[NCT X YOU] Oh my girl ทำไงดีผมรักเธอ

ตอนที่ 6 : CHAPTER 3 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    1 ม.ค. 62













YOUNGMEE PART


"ก็อกๆ" 


หลังจากฉันออกมาจากห้องน้ำได้ไม่นานเสียงที่ประตูก็ดังขึ้น บ่งบอกถึงการมาของใครสักคน ก่อนฉันจะเดินมาส่องตาแมวและพบเข้ากับร่างหนาที่คุ้ยเคย




"อ้าว แจฮยอนอ้ปป้า มีอะไรหรือป่าวคะ ถ่อมาถึงหอมีเลย" ฉันค่อนข้างแปลกใจนิดหน่อยที่พบว่าเป็นแจฮยอนอ้ปป้า เพราะร้อยวันพันปีอ้ปป้าไม่เคยจะมาหาฉันเลยสักครั้ง แต่ถึงมาก็จะมาเพื่อรอไปโรงเรียนกับฉันพร้อมกับมาร์ค อีกทั้งการที่จะมาหอฉันได้ก็ต้องเดินข้ามถนนมาอีก เป็นฉันถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไรก็จะไม่มาหรอก



"อ้ปป้าขอเข้าไปได้มั้ย?" 



ฉันไม่ได้พูดอะไร แต่กลับเปิดให้ประตูอ้ากว้างขึ้นกว่าเดิมแล้วหลีกทางให้อีกคนเข้ามา ก่อนจะจัดการปิดประตูกลับไปเหมือนเดิมหลังจากที่แจอยอนอ้ปป้าเดินเข้ามาแล้ว



"แล้วตกลงอ้ปป้ามีอะไรหรือป่าวคะ" 




"ทำไมเธอถึงไม่รอกลับมาพร้อมพวกเราหะ รู้มั้ยว่ามันอันตราย แถมข้อเท้าก็เจ็บอีก โทรไปหาก็ไม่รับ แชทไปหาก็ไม่ตอบ รู้มั้ยว่าทำให้ใครกี่คนต้องเป็นห่วงหน่ะหะยองมี"


แจฮยอนอ้ปป้าพูดออกมายาวเหยียด จนฉันนึกตกใจเพราะปกติแล้วแจฮยอนอ้ปป้าจะไม่ใช่คนขี้บ่น และฉันไม่เคยเห็นเค้าทำหน้าบึ้งมาก่อน และนี้เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นมัน



"อ้ปป้าโทรมาหรอคะ?" ฉันไม่ว่าเปล่าเดินกระเพลกไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือมาเปิดหน้าจอดู และมันเป็นอะไรที่ช็อคโลกจริงๆเพราะอะไรหน่ะหรอ



JAEHYUN OPPA 5 missed call



MARK  10 missed call



P'TEN 3 missed call



JHONNY OPPA 4 missed call


KakaoTalk 


Jeahyunn :) : ยองมีเธออยู่ไหน รับโทรศัพท์หน่อย


Mark_Lee: ย๊าา ยัยตัวแสบตอบแชทหน่อยก็ยังดี อย่าเงียบสิ


Jenooo: นูน่าครับ โทรกลับพวกเราหน่อยครับ


Ten 10: ยองมีถึงหอหรือยังหะ เธอเป็นอะไรหรือป่าว


Jhonny smile: hayy!!! Me!! give me an answer now!!


TY: ยองมี เธอจะเงียบอยู่อย่างนี้ไม่ได้นะ ยัยเด็กบ้าา!!


และอีกมากมายบลาๆๆๆ รวมๆแล้วข้อความฉันเข้าทั้งหมด 60 กว่าข้อความ ทั้งจากในแชทกลุ่มและแชทส่วนตัว ส่วนสายที่ไม่ได้รับก็ทั้งหมด 22 สาย ตายเถอะยัยมี แกตายแน่ๆ ทำไมไม่เปิดเสียงโทรศัพท์ห่ะ ยัยทึ่มม!



"เอ่ออ...คือว่า มีลืมเปิดเสียงโทรศัพท์อ่า แหะๆ ขอโทษน้าาาา" ฉันยกมือขึ้นมาพนมไว้แล้วกล่าวขอโทษแจฮยอนอ้ปป้าอย่างอ้อนๆ



"เธอต้องโดนลงโทษยองมี มานี้เลย ยัยตัวแสบ!"



"ว้ายย!!"



เดจาวู!



แจฮยอนอ้ปป้าช้อนตัวฉันขึ้น เดินไปที่ประตูแล้วเปิดมันออก ก่อนจะอุ้มพาฉันมายังลิฟต์ด้วยความตกใจฉันก็ได้แต่ใบ้กินยอมให้อ้ปป้าเค้าอุ้มตัวเองมาจนถึงหน้าหอ



"อ้ปป้า! จะพามีไปไหน มีจะกลับไปทำการบ้านน"



"เงียบไปเลยยัยตัวแสบ ฉันจะพาเธอไปหอของพวกฉัน แล้วจะให้เจ้าพวกนั้นลงโทษเธอสะให้เข็ด" พูดจบแจฮยอนอ้ปป้าก็เดินข้ามถนนมายังฝั่งหอของตัวเองอย่างรวดเร็ว อ๊าาา ตายแน่ๆยัยมี






หอรุกกี้ชาย



เป็นเวลาเกือบ 5 นาทีที่ฉันนั่งเงียบก้มหน้าสำนึกผิด ต่อหน้าทุกๆคนที่กำลังรุมเอ็ดฉันอย่างไม่ขาดสาย ตั้งแต่ที่แจฮยอนอ้ปป้าพาฉันเข้ามาในหอของพวกเค้า ทุกคนเมื่อเห็นฉันก็รีบพูดแทรกกันขึ้นมา จนฉันฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง แต่ก็พอรู้ว่าพวกนั้นกำลังบ่นฉันอยู่ นานวันเข้าพวกเค้ายิ่ง look like อาจุมม่า ขึ้นไปทุกที



"ถ้าเธอยังกลับไปไม่รอพวกเราอีก ฉันจะไม่เลี้ยงนมร้อน กับไอติมเธออีกแล้ว"


เสียงมาร์คพูดขึ้นทำใจฉันกระตุกว้าบบ โอ้ม่ายยย นมร้อนกับไอติมที่รัก พูดสิมาร์คว่านายจะไม่ทำ ฉันขาดมันไม่ได้ๆๆๆ 



"T^T จะไม่ทำอีกแล้วค้าา อย่าทำกับฉันแบบนั้นนะมาร์ค พลีสส" ฉันพูดด้วยหน้าตาเบ้ๆเหมือนคนจะร้องไห้



"ยัยเห็นแก่กินน ฮ่าๆๆๆ สัญญาก่อนสิ" มาร์คพูดขึ้นก่อนจะชูนิ้วก้อยมาตรงหน้าฉัน



"อื้อออ สัญญาๆๆๆๆๆ" ฉันกำลังจะยื่นนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวกับของมาร์ค แต่ก็โดนมือของพี่เตนล์ยื่นมาฉุดมือฉันให้เข้าใกล้ตัวเอง จนหน้าฉันเกือบจะกระแทกเข้ากับอกแกร่ง ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ



"สัญญาหน่ะ เค้าไม่ทำแบบนั้นกันแล้ว เค้าทำกันแบบนี้ต่างหาก"


พูดจบหน้าผากมนของฉันกับพี่เตนล์ก็บรรจบลงมาแตะกัน พี่เตนล์มองตาฉันด้วยระยะประชิด ใกล้เกินไป ใกล้จนฉันคิดว่าพี่เตนล์คงสามารถได้ยินเสียงหัวใจของฉันได้


"ย๊าา ฮยองทำอะไรอ่ะๆๆ แยกเลยนะ" แจฮยอนอ้ปป้าเป็นคนแรกที่พูดขึ้นทำลายความเงียบ แล้วจับฉันกับพี่เตนล์แยกออกจากกัน


"เอ่อ..มีคิดว่า มีควรกลับแล้ว"



"เดี๋ยวฉันไปส่ง" จอห์นนี่อ้ปป้าพูดขึ้นมา ก่อนจะคุกเข่าหันหลังให้ฉันเป็นเชิงบอกว่า ให้ฉันขึ้นขี่หลังของฉัน ฉันมองหน้าทุกคนก่อนจะส่งยิ้มออกมาอย่างขอโทษ และขอบคุณ



"ขอโทษนะทุกคน แล้วก็ขอบคุณนะที่เป็นห่วงฉัน ฝันดีค่ะ" พูดจบฉันก็ขึ้นขี่หลังของจอห์นนี่อ้ปป้า และยังไม่วายหันมายิ้มให้ทุกคนอีกครั้ง และคราวนี้ทุกคนก็ยิ้มตอบกลับมาเหมือนกัน




ขอบคุณนะ...ทุกคนเลย





จอห์นนี่อ้ปป้า มาส่งฉันถึงที่หน้าห้องก่อนจะวางฉันลง ถ้าให้เดาเวลาตอนนี้ ก็คงจะตี 3 กว่าๆแล้ว และแน่นอนฉันคงไม่มีกะจิตกะใจมานั่งทำการบ้านตอนตี 3 หรอกจริงมั้ย



"ขอบคุณที่มาส่งนะคะอ้ปป้า เดินกลับดีๆด้วยนะ ฝันดีค่ะ"



ฉันพูดก่อนจะโบกมือบ้ายบายคนตัวสูงโย่งตรงหน้า ก่อนจะเตรียมปิดประตูเข้าห้องไป



"ยองมี เดี๋ยวก่อน" จอห์นนี่อ้ปป้าคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของฉัน ก่อนฉันจะหันไปมองหน้าอ้ปป้าเชิงถามว่ามีอะไร



"ฟอดด"



"O///O"



"Good night kiss Youngmee"



ว่าจบอ้ปป้าก็เดินออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาบนใบหน้าของจอห์นนี่อ้ปป้า แต่เมื่อกี้มัน



กรี๊ดดด อ้ปป้าคนบ้าาาาาา แก้มฉันไม่ซิงแล้วววว








เช้าวันต่อมา



ฉันเดินออกมาจนถึงหน้าหอเตรียมตัวจะไปโรงเรียนเหมือนทุกวัน ซึ่งแน่นอนตรงหน้าของฉันมีแจฮยอนอ้ปป้าแล้วก็มาร์คยืนรออยู่นอกรถตู้ ที่บริษัทจัดมาให้เพื่อคอยรับ-ส่งเราไปโรงเรียน ฉันยิ้มให้พวกเค้าสองคนหลังจากที่พวกเค้าเห็นฉัน


"แจฮยอนอ้ปป้า มาร์ค อรุณสวัสดิ์"



"อรุณสวัสดิ์ วันนี้ไม่สายหนิ"


แจอยอนอ้ปป้าแค่ยิ้มตอบก่อนจะพยักหน้ารับ ส่วนมาร์คเอ่ยตอบกลับมา และพูดขึ้นอย่างแปลกใจเพราะส่วนใหญ่แล้วฉันจะลงมาช้ามากจนเกือบไปโรงเรียนสายแทบทุกวัน




"รีบไปปั่นการบ้านที่โรงเรียนอ่า ยังไม่เสร็จเลย ดีนะส่งคาบบ่าย"


ฉันบอกสาเหตุการลงมาเร็วของฉันให้มาร์คฟัง ก่อนจะเดินนำขึ้นมาในรถตู้ปรากฏร่างของชายหนุ่มอีกสองคนที่เบาะหลัง



"อ้าวนูน่า สวัสดีครับ"



"สวัสดีจ้ะแจมิน เจโน่ แปลกเหะทำไมวันนี้ไปกับพวกนูน่าหล่ะ เห็นปกติจะไปอีกคันไม่ใช่หรอ" 


ฉันเดินมานั่งลงบนเบาะริมหน้าต่างข้างหน้าสุด แล้วหันไปคุยกับรุ่นน้องทั้งสองคน เป็นเวลาเดียวกับที่มาร์คและแจฮยอนอ้ปป้าเดินขึ้นมานั่งบนรถ



"พอดีรถอีกคันเสียหน่ะครับ ก็เลยต้องมากับพวกนูน่า" เจโน่ตอบมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนได้เห็นก็ต้องละลายกันเป็นแถว




"หื้มม? ทำไมเช้านี้ถึงดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษหล่ะเจโน่ เห็นปกติไปโรงเรียนตอนเช้าก็ชอบหน้าบึ้งเป็นตูดทุกที"  แจฮยอนอ้ปป้าพูดทักเจโน่ที่มีท่าทีแปลกไปจากปกติ 



"ก็ได้นั่งรถคันเดียวกับนูน่านี้ครับฮยอง จะให้น่าบึ้งได้ยังไงกัน จริงมั้ยแจมิน"



"พูดอีกก็ถูกอีกเจโน่ ฮ่าๆๆ" เจโน่และแจมินทำตัวเหมือนกล้วยหอมจอมซน บี1บี2 อะไรแบบนั้น ก่อนจะหันมายิ้มให้ฉันอย่างอารมณ์ดี ฉันก็ได้แต่ยิ้มแหย่ๆตอบกลับไป




"เอ้อมาร์ค วันนี้คาบชมรม นายกับฉันต้องไปหาครูกาอึนนะ เห็นครูบอกว่าจะให้เราขึ้นแสดงโชว์ในวันศุกร์อ่า"


ฉันและมาร์คที่อยู่ชมรมเต้นด้วยกัน และเป็นศิษย์คนโปรดของครูกาอึน ที่เป็นครูที่ปรึกษาประจำชมรมมักจะโดนครูกาอึนให้ขึ้นแสดงโชว์ต่างๆเสมอ ไม่ว่าจะวันแข่งกีฬาประจำปี วันวาเลนไทน์ วันเปิดเทอม ปิดภาคเรียน จบการศึกษา บลาๆๆๆ จริงๆถ้าคุณครูไม่รู้ว่าเราเป็นเด็กเทรนก็คงจะไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้หรอก



"อีกแล้วหรออ ฉันเริ่มจะอยากออกจากชมรมนี้ขึ้นทุกทีและนะ"



"ฮ่าๆๆ เอาเถอะๆสู้ๆหน่อยเพื่อนรัก"



เรา 5 คน พูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนเพิ่งรู้ตัวว่าถึงโรงเรียนแล้ว แจมินกับเจโน่เอ่ยลาแล้วเดินแยกไปทางตึกของเด็กม.ต้น ส่วนแจฮยอนอ้ปป้าก็แยกกับเราที่ชั้น 3 เพราะม.ปลายปี 3 จะอยู่ชั้นนี้ และฉันกับมาร์ค ม.ปลายปี 2 อยู่ชั้น 4 มาร์คเดินมาส่งฉันที่หน้าห้องโฮมรูมก่อนจะเดินเลยไปห้องของตัวเองที่อยู่ถัดไปอีกห้องนึง



"อ้าวมาแล้วหรอแม่สาวฮอต วันนี้มาเช้านะ" อึนจองเพื่อนสนิทของฉันเอ่ยทักขึ้นอย่างร่าเริง ซึ่งจริงๆมันก็เป็นอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว



"ต้องรีบมาปั่นการบ้านครูโดมินหน่ะสิ ยังไม่ได้ทำเลยเนี้ย"



"ตายๆ รีบทำเลยย่ะ มัวแต่ซ้อมกันดึกดื่นเป็นไงหล่ะการบ้านไม่เสร็จเลย"


อึนจองเพื่อนที่แสนดีของฉันถึงปากจะบ่น แต่ตัวเองก็เข้ามาช่วยฉันทำ ฉันสามารถพูดได้เต็มปากเลยค่ะว่าอึนจองเป็นเพื่อนที่ดีมากๆจริงๆ ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักอึนจองจนถึงวันนี้เธอก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน 










เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงพักเที่ยง  ฉันที่ยังคงนั่งปั่นการบ้านหน้าสุดท้าย ก็ไม่รู้เลยว่าอึนจองลงไปกินข้าวตั้งแต่เมื่อไหร่รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มาร์คเดินมาตามฉัน



"แปปนึงนะมาร์ค เหลืออีกข้อนึงนายลงไปก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันตามลงไป"



"ไม่เอา เธอรีบทำให้เสร็จเถอะเดี๋ยวฉันรอ จะทิ้งเธอได้ไงหล่ะ"


มาร์คเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ของอึนจอง แล้วเท้าคางมองฉันที่ก้มหน้าก้มตาทำการบ้านอย่างรีบร้อน



"มองอะไรยะ หันไปเลยนะฉันไม่มีสมาธิ" ฉันดันหน้ามาร์คให้หันไปทางอื่น ซึ่งมันก็ตามด้วยเสียงหัวเราะทุ้มๆของมาร์ค



"ฉันหล่อหล่ะสิ ถึงทำให้เธอเสียสมาธิ"



"หลงตัวเองชะมัด!" ฉันหันไปทำหน้าเบ้ใส่มาร์ค พูดว่าคนตัวสูงกว่าที่แสนจะหลงตัวเอง แต่เหนือกว่าสิ่งที่ฉันจะคาดถึง มาร์คดึงมือของฉันไปกุมไว้แล้วมองลึกเข้ามาในตาของฉัน หัวใจเจ้ากรรมของฉันก็ดันเต้นแรงเพราะการกระทำของมาร์ค



"ยองมี เธอรู้มั้ยว่าฉันตกหลุมรักผู้หญิงคนนึง เธอมักจะทำให้ฉันยิ้มและหัวเราะได้เสมอ ฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เธอคนนั้น"




"..."




"แต่ฉันไม่รู้เลยว่าเธอคิดยังไงกับฉัน ฉันควรทำยังไงดียองมี"



สีหน้าของมาร์คที่ก่อนหน้านี้เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มน่ารัก กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่ดูเศร้าและจริงจัง ฉันวางปากกาลงแล้วเอื้อมมืออีกข้างไปกุมทับมือของมาร์คไว้



"งั้นก็ลองถามเธอสิ ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกจริงมั้ย?" ฉันยิ้มให้มาร์คเป็นเวลาเดียวกับที่มาร์คสบสายตากับฉันอีกครั้ง



"เอาอย่างนั้นหรอ"



"อื้ออ นายทำได้หน่าอย่ากังวลไปเลย"


ฉันตบที่หลังมือของมาร์คเบาๆเพื่อเป็นการให้กำลังใจเพื่อนชายตรงหน้า มาร์คส่งยิ้มน่ารักอย่างเคยมาให้ฉันแล้วเลื่อนเก้าอี้ให้ขยับใกล้ฉันมากยิ่งขึ้น



"งั้นฉันจะลองดูนะ"



ฉันมองหน้ามาร์คอย่าง งงๆเพราะสงสัยว่าเค้าจะขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ทำไม ก่อนจะพยักหน้าให้เชิงบอกให้เค้าลองทำดู



"ยองมี ฉันหน่ะ ชะ.."



"กริ๊งๆๆ"


ก่อนที่มาร์คจะได้พูดอะไรจบ เสียงโทรศัพท์ของมาร์คก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน มาร์คถอนหายใจและกรอกตามองขึ้นบน อย่างหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดูว่าใครโทรมา



"ฮยอง"



"อะไรนะ ให้กลับบริษัทตอนนี้หรอครับ?"



"อ่าๆๆ โอเคๆ เข้าใจแล้วครับ รถรออยู่หน้าโรงเรียนแล้วใช่มั้ย ครับๆ เจอกันครับฮยอง" มาร์คกดตัดสายไป แล้วหันมามองหน้าฉัน และแน่นอนสีหน้าแบบนี้คงมีงานเข้าอย่างแน่นอน เห้ออชีวิตเด็กเทรนนี้เหนื่อยจริงๆ



"ท่านประธานให้ตามเรากลับบริษัทหน่ะ เห็นบอกว่าเรื่องสำคัญ"



"กลับทุกคนเลยหรอ ฉัน แจฮยอนอ้ปป้า แจมินแล้วก็เจโน่ด้วยหรอ?"



"ใช่ งั้นฉันไปเอากระเป๋าก่อนนะ เธอโทรบอกสามคนนั้นทีนะ" ฉันพยักหน้าให้มาร์คก่อนมาร์คจะเดินออกไปจากห้อง ส่วนฉันก็เก็บของบนโต๊ะอย่างรีบร้อน พรางหูก็แนบโทรศัพท์ต่อสายหาแจฮยอนอ้ปป้า



(ยองมี ว่าไง)



"อ้ปป้าคะ ท่านประธานเรียกกลับบริษัทหน่ะค่ะ"



(หื้ม? มีเรื่องอะไรหรอ)



"ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เห็นมาร์คบอกเรื่องสำคัญ"



(อ่าเข้าใจแล้ว งั้นฉันไปเก็บกระเป๋าก่อนนะ เจอกันหน้าโรงเรียน)


แจฮยอนอ้ปป้าตัดสายไป ฉันจึงต่อสายหาคนต่อไปทันทีนั้นก็คือเจโน่และแจมิน หลังจากนั้นก็โทรไปหาอึนจองให้ช่วยทำการบ้านหน้าสุดท้ายแล้วส่งให้ทีและช่วยบอกคุณครูประจำวิชาให้ด้วยว่าฉันต้องกลับก่อน ซึ่งอึนจองก็บ่นน้อยใจที่ฉันทิ้งเจ้าหล่อนให้นั่งเรียนคนเดียวอีกแล้ว จนฉันต้องตกปากรับคำว่าจะเลี้ยงข้าวเป็นการไถ่โทษ นางถึงยอม



"ยองมีไปกันเถอะ" มาร์คเดินกลับเข้ามาในห้องเรียนฉันอีกครั้งพร้อมกับกระเป๋านักเรียนของเค้า



"ป่ะ เก็บของเสร็จพอดี"




ฉันและมาร์คเดินมาถึงหน้าโรงเรียนในขณะที่คนอื่นก็เพิ่งเดินมาถึงพอดีเหมือนกัน


"ฮยอง เรื่องอะไรรู้มั้ยอ่ะ" แจมินสะกิดไหล่ถามมาร์คด้วยสีหน้าสงสัย



"ไม่รู้สิ ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองแหล่ะหน่า"



"ยองมี เดี๋ยวมานั่งข้างฉันนะ พอดีมีเรื่องให้ช่วยหน่อยหน่ะ" แจฮยอนอ้ปป้าเดินมาพูดที่ข้างหูของฉัน ฉันหันหน้าไปมองอ้ปป้าประมาณว่ามีเรื่องอะไร แต่อ้ปป้ากลับยิ้มกลับมาให้สะงั้น ทุกคนเริ่มถยอยกันขึ้นรถฉันและแจฮยอนอ้ปป้าสลับที่กัน โดยฉันนั่งตรงกลางระหว่างมาร์คและแจฮยอนอ้ปป้า



"มีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยหรออ้ปป้า" ฉันหันไปถามแจฮยอนอ้ปป้าที่กำลังเปิดเพลงในโทรศัพท์ฟัง ใบหน้าหวานของอ้ปป้าหันมามองฉันหนึ่งทีแล้วเอ่ยปากพูดขึ้น



"ช่วยเป็นหมอนให้หน่อยนะ" ว่าจบก็ซบลงมาที่ไหล่ขวาของฉันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันสะกิดเรียกเท่าไหร่ก็ยังทำนิ่ง เหอะ! ทำไมจะไม่รู้ว่าแกล้งหลับ เจ้าแผนการจริงๆ แต่ก่อนที่จะได้เอ็ดคนโตกว่าในใจไปมากกว่านี้ จู่ๆก็รู้สึกหนักที่ไหล่ซ้ายขึ้นมา และเมื่อหันไปดูก็พบกับศีรษะของเพื่อนสนิทอย่างมาร์คนอนซบหลับตาพริ้มบนไหลซ้ายของฉันอยู่ ฉันมองสลับไปมาระหว่างแจฮยอนอ้ปป้ากับมาร์ค ได้แต่กัดฟันทำหน้าบึ้งบ่นอยู่ในใจ หึ่ยย สบายกันเชียวนะเอาเปรียบกันชัดๆ







ห้องซ้อม



"โอ๊ะ! มาแล้ว" หลังจากที่พวกเราทั้ง 5 คนเดินเข้ามาข้างในห้อง ยูตะอ้ปป้าก็ร้องออกมาราวกับว่ารอพวกเราอยู่นาน



"ท่านประธานเรียกกลับมากระทันหันแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่าฮะ" แจฮยอนอ้ปป้าถามขึ้นเผื่อคำตอบจะทำให้ตนหายสงสัย



"เห็นครูปีเตอร์บอกว่า ให้มาคุยเรื่องเดบิวต์" แทอิลอ้ปป้าพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนอย่างเคยเคย แต่อยู่ๆแทอิลอ้ปป้าก็เดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าฉัน



"ส่วนยองมี เธอหน่ะ...เอ่อ"


ฉันมองใบหน้าลังเลปนลำบากใจของแทอิลอ้ปป้า อ้ปป้าก้มหน้าเลือกที่จะไม่สบตาฉัน ฉันหันไปมองหน้าพี่เตนล์เป็นเชิงถามว่ามีเรื่องอะไร แต่พี่เตนล์กับหันหน้าหนีฉัน และสีหน้าของอ้ปป้าที่เหลือก็เป็นเช่นเดียวกัน



นี้มันเรื่องอะไร



"มีเรื่องอะไรกันหรอคะ บอกมีเถอะ"



"คือว่านะยองมี ท่านประธานบอกกับพวกฉันว่า..."



"..."



ฉันเงียบเพื่อรอฟังคำตอบจากแทอิลอ้ปป้าก่อนจะหันไปมองหน้ามาร์คที่มีสีหน้าสงสัยไม่ต่างจากฉัน บรรยากาศภายในห้องนั้นช่างอึดอัดและตึงเครียด จนอยากจะวิ่งออกไปให้รู้แล้วรู้รอด และในที่สุดแทอิลอ้ปป้าก็พูดบางอย่างออกมา



"ท่านประธานบอกว่า เธอจะไม่ได้เป็นรุกกี้ของเอสเอ็มอีกต่อไปแล้ว"



"วะ ว่าไงนะคะ?" สิ้นคำพูดของแทอิลอ้ปป้า น้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลกลับร่วงลงอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกชาไปทั้งตัวเหมือนมีใครมาฉีดยาชาให้ฉันเป็นพันเข็ม




"พูดอะไรอ่ะฮยอง อย่าล้อกันเล่นนะ" เสียงมาร์คดังขึ้น เชื่อว่ามาร์คเองก็คงจะตกใจไปไม่แพ้ฉันอย่างแน่นอน




"...ฉัน ไม่ได้ล้อเล่น..."



"..."



"อย่างนี้นี่เอง งั้น...มีขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ" ฉันที่เงียบไปสักพักก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยประโยคที่ไม่คิดว่าตัวเองต้องมาพูดในสถานการณ์แบบนี้ สองขาเริ่มก้าวถอยหลังแล้ววิ่งออกไปจากห้องทันที ในหัวคิดแต่ว่าเราต้องไปที่ไหนก็ได้ ที่สามารถร้องไห้โดยที่ไม่ต้องมีคนเห็น



จบแล้วสินะ...






END YOUNGMEE PART









JAEHYUN PART





ผมมองยองมีวิ่งออกไปจากห้องอย่างน่าสงสาร ในใจอยากจะวิ่งตามคนตัวเล็กไปแต่ก็ยังคงค้างคาใจกับคำพูดของแทอิลฮยอง ก่อนผมจะหันไปมองหน้าฮยองอย่างต้องการคำอธิบาย และพบเข้ากับใบหน้าเปื้อนยิ้มของโดยองฮยองและยูตะฮยอง



"แผนการสำเร็จ!" ยูตะฮยองและโดยองฮยองพูดออกมาพร้อมกันก่อนจะแท็คมืออย่างชอบใจ



"นี้มันเรื่องอะไรกันอ่ะฮยอง" ผมเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าไม่เข้าใจสุดขีด ผมและมาร์คหันมามองหน้ากันรวมถึงเจโน่และแจมินด้วย



"อ้าวว นี้พวกนายไม่รู้หรอ ก็วันนี้วันเกิดยองมีไงง" จอห์นนี่ฮยองเอ่ยขึ้นและเดินเอาแขนมาพาดไหล่ผมและหัวเราะออกมาเมื่อเห็นใบหน้าเควคชั่นมาร์กของผม



"ยัง ยังอีก ยังไม่หายงงอีก เห้อออ ต้องอธิบายใช่ม่ะ อ่ะฟังให้ดีนะ วันนี้วันเกิดยองมีและพวกฉันวางแผนกันไว้ว่าจะเซอร์ไพรส์เธอ แต่ว่าแค่เซอร์ไพรส์อย่างเดียวคงจะไม่สนุกเท่าไหร่ ก็เลยพูดให้ยองมีเข้าใจผิด แค่นี้แหล่ะเข้าใจยัง" 



ฮันซลฮยองอธิบายแผนการทุกอย่างให้พวกผมได้ฟัง พวกผมก็ร้องอ้อออกมาอย่างหายสงสัย แต่จะมีอยู่สองคนที่ไม่ยักจะยิ้ม นั้นก็คือมาร์คกับเตนล์ฮยอง ที่หน้าบึ้งและทำท่าร้อนรนอยู่ตลอดเวลา ในมือก็ถือโทรศัพท์ไว้ทั้งคู่เหมือนพยายามติดต่อใครสักคนอยู่ ซึ่งก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าต้องเป็นยองมีแน่นอน




"ฮยอง ไม่คิดว่าเล่นแรงไปหน่อยหรอ ยองมีร้องไห้วิ่งออกไปไหนก็ไม่รู้ แถมปิดเครื่องหนีอีกต่างหาก"




มาร์คพูดด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจอย่างแรง และคำพูดของมาร์คก็ทำให้ทุกคนเริ่มที่จะเป็นห่วงยองมีกันขึ้นมา สังเกตได้จากสีหน้าที่ก่อนหน้านี้ต่างก็ยิ้มร่าแต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นใบหน้ากังวลกันอย่างรวดเร็ว




ผมเองเมื่อพยายามคิดว่าอย่างยองมีตอนไม่สบายใจจะไปที่ไหน สุดท้ายก็คิดขึ้นมาได้ที่นึง ที่ที่ยองมีจะไปทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจ 




แม่น้ำฮัน




เร็วกว่าความคิด ขาผมก็วิ่งออกมาจากห้องซ้อม และมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำฮันทันที แต่ออกมาก็ต้องตกใจกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป เบื้องหน้าของผมคือท้องฟ้าที่มืดครึ้ม และมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนัก ซึ่งแตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ท้องฟ้ายังแจ่มใสและมีแดดจ้า 



"ตกทำไมตอนนี้วะ!" ผมพูดบ่นกับตัวเอง แต่เมื่อคิดว่าแม่น้ำฮันแทบจะไม่มีที่ให้หลบฝน สัญชาตญาณความเป็นห่วงร่างเล็กก็เริ่มก่อตัวขึ้นมา พยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไม่มีสักคัน คนบ้าบิ่นอย่างผมจึงตัดสินใจออกวิ่ง มุ่งหน้าไปแม่น้ำฮันทันที โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะเปียกปอนแค่ไหน เพราะในใจตอนนี้กลับเป็นห่วงคนตัวเล็กมากกว่า โชคยังดีที่แม่น้ำฮันอยู่ไม่ไกลจากตัวบริษัทสักเท่าไหร่ เพราะนั้นทำให้ผมสามารถมาถึงแม่น้ำได้ด้วยเวลาอันสั้นในสภาพที่ไม่ต่างอะไรจากลูกหมาตกน้ำ 



สองตาของผมพยายามกวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อมองหาร่างบางของยองมี และไม่นานก็พบเข้ากับร่างระหงของเธอที่ตอนนี้กำลังเดินออกไปจากแม่น้ำฮัน อีกทั้งยังกำลังจะข้ามถนนที่ดูเหมือนว่าตัวเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้สัญญาณให้คนข้ามถนนนั้นยังเป็นสีแดงอยู่ ผมสังเกตว่าเธอสะอื้นจนหัวไหล่บาง ไหวสั้นไปหมด พลันสายตาผมเหลือบไปเห็นรถแท็กซี่คันนึงที่ขับมาด้วยความเร็วและดูเหมือนคนขับจะเสียการควบคุมด้วยความที่ถนนลื่นจึงทำให้รถส่ายไปมา แต่นั้นไม่สำคัญไปกว่าที่รถแท็กซี่คันดังกล่าว กำลังจะปะทะเข้ากับร่างบางที่ยังไม่สังเกตเห็นว่ากำลังจะมีภัยเข้ามาหาตัว



"ยองมี!!!!!!" 



"กรี๊ดดดด!!!"




ร่างของยองมีถูกดึงให้กลับมาที่ฟุตบาทโดยเตนล์ฮยองที่ไม่รู้ว่าโผล่มาตอนไหน ส่วนรถแท็กซี่คันดังกล่าวเมื่อเห็นว่าเกือบทำให้เกิดอุบัติเหตุก็รีบบึ่งรถออกไปทันที ผมรีบวิ่งไปดูยองมีที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมกอดของเตนล์ฮยอง และดูท่าว่าเธอคงจะตกใจมากจริงๆตอนนี้ยองมีสลบไปแล้ว ผมหันไปมองหน้าเตนล์อยอง ที่มีสีหน้ากังวลมากๆ ไม่ต่างอะไรจากผม



"รีบพายองมีกลับหอเถอะฮยอง" เตนล์อยองพยักหน้า และใช้แขนแกร่งช้อนร่างโอนอ่อนของยองมีขึ้นมา













หอรุกกี้ชาย




"เห้ยย เกิดอะไรขึ้น ทำไมยองมีเป็นแบบนี้" เตนล์ฮยองอุ้มยองมีที่ยังสลบไม่รู้ตัวเข้ามาในหอ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน และแทยงฮยองเป็นคนส่งเสียงดังเอ่ยถามอย่างตกใจ



"ยองมีเกือบโดนรถชน เธอคงตกใจมากเลยสลบไป"  จากที่ทุกคนตกใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอยิ่งได้ฟังที่เตนล์ฮยองพูดต่างก็พากันร้องห่ะออกมาอย่างพร้อมเพรียง และก็เหมือนจะมีอีกหลายๆคนที่อยากจะถามว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง แต่ตอนนี้การตอบคำถามมันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาทำตอนนี้จริงมั้ย



"อย่าเพิ่งถามอะไรกันเลย ต้องเปลี่ยนชุดให้เธอก่อน" เตนล์ฮยองพูดขัดก่อนที่จะมีใครเอ่ยถาม และรีบซอยเท้าตัวเองเดินเข้าไปในห้องนอนทันที ก่อนจะว่างร่างบางอย่างเบามือราวกับว่าร่างกายของเธอจะแตกสลายไปกับตา



"ใครจะเปลี่ยนให้เธอหล่ะ" ช่วงเวลาที่แสนหนักใจได้มาถึงแล้ว หลังจากที่ฮันซลฮยองพูดคำนี้ออกมา พวกเราทั้ง 13 คน ต่างก็มองหน้ากันไปมา ซึ่งตอนนี้ทุกคนมีใบหน้าที่เห่อแดงอย่างเห็นได้ชัด



"ผมเอง" เสียงของมาร์คดังขึ้น ถึงแม้ตัวเองจะเป็นคนอาสาแต่สีหน้ากลับตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงเหมือนไม่อยากจะทำ แต่จำเป็นต้องทำ



"งั้นพวกเราออกไปกันเถอะ" แทอิลฮยองพูดจบก็เดินนำออกไปจากห้อง



"ฮยอง ฮยองห้ามลวนลามนูน่าของผมนะ ถ้าผมรู้ว่าฮยองทำอะไรละก็ ผมจะเล่นฮยองให้หนักเลย" จีซองหันมาพูดกับมาร์คและทำสีหน้าไม่ไว้ใจสุดขีด จนมาร์คอดไม่ได้ที่จะเดินมาเขกหัวน้องชายตัวเล็กอย่างหมั่นไส้ในความแก่แดดแก่ลมของจีซอง




ผมหันไปมองใบหน้าซีดเผือกของยองมี ใจกระตุกวูบขึ้นมาเมื่อนึกถึงภาพที่เธอร้องไห้ ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่เป็นรุกกี้ด้วยกันมา ยองมีร้องไห้จนผมสามารถนับครั้งได้ ส่วนใหญ่เธอจะเป็นผู้หญิงที่ร่างเริงและยิ้มเก่งมากๆ ไม่ว่าใครจะเล่นมุขอะไรจะแป๊กสักแค่ไหน เธอก็จะหัวเราะออกมาตลอด นี้ผมแทบจะไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเธอรู้ว่าพวกเราพูดแกล้งเธอ เธอจะโกรธเรามากสักแค่ไหน ผมส่ายหน้าและเดินออกจากห้องไปทิ้งให้มาร์คได้ทำหน้าที่เปลี่ยนชุดให้กับเธอ




END JAEHYUN PART









MARK PART




ผมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า และหยิบเสื้อยืดสีดำตัวใหญ่กับกางเกงวอร์มที่เดาว่าน่าจะเป็นของเตนล์ฮยองออกมา และเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และนั่งลงบนเตียง ผมส่งมือสั่นๆของตัวเองไปถอดเสื้อสูตสีเหลืองตัวนอกของยองมี และเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกเกลียดชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนผม



จะมีหลายชั้น เพื่อ??



ใช้เวลานานพอสมควรกว่าผมจะถอดเสื้อให้เธอหมดทุกชั้น ครับฟังไม่ผิดหรอกครับ หมด-ทุก-ชั้น!!! แต่ผมสาบานเลยนะครับว่าไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ มีแค่มือที่อาจจะเฉี่ยวๆโดน เอ่อ... -////-



"อื้ออ" ยองมีเริ่มขยับตัวและร้องออกมาเบาๆ เหมือนเธอกำลังจะรู้สึกตัวแล้ว อ้ากกกยองมีเธออย่าเพิ่งตื่นนะ หลับต่อสิ หลับๆๆๆ อย่าลืมตาไม่ๆๆ ห้ามลืมตานะ ไม่! ไม่ทันแล้วว



ยองมีลืมตาขึ้นมาหรี่ๆเหมือนกำลังปรับโฟกัส เธอเริ่มลืมตาให้กว้างขึ้นและมองหน้าผม ให้เดาตอนนี้ในหัวของเธอคงกำลังประมวลผลอะไรสักอย่าง


"มะ มาร์ค..." เธอเรียกผมด้วยใบหน้าติดสงสัย ใบหน้าซีดของยองมีเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อพบกับสิ่งไม่ปกติของตัวเอง เธอก้มลงมองตัวเองและนิ่งค้างไปสักพัก ก่อนจะ...



"กรี๊ดดดดดดดด" 



กรี๊ดออกมา - -



"ปังงง" และดูเหมือนเสียงกรี๊ดของยองมีจะดังพอที่จะทำให้รุกกี้ทุกคนที่อยู่ข้างนอกได้ยิน ส่งผลให้ตอนนี้ทุกคนต่างวิ่งหน้าตาแตกตื่นกันเข้ามาในห้อง และเมื่อพบกับยองมีที่มีสภาพที่ช่างเอ่อ... ผมสังเกตใบหน้าของทุกคนที่ตอนนี้ตาโตเป็นไข่ห่านแถมยังอ้าปากค้าง แต่เหมือนจะมีคนที่ยังพอมีสติอยู่คนนึง นั้นก็คือแทอิลฮยองที่เอื้อมมือมาปิดตาตัวเองและส่งมืออีกข้างไปปิดตาจีซอง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมค่อยๆหันหน้าไปมองยองมีที่ได้แต่อึ้งค้าง ใบหน้าที่เคยซีดเริ่มมีเลือดฝาดที่แก้มขึ้นอีกครั้ง


"อ้ากกกกก พวกนายยออกไปกันเลยนะะะะ" และเหมือนว่าร่างเล็กเองก็เริ่มจะรู้สึกตัว เธอร้องออกมาอีกครั้งก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาครุมตัวเองไว้ แล้วเควี้ยงหมอนไปทางจอห์นนี่ฮยองแล้วหันมาตีไหล่ผมอย่างรุนแรง พวกผมที่เห็นท่าไม่ดี เลยรีบพากันออกไปก่อนที่จะเจ็บตัวด้วยแรงเขินอายของยองมีไปมากกว่านี้



ผมวิ่งออกมาจากห้องและปิดประตูได้ทันหวุดหวิดก่อนที่หมอนใบที่สามจะลอยเข้ามาปะทะหน้าของผม ผมยืนพิงประตูแล้วอมยิ้มออกมา อย่างตลกกับเหตุการณ์เมื่อกี้



เธอนี้มัน น่ารักจริงๆ..





END MARK PART






YOUNHMEE PART



ฉันมองสภาพเปลือยท่อนบนของตัวเองและอยากจะร้องไห้ออกมา  ตัวฉันนี้มันจะเหลือสักกี่บาทเนี้ยย อยากจะบ้าตาย ฉันหันไปมองเสื้อยืดสีดำกับกางเกงวอร์มที่โต๊ะข้างเตียง และค่อยๆประติดประต่อเรื่องทั้งหมด มาร์คจะเปลี่ยนชุดให้ฉันสินะ ฉันหยิบชุดพวกนั้นขึ้นมาก่อนจะถอดเสื้อผ้าที่เหลือออก และจัดการใส่ชุดใหม่ทันที 



ฉันนั่งลงที่เตียงอีกครั้ง และเริ่มสำรวจร่างกายของตัวเอง จุดแรกที่รู้สึกเจ็บมากที่สุดเลยก็คือข้อเท้า นี้ฉันบ้าขนาดไหนที่วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตจนลืมว่าตัวเองข้อเท้าแพลงอยู่ อาการต่อไปคืออาการปวดหัวที่แล่นเข้ามาตั้งแต่ที่รู้สึกตัว และเดาว่าอีกไม่นานไข้หวัดคงกำลังจะถามหาฉันแน่นอน ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และคิดทบทวนเรื่องเมื่อตอนกลางวัน 



นี้ฉันไม่ได้เป็นรุกกี้แล้วจริงๆหรอ



ในหัวของฉันตอนนี้ยังมีคำถามอีกมากมาย และยังต้องการคนอธิบายไม่คิดเปล่าฉันรีบบึ่งออกมาจากห้องทันที และดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของฉันจะทำให้รุกกี้ทุกคนตกใจอยู่ไม่น้อย



"อธิบายให้มีฟังหน่อยได้มั้ย ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้" จู่ๆฉันก็โพร่งพูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทุกคนเริ่มเกี่ยงให้คนนั้นคนนี้ตอบ จนสุดท้ายก็กลายเป็นจอห์นนี่อ้ปป้าที่ถูกบังคับให้พูด




"คือว่า...จริงๆแล้ว เราแค่อยากจะเซอร์ไพรส์วันเกิดมีก็เลยแกล้งพูดให้มีเข้าใจผิดอ่า แล้วก็ๆๆวันนี้ที่ท่านประธานเรียกกลับมาเพราะเค้าจะคุยเรื่องเดบิวต์ของเรา ก็ประมาณนี้อ่าาแหะๆ"



ฉันตั้งใจฟังจอห์นนี่อ้ปป้าและสมองก็เริ่มประมวลผลอีกครั้ง นี้ฉันโดนแกล้งหรอเนี้ยย ฉันหันไปมองหน้าทุกคนอย่างคาดโทษจนทุกคนสะดุ้งโหย่ง



"คะ คือว่านะยองมี พวกเราเอ่อขอโทษจริงๆนะ พวกเราผิดไปแล้ว เธออย่าโกรธพวกเราเลยนะ" โดยองอ้ปป้าพยายามพูดขอโทษดักขอฉันไว้ ฉันสังเกตเห็นน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ตรงของตาของอ้ปป้าด้วย



"อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆ มีไม่โกรธหรอกค่ะ แค่ทุกคนไม่ลืมวันเกิดมี มีก็ดีใจมากๆแล้ว ขอบคุณทุกคนนะคะ" 



"นูน่าไม่โกรธจริงหรอ?" ดงฮยองเอ่ยถามฉัน ใบหน้าออกจะอึ้งๆไปด้วยซ้ำเพราะเรื่องมันมันไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิด



"อื้อ จริงสิ" ฉันเอื้อมมือไปลูบหัวดงฮยอกแล้วยิ้มให้อย่างเอ็นดู



"ฟุบ!" อยู่ๆ พี่เตนล์ก็เดินเข้ามาสวมกอดฉัน ฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็สะดุ้งเล็กน้อยและก็ยังคงทำตัวไม่ถูก



"ตกใจมากเลยใช่มั้ย ขอโทษนะ" สิ้นคำพูดของพี่เตนล์ฉันก็ยิ้มออกมาก่อนจะกอดตอบพี่เตนล์ไป ยอมรับเลยว่าอ้อมกอดของพี่เตนล์ทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ มันอบอุ่นเสียจนไม่อยากจะถอนกอดออกไป



"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ไม่ต้องกังวลนะ" ฉันพูดแล้วยกมือขึ้นลูบหลังร่างหนาเบาๆ พี่เตนล์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น และถ้าพี่ยังจะกอดแน่นอยู่อย่างนี้อยู่ มีจะหมดลมหายใจตายแล้วนะค่ะ



"อะแฮ่มๆ ไม่ได้อยู่กันสองคนนะครับ" แทยงอ้ปป้ากระแอ่มกระไอออกมา พี่เตนล์จึงเริ่มถอนกอดออกไปแล้วยิ้มให้ฉันแบบเขินๆ




และบรรยากาศมันคงจะดีกว่านี้ ถ้าไอ้อาการปวดหัวของฉันมันไม่รุนแรงขึ้น ฉันยกมือขึ้นกุมหัวพยายามออกเดินไปนั่งที่โซฟา แต่ก็ยากลำบากเกินไปเพราะตอนนี้โลกก็เริ่มเหวี่ยงหมุนอย่างรุนแรง ภาพของรุกกี้ทุกคนตรงหน้าเริ่มเลือนลาง ทุกอย่างแยกเป็นสองร่าง สองขาที่เคยยืนได้อย่างมั่นคงตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นการเซไปเซมาเหมือนคนเมาที่ถูกผลักไปทางโน้นทีทางนี้ที และแน่นอนวันนี้ฉันคงจะมาถึงขีดจำกัดของสังขารตัวเองแล้ว


"ตุ้บ!"



"เห้ยย"




รับรู้ได้เพียงว่าร่างของฉันล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับมีเสียงของทุกคนร้องออกมา ก่อนสติที่มีอยู่น้อยนิดจะดับวูบไป








TEN PART





พวกเราทุกคนตกใจมาก เมื่อจู่ๆยองมีก็เป็นลมล้มลงไปกับพื้น ตอนแรกผมเองก็สังเกตเห็นว่ายองมีเริ่มมีอาการแปลกๆผมน่าจะเอะใจตั้งแต่แรก วันนี้คงเป็นวันเกิดปีที่ซวยที่สุดสำหรับเธอแน่เลยถ้าให้ผมคิดนะ จอห์นนี่ฮยองอุ้มยองมีเข้าไปในห้องนอนของผมอีกครั้ง และวางเธอลงบนเตียงนุ่ม



"ตัวร้อนจี๋เลย" แจฮยอนยกมือขึ้นอังหน้าผากของยองมี และหันมาบอกพวกเราที่ยืนดูอยู่ใกล้ๆ



"งั้นเดี๋ยวฉันไปเอายา แล้วก็เช็ดตัวให้ยองมีเอง" ยูตะฮยองพูดก่อนจะเดินออกไปจากห้อง









11:30 pm





ยูตะฮยองออกมาจากห้องหลังจากที่จัดการเช็ดตัวและเอายาให้ยองมีกิน ผมมองหน้าฮยองเพื่อจะถามถึงอาการของคนตัวเล็กในห้อง และได้รับคำตอบมาเป็นการส่ายหน้าบอกให้รู้ว่าอาการของยองมีไม่ดีนัก



ผมลุกขึ้นจากโซฟาและเตรียมจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้อง แต่ต้องชะงักไว้เพราะเสียงเรียกของแทยงฮยองดังขึ้น



"เตนล์! ครูปีเตอร์ขอสาย จะคุยเรื่องคอนเซ็ปต์ท่าเต้น" ผมชั่งใจอยู่เล็กน้อยว่าจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่แทยงฮยองเรียก แล้วเข้าไปดูอาการคนตัวเล็กดีมั้ย แต่เมื่อคิดว่าการคุยกับครูปีเตอร์คือแพลนของการเดบิวต์ทำให้ผมต้องจำใจเดินกลับหลังหันและรับโทรศัพท์จากมือแทยงฮยองที่นั่งอยู่ที่โซฟา



"ยอโบเซโย๊ ผมเตนล์เองครับ"



(เตนล์ย๊าา ทำไมให้ครูรอช้านักหะ เรื่องสำคัญเชียวนะเห้ยย) ครูปีเตอร์เริ่มโวยวายออกมาด้วยเสียงที่ไม่ได้จริงจังอะไร ออกจะเอนไปทางง้องอนด้วยซ้ำ



"ขอโทษทีครับ แล้วคอนเซ็ปต์ท่าคืออะไรหรอครับ?"



(ก็ ประมาณว่าแข็งแรงและแปลกใหม่ ฉันดูเนื้อเพลงแล้วก็ฟังทำนองจากท่านประธานและ มันจะมีหลายๆท่อนอยู่ที่ค่อนข้างหน้าสนใจ เริ่มแรกพวกนายจะได้เดบิวต์ก่อนสองเพลง  ยูนิตของนายคือ NCT U มีเมมเบอร์ 6 คน คือ นาย แทอิล มาร์ค แจฮยอน แทยงแล้วก็โดยอง และจะตามมาด้วยอีกหลายๆยูนิต ส่วนของยองมี เธอจะเป็น NCT เหมือนกัน แต่ต่างออกไปคือเธอจะแค่ไปฟีดเจอร์ริ่งกับพวกนายในบางเพลง หรือเธออาจจะมีเพลงเดี่ยวของตัวเอง บางเพลงพวกนายก็ต้องโปรโมทร่วมกัน สรุปก็คือ เหมือนกับยองมีเป็นศิลปินเดี่ยวแต่อยู่ในวงของพวกนายและก็ถือว่าเป็นเมมเบอร์วง NCT เหมือนกัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆพรุ่งนี้จะอธิบายให้ฟัง)



"เข้าใจแล้วครับ เอ่อ..แต่ครูครับ คือข้อเท้าของยองมียังไม่หายดีเลยแถมวันนี้ก็เป็นไข้อีก ผมเลยอยากจะขอครูให้ยองมีพักรักษาตัวก่อนได้มั้ยครับ"



(อ่าา เรื่องนั้นก็พอจะได้อยู่หรอก แต่คงให้หยุดนานไม่ได้นะ อย่างมากก็ 2-3 วัน)



"ขอบคุณมากครับครู งั้นผมขอตัววางสายก่อนนะครับ"



(โอเคๆ)




ผมรีบกดวางสายและส่งโทรศัพท์คืนให้แทยงฮยอง และรีบเดินตรงมายังห้องนอน ในใจร้อนรนเป็นห่วงยองมีที่นอนซมอยู่บนเตียงจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว



ผมเปิดประตูและปิดมันให้เบาที่สุดเพราะไม่อยากรบกวนร่างบาง สายตาของผมเหลือบไปมองยองมีที่เตียง แต่กลับพบบุคคลที่สาม ที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าลงไปใกล้ยองมีเรื่อยๆ



"ทำอะไรหน่ะ" และดูเหมือนเสียงของผมจะทำให้ร่างหนาของมาร์คตกใจอยู่ไม่น้อย มาร์คเงยหน้าและหันมามองผมอย่างสงสัย



"ฮยองมาทำอะไร" เสียงพูดและแววตาที่แสนเย็นชา ทำให้ผมเดาได้ไม่ยากนักว่าคนเป็นน้องกำลังไม่พอใจอยู่ไม่มากก็น้อย



"แล้วนายหล่ะเข้ามาทำไม แล้วเมื่อกี้จะทำอะไร?" ผมพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างกัน มองหน้าน้องรักตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ



"ผมแค่มาดูอาการยองมี เมื่อกี้ผมก็แค่...จะปัดผมที่มันปลกหน้ายองมีออกก็แค่นั้น" มาร์คยักไหล่ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไปจากห้อง แต่ก่อนที่มาร์คจะได้ออกไปผมก็เดินขยับเข้าใกล้มาร์คและกระซิบที่ข้างหูของคนเด้กกว่า



"อย่าลืม ว่านายเป็น 'เพื่อน' ของยองมี" ผมจงใจเน้นคำว่าเพื่อนให้มาร์คได้ยินอย่างชัดเจน และมาร์คเองก็ดูเหมือนจะรู้ว่าผมต้องการจะสื่ออะไร เจ้าตัวจึงระบายยิ้มมุมปากออกมา ตาคมของมาร์คจ้องผมและเอื้อมใบหน้าของตัวเองมาหยุดอยู่ตรงข้างหูของผม



"งั้นฮยองก็อย่าลืมเหมือนกันนะครับ ว่าเป็นแค่ 'พี่ชาย' " เมื่อได้ยินในสิ่งที่มาร์คพูดผมก็เผลอกำมือของตัวเองอย่างอดกลั้น แล้วท่องในใจไว้ว่านั้นคือน้องที่ต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน ผมหันไปมองร่างของมาร์คที่เดินออกจากห้องไปแล้ว




ผมคิดในใจว่า เรื่องนี้เองต้องเป็นปัญหาเข้าสักวันและยองมีเองถ้าเกิดรู้ขึ้นมาก็คงจะไม่สบายใจแน่นอน แต่จะให้ผมทำยังไงหล่ะ ตัดใจจากเธอหรอ หึ! ไม่มีทาง บทสรุปของเรื่องนี้ต้องมีคนที่ต้องเจ็บอย่างไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลย




เป็นพี่ได้มั้ย?...มี...







END TEN PART




































  





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #562 p_n_~~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 21:59
    รักเตนล์รักมากกกกกกกกก
    #562
    0
  2. #193 joyyyysz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 02:00
    เขิน มีคนแย่งกัน555555555-///-
    #193
    0
  3. #181 toysmile (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 09:45
    ชิตพลของหนู ตอนแรกคิดว่าจะเป็นพี่ชายแสนดี ดีแบบเสียสละอ่ะ พอมาโหมดนี่แบบ อยากได้มากกก อยากได้หนักกว่าเดิมมาก ฮอลลล ชิตพลโซฮอต แต่ยองมีฮอตกว่า555555555 พี่เตนแบบ บทฟาดฟันอารมนี่ฮืออ ความแฟนนี้;_; ถ้าหึงกว่านี้นี่เป็นไง?
    #181
    0
  4. #180 Pabomadonna (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 00:18
    เจาเจาเจาชิตพลนี่แอบอยากได้จอห์นนี่ด้วย 555555
    #180
    0
  5. #178 dreamyoumsk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 10:01
    โอ้ย เป็นได้ค่ะพี่เตนล์ของน้อง พี่จะเป็นของหนูเสมอและตลอดกาล / หืม?5555555555555555
    #178
    0
  6. #177 Oonging_1726 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 09:59
    ชิตพลลลลลลลลลลลลลลล อร้ายยยย
    #177
    0
  7. #175 littlebird and exo-l (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 08:21
    ไม่เป็นไรนะพี่ชิตพล ถ้ายองมีเลือกคนอื่น เราจะเลือกพี่เอง กลับมานอนกอดเราที่บ้านม่ะ 55555555555555 //อย่าปาเกิบมานะที่บ้านมีเยอะแล้ว 555 เอาใจช่วยนะไรท์ สู้ๆเด้ออออ
    #175
    1
  8. #174 Night - Time (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 08:02
    ชิตพลถ้ายองมีไม่รักแวะมาหาเราที่บ้านได้นะ55555//หลบเกิบย มาต่อนะค้าา
    #174
    0
  9. #172 dow98705 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 02:43
    รักชิตพลจะเอาๆ555????????
    #172
    0
  10. #171 pangko_sj (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 01:06
    พี่น้องเริ่มฟาดฟันอารมณ์ ไรท์มาต่อไวๆนะจะรอ~~~
    #171
    0
  11. #169 Sweetest[baby]~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 23:16
    ฮือออออ ไรท์ค้างอ้ะ ต่อด่วนๆเหมือนติดเทอร์โบ(?)เลย
    #169
    0
  12. #166 PtNKjH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 09:39
    กรี๊ดดดดเขินหนักมาก >< มาร์คน่ารักอะไรเบอร์นี้
    #166
    0
  13. #165 dow98705 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 02:11
    เขินหนักมาก
    #165
    0
  14. #163 dreamyoumsk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 23:21
    กรี๊ดดด มาร์คลี น่ารักอะไรของเอ็งห้ะะะ
    #163
    0
  15. #162 toysmile (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 23:18
    อิพวกบ้า!!!5555555 หมั่นไส้เเทอิล5555555555555 เขินตาย โง้ยยยย ผช 13 คน! อื้อหือ.. โชคดีนะจ้ะยองมี555555555 พี่ชิตพลมีความเท่ มาร์คด้วย เขินสุด555555555
    #162
    0
  16. #161 Sweetest[baby]~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 23:04
    แทอิลเอามือปิดตาตัวเองและจีซอง เดี๋ยวๆ นี่มีสติแล้วหรอคะ//โดนแทอิลตบ อ้ากกกกก เขิลแทนยองมีล้ะ-///-
    #161
    0
  17. #160 Oonging_1726 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 22:53
    ชิตพลลล โง้ยยยยยยย เขินนน
    #160
    0
  18. #159 rimmeyexol2545 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 22:42
    อ้ากกกก ทำไมเขิลแทนล่ะ รักมาร์คมากๆ555
    #159
    0
  19. #158 littlebird and exo-l (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 22:36
    ชอบอ่ะะะ เราอยากได้ชิตพลจริงๆนะ 5555555 อ้อมกอดของพี่ช่างอบอุ่น -///- มโนหนักเลย ใครก็ได้ปลุกที 5555
    #158
    0
  20. #155 Pabomadonna (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 22:15
    อยากได้ชิตพลมากโลยยยมีความเท่งื้ออออ
    #155
    0
  21. #152 NICE_NI_NIC (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 23:52
    ค้างง่าาาา มาต่อเลย ไม่มาตามฆ่าไรท์นะ 55555 หยอกๆ
    รอติดตามอยู่นะ 5555
    #152
    0
  22. #151 mickyfahh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 23:41
    รีบมาต่อออออออ
    #151
    0
  23. #150 jirananpalm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 23:03
    ค้างงงงง
    #150
    0
  24. #148 A'aom Sirirat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 21:13
    อะไรจะเกิดต่อไปนั
    #148
    0
  25. #146 Muk-suttida (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 20:41
    เกิดไรขึ้น!!! รีบมาต่อน้าาไรท์ นางเอกจะความจำเสื่อมไหม หรือ%-@+@?!-#82+%;@9#/@8@8/฿-@89@1฿8#+2 อินไปๆ5555
    #146
    0