[NCT X YOU] Oh my girl ทำไงดีผมรักเธอ

ตอนที่ 8 : CHAPTER 4 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    13 ม.ค. 62
















      เปลือกตาของหญิงสาวค่อยๆลืมขึ้นอย่างยากลำบาก หลังจากรู้สึกได้ถึงแสงแดดที่แยงเข้ามาจากทางหน้าต่าง แขนเล็กพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นอยู่ในท่านั่ง แต่ดูเหมือนตอนนี้จะทำอะไรก็ทำไม่ได้ดั่งใจ แรงที่เคยมีเหลือเฝือ ตอนนี้กลายเป็นว่าแม้แต่แรงที่จะลุกขึ้นนั่งยังไม่มี ร่างของยองมีตกลงไปนอนที่เตียงอีกครั้ง อยากจะร้องให้คนข้างนอกมาช่วยแต่คิดดูเถอะแรงจะลุกยังไม่มี แล้วจะไปมีแรงตะโกนได้ยังไง หญิงสาวยกมือขึ้นกุมขมับพยายามภาวนาในใจขอให้อาการปวดหัวบรรเทาลง 





    ยองมีพยายามกวาดสายตามองไปรอบห้อง เพื่อมองหานาฬิกาเพราะตอนนี้เองก็อยากจะรู้ว่ากี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว สายตาหวานหยุดลงที่หัวเตียงเพ่งสายตาไปที่นาฬิกาตั้งโต๊ะที่กำลังบอกเวลาให้ร่างบางได้รู้ ยองมีเองเมื่อเห็นเวลาก็ต้องตกใจเพราะเป็นเวลาที่สมควรแก่การไปซ้อมแล้ว เธอพยายามดันตัวเองลุกขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้สำเร็จ ยองมีก้าวลงจากเตียงอย่างยากลำบาก เพราะอุปสรรคอยู่ที่ข้อเท้าและหัวที่หนักอึ้ง พยายามส่งร่างตัวเองออกไปจากหอนี้แล้วกลับเข้าสู่หอตัวเอง




"แอ็ด"  ร่างเล็กเปิดประตูออกมา และพบเข้ากับชายทั้ง 13 คน ที่กำลังนั่งกินข้าวร่วมกันอยู่ ทุกคนละสายตาจากอาหารตรงหน้าและมองร่างของยองมีเป็นตาเดียว และทุกคนยิ่งตกใจเมื่อเห็นสภาพที่ดูแย่มากๆของยองมี



   ร่างเล็กที่ตอนนี้ริมฝีปากและแก้มที่เคยอมชมพูกลับซีดเซียว คล้ายคนที่ไม่เคยมีเลือดไปหล่อเลี้ยง บวกกับเหงื่อที่เกาะอยู่ตามใบหน้าหวาน ส่งผลให้รุกกี้ทุกคนเป็นห่วงเธอขึ้นมาจับใจ ยองมีค่อยๆเดินเข้ามาใกล้โต๊ะอาหาร



"ยองมีออกมาทำไม ยังไม่ดีขึ้นเลยหนิ อ้ปป้าว่ากลับไปนอนต่อเถอะนะ" โดยองชายผู้ที่เริ่มบทสนทนาเป็นคนแรก ลุกขึ้นออกจากเก้าอี้และเดินมาช่วยพยุงร่างโอนอ่อนของยองมี



"มีไม่เป็นไรแล้วค่ะอ้ปป้า มีอยากกลับหอ" ยองมีส่ายหน้าไปมาเมื่อคนเป็นพี่พยายามพยุงตัวเองกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง



"ไม่เป็นไรที่ไหนหล่ะหะ ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ยังจะดื้ออีก" โดยองยกมือขึ้นทาบลงไปกับหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิของร่างเล็ก และพบว่าอาการของยองมีนั้นยังไม่สู้ดีนัก



"ยองมีอย่าดื้อ ครูปีเตอร์ให้เธอหยุดพัก 2-3 วัน เพราะฉะนั้นพักผ่อนแล้วรีบหายสะ" เสียงทุ้มของแทยงเอ่ยบอกยองมีถึงข้อมูลที่รู้มาจากเตนล์ว่าครูปีเตอร์ให้เธอได้หยุดพักจนหายดีสะก่อน แล้วค่อยกลับไปซ้อม



"อ้ปป้า แต่มีอยากไปซ้อมจริงๆนะคะ ให้มีไปเถอะนะ" 



"ไปแล้วเธอจะซ้อมอะไรได้หล่ะมี เสียงก็เป็นเป็ดแรงก็ไม่มี ทำได้อย่างเดียวก็คือนั่งดู" มาร์คเดินตรงมาหายองมี แล้วโน้มใบหน้าตัวเองให้เสมอกับใบหน้าของยองมี



ตาคมของมาร์คมองใบหน้าหวานอย่างไม่ลดละ จนคนตัวเล็กกว่าต้องยกมือขึ้นดันอกแกร่งให้เขยิบห่าง



"อยากติดหวัดหรือไงตาบ้า!" หญิงสาวอดที่จะเอ็ดมาร์คไม่ได้เพราะนิสัยขี้แกล้ง ขี้เล่นของเค้า เธอเองก็ขอยอมรับเลยว่าบางครั้งมันทำให้เธอหวั่นไหว



"ฮ่าๆๆ ฉันไม่ได้กระหม่อมบางแบบเธอสะหน่อยยัยเตี้ย" มาร์คส่งมือหนาของตัวเองไปยีหัวคนตัวเล็กจนผมฟูไปหมด ก่อนจับมันโยกเล่นไปมาอย่างเอ็นดู 



"แป๊ะ!" หนุ่มไทยที่นั่งมองเหตุการณ์ได้สักพัก ก็ทนไม่ไหวกับการกระทำของน้องชายจึงลุกเดินและตีมือมาร์คไปหนึ่งที



"โอ้ยย ฮยองตีทำไมเนี้ย เจ็บนะ" มาร์คสบัดมือด้วยความเจ็บแสบ พลันหันไปมองหน้าพี่ชายอย่างเคืองๆ



"เรื่องของฉัน ยองมีพี่ว่าพักเถอะนะเผื่อพักวันนี้แล้วดีขึ้น พรุ่งนี้จะได้ไปซ้อมไง ไม่ดีหรอ" เตนล์หันไปตอบมาร์ค ก่อนจะหันมาใช้น้ำเสียงที่แสนอ่อนโยนบอกแนะนำสาวน้อยตรงหน้า เอื้อมมือหนาไปลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ อีกทั้งยังส่งยิ้มที่ทำเอายองมีเองแทบจะละลาย



"กะ ก็ได้ค่ะ" ยองมีเอ่ยตอบตกลง และรีบหลบสายตาทรงเสน่ห์ของร่างหนาตรงหน้า



"โหยย อะไรอ่าา ทีอ้ปป้าพูดไม่เห็นจะฟังพอเตนล์พูดนี้ว่านอนสอนง่ายขึ้นมาเลยนะ" โดยองที่ยังคงยืนประคองยองมีข้างๆนั้นเอ่ยออกมาอย่างน้อยใจ ทำให้เรียกเสียงหัวเราะให้กับยองมีและทุกคนได้เป็นอย่างดี




มาร์คเองก็พยายามเก็บสีหน้าไม่พอใจเอาไว้ให้มิดที่สุด เค้าหวง หวงรอยยิ้มหวานของยองมี หวงเสียงหัวเราะ หวงใบหน้าเหนียมอายของเธอ หวงทุกๆอย่างที่เป็นเธอ อยากให้ยองมีแสดงมันออกมาแค่กับมาร์คคนเดียว มาร์คเองได้แต่กำมือแน่นแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่อยากอารมณ์เสียไปมากกว่านี้



และแน่นอนมาร์คไม่ได้เป็นแบบนี้คนเดียวหรอก ยังมีอีกหลายคนที่คิดแบบเดียวกับมาร์ค แค่พวกเค้าทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากคอยดูอยู่ห่างๆ เพราะพวกเค้าไม่มีสิทธิ์ในตัวยองมี 




อยู่ที่เธอว่าจะเลือกใคร...พวกเราก็ได้แต่รอเท่านั้น






YOUNGMEE PART



พี่เตนล์พยุงฉันเข้ามาในห้อง ฉันนั่งลงบนเตียงนุ่มด้วยแรงที่แทบไม่มี พี่เตนล์เองเมื่อเห็นใบหน้าที่เหมือนศพของฉันก็เดินออกไปนอกห้อง ก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมกับยาและน้ำหนึ่งแก้ว



"กินยาก่อนอาหารนะ พอตอนพักเบรคเดี๋ยวพี่กลับมาหา" พี่เตนล์ยื่นยาและน้ำมาให้ฉัน มืออันสั่นเทาของฉันค่อยๆรับมาอย่างระแวดระวัง แล้วกลืนยาในมือก่อนจะดื่มน้ำตามและวางแก้วน้ำไว้ที่โต๊ะข้างเตียง



"ไม่ต้องหรอกค่ะ ถึงตอนนั้นมีก็คงจะดีขึ้นแล้ว มีไม่อยากกวนเวลาพักเบรคของพี่" ฉันส่ายหน้าปฏิเสธพี่เตนล์ไป แต่พี่เตนล์กลับยิ้มแล้วดันไหล่ฉันให้นอนราบไปกับเตียง จัดแจงหมอนและผ้าห่มให้ฉันสะดิบดี พี่เตนล์ยกมือของฉันไปกุมไว้แล้วส่งยิ้มมาให้



"ให้พี่ได้ดูแลมีเถอะนะ ขอแค่สักอย่างที่พี่พอจะทำเพื่อมีได้ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร พี่เต็มใจและพร้อมที่จะทำมัน เพราะฉะนั้นอย่าปฏิเสธพี่เลยนะครับ" พี่เตนล์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่ม นิ้วหัวแม่มือของร่างหนาไล้ลูบที่หลังมือของฉัน สัมผัสที่ยากจะคาดเดาของพี่เตนล์ทำให้ฉันเริ่มสับสนในใจ 



"เอ่อ...มีว่าพี่รีบไปบริษัทเถอะค่ะมันสายแล้วนะ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะรอเอา" ฉันพยายามแกะมือของพี่เตนล์แต่พี่เตนล์ก็ยังคงดื้อและไม่ถอนมือของตัวเองออกไปสักที



"ก็พี่อยากอยู่กับมีนานๆหนิ ไม่ได้หรอ?" พี่เตนล์เอียงคอถามฉันไม่หนำซ้ำยังทำสีหน้าออดอ้อนมาให้ฉันอีก ใจร่มๆไว้ยองมี ยุบหนอพองหนอๆ โอ้ยยพี่เตนล์เลิกทำหน้าน่ารักแบบนั้นสักที มีกำลังจะช็อคตายแล้วว >///<



"ว่าไงคะ ยองมี" พี่เตนล์เริ่มถามซ้ำอีกครั้ง ไอ้ถามซ้ำหน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วย โอ้ยยยยขอร้องแหล่ะใครก็ได้ช่วยยองมีคนนี้ด้วย



"ปัง! ฮยองไปกันได้แล้ว" ขอบคุณพระเจ้าที่มาร์คเปิดประตูเข้ามาได้จังหวะพอดี มาร์คจ้องพี่เตนล์เขม็งแล้วเดินมาหยุดตรงปลายเตียง



"โอเคๆ งั้นพี่ไปนะมี พักผ่อนเยอะๆนะตัวเล็กของพี่" พี่เตนล์พูดออกมาเป็นภาษาไทยจงใจทำให้มาร์คที่ยืนหัวโด่อยู่ฟังไม่รู้เรื่อง ตัวเล็กของพี่... งั้นหรอ -////-



พี่เตนล์หันมายิ้มให้ฉันอีกครั้งและเดินออกไปจากห้อง มาร์คเองก็เตรียมจะเดินออกไปเช่นกัน แต่ก็กลับหลังหันมาและมองหน้าฉันแบบงอนๆ


"ย๊าาา ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือไงยัยบ้าา" พูด? พูดอะไรหล่ะ อะไรของนายนะมาร์ค



"เอ่อ..ตั้งใจซ้อมนะ"



"โอ้ยย ยัยเบ๊อะ เธอต้องพูดว่า 'มาร์คจ๋ารีบกลับมาเร็วๆนะแล้วฉันจะรอ อย่านานนะฉันคิดถึง' อะไรแบบนี้ดิ" มาร์คดัดเสียงให้เล็กลง ซึ่งการที่เค้าทำแบบนั้นมันไม่ต่างอะไรจากกระเทยควายเลยสักนิด ฉันมองมาร์คด้วยสายตาเอือมๆแล้วถอนหายใจกับการกระทำทะแม่งๆของร่างหนา มาร์คเคยเป็นแบบนี้สะที่ไหนหล่ะ



"ไปได้แล้วหน่า" ฉันพูดเพื่อให้เค้าไปสักที เพราะถ้านายมาร์คยังอยู่ตรงนี้ฉันคงไม่ได้นอนพักกันพอดี ดีไม่ดีอาจจะมีโรคแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นมาด้วย



"ชิ ไปก็ได้ เดี๋ยวรีบกลับ" มาร์คยู่ปากเล็กน้อย แต่ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ร่างสูงก็ยังไม่วายหันกลับมาหาอีกครั้ง



"ฉันเป็นห่วงเธอนะยองมี..." จบประโยคแต่เพียงเท่านั้น ร่างของมาร์คก็เดินออกจากห้องทันที




ทุกคน...เป็นอะไรกันไปหมด









เวลาล่วงเลยมาถึงตอนเที่ยงวัน พี่เตนล์ก็กลับมาที่หออย่างที่บอกกับฉันไว้ เขาซื้อข้าวต้มมาให้ฉันและพยายามที่จะป้อน ซึ่งฉันก็บอกไปแล้วว่ากินเองได้ๆ แต่มีหรอที่พี่เตนล์จะฟัง พี่เตนล์จัดการป้อนข้าวให้ฉัน แล้วบอกให้กินยานู้นนี้ ก่อนเจ้าตัวจะรีบกลับไปซ้อมต่อ





วันนี้เป็นวันที่ฉันโครตจะเบื่อ ได้แต่นอนอยู่แค่ในห้อง แถมยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เช้าอีก คิดว่าตัวเองทนอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไงเป็นเวลาตั้งหลายชั่วโมง ฉันนอนคิดนู้นนี้ไปเรื่อย จนรู้สึกง่วงที่สงสัยจะเกิดจากฤทธิ์ยา เปลือกตาของฉันจึงค่อยๆปิดลงแล้วเข้าสู่ห้วงความฝันอีกครั้ง















"แอ๊ด"



ฉันค่อยๆปรือตาขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงเหมือนใครเปิดประตูเข้าห้องมา ฉันพยายามเพ่งมองร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ ร่างหนานั้นโน้มตัวลงมาจนฉันสามารถเห็นใบหน้าหวานได้ชัดเจน



แจฮยอนอ้ปป้า




"เมื่อไหร่เธอจะหายนะยองมี" มืออุ่นของแจฮยอนอ้ปป้าลูบผมของฉันเบาๆ ฉันอยากจะพูดตอบกลับไป แต่ตอนนี้ฉันเหมือนคนยังไม่ตื่นเต็มตา ความง่วงยังคงหลงเหลืออยู่มาก หนังตาเริ่มหนักอีกครั้ง ได้แต่พยายามปรือตาให้ได้เยอะที่สุด



แจฮยอนอ้ปป้าขยับใบหน้าของตัวเองให้เข้าใกล้ฉันเรื่อยๆ จนฉันรับรู้ได้ถึงสัมผัสอุ่นนุ่มที่ริมฝีปากของตัวเอง มือหนาของแจฮยอนอ้ปป้าประคองใบหน้าของฉัน และบรรจงจูบอย่างเชื่องช้า รสจูบแสนหวานที่ฉันไม่เคยได้สัมผัส บัดนี้คนตรงหน้ากำลังสร้างประสบการณ์ครั้งใหม่ให้ฉัน










"เฮือกก" เหมือนมีคนดึงสติฉันให้ตื่นขึ้นมา ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นแล้วกวาดสายตามองไปทั่วห้อง พยายามหาร่างหนาของแจฮยอนอ้ปป้า





ฝันไปหรอเนี้ยยย





ฉันนั่งทุบหัวตัวเอง ที่ฝันบ้าๆบอๆแสนลามก มือของฉันส่งไปแตะที่ริมฝีปากของตัวเอง ทำไมกันนะมันรู้สึกว่าไม่ใช่ความฝัน สัมผัสนั้น...ฝันจริงๆหรอ





ฉันพยายามส่ายหัวไล่ความคิดของตัวเอง ตบหน้าตัวเองเบาๆไปหนึ่งที จากนั้นจึงลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เพื่อที่จะได้ชำระร่างกายตัวเองสักที เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของพี่เตนล์อย่างถือวิสาสะ แล้วหยิบเสื้อฮูดแขนยาวตัวโคร่งขึ้นมา





ขอยืมหน่อยนะคะ พี่เตนล์







ฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำ และเริ่มถอดเสื้อผ้า ก่อนจะชำระร่างกายที่ดูเหมือนจะไม่ได้ถูกโดนน้ำกับสบู่มานานแสนนาน ฉันเองก็เพิ่งจะรู้ว่าข้อเท้าของตัวเองนั้นดีขึ้นมากแล้ว เวลาเดินก็เลยไม่ต้องกระเพลกๆไปมา การนอนพักของฉันในวันนี้มันก็ถือว่าดีหน่ะนะ







ฉันออกมาจากห้องน้ำหลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อย เสื้อฮูดของพี่เตนล์ตัวใหญ่มากๆ เห็นตัวแค่นั้นแต่ใส่ไซต์ใหญ่เหมือนกันนะ เสื้อของพี่เตนล์ยาวถึงหัวเข่าฉันเลย แถมแขนเสื้อก็ยาวเลยมือฉันไปอีก ฉันคิดว่าตอนนี้ตัวเองคงไม่ต่างอะไรจากลูกที่ยืมเสื้อคุณพ่อมาใส่





ฉันเดินไปทางระเบียง เพื่อต้องการที่จะสูดอาการข้างนอกบ้าง อยู่แต่ในห้องนี้มันอุดอู้จริงๆ ฉันแหงนหน้ามองดูดาวแล้วหลับตารับลมเย็นๆที่พัดผ่านมา




อ้าาา สดชื่นดีจัง




"อุ้ย!" ฉันร้องตกใจ เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกอดรัดจากด้านหลัง และถึงแม้จะไม่ได้หันหน้าไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร เพราะกลิ่นน้ำหอมที่เค้าใช้เป็นประจำ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นอิตามาร์ค



"เล่นอะไรของนายหะมาร์ค ตกใจหมด"



"ก็คิดว่าเธอคงจะหนาว ย๊าา แล้วเพิ่งหายไข้ทำไมมายืนตากลมแบบนี้หะ" มาร์คพูดดุฉัน ก่อนจะเอาคางมาเกยไหล่ของฉันไว้



"ย๊าา ปล่อยเลยนะ มันอึดอัด" ฉันตีแขนมาร์คที่กอดเอวฉันไว้เบาๆ



"อยู่นิ่งๆสิยัยบ้า" 



"ไม่ จนกว่านายจะปล่อยฉัน" ฉันยังคงดิ้นไปมาแล้วตีแขนมาร์คไปเรื่อยๆ



"จะไม่หยุดใช่ม่ะ ได้"



"ฟอดดด"



"เห้ยย นายทำบ้าอะไรเนี้ยย ปล่อยฉันนะ"  มาร์คยื่นหน้าเข้ามาหอมแก้มฉันไปฟอดใหญ่ และนั้นยิ่งทำให้ฉันอยากจะหลุดจากพันธนาการของมาร์คให้พ้นๆไปสักที



"ยังไม่หยุดดิ้นอีกหรอหะ"



"ใช่ นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ฉันตีแขนตามาร์คแรงๆอีกสองสามที



"มันเจ็บนะยัยบ้าา" มาร์คเริ่มร้องโอดโอยออกมาด้วยความแสบที่ฝ่ามือของฉันได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ที่แขนขาวของเขา ตอนนี้มันแดงมากๆแถมยังเป็นรอยมือของฉันอีก หึ! สมน้ำหน้า คิดได้ดังนั้นก็เริ่มตีอีกครั้งอย่างหมั่นไส้



"จะหยุดไม่หยุด"



"ไม่หยุดด"



"ฟอดดด ฟอดดด ฟอดดด ฟอดดด" 



" 0////0 " มาร์คละมือข้างนึงมาประคองแก้มฉันไว้ แล้วจัดการฝังจมูกโด่งของเค้าลงบนแก้มของฉัน แล้วทำแบบนั้นอีกหลายรอบ 



"หึ ไม่ตีต่อแล้วหรอ ตีอีกก็ได้นะฉันไม่ว่า ฉันจะได้ตีแก้มของเธอคืนด้วยปากของฉัน"



"อิตาบ้า -///-" มาร์คหัวเราะอย่างผู้มีชัย ก่อนจะถอนกอดออกไป แล้วจับไหล่ฉันหมุนไปประจันหน้ากับเจ้าตัว



"ฝันดีนะยองมี จุ้บ! " มาร์คบอกฝันดีฉัน แล้วส่งปากบางมาประทับเข้ากับปากของฉัน โดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว แล้วนายนั้นก็วิ่งแจ้นออกไปจากห้องอย่างว่องไว




อิตามาร์คคค นายโดนฉันเละแน่ๆๆๆ










"โครกก~" หลังจากตามาร์คออกไปได้สักพักแล้ว ฉันก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ผ่านพ้นช่วงตอนกลางวันเลย เสียงท้องก็ร้องออกมาเชิงประท้วงต่อความหิว ฉันลูบท้องตัวเองไปมา แล้วตัดสินใจเดินออกจากห้องเพื่อมาหาอะไรกิน ขอนมสักแก้วเดียวก็ยังดี




สองเท้าฉันหยุดลงที่หน้าตู้เย็น แล้วค่อยๆเปิดมันให้เบาที่สุด จากที่ดูๆแล้วรุกกี้ทุกคนก็คงจะเข้านอนกันหมดแล้ว ฉันสอดส่องสายตาหานมสดในตู้เย็นและหยิบมันออกมา ก่อนจะจัดการเทใส่แก้ว



"กุกกักๆๆ" ฉันหันไปมองทางด้านหลังของตัวเอง ต้นกำเหนิดเสียงประหลาด พยายามมองลอดผ่านความมืดว่ามีใครอยู่ตรงนั้นมั้ย แต่ก็พบกับความว่างเปล่า



"หูแว่วหล่ะมั้ง" ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วใส่กล่องนมเข้าตู้เย็นเหมือนเดิม



"ฮี่ๆๆๆ" ฉันตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะแหลมๆจากทางด้านหลัง ใจนึงก็อยากจะหันกลับไปดู แต่อีกใจก็กลัวเกินไปจนไม่อยากจะรับรู้ว่ามันคืออะไร มือที่ถือแก้วนมอยู่สั่นระริกด้วยความกลัว พยายามสวดมนต์แผ่เมตตาในใจ



"พรึบ!" ฉันเสียวสันหลังวาบเมื่อรู้สึกได้ว่าเหมือนมีอะไรวิ่งผ่านหลังตัวเองไป ฉันทรุดลงนั่งยองๆกับพื้น วางแก้วน้ำไว้กับพื้น แล้วเริ่มพนมมือสวดมนต์อย่างจริงจัง สองตาปิดแน่นมือไม้สั่นไปหมด บทสวดที่เคยจำได้ขึ้นใจตอนนี้กลับท่องผิดท่องถูก ก่อนสองหูเจ้ากรรมจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้นด้านหลัง แล้วหยุดลงซึ่งฉันแน่ใจว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลังฉันอย่างแน่นอน




"ฟู้ววว"



"เฮือกก!!" ฉันชาวาบไปทั้งตัว รับรู้ได้ถึงลมที่เป่ารดต้นคอของตัวเอง และความอดทนของฉันก็ขาดผึ่งทันที



"กรี๊ดด อุ๊บ!" ฉันกรี๊ดออกมา แต่กลับมีมือหนาของใครบางคนมาปิดปากฉันไว้



"ชู้วว อ้ปป้าเอง" ฉันหันหน้ากลับไปมอง ก็เจอเข้ากับใบหน้าทะเล้นของจอห์นนี่อ้ปป้า ก่อนฉันจะตีไหล่อ้ปป้าแรงๆหนึ่งที เมื่อรู้ตัวว่าโดนคนตัวสูงตรงหน้าแกล้งเข้าให้แล้ว











ฉันและจอห์นนี่อ้ปป้าเดินมานั่งลงที่โซฟากลางห้องนั่งเล่น แสงไฟสลัวๆที่ลอดผ่านหน้าต่างมาทำให้เราพอจะเห็นอะไรๆได้บ้าง 



"ดึกป่านนี้แล้วทำไมอ้ปป้ายังไม่นอนอีกคะ" ฉันเอ่ยถามร่างหนาข้างกาย ซึ่งพอหันหน้าไปก็พบว่าจอห์นนี่อ้ปป้าเองก็มองหน้าฉันเหมือนกัน ฉันเลยรีบหลบสายตาแล้วหันไปทางอื่นทันที



"ก็มาตามแกล้งจอมโจรตัวน้อยที่แอบมาขโมยนมในตู้เย็นกินหน่ะสิ" ว่าจบมือหนาของจอห์นนี่อ้ปป้าก็วางแหมะลงบนหัวของฉัน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ฉันยู่ปากแล้วมองค้อนคนตัวสูงอย่างหมั่นไส้




คนอะไรขี้แกล้งชะมัด




"ยองมี"



"คะ? จุ้บ!" เมื่อฉันหันไปหาร่างสูงเพื่อจะถามว่ามีอะไร ริมฝีปากของจอห์นนี่อ้ปป้าก็ประทับลงบนปากของฉันเบาๆและว่องไว ฉันตาโตและเริ่มทำอะไรไม่ถูก แต่ร่างสูงตรงหน้ากลับยิ้มชื่นบานปากจะถึงหูอยู่แล้ว



"อ้ปป้าหน่ะ..."



"..." 



"ชอบมีนะ" 



ตึกตักๆๆ




บ้าจริง ไอ้หัวใจบ้า อ๊าาา วันนี้มันวันอะไรเนี้ยยย ทำไมทุกคนเอาแต่ทำอะไรแบบนี้กันนะ



ฉันคิดแล้วยังคงอึ้งค้างกับคำพูดของจอห์นนี่อ้ปป้า ร่างสูงยังคงยิ้มออกมาอยู่แล้วค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ฉันเรื่อยๆ ใกล้จนตอนนี้ปลายจมูกของเราสองคนนั้นแตะเข้าหากันแล้ว ฉันรีบหันหน้าหนีก่อนที่ริมฝีปากหยักตรงหน้าจะแตะลงบนปากของฉัน ทำให้ตอนนี้ปากของร่างสูงได้ประทับอยู่ที่แก้มของฉันเป็นที่เรียบร้อย




ฟู้ววว เกือบไปแล้ววยัยมี




"ว้าา โดนปฏิเสธหรอเนี้ย แย่จัง" จอห์นนี่อ้ปป้าถอยตัวออกห่างฉัน แล้วหัวเราะออกมา ซึ่งฉันรู้ได้เลยว่ามันเป็นการหัวเราะที่ฝืนเอามากๆ ฉันที่ตอนนี้ไม่รู้ควรทำยังไงจึงรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเตรียมชิ่งเข้าห้องทันที



"งั้นมีไปนอนก่อนนะคะอ้ปป้า ฝันดีค่ะ"  จบประโยคฉันก็รีบวิ่งเข้าห้องมาทันที ฉันพิงหลังไว้กับประตู มือของตัวเองถูกยกขึ้นมากุมไว้ที่หน้าอก หัวใจยังคงเต้นแรงจากเหตุการณ์เมื่อครู่





แล้วคืนนี้ฉันจะหลับลงได้ยังไงกันเนี้ยยย













เช้าวันรุ่งขึ้น 



ฉันพยายามตื่นให้เช้าที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอหน้าจอห์นนี่อ้ปป้า จัดการหยิบกระเป๋านักเรียนและเครื่องแบบของโรงเรียนที่ถูกพับแล้ววางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงขึ้นมา โดยฉันยังคงอยู่ในเสื้อฮูตตัวใหญ่ของพี่เตนล์ ฉันสำรวจตัวเองหน้ากระจกเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆย่องออกมาจากห้อง แล้วปิดประตูเบาๆ กระชับเป้ที่หลัง มองซ้ายมองขวาว่ามีใครหรือไม่ เมื่อพบว่าปลอดคนจึงรีบเร่งฝีเท้าไปที่ประตูหอทันที 



"อ้าวมี จะรีบไปไหนหน่ะหะ" ฉันสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็แอบโล่งใจเมื่อรู้ว่าไม่ใช่จอห์นนี่อ้ปป้าแต่เป็นพี่เตนล์



"เอ่อ มีจะรีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่หออ่า แล้วจะได้ไปซ้อมเลย แหะๆ"



"อ่ออ งั้นป่ะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง" พี่เต้นคว้ามือฉันไปจับไว้ แล้วจูงฉันออกมาจากหอของเค้า ฉันเดินตามพี่เตนล์และปล่อยให้เค้าจับมือตัวเองมาตลอดทาง 




อุ่นจัง




ฉันยิ้มออกมาเมื่อมองแผ่นหลังกว้างของชายตรงหน้า พี่เตนล์มักจะเป็นห่วงฉันเสมอเลย ไม่ว่าฉันจะทำอะไร ที่ไหน พี่เตนล์ก็จะคอยห่วงแล้วดูแลตลอดมา




"มีๆ ยองมี ฮาโหลวววว ยังอยู่มั้ยย"



"..."



"ยองมี!"



"คะ ค่ะ! ว่าไงคะพี่เตนล์" ฉันหลุดจากภวังค์หลังจากได้ยินเสียงเรียกจากร่างหนาตรงหน้า



"เป็นอะไรพี่เรียกตั้งหลายครั้ง แถมยังยิ้มคนเดียวอีก"



"เอ่อ มีแค่คิดอะไรเล่นๆหน่ะค่ะ ฮ่าๆ ไม่มีอะไรรรร" พี่เตนล์หรี่ตามองฉันอย่างไม่หายสงสัย แล้วหลุดขำออกมา ก่อนส่งมือหนามาเล่นหัวของฉันอย่างที่ชอบทำ  พี่เตนล์มองหน้าฉันแล้วไล่ลงมายังเสื้อที่ฉันสวมอยู่



"เอ๋? นี้มันเสื้อพี่หนิ แถมตัวโปรดสะด้วย" พี่เตนล์ชี้มาที่เสื้อของตัวเอง ฉันยิ้มแหยๆไปให้พี่เตนล์เชิงขอโทษที่เอามาใส่ทั้งๆที่ยังไม่ได้ขอ



"มีขอโทษนะคะที่เอามาใส่โดยไม่ได้ขอ เดี๋ยวมีซักแล้วเอามาคืนให้นะ" 



"จริงๆพี่ว่า มันก็เหมาะกับมีดีนะ มีเอาไปเถอะพี่ให้" พี่เตนล์ส่งยิ้มมาให้อย่างอบอุ่น แต่ฉันก็ส่ายหน้ากลับไปเพื่อบอกไปว่ารับมาไม่ได้



"มีรับเอาไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ของพี่นะแถมตัวโปรดด้วย ไม่เอาหรอก"



"เอาไปเถอะ ไม่เป็นไร ถือสะว่าเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง" ฉันมองหน้าพี่เตนล์เป็นเชิงถามว่าแน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าจะยกให้ แล้วพี่เตนล์ก็ยิ้มแล้วหัวเราะกลับมาให้อย่างร่าเริง



"ให้แล้ว อย่ามาเปลี่ยนใจจะเอาคืนนะคะ เพราะถึงตอนนั้นมีไม่ให้คืนจริงๆด้วย" 



"คร้าบๆคุณยองมี ได้มันไปแล้วก็ดูแลมันให้ดีๆหล่ะ จำไว้ว่ามันเป็นของมี...แค่คนเดียว" พี่เตนล์มองลึกเข้ามาในตาของฉัน คำพูดสองแง่สองง้ามของพี่เตนล์ทำให้ฉันกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไป



"อะ เอ่ออ มีว่ามีเข้าห้องดีกว่า ไปนะคะพี่เตนล์" ฉันโบกมือบ้ายบายพี่เตนล์ไป แล้วเข้าห้องมาทันที





ฉันสลัดทุกความคิดบ้าๆออกไป แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัวทันที โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดไม่มีเรียน อย่างน้อยๆก็เผลาๆความเหนื่อยไปได้บ้าง





ฉันออกมาจากห้องน้ำพร้อมสวมใส่ชุดใหม่เตรียมตัวไปซ้อมเรียบร้อย













"กริ๊งๆๆๆ" เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ปรากฏเบอร์ของนายมาร์คเพื่อนจอมป่วนของฉันนั้นเอง ฉันกดรับสายทันที



"ฮัลโหล ว่าไง"



(ฉันรออยู่หน้าหอเธอ ไปซ้อมพร้อมกันนะ รีบลงมาเร็วๆเลย) มาร์คพูดแต่เพียงเท่านั้นแล้วกดตัดสายไปเลย ฉันถอนหายใจออกมาแล้วรีบหยิบเป้ของตัวเอง เดินออกมาจากห้องโดยไม่ลืมที่จะล็อคประตูอย่างดี







ฉันเดินออกมาจนถึงหน้าหอ ตรงหน้าปรากฏร่างหนาของมาร์คที่ยืนสูงโด่งอยู่ไม่ไกล แต่มันไม่ได้มีร่างของมาร์คแค่คนเดียวหน่ะสิ ตรงหน้าของมาร์คนั้นยังมีผู้หญิงอีกคน ที่ดูเหมือนจะกำลังคุยอะไรบางอย่างกับมาร์คอยู่ และร่างบางนั้นฉันเองจำได้ดีเลยว่ามันเป็นของใคร แม้เจ้าของร่างนั้นจะยืนหันหลังให้ฉันก็ตาม






ยัยเด็กลามิ





ฉันอารมณ์เสียขึ้นมาทันที เมื่อรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของลามิที่ปรากฏให้เห็นต่อสายตา ฉันเดินไปเพื่อเข้าไปหามาร์ค แต่ดูเหมือนยัยเด็กลามินั้นจะเห็นฉันก่อนที่มาร์คจะเห็น เพราะลามิหันมามองฉันแล้วแสยะยิ้มร้ายกาจออกมา



"จุ้บ" ฉันอึ้งกับการกระทำของลามิ เมื่อเจ้าหล่อนเขย่งเท้ายื่นหน้าไปหอมแก้มมาร์คอย่างจงใจแกล้งฉัน และจบลงด้วยการซบอกของมาร์คแล้วหันมายิ้มสะใจให้ฉัน ดูเหมือนมาร์คเองก็จะตกใจมากเช่นกัน แขนแกร่งของมากดันร่างลามิที่ซบอกตัวเองอยู่ให้ออกไป ก่อนตาคมของมาร์คจะหันมาเห็นฉันที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่




"ยองมี คือ มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ" มาร์คเดินมาหาฉันแล้วพยายามอธิบายสำหรับเหตุการณ์เมื่อกี้ และแน่นอนว่าฉันเชื่อมาร์คเพราะฉันรู้ว่ายัยเด็กนั้นต้องการปั่นหัวฉันเล่นแค่นั้นเอง ฉันจึงหันมายิ้มหวานให้มาร์ค แล้วดึงแขนมาร์คมาควงไว้ มาร์คเองก็ดูเหมือนจะงงๆแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร ฉันหันไปยิ้มให้ลามิ แล้วเอียงหัวซบลงที่ไหล่ของมาร์ค แล้วดูเหมือนมาร์คเองก็เริ่มจะดูออกว่าฉันกำลังจะเอาคืนเด็กน้อยตรงหน้า ทำให้มาร์คยิ้มแล้วพยักหน้าออกมาเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว




"มาร์คจ๋าา ยองมีปวดหัวจังเลย ไม่รู้ไข้จะขึ้นอีกมั้ย" ฉันดัดเสียงแอ๊บแบ๊วให้มาร์ค พูดอย่างอ้อนๆร่างสูง ก่อนจะหันไปมองลามิที่ตอนนี้กัดฟันกำมือแน่น แล้วยักคิ้วให้หนึ่งที




"ไหวหรือเปล่ามี" มาร์คเองก็เริ่มเล่นตามเกมอย่างรู้งาน มือหนาเอื้อมมือมาทาบลงที่หน้าผากของฉันแล้วถามไถ่อาการ



"งื้มมม มีว่าเรารีบไปกันเถอะนะ มีไม่อยากอยู่ในที่ที่มี 'มลภาวะ' นานๆ มันทำให้มีอยากจะ 'อ้วกก' " ฉันเน้นคำว่ามลภาวะกับอ้วกอย่างชัดถ้อยชัดคำ เพื่อบอกให้ลามิได้รู้ว่าฉันกำลังหมายถึงเธอ มาร์คเองเมื่อได้ยินฉันพูดก็แทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่



"งั้นเราไปกันเลยเนอะ เดี๋ยวมาร์คเลี้ยงนมร้อนนะครับ จะได้หายคลื่นไส้" มาร์คลูบผมฉันเบาๆ แล้วพาฉันออกเดินมุ่งหน้าไปยังบริษัททันที ฉันหันหลังโบกมือบ้ายบายแล้วขยิบตาให้ลามิหนึ่งที เจ้าตัวที่มองอยู่กระทืบเท้าอย่างหัวเสีย ที่ทำอะไรฉันไม่ได้ ฉันหันหน้ากลับมามองหน้ามาร์ค แล้วยกนิ้วโป้งให้ เพื่อบอกว่านายสุดยอดที่ตามเกมทัน มาร์คเองก็ยิ้มขำๆแล้วส่ายหน้าไปมา




หึ ลามิ ให้รู้สะบ้างว่าใครเป็นใคร!








"มาร์คแล้วคนอื่นหล่ะ?" ฉันหันไปถามมาร์ค หลังจากที่สังสัยมาได้สักพักแล้วว่ารุกกี้คนอื่นหายไปไหนกันหมด เพราะปกติทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เราทุกคนจะเดินไปบริษัทด้วยกันตลอด ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลทำให้เราเคยชินที่จะเดินไปมากกว่านั่งรถ แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าฉันต้องมาเดินกับนายมาร์คสองคน โดยไม่รู้เลยว่าคนอื่นหายไปไหนกันหมด




"อ่อ ทุกคนล่วงหน้ากันไปก่อนแล้วหน่ะ เห็นบอกว่าโดนครูปีเตอร์ขู่ว่าถ้าไม่รีบมาจะให้แบกดัมเบลไปด้วยซ้อมไปด้วย หลังจากนั้นทุกคนก็วิ่งออกไปเลย ฉันเลยต้องมารับเธอคนเดียวนี้ไง"



มาร์คอธิบายอย่างละเอียด และฉันเองไม่นึกสงสัยเลยว่าทำไมทุกคนถึงได้กลัวครูปีเตอร์กันขนาดนั้น ก็แหมเห็นสนิทกับพวกเรา เล่นกับพวกเราแบบนี้ พอถึงบทจะโหดก็โหดไปเลย แถมเป็นคนที่อยากจะโหดเมื่อไหร่ก็โหดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันที่เป็นผู้หญิงยังเคยโดนครูปีเตอร์ให้วิดพื้น 100 ครั้งเลย




ฉันและมาร์คเดินเข้ามาข้างในห้องซ้อม และท่าทางเฉยๆของเรา ทำให้ครูปีเตอร์ที่กำลังดุเจโน่กับดงฮยอกอยู่ หันมาทางเราและเดินเข้ามาหา




"มาร์ค! ยองมี! พวก! นาย! มา! สาย!" ครูปีเตอร์ทำหน้าโหดแล้วตะเบ็งเสียงออกมา ซึ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้เราหวั่นใจอะไรเท่าไหร่หรอก เพราะอะไรหน่ะหรอ เพราะว่าฉันกับมาร์คเตรียมข้อแก้ตัวก่อนเข้ามาในห้องเอาไว้แล้วหน่ะสิ




"จะไม่ให้สายได้ยังไงหล่ะครับครู ก็ผมต้องไปรับยองมีที่หอหนิครับ"



"ยองมีก็มีขา เดินมาเองก็ได้หนิ จะไปรับทำไมหะ!"



"โถ่ๆๆๆ ครูครับ จะให้ผมทิ้งยองมีที่เพิ่งจะหายป่วยเดินมาคนเดียวหรอครับ จะไม่ใจร้ายไปหน่อยหรอ" เมื่อครูปีเตอร์ได้ยินมาร์คพูดแบบนั้น ครูก็แบะปากออกมาอย่างหมั่นไส้ ก่อนครูปีเตอร์จะเดินมาหาฉัน



"แล้วเธอเป็นไงบ้าง หายดีแล้วหรอถึงรีบกลับมาซ้อมแบบนี้" ครูเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง จริงๆฉันนั้นคิดว่าครูปีเตอร์เองคล้ายพ่อของฉันมากๆ ปากร้ายแต่ใจดี นิสัยเหมือนกันไม่มีผิด



"มีไม่เป็นไรแล้วค่ะครู แค่นี้เองสบายมาก" ฉันเบ่งกล้ามให้ครูปีเตอร์ดู เพื่อยืนยันว่าตัวเองนั้นหายดีแล้ว



"โอเคๆ งั้นมาเริ่มซ้อมเลยแล้วกัน" 




















หลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มซ้อมกันตามปกติ ฉันที่ไม่ได้มาซ้อมเมื่อวาน ก็ต้องให้พี่เตนล์กับแทยงอ้ปป้าช่วยสอนท่าให้ สองคนนี้ช่วยฉันได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่นานฉันก็สามารถเต้นและจำท่าได้หมด



เราซ้อมกันมา 1-2 ชั่วโมงแล้ว และตั้งแต่เริ่มซ้อม พี่เตนล์ มาร์คแล้วก็แจฮยอนอ้ปป้า จะชอบมายืนอยู่ใกล้ๆฉันเสมอ ฉันสะดุดขาตัวเองนิดเดียว สามคนนี้ก็ร้องกันเสียงดังเหมือนฉันโดนรถสิบล้อทับ แถมถามนู้นถามนี้ทุก 5 นาที จนฉันแทบจะไม่มีสมาธิซ้อม หลายครั้งที่ฉันหันไปค้อนใส่ทั้งสามคน แต่ก็ได้เพียงสีหน้าซื่อๆกับรอยยิ้มน่ารักๆกลับมา เหอะ! อยากจะบ้าตาย นี้พวกเขาเห็นฉันเป็นเด็กๆหรือไงกัน



"อ่ะๆ พักก่อน หน้าพวกนายเหมือนคนกำลังจะตายเลย อีกสิบนาทีค่อยมาซ้อมกันต่อ" เสียงครูปีเตอร์เอ่ยตะโกนออกมา และมันเหมือนเสียงสวรรค์ที่พวกเราโหยหาอยากได้ยินมานาน ทำให้เมื่อทุกคนได้ยิน ก็ต่างร้องออกมาอย่างดีใจเหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 ฉันหัวเราะกับท่าทางน่ารักๆของทุกคน ก่อนจะนั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง




ฉันค่อยๆคลานไปหยิบเป้ของตัวเองตรงมุมห้อง แล้วควานหาขวดน้ำเปล่า แต่ก็ไม่มีร่องรอยของมันเลย อย่าบอกนะว่าลืมหยิบมา ฉันนึกย้อนไปยังช่วงเช้าก่อนออกจากหอ และใช่ฉันลืมหยิบมา ฉันขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสียให้กับความขี้ลืมของตัวเอง



"อ่ะนี้" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาพร้อมๆกัน เมื่อฉันเงยหน้าก็พบเข้ากับขวดน้ำทั้งสามขวด ที่ถูกยื่นมาโดย พี่เตนล์ มาร์ค และแจฮยอนอ้ปป้า ฉันมองหน้าทั้งสามคนอย่างลังเล ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะหยิบขวดน้ำของใครดี สายตาทั้งสามคู่จ้องมองฉันอย่างกดดัน ก่อนฉันจะหันไปเห็นเจโน่ที่นั่งมองสถานการณ์อยู่ที่โซฟา จึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปหาน้องชายสุดหล่อ



"เจโน่ นูน่าขอกินน้ำหน่อยสิ" เจโน่ยิ้มออกมา แล้วยื่นขวดน้ำของตัวเองให้ฉัน น้องชายตัวแสบหันหน้าไปมองทั้งสามคนที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ ก่อนจะยักคิ้วให้ไปเชิงบอกว่า 'นูน่าเขาเลือกผม' ฉันหัวเราะกับวิธีการปั่นหัวทั้งสามคนของเจโน่ และเรื่องนี้จบลงที่ มาร์ค พี่เตนล์และแจฮยอนอ้ปป้า เดินมาจั้กจี้เจโน่อย่างบ้าคลั่ง จนเจโน่ต้องร้องขอชีวิตออกมา สามคนนั้นถึงยอมหยุดแต่โดยดีและหัวเราะออกมาอย่างสะใจ



"นูน่าอ่าา ไม่เห็นช่วยผมเลยย" เจโน่หันมาโวยวายฉันที่นั่งพิงกระจกอยู่



"แหมม นูน่าแค่ไม่อยากรบกวน เห็นกำลังสนุกกันอยู่ ฮ่าๆๆ" ฉันพูดแกล้งเจโน่อย่างเอ็นดู หัวเราะให้กับใบหน้าหล่อที่ยู่ๆด้วยความขุ่นเคือง










จากนั้นไม่นาน ครูปีเตอร์ก็เข้ามาในห้องพร้อมกับท่านประธาน ซึ่งการปรากฏตัวของเค้าทำให้พวกเรางงงวยกันไม่น้อย และรู้ว่าที่ท่านประธานเข้ามาหาพวกเราเพราะจะมาบอกถึงกำหนดเวลาที่จะได้เดบิวต์ แจ้งรายละเอียดต่างๆจนหมด ซึ่งรวมถึงรายละเอียดการเดบิวต์ของฉันด้วยเช่นกัน ฉันเองเมื่อรู้ว่าจะได้เป็น NCT เหมือนกัน ก็เกิดแปลกใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามอะไรออกไป ได้แต่ยืนสงสัยอยู่คนเดียว ท่านประธานเอ่ยให้กำลังใจพวกเราทุกคน แล้วเดินออกไปจากห้องซ้อม





"เอ่อ ครูคะ มีอยากรู้ค่ะว่าทำไม มีถึงได้เป็น NCT หล่ะคะ" เมื่อรู้ว่ายืนสงสัยอยู่คนเดียวคงไม่ได้ทำให้ฉันรู้เหตุผลขึ้นมา จึงเอ่ยถามครูปีเตอร์ที่น่าจะพอรู้เหตุผลอยู่บ้างไป




"อืม...มันค่อนข้างยาวนะ ก็ประมาณว่า ท่านประธานอยากให้ NCT เปิดกว้างไปทั่วโลก และได้รับความสนใจจากทุกเพศทุกวัย จากที่ผู้คนรู้จัก NCT ว่าเป็นวงบอยแบนด์ หลังจากเปิดตัวรุกกี้ชายทุกคนที่นี้ในฐานะเมมเบอร์ของ NCT แล้ว เราจะเปิดตัว NCT ในรูปแบบใหม่นั้นก็คือ NCT ไม่ใช่วงบอยแบนด์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นวงที่เปิดกว้างและจะรับเมมเบอร์ที่เป็นผู้หญิงเข้ามาในวงด้วย และเธอยองมี เธอจะเป็นเมมเบอร์หญิงคนแรกใน NCT"




ครูปีเตอร์อธิบายมาจนหมดเปลือก ฉันเองก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่า ทำแบบนี้มันจะออกมาดีหรอ หลังจากเปิดตัวฉันในฐานะ NCT หญิงคนแรก ฉันว่าต้องมีเรื่องให้น่าปวดหัวอย่างแน่นอน ลำดับแรกเลยคือ แฟนคลับ ซึ่งไม่รู้ว่าฉันจะเป็นที่ยอมรับในหมู่พวกเค้ามั้ย นั้นแหล่ะที่น่าหนักใจ อย่างนี้ก็เท่ากับว่าที่คยองซูอ้ปป้าเดาไว้ก็ถูกหมดเลยหน่ะสิ




"ครูปีเตอร์คะ มีขอตัวแปปนึงได้มั้ยค่ะ"



"จะไปไหนหรอ"



"ไปหาคยองซูอ้ปป้าค่ะ เห็นอ้ปป้าบอกว่าวันนี้มาซ้อมที่ตึกนี้ คงจะอยู่ที่ห้องซ้อมสำรองกันหน่ะค่ะ"


ฉันที่เพิ่งนึกขึ้นได้ที่อ้ปป้าบอกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ว่าวันนี้จะมาซ้อมที่ตึกนี้แถมยังบอกว่าให้เข้าไปหาที่ห้องซ้อมด้วย ก็เลยว่าจะไปบอกอ้ปป้าว่าตัวเองจะได้เดบิวต์ยังไง ครูปีเตอร์เองเมื่อรู้จุดมุ่งหมายของฉันก็พยักหน้าอนุญาต ก่อนฉันจะโค้งขอบคุณแล้วรีบเดินออกมา







ฉันวิ่งขึ้นบรรไดมาอีกชั้น จนมาถึงห้องซ้อมสำรอง เอาไว้สำหรับศิลปินของค่ายที่จำเป็นต้องใช้ห้อง เสียงเพลงดังกระหึ่มออกมาถึงนอกห้อง ทำให้รู้ว่าพวกอ้ปป้าต้องกำลังซ้อมกันอยู่แน่ๆ ฉันยืนอยู๋หน้าห้องคิดว่าตัวเองควรจะเข้าหรือไม่เข้าไปดี เพราะถ้าเข้าไปตอนนี้อาจจะกวนเวลาซ้อมของพวกอ้ปป้า แต่ถ้าไม่เข้าไปก็ไม่รู้จะเจอกันอีกเมื่อไหร่ และเหมือนโชคจะช่วยให้ฉันตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เมื่อเพลงในห้องนั้นหยุดลงและตามด้วยเสียงโอดครวนของคนที่อยู่ในนั้น ฉันตัดสินใจเคาะประตูเป็นเชิงขออนุญาตและเปิดเข้าไป



"ยองมีอ่าาา อ้ปป้าคิดถึงจังเลย" เมื่อคยองซูอ้ปป้าเห็นว่าเป็นฉัน ก็รีบบึ่งเท้าเข้ามาสวมกอดฉันทันที



"เหนื่อยมั้ยคะอ้ปป้า" ฉันถอนกอดออกมาแล้วเริ่มถามไถ่พี่ชายของตน คยองซูอ้ปป้ามองหน้าฉันแล้วยิ้มออกมาก่อนจะส่ายหัวให้กับคำถามของฉันเพื่อบอกว่าตัวเองไม่เหนื่อยอย่างที่ฉันคิด ทุกคนอาจจะงงว่าทำไมคยองซูอ้ปป้าถึงได้มีน้องสาวเป็นคนไทยอย่างฉัน จริงๆฉันก็คนเกาหลีเนี้ยแหล่ะค่ะแต่ไปเกิดที่ประเทศไทย พ่อแม่เลยสบโอกาสให้ฉันเรียนที่ไทยไปเลย จนเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ก็ได้กลับมาเรียนต่อที่เกาหลี แถมเมื่อ 2 ปีก่อนยังถูกแคสติ้งตอนกำลังเดินซื้อของที่เมียงดงอีกต่างหาก เลยได้มาเป็นรุกกี้จนถึงทุกวันนี้ ตอนคยองซูอ้ปป้ารู้ว่าฉันได้มาเป็นเอสเอ็มรุกกี้ อ้ปป้าก็เฮจนบ้านแทบแตกเพราะด้วยความที่ตัวเองเป็นศิลปินอยู่ที่ค่ายเอสเอ็มอยู่แล้ว แถมเจ้าตัวหวงฉันอย่างกับอะไรดี เคยบอกกับฉันไว้ว่าถ้าฉันไม่ได้เป็นเด็กเทรนที่ค่ายนี้ ก็จะไม่ยอมให้ฉันเป็นเด็กเทรนที่ค่ายไหน




"น้องยองมี ไม่ได้เจอกันนานโตเป็นสาวแล้วสวยจังเลยน้าา" ฉันหันไปยิ้มเขินๆให้กับคำพูดของแบคฮยอนอ้ปป้า ก่อนจะหันไปโค้งให้กับเมมเบอร์ที่เหลือในวง EXO



"แล้วนี้น้องยองมี มีอะไรหรือป่าวถึงมาหาพวกเรา หรือว่า...จะมารับรักพี่แล้วใช่มั้ยครับบ" ชานยอลอ้ปป้าพูดอย่างติดตลก แต่ก่อนที่ใครจะได้ขำกับคำพูดของชานยอลอ้ปป้า คยองซูอ้ปป้าก็เดินเข้าไปหาชานยอลอ้ปป้าแล้วเตะเข้าที่ก้นของร่างสูงอย่างแรง จนชานยอลอ้ปป้าล้มหน้าขมำ เรียกเสียงหัวเราะให้พวกเราทุกคนได้เป็นอย่างดี



"ยองมีมาหาฉันต่างหากไอ้กางง อย่ามาม่อน้องสาวฉันไม่งั้นเจอดี" คยองซูอ้ปป้าเอากำปั้นทุบมือตัวเองจนเกิดเสียงดัง เพื่อเป็นการขู่ไม่ให้ชานยอลอ้ปป้าทำอะไรแบบนี้อีก แต่มีหรอที่ชานยอลอ้ปป้าจะฟัง ก็แหมพอเจอฉันทีไรก็แซวแบบนี้ทุกที สุดท้ายก็จบลงด้วยการที่ชานยอลอ้ปป้าโดนพี่ชายฉันเล่นงาน



"เอ่อ มีว่าเข้าเรื่องเลยดีกว่านะ"



"เรื่องอะไรหรอมี" คยองซูอ้ปป้าเดินมาจูงมือฉันให้นั่งลงที่กลางห้องซ้อม แล้วตามด้วยเมมเบอร์ EXO ทุกคนที่ต่างก็พากันนั่งล้อมเป็นวงกลมเพื่อรอฟังเรื่องที่ฉันจะเล่า



"มีจะได้เดบิวต์ค่ะ"



"เรื่องนั้นอ้ปป้าก็รู้แล้วไงมี"



"มันมีมากกว่านั้นค่ะ คือมีจะได้เดบิวต์เป็น NCT หญิงคนแรก" 



"หะ?"




ฉันเริ่มอธิบายให้อ้ปป้าฟังถึงทุกอย่างที่ครูปีเตอร์บอกข้อมูลมา ช่วงแรกอ้ปป้านั้นดูจะงงๆ ถึงคอนเสปต์วง NCT ใช้เวลาอยู่สักพักก็สามารถอธิบายให้อ้ปป้าเข้าใจได้ เอ็กโซอ้ปป้าทุกคนดูแปลกใจกันอยู่ไม่น้อยที่ได้รู้ว่าฉันจะเป็น NCT หญิงคนแรก เมมเบอร์แต่ละคนต่างก็เริ่มคิดว่ามันจะออกมาเป็นยังไง




"กริ๊งๆๆๆ" ฉันหันไปมองโทรศัพท์ของตัวเองที่ดังขึ้น



"ยอโบเซโย๊? ค่ะอ้ปป้า"



(ยองมีอยู่ไหนหรอ ครูปีเตอร์บอกให้รีบกลับมาหน่ะ) เสียงนุ่มทุ่มของแทยงอ้ปป้าดังขึ้นจากปลายสาย และฉันเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตัวเองหายออกมาจากห้องซ้อมอยู่นานพอสมควร และคงถึงเวลาที่จะต้องกลับเข้าไปแล้ว



"ตายแล้วๆๆ มีลืมไปเลย เดี๋ยวมีรีบไปค่ะ" หลังจากนั้นฉันก็กดวางสายทันที แล้วเตรียมวิ่งออกจากห้องซ้อมสำรอง



"มี! อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม!" คยองซูอ้ปป้าตะโกนออกมานั้นทำให้ฉันหยึดความคิดที่จะวิ่งออกไปจากห้องทันที เพราะอ้ปป้าชอบดุฉันว่าเป็นผู้หญิงอย่ากระโตกกระตาก ฉันหันไปยิ้มแหย่ๆ ให้อ้ปป้าแล้วค่อยโค้งลาเอ็กโซทุกคน ค่อยๆก้าวเดินออกจากประตูห้อง และเมื่อพ้นประตูออกมาแล้วฉันก็ต้องเดินกลับไปห้องซ้อมอย่างกุลสตรี...สะเมื่อไหร่หล่ะะ



วิ่งสิครับรออะไร!












ฉันวิ่งลงบันไดมาอย่างรีบเร่ง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวลงไปต่อ ก็ถูกใครบางคนกระชากแขนให้หมุนตัวกลับไปหา ฉันมองเจ้าของแรงกระชากนั้น และวันนี้ฉันก็คงอารมณ์เสียเป็นรอบที่สอง ก็เพราะร่างบางตรงหน้านี้ไง เห้อออ ทำยังไงฉันถึงจะหลุดพ้นจากยัยเด็กลามินี้ได้สักทีเนี้ยยย






"มีอะไรอีก ลามิ ออนนี่รีบ" ฉันเอ่ยถามไปอย่างเอือมๆ เซ็งทุกครั้งที่เจอเจ้าหล่อน หวังไว้ว่าสักวันจะไม่ต้องมาเจอกันอีก



"ทำไม! จะรีบไปอ่อยใครที่ไหนไม่ทราบคะออนนี่" ลามิเหยียดยิ้มมุมปาก นับวันฉันยิ่งคิดว่ายัยนี้เป็นโรคประสาทหรือป่าว เพราะดูเหมือนถ้าวันไหนยัยเด็กนี้ไม่ได้หาเรื่องฉันก็คงจะนอนไม่หลับ ฉันมองหน้าลามิอย่างเหลืออด ก่อนจะสะบัดแขนของตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของร่างบางตรงหน้า



"ฉันไม่มีเวลาไปทำอะไรแบบนั้นหรอกนะ แล้วถ้าจะมาเพื่อแค่หาเรื่องกัน ก็รีบกลับไปซ้อมพัฒนาฝีมือของตัวเองเถอะ เผื่อจะได้เดบิวต์กับเค้าเร็วๆสักที"


ลามิกัดฟันกรอดหลังจากได้ยินประโยคของฉัน ฉันเตรียมตัวเดินลงบันไดไปอีกครั้ง แต่ดูเหมือนครั้งนี้ยัยเด็กลามิจะไม่ยอมง่ายๆ มือบางของเธอยื่นมาจับแขนฉันไว้อีกครั้ง และคราวนี้ลามิไม่ได้แค่จับอย่างเดียวแต่กลับใช้เล็บยาวๆของตัวเอง จิกลงมาที่เนื้อแขนของฉันแล้วกำมันไว้แน่น จนฉันเห็นเลือดซึมๆไหลออกมา



"นี้! เธอจะอะไรกับฉันนักหนาลามิ ฉันไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้เธอเกลียดขี้หน้านะ แต่ถ้าคิดจะทำอะไรไร้สติแบบนี้ก็กลับบ้านไปนอนพิจารณาตัวเองไม่ดีกว่าหรือไง!" 


ฉันเริ่มควบคุมอารมณ์โกรธของตัวเองไม่อยู่ เลยตะเบ็งเสียงออกมาจนเกิดเสียงดังประมาณหนึ่ง ลามิเองก็ไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวหรือรู้สึกผิดสักนิด แต่เธอกลับเพิ่มแรงบีบที่แขนฉันให้แรงขึ้น จนฉันขมวดคิ้วด้วยความเจ็บออกมา รู้งี้น่าจะเอาเสื้อคลุมติดมือมาด้วย



"หึ! ตอแหล!! ไม่รู้ตัวหรอคะว่าตัวเองแรดขนาดไหน อ่อยคนนั้นคนนี้ไปทั่วจนทุกคนสนใจ รู้ไว้สะ! ว่าก่อนที่ออนนี่จะมา ทุกคนเค้าชอบฉัน!! เค้าเป็นของฉัน!!!"


ลามิตะโกนออกมา ใบหน้าโกรธจัดของลามิที่ฉันไม่เคยเห็นถูกแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของลามิมองฉันอย่างขวางๆ อะไรกันที่เธอเกลียดฉันเพราะเรื่องนี้หน่ะหรอ



"ไร้สาระสิ้นดี ที่เธอเกลียดฉันเพราะเรื่องนี้หน่ะหรอ? ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องไร้เหตุผลไปหน่อยหรอลามิ" ฉันมองตาลามิอย่างโกรธเคือง ฉันพยายามเลี่ยงการมีปากเสียงกับเธอมาโดยตลอด ต้องกลายเป็นคนที่ถูกเกลียดโดยไม่รู้เหตุผล หึ! แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเพราะอะไร เหตุผลที่ทำให้ฉันมีอารมณ์โกรธเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีก เหตุผลที่ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับตัวเอง



"ออนนี่แย่งทุกคนไปจากฉัน ก่อนออนนี่มาทุกคนรักฉัน ดูแลฉัน แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะอะไรทุกคนก็เรียกหาแต่ออนนี่!! ฉันคนนี้ก็ถูกมองว่าเป็นหมาหัวเน่า ฉันโดนพวกเค้าทิ้งไม่สนใจใยดีเหมือนแต่ก่อน ฉันเกลียดออนนี่! ได้ยินมั้ยว่าฉันเกลียดออนนี่!!" 


ลามิเขย่าตัวฉันไปมาและระเบิดอารมณ์ตัวเองอย่างน่ากลัว ฉันเริ่มจะหมดความอดทนกับยัยเด็กนี้แล้วนะ!



"มีสติสักที!! เธอเป็นอะไรลามิ เลิกบ้า! แล้วทำตัวเองให้ดีกว่านี้สักที ทำแบบนี้เธอนั้นแหล่ะที่จะเสียใจ! ถ้าเกลียดฉันมาก ก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกัน ไม่ต้องมาเจอหน้ากันต่างคนต่างอยู่ไปสิ ทำไมต้องมาระรานกันแบบนี้ อีกอย่างฉันไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของเธอ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าก่อนฉันเข้ามาที่นี้ความสัมพันธ์ของเธอกับทุกคนเป็นยังไง ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เธอบ้าได้ขนาดนี้ แต่รู้เอาไว้ลามิว่าทุกคนเค้าไม่เคยคิดว่าเธอเป็นหมาหัวเน่า ทุกคนเป็นคนดีพวกเค้าไม่เคยคิดร้ายกับใครเธอก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่หรอ! แล้วทำไมถึงไม่เชื่อใจพวกเค้าแล้วคิดว่าพวกเค้าจะทอดทิ้งเธอไปหล่ะห่ะ!!"



"ลามิพูดถูกแล้วยองมี" ฉันหันไปมองต้นเสียงทุ้มที่ตีนบรรได ก็พบเข้ากับร่างสูงของแทยงอ้ปป้า ที่ทำหน้านิ่งจนน่ากลัว


"หมายความว่าไงคะอ้ปป้า" 



"เราทุกคน ทิ้งลามิ ไม่ได้กลับไปใส่ใจดูแลลามิเหมือนเดิม" ใบหน้าของแทยงอ้ปป้ายังคงนิ่งเรียบอยู่เหมือนเดิม สายตาของร่างสูงจดจ้องไปที่ลามิอย่างเย็นชา



"..."



"แต่นั้นก็เพราะ พวกเราไม่อยากให้ลามิคิดไปไกลมากกว่านี้ ยิ่งเราเอ็นดูและดูแลเธอมากเท่าไหร่เธอก็จะคิดไปไกลว่าพวกเรามีใจให้ แต่ป่าวเลย พวกเราเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนนึง ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเธอนอกเหนือจากคำว่าพี่น้องเลยสักนิด แต่กับยองมีมันแตกต่างพวกเราไม่ได้คิดกับยองมีแค่พี่น้อง...ทีนี้ก็เข้าใจได้แล้ว ลามิ"



แทยงอ้ปป้าพูดออกมาจนจบ ลามิที่ได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อหู น้ำตาเม็ดเล็กๆก็ไหลออกมาจากดวงตาโตของเธอ แต่มือของลามิก็ยังคงไม่ละปล่อยแขนของฉันให้เป็นอิสระสักที อีกทั้งยังบีบแน่นจนเลือดแทบจะไม่เดิน



"ไม่!!! ไม่จริงง อ้ปป้าโกหก!! ลามิไม่ดีตรงไหน แล้วออนนี่ดีกว่าลามิตรงไหน!!" ลามิระเบิดเสียงตัวเองออกมา ฉันเริ่มนิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นที่แขนของตัวเอง



"ยองมีดีกว่าเธอทุกอย่างลามิ! ยองมีจิตใจดี มีเหตุผลไม่เคยทำตัวงี่เง่าให้เราต้องหนักใจแบบเธอ!!!" และดูเหมือนแทยงอ้ปป้าก้เริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้างแล้ว สังเกตได้จากน้ำเสียงและสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไป



"กรี๊ดดดด รักมันมากชอบมันมากใช่มั้ยย งั้นดูสิว่าถ้ามันเสียโฉมขึ้นมายังจะพิศวาสมันอยู่อีกมั้ยย" ลามิส่งมือมาจิกเข้าที่กลุ่มผมของฉันแล้วผลักหัวของฉันให้กระแทกเข้ากับราวจับบรรไดอย่างรุนแรง ฉันได้ยินเสียงของแทยงอ้ปป้าอยู่ทางด้านหลัง คาดว่าคงกำลังพยายามแยกลามิให้ปล่อยฉัน



"ลามิปล่อยยองมีเดี๋ยวนี้นะ!" เหมือนคราวนี้จะได้ผลเพราะลามิยอมปล่อยมือออกจากผมของฉัน แต่เหนือสิ่งที่ฉันจะคาดคิด ลามิสะบัดแขนตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของแทยงอ้ปป้า แล้วส่งมือทั้งสองข้างมาพลักเค้าที่หัวไหล่ของฉันอย่างแรง แต่ฉันจะไม่รู้สึกกลัวเลยถ้าฉันกำลังจะตกลงไปบนเบาะหรือพื้นหญ้านุ่มๆ แต่นี้มันไม่ใช่! เพราะเบื่องล่างมันคือขั้นบันไดที่เตรียมพร้อมจะรองรับร่างของฉันที่กำลังจะตกลงไปหามันอย่างตั้งตารอ



ฉันเอื้อมมือไปข้างหน้าหวังไขว่ขว้ามือหนาของแทยงอ้ปป้าที่ถูกเอื้อมมาตรงหน้า พยายามที่จะจับให้โดนมือของฉัน แต่มันคงจะช้าไปสะแล้ว



"ผลัก!"



"ตุ้บ!"












TO BECONTINUE






TALK


ไรท์มาอัพตอนนี้ให้ครบร้อยเปอร์แล้วน้าา ขอโทดอีกครั้งที่ตวเองเบลอจนพิมพ์ผิดสะเยอะแยะ 5555 วันนี้ขอแค่จบตอนนี้ก่อนเนาะ เพราะคาดว่าสังขารมาไกลได้แต่เพียงเท่านี้ ส่วนพรุ่งนี้จะมาลงตอนใหม่ให้เยย ขอบคุณทุกกำลังใจจากรีดเดอร์ทุกคนน้า ไรท์อ่านเม้นของรีดทุกคนนะคับ ถ้ามีอะไรอยากให้แก้ไขตรงไหน บอกได้เลยนะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะค่ะ รักรีดเรื่องนี้มากกกกก























TALK 



เซไฮรีดที่น่ารัก ไรท์ขอโทดที่มาอัพให้ช้า เนื่องจากติดภาระกิจอันมากมาย กว่าจะมีเวลาว่างได้ ไรท์จะมาพูดถึงการโหวตพระเอกครั้งที่สอง อยากจิบอกว่า กระแสมาแรงเหลือเกิน มาร์คและเตนล์คะแนนสูสีกันจริงๆ ไรท์ลุ้นจนนั่งแทบไม่ติด 5555 แล้วก็นะ จากที่มีรีดหลายไคนเรียกร้องขอโมเมนท์กับรุกกี้คนอื่น อะแน่นอนนไม่ต้องกังวลไปนะจ้าา ไรท์เตรียมบทให้สามีทุกคนไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนใครอยากให้สามีคนไหนมีบทเพิ่มเติมไลน์มาบอกไรท์ได้ทุกเมื่อเลยจ้าา แล้วก็ๆๆไรท์มีคำถาม รีดอยากให้ฟิคเรื่องนี้มี NC อีโรติก หรือจะให้เป็นแนวใสๆรักกุ๊กกิ๊กดี ถ้าอยากให้มีอย่างแรกไรท์ก็จะจัดให้ แต่ถ้าไม่อยากให้มีไรท์ก็จะเพิ่มฉากสุดฟินน่ารักใสๆกุ๊กกิ๊กเพิ่มเป็นสองเท่าเลย อยากให้เป็นแบบไหนบอกกันได้น้าา รักรีดทุกคนนน


id line: parotice



































































































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #584 ฮโยฮาาาาาา~~~~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 09:50
    ก่อนจะให้ลามิเดบิวต์ควรส่งนางไปปฏิบัติธรรมก่อนดีกว่านะคะ
    #584
    0
  2. #411 toysmile (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 10:03
    ลามิเป็นเด็กขาดความอบอุ่นนี่เองU_U ไม่ยอมรับความเป็นจริงด้วย เฮ้อออ
    #411
    0
  3. #407 Choi Young Joon☆ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 09:49
    โห้ววววว ทำแบบนี้ได้งายยว้าาา ลามิ ใจเย็นนะลูกนะ ไปบวชชีทำสมาธิดีกว่านะ อิอิ
    #407
    0
  4. #404 Kim_Meesoo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 06:59
    นังลามิ ร้ายขึ้นทุกวัน!!!!!!
    #404
    0
  5. #394 PtNKjH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 15:52
    ไรท์ค้าค้างมากๆเลยYY สู้ๆน่ะค่ะไรท์
    #394
    0
  6. #393 NICE_NI_NIC (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 11:46
    ลามิ...เธอเห้มาก ทำกับยองมีแบบนี้ได้จั๋งได๋ สูนครับ
    #393
    0
  7. #388 SatangNK66 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 01:35
    เอ็นซีคือสิ่งที่สำคัญค่ะ -,.- อยากให้ไรท์ปรับตรง คะ ค่ะ หน่อยนะคะ แอบสะดุดๆ
    #388
    0
  8. #375 J sik (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 19:12
    สงสัยมากเลยว่าเจโน่เรียกยองมีว่า'ออนนี่'อ่อคะ?ไม่ใช่'นูน่า'อ่อคะ ? คือเค้าสงสัยมากเลยอ่า หรือว่าไรท์ต้องการให้คาแรกเตอร์เจโน่เป็นอย่างนี้ด้วยรึเปล่า ??กรุณาด้วยนะคะ????????
    #375
    2
  9. #369 rimmeyexol2545 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 10:26
    เอ็นซี! จะเอาอ่ะๆ //สนุกมากไรท์ สู้ๆค่ะ
    #369
    0
  10. #367 แก้มใส-gam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 00:15
    ไม่ต้องมีเอ็นซีหรอกไรท์ เราว่าเรื่องมันมาแนวมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งใสๆอ่ะ555
    #367
    0
  11. #362 joyyyysz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 22:43
    เราอยากให้มี nc กับฉากน่ารักๆ 2 อย่างรวมกัน5555555555
    #362
    0
  12. #360 p.warys (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 22:07
    อยากให้ใสใสนะ55555555 ชอบให้มีโมเมนต์แบบน่ารัก กุ๊กกิ๊กอะไรเทือกนั้นก็พออ่า
    #360
    0
  13. #359 Marrtywartt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 22:06
    ทีมมาร์คคึ ตั้ลล๊ากกกกกก ชอบมั่กๆ
    ทีมเตนล์ ละมุนนุ่มนวล ชวนชื่นจริงๆ
    ชอบทั้งสองงงเลยย nc มีจะดีมากๆค่ะ55555555 รักเรื่องนี้นะเอรววว รอค้าา
    #359
    0
  14. #357 Frenemy25 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 21:50
    พอเป็นเรื่องนี้แล้วไม่อยากให้มี nc เลยค่ะ ปล่อยให้พวกนี้ใสๆกันไปเถอะไรรรต์
    #357
    0
  15. #354 toysmile (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 21:28
    เห้ย พี่จ้อน ใจเราสั่นเเรงหลายริกเตอร์มาก55555555555 เราขอโทษมาร์คจริงๆ เพราะว่า#ทีมเตนล์ ก็เล่นเอาเสื้อเค้ามาใส่บ่อยขนาดนั้น.////.
    #354
    0
  16. #353 wawiwawon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 21:09
    อยากให้มีNCแบบไม่ลังเลเลยค่ะ5555555
    #353
    0
  17. #351 PtNKjH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 21:06
    สู้ๆน่ะค่ะไรท์
    #351
    0
  18. #350 Sweetest[baby]~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 20:59
    มาร์คตั้ลล้ากกกกกก
    อัพต่อไวๆนะคะ รออยุ่ค่ะ
    #350
    0
  19. #349 noinakra (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 20:57
    nc >?< พระเอกเตนล์เถอะน้าา
    #349
    0
  20. #347 Choi Young Joon☆ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 20:44
    อยากได้แบบมี...nc นะ แต่..สามีคือใคร 555555555555 พี่แทอิลกับดงดงงี่ยังไม่มีบทเลย 5555
    #347
    0
  21. #345 Choi Young Joon☆ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 14:33
    พี่แทอิลไปไหนเนี่ยยย 555555555555 มีบทให้พี่แทอิลเรามั้ยยย 555
    #345
    0
  22. #339 Smile Kato (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 16:59
    ขอบทให้โดยองหน่อยค่ะ 5555
    #339
    2
  23. #324 Oonging_1726 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 13:10
    เขินมาร์คคค รักเตนล์ อรั้ยย แต่ยังคงทีมชิตพลเหมือนเดิมมมม
    #324
    0
  24. #318 PtNKjH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 09:54
    มาร์คคคคคคคค ><
    #318
    0
  25. #317 _lady_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 08:57
    #จอห์นนี่ควรเป็นแฟนหนู 55555
    #317
    0