ตอนที่ 59 : Artificial Family บทพิเศษ(2) การพบเจอที่ไม่ควรเกิดขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    15 พ.ค. 62

Artificial Family บทพิเศษ(2) การพบเจอที่ไม่ควรเกิดขึ้น


การเดินทางของทั้งสองได้เริ่มต้นขึ้นโดยมีฮอลโลว์เป็นผู้นำทางในขณะที่มีโฮริตามอยู่ข้างหลัง


ฮอลโลว์คิดว่ามันแปลกมากที่โฮริบอกว่าไปต้องเดินทางเร็วมากก็ได้ ค่อยๆ ไปพร้อมกับชมทิวทัศน์รอบๆ ก็ดีเหมือนกัน


แต่แม้ว่าการเดินทางที่ช้าของพวกเขาก็นับว่าเร็วมากเหมือนกันเพราะเป็นการเดินทางไกลในหน่วยของปีแสง


เดินทางผ่านกลุ่มดาวน้อยใหญ่มากมาย แวะไปมาในสถานที่ต่างๆ ในดาวเคราะห์ข้างทาง มีการนอนค้างคืน เดินเที่ยวเล่นในสวนดอกไม้ เล่าเรื่องราวของกันและกัน


“จริงหรอ? แล้วหมอนั่นก็แค่ตวักปากกาขนนกไปมาแล้วสิ่งต่างๆ ก็เกิดขึ้นง่ายๆแบบนั้นเลย” โฮริได้ถามออกมาด้วยความตกใจ


การสร้างสิ่งต่างๆ จากสิ่งที่ไม่มีตัวตนอยู่แล้วนับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ขนาดตัวเธอเองจะอยู่ในช่วงเวลาที่นับได้ว่าก้าวหน้ากว่าจุดเริ่มต้นมากนานมากแล้วการสร้างสิ่งต่างๆ จากความว่างเปล่ายังคงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก


การสร้างสิ่งของต่างๆ ที่สามารถคงอยู่ได้เหมือนกับสิ่งที่ปรากฎอยู่ตามธรรมชาติจำเป็นต้องใช้พลังเวทย์มหาศาล มากกว่าท่าของการโจมตีต่างๆ ที่ไม่นานก็จะสลายกลับกายเป็นพลังเวทย์อีกครั้ง


ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็คือท่า [ตัดสูญญากาศ] เป็นท่าที่สามารถสร้างสายลมที่แหลมคมมาก จนสามารถตัดผ่านทุกสิ่งอย่างที่อยู่เบื้องหน้าได้ หากใช้พลังเวทย์มากพอก็สามารถตัดดาวเคราะห์ออกเป็นสองส่วนได้เลย


แต่พลังเวทย์ที่เท่ากันกลับสามารถนำมาสร้างก้อนหินที่มีขนาดเท่ากับหนึ่งกำมือเท่านั้น


การสร้างสิ่งต่างๆ จากพลังเวทย์เพียงอย่างเดียวจึงเป็นเรื่องที่แถมจะเป็นไปไม่ได้เลยในโลกแห่งความจริง แต่ก็มีคนๆ หนึ่งที่สามารถทำมันได้อย่างที่ใจปรารถนา


เขาได้ถูกเรียกไว้ว่า “พระผู้สร้าง”


“จริงสิโฮริ เราว่ามันดูแปลกมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไม่มนุษย์คนอื่นถึงได้มองเธอด้วยสายตาแปลกๆ ล่ะ?” ฮอลโลว์ถามออกมาด้วยความสงสัย


ไม่ว่าตอนไหนพอพวกเธอคุยกันไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็ตาม ทุกคนที่พบเห็นต่างก็มองมาที่ตัวของโฮริด้วยสีหน้าที่ประหวาดเหมือนกับว่ากำลังหวาดกลัวตัวของโฮริอยู่เลย


แม้ฮอลโลว์เองจะพึ่งเริ่มเดินทางไปไหนมากไหนได้ไม่นานแต่เธอเองก็สามารถรู้ในในทันทีว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นแบบปกติแน่


“อ่อ ก็อย่าลืมสิว่าฮอลโลว์เองคือตัวแทนของความว่างเปล่า ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่มีใครมองเห็นได้อยู่แล้ว ถ้ามองจากมุมมองของคนอื่นก็คงเห็นเราพูดคุยอยู่คนเดียวมั้ง อีกอย่างเราเองก็ชินแล้วเหมือนกัน” โฮริได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เศร้าเล็กน้อย มันทำให้เธอนึกถึงเรื่องที่เธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร


ฮอลโลว์เองที่ยังไม่เข้าใจถึงอารมณ์ต่างๆ มากนักยังคงไม่เข้าใจถึงสีหน้าที่โฮริแสดงออกมาแต่นั้นเป็นสีหน้าที่ทำให้ภายในใจของเธอรู้สึกอึดอัดไปหมด


ไม่ชอบเลยความรู้สึกแบบนี้


“ยังไงก็อย่างไปสนใจเรื่องนั้นมากเลย ฮอลโลว์ลองมองขึ้นไปบนฟ้าสิ” โฮริได้พยายามเปลี่ยนเรื่องคุยพร้อมกับเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า


ฮอลโลว์เองก็มองขึ้นไปบนนั้นเช่นกัน


ภาพของดวงดาวต่างส่องแสงสว่างไสวบนท้องฟ้าได้เข้ามาได้สายตาของเธอ


มันควรจะเป็นทิวทัศน์ที่ตัวเธอเห็นมานานนับครั้งไม่ถ้วนแล้วแต่นี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้รับรู้ถึงความสวยงามของมัน


โดยเฉพาะเวลาที่ได้อยู่กับโฮริ สายตาของเธอได้จ้องไปมาระหว่างดวงดาวและใบหน้าของเธอ


******************************

- อวกาศใจการหมู่ดาวเคราะห์มากมาย เดินทางสู่ตําหนักของพระผู้สร้าง -


การเดินทางไปมาของระดับดวงดาราก็ไม่ต่างอะไรจากการบินบนท้องฟ้า แค่ขีดจำกัดไม่ได้อยู่แค่บนดวงดาวแต่สามารถโบยบินไปได้ทุกที่


การเดินทางของพวกเธอทั้งสองใกล้ถึงจุดหมายมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป


หลังจากที่มีการพูดคุยกันก็ทำให้ฮอลโลว์รู้จักกับโฮริมากขึ้นเรื่อยๆ


เธอรู้ว่าโฮรินั้นมีคำสาปติดตัวมาตั้งแต่เกิดทำให้คนทุกคนที่เห็นตัวเธอจะรู้สึกไม่ชอบเธอตั้งแต่แรกเจอทำให้ตัวของเธออยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด


ระหว่างการเดินทางของเธอ เธอก็ได้ผจญภัยไปที่ต่างๆ มากมายจนในที่สุดก็มีลูกศิษย์ถึงสองคน ทั้งคู่ต่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่ต่างกัน คือ เทพธิดาและปีศาจ


แต่โฮริเองก็ได้แยกจากศิษย์ทั้งสองไปหลังจากที่เธอได้พิสูจน์เส้นทางของตัวเธอเองเพื่อออกตามหาพระผู้สร้าง


การที่คนเราจะขึ้นจากระดับจ้าวกาลเวลาไปสู่ผู้คุมกฎได้จำเป็นต้องพิสูจน์เส้นทางของตัวเองก่อน


“แล้วตอนนี้ทั้งสองคนนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ?” ฮอลโลว์ได้ถามออกมา ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวของเธอในตอนนี้ แต่หลังจากที่อยู่กับโฮริมาสักพักความอยากรู้อยากเห็นของเธอก็เริ่มมีมาให้เห็น


“ก็น่าจะสบายดีนะ ถึงจะไม่ได้บอกลากันด้วยดีแต่เราว่าเด็กพวกนั้นก็คงไม่เป็นอะไรหรอก”


โฮริยังคงจำได้ถึงวันที่เธอแอบเดินทางออกมาโดยไม่ให้ทั้งสองรู้ตัว


เธอได้ทิ้งจดหมายไว้ให้ที่เขียนไว้ว่า “อย่าออกตามหาเท่านั้น”


“ดูเหมือนว่าพวกเราจะเดินทางมาถึงแล้วนะ” ฮอลโลว์ได้พูดออกมาพร้อมกับมองไปข้างหน้า


สิ่งที่โฮริเห็นจากการมองมีเพียงหลุมดำขนาดใหญ่มีแรงดึงดูดมหาศาลจนสามารถบิดเบือนมิติและการเวลาโดยรอบได้ เป็นเพียงก้อนทรงกลมสีดำที่ไม่สามารถมองเห็นถึงสิ่งที่อยู่ด้านในได้


ขณะที่โฮริกำลังคิดถึงวิธีที่จะเดินทางเข้าไปอยู่ก็ได้มีร่างของชายคนหนึ่งโผล่มาจากข้างหลังของเธอ


“สวัสดี พวกเจ้ามาหาข้าหรือป่าว” เสียงที่ใสราวเก็บเด็กได้พูดออกมาจากด้านหลังของเธอ


ก่อนที่โฮริจะหันกลับไปร่างของชายคนนั้นก็ได้มาอยู่ตรงหน้าของเธอแล้ว


เป็นร่างของชายผู้หนึ่งที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ประกอบไปด้วยเจ็ดสีราวกับสายรุ้ง


เป็นเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์มาก


“ไงนิล ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ วันนี้เธอพาใครมาหรอ?” ผู้สร้างได้พูดออกมาพร้อมกับมองหน้าไปที่โฮริ แต่ก็เป็นเหมือนกับว่าแค่มองไปผ่านๆ ไม่ได้สนใจอะไรในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย


“ก็อย่างที่นายเห็น เธอคนนี้ชื่อโฮริ ดูเหมือนว่าเธอมีเรื่องที่อยากจะคุยกับนายนิดหน่อย เราก็เลยนำทางให้ โฮริตอนนี้มีเรื่องอะไรก็พูดได้เลยนะ” ฮอลโลว์ได้พูดออกมาพร้อมกับเปิดโอกาสให้โฮริพูด


“อยากจะพูดคุยกับข้าหรอ? แต่เจ้าก็อยู่ในระดับที่สูงที่สุดแล้วนี้ยังจะมีเรื่องอะไรที่สงสัยอีก ไหนเจ้าลองว่ามาสิ” ครีเอเตอร์ได้พูดออกมาพร้อมกับมองไปที่โฮริด้วยท่าทีที่สนใจโฮริเล็กน้อย


สิ่งใดกันที่ทำให้ผู้คุมกฎรู้สึกสงสัยจนต้องเดินทางไกลมาจนถึงที่นี้ มันได้ไปกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเขา


“เราอยากรู้ว่าเมื่อ สิ่งนั้นมาที่นี้เพื่อทำให้ทุกอยากกลับไปสู่ความว่างเปล่าอีกครั้งท่านจะหยุดมันได้ไหม?


คำพูดของเธอได้ทำให้ครีเอเตอร์ที่กำลังหัวเราะเบาๆ นิ่งไปเหลือแต่เพียงความเงียบเท่านั้น


“เจ้าไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน?” ครีเอเตอร์ได้ถามออกมาด้วยความแปลกใจ


มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรมีใครรู้ถึงการมีตัวตนของมัน มันเป็นเรื่องที่ในดาราจักรแห่งนี้น่าจะมีแค่ข้าเท่านั้นที่รู้ แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงกัน


“จะรู้มาจากไหนมันไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือเมื่อสิ่งนั้นมาถึง ครั้งนี้ท่านจะสามารถจัดการกับมันได้หรือป่าว? หรือว่าท่านจะล้มเหลวในการปกป้องสิ่งที่ท่านสร้างขึ้นมาอีกครั้ง


ทันทีที่โฮริพูดถึงคำว่าล้มเหลวออกมา ครีเอเตอร์ก็ได้ตวัดปากกาขนนกสีทองของเขา


หมึกสีดำสนิทได้กลายเป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่พร้อมดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นการโจมตีที่แม้แต่โฮริเองถ้าโดนไปก็ต้องบาดเจ็บสาหัสเหมือนกัน


แต่ฮอลโลว์เองที่สังเกตถึงการจู่โจมจีงได้ใช้ร่างของเธอเองเข้าไปรับแทนตัวของโฮริ


จากการโจมตีครั้งนี้มีดาวเคราะห์น้อยมากหมายที่ถูกทำลายจนหายไปจากดาราจักรแห่งนี้


“นี่เจ้าหนู ระวังปากของเจ้าไว้หน่อยก็ดีนะ เจ้าคงไม่ได้เดินทางมาไกลขนาดนี้เพื่อตอกย้ำความเป็นจริงข้อนั้นใช้ไหม” ครีเอเตอร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ


“แทงใจดำท่านใช่ไหมล่ะ? แน่นอนว่าที่เราเดินทางมาถึงที่นี่ก็เพื่อเสนอถึงวิธีที่จะจัดการกับเจ้าสิ่งนั้น” โฮริพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่


และการพูดคุยของทั้งสองก็ได้เริ่มขึ้น


Artificial Family บทพิเศษ(2) การพบเจอที่ไม่ควรเกิดขึ้น(จบ)

บทถัดไป

Artificial Family บทที่ 6.5 ภัยร้ายที่คืบคลาน


******************************

เกร็ดความรู้

1 ปีแสงมีระยะประมาณ 9,460,730,472,580 กิโลเมตร


ตอนนี้มีแผนว่าอาจจะเขียนอีกเรื่องเลยอาจจะลงช้าหน่อย

ไม่ทิ้งแน่มีแต่อาจจะดองเอาไว้แค่นั้นเองนะ555


ขนาดตัวอักษรก็ใช้ 12 เหมือนเดิมแล้วกันเพราะมันจะไม่คุ้นตา


ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ติดตามนะ

คอมเม้น กดติดตาม กดให้กำลังใจเพื่อใส่ไฟให้กับเรา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

153 ความคิดเห็น

  1. #79 oom003 (@oom003) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:09
    "นี้มันอะไรกัน ตื่นมาก็มืดเเล้ว ดูเวลา5ทุ้มกว่าๆ พอมาดูว่านิยาย อัพอะไรบ่างก็มาเจอนี้เข้า ตอนนี้บอกได้เลยว่า ค้าง มากอย่างนี้ต้องใช้ ขอเปิดการ์ดที่หมอบไว้ ฉันจะไม่ค้าง" โอม
    #79
    2
    • #79-1 Evirdkung (@passapondrive) (จากตอนที่ 59)
      4 พฤษภาคม 2562 / 00:14
      ตัดจบแบบละครไทย ติดตามต่อได้หลังบทพิเศษ(3)นะ คิดว่าน่าจะมาหลังบทที่ 8 คิดแล้วก็ท้อเหมือนกัน555
      #79-1