟนหรือพ่อเนี่ย มาถึงปุ๊บก็ถามปั๊บเชียว 

       'ขอโทษนะ พอดีมีเรื่องนิดหน่อย'

       'อืม แล้วว่าแต่เราจะไปไหนกันดี'

       'ไปร้านบิงซูที่ห้างของแม่เราป้ะ'

       'อืม ก็ดีนะ จะได้ไปสวัสดีแม่แนนด้วย'

       'โอเช เดี๋ยวเราไลน์บอกแม่ให้'

       .....


       เพราะการจราจรไม่ติดขัดมากเท่าไหร่ เลยทำให้เรามาถึงจุดหมายก่อนเวลาที่คาดการณ์เอาไว้

      'แม่แนนอยู่ที่ห้องทำงานใช่ป้ะ'

      'ใช่'

      พวกเราเดินลงจากรถพร้อมกัน แต่วันนี้ฉันคิดว่าฝนจะต้องตกหนัก น้ำจะต้องท่วมแน่ๆ เพราะอยู่ดีๆ ใครบางคนแถวนี้ก็มาจับมือฉัน 

      เขิน~ เขินมั่ก

      'เป็นอะไรหน้าแดงเชียว'

      'ยังจะถามอีก เล่นไรเนี่ย'

      'ไม่ได้เล่นซะหน่อย มือแนนนิ่มจังเลย'

      'หึ! ให้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ'

      พอไปถึงที่ห้องทำงานของแม่ ก็ดูเหมือนว่าฉันจะกลายเป็นส่วนเกินไปทันที ก็แม่ดูจะรักว่าที่ลูกเขยมากกว่าลูกคนนี้เสียอีก เชอะ~

      จากตอนแรกที่เราคุยกันไว้ว่าจะไปกินบิงซู ก็ต้องเปลี่ยนแผน มาจบด้วยการทานอาหารมื้อเย็นที่ร้านอาหารไทยขึ้นชื่อของห้าง

      'อยากทานอะไรสั่งเลยนะลูก'

      'แม่หมายถึงหนูหรือเบสท์อ่ะคะ'

      'ทั้งคู่นั่นแหละ'

      'งั้นเอา ต้มยำกุ้ง ปลากระพงทอดน้ำปลา ยำรวมมิตรทะเล แล้วก็ข้าวผัดปูค่ะ' ในเมื่อแม่เปิดทางขนาดนี้ แนนก็จัดเต็มค่ะ

       'สั่งขนาดนี้กินหมดหรอ' เบสท์ดูจะอึ้งอยู่มากเมื่อได้ยินรายการอาหารของฉัน

       'โอ๊ย! อย่าถามเลยลูกว่าจะกินหมดมั้ย ถามว่าแค่นี้พอมั้ยจะดีกว่า' แม่คะไม่เผากันสักวันนี่จะเป็นอะไรมั้ยคะ

       'กินเยอะระวังอ้วนนะ'

เพี๊ยะ!

       ฉันตีเข้าที่ต้นแขนของคนพูดมากทันที อะระ! ใครอ้วง ทำแมะพูดงี้

       'โอ๊ย! ตีเบสท์ทำไมเนี่ย'

       'ก็พูดจาไม่เข้าหูทำไมอ่ะ'

       'ขอโทษค้าบบ ถึงแนนจะกินเยอะ ไม่ว่าแนนจะผอมหรืออ้วน เบสท์ก็รักแนนอยู่ดี'

       บว้าาาาาาา! เขินนะ

       'แม่ยังอยู่ตรงนี้นะลูก'

       'อ่า ค่ะๆ ว่าแต่ทั้งแม่และเบสท์จะสั่งอะไรอีกมั้ยคะ'

       'ไม่แล้วล่ะลูก'

       'เบสท์ก็ไม่ละ'

       'งั้นรายการอาหารที่สั่งก็มีต้มยำกุ้ง ปลากระพงทอดน้ำปลา ยำรวมมิตรทะเล แล้วก็ข้าวผัดปูนะคะ' 

       'ค่ะ'

       

       บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบไปสักพัก ทำให้ฉันคิดได้ว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว บอกแม่เลยละกัน

       'แม่คะ'

       'ว่าไงลูก'

       'คืออีก 6 วันหนูต้องไปเกาหลีนะคะ'

       '...'

       'คือหนูต้องไปเก็บข้อมูลมาทำหนังสือเป็นโปรเจคส่งอาจารย์น่ะค่ะ'

       'กี่เดือนล่ะลูก'

       '3 เดือนค่ะ แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ อาจารย์ให้กลับมาไทยได้เดือนละ 1 อาทิตย์ค่ะ'

       'ถ้าเป็นงานก็ไปเถอะลูก จริงๆ แม่ก็อยากให้หนูไปเกาหลีบ้าง เห็นไปแต่ญี่ปุ่นเบื่อตายพอดี'

       'นี่แม่ไม่เสียใจเลยหรอต้องห่างลูกสาวตั้งสามเดือน'

       'ไม่อ่ะ'

       'แม่ง่าาาา'

       'แล้วนี่บอกน้องยังเนี่ย'

       'ยังค่ะ แต่ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ เพราะหนูไม่อยากไปรบกวนเวลาสวีทของน้อง'

       'จ้ะๆ ไว้เดี๋ยวว่างๆแม่จะไปเยี่ยมนะลูก'

       'ค่าาา'
 
       'แล้วเราจะพักที่ไหนล่ะ'

       'นั่นสิแนน'

       'เอ่อ ก็...น่าจะเป็นโรงแรมน่ะค่ะ'

       'โรงแรม? จะหาทันหรอลูก แม่ว่าไปพักที่บ้านพักย่านคังนัมดีกว่านะลูก เป็นบ้านที่แม่ซื้อไว้เวลาไปติดต่องานที่เกาหลี'

        'ก็ได้ค่ะ'

        ต้องเข้าใจนะคะ ความรวยแบบรูดแบล็คการ์ดสบายๆ ซื้อบ้านเหมือนขนมห่อละ 20 คิก~

       .........
@สนามบิน

       นี่วันเวลามันผ่านไปเร็วขนาดนี้เลยหรอ เห้อ!! แป๊บๆก็ถึงวันเดินทางแล้ว

       วันนี้ทั้งแม่และเบสท์ก็มาส่งฉันอย่างที่พวกเขาบอกเอาไว้ ส่วนจีจี้กับฝ้ายจะไปคนละวันกับฉัน ตอนแรกก็บอกว่าจะมาส่ง แล้วก็ตื่นไม่ไหวกันทั้งคู่เลย เชอะ~

       'แม่จะไม่คิดถึงหนูแน่นะ'

       'อืม ถ้าแม่คิดถึงเดี๋ยวก็บินไปหาเองแหละ แล้วนี่ถ้ามีปัญหาอะไรโทรมาหาแม่ได้นะ'

        'ค่าา แล้วคุณแฟนจะคิดถึงแฟนคนนี้มั้ยนะ'

       'คิดถึงสิ ไปอยู่ที่นู่นก็ตั้งใจเก็บข้อมูลนะ ไม่ใช่เอาแต่กิน' เบสท์พูดพร้อมกับใช้มือของเขายีผมฉันเล่น ฉันก็ทำได้แค่ทำหน้ายู่ใส่นั่นแหละ

      'ได้ทีล้อไม่หยุดเลยนะ' 

      'รักแนนนะ'

      'อือ รักเบสท์เหมือนกันนะ'

      'ใกล้ถึงเวลาแล้วนี่ลูก' 

      'งือ! งั้นหนูไปก่อนนะคะแม่ กอดที' อ้อนแฟนเสร็จก็อ้อนแม่ต่อ

      ไม่ว่าจะกี่ปีกอดแม่ก็ยังอุ่นอยู่เสมอเลยนะ

      'ไปแล้วนะ บาย' ฉันโบกมือลาทั้งแม่และเบสท์ 

     .. สัญญานะ ว่าเราจะรีบกลับมา ..

      ......
@สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้


      ว้าวว! ฉันได้แต่อุทานมันออกมาตั้งแต่ลงจากเครื่อง อากาศที่เย็นสบายดีไม่แพ้ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ฉันรู้สึกตกหลุมรักที่นี่เข้าแล้วล่ะ ไม่ได้มานานเปลี่ยนไปเยอะเลยแฮะ

       แต่ ตม. เกาหลีเขาว่ากันว่าตรวจละเอียดมาก ถ้าไม่ผ่านล่ะก็ แย่แน่! แต่เรามาเพื่อการศึกษานี่ ต้องขอบคุณมหา'ลัยที่ช่วยทำใบยืนยันว่าขอเข้าประเทศเพื่อการศึกษาจริงๆเผื่อไว้ให้

       สุดท้ายที่ว่าผ่านยากมากๆ ฉันก็ผ่านเข้ามาได้แล้ว

       แต่จะว่าไปตั้งแต่ขึ้นเครื่อง ฉันก็ไม่ได้หยิบโทรศัพท์ออกมาเลย ตอนนี้มีสัญญาณโทรศัพท์แล้วด้วย

       Line 
       Yoora : ได้ข่าวมาว่าไปเกาหลี
       2 นาทีที่แล้ว

       พอเห็นข้อความแล้วฉันก็เลื่อนเปิดอ่านทันที เพราะโอเน่ซังคนสวยของฉันส่งข้อความมาหา

Yoora : ได้ข่าวมาว่าไปเกาหลี
 
                                     ใช่ค่ะ

Yoora : แล้วไปทำอะไรหรอ
Yoora : เห็นปกติมาแต่ญี่ปุ่น

                 ทำงานส่งอาจารย์ค่ะ

Yoora : แล้วไปกับใครหรอ

                      หนูมาคนเดียวค่ะ

Yoora : ไม่เหงาหรอ

                               ไม่หรอกค่ะ 
              แค่เที่ยวก็หายเหงาแล้ว

Yoora : งั้นเอางี้ 
Yoora : เดี๋ยวพี่ส่งคนไปดูแลดีกว่า
Yoora : ห้ามปฏิเสธ

                            คงไม่ใช่.......
        น้องชายของพี่ยูราใช่มั้ยคะ

Yoora : อ๋อ ใช่จ้ะ 
Yoora : พี่จะให้ชานยอลไปดูแลเรา
Yoora : พี่ต้องไปแล้ว
Yoora : ไว้คุยกันใหม่นะจ๊ะ
Yoora : ส่วนที่อยู่ของเรา แม่ส่ง
             มาให้พี่แล้วนะ
Yoora : เดี๋ยวพี่จะให้ชานยอลไปหา

        ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย!!!!


        ชีวิตที่แสนสงบสุขของช้านนนนน!!

        ฉันจะโดนเขาฆ่าตายก่อนมะ?

        ไม่หรอ สวยขนาดนี้ (มั่นเกินมะ)

        โอ๊ย! นึกแล้วก็เครียด แต่ก็ดีเหมือนกัน ไหนๆ ก็มาหาถึงที่ละ จะจีบให้ติดเลยคอยดู 

         รีบเอาของไปเก็บที่บ้านดีกว่า จะได้ออกไปหาอะไรกิน 

         ไปหาของกิน ไปช้อปปิ้ง แล้วก็ไปเดินเล่น โอเค แพลนเรียบร้อย

     Let's Go Party Alone in Korea!!


      ............

       Talk

    ยาวสุดตั้งแต่เคยแต่งแล้วมั้งเนี่ย 555 ขอโทษนะที่หายไปนาน ใกล้สอบแล้วอาจจะยุ่งนิดนึงนะ

    ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะ



          
       

       

  

       

       

        

       

  

      

    

      


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #11 Fang_Gogi_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 17:36
    มาต่อเถอะน้าาา รออยู่ อยากอ่าน
    #11
    1
  2. #10 Somioh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 21:51
    รอต่อนะตะTT
    #10
    1