[NCT X YOU] Oh my girl ทำไงดีผมรักเธอ

ตอนที่ 14 : CHAPTER 7 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 ก.ค. 59



















YOUNGMEE PART






"มาร์คคึ ตื่นได้แล้ววววว" เช้าวันต่อมาฉันตื่นขึ้นและพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของมาร์ค กว่าจะยกแขนหนักของนายนั้นออกไปจากเอวได้ทำเอาเหงื่อไหลไปเป็นลิตรจริงๆ ก็ฉันกลัวจะทำให้มาร์คตื่นหน่ะค่ะรายนี้ถ้าโดนทำให้ตื่นทั้งๆที่ไม่อยากตื่นก็จะงอแงเป็นเด็กๆ และถ้าเป็นแบบนั้นก็คงต้องเสียเวลามานั่งง้องอนกันอีก และหลังจากฉันอาบน้ำแต่งตัวพร้อมที่จะไปซ้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็พบว่าเจ้าชายนิทรานั้นยังไม่ตื่นขึ้นมาเสียที จึงทำการเดินเข้ามาปลุกเพราะกลัวว่ามาร์คจะมีงานตอนเช้า




"งื้ออ มีอย่าเพิ่งปลุก" อย่างที่เห็น อาการงอแงเป็นเด็กๆของตานี้เริ่มปรากฏให้เห็น อีกทั้งยังดึงหมอนขึ้นมาปิดหูตัวเองอีกต่างหาก 




"ถ้าไม่ตื่นงั้นฉันไปแล้วนะ จะมาโวยวายทีหลังไม่ได้นะ" ฉันพูดขึ้นเสียงดังๆ และมั่นใจว่าคนตัวใหญ่ที่นอนอยู่บนเตียงจะต้องได้ยินมันแน่ๆ เพราะหลังจากจบประโยคและเป็นเวลาที่ขาทั้งสองข้างของฉันกำลังจะก้าวเดินออกห่างจากเตียง ก็มีแรงฉุดเบาๆที่ข้อมือของฉันซึ่งการกระทำนั้นของมาร์คทำให้ฉันเซลงไปนั่งบนตักแกร่งนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้



"ทำอะไรห่ะมาร์ค ปล่อยเลย แล้วรีบไปอาบน้ำได้แล้ว" ฉันตีมือปลาหมึกของมาร์คที่กอดเอวฉันไว้แน่น รู้สึกหมั่นไส้แฟนหนุ่มของตัวเองที่ไม่ว่าจะตอนไหนก็ชอบแกล้งกันเสมอ




"ไม่ปล่อย เธอทำฉันตื่นเธอต้องโดนลงโทษ" มาร์คทำท่าจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน เห็นดังนั้นฉันจึงถดคอหนีแล้วใช่มือเล็กดันหน้าของมาร์คเอาไว้




"ไม่ต้องมาทำหื่นเลยนะมาร์ค ปล่อยได้แล้วเดี๋ยวฉันไปซ้อมสาย" มาร์คจิ๊ปากอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ





"วันนี้เธอไม่ไปเรียนหรอ"




"ก็ในตารางซ้อมบอกว่าวันนี้ฉันไม่มีเรียนนี้ มีแต่ให้ซ้อมตั้งแต่ 11 โมงถึง 3 ทุ่ม" ฉันที่หลุดจากพันธนาการของมาร์คได้ ก็เดินมาหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเอง และหยิบผ้าพันคอของพี่เตนล์ใส่กระเป๋าไป เผื่อว่าเจอพี่เตนล์ในตึกก็จะได้คืนให้หลังจากที่มันอยู่กับฉันมานานพอสมควรแล้ว





"แล้ววันนี้นายไม่มีงานหรอ?" ฉันหันไปถามมาร์คที่ยังคงนั่งงวยเงียอยู่บนเตียง




"มีแค่ถ่ายนิตยสารตอนบ่ายโมง แล้วก็ต้องกลับมาซ้อมต่อถึงห้าทุ่ม" ฉันพยักหน้าตอบมาร์คไปก่อนจะสะพายเป้ขึ้นบนไหล่



"งั้นฉันไปซ้อมก่อนนะ ฉันทำอาหารเช้าไว้ให้วางอยู่บนโต๊ะนะ ถ้าออกจากห้องอย่าลืมล็อคให้ด้วยหล่ะ" ฉันพูดขึ้นรัวๆแล้วเดินมาใส่รองเท้า แต่ก็เอะใจที่มาร์คไม่พูดอะไรตอบกลับมา ฉันจึงหันไปมองเจ้าของร่างสูงที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้างหลังของฉันแล้วทำหน้าจ๋อยๆใส่กัน ฉันที่ไม่รู้ว่ามาร์คเดินตามตัวเองออกมาจากห้องเมื่อไหร่ก็เกิดตกใจเล็กน้อย จนสุดท้ายก็ต้องหัวเราะออกมาเพราะมาร์คที่ยืนทำหน้าเหมือนเด็กน้อยถูกทิ้ง ฉันเดินเข้าไปหามาร์คและส่งมือของตัวเองไปโน้มคอหนาให้ลดต่ำลงมาและกดจูบเบาๆที่หน้าผากมนใสของมาร์ค




"อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก ไม่ได้หายไปไหนไกลสักหน่อย"




"แต่ฉันยังไม่หายคิดถึงเธอเลยนะมี อย่าเพิ่งไปไม่ได้หรอ" มาร์คกุมมือฉันไว้และส่งแววตาอ้อนวอนมาให้ 




"ฉันเองก็อยากอยู่กับนายมาร์ค ฉันคิดถึงนายใจจะขาด กว่าเราจะได้เจอกันมันช่างยาวนานเหลือเกินสำหรับฉัน แต่เราสองคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ นายก็มีหน้าที่ของนาย ฉันก็มีหน้าที่ของฉัน เพราะฉะนั้นเราละเลยหน้าที่ของตัวเองไม่ได้ รอให้เราสองคนมีเวลาที่ตรงกันก่อน ฉันสัญญาว่าจะอยู่กับนายให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้"




"สัญญานะ"




"อื้อ สัญญา ^^" มาร์คก้มหน้าลงประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับฉัน ก่อนจะผละออกแล้วยิ้มออกมา ฉันเขย่งปลายเท้าจนเกือบสุดแล้วยกมือขึ้นลูบผมมาร์คอย่างเอ็นดู 





แฟนใครน่ารักจัง

















ณ ห้องซ้อม




"มีอันยอง" ฉันก้าวเข้ามาในห้องได้ไม่นาน เสียงทุ้มของวินวินอ้ปป้าก็ดังขึ้นทักทายอย่างเป็นกันเอง 




"มาเช้าจังเลยนะอ้ปป้า คนจีนตื่นเร็วแบบนี้ทุกคนหรือป่าวค่ะ" ฉันยิ้มก่อนจะพูดติดตลก แล้วหันไปมองคุนอ้ปป้าที่นั่งอ้าจังก้าอยู่บนพื้นห้องซ้อมอย่างน่ารัก




"ปั๊ก!"



"แอ๊กก!" ฉันแทบจะล้มหน้าทิ่มลงกับพื้น เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกอันมหาศาลที่ปะทะเข้าที่หลังของฉันอย่างจัง ตาของฉันปิดแน่นเพื่อรอรับความเจ็บปวดที่กำลังจะตามมาหลังจากนี้




เอ๊ะ? ทำไมไม่เจ็บ




"เป็นอะไรมั้ยครับนูน่า" ฉันลืมตาขึ้นมาแทบจะในทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นข้างๆหู




"จะ เจโน่" ฉันมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเจโน่ในระยะประชิด อ้าาาเจโน่นายจะหล่อเกินไปแล้วนะ สงสารใจนูน่าบ้างสิ อย่าทำให้นูน่ารู้สึกผิดกับมาร์คจะได้มั้ย ไอ้เด็กหล่ออ ไอ้เด็กไม่มีมณฑิล!!






ฉันผละออกจากเจโน่อย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าถ้าอยู่ใกล้ไอ้เด็กรูปหล่อเจโน่นานกว่านี้ ฉันจะควบคุมใจตัวเองไว้ไม่อยู่ เจโน่ดูจะงงเล็กน้อยกับท่าทีของฉัน แต่ก็ยังไม่วายยิ้มจนตาหยีในแบบฉบับของเจโน่ ไออิกู~ เจโน่ อย่ายิ้มแบบนั้นสิ นูน่าจะละลายแล้วว




"ขอบใจนะเจโน่ที่รับนูน่าไว้"





"ยินดีเสมอครับนูน่าของผม" จบ! หมดกัน! โอ้ยยเปลี่ยนแฟนทันมั้ย >< ไม่ได้นะยัยมีแกจะต้องไม่เผลอใจ ฮึ้บๆๆ ท่องไว้ มาร์คแฟนมี มาร์คแฟนมี






"อะแฮ่มม เมื่อกี้ใครชนมี สารภาพมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ฉันทำเป็นกระแอ่มกระไอแล้วเปลี่ยนเรื่องไปอย่างเนียนๆ ก่อนจะหันไปข้างหลังของตัวเองแล้วเจอเข้ากับใบหน้าเจือนๆของยูตะอ้ปป้า





"ยู-ตะ-อ้ป-ป้า!!"





"เก๋าก๋อโต๊ดดดด จ๊ากกก!! อย่าทำเก๋าาาาา"














ฉันนั่งลงกับพื้นอย่างเหนื่อยหน่ายกับการที่ต้องวิ่งไล่เตะยูตะอ้ปป้า คนบ้าอะไรวิ่งเร็วชะมัด คิดว่าเตะบอลเก่งแล้วจะหนีรอดหรอออ...เออรอด  




"มี!!!" ฉันหันไปตามเสียงเรียก และพบเข้ากับแทยงอ้ปป้าที่ยืนหอบอยู่หน้าประตูห้องซ้อม สีหน้าของอ้ปป้าดูเป็นกังวลมาก นั้นทำให้ฉันเริ่มตะหงิดใจกับการมาอย่างไม่ปี่มีขลุ่ยของรุ่นพี่หนุ่มวง NCT U




"มีอะไรหรอค่ะอ้ปป้า?" ฉันลุกขึ้นและเดินไปหาแทยงอ้ปป้าอย่างสงสัย





"มีตั้งใจฟังอ้ปป้าให้ดีนะ ตอนนี้มีกำลังตกเป็นข่าวใหญ่"





"ค่ะ?" ฉันเริ่มใช้สมองประมวลผลคำพูดของแทยงอ้ปป้า เรื่องอะไรกัน ข่าว? ข่าวอะไร? และเหมือนแทยงอ้ปป้าจะอ่านสีหน้าของฉันออก มือหนาจึงยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของตัวเองมาให้ฉัน ก่อนฉันจะรับมันมาแล้วดูที่หน้าจออย่างตั้งใจ






มักเน่หนุ่มน้อยแห่งวงเอ็นซีทียู สวีตหวานกับสาวปริศนากลางเมียงดง!





    เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ทางค่ายเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทรนเมนต์ ได้ทำการเปิดตัวบอยแบนด์หน้าใหม่ไฟแรงอย่างวง NCT U ขึ้นมา กระแสตอบรับจากแฟนๆชาวเคป๊อปนั้นดีเกินคาด แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีแฟนคลับตาดีเห็นมักเน่หนุ่มของวงอย่าง มาร์ค ลี เดินควงสาวสวยปริศนากลางเมืองเมียงดงอย่างไม่แคร์สายตา! แถมยังสวีตหวานกันจนเหมือนว่าโลกนี้มีเพียงสองเรา ทั้งนี้ทั้งนั้นแฟนคลับและชาวเน็ตเองได้ตั้งข้อสงสัยว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นเด็กเทรนในค่ายต้นสังกัดเดียวกันกับมาร์ค ลี  และกำลังสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับหญิงสาวคนนี้อยู่ เรื่องจะเป็นอย่างไร แฟนคลับของหนุ่มมาร์คจะอกหักดังเป๊าะ! หรือร้องเย้ดังลั่น แบบไหนยังไงต้องติดตาม





*รูปภาพ*






คอมเม้นต์




KaKa_O : กรี๊ดดมาร์คคึของช้านนน ไม่นะนังนี้เป็นใครรร ฉันไม่ย๊อมมมม




MIYABI : อ่อมม่อ!! นางเป็นใครรร




Papika : เอ๋? มองในรูปเหมือนรุ่นพี่ ยองมีเลย ใช่หรือป่าวนะ




DIDI : นั้น!!! ยองมี ห้อง a ป่ะแก!!!  Mamio




Mamio : เห้ยยย ฉันว่าใช่ๆๆๆๆๆ




NANA : หูยยยมองแค่ข้างๆยังสวยเลยอ่าาา 




EEDo : มาร์ครักใครเรารักด้วยย








ฉันไล่อ่านเนื้อหาของกระทู้ข่าวและคอมเม้นต์ของแฟนคลับ รูปที่ทางกระทู้เอามาลงเป็นรูปเมื่อ 1 เดือนก่อน ตอนนั้นเราสองคนไปหาอะไรกินด้วยกันที่เมียงดงจริง แต่นั้นมันก็ก่อนที่มาร์คจะเดบิวต์นี่ ทำไมอยู่ๆเรื่องถึงแดงขึ้นมาได้หล่ะ





"เรื่องจริงหรอมี?" แทยงอ้ปป้าพูดขึ้นมาแล้วส่งมือทั้งสองข้างมาจับเข้าที่ไหล่ของฉันเอาไว้






ฉันควรทำยังไงดี!







"คะ คือ มี..." ฉันลังเลในใจอย่างหน้าอึดอัด ไม่อยากแม้แต่จะโกหกอ้ปป้าและทุกคน แต่ถ้าบอกความจริงไปมันจะส่งผลเสียหลายข้อต่อพวกเราทุกคน มาร์ค ฉันควรทำยังไง





"รุกกี้ โด ยองมี ท่านประธานเรียกพบ" ฉันเหลือบมองไปทางด้านหลังของแทยงอ้ปป้า ที่ปรากฏร่างเรขาคนสนิทของท่านประธาน เสียงเข้มที่กดต่ำทำให้เรขาคนนี้ช่างดูน่ากลัวอย่างน่าตกใจ





"จะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ" ร่างของคุณเรขาเดินนำออกไปก่อน ส่วนฉันนั้นก่อนที่จะเดินออกไป ก็ไม่ลืมที่จะหันมามองใบหน้าคมของแทยงอ้ปป้าอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าของอ้ปป้าดูเรียบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ไม่เพียงแต่แทยงอ้ปป้าแต่รุกกี้คนอื่นในห้องต่างก็มองหน้าฉันอย่างค่องใจ สีหน้าและแววตาของทุกคนเป็นไปในแบบที่ฉันไม่เคยพบเห็น มันเต็มไปด้วย...ความมืดมน...



















ห้องประธาน






"พามาแล้วครับท่าน" ฉันเดินเข้ามาในห้องของท่านประธานพร้อมกับคุณเรขา ตรงหน้าของฉันคือร่างหนาของท่านประธานของค่ายเรา ที่นั่งหน้านิ่งไม่มีอาการใดๆแสดงออกพาเพียงแต่พยักหน้ารับเป็นเชิงอนุญาตให้เข้ามา





"นาย ออกไปก่อน" ร่างของคุณเรขาออกไปจากห้องตามคำสั่งของท่านประธาน จึงทำให้ภายในห้องนี้มีฉันและท่านประธานเพียงสองคน





"คงรู้ใช่มั้ยว่าทำไมฉันถึงเรียกเธอมา"





"ทะ ทราบค่ะ"






"งั้นฉันจะไม่อ้อมค้อม ผู้หญิงในรูปนี้คือเธอหรือป่าว" ท่านประธานพูดขึ้นและหยิบรูปเจ้าปัญหาออกมาและจ้องหน้าฉันอย่างต้องการคำตอบ 





"ค่ะ คือหนูเองค่ะ" ฉันก้มหน้าหลบสายตาของชายวัยกลางคนตรงหน้า ภายในใจกระวนกระวายจนยากที่จะวางตัวได้ถูก กลัวเหลือว่าถ้าเกิดทุกคนรู้ความจริงเรื่องฉันกับมาร์ค ทุกอย่างที่เราพยายามมาทั้งหมดมันจะศูนย์เปล่า





"เธอกับมาร์ค ลี คบกันหรือป่าว" และคำถามที่ฉันไม่อยากได้ยินท่านประธานเอ่ยมา ก็หลุดออกมาในที่สุด ฉันชะงักค้างไปชั่วขณะหนึ่ง พยายามคิดหาคำตอบว่าควรที่จะตอบไปแบบไหนเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับตัวมาร์คเอง





"ระ เราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันค่ะ นะ ในรูปเป็นวันที่หนูกับมาร์คไปหาอะไรกินด้วยกันหลังจากเลิกซ้อมค่ะ"






"..."





"ระหว่างเราสองคน...ไม่มีอะไรมากกว่าคำว่าเพื่อนค่ะ..."
















     ฉันออกมาจากห้องของประธานด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวที่สุด ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองต้องพูดโกหกแบบนั้นออกไป แต่ทำยังไงได้หล่ะ ถ้าการที่ฉันโกหกแบบนั้นมันจะรักษาอนาคตของมาร์คเอาไว้ได้ ฉันก็ควรที่จะทำมันไม่ใช่หรอ





"มี" ฉันเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงทุ้มที่เรียกชื่อฉัน แทยงอ้ปป้ายืนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกลจากเท่าไหร่ ในตาฉายแววที่ดูหม่นหมอง ใบหน้าของแทยงอ้ปป้าช่างดูเย็นชาแตกต่างจากทุกวัน




"อ้ปป้า...ตอนบ่ายมีถ่ายนิตยสารไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึงยังอยู่ในตึกอีกหล่ะค่ะ" ฉันพยายามพูดสิ่งที่จะทำให้คนตรงหน้าไม่พาฉันโยงเข้าเรื่องระหว่างฉันและมาร์ค 




"งานถูกเลื่อนเวลาหน่ะจะเริ่มถ่ายตอนบ่ายสอง ตอนนี้เลยพอมีเวลาว่างมากพอที่จะมาถามทุกอย่างจากเธอ" หัวใจฉันกระตุกวูบเมื่อแทยงอ้ปป้าบอกจุดมุ่งหมายของตัวเองที่ต้องการจะทำ และนั้นทำให้ฉันรู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้อง ความอึดอัดเข้าเล่นงานฉันอย่างจังในหัวของฉันตอนนี้มันอื้อไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะเล่าทุกอย่างให้คนตรงหน้าฟังดีมั้ย




"เอ่อ..."




"เล่าให้ฉันฟังเถอะยองมี อย่างน้อยถ้ามันเป็นอย่างที่ฉันคิด ฉันจะได้ทำใจยอมรับมันซะ" แทยงอ้ปป้าเอ่ยออกมาอย่างอ้อนวอน ฉันที่อึดอัดเสียจนทำอะไรไม่ถูก ก็ได้แต่ยืนก้มหน้า ลำบากใจเหลือเกินที่จะพูดทุกอย่างออกไป โกรธตัวเองที่ไม่เคยพูดความจริงให้ทุกคนฟัง




"ค่ะ มีจะเล่าให้อ้ปป้าและทุกคนฟัง" ฉันตัดสินใจที่จะเล่าทุกอย่างให้ทุกคนได้ฟัง จึงโพร่งออกไปแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงตรงหน้า




"อ้ปป้าช่วยตาม NCT U ทุกคนมาที่ห้องซ้อมเต้นได้หรือป่าวค่ะ" แทยงอ้ปป้าพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปเพื่อเรียกเมมเบอร์ที่เหลือตามคำขอของฉัน ฉันจึงเดินกลับมายังห้องซ้อมที่ถ้าเป็นปกติแล้วจะมีเสียงหัวเราะและเสียงเอะอะโวยวายออกมานอกห้อง แต่ตอนนี้มันกลับเงียบฉี่จนน่ากลัว ราวกับว่าในห้องซ้อมนั้นถูกปิดตาย ฉันเอื้อมมือไปเปิดประตูออก แล้วก้าวเข้าไปข้างในห้องที่มีแต่รังสีหน้าอึดอัด ฉันสบตาเข้ากับทุกคนที่นั่งรวมตัวกันอยู่กลางห้อง ในตอนแรกฉันชั่งใจอยู่ว่าจะแยกไปนั่งที่โซฟาตรงมุมห้องดีมั้ย แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะไหนๆก็จะเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟังแล้ว จะมัวมานั่งกลัวอะไรอยู่อีกหล่ะ




"เล่ามามี เรื่องมันเป็นยังไง" เป็นฮันซลอ้ปป้าที่พูดขึ้นมาคนแรก ฉันนั่งลงที่ข้างแจมินแล้วเอ่ยปากพูดออกมา




"มีจะเล่าให้ทุกคนฟังค่ะ แต่รอให้คนที่เหลือมากันก่อน มีสัญญาว่าจะเล่าทุกอย่างให้หมด" ทุกคนจ้องมองฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มีเพียงวินวินอ้ปป้าและคุนอ้ปป้าเท่านั้นที่ยิ้มส่งมาให้ฉันเมื่อเป็นจังหวะที่สายตาของเราทั้งสามสบกัน ไม่รู้ว่าพวกเค้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มั้ย แต่ถ้าเกิดว่าไม่รู้มันก็ดีฉันจะได้ไม่ต้องอึดอัดไปมากกว่านี้เพราะถ้าสองคนนี้ทำสีหน้าเย็นชาใส่ฉันเหมือนกับทุกคน ฉันคงจะอกแตกตายแน่ๆ



"แอ๊ด"




เสียงประตูห้องซ้อมดังขึ้น บ่งบอกให้รู้ถึงการมาของคนที่เราทุกคนรอ แต่กลุ่มคนตรงหน้าไม่ปรากฏร่างของหนุ่มแคนาดาที่ตกเป็นหัวข้อข่าวร่วมกับฉัน เอ็นซีทียูทุกคนยกเว้นมาร์คเดินเข้ามารวมตัวกับพวกเราอย่างไม่รีบร้อน และนั้นหมายถึงเวลาแห่งความจริงได้มาถึงแล้ว ฉันคงต้องเล่าให้ทุกคนฟังแล้วสินะ




"งั้นมีจะเริ่มเล่าแล้วนะค่ะ" ฉันพูดขึ้นเมื่อเอ็นซีทียูได้เข้ามานั่งรวมกับพวกเราแล้ว


.


.


.


.


.


.


.


.



"ก็...ประมาณนี้แหล่ะ" ฉันเล่าทุกอย่างจนละเอียด ทุกคนตั้งใจฟังฉันเล่า ไม่มีใครเอ่ยคำพูดหรือคำถามออกมาแม้แต่คำเดียว กว่าจะเล่าจบก็ใช้เวลาพอสมควร แต่ที่หน้าอึดอัดใจมากกว่านั้นคือ ถึงแม้จะสิ้นเสียงของฉันไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา แถมยังนั่งจ้องหน้าฉันอย่างยากที่จะคาดเดาอารมณ์และความรู้สึก




"ทุกคน...ช่วยพูดอะไรหน่อยได้มั้ย" สุดท้ายฉันก็ทนความอึดอัดไม่ไหว ต้องพูดขึ้นมาเพื่อหวังให้ทุกคนเลิกเงียบใส่ฉันเสียที




"..."




"โกรธหรอที่ไม่ได้บอกแต่แรก" ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดเศร้า ไม่คิดเหมือนกันว่าทุกคนจะโกรธ ได้แต่ฟุ้งซ่านในใจว่าที่ทุกคนเป็นอยู่ตอนนี้คืออะไร




"ฉันคิดว่าทุกคนคงไม่ได้โกรธเธอหรอกมี แค่จุก...จนพูดอะไรไม่ออกมากกว่า" เสียงที่ฉันคุ้นเคยดีดังขึ้น สร้างความแปลกใจให้ฉันและทุกคนไม่น้อย ไม่คิดว่ามาร์คจะมาปรากฏตัวอย่างฉับพลันแบบนี้





"มาร์ค...ที่พูดหมายความว่าไง" มาร์คเดินมายืนข้างตัวฉันก่อนจะส่งมือมาเพื่อให้ฉันได้จับและหยัดยืนขึ้น ฉันจับมืออุ่นของมาร์คแล้วยันตัวลุกขึ้นมาจ้องใบหน้าหล่อคมของมาร์คอย่างสงสัยและต้องการคำตอบ




"ความจริงอีกเรื่องที่เธอควรรู้ ก็คือ..."




"หยุดสะมาร์ค นายไม่มีสิทธิพูดอะไรทั้งนั้น" เสียงของแจฮยอนอ้ปป้าดังขึ้นขัดก่อนที่มาร์คจะพูดได้จบประโยค




"ทำไมผมจะไม่มีสิทธิหล่ะฮยอง ผมเป็นแฟนมี! ผมมีสิทธิที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอรักผมแค่คนเดียว" สิ้นประโยคของมาร์คแจฮยอนอ้ปป้าก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะบึ่งเท้ามาหามาร์คและกระชากคอเสื้อของมาร์คอย่างแรง



"นายมันเห็นแก่ตัวมาร์ค นายก็รู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไงกับมี! แต่นายก็ยังเลือกที่จะทำ เลือกที่จะทำให้คนที่เหลือเจ็บปวด!!" ฉันได้แต่ยืนฟังในสิ่งที่แจฮยอนอ้ปป้าพูด เริ่มจะประมวลทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้าที่ แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่รู้เลยว่าอ้ปป้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร




"ผมมีสิทธิ!! เพราะมีก็รักผมเหมือนกัน ในเมื่อเราสองคนรักกันทำไมเราจะคบกันไม่ได้!! ที่ฮยองโมโหคงเป็นเพราะฮยองไม่ใช่คนที่มีรักมากกว่า ฮยองเองก็เห็นแก่ตัวไม่ต่างจากผมหรอก!!"





"ผัวะ!!" หมัดหนักของแจฮยอนอ้ปป้าปล่อยเข้าไปที่ใบหน้าของมาร์คอย่างแรงทันทีที่มาร์คพูดจบ ส่งผลให้ร่างของมาร์คเซไปข้างหลังเพียงเล็กน้อย มาร์คใช้หลังมือของตัวเองแตะที่มุมปาก สีหน้าที่เดือดดาลของเค้าทำให้ฉันเริ่มที่จะใจคอไม่ดี ไม่ทันที่ฉันจะได้คิดอะไรต่อหมัดของมาร์คก็สวนกลับไปที่ใบหน้าของแจฮยอนอ้ปป้าอย่างแรงไม่แพ้กัน





"หยุดนะ! หยุดสิ" ฉันโผเข้าไปกอดเอวของมาร์คแล้วพยายามดึงให้ออกห่างจากร่างของแจฮยอนอ้ปป้า





"พวกนายหยุดสิว่ะ!!" จอห์นนี่อ้ปป้า แทยงอ้ปป้าและฮันซลอ้ปป้าที่เห็นท่าไม่ดีก็เริ่มที่จะเข้ามาช่วยแยกทั้งสองคนให้ออกจากกัน ซึ่งฉันคิดว่าพวกเค้าน่าจะมาตั้งแต่แรกแล้ว ปล่อยให้ผู้หญิงอย่างฉันแยกผู้ชายตัวใหญ่สองคนอยู่ได้ ดีจริงๆ




"พวกนายเลิกกัดกันเป็นหมาสักที!" แทยงอ้ปป้าตะโกนออกมาอย่างเหลืออดและมันได้ผล เพราะทั้งสองคนหยุดหมัดที่กำลังจะปล่อยไปปะทะหน้าของอีกฝ่ายอย่างได้สติ มาร์คหอบหายใจอย่างแรงก่อนจะลดมือลงอย่างขัดใจ ซึ่งแจฮยอนอ้ปป้าก็เช่นเดียวกัน




"นายคิดหรอว่าการที่มีรักนาย มันจะทำให้พวกนายได้สมหวังกัน!" แจฮยอนอ้ปป้าสะบัดแขนของจอห์นนี่อ้ปป้าออกแล้วเริ่มต้นพูดด้วยอารมณ์โทสะอีกครั้ง





"แล้วยังไงหล่ะฮยอง ในเมื่อตอนนี้ผมกับมีเราก็เป็นแฟนกันอยู่!!" 





"หึ! นายโง่หรอมาร์ค มีถูกท่านประธานเรียกไปคุยเรื่องนี้เมื่อเช้า แล้วนายก็ลองเดาดูสิว่ามีจะพูดว่าอะไรเพื่อปกป้องนาย" มาร์คหันหน้ามามองฉัน มือหนาของมาร์คจับเข้าที่ไหล่ของฉันทั้งสองข้าง ฉันเองไม่ละสายตาไปจากมาร์คพยายามข่มกลั้นความอึดอัดของตัวเองไว้ไม่ให้มันแสดงออกมาทางสีหน้า





"เธอ...บอกกับท่านประธานไปว่ายังไงมี"





"ฉัน..."





"..."






"ฉันบอกไป...ว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน" คิ้วหนาของมาร์คชนเข้าหากันแทบจะทันทีที่ฉันพูดจบ มือหนาของมาร์คเพิ่มแรงบีบที่ไหล่ของฉันจนเจ็บไปหมด





"ทำไมเธอไม่บอกความจริงไปหล่ะมี! เธอจะปิดไว้ทำไม!" 





"นายไม่เข้าใจหรอมาร์คว่าทำไมมีต้องโกหกท่านประธานว่าเป็นแค่เพื่อนกันกับนาย เพราะมีต้องการที่จะปกป้องอนาคตของนายไงมาร์ค! คิดเอามาร์คว่าถ้าทุกคนรู้ว่านายสองคนคบกัน มันจะเกิดผลเสียอะไรกับนาย มี แล้วก็พวกฉันบ้าง! และคนที่โดนหนักสุดนั้นคือมี! นายเพิ่งจะเดบิวต์ได้ไม่นาน กำลังได้รับความสนใจจากแฟนคลับหลายๆประเทศ แล้วนายคิดว่าถ้าแฟนๆรู้ว่านายมีแฟน จะมีแฟนคลับสักกี่คนที่จะยอมรับที่นายมีแฟนได้ ถ้านายไม่แคร์ตัวนายเองอย่างน้อยๆก็แคร์คนที่จะโดนลูกหลงไปกับนายด้วยเถอะมาร์ค มีทำเพื่อปกป้องนาย แล้วนายหล่ะ เคยเข้าใจในสิ่งที่มีทำเพื่อนายบ้างมั้ย!" 




"..."





"นายยังไม่พร้อมที่จะรักใครเลยด้วยซ้ำมาร์ค ถ้านายดูแลเธอไม่ได้ ก็ปล่อยเธอไปสะ!" พี่เตนล์พูดขึ้นมาหลังจากเงียบไปนาน ฉันมองใบหน้าของมาร์คที่เต็มไปด้วยความสับสน หรือฉันควรที่จะหยุดความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคนไว้ตรงนี้ เผื่ออะไรๆมันจะง่ายขึ้น ถ้าทำแบบนั้นทุกคนก็คงจะไม่ลำบากใจแล้วรู้สึกอึกอัดไปมากกว่านี้สินะ ฉันรักนายมาร์ค แต่ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้ทุกคนเป็นทุกข์เลย 






ฉัน...ควรหยุดมันมั้ย?





"เหอะ! งั้นหรอ" มาร์คปล่อยมือออกจากฉันแล้วก้าวเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าพี่เตนล์ ทั้งสองคนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดยังไงก็ไม่รู้ ทั้งแจฮยอนอ้ปป้า มาร์ค พี่เตนล์ และทุกๆคนไม่เคยแม้แต่จะทะเลาะกันรุนแรงแบบนี้เลยสักครั้ง แทยงอ้ปป้าก็ไม่เคยตะคอกและโมโหขนาดนี้ ทั้งหมดของเรื่องมันคงเป็นเพราะคนอย่างฉันสินะ




"มาร์ค...พอเถอะ" ฉันดึงแขนของมาร์คให้กลับมายืนข้างตัวเอง ซึ่งมาร์คเองก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ฉันจึงใช้โอกาสนี้หันไปคุยกับพี่เตนล์ด้วยภาษาบ้านเกิด เพราะไม่อยากให้ใครรับรู้นอกจากเราสองคน




"พี่เตนล์ค่ะ คืนนี้ช่วยออกมาพบมีหน่อยได้มั้ย มีอยากจะถามอะไรสักหน่อย เพราะดูเหมือนตอนนี้มีจะยังไม่รู้เรื่องบางอย่างที่พวกพี่ปิดไว้"




"ถ้ามีอยากรู้พี่ก็จะบอก งั้นเจอกันที่สวนสาธารณะข้างหอตอน 5 ทุ่มนะ"




"ค่ะพี่เตนล์ ระหว่างนี้มีขอรบกวนพี่อะไรบางอย่างได้มั้ย"




"อะไรหรอ?"




"มีอยากขอให้พี่ช่วยทำตัวเหมือนเดิมทั้งกับมาร์คและกับมีได้มั้ยค่ะ" ฉันพูดขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแย่ที่ตีกันภายในใจของฉัน ยอมรับเลยจริงๆว่ารู้สึกปวดใจแปลกๆเวลาเห็นสีหน้าเย็นชาจากทุกคนที่ส่งมาให้ รอยยิ้มของทุกคนมันหายไปแบบไม่ทันที่ฉันจะได้ตั้งตัวเลยจริงๆ แต่ก็ไม่รู้สึกทรมานเท่าพี่คนสนิทอย่างพี่เตนล์ทำตัวต่างออกไปจากเดิมหรอก วันนี้พี่เตนล์ไม่ยิ้มให้ฉันเลยสักนิด รอยยิ้มแสนน่ารักขี้เล่นของพี่เตน์ที่ฉันเคยได้รับมันอย่างสม่ำเสมอ แต่วันนี้กลับไม่มีให้พบเห็นทั้งจากทุกคนและพี่เตนล์ ถ้าจะบอกว่าวันนี้เป็นวันที่แย่มากก็คงได้ 



"พี่...จะพยายามล่ะกันนะ" 




"ขอบคุณค่ะ" ฉันพูดเพียงเท่านั้นและหันมามองหน้ามาร์คก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ภาษาเกาหลีเหมือนเดิม 




"มาร์ค ฉันรู้ว่านายกังวลกับเรื่องนี้ไม่ต่างกับฉัน แต่ฉันอยากให้นายเลิกคิดมากแล้วกลับไปเป็นมาร์คที่สดใสของฉันคนเดิมได้มั้ย ฉันไม่อยากเห็นนายและทุกคนเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากรู้สึกผิดไปมากกว่านี้อีกแล้ว" ฉันจับใบหน้าของมาร์คอย่างนุ่มนวล ในตอนแรกดวงตาของมาร์คยังคงฉายแววโทสะอยู่ แต่เมื่อฉันเอื้อนเอ่ยประโยคนี้ออกมาแววตาคู่นั้นก็แปรเปลี่ยนไปเป็นแววตาที่อบอุ่นดั่งเดิม ฉันหันไปมองทุกคนที่ต่างก็เงียบมองการกระทำของฉันอย่างไม่ละสายตา




"ทุกคนก็ด้วย มีไม่อยากเห็นพวกเราต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องแบบนี้ มีไม่เข้าใจหรอกนะว่าเรื่องที่แจฮยอนอ้ปป้าพูดมันหมายถึงอะไร แต่ไม่ว่าทุกคนจะเป็นใครอยากให้รู้เอาไว้ว่าทุกคนสำคัญสำหรับมีมาก ถ้ามีใครหายไปเพียงคนเดียวมีคงจะเสียใจมากที่สุด เพราะฉะนั้นมีข้อร้องได้มั้ย กลับมาเป็นคนสำคัญของมีคนเดิมเถอะนะ กลับมารักกันเหมือนครอบครัวอีกครั้ง เล่น ยิ้มและหัวเราะด้วยกันเหมือนเดิม มีความสุขและให้กำลังใจกันและกันอย่างที่เคยทำ ช่วงเวลาเหล่านั้นมันเป็นช่วงที่ทุกคนมีความสุขมากไม่ใช่หรอ แล้วทำไมเราจะต้องมาเป็นแบบนี้กันด้วย แบบที่ทำให้ทุกคนอึดอัด เต็มไปด้วยความทุกข์ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มที่ส่งให้กัน อยากให้มันเป็นแบบนี้จริงๆหรอไม่รู้สึกแย่กันเลยหรอ....ได้โปรด กลับมาเป็นอย่างเดิมเถอะนะ"



ฉันพรั่งพรูทุกคำพูดที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมาจนหมด ไม่รู้ว่าคำตอบที่จะได้จากทุกคนต่อจากนี้จะเป็นอะไร แต่อย่างน้อยๆมันก็ดีที่ฉันพูดในสิ่งที่ฉันอยากจะพูดออกมาแล้ว




"เห้อออ เอาหล่ะทุกคน ในเมื่อนางเอกของเราพูดขนาดนี้แล้ว ก็กลับมาทำตัวแบบเดิมกันเถอะนะ ดูสิตัวเล็กของฉันจะร้องไห้อยู่ลอมล่ออยู่แล้ว" จอห์นนี่อ้ปป้าเป็นคนที่พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันร่าเริงก่อนจะเดินมากอดคอฉัน นั้นทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมาอย่างมาก 




"ก็ว่าจะงอนต่ออีกสักหน่อย แต่เห็นหน้านูน่าก็งอนต่อไม่ลงและ เลิกทำหน้าเหมือนเด็กขี้แยได้แล้วนะนูน่าเดี๋ยวไม่สวยน้าา" ดงฮยอกเดินมาสมทบอีกคนและให้นิ้วชี้ทั้งสองข้างของตัวเองดันมุมปากของฉันขึ้นเพื่อให้เกิดรอยยิ้มออกมา





"เห้ออ เอาเป็นว่าทุกอย่างก็เคลียร์แล้วนะ งั้นเราไปเตรียมตัวกันได้แล้ว แล้วพวกนายสองคนก็เตรียมหาข้อแก้ตัวเรื่องแผลที่หน้ากันด้วย เรื่องนี้คงต้องอธิบายกันอีกยาวเลยแหล่ะ" เสียงเข้มของแทยงอ้ปป้าเอ่ยขึ้นมาอย่างโล่งอกที่ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่วายหันกลับไปทำหน้าโหดใส่มาร์คและแจฮยอนอ้ปป้า ใช่ว่าทั้งสองคนจะกลัวแต่อย่างใด กลับสะบัดหน้าหนีอย่างดูรำคาญเสียมากกว่า ครั้นเสี้ยววินาทีหนึ่งดวงตาของฉันและแจฮยอนอ้ปป้าได้สบเข้าหากัน ดวงตาคู่สวยของอ้ปป้านั้นดูหม่นลงเมื่อสะท้อนภาพฉันในแก้วตา รู้สึกหน่วงๆแปลกๆกับอ้ปป้า อาจจะเป็นเพราะคำพูดกำกวมที่แจฮยอนอ้ปป้าพูดออกมา ทำให้รู้สึกอึดอัดน้อยๆเวลาที่มองหน้ากัน




"งั้นพวกฉันไปก่อนนะ ตั้งใจซ้อมหล่ะ" แทอิลอ้ปป้าพี่ใหญ่ของพวกเราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็นเหมือนเดิม เพราะไม่ว่าจะสถานการณ์แบบไหนอ้ปป้าคนนี้ก็จะใจเย็นเสมอ





NCT U ทุกคนออกไปแล้ว ไม่มีแม้แต่ประโยคเอ่ยลาจากมาร์ค และพี่เตนล์  รวมถึงแจฮยอนอ้ปป้าด้วย คงจะอีกสักพักสินะกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เห้ออ อึดอัดจัง





"นูน่า" ฉันหันไปตามเสียงเรียก ร่างของแจมินยืนอยู่ข้างหลังฉันพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ก่อนหน้านี้มันได้หายไปจากใบหน้าของเด็กหนุ่ม จะบอกว่าแจมินคือน้องที่ฉันสนิทด้วยมากที่สุด เพราะด้วยอายุที่ห่างกันไม่มากและนิสัยที่คล้ายๆกัน จึงทำให้เราเข้ากันได้ง่าย แจมินเองก็คงจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันในตอนนี้ เค้าถึงได้พยายามที่จะส่งรอยยิ้มมาให้ฉันอย่างจริงใจ เป็นเพราะฉันเคยบอกกับแจมินเอาไว้ ว่าชอบรอยยิ้มของเค้ามาก รอยยิ้มของแจมินมันเหมือนจะช่วยเยียวยาทุกความรู้สึกแย่ๆได้ดีมากๆ เวลามองรอยยิ้มนั้นทีไรพลันความเครียดหรือความทุกข์ก็ดูเหมือนจะหายไปในพริบตา



"ขอบใจนะแจมินนา" 




"ก็นูน่าเคยบอกนี้ครับ ว่าชอบเวลาที่ผมยิ้ม ในเมื่อนูน่าชอบต่อให้นูน่าบอกให้ผมยิ้มไปตลอดชีวิตเพื่อนูน่า ผมก็จะทำ"



ฉันยิ้มกว้างออกมากับคำพูดของแจมิน น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความจริงใจและความขี้เล่นของรุ่นน้องตรงหน้ามันดูมีเสน่ห์สะจนน่าแปลกใจ เผลอใจเต้นน้อยๆกับความน่ารักเสมอต้นเสมอปลายของแจมิน





"มี" สำเนียงเกาหลีที่ไม่แข็งแรงของวินวินอ้ปป้าดังขึ้น อ้ปป้าเดินมาหยุดอยู่ข้างๆแจมินแล้วเอื้อมมือมาคว้ามือฉันให้เดินตามตัวเองออกไปจากห้องซ้อม เสียงตะโกนจากคุนอ้ปป้า จอห์นนี่อ้ปป้าและยูตะอ้ปป้าดังไล่หลังมา แต่วินวินอ้ปป้าก็ยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น 





ฉันปล่อยให้วินวินอ้ปป้าลากตัวเองมาถึงชั้นดาดฟ้าของตัวตึก ทันทีที่ก้าวเข้ามาเหยียบชั้นนี้ ลมเย็นก็ปะทะเข้ากับผิวกายของฉันจนสะท้านไปหมด อดไม่ได้ที่จะยกแขนขึ้นมากอดตัวเองไว้ วินวินอ้ปป้าเห็นท่าทีของฉัน ก็ถอดเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ที่ตนใส่อยู่มาสวมทับให้ฉัน



"ขะ ขอบคุณค่ะ"




"ขอโทษที่พาออกมาโดยพลการนะ" วินวินอ้ปป้ารู้ว่าฉันนั้นพอจะฟังภาษจีนออกบ้างจึงเริ่มเปลี่ยนมาใช้ภาษาบ้านเกิดของตัวเองอย่างคล่องแคล่ว




"ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพาออกมามีอะไรหรือป่าวค่ะ" ฉันเองก็พูดออกไปเป็นภาษาจีนแบบแทม่งๆ ถึงจะเคยเรียนมาบ้างแต่ก็ไม่ได้เก่งถึงขนาดสำเนียงไวยากรณ์ถูกเป๊ะ แต่พอจะถูๆไถๆไปได้ วินวินอ้ปป้าเมื่อได้ยินสำเนียงภาษาจีนแปลกๆของฉันก็หลุดยิ้มออกมาอย่างขำขัน ฉันเลยตีไปที่ไหล่กว้างของเค้าอย่างแรงด้วยความเคือง ทีตัวเองพูดเกาหลีไม่ชัดฉันยังไม่เคยขำสักแอะ นิสัยไม่ดีเลยวินวินอ้ปป้า!




"แล้วตกลงมีอะไรหรอค่ะอ้ปป้า" คราวนี้ฉันเปลี่ยนมาใช้ภาษาเกาหลีอีกครั้ง เนื่องจากใช้ภาษาจีนได้ล่มจมมากเกินไป เลยตัดสินใจใช้ภาษาที่สองของตัวเองจะดีกว่า




"ฉันรู้เรื่องที่คุยกันในห้องก่อนหน้านี้นะ เธอกับคนคนนั้นคบกันจริงๆหรอ" วินวินอ้ปป้าเริ่มเปิดเรื่องเข้าประเด็นอย่างรวดเร็ว สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าเรียบนิ่งและจริงจัง




"ถ้าอ้ปป้าหมายถึงมาร์ค ใช่ค่ะมีคบกับเค้าอยู่" วินวินอ้ปป้าพลุบตาลงต่ำเพียงครู่เดียว ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น มือหนาของคนตรงหน้าถูกเอื้อมมากุมมือฉันไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาแผ่ซ่านไปทั่วมือของฉัน วินวินอ้ปป้าสอดสายตามองมาที่ฉันและเริ่มที่จะเอ่ยปากพูดบางอย่าง




"ไม่รู้ว่าถ้าฉันพูดไปเธอจะเชื่อมั้ย แต่ฉันอยากจะบอกเธอนะ"




"เรื่องอะไรหรอค่ะ"




"ฉันรู้สึกดีกับเธอ จะบอกว่าชอบก็ได้"




"ค่ะ?" 




"ฉันชอบเธอ" วินวินอ้ปป้าพูดขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น เชื่อได้เลยว่าคนตรงหน้าฉันไม่ได้ล้อเล่น 




"ตะ แต่มีคบกับมาร์คแล้ว"




"ฉันรู้...แต่ถึงจะรู้ว่าเธอมีเจ้าของแล้ว หัวใจของฉันมันก็ยังคงสั่งให้ฉันทำตามที่มันบอก มันบอกว่าให้ฉันเลือกที่จะแย่งเธอมาจากคนคนนั้นที่เธอรัก...แล้วถ้าฉันอยากจะถามเธอว่า...พอจะเป็นไปได้มั้ยที่เธอจะลองเปิดใจให้ฉันได้เข้าไปบ้าง" ฉันชะงักงันกับคำสารภาพแสนตรงไปตรงมาของวินวินอ้ปป้า นี้เป็นเพียงแค่สองวันที่เราได้เจอกัน แต่เค้ากลับบอกว่าชอบฉันแถมยังบอกอีกว่าอยากจะแย่งฉันมาจากมาร์ค คนคนนี้ช่างซื่อตรงต่อหัวใจตัวเองจริงๆ




"เอ่อ...ขอบคุณอ้ปป้านะค่ะที่มีความรู้สึกดีๆให้มี แต่มีคงจะทำตามอย่างที่อ้ปป้าต้องการไม่ได้หรอกค่ะ เพราะมีรักมาร์ค เราเพิ่งเจอกันได้ไม่นานอ้ปป้าอาจจะแค่สับสนก็ได้นะค่ะ จริงๆอ้ปป้าคงไม่ได้ชอบมีหรอก" ฉันพูดขึ้นและพยายามดึงมือออกจากมือหนาของร่างตรงหน้า ในใจรุกรี้รุกรนอยากจะออกจากตรงนี้ไปให้เร็วที่สุด เพิ่งจะหลุดจากสถานการณ์น่าอึดอัดไปได้ไม่ถึงชั่วโมง ก็ต้องมาเจอเรื่องน่าอึดอัดอีกเรื่องสะแล้ว 




หลังจากที่ใช้เวลามากอยู่พอสมควร กว่าจะหลุดจากพันธนาการของวินวินอ้ปป้าได้ ในที่สุดความพยายามของฉันก็สำเร็จ เมื่อมือของฉันหลุดออกมาจากการเกาะกุมจากมือใหญ่ของวินวินอ้ปป้า ฉันจึงรีบผละตัวออกห่างแล้วเตรียมที่จะเดินออกไปจากตรงนี้ แต่เท้าที่กำลังจะก้าวเดินก็ต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มจากคนข้างหลังดังขึ้นพร้อมกับประโยคที่ทำเอาคนฟังถึงกับตัวแข็งทื่อ




"ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอไปเป็นของใคร ในเมื่อใจฉันเลือกแล้วว่าต้องเป็นเธอ ฉันจะทำทุกวิถีทางให้เธอเลิกกับนายมาร์คนั้น และถึงแม้ฉันจะต้องทำเรื่องเลวทรามขนาดไหน ถ้าแลกกับการที่เธอเป็นของฉันฉันก็จะทำมัน" สิ้นเสียงเย็นเฉียบของวินวินอ้ปป้า เข่าฉันก็แทบจะทรุดลงกับพื้น ใบหน้าค่อยๆหันกลับไปมองใบหน้าหล่อคมของร่างสูงด้วยสายตาที่ตื่นตกใจ ไม่เคยคิดเลยว่าวินวินอ้ปป้าจะพูดแบบนี้ออกมา และไม่เคยคิดเลยเช่นกันว่าเค้าจะชอบฉันมากถึงขนาดจะทำเรื่องผิดศีลธรรมเพื่อให้ได้ฉันไป แค่เพียงสองวันที่เราเจอกัน มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับการที่เราจะเข้าใจในตัวตนของอีกฝ่าย ถ้าถามว่าตอนนี้ฉันรู้สึกยังไง บอกได้คำเดียวว่า 'ฉันกลัว'





กลัวในสิ่งที่จะต้องเจอ...ในอนาคตอันใกล้นี้




























      ตลอดช่วงเวลาในการซ้อมของฉัน มันผ่านไปอย่างยากลำบาก ฉันต้องคอยถอยตัวออกห่างจากวินวินอ้ปป้าทุกครั้งที่เค้าเข้ามาใกล้ ฉันเข้าหน้ากับวินวินอ้ปป้าไม่ติดสะแล้ว วันทั้งวันนี้ฉันเลยตัวติดกับจอห์นนี่อ้ปป้าเกือบทุกเวลา จนเจ้าตัวเองก็แปลกใจว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้ เพราะปกติฉันจะรักษาระยะห่างกับอ้ปป้าอย่างพอดีเสมอ 




"วันนี้กินอะไรดีตัวเล็ก" จอห์นนี่อ้ปป้าเริ่มที่จะพูดถึงเรื่องของกิน เพราะในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็จะถึงเวลาพักเที่ยงของพวกเราแล้ว วันนี้เป็นวันที่รุกกี้บางส่วนพักไม่พร้อมกัน กลุ่มที่พักก่อนก็จะเป็น ฉัน จอห์นนี่อ้ปป้า ยูตะอ้ปป้า ฮันซลอ้ปป้า ส่วนพวกเด็กๆกับรุกกี้ชาวจีนอีกสองคนจะพักกันทีหลัง ซึ่งนั้นมันดีมากๆเพราะฉันจะได้ไม่ต้องมาเจอหน้าวินวินอ้ปป้า ตอนแรกก็คิดอยู่หรอกว่าพวกเราคงจะสนิทกันได้มากขึ้นกว่านี้ แต่หลังจากที่วินวินอ้ปป้าพูดแบบนั้นออกมาก็คงจะยากหน่อยกับการที่ฉันจะยอมรับและผูกมิตรกับอ้ปป้า 





"ไปกินซุปร้อนๆมั้ยค่ะ เห็นอ้ปป้าบ่นอยากกินตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้วหนิ แถมวันนี้อากาศก็หนาวเหมาะกับการหาอะไรร้อนๆกินพอดีด้วย"




"นี้มีจำได้ด้วยหรอว่าอ้ปป้าอยากกิน ว้าววดีใจจัง" จอนห์นนี่อ้ปป้ายกมือของตัวเองขึ้นมาประสานกัน แล้วทำแววตาเป็นประกายวิบวับอย่างน่ารัก แต่สำหรับฉันมันดูตลกเสียมากกว่า 





"ฮ่าๆๆ  แล้วอ้ปป้าคนอื่นว่าไงค่ะ อยากไปกินซุปร้อนๆด้วยกันมั้ย"





"อื้อไปสิ อ้ปป้าอยากกินซุปหางวัว~~" ยูตะอ้ปป้าเอ่ยเสียงยานคางอย่างออดอ้อน ดูเหมือนวันนี้อ้ปป้าแต่ละคนจะเริ่มอ้อนกันเป็นพิเศษ ยกเว้นสายดาร์กอย่างฮันซลอ้ปป้าที่ถึงแม้จะยิ้มกว้างสักแค่ไหน ก็ยังดูเหมือนพวกมาเฟียขาโหดอยู่ดี 




"ฮันซลอ้ปป้าหล่ะค่ะ?"




"ถ้าเธอไป ฉันก็ไป" ฮันซลอ้ปป้าพูดขึ้นมานิ่งๆ ก่อนจะเดินไปหยิบหมวกและแม็ชปิดปากขึ้นมาสวมและสะพายเป้ไว้บนไหล่อย่างพร้อมที่จะไปเต็มที




"งั้น...เราไปกันเลยดีกว่าเนอะ มื้อนี้จอห์นนี่อ้ปป้าบอกจะเลี้ยงนะทุกคน ฮ่าๆๆ" เมื่อพูดจบฉันก็เดินไปหยิบเป้ของตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วรีบจับมือยูตะอ้ปป้ากับฮันซลอ้ปป้าวิ่งออกไปจากห้อง เพราะกลัวว่าคนตัวสูงที่ถูกโยนให้เป็นเจ้ามือในมื้อนี้จะไหวตัวทันสะก่อน




"ย๊า!! อ้ปป้ายังไม่ได้บอกเลยนะยัยตัวแสบบ!!" เสียงฝีเท้าหนักๆของจอห์นนี่อ้ปป้าดังขึ้นไล่ตามมาติดๆ ฉันและชายร่างหนาอีกสองคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน จนไม่ได้มองดูทางข้างหน้าเลยแม้แต่น้อย




"ปึก!"




"โอ้ย!" ฉันร้องดังออกมาอย่างเจ็บปวด เพราะใบหน้าของฉันตอนนี้ไปกระแทกเข้ากับอกแกร่งของใครบางคนที่อยู่เบื้องหน้า โชคยังดีที่ฉันไม่ล้มก้นจ้ำเบ้าเพราะมือที่จับไว้กับอ้ปป้าทั้งสองอยู่




"ขะ ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันมอง" ฉันรีบผละตัวออกห่างแล้วก้มหัวขอโทษขอโพย ทั้งๆที่ยังไม่ได้มองหน้าเลยด้วยซ้ำว่าเป็นใคร คิดได้ดังนั้นฉันจึงเงยหน้าเพื่อหวังจะชมใบหน้าของผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกฉันชน แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นตัวฉันก็เกิดแข็งทื่อไปเสียดื้อๆ 






วินวินอ้ปป้า..






"ไม่เป็นไร ฉันไม่เจ็บหรอก เธอนั้นแหล่ะวิ่งมาชนสะเต็มแรงขนาดนั้นดั้งหักหรือยังหล่ะ ฮ่ะๆ" วินวินอ้ปป้าหัวเราะและเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจอะไร แต่ใช่ว่าฉันจะขำออกหรอกนะ ก็แหมเจอหน้าเค้าทีไรคำพูดที่อ้ปป้าพูดกับฉันไปเมื่อตอนเช้าก็ลอยเข้ามาในหัวทุกที





"เอ่อ...ขอโทษอีกครั้งนะค่ะ" ว่าจบฉันก็ลากชายทั้งสองที่ยังไม่ปล่อยมือไปไหนออกเดิน ตามมาด้วยจอห์นนี่อ้ปป้าที่ดูจะงงๆอยู่ แต่ก็ไม่วายหันไปยิ้มทักทายให้รุกกี้ชาวจีนอย่างเป็นมิตร




"มี!...เตรียมใจไว้ด้วยนะ ^^" ก่อนที่ฉันจะเดินไปได้ไกล เสียงของวินวินอ้ปป้าก็ดังขึ้นมา และเป็นภาษาที่ฉันฟังออกเพียงคนเดียว ทำไมหน่ะหรอเพราะอ้ปป้าพูดขึ้นเป็นภาษาจีนไง ส่วนพวกอ้ปป้าที่เหลือก็ทำหน้างงไปตามๆกัน ฉันที่ไม่อยากให้ทุกคนสงสัยอะไรจนเกิดคำถามเลยรีบคิดประโยคแก้สถานการณ์ออกไป




"ขอบคุณนะค่ะ มีจะไม่ยอมแพ้แน่นอน" ฉันโพร่งกับไปเป็นภาษาเกาหลี และพูดประโยคที่จะทำให้อ้ปป้าที่เหลือคิดว่ารุกกี้ชาวจีนคนนี้กำลังให้กำลังใจฉันในเรื่องอะไรบางเรื่อง




"หึ" วินวินอ้ปป้ายิ้มมุมปากก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินไป ฉันแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้จากไปแล้ว ฉันจึงหันมายิ้มให้อ้ปป้าทั้งสามคนแล้วเดินนำออกไปนอกตัวตึก













ณ ร้านอาหาร




"มีอยากกินอะไร ร้านนี้มีซุปทุกชนิดเลย แถมอร่อยมากด้วย" จอห์นนี่อ้ปป้าเปิดเมนูแล้วเริ่มพูดพรีเซนท์ร้านซุปที่ตัวเองมากินเป็นประจำอย่างออกนอกหน้า 




"อืม...งั้นมีขอซุปเห็ดหอมล่ะกันค่ะ" ฉันพูดขึ้นมาก่อนอ้ปป้าตัวสูงจะหันไปบอกพนักงานสาวที่ยืนจดเมนูอยู่ด้วยใบหน้าที่เห่อแดง ให้ฉันเดาเธอคงจะติดตามพวกอ้ปป้าอยู่แน่ๆ ฉันลอบยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของเธอ ในหัวจึงเกิดไอเดียที่จะแกล้งอ้ปป้าตัวสูงขึ้นมาอยางนึกสนุก




"ออนนี่ค่ะ ถ่ายรูปกับอ้ปป้ามั้ย เห็นแบบนี้จอห์นนี่ ซอ ซัพพอตแฟนคลับดีมากเลยน้าา อยากให้อ้ปป้าแฟนเซอร์วิซมั้ยค่ะ" 


เมื่อทุกคนสั่งอาหารเสร็จแล้ว ฉันจึงหันไปพูดกับพี่พนักงานก่อนที่เธอจะเดินไป แล้วหันไปมองหน้าจอห์นนี่อ้ปป้า และพบเข้ากับใบหน้าเหวอๆของอ้ปป้าตัวสูงนั้น 



"ดะ ได้หรอค่ะ" พนักงานสาวเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ แถมยังยืนก้มหน้างุด บิดไปบิดมาอีกต่างหาก




"ได้สิค่ะ ทำไมจะไม่ได้หล่ะ จริงมั้ยอ้ปป้า" จอห์นนี่อ้ปป้าทำหน้าโหดใส่ฉัน เป็นเชิงบอกว่าจบเรื่องนี้เมื่อไหร่เธอตายแน่




"จริงจ้ะ ^^" จอห์นนี่อ้ปป้ากัดฟันพูดออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเขยิบเข้าไปยืนใกล้ๆพนักงานสาวอย่างฝืนๆ




"เอ่อ ขอโทษนะค่ะ ฉันจะถ่ายกับน้องฮันซลอ่ะค่ะ ช่วยเถิบออกไปหน่อยได้มั้ยค่ะ" จู่ๆพนักงานสาวคนนั้นก็พูดขึ้นมา ทำเอาจอห์นนี่ ซอ คนงามหน้าเหวอแบบกู้ไม่กลับกันเลยทีเดียว ฉันและยูตะอ้ปป้าหัวเราะลั่นออกมาอย่างบ้าคลั่งจนแถบจะขาดใจ ส่วนจอห์นนี่อ้ปป้าก็หน้างอเป็นตูดแล้วกลับมานั่งลงที่เดิม ฮันซลอ้ปป้ายิ้มขำน้อยๆแต่ก็ยอมลุกไปยืนข้างพนักงานสาวคนนั้น ก่อนจะถ่ายเซลฟี่กันไปตามลำดับ




"โอ๋เอ๋ๆๆ ไม่เอาไม่งอนนะอ้ปป้า ฮ่าๆ มีแค่ล้อเล่นเอง" ฉันหันไปจิ้มไหล่อ้ปป้าชิคาโก้ข้างๆที่กอดอกทำแก้มป่องเหมือนกับเด็กโดนขัดใจ




"ไม่หายงอน!" จอห์นนี่อ้ปป้าพูดก่อนจะสะบัดหน้าหันไปทางอื่น




"งั้นให้มีทำอะไรอ้ปป้าถึงจะหายงอนหล่ะค่ะ"




"..."




"ว่าไงค่ะ?"




"เดตกับอ้ปป้า 1 วันเต็ม" จอห์นนี่อ้ปป้าหันหน้ามามองฉันแล้วยิ้มให้อย่างคนอารมณ์ดี เดตเนี้ยนะ? ทำอย่างกับว่าการเป็นรุกกี้มันว่างมากงั้นแหล่ะ




"จะบ้าหรออ้ปป้า เวลาจะพักยังไม่ค่อยมีเลยแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเดตหล่ะค่ะ ตลกล่ะ" จอห์นนี่อ้ปป้าหุบยิ้มแทบจะในทันที หลังจากได้ยินประโยคคำตอบจากปากฉัน




"งั้นก็ไม่หายงอน" ว่าจบอ้ปป้าตัวโตก็กลับไปทำท่าอนุบาลเด็กน้อยเหมือนเดิม เยี่ยม! นี้พี่หรือน้องเนี้ย?




"โป๊ก!"




"ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้จอห์นนี่ เอาเวลางอนไปกินยาบำรุงสมองมั้ยเผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น" ช้อนสีเงินคันหนาถูกเคาะลงมาบนหัวของจอห์นนี่อ้ปป้าเบาๆ เสียงเย็นชาของฮันซลอ้ปป้าทำเอาคนที่ถูกว่าถึงกับแบะปากทำหน้างอเหมือนจะร้องไห้ แต่ฉันก็รู้แหล่ะว่ารีแอคชั่นที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของจอห์นนี่อ้ปป้ามันก็แค่เสแสร้งแกล้งทำเท่านั้น 




"โหยย ฮยองแรงอ่ะ เอามีดมาแทงผมเลยก็ได้นะ" จอห์นนี่อ้ปป้าบ่นกระออดกระแอด มือหนาก็รูปหัวตัวเองปอยๆ นับวันฉันยิ่งคิดว่าอ้ปป้าคนนี้สมองจะเท่าเด็กอายุ 10 ขวบเข้าไปทุกที 













"แกๆๆ คนนั้นป่ะที่เป็นข่าวกับน้องมาร์คอ่าาา"




"ฉันว่าใช่ หูยยว่าแล้วว่าต้องเป็นเด็กเทรนในค่าย ดูสิๆมีข่าวกับมาร์คไม่พอ ยังจะมานั่งกับพวกรุกกี้ของฉันอีก"




"แย่อ่ะแก อย่างว่าแหล่ะเจอคนหล่อๆหน่อยไม่ได้ ก็เลยกะจะเอาให้หมดทุกคน แถมได้อยู่ใกล้รุกกี้ทุกวันแบบนั้นนะยัยนั้นยิ่งได้ใจ อ่อยไปทั่วจริงๆเลยอ่ะ"





ฉันที่ตอนแรกหัวเราะกับพวกอ้ปป้าอย่างสนุกสนาน ก็ต้องเก็บเสียงหัวเราะของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงวัยรุ่นสาวสองคนที่นั่งอยู่โต๊ะถัดออกไป และดูเหมือนทั้งจอห์นนี่อ้ปป้า ยูตะอ้ปป้าและฮันซลอ้ปป้า จะได้ยินประโยคที่พวกเธอทั้งสองพูดเกี่ยวกับฉันจึงได้หันไปมองพวกเธอด้วยสีหน้าเอาเรื่อง





"อย่าไปฟังคำพูดของคนที่ไม่รู้อะไรดีเลยมี ทำใจให้สบายแล้วทำบุญให้พวกเค้าเถอะ" เป็นยูตะอ้ปป้าที่พูดขึ้นมาเสียงดังจงใจให้วัยรุ่นทั้งสองได้ยิน ใบหน้าหล่อฉายแววไม่พอใจอย่างมาก ดูเหมือนเธอสองคนนั้นจะรู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่ตัวเองนินทามันเสียงดังมากจนทำให้พวกฉันได้ยิน พวกเธอเลยรีบก้มหน้างุดสงบปากสงบคำแทบจะในทันที



จะบอกว่าไม่ให้ฉันใส่ใจกับคำพูดพวกนั้นมันก็ยังไงอยู่ ฉันเองก็ไม่อยากถูกใครเกลียดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดบิวต์หรอก แต่จะทำไงได้ในเมื่อฉันเปลี่ยนความคิดของคนอื่นไม่ได้ก็คงต้องยอมรับและพัฒนาตัวเองต่อไป แต่อีกใจก็กลัวว่าตัวเองจะทำให้มาร์คและคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย ในช่วงระยะเวลาสั้นๆฉันก็เจอเรื่องมากมายจนแทบจะแบกรับมันไม่ไหว แล้วต่อไปในวันข้างหน้า ฉันจะทนอยู่ในวังวนนี้ได้อยู่อีกมั้ย ในตอนนี้คนที่ฉันคิดถึงมากที่สุดก็คงจะเป็นครอบครัวของตัวเอง คิดถึงอ้อมกอด คิดถึงรอยยิ้ม คิดถึงกับข้าวฝีมือของแม่ คิดถึงคำพูดให้กำลังใจจากทุกคน คิดถึงทุกอย่างในบ้านที่จากมาร่วมนับปี นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้กลับบ้านไปหาพวกเค้า ได้แต่คิดว่าคงจะมีบางวันที่ได้ไปเจอทุกคนในบ้านแล้วอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง อย่างน้อยๆอยู่ที่บ้านก็ทำให้ฉันสบายใจมากกว่าอยู่ในที่ที่มีแต่คนกดดันแบบนี้




"Don't give it a second though"
(อย่าไปคิดถึงมันอีกเลย)
 


มือหนาของคนข้างๆตัวถูกส่งมากุมทับมือของฉันไว้ พร้อมกับประโยคสำนวนภาษาอังกฤษ ที่ถึงแม้จะเป็นประโยคที่ไม่ยาวมากแต่มันก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้นิดหน่อย




"I'll try ^^"
(ฉันจะพยายาม)


ฉันหันไปยิ้มให้อ้ปป้าและตอบออกไปให้ดูไม่ฝืนมากที่สุด แต่ถึงยังงั้นก็ยังคงเก็บมันมาคิดมากอยู่ดี เห้ออ ปวดหัวจัง





พ่อค่ะ แม่ค่ะ อ้ปป้า...มีคิดถึงทุกคนจังเลยค่ะ 























       เราสี่คนใช้เวลาพักเที่ยงได้อย่างคุ้มค่ามากๆ พอออกมาจากร้านซุป พวกเราก็มาปั่นจักรยานกันต่อที่แม่น้ำฮัน แค่นั้นยังไม่พอ พวกอ้ปป้ายังชวนกันเล่นบาสอีก ฉันที่ไม่อยากตัวเหม็นเหงื่อมากไปกว่านี้ก็เลยได้แต่นั่งมองอยู่ข้างสนาม โดยมีลมเย็นๆพัดมาเป็นละลอกๆ เวลาพักเที่ยงของเราหมดลงโดยที่พวกเราแทบจะไม่รู้ตัว พวกอ้ปป้าเดินมาหาฉันด้วยเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัว แต่ถึงแม้จะเต็มไปด้วยเหงื่อ มันก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อของพวกเค้าลดน้อยลงไปเลย กลับมองดูแล้วก็เซ็กซี่ไปอีกแบบ 




"ขอโทษที่ให้รอนานนะ เบื่อหรือป่าว" ยูตะอ้ปป้าที่ยังหอบหายใจด้วยความเหนื่อย พูดออกมาพร้อมกับย่อตัวของตัวเองให้ใบหน้าเสมอกับฉันที่นั่งอยู่ตรงขั้นบันได




"ไม่หรอกค่ะ มองพวกอ้ปป้าเล่นก็เพลินๆเหมือนกัน แถมอากาศก็ดี มีแทบอยากจะนั่งอยู่ตรงนี้นานๆเลยด้วยซ้ำ" ฉันพูดโกหกค่ะ ฮ่ะๆๆ เพราะไม่อยากให้พวกอ้ปป้ารู้สึกผิด ที่ต้องให้ฉันนั่งรอจนเกือบจะหลับ แถมเป็นเหน็บชาที่ก้นอีก หนำซ้ำยังหนาวสะจนแทบจะแข็งตาย




"นี้แหน่ะ! ถ้าเบื่อก็บอกว่าเบื่อสิ อ้ปป้าเห็นนะ ว่ามีนั่งสั่นแล้วก็สัปหงกไปตั้งหลายรอบ" จอห์นนี่อ้ปป้าเขกหัวฉันเบาๆ ก่อนจะจับมันโยกเยกไปมา แล้วพูดถึงอาการของฉันเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน ซึ่งฉันก็หน้าบึ้งเป็นตูดแทบจะทันที ในเมื่ออ้ปป้ารู้ว่าฉันเบื่อแต่ก็ยังเล่นต่อจนเกือบจะเลยเวลาพักนี้มันอะไรกันห่ะ น่าจับโยนลงแม่น้ำฮันจริงๆ




"งั้นถ้าเล่นกันเสร็จแล้ว เรารีบกลับไปซ้อมต่อกันเถอะค่ะ เรายังมีเรียนร้องเพลงกับเทรนเนอร์สุดโหดนอยู่ะค่ะอย่าลืมสิ" ว่าจบฉันก็หยัดตัวยืนขึ้นเต็มความสูง แต่ก็นะตามเสต็บของการนั่งนานๆมา 1 ชั่วโมงเต็ม ทำให้ฉันเกือบจะล้มก้นจั้มเบ้าลงไปนั่งอีกครา แต่แขนหนาของฮันซลอ้ปป้าก็คว้าตัวฉันเอาไว้ได้ทันซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของฉันจริงๆที่ไม่ต้องไปนั่งเจ็บก้นที่พื้นอย่างที่ควรจะเป็น ฉันเงยหน้าขึ้นเพื่อหวังจะขอบคุณอ้ปป้าตัวสูง แต่ก็แทบจะละลายเมื่อเจอสายตาที่มองมาของฮันซลอ้ปป้า สายตาที่อบอุ่นเหมือนดั่งฤดูใบไม้ผลิมันแทบจะหลอมละลายใจของฉันให้กลายเป็นน้ำได้อย่างง่ายดาย ใจของฉันเริ่มเต้นแรงเหมือนกับตัวเองเพิ่งออกกำลังกายมาเสร็จใหม่ๆ รู้สึกผิดกับมาร์คจริงๆที่เผลอใจเต้นกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่เค้า



"ย๊า! จะจ้องตากันอีกนานมั้ย นี่ไม่ได้อยู่กันสองคนนะครับ อย่าทำเหมือนโลกนี้มีเพียงสองเราจะได้มั้ยห่ะ" ยูตะอ้ปป้าโวยวายเสียงดังลั่น เรียกสติของฉันและฮันซลอ้ปป้ากลับมา เราสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ฉันกระแอ่มกระไอแก้เขิน แล้วเดินออกมาโดยไม่รอใครทั้งนั้น 








   พวกเราออกมาจากแม่น้ำฮันได้สักพัก จนเกือบจะถึงตัวตึกเทรนในอีกไม่ช้า แต่เรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุดนั้นก็คือ การเจอซาแซงแฟนที่มักจะมาดักรอพวกเราที่หลังตึกเสมอ และครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่พวกเธอมายืนด้อมๆมองๆอยู่ที่ประตูหลังตึก ซึ่งเป็นทางเข้า-ออก ของพวกเราชาวรุกกี้และเหล่าศิลปิน ซึ่งวันไหนที่เจอซาแซงแฟนกลุ่มนี้ พวกเราจะจบลงด้วยการเจ็บตัวทุกที แต่ก็นะคนที่มักจะเจ็บตัวที่สุดนั้นก็คือฉัน ที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มรุกกี้ชาย ที่เจ็บตัวไม่ใช่เพราะพวกเธอชอบฉันหรือต้องการจะได้ลายเซ็นต์ของฉันจนต้องใช้กำลังอะไรแบบนั้นหรอกนะ กลับกันที่พวกเธอใช้กำลังกับฉันเพราะหมั่นไส้ที่ฉันได้อยู่ใกล้กับรุกกี้ของพวกเธอมากกว่า




"ไอกู~ ไปเข้าประตูหน้าเถอะ อย่างน้อยๆแฟนคลับที่ประตูหน้าก็ไม่คิดจะทำร้ายเธอหน่ะนะ" ยูตะอ้ปป้า พูดเสียงเบาจนแทบจะกระซิบเลยก็ว่าได้ เพราะไม่อยากให้ซาแซงแฟนสุดโหดได้ยิน ก่อนจะพยายามทำตัวลีบเล็กให้มากที่สุด ถ้าเกิดพวกเธอเห็นเข้ามีหวังได้วิ่งกันให้วุ่นแน่ๆ





"มีก็คิดว่าอย่างนั้น ^^" " พวกเราสี่คนค่อยๆก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวัง เมื่อพ้นเขตอันตรายแล้ว พวกเราจึงรีบซอยเท้าถี่ๆมาที่ประตูหน้าอย่างรวดเร็ว










"กรี๊ดดดด!!!! นั้นพวกเค้าๆๆๆ" เมื่อพวกเราเดินมาถึงประตูหน้าอย่างปลอดภัยได้เพียงวินาทีเดียว เสียงแหลมเปี๊ยวของแฟนคลับคนนึงก็ดังขึ้นมา ก่อนจะใช้นิ้วชี้มาทางพวกเรา เรียกความสนใจให้กับแฟนคลับคนอื่นๆได้เป็นอย่างดี





"อร้ายยย!! ยูตะอ้ปป้า สามีของช้านนนน"





"กรี๊ดด พ่อหนุ่มชิคาโก้คนนั้นๆๆ มองมาทางนี้หน่อยคร้าาา"





"ฮันซลอ้ปป้าาาาา กรี๊ดดๆๆๆ"





"ผู้หญิงคนนั้นใครอ่ะ!"





"ยองมีๆๆๆ คนไทยใช่ป่ะแกก สวยเน้อออ"





"อร้ายยยชะนียองมี อย่าเดินข้างยูตะอ้ปป้าของฉันน้าาา"




และอีกมากมายบลาๆๆๆ ที่ฉันพอจะจับใจความและฟังได้ทันก็มีเท่านี้ รวมๆแล้วพวกเค้าจะกรี๊ดกราดพวกอ้ปป้ามากกว่า ส่วนฉันที่บางคนไม่รู้จักก็ยังสงสัยอยู่ว่าฉันเป็นใคร ส่วนคนที่รู้จักแล้วก็ด่าๆชมๆกันไปตามความคิดเห็นส่วนตัว ฉันพยายามรีบเดินให้ถึงประตูเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดูเหมือนพวกอ้ปป้าจะลืมไปแล้วว่ายังมีคนขาสั้นกว่าพวกเค้าเดินตามหลังอยู่ ร่างสูงของชายทั้งสามคนทิ้งระยะห่างจากตัวฉันอยู่มากพอสมควร แม้ฉันจะซอยเท้าให้เร็วที่สุดแล้วก็ตามแต่ก็ยังเดินไปไม่ถึงตัวพวกเค้าสักที รอบข้างแฟนคลับก็เริ่มจะออๆกันมาเรื่อยๆ จนตอนนี้พื้นที่หน้าตึกเริ่มจะไม่มีช่องว่างให้หายใจกันเลยทีเดียว ร่างของฉันถูกดันไปซ้ายทีขวาที พวกการ์ดรักษาความปลอดภัยที่หน้าตึกก็พยายามจะกันแฟนคลับบ้าคลั่งเหล่านี้ออกไปห่างๆ แต่การ์ดที่ว่าตัวใหญ่เกือบเท่าเดอะร็อคแล้ว ยังแพ้ฝูงแฟนคลับตกมันได้อย่างหน้าตกใจ



ฉันพยายามแทรกตัวผ่านแฟนคลับหนาแน่น จนเกือบจะถึงประตูแต่กลับมีมือหนึ่งจับหมับเข้าที่ต้นแขนของฉันแล้วดึงให้เข้าไปใกล้ เมื่อฉันหันไปมองเจ้าของมีปริศนาก็ต้องทำตาโตขึ้นทันที




"มี!"




"เห้ย นาย!"










   ชายเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาและร่างกายสุดเพอร์เฟ็คตรงหน้าฉันตอนนี้ เป็นคนที่ฉันคุ้นเคยมากจริงๆ ความคิดถึงแล่นเข้ามาภายในหัวใจ ฉันเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่ ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเค้าที่นี้  เพื่อนสนิทที่สุดของฉัน...ทอย





"ทอย! นายมาทำอะไรที่นี้?"






"มาเที่ยวหน่ะ ได้ยินเพื่อนที่ไทยบอกว่าเธอเป็นเด็กเทรนอยู่ค่ายนี้ ฉันเลยมาดูแต่ไม่คิดเลยว่าจะเจอเธอ" 




เราสองคนคุยกันอย่างไม่แคร์สายตาของคนรอบข้าง จะแคร์ทำไมหล่ะ ยังไงพวกเค้าก็ฟังเราสองคนไม่รู้เรื่องอยู่ดี แต่จะให้ยืนคุยอยู่กลางดงแฟนคลับอย่างนี้มันก็ดูจะแปลกๆนะ





"ทอย เดี๋ยวฉันต้องไปซ้อมต่อแล้ว นายยังจำไอดีไลน์ของฉันได้ใช่มั้ย" พยายามเอ่ยลาแต่ก็ไม่ลืมให้ช่องทางการติดต่อไปให้เพื่อนคนสนิท เพื่อนรักที่ไทยอุตส่าห์มาทั้งทีต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวสะหน่อย





"จำได้ๆ เธอรีบไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะแอดไลน์ไป ขอบใจที่ยังไม่เปลี่ยนไลน์นะ" 





"จ้ะ ไว้คุยกันนะ คิดถึงนะทอย" ฉันพูดและส่งรอยยิ้มให้ทอย ก่อนจะรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นแล้วเดินมาสมทบกับพวกอ้ปป้าที่ยังยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้า





"นั้นใครหรอมี" ยูตะอ้ปป้าเอ่ยถามขึ้นมาในระหว่างที่เราอยู่ในตัวลิฟต์





"อ่อ เพื่อนมีเองค่ะ เป็นเพื่อนที่ไทยคนนี้เพื่อนรักสุดๆเลย" ฉันพูดและหันไปยิ้มตอบอ้ปป้า ยูตะอ้ปป้าพยักหน้าเข้าใจ แล้วไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อ










  พวกเราเดินออกมาจากลิฟต์เมื่อถึงที่หมาย ฉันบอกพวกอ้ปป้าว่าให้ไปที่ห้องซ้อมกันก่อน แล้วเดี๋ยวจะตามไปทีหลัง คงเป็นเพราะตอนเที่ยงที่กินน้ำเยอะจนเกินไปบวกกับอากาศหนาวๆอีก กระเพาะปัสสาวะเลยเรียกหาห้องน้ำแทบจะในทันทีที่มาถึง 





ฉันเดินมาถึงห้องน้ำในเวลาอันสั้น ก่อนจะเข้าไปทำธุระตามลำดับ ออกมาจากห้องน้ำก็ล้างหน้าล้างตาให้ตัวเองสดชื่นเพื่อพร้อมสำหรับการซ้อมในช่วงบ่าย





"อ๊ะ!" ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีคนเข้ามาสวมกอดฉันจากทางด้านหลัง ฉันหันหน้าไปมองอย่างรวดเร็ว และพบเข้ากับบุคคลที่วันนี้ทั้งวันฉันพยายามหลีกเลี่ยงอย่างเต็มความสามารถ




"วินวินอ้ปป้า! ทำอะไรค่ะเนี้ย" ร่างหนาไม่ได้พูดตอบอะไรเพียงแต่ยิ้มอ่อนๆ แล้วกดใบหน้าของตัวเองลงกับหัวไหล่ของฉัน ก่อนจะใช้จมูกไล่วนเบาๆ




"ปะ ปล่อยนะค่ะอ้ปป้า" ฉันเริ่มที่จะดิ้น แต่ดูเหมือนยิ่งดิ้นอ้ปป้าก็ยิ่งรัดเอวฉันแน่นขึ้น





"ถ้าไม่อยู่นิ่งๆ ฉันจะไม่ทำแค่กอด" ฉันตัวแข็งทื่อแทบจะในทันที ปล่อยให้ร่างสูงข้างหลังได้สวมกอดตัวเองไว้ตามอำเภอใจ





"เธอทำอะไรกับฉันยองมี ทำไมฉันถึงชอบเธอขนาดนี้....โครตคิดถึงเลยว่ะ" เสียงทุ้มของวินวินอ้ปป้ากระซิบลงข้างๆหูของฉัน ไม่เท่านั้นริมฝีปากร้อนของหนุ่มชาวจีนยังกดจูบลงบนแก้มของฉันอย่างแผ่วเบาอย่างที่ฉันเองก็ไม่ทันจะได้ตั้งตัว






ฉันเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสวาบหวิวของอ้ปป้า ความรู้สึกผิดต่อมาร์คเริ่มแล่นเข้ามา เหมือนฉันกำลังทำเรื่องที่ผิดที่ตัวเองยอมให้ผู้ชายที่ไม่ใช่แฟนทำล่วงเกินได้ขนาดนี้





"อ้ปป้าปล่อยเถอะค่ะ มีต้องไปซ้อมต่อ"





"หึ ก็ได้" แขนหนาของวินวินอ้ปป้าปล่อยจากเอวของฉันในที่สุด ไม่รอให้ใครมาตัดริบบิ้นฉันรีบก้าวเท้าเตรียมออกจากห้องน้ำทันที





"อิ้อ!" แต่ก้าวเดินได้ไม่เท่าไหร่ มือหนาก็ฉุดแขนฉันให้หันหน้ากลับไปหาเจ้าตัว และสิ่งที่เหนือความคาดหมายวินวินอ้ปป้าทาบริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากฉันอย่างรวดเร็ว ไม่มีการรุกร้ำใดๆเพียงแค่ กดแช่ไว้อย่างแนบแน่น น้ำตาของฉันไหลออกมา ด้วยเหตุผลที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด




มาร์ค ฉันขอโทษ




วินวินอ้ปป้าถอนจูบออกมา เมื่อรับรู้ได้ถึงน้ำตาของฉัน ฉันมองหน้าของวินวินอ้ปป้าอย่างสุดจะทน ผู้ชายคนนี้หน้ากลัวเกินไป ฉันไม่อยากจะมองหน้าเค้าเลยแม้แต่นิดเดียว





"พอใจแล้วใช่มั้ยค่ะ ถ้าพอใจแล้วมีขอพูดเอาไว้ตรงนี้เลยนะค่ะอ้ปป้า ไม่ว่าอ้ปป้าจะทำดีกับมีหรือทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบเมื่อกี้เพื่อให้ได้มีไป จำเอาไว้ว่าอ้ปป้าจะไม่มีวันได้ใจของมีไปครอง เพราะมีไม่มีวันเลิกรักมาร์ค และไม่มีวันที่มีจะคิดนอกใจมาร์คอย่างแน่นอน ต่อให้ร่างกายของมีจะเป็นของอ้ปป้าแต่ใจของมีอยู่ที่มาร์ค...และมันจะเป็นของมาร์คตลอดไป!!"




ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองลวกๆ ยังคงจ้องมองใบหน้าเรียบนิ่งของหนุ่มชาวจีนอย่างไม่วางตา ก่อนจะหันหลังแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวมายังห้องซ้อมร้องเพลงทันที พยายามลบภาพเมื่อกี้ออกไปจากหัว ไม่อยากข้องเกี่ยวอะไรกับผู้ชายที่เหมือนจะดีคนนั้นอีกแล้ว 







ฉันเข้ามาในห้องซ้อมร้องเพลง ด้วยหัวใจที่เหม่อลอย ในใจอยากจะหยุดเรื่องวุ่นวายทั้งหมดหรือไม่ก็วิ่งหนีมันไปให้รู้แล้วรู้รอด ภายในห้องซ้อมมีอ้ปป้าทั้งสามคนและครูสอนร้องเพลงอีกหนึ่งคนที่ตอนนี้กำลังตั้งอกตั้งใจซ้อมร้องเพลงที่จะเอาไว้ร้องในเวทีคอนเสิร์ต SM TOWN ที่จะถึงนี้ แต่เมื่อร่างของฉันปรากฏขึ้นภายในห้อง ทุกคนต่างหยุดกิจกรรมของตัวเอง ฉันหันไปหาคุณครูและโค้งเป็นเชิงขอโทษที่ตัวเองมาช้า





ฉันเดินเงียบๆไปยืนอยู่ข้างๆจอห์นนี่อ้ปป้า ที่ตอนนี้เจ้าตัวเองก็มองฉันด้วยสีหน้าแปลกใจ ฉันเงยหน้าขึ้นมองอ้ปป้าตัวสูงแล้วส่งยิ้มให้ พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ จอห์นนี่อ้ปป้าเมื่อเห็นรอยยิ้มของฉันก็ส่งยิ้มตอบกลับมา ก่อนจะยื่นเนื้อเพลงในมือให้ฉันดู






"อ้ปป้าว่าเธอน่าจะร้องเพลงนี้ได้นะ" ฉันก้มมองดูเนื้อเพลงในมือหนา แล้วพบว่ามันเป็นเพลงที่ฉันชอบฟังเป็นประจำ ฉันยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าจะได้ร้องเพลงโปรดของตัวเองในคอนเสิร์ต แค่รู้ว่าเอสเอ็มรุกกี้ถูกเชิญให้ไปเล่นในงานนี้ด้วยก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว






"อย่าบอกนะว่ามีได้ร้องคู่กับอ้ปป้าอ่ะ" ฉันถามจอห์นนี่อ้ปป้าเมื่อตัวเองเกิดนึกสงสัยขึ้นมา อ้ปป้ายิ้มและพยักหน้าเพื่อบอกว่า 'เธอคิดถูกแล้ว' ก่อนฉันจะยู่ปากหรี่ตาแกล้งอ้ปป้าตัวสูงไป แต่ก็ดีเหมือนกันนะได้ร้องคู่กับพ่อหนุ่มชิคาโก้ก็คงจะง่ายหน่อย แถมเพลงนี้ยังเป็นเพลงสากลด้วยยิ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเราสองคนเลย






"ยองมีเดี๋ยวฉันจะบอกคิวสเตจที่เธอต้องขึ้นแสดงนะ....ลำดับแรกเธอต้องขึ้นโซโล่เพลง problem ต่อจาก รุกกี้หญิงในเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม แล้วต่อด้วยสเปเชี่ยสเตจตอนจบโซ่โล่ เธอต้องเต้นคู่กับแทยงส่วนเรื่องเพลงเดี๋ยวปีเตอร์จะบอกพวกเธอเอง หลังจากนั้นจะเป็นช่วงใกล้ๆจบคอนเสิร์ตเธอกับจอนห์นนี่ก็ขึ้นร้องเพลงที่เตรียมไว้ให้ น่าจะเป็นตอนที่การแสดงของแทมินจบ"





ครูสอนร้องเพลงของเรา พูดบอกลายละเอียดต่างๆนาๆและลายละเอียดที่ฉันยังไม่รู้เกี่ยวกับคอนเสิร์ตที่จะมีขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า




"มีอะไนสงสังมั้ย?"





"ไม่มีค่ะ" ฉันตอบกลับไปแล้วเริ่มสนใจเพลงที่ตนจะร้องกับชายข้างๆต่อ





"โอเคงั้น จะเริ่มซ้อมที่ยูตะกับฮันซลก่อน พวกนายไม่มีอะไรมากจะเป็นเพลงอาร์แอนด์บี ร้องแค่ท่อนแรกถึงท่อนฮุกแล้วตัดเข้าการแสดงของเอ็นซีทียู เรียกง่ายๆพวกนายสองคนเป็นอินโทรเปิดเพลงของเอ็นซีทียู หลังจากจบเพลงแล้วก็จะเป็นเพลง switch ของพวกนายสามคนกับรุกกี้ชายที่เหลือรวมถึงเอ็นซีทียูด้วย"



ชายทั้งสามคนในห้องพยักหน้าหงึกหงักอย่างตั้งใจฟัง ก่อนพวกเราจะเริ่มซ้อมกันหลังจากฟังลายละเอียดทั้งหมดจบแล้ว









เวลาเลิกซ้อม




   จริงๆแล้วเราเลิกซ้อมกันตั้งแต่สามทุ่ม แต่ด้วยความไฟท์ติ้งและความคึกของพวกเราจึงทำให้เราซ้อมจนเกินเวลามาหนึ่งชั่วโมงเศษๆ




"ป่ะเดี๋ยวไปส่งที่หอ" จอห์นนี่ ซอ คนเดิมเดินมากอดคอฉันที่จัดแจงสัมภาระเตรียมกลับหอ แล้วพูดขึ้นโดยไม่ถามฉันสักคำ แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่เหงาเดินกลับหอคนเดียว





"เน~~" มือหนาของจอนห์นนี่อ้ปป้ายกขึ้นมายีหัวฉันอย่างที่ชอบทำ แล้วลากคอพาฉันเดินตามอ้ปป้าอีกสองคนออกไปจากห้องซ้อม โดยไม่ลืมที่จะปิดไฟปิดประตูห้องซ้อมให้เรียบร้อย
















"เข้าห้องดีๆหล่ะตัวเล็ก" อ้ปป้าทั้งสามคนโบกมือลาฉันเมื่อตนมาส่งฉันถึงหน้าหอ ฉันยิ้มและโบกมือลาให้พวกเค้าตอบกลับไป





"ชัลจาโยอ้ปป้า" ฉันหันหลังและเดินเข้าหอตัวเองไป ใช้เวลาไม่นานก็พาร่างของตัวเองมาอยู่ในห้องได้ในที่สุด





ฉันเปิดหน้าจอโทรศัพท์เพื่อดูเวลา หน้าจอสี่เหลี่ยมของสมาร์ทโฟนเครื่องหรูฉายบอกเวลา 4 ทุ่ม 50 นาที และอีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาที่ฉันกับพี่เตนล์นัดเจอกันที่สวนสาธารณะเพื่อคุยเรื่องที่ฉันต้องการเคลียร์ให้กระจ่าง




"กาท๊ก!" เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพริเคชั่นยอดฮิตของเกาหลีดังขึ้น บ่งบอกว่ามีคนส่งบางอย่างมาให้ฉัน





Ten 10: มี พี่อยู่ที่สวนแล้วนะ มีอยู่ไหนเลิกซ้อมหรือยัง?




เป็นรุ่นพี่ชาวไทยนั้นเองที่ส่งข้อความบอกพิกัดที่ตัวเองอยู่ ณ ตอนนี้มาให้ฉันได้รู้ ฉันพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรีบร้อนเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรอ



Me :0 : เดี๋ยวมีรีบลงไปค่ะ พี่เตนล์รอมีแปปนึงนะ




จากที่ตั้งใจจะอาบน้ำให้เสร็จเรียบร้อยสะก่อนแล้วค่อยออกไปหาพี่เตนล์ เลยต้องเปลี่ยนแผนไปเป็นหยิบเสื้อแขนยาวไหมผมขึ้นมาสวมทับเสื้อยืดสีขาวของตัวเอง แล้วรีบเดินออกจากห้องมา














สวนสาธารณะ





"พี่เตนล์!" ฉันวิ่งมาหาคนเป็นพี่ที่นั่งรออยู่ตรงม้านั่งที่ฉันสามารถเห็นร่างของเค้าได้ชัดแม้จะอยู่ในความมืดก็ตาม พี่เตนล์หันหน้ามามองฉันแล้วยิ้มให้อย่างน่ารัก ฉันทิ้งตัวลงนั่งข้างๆพี่เตนล์อย่างเหนื่อยหอบ สงสัยตัวเองจะรีบมากไปหน่อย ทั้งๆที่สวนนี้ก็ไม่ได้ไกลจากหอตัวเองเลยแท้ๆ





"พร้อมหรือยัง?" พี่เตนล์หันหน้ามาถามฉัน ก่อนฉันจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายเล่าทุกอย่างที่ฉันยังไม่รู้ออกมาได้เลย





"โอเคงั้นพี่จะเริ่มแล้วนะ....เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ตอนที่มีเข้ามาเป็นรุกกี้ใหม่ๆ ในตอนแรกพวกเราทุกคนให้ความสนใจกับมีมากๆเพราะเป็นคนต่างชาติแล้วก็เป็นคนที่เก่งรอบด้าน แต่พอนานๆวันไปพวกเรายิ่งเริ่มเปิดใจคุยกันเรื่องมี แล้วก็เริ่มสารภาพมาทีละคนว่าคิดยังไงกับมีบ้าง และก็เป็นอย่างที่มีสงสัยพวกเราทุกคนรู้สึกกับมีเกินคำว่าพี่น้อง แต่สำหรับจีซองก็คงยังเห็นมีเป็นนูน่าคนสนิทคนนึง เพราะฉะนั้นก็วางใจได้เรื่องที่มักเน่ของเราจะตกหลุมรักมีเข้าอีกคนมันไม่เกิดขึ้นแน่นอน หลังจากนั้นเราทุกคนก็เริ่มสนิทกับมีมากยิ่งขึ้น จนตอนแรกที่คิดว่าจะพยายามไม่รู้สึกกับมีไปมากกว่านี้มันกลายเป็นเพียงความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง พวกเราช้าไปแล้วที่จะถอนตัวจากมี"





ฉันตั้งใจฟังพี่เตนล์พูดอย่างตั้งใจ นึกตกใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยินแต่ก็พยายามเรียกสติของตัวเองให้กลับมาโฟกัสกับคำพูดของพี่เตนล์ต่อไป





"พวกเราเริ่มกังวลว่านานไปมีจะเกิดชอบใครในพวกเราขึ้นมาแล้วตกลงคบกับคนคนนั้นไป จึงตั้งกฎไว้ข้อนึงว่าไม่ว่ามีจะชอบใครหรือสารภาพรักกับใครคนไหนก็ห้ามตอบตกลงคบกับมีเด็ดขาด เพื่อป้องกันความแตกแยกที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่แล้วสิ่งที่เรากังวลมาตลอดมันก็เกิดขึ้น มาร์คทำผิดกฎ พอพวกเรารู้ความจริงทั้งหมดวันนี้ว่ามาร์คคบกับมี ก็โกรธกันยกใหญ่จนแทบอยากจะอัดหน้ามันแรงๆ แต่ด้วยความที่ยังเห็นถึงความสัมพันธ์ของพวกเราอยู่ก็เลยพอจะยั้งได้ ถ้าไม่นับไอ้แจฮยอนหน่ะนะ"






"นี้มัน...เรื่องจริงหรอค่ะ" เอ่ยถามอย่างไม่อยากเชื่อจริงๆว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริง เพราะแบบนี้ทุกคนถึงได้ทำตัวแปลกๆกับฉันขึ้นเรื่อยๆ ฉันจะมองหน้าใครติดอีกหล่ะเนี้ย




"จริงทั้งหมดมี" พี่เตนล์ตอบเพื่อย้ำว่าสิ่งที่ตัวเองพูดมาทั้งหมดมันคือเรื่องจริง นั้นยิ่งทำให้ฉันอยากจะระเบิดหัวตัวเองทิ้งแล้วหายไปจากโลกสะเดี๋ยวนี้





"แล้ว...ที่บอกว่าทุกคน...ทุกคนที่ว่านั้น รวมถึงพี่เตนล์ด้วยหรือป่าวค่ะ" 





"..." ไร้ซึ่งคำพูดใดๆของพี่เตนล์ ร่างหนาตรงหน้าฉันเพียงแค่มองหน้ากันอย่างไม่ละไปไหน ก่อนจะค่อยๆพยักหน้าตอบรับคำถามของฉันอย่างที่ฉันไม่ต้องการให้เป็น





"พี่...ขอโทษ แต่พี่ห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ ทั้งๆที่ก็รู้ว่ามีคิดกับพี่แค่พี่ชาย แต่มันก็ยังตัดมีออกจากใจไม่ได้สักที ยิ่งได้รู้จักมี ได้อยู่ใกล้มี ได้เห็นรอยยิ้มของมี มันยิ่งรักมีขึ้นเรื่อยๆ พอรู้ตัวอีกทีหัวใจพี่ก็ไม่สามารถขาดมีได้อีกแล้ว"





    หัวใจฉันเหมือนถูกบีบให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ความอึดอัดเล่นงานจิตใจจนไม่เหลือชิ้นดี แม้แต่พี่ชายคนที่ไว้ใจที่สุดยังมีความรู้สึกกับตัวเองไม่ต่างจากคนอื่น แล้วหลังจากนี้มันจะเป็นยังไงต่อไป ฉันทำให้ทุกคนที่ชอบฉันเจ็บเพียงเพราะความไม่รู้ของตัวเอง ถ้าเกิดว่าฉันเอะใจสักนิดเรื่องบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ทำไมหล่ะยองมี ทำไมเธอต้องเป็นเธอที่เจอเรื่องแบบนี้ น้ำตาแห่งความอัดอั้นเริ่มไหลลงอาบแก้มของฉันไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เกินจะรับไหวจริงๆกับเรื่องทุกอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน ตอนนี้มันมีหลายเรื่องเหลือเกินที่ฉันยังคงต้องแบกรับและรับผิดชอบ ไหนจะคอนเสิร์ต ไหนจะเรื่องข่าวฉาว ไหนจะเรื่องกำหนดการเดบิวต์ แล้วตอนนี้ยังมีเรื่องที่เซ็นท์เซอร์ทีฟอีกเรื่องเข้ามาอีก ฉันจะรับมันทั้งหมดไหวได้ยังไงกัน ตอนนี้คิดได้เพียงว่าไม่อยากที่จะรับรู้อะไรอีกแล้ว ไม่อยากแบกรับเรื่องทุกอย่างที่ตัวเองเป็นต้นเหตุอีกแล้ว อยากจะหายไปจากโลกนี้ อยากจะหายไปจากความทรงจำของทุกๆคน...เพราะถ้าเป็นแบบนั้นมันก็คงจะดีกว่าการที่ต้องมานั่งอึดอัดใจ แล้วเห็นคนที่ตัวเองแคร์เจ็บปวด





น้ำตาของฉันยังคงไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น ไร้ซึ่งคำเอ่ยปลอบ มีเพียงแววตาที่ยังคงจ้องมาอย่างรู้สึกผิดต่อฉัน มือของพี่เตนล์เอื้อมมากุมมือของฉันไว้ พยายามส่งผ่านความรู้สึกของตัวเองทั้งหมดมาให้ฉัน





"รู้อะไรมั้ยมี พี่ไม่คิดว่ามาร์คเห็นแก่ตัวหรอกนะ เพราะถ้าเป็นพี่พี่ก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน...พี่เลือกที่จะเห็นแก่ตัวเพื่อที่พี่จะได้รักมีอย่างไร้ข้อกังขา เพื่อที่พี่จะมีความสุขกับคนที่พี่รัก เพื่อที่พี่จะได้เป็นคนที่มีรัก..."





"..."





"พี่เฝ้าตะโกนบอกมีในใจอยู่ทุกวันว่าเป็นพี่ได้มั้ย...ที่เป็นคนที่มีรัก...เพียงเศษเสี้ยววินาทีพี่ก็ยอม ถ้าเสี้ยววินาทีนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่มีรักพี่ที่สุด...พี่ยอม"





สิ้นเสียงของพี่เตนล์ ฉันตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วออกวิ่งกลับหอตัวเองทันที ไม่สามารถนั่งฟังได้จนจบจริงๆ ฉันไม่เก่งพอที่จะฟังความรู้สึกเจ็บปวดของคนๆนึงที่มีต่อเราได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลย ฉันมีแต่คำว่าขอโทษที่เอ่อล้นอยู่ในใจ อยากจะขอโทษจริงๆที่ทำให้ใครต่อใครเสียใจ




ฉันเข้าห้องของตัวเองแล้วเดินเหม่อลอยไปที่หน้าต่างของห้อง ภาพเบื้องหน้าข้างนอกนั้น คือหน้าต่างของห้องๆนึงที่มีรุกกี้ชายอาศัยอยู่ ระเบียงที่อยู่ถัดออกไปปรากฏร่างของแทยงอ้ปป้ากำลังยืนพิงราวระเบียงแล้วมองมายังหน้าต่างห้องของฉัน สายตาคมนั้นจ้องมองมาที่ฉันอย่างสื่อความหมาย ไม่ใช่สายตาเย็นชา ไม่ใช่สายตาโหดเหี้ยม แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด








เอาอีกแล้ว...






น้ำตาที่เริ่มจะเหือดแห้งของฉันก็เกิดระรื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าแววตาคมของร่างสูงที่มองมานั้นสื่ออะไร ฉันขยับปากของตัวเองเพื่อบอกประโยคที่ตนอยากจะบอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ไม่รู้เลยว่าแทยงอ้ปป้าจะเห็นหรือสังเกตมันจนเข้าใจมั้ย แต่อย่างน้อยๆขอให้ได้พูดออกไปเพื่อลดความอึดอัดที่มันแน่นอยู่ในใจได้ก็ยังดี






"มีอันแฮโย"





"ชองมัล...มีอันแฮ"












TO BE CONTINUE






















TALK





 มาแล้วค่ะรีดที่รักทุกคน มันเป็นเรื่องที่แย่จริงๆที่ไรท์มาอัพช้า ไรท์นั่งรอเวลาที่ตัวเองจะหายป่วยและว่างสักที ขอบคุณทุกกำลังใจจากรีดทุกคน ขอบคุณที่ยังรอฟิคแป่วๆของไรท์กันอยู่ ขอบคุณจริงๆค่ะ รักมากมาย





















MINI TALK



 รีดดดดด มิซยูววโซมัชชชชชช ขอโทดอีกครั้งกับการหายไป 1 อาทิตย์เต็มๆ ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ TT ไรท์ขอโทด ยุ่งจริงๆ ยังรอกันอยู่ใช่มั้ยอ่า อย่าทิ้งกันไปได้มั้ยยย เธอรู้ฉันอยู่ไม่ไหววว โลกคงแตกสลายนาทีที่ไม่เหลืออเธอววววว~ เพลงก้มา 555 อย่าทิ้งไรท์นะรีด ขอกำลังใจให้ไรท์หน่อยน้าา ไรท์สัญญาจะไม่ทิ้งเรื่องนี้ให้หยากใย้ต้องขึ้น ไรท์จิแต่งให้จบดั่งที่เคยลั่นวาจาไว้แต่ก่อนกาล ถรุ้ยย รอเค้าน้าาา เด่วคืนนี้ไรท์จิมาต่อให้ แต่เตงต้องสัญญานะว่าจะไม่ทิ้งฟิตเรื่องนี้ไปไหน เค้ารักเตงนะะ 5555 ม้วฟเหม่งรีดทุกคนนน



































































สปอย





"ระหว่างเรา พอแค่นี้เถอะ..."



"ถ้านายดูแลเธอไม่ได้ ก็ปล่อยเธอไปสะ!"



"ให้โอกาสพี่ได้มั้ย"



"นี้มี รู้อะไรมั้ย...ว่าอ้ปป้าชอบเธอแค่ไหน"



"เธอต้องเป็นของฉันคนเดียว!!"



"จูบได้มั้ย"



"Don't give it a second thought"
















TALK 1



แฮร่ๆๆๆๆ  ไรท์มาลงให้กระป๋อยหล๋อยเท่าจิ๋มมด ขอโตดดดด ก็มาลงให้นิดๆหน่อยๆ+สปอยแบบปมปริศนามาให้ 5555 ติดตามโลดดด  รักกรีดดด





























TALK 



มาลงให้แค่นี้ก่อนเน้ออ เด่วมาต่ออีกก ไม่หายแน่นอน รอกันน้าาา







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #529 SatangNK66 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 11:56
    วุ่นวายแน่ๆ.... ใครกันที่บอกว่าเป็นของฉันคนเดียว โอ้ยยย จูบอีก โอ้ยๆๆๆๆๆ รอนะคะ
    #529
    0
  2. #514 Shimisuuu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 21:52
    เห้ยนาย นายคนไหน นายคือใคร นายมาทำไม มาต่อเร็วๆนะไรท์ เค้ารออ่านอยู่
    #514
    0
  3. #513 dreamyoumsk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 19:32
    นายไหน นายคือใคร นายคนนั้นนนน
    #513
    0
  4. #512 Nokyuung19 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 18:54
    เห้ยนาย ??? คนนั้นมันคือใครร ค้างค่ะบอกเลยยยย ต่อเร็วๆๆน่ะค่ะ ติดตามมมม
    #512
    0
  5. #509 HighGirl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 21:25
    ค้างคาใจ 55555
    #509
    0
  6. #508 Pimzzaaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 10:07
    ข้างมากกกกกก สงสารมียังไม่ทันเดก็โดนแอนตี้TT ปล.ขอโทษนะคะไรท์มันคือdon't give it a second thought พิมพ์ผิดรึเปล่าคะ
    #508
    1
    • #508-1 parotice(จากตอนที่ 14)
      27 มิถุนายน 2559 / 11:51
      55555 ใช่ๆไรท์รู้และว่าพิมพ์ผิด เลยจะแก้ตอนอัพอีกรอบ
      #508-1
  7. #507 Nokyuung19 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 00:50
    วินๆ ค้างๆๆ ต่อเร็วๆน่ะค่ะ รอค่ะ ^^
    #507
    0
  8. #506 SatangNK66 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 23:37
    ค้่างกว่าเดิม โอ้ยยยยย ทรมานจิตใจมาก ต่อเร็วๆนะ~
    #506
    0
  9. #505 dreamyoumsk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 16:22
    ค้าง หน่วงมากกกก ฮือออออ
    #505
    0
  10. #503 Nokyuung19 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 10:26
    วินวิน >< กรี๊ดแรงงงงง
    #503
    0
  11. #502 firsty_FNL (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 20:46
    ค้างมากค่ะไรท์ กรี้ดดดดดดดด อย่างนี้มันต้องเม้นนนน บีบหัวใจมากค่ะ รักมาร์คแต่ก็ไม่อยากเป็นต้นเหตุให้อนาคตของมาร์คต้องเสียเพราะตัวเอง แง????
    #502
    0
  12. #501 littlemarklee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 22:31
    โอ้ยไรท์ค้างมากมาต่อเร็วๆนะ><
    #501
    0
  13. #500 Marrtywartt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 14:24
    ง้อววว มีเอนซีป่ะ5555555 เห้ยบ้าและ คิดไร ใสๆไว้ก่อน// เริ่มวุ่นวายกันไปหมดล้ะตอนนี้ รักมีกันขนาดนี้ จัดคิวมาค้าา มีรักทุกคน (?) เกี่ยว
    #500
    0
  14. #499 Nokyuung19 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 10:08
    ต่อๆๆค่ะ
    #499
    0
  15. #498 toysmile (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2559 / 06:13
    เฮ้ยยย เดี๋ยวๆ ดราม่าอ่อ ให้ตายยย;_;
    #498
    0
  16. #497 littlemarklee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 22:45
    มันจะมาอีกแล้วหรอ><งานดราม่า
    #497
    0
  17. #496 HighGirl (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 20:33
    จะดราม่าปะเนี่ยยยย
    #496
    0
  18. #495 Marrtywartt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 05:50
    งานม่ามา
    #495
    0
  19. #493 Nokyuung19 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 00:31
    เรื่องจริงค่ะโอปป้าาา >< ต่อๆๆน่ะค่ะ
    #493
    0
  20. #492 littlemarklee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 17:54
    ไรท์รีบมาต่อน้า คือฟินหนักมากก><
    #492
    0
  21. #491 Marrtywartt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 05:55
    มาแค่นี้ก็มีความอุ่นใจจจ 10% ยังฟินได้ขนาดนี้เลย55555555
    #491
    0
  22. #490 Nokyuung19 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 00:38
    แฟนใครน่ารักจัง ก็แฟนมีไง >< ต่อๆๆค่ะ
    #490
    0
  23. #489 mammy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 00:28
    มาต่อไวๆนะค่ะ 10% ก้อยังฟินได้ โอ้ยยยยย มาร์คแฟนช้านนนนน
    #489
    0