[X1 X YOU] ROZIANA : THE LOVER OF PRINCESS

ตอนที่ 2 : CHAPTER 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    12 ก.ย. 62





















                ข้าอยู่บนรถม้าประจำราชวงศ์ มุ่งตรงไปสู่อาณาจักรทางตอนเหนืออย่างฟาเลนเดีย ข้าพยายามสกัดกั้นความหวั่นไหวภายในจิตใจ ไม่ให้พรั่งพรูออกมาให้ใครได้สังเกตเห็น เมื่อแสงแห่งรุ่งอรุณมาถึงเจสสิก้าก็เข้ามาปลุกข้าอย่างตรงเวลา ใช้เวลาเพียงไม่นานการเดินทางออกนอกอาณาจักรครั้งแรกก็เกิดขึ้นกับตัวข้าอย่างไม่ทันได้เตรียมใจใดๆ ดวงหน้าของเสด็จแม่ที่ฉายความเศร้าหมองยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของข้าไม่เลือนหาย






รอลูกนะเพคะ...เสด็จแม่




















         ใช้เวลาทั้งสิ้นเกือบหนึ่งวันเต็มในการเดินทาง ข้าใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในรถม้าที่แสนอุดอู้ โดยที่ร่างกายแทบจะไม่ได้ขยับไปไหน อาการปวดเมื่อยเกาะกินเป็นระยะๆ แต่แล้วแสงอาทิตย์อัสดงในยามเย็นที่ด้านนอกนั้นกลับดึงดูดสายตาให้ข้าต้องมองมัน ภายนอกเป็นทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงที่ลำต้นต่างพริ้วไหวไปตามสายลม ทอดยาวออกไปจนสุดลูกหูลูกตามีภูเขาเขียวขจีที่แสดงได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ ข้ายื่นใบหน้าออกมานอกหน้าต่างของรถม้า หลับตาดื่มด่ำกับกลิ่นไอธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกดีกว่าตอนอยู่ที่สวนดอกไม้ในวังเป็นไหนๆ สายลมในช่วงฤดูใบไม้ผลิพัดกระทบเข้ากับใบหน้าของข้าเบาๆ ความรู้สึกสดชื่นที่แทรกเข้ามาทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเริ่มเลือนหายไป ฉับพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นลำธารใสสะอาดที่อยู่ใกล้ๆกับทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ในใจเกิดอยากสัมผัสน้ำเย็นๆในลำธารขึ้นมา เร็วกว่าความคิด ปากของข้าก็เอ่ยบอกสารถีควบม้าว่าให้หยุดรถลงทันใด




"หยุดรถก่อนเถิด ข้าอยากพักที่ลำธารเสียหน่อย"




"พะยะค่ะ องค์หญิง" 




         เมื่อรถม้าหยุดลง ข้าไม่รีรอให้มีคนมาเปิดประตูให้ จึงก้าวเดินออกไปด้วยตนเอง สองเท้าของข้าหยุดลงตรงหน้าลำธารที่ใสสะอาดกว่าที่ข้าเคยเห็นที่ไหน ข้าย่อตัวลงใช้สองมือกวักน้ำขึ้นมาชโลมทั่วใบหน้า ความเย็นแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว เรียกรอยยิ้มของข้าออกมาได้อย่างง่ายดาย




         เหล่าทหารม้าและอัศวินที่ตามขบวนรถม้าของข้ามา ต่างเฝ้าระวังภัยให้ข้าอยู่ไม่ไกล แต่ก็ยังเว้นพื้นที่ส่วนตัวให้ข้าได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง แม้จะมีเจสสิก้าคอยดูแลอยู่ใกล้ๆก็ตามที



"องค์หญิงเพคะ พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินเข้าไปทุกที หม่อมฉันเกรงว่าเราควรเร่งเดินทางต่อเพื่อความปลอดภัยเพคะ" 



        เจสสิก้าเมื่อเห็นว่าข้าไม่มีทีท่าว่าจะผละตัวออกมาจากลำธารเสียที จึงเอ่ยท้วงขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูร้อนรนแปลกไป



"เป็นอะไรหรือเจสสิก้า" ข้าขยับตัวเข้าไปใกล้นาง และกระซิบเอ่ยถามออกไป เจสสิก้าในตอนนี้ดูหวาดหวั่นและตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด จนข้าเองอดสงสัยไม่ได้ว่า นางสังเกตเห็นสิ่งใด





พรึ่บ! 







         ไม่ทันที่นางข้าหลวงคนสนิทจะได้เอ่ยตอบ ร่างของข้าก็ถูกใครบางคนรัดกุมเอาไว้อย่างแน่นหนาและพามาหลบอยู่หลังรากต้นไม้ใหญ่ หากดูจากแรงและรูปพรรณสัณฐานแล้ว คงเป็นบุรุษชายที่ผ่านการฝึกอบรมเรื่องศิลปะการต่อสู้มาเป็นอย่างดี เพราะความว่องไวและไหวพริบของชายผู้นี้ทำให้เหล่าทหารม้าและอัศวินของข้าไม่แม้แต่จะรู้ตัวเลยสักคนเดียว อีกทั้งยังไวพอที่จะส่งคนมาจับตัวและปิดปากเจสสิก้าได้ทันก่อนที่นางจะเอ่ยร้อง





"เจ้าเป็นใคร"



       
         เสียงทุ้มดังขึ้นที่ข้างหูของข้า ชวนทำให้ขนทุกเส้นในร่างกายต่างลุกชัน ไม่เคยมีบุรุษเพศคนใดได้ใกล้ชิดข้ามากถึงเพียงนี้ แม้แต่เสด็จพ่อของข้าเองก็ตาม



 
"โรเซียน่า"  




         ข้าเอ่ยเสียงที่พยายามข่มไม่ให้สั่นมากที่สุด ความตื่นกลัวนั้นมีอยู่มากโข แต่หากกลัวจนไม่มีสติอาจทำให้ภัยเข้ามาหาตัวได้โดยง่าย จึงได้แต่ทำใจดีสู้เสือ ราวกับไม่เกรงกลัวต่อคนที่รัดกุมข้าอยู่ด้านหลัง หัวใจของข้าเต้นระรัวด้วยความหวั่น หากชายผู้นี้เป็นโจรป่าขึ้นมาข้าคงไม่มีโอกาสได้เรียกร้องให้อัศวินช่วยได้ทัน



"ชื่อของเจ้าช่างคุ้นหู ดูจากเครื่องแต่งกายแล้ว เจ้าคงจะไม่ใช่สามัญชนธรรมดาจริงหรือไม่" ถือว่าเป็นคนทีี่ช่างสังเกตอยู่มากทีเดียว แม้วันนี้ข้าจะไม่ได้สวมมงกุฏประจำกาย แต่ชายผู้นี้ก็ยังคงสังเกตและดูรู้ว่าฐานันดรของข้านั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดา




"ข้าเป็นเพียงลูกพ่อค้าที่ตกอับ เพียงแค่แวะพักที่ลำธาร อีกประเดี๋ยวก็จะออกเดินทางไปตามจุดหมายของข้าต่อแล้ว"




         ข้าได้แต่ภาวนาขออย่าให้ชายผู้นี้รู้ว่าข้ากำลังโกหกอยู่ เหตุผลที่เลือกจะโป้ปดเพียงเพราะไม่รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของชายร่างหนาทางด้านหลัง เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดภัยจึงจำเป็นที่จะต้องเลี่ยงความจริงออกไปในครานี้เสียก่อน




"ถ้าเจ้าเป็นลูกพ่อค้าที่ตกอับจริง ตอบข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดถึงมีทหารม้าและอัศวินคอยคุ้มกันเจ้าอยู่"




"คือ ข ข้า.."




"เจ้าโกหกไม่เก่งเอาเสียเลยนะโรเซีย" ความรู้สึกใกล้ชิดที่มีเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายโน้มก้มลงมาแนบชิดกับใบหน้าของข้ามากขึ้น จนไร้ซึ่งช่องว่างของกันและกัน วงแขนหนารัดเอวของข้าแน่นเสียจนแทบจะหายใจไม่ออก ข้าได้แต่ตัวแข็งทื่อโดยไร้ซึ่งทางหนี ความกลัวนั้นผสมปนเปกับความหวั่นไหว ใกล้เกินไป ข้าก็มีความรู้สึกที่จะเหนียมอายต่อบุรุษเพศที่ใกล้ชิดข้ามากขนาดนี้ได้จริงหรือไม่ ยิ่งกลิ่นเครื่องหอมอ่อนๆจากเสื้อผ้า และน้ำเสียงนุ่มทุ้มของชายผู้นี้ ยิ่งทำให้ใจของข้าสั่นจนแยกไม่ออกว่าเป็นเพราะกลัวหรือเขินอายกันแน่




"ท่านต้องการสิ่งใด"






"ข้าไม่ได้หวังสิ่งใด เพียงแต่ต้องการมาเห็นใบหน้าคร่าตาขององค์หญิงจากต่างแดนด้วยตัวของข้าเองพียงเท่านั้น ไม่นึกเลยว่าองค์หญิงที่ข้าเฝ้ารอแท้จริงแล้วจะเป็นลูกพ่อค้าที่ตกอับ"




     ชายผู้นี้รู้อยู่แล้วว่าข้าเป็นใครแลมีศักดิ์เป็นเช่นไร น้ำเสียงเชิงหยอกล้อของเขา ทำให้ข้ารู้สึกอยากจะมุดหน้าลงไปเสียให้จมดิน หากต้องการกลั่นแกล้งเหตุใดจึงต้องทำให้ตื่นกลัวถึงเพียงนี้ด้วย เมื่อรู้ว่าบุรุษผู้นี้ไม่ได้มุ่งร้าย เพียงแต่แกล้งข้าเล่นเพื่อความสนุกส่วนตัว จึงทำให้ข้าสบายใจขึ้นมาได้ทันที




"หากท่านได้เห็นจนสมใจแล้ว ได้โปรดปล่อยข้าได้หรือไม่"




"ฮ่ะๆ ต้องขออภัย ข้าไม่ได้มีเจตนาจะล้วงเกินอะไรเจ้าหรอก เพียงแต่เล่นสนุกมากไปจนไม่ทันระวังความเหมาะสม"




     แขนแกร่งปล่อยตัวข้าให้เป็นอิสระ ก่อนจะอธิบายแก้ตัวอย่างใจเย็น ข้าผละตัวออกมายืนเว้นระยะห่างจากบุรุษตรงหน้ามากพอสมควร ทำให้ได้สังเกตเห็นว่าแท้จริงแล้วดวงหน้าของเขาเป็นเช่นไร ชายผู้นี้งดงามราวกับเทวดาบนสวรรค์ รูปงามจนไม่สามารถที่ข้าจะละสายตาออกไปได้ ผิวขาวเนียนราวหิมะ เส้นผมสีดำสนิทที่พริ้วไหวไปตามแรงลม ดวงตาคมที่เมื่อถูกจ้องมอง เหมือนตัวข้าเองจะละลายหายไปกับสายน้ำของลำธาร รอยยิ้มที่ยังคงประดับให้เห็นอยู่บนใบหน้าคม ทำให้ข้าราวกับถูกดูดเข้าไปอยู่ในภวังค์ ชายตรงหน้าเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย ชวนให้หัวใจของข้ากลับมาเต้นแรงอีกครา




"ข้ามีนามว่าซึงอู องค์รัชทายาทลำดับที่หนึ่งของอาณาจักรฟาเลนเดีย"



     เมื่อชายตรงหน้าเอ่ยนาม ข้าเองนึกประหลาดใจอยู่มาก ว่าเหตุใดองค์รัชทายาทลำดับที่หนึ่งถึงมาเล่นซุกซนราวกับเด็กอยู่อย่างนี้ แต่ถึงอย่างนั้นตัวข้าก็รีบถอนสายบัวเคารพแด่ผู้มีศักดิ์สูงกว่าตรงหน้า



"ถวายบังคมเพคะองค์ชาย"



"ไม่ต้องมากพิธีหรอก จากนี้ไปข้าจะเป็นคนพาเจ้าไปยังพระราชวังด้วยตัวของข้าเอง"



"หม่อมฉันมิบังอาจ ทหารม้าและอัศวินของหม่อมฉัน คงจะคู่ควรแก่การเดินทางร่วมกับหม่อมฉันมากกว่าพระองค์เพคะ"




       ข้าตอบปฏิเสธไป เพราะเกรงคำครหานินทาจากผู้คน ว่าองค์หญิงจากเมืองทิโอเปียแท้จริงแล้วต้องการเพียงใกล้ชิดกับองค์รัชทายาทลำดับที่หนึ่งเพื่อขึ้นเป็นราชินีเพียงเท่านั้น




"ข้าแค่อยากให้การต้อนรับเจ้าอย่างสมเกียรติเพียงเท่านั้น หากการที่องค์รัชทายาทลำดับที่หนึ่งเช่นข้าเป็นผู้มารับเจ้าด้วยตนเองยังไม่คู่ควรกับเจ้า ได้โปรดบอกข้าได้หรือไม่ว่าอย่างไรถึงควร หรือจักให้ข้าเตรียมราชรถมาให้เจ้า เป็นเช่นนั้นดีหรือไม่"




      องค์ชายผู้นี้ช่างหลักแหลมเสียยิ่งกว่าอะไร เพราะเขารู้วิธีที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเช่นข้ารู้สึกผิดและไม่สามารถปฏิเสธในสิ่งที่เขาต้องการจะมอบให้ข้าได้




"หากเป็นเช่นนั้น ก็แล้วแต่องค์ชายจะทรงเมตตา หม่อมฉันพร้อมน้อมรับเพคะ"




     หากแต่ก็ยังรู้จักข้าน้อยไป ข้าโรเซียน่าองค์หญิงที่ได้รับสมยานามว่ามีวาจาคมยิ่งกว่าดาบของอัศวิน ข้าที่ดูภายนอกอาจดูเหมือนองค์หญิงที่อ่อนแอและไม่ทันคน แท้จริงแล้วเป็นข้าเองต่างหากที่ตั้งใจให้ทุกคนเห็นข้าเป็นเช่นนั้น




"หึ น่าสนใจเสียจริง ถ้าเช่นนั้น โปรดให้ข้าเป็นผู้นำพาเจ้าไปที่อาณาจักร เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ข้าทำล้วงเกินกับเจ้าไปเมื่อครู่ได้หรือไม่"




"เพคะ"




      ในเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ข้าเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรั้นต่อไป เมื่อร่างหนาได้ยินเพียงเท่านั้นรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ก็ผุดขึ้นมาทันที องค์ชายซึงอูผายมือให้ข้าเดินนำไปยังอาชาประจำตัวของเขาที่ยืนรออยู่ไม่ไกล พร้อมกับทหารม้าและอัศวินของราชวงศ์ ฝ่ายขบวนรถม้าของข้าเองก็เหมือนจะรู้เรื่องแล้ว จึงไม่มีผู้ใดดูร้อนรนต่อการหายตัวไปชั่วครู่ของข้าเลยแม้แต่คนเดียว ทางด้านเจสสิก้าก็ยืนหน้าง้ำงออยู่ไม่ไกลเสียเท่าใด ข้างๆเป็นบุรุษเพศที่ข้าจำได้ว่าเป็นผู้โผมาปิดปากนางได้ก่อนที่นางจะร้องดัง นั้นยิ่งทำให้ข้านึกขันขึ้นมา คงจะโกรธเคืองชายผู้นั้นอยู่ไม่น้อย



"จับมือข้า" มือหนาถูกยื่นมาตรงหน้าข้า เพื่อให้จับและดึงขึ้นไปนั่งบนอาชาตัวเดียวกับเขา หลังของข้าสัมผัสโดนอกแกร่งของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง เป็นอีกครั้งที่ข้าได้ใกล้ชิดกับองค์ชายผู้นี้ แม้จะรู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อยที่ต้องมาใกล้ชิดกับบุรุษเพศอยู่หลายครั้งหลายคราในวันเดียวแต่ข้ากลับรู้สึกดีและปลอดภัยเมื่อได้อยู่ภายใต้อ้อมแขนแกร่งคู่นี้




     อาชาชาญเคลื่อนตัวออกวิ่งมุ่งตรงไปยังอาณาจักรที่อยู่เบื่องหน้าอย่างรวดเร็ว ความเร็วของมันทำให้ความใกล้ชิดของเราสองยิ่งเพิ่มมากขึ้น คางคมของชายด้านหลังโน้มลงมาบริเวณลาดไหล่ของข้าจนใบหน้าแนบชิดกัน ข้าดูออกว่าองค์ชายผู้นี้กำลังกลั่นแกล้งข้าอีกหน ดูจากรอยยิ้มชอบใจที่ผุดขึ้นมาเมื่อข้าหดใบหน้าของตัวเองด้วยตวามตกใจ 



"อีกไม่นานเจ้าคงจะชิน เพราะนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ข้าจะเข้าใกล้เจ้า"








ร้ายกาจเสียจริง! ต่อจากนี้หัวใจข้าคงไม่สามารถสงบสุขได้อีกแล้วใช่หรือไม่...















TO BE CONTINUE











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #5 ppcuxxkl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 08:26

    รอมาต่อนะคะะ
    #5
    0
  2. #3 Pppp1142 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 20:39

    เรื่องน่าสนใจมาก!ต่อค่ะ
    #3
    0
  3. #1 BTS_TXT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 14:43
    รออออออ
    #1
    0