[NCT X YOU] Oh my girl ทำไงดีผมรักเธอ

ตอนที่ 13 : CHAPTER 6 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    12 มิ.ย. 59






















เช้าวันจันทร์  เวลา 6.00 น.


    มุ่งเข้าสู่เช้าวันจันทร์ที่มีอากาศหนาวพร้อมกับหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมา ร่างบางของยองมีที่สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียน นั่งอยู่ในร้านนมร้อนที่มักจะมากินกับมาร์คเป็นประจำ ดวงตาคู่สวยจดจ้องออกไปนอกบานกระจกใสถอสายตามองไปยังหิมะที่ตกลงมานับไม่ถ้วน ในมือบางกุมแก้วนมร้อนเอาไว้เพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้กับตัวเอง ยองมีมาที่ร้านนี้เกือบจะทุกเช้าเพื่อรอคอยเวลาที่แฟนหนุ่มจะก้าวเข้ามาข้างในร้านและเลี้ยงนมร้อนให้ตนอย่างที่เคยทำ ทั้งๆที่ตัวเองก็รู้ดีว่าไม่มีทางที่จะเห็นร่างสูงของเค้าเดินเข้ามาในร้านนี้อยู่แล้ว หลังจากที่มาร์คได้เดบิวต์ไปตัวของทั้งสองก็ไม่ได้ติดกันเหมือนแต่ก่อน ยอมรับเลยว่ามันเป็นอะไรที่ทำให้ยองมีรู้สึกหวิวๆแปลกๆ ทุกเช้าที่เคยมีร่างสูงมายืนรออยู่ที่หน้าหอ ขึ้นรถไปโรงเรียนพร้อมกันและแวะที่ร้านนมร้อนก่อนเข้าโรงเรียนเป็นประจำ กลายเป็นว่ากิจวัตรประจำวันเหล่านั้นมันค่อยๆเลือนหายไปจนไม่หลงเหลือไว้อีกแล้ว ยองมีถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป เป็นครั้งแรกจริงๆที่ร่างบางดื่มนมร้อนเหลือไว้ถึงครึ่งแก้ว เพราะร่างบางคิดว่าการดื่มนมร้อนโดยปราศจากร่างหนาของมาร์คมันทำให้รู้สึกว่านมร้อนแก้วนี้ไม่อร่อยเหมือนทุกแก้วที่เคยดื่มมา




มือเรียวกระชับเป้ของตัวเองแล้วจัดผ้าพันคอไหมพรมผืนหนาของตัวเองให้เข้าที่ ขาเรียวเริ่มออกเดินมุ่งสู่ประตูโรงเรียนที่อยู่เพียงไม่กี่เมตรจากร้านนี้ ยองมีย่างก้าวอย่างเชื่องช้าเหลือบมองไปยังพื้นที่ด้านข้างของตนที่เคยมีคนตัวสูงเดินอยู่เคียงข้าง คอยปล่อยมุขแปลกๆออกมาจนทำให้ตัวเองขำได้ แค่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่า



ฉันคิดถึงนาย...มาร์ค




เท้าเล็กเดินก้าวขึ้นบันไดมายังชั้นสามอย่างเหม่อลอย จนเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องของตนอย่างไม่รู้ตัว ด้วยความเคยชินยองมีหันหลังไปเพื่อโบกมือบ้ายบายให้กับร่างสูงของมาร์คที่มักจะมาส่งหน้าห้องเรียนทุกเช้า แต่เมื่อหันไปพบกับความว่างเปล่าก็นึกขึ้นได้ว่าร่างสูงนั้นไม่ได้อยู่ด้วย ใบหน้าหวานเศร้าหมองขึ้นมาภายในพริบตา วันนี้ก็คงจะเป็นอีกวันที่มาร์คไม่ได้มาโรงเรียน ตั้งแต่ที่มาร์คเดบิวต์ก็ไม่ได้มาโรงเรียนเลยคงเป็นเพราะตารางงานที่แน่นเอี๊ยดของพวกเขา และถ้าให้ยองมีเดาเวลานี้มาร์คก็คงยังนอนหลับใหลเป็นเจ้าชายนิทราอยู่แน่ๆ แม้จะอยากโทรไปหาร่างสูงมากแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากที่จะไปรบกวนเวลาพักผ่อนอันน้อยนิดของคนรัก จึงเลือกที่จะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเสื้อไปอย่างเสียดาย



"ว่าไงจ้ะเพื่อนรัก ทำไมทำหน้าหงอยอย่างนั้นหล่ะ" เสียงใสร่าเริงของอึนจองเอ่ยทักยองมีอย่างอดที่จะสงสัยไม่ได้ ที่เห็นเพื่อนรักของตนทำหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ร่าเริงเหมือนทุกๆครั้ง



"อ้าวอึนจองมาแล้วหรอ แปลกนะทำไมมาเช้าจัง" ยองมีได้ยินที่อึนจองถาม แต่เลือกที่จะไม่ตอบให้ตรงประเด็นเพราะคิดว่าถ้าตอบไปตามความจริงก็คงต้องนั่งอธิบายยืดยาวอีกเป็นแน่



"อะไรกันฉันก็มาของฉันแบบนี้ทุกวันนั้นแหล่ะ ขาดเรียนบ่อยจนลืมเวลามาเรียนของฉันแล้วหรอย่ะ" ยองมีหัวเราะออกมาอย่างกลบเกลื่อนความขี้ลืมของตัวเอง คงจะจริงที่ร่างบางขาดเรียนบ่อยจนเบลอไปหมด



"กริ๊งๆๆๆ" เสียงโทรศัพท์ของยองมีดังขึ้น ร่างบางล่วงมันออกมาจากกระเป๋าเสื้อและรีบกดรับจนไม่ทันได้มองว่าใครโทรมาเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะกดวางไปสะก่อน




"ยอโบเซโย๊?"



(มีครับ) เมื่อร่างบางได้ยินเสียงจากปลายสายดังขึ้นมา รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าหวานทันทีเพราะเป็นเสียงที่ตนอยากได้ยินที่สุดในเวลานี้



"มาร์ค ตื่นแล้วหรอ"



(ตื่นแล้วครับ มีมาร์คขอโทษนะที่ไม่ได้ไปโรงเรียนพร้อมกับมีแถมไม่ค่อยได้ไปหาเลยด้วย)



"ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันเข้าใจก็นายเดบิวต์แล้วนี้หน่าจะให้ว่างเหมือนแต่ก่อนก็คงจะไม่ได้ ใช่มั้ยหล่ะ" ปากบางของยองมีเอ่ยคำพูดที่ทำให้ปลายสายยิ้มออกมาให้กับความใจดีของแฟนสาวตัวเอง ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรที่ทำให้มาร์คมาหาหรือมาเจอตนไม่ได้ยองมีไม่เคยคิดโกรธมาร์คเลย นั้นเป็นอีกหนึ่งข้อดีของยองมีที่ทำให้มาร์คหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ




(ขอบใจนะมี ที่เข้าใจมาร์ค งั้น...วันนี้เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ไม่ได้ไปให้เจอหน้าหลายวัน หลังเธอเลิกซ้อมเราไปเที่ยวกันนะ)




"จะดีหรอมาร์ค ถ้ามีใครจำนายได้คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่" ใจนึงของยองมีก็อยากจะตอบตกลงมาร์คไปในทันที แต่พอคิดว่ามาร์คไม่ได้เป็นรุกกี้เหมือนแต่ก่อนแล้วก็เกิดลังเลขึ้นมาเสียดื้อๆ



(ไม่เป็นไรหรอก อะไรที่ทำให้เธอมีความสุขฉันก็อยากที่จะทำมันนะ) ยองมียิ้มออกมาหลังจากจบคำพูดของมาร์ค ยองมีรู้สึกดีมากๆที่ได้ยินแฟนตัวเองพูดแบบนี้




"เอางั้นก็ได้ งั้นเจอกันที่แม่น้ำฮันนะ"




(โอเคครับ งั้นฉันวางแล้วนะตั้งใจเรียนหล่ะคนดีของมาร์ค)




"เดี๋ยวมาร์ค!" เมื่อร่างบางได้ยินว่าอีกฝ่ายกำลังจะวางไป ปากที่เร็วกว่าความคิดก็โพร่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ



(หื้ม? ว่าไงครับ)



"เอ่อ...คิดถึงนะ" ร่างบางพูดออกมาเสียงแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เพื่อนสนิทอย่างอึนจองได้ยิน แต่มันก็ดังมากพอที่จะทำให้ปลายสายได้ยิน



(Me too, I love you Me. See ya.)




"See ya" หลังจากกดวางสายไป ยองมีก็เอาแต่นั่งยิ้มให้กับโทรศัพท์ จนอึนจองสังเกตเห็นแต่ก็เก็บความสงสัยไว้ในใจและไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป 












   ตลอดทั้งวันนี้ ยองมีได้แต่นั่งยิ้มอารมณ์ดีเสียจนน่าแปลกใจ ทั้งแจมิน เจโน่ ดงฮยอก อึนจอง ต่างก็สงสัยว่าร่างบางไปทำอะไรมาถึงได้อารมณ์ดีเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้ ยองมีรู้แต่เพียงว่าอยากให้ถึงเวลาเลิกเรียนเร็วๆเพื่อที่จะได้รีบซ้อมให้เสร็จๆแล้วจะได้ไปเที่ยวกับมาร์คสักที ในหัวสมองของยองมีตอนนี้มีแต่เรื่องไปเที่ยวกับมาร์คอยู่เต็มไปหมดจนไม่เป็นอันจะคิดอะไรเลย




"นี้ยัยมี เลิกเรียนแล้วไปเที่ยวกันม่ะ ไม่ได้ไปเที่ยวกับแกนานแล้วอ่ะอยากเที่ยวกับเพื่อนร้ากกก" อึนจองเอ่ยชวนยองมีที่นั่งตอบแชทจากมาร์คอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ




"คงไม่ได้อ่ะแก วันนี้หลังเลิกเรียนแล้วฉันต้องไปซ้อมต่ออ่ะดิ" ใบหน้าหวานเงยขึ้นละจากหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเอง แล้วตอบเพื่อนไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเสียดาย จริงๆแล้วยองมีเองก็ไม่ค่อยจะได้ไปเที่ยวกับอึนจองสักเท่าไหร่ เพราะส่วนมากร่างบางก็จะไม่ว่างวันๆก็มีแต่ซ้อมๆๆๆ จนแทบจะไม่มีเวลาว่างไปเที่ยวกับครอบครัวและอึนจองเลย




"จริงด้วย ฉันลืมไปว่าแกเป็นรุกกี้ โหยยเสียดายอ่ะ" ยองมียิ้มเจือนๆให้อึนจอง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าคนในโทรศัพท์กำลังรอคำตอบจากตนอยู่จึงรีบหันกลับมาสนใจโทรศัพท์ของตนอีกครั้ง
















เวลาเลิกเรียน




"อึนจอง ฉันไปก่อนนะแก กลับบ้านดีๆนะถึงบ้านแล้วแชทมาหาด้วย ไปและบ้ายบาย" ยองมีรีบเก็บกระเป๋าอย่างไวที่สุด มือก็เก็บของไปปากก็พูดบอกเพื่อนรักไป พอจัดการใส่ทุกอย่างลงกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยก็โบกมือลาอึนจองแล้ววิ่งแจ้นออกไปจากห้องทันที วันนี้ยองมีต้องกลับบริษัทคนเดียวเพราะเด็กน้อยปี 1 ทั้งสามคนต้องอยู่คุยงานที่ชมรมก่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานกีฬาประจำปีที่กำลังจะถึง




ขาเรียวเล็กวิ่งมาถึงหน้าโรงเรียนที่มีรถของทางบริษัทจอดรออยู่แล้ว ไม่รอช้ายองมีโค้งให้กับคุณลุงคนขับรถที่ยืนพิงรถรอเธออยู่ ก่อนจะรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่ทันที 




รถเคลื่อนตัวออกห่างจากหน้าโรงเรียนมุ่งสู่ตึกเทรนของทางบริษัท ยองมีปลดล็อคหน้าจอมือถือตัวเองซ้ำไปซ้ำมา เปิดเข้าแอพนู้นแอพนี้รอข้อความจากมาร์คที่ตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ตอบกลับมา




ติดงานอยู่หล่ะมั้ง




หญิงสาวพยายามคิดในแง่ดีว่ามาร์คอาจจะติดงานหรือติดซ้อม ทำให้เค้าตอบข้อความตนไม่ได้ เพราะปกติแล้วมาร์คไม่มีทางที่จะไม่ตอบยองมีอยู่แล้วถึงแม้ว่าจะโกรธจะงอนเธอแค่ไหน ถ้าเห็นข้อความจากร่างบางย่อมกดเปิดอ่านแล้วรีบตอบแทบจะในทันที







รถตู้ของทางบริษัทเทียบจอดหลังจากถึงที่หมาย ยองมีเอ่ยขอบคุณคุณลุงคนขับรถแล้วเปิดประตูเดินเข้าตึกไป ก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นมาอย่างชั้นที่เป็นห้องซ้อมประจำของตนอย่างรีบร้อน











"ติ๊ง"





เมื่อตัวลิฟต์เลื่อนมาส่งยองมียังชั้นที่เป็นจุดหมายแล้ว ร่างเล็กก็รีบเดินไปยังห้องซ้อมโดยไม่ทันได้ดูทางข้างหน้าว่ามีร่างหนาสองร่างกำลังมองมายังเธออย่างไม่ละสายตา



ทั้งสองร่างนั้นราวกับเหมือนต้องมนต์สกดหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าหวานของหญิงสาว ไม่ยอมแม้แต่จะละสายตาไปจากเธอได้แม้แต่วินาทีเดียว แม้ร่างของยองมีจะหายเข้าไปในห้องซ้อมแล้วก็ตามที แต่ภาพหญิงสาวก็ยังคงติดตาดวงตาทั้งสี่คู่อย่างตราตรึง




"สวยจัง"













YOUNGMEE PART




เมื่อฉันเดินเข้ามาในห้องซ้อม ก็พบว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนี้เลย ฉันล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อออกมาเปิดดูเวลา และมันก็เหลืออีก 15 นาที กว่าจะเริ่มซ้อมในครอสนี้ ฉันหยิบเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นสำหรับใส่ซ้อมออกมาจากกระเป๋า และเดินไปยังห้องแต่งตัว มาที่ห้องนี้ทีไรก็คิดถึงเหตุการณ์ที่มาร์คสารภาพรักกับฉันทุกที มันช่างตรึงใจจนฉันจดจำทุกคำพูดของมาร์คที่เอ่ยมาในวันนั้นได้ทุกประโยค



















ฉันใช้เวลาไม่นานก็ออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดพร้อมกับชุดซ้อมเต้นและผมที่มัดรวบหางม้าอย่างเรียบร้อย ฉันเดินกลับไปที่ห้องซ้อมอีกครั้ง ก็เจอเข้ากับรุกกี้ทุกคน ยกเว้น พี่เตนล์ มาร์ค แจฮยอนอ้ปป้า แทยงอ้ปป้า โดยองอ้ปป้าและแทอิลอ้ปป้า ทั้งหกคนนี้เนื่องจากได้เดบิวต์เป็นศิลปินแล้วก็เลยต้องแยกห้องซ้อมไปอยู่อีกตึกนึง จึงไม่บ่อยนักที่พวกเราทุกคนจะมารวมตัวและเจอกัน



"มีๆ วันนี้มีรุกกี้เข้ามาใหม่ด้วยนะรู้มั้ย" ฮันซลอ้ปป้าเดินมาที่ฉันแล้วบอกเรื่องการมาของรุกกี้คนใหม่ เป็นอะไรที่น่าแปลกใจจริงๆที่มีรุกกี้เข้ามาใหม่ในช่วงนี้ 




"หื้ม? รุกกี้คนใหม่หรอค่ะ ทางบริษัทเพิ่งจะปิดรับออดิชั่นไปเมื่อ 6 เดือนก่อนนี้แล้วทำไมจู่ๆถึงรับรุกกี้มาเพิ่มกระทันแบบนี้กัน" 




"อ้ปป้าก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเหมือนกัน เห็นเค้าบอกๆกันมาว่าเป็นคนจีนทั้งสองคนเลย น่าจะได้แคสติ้งจากที่จีนแล้วเป็นเด็กเทรนที่นู้นอยู่ก่อนแล้ว พอถึงเวลาก็เลยได้มาเป็นรุกกี้ที่นี้" ฮันซลอ้ปป้าอธิบายรายละเอียดที่ตนพอจะรู้ให้ฉันฟังก่อนฉันจะพยักหน้าตอบไปอย่างเข้าใจ ช่วงเวลาที่ฉันละทิ้งความสนใจจากสิ่งอื่นและกำลังตั้งใจฝึกซ้อมท่าเต้นอยู่นั้น ก็มีร่างสูงสองร่างเดินเข้ามาในตัวห้องซ้อมของเรา สร้างความสนใจให้กับพวกเราทุกคนเป็นอย่างมาก ทุกคนในห้องหยุดการกระทำทุกอย่างและโฟกัสไปที่ชายหนุ่มแปลกหน้าทั้งสองอย่างสงสัย




"สวัสดีครับ" ชายผู้ที่ครอบครองใบหน้าหวานดั่งผู้หญิงเอ่ยขึ้นและโค้งให้กับพวกเราอย่างมีมารยาท ด้วยสัญชาตญาณพวกเราจึงรีบโค้งกลับไป ส่วนผู้ชายที่ดูเงียบๆขรึมๆอีกคนนั้น กลับมองฉันอย่างไม่วางตาจนฉันเองก็เริ่มที่จะทำตัวไม่ถูกที่ถูกจ้องด้วยสายตาแบบนั้น




"ผมชื่อคุนครับ ส่วนข้างๆผมชื่อวินวิน พวกเราสองคนมาจากจีนเป็นรุกกี้คนใหม่ครับ" พวกเราร้องอ๋อออกมาอย่างพร้อมเพรียง นี้สินะเด็กใหม่ที่เค้าพูดถึงกัน ดูๆไปอายุก็น่าจะใกล้ๆกับฉัน



"สวัสดีคะ ฉันชื่อ โด ยองมี เรียกมีเฉยๆก็ได้ อายุ 17 นะ ยินดีที่ได้รู้จักคะ" ฉันเริ่มแนะนำตัวเองก่อนคนแรก และยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อจับมือทำความรู้จักกับทั้งสองคน


















หลังจากวินวินอ้ปป้าและคุนอ้ปป้าปรากฏตัวได้ไม่นานฉันก็ได้รู้ว่าทั้งสองคนนั้นอายุมากกว่าฉัน  พวกเราทุกคนตอนนี้ก็เริ่มจะสนิทกับทั้งสองคนมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังติดเรื่องภาษาเกาหลีของคุนอ้ปป้าและวินวินอ้ปป้าที่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะสื่อสารกับพวกเราให้เข้าใจได้หมดทุกเรื่อง โชคยังดีอยู่บ้างที่ฉันเองก็เคยเรียนภาษาจีนมานิดๆหน่อยๆ ก็เลยได้พูดคำงูๆปลาๆกับทั้งสอง และทำให้พอเข้าใจได้อยู่ไม่มากก็น้อย ตลอดช่วงระยะเวลาซ้อมของวันนี้พวกเราทุกคนแทบจะไม่ได้ทำอะไรกันเลย เพราะวันนี้ท่านประธานได้เรียกเทรนเนอร์ทุกคนไปประชุม ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่ต่อให้มันจะเป็นเรื่องอะไรฉันก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้เวลาที่ฉันรอคอยมาทั้งวันได้มาถึงแล้ว เวลาเลิกซ้อมและเวลาที่จะได้ไปเที่ยวกับมาร์คคนรักที่ฉันคิดถึงสุดหัวใจ




"อ้าวมีไม่กลับด้วยกันหรอ?" เสียงของวินวินอ้ปป้าดังขึ้นประท้วงจากด้านหลังของฉัน



"อ่ออ พอดีมีต้องไปทำธุระต่อนิดหน่อยหน่ะคะ" 




"ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย"




"ไม่เป็นไรคะอ้ปป้ามีไปแปปเดียวเอง เดี๋ยวก็กลับ งั้นเจอกันวันพรุ่งนี้นะค่ะ" ว่าจบฉันก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้น และไปบอกลารุกกี้คนอื่น ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปแม่น้ำฮันทันที














 ณ แม่น้ำฮัน



(ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก...) เสียงของผู้หญิงคนนี้ดังขึ้นมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วฉันเองก็ไม่รู้ ไม่ว่าฉันจะโทรออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่มีท่าทีว่ามาร์คจะรับสายของฉันเลย ตั้งแต่ฉันมาถึงแม่น้ำฮันฉันก็นั่งรอมาร์คอยู่ที่ม้านั่งตัวนี้ไม่ไปไหน เป็นเวลา 2 ชั่วโมงแล้ว และตอนนี้เวลาก็เกือบจะเหยียบเที่ยงคืนเข้าไปทุกที แต่ฉันก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของแฟนตัวเอง อากาศที่เริ่มจะเย็นลงเรื่อยๆทำให้ฉันต้องยกมือตัวเองขึ้นมาเป่าเพื่อหวังจะแก้หนาวได้บ้าง ฉันทอดสายตามองออกไปยังแม่น้ำฮันที่อีกด้านฝั่งนึงมีตึกมากมายเรียงรายอยู่ แสงสีที่ไม่รู้ว่าค่ำคืนนี้จะดับลงเมื่อไหร่ ฉันหวนคิดถึงวันแรกที่ได้เจอกับมาร์ค วันนั้นฉันและมาร์คก็บังเอิญเจอกันที่นี้ ครั้งแรกที่เราเจอกันตอนนั้นทั้งฉันและมาร์คก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายก็เป็นรุกกี้ ได้คุยกันเพียงเพราะว่ามาร์คมาชวนฉันเล่นบาส แปลกใช่มั้ยหล่ะทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันแต่นายนั้นกลับหน้าทนมาชวนไปเล่นด้วย ความทรงจำแรกของเราสองคนจึงเกิดขึ้นเพราะบาสเก็ตบอลนั้นเอง





ฉันกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองอีกหน เวลาที่ฉายอยู่บนหน้าจอบ่งบอกว่าฉันอยู่ที่นี้มานานมากแล้ว และใครที่ตนเฝ้ารอก็คงจะไม่มา ฉันจึงตัดสินใจลุกขึ้นและเดินทางกลับหอตัวเองทันที 



ทำไมนายถึง...ไม่มา...













ฉันแวะมินิมาร์ทที่หน้าหอของตัวเอง เพื่อซื้อนมและน้ำผลไม้เอาไว้ตุนที่ห้อง เลือกเดินไปยังตู้เย็นที่บรรจุน้ำไว้หลายชนิดและหลายยี้ห้อ เอื้อมเปิดตู้และหยิบนมและน้ำที่ตัวเองต้องการ ก่อนจะเดินไปแผนกขนมปังที่อยู่ถัดไปไม่ห่างหยิบขนมปังไส้โปรดสอง สามห่อ แล้วเดินไปจ่ายเงินทันที.... หลังจากที่คิดเงินเรียบร้อยและกำลังจะก้าวเดินออกไปจากร้านนั้น สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นร่างสูงที่เพิ่งจะได้รู้จักวันนี้







คุนอ้ปป้า





"คุนอ้ปป้า! มาซื้อของกินหรอค่ะ?" ฉันเดินไปทักคุนอ้ปป้าที่ยืนเลือกขนมกรุบกรอบอยู่ตรงหน้า ส่วนอีกฝ่ายเมื่อได้ยินฉันเรียกก็เงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้มให้อย่างดีใจ





"ใช่ มีก็เหมือนกันหนิ" คุนอ้ปป้าพูดก่อนจะมองน้ำและขนมปังในมือของฉันแล้วยิ้มออกมาขำๆ




"ก็กลัวตอนกลางคืนหิวนี้ ฮ่าๆๆ งั้นมีไปก่อนนะค่ะ ดึกแล้วอ้ปป้าก็รีบกลับหอหล่ะอากาศก็เริ่มเย็นลงแล้วด้วยเดี๋ยวจะไม่สบายเอา เจอกันนะค่ะ "


ฉันเดินออกมาจากมินิมาร์ทแล้วเข้ามาที่หอของตัวเอง ด้วยอากาศที่เย็นลงจึงทำให้ฉันอยากที่จะซุกลงใต้ผ้าห่มของตัวเองโดยเร็ว ร่างของฉันหยุดยืนรออยู่ที่หน้าลิฟต์ของตัวหอ เมื่อลิฟต์เปิดฉันก็เตรียมก้าวเข้าไปข้างในทันที แต่ก็ต้องชะงักไว้เพราะได้ยินเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง




"เดี๋ยวมี!" เมื่อหันกลับไปก็พบร่างของคุนอ้ปป้าที่กระหืดกระหอบวิ่งมาแต่ไกล 




"มีอะไรหรอค่ะอ้ปป้า" ฉันก้าวถอยหลังออกมาแล้วหันกลับไปหาร่างหนาที่ยืนเท้าเข่าหายใจถี่ๆอยู่อย่างเหนื่อยจากการที่วิ่งมา ก่อนที่มือหนาจะยื่นกำไลข้อมือที่มาร์คซื้อให้ฉันเป็นของขวัญวันครบรอบของเรา




ตกไปตอนไหนเนี้ย!




ฉันยกข้อมือของตัวเองขึ้นดูเพื่อเช็คว่ามันเป็นของตนจริงๆหรือป่าว ก่อนจะพบว่าข้อมือซ้ายที่เคยมีกำไลหนังสลักตัวย่อชื่อฉันกับมาร์คนั้น มันได้หายไปจริงๆ ฉันรีบหันกลับไปหาคุนอ้ปป้าและหยิบกำไลเส้นนั้นมาจากมือหนา แล้วโค้งขอบคุณไปหลายครั้ง




"ขอบคุณจริงๆคะอ้ปป้า ถ้ามันหายไปมีต้องแย่แน่ๆ ขอบคุณมากจริงๆนะค่ะ"




"ไม่เป็นไรๆ คราวหลังก็ระวังๆหน่อยนะ" คุนอ้ปป้ายิ้มให้ฉันแล้วพยายามบอกว่าไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร และเชิงบอกกรายๆว่าให้ฉันหยุดขอบคุณตนได้แล้ว ฉันจึงยืดหลังขึ้นจนสุดแล้วยิ้มตอบไปให้อ้ปป้าใจดีตรงหน้า




"งั้นมีไปแล้วนะค่ะ ฝันดีคะอ้ปป้า" ฉันกำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์อีกครั้ง แต่ก็ถูกแรงดึงเบาๆจากร่างสูงชาวจีนอย่างคุนอ้ปป้า ฉันเซเสียหลักไปเล็กน้อยจนชนเข้ากับแผงอกแกร่งของอีกฝ่าย คุนอ้ปป้ายิ้มให้ฉันอีกครั้งแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ฉันจนฉันต้องหลบหน้าหนี ก่อนเสียงทุ้มจะกระซิบลงที่ข้างหูของฉันเบาๆ




"ฝันดีนะครับ..." พูดเพียงเท่านั้นร่างของคุนอ้ปป้าก็ผละออกจากฉันและวิ่งออกไปจากหออย่างรวดเร็ว ฉันหัวเราะให้กับความเปิ่นของอ้ปป้าชาวจีนแล้วตัดสินใจเดินเข้าลิฟต์ไปเสียที










หลังจากที่ฉันเข้ามาในห้อง ร่างกายที่อ่อนเพลียของฉันก็แทบจะกระโดดขึ้นเตียงทันที ถ้าไม่ติดว่าร่างกายของฉันมันเหม็นเหงื่อไปหมดฉันก็คงจะนอนแล้วไม่คิดจะอาบน้ำแล้วหล่ะ และฉันที่ทนกับกลิ่นเหงื่อของตัวเองไม่ไหวสุดท้ายก็ตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำในที่สุด ร่างกายแสนอ่อนเพลียของฉันค่อยๆเดินไปยังห้องน้ำอย่างเหนื่อยหน่ายและขี้เกียจเต็มทน




"แกร็ก!" เสียงเปิดประตูห้องของฉันทำให้ฉันรีบหันไปหาบุคคลที่สามารถเปิดประตูหอของฉันเข้ามาได้ ซึ่งมันก็มีอยู่คนเดียวและจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มาร์ค




"มาร์ค!" ฉันวิ่งไปหามาร์คหวังจะสวมกอดร่างสูงให้หายคิดถึง แต่ก็ต้องตกใจเมื่อมาร์คจับหมับเข้าที่ข้อมือของฉันแล้วบีบมันอย่างแรง




"มันเป็นใคร!" เสียงเข้มของมาร์คเอ่ยขึ้นเสียงดังจนแทบจะเรียกได้ว่าตะโกน แต่คำปริศนานั้นก็ยังทำให้ฉันไม่หายสงสัยว่ามาร์คเองหมายถึงอะไร




"ใครหรอมาร์ค?"




"ก็คนที่เธอคุยด้วยที่หน้าลิฟต์ไงหล่ะยองมี!" มาร์คฉุดแขนฉันให้เข้าใกล้ตัวเองมากยิ่งขึ้นแรงบีบที่ข้อมือของฉันก็เริ่มทวีความรุ่นแรงมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน




"โอ้ยยมาร์ค ฉันเจ็บนะ! ฟังฉันอธิบายก่อน" ฉันพยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของมาร์คและยังพยายามที่จะอธิบาย แต่เหมือนมาร์คตรงหน้าไม่ใช่มาร์คที่ฉันรู้จักเค้าไม่ยอมฟังอะไรฉันเลยแม้แต่นิดเดียว มาร์คขี้หึง ใช่ ฉันรู้ข้อนี้ของมาร์คดี แต่มาร์คไม่เคยใช้กำลังกับฉันเหมือนคราวนี้ ราวกับว่าฉันไปทำร้ายพ่อแม่ของนายนี้ยังไงยังงั้น




"มีฉันคนเดียวไม่พอหรือไงมี เธอกลายเป็นผู้หญิงมักมากแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!!" คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของมาร์คทำให้ฉันแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ร่างที่เคยดิ้นไปมาของฉันกลับหยุดลง เหมือนคำพูดเหล่านั้นได้ทำการสตาฟฉันไว้โดยอัตโนมัติ ดวงตาของฉันเริ่มคลอหน่วยไปด้วยน้ำตาและสุดท้ายก็ล่วงไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองไว้ ทั้งๆที่ฉันคิดถึงแต่นายแค่คนเดียว รอเวลาที่นายจะมีเวลาว่างมาเจอกัน วันทั้งวันไม่เป็นอันทำอะไรเพราะอยากจะไปเที่ยวและเจอหน้านาย แต่นี้คือคำพูดที่นายใช้พูดกับคนที่รักนายและคิดถึงนายที่สุดหรอมาร์ค





"ทำไมไม่ตอบหล่ะ! บอกฉันสิ! ฉันมันไม่เร้าใจใช่มั้ย ฉันเป็นสุภาพบุรุษมากไปใช่มั้ยเธอถึงต้องแอบไปคบชู้กับไอ้หมอนั้น!!"




"เพี๊ยะ!!" ความอดทนของฉันได้หมดลง ฝ่ามือของฉันสบัดเข้าไปที่หน้าของมาร์คอย่างแรง น้ำตาก็ยิ่งไหลนองมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากได้ยินคำพูดที่ทำให้เจ็บปวดหัวใจหลุดออกมาจากปากคนที่รักมากที่สุด ความโกรธของฉันมันยังมีน้อยกว่าความเสียใจของฉันตอนนี้เสียอีก เสียใจที่ได้ยินมาร์คพูดแบบนี้ ใบหน้าของมาร์คหันไปตามแรงตบของฉัน สีหน้าของเค้าในตอนนี้ดูตกใจมากๆกับการกระทำของฉัน ใบหน้าคมค่อยๆหันกลับมามองหน้าฉันอย่างไม่อยากเชื่อว่าฉันจะตบเค้า




"นี้เธอ...ตบฉันหรอ?" ฉันไม่ตอบอะไรมาร์ค เพียงแต่จ้องตาคมของมาร์คอย่างผิดหวัง น้ำตาของฉันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลมือทั้งสองข้างกำแน่นอย่างอดกลั้น




"อะไรที่ทำให้เธอเปลี่ยนไปยองมี ทำอย่างนี้แสดงว่าเธอกับมันเป็นชู้กันจริงๆใช่มั้ย!!!"




"ถ้านายคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้น นั้นแปลว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานายไม่เคยรู้จักและไม่เคยเชื่อใจฉันเลย!!!" ฉันตะคอกใส่มาร์คกลับไปด้วยอารมณ์ที่เสียใจมากที่สุด ทำไมนายถึงพูดแบบนี้...มาร์ค




"ฉันเห็นเธอไปยืนจูบกับไอ้บ้านั้นจะให้ฉันเชื่อใจเธออีกหรอยองมี!!!!" 






จูบหรอ?





"ฉันไม่ได้จูบกับเค้า!"




"หึ! หรอ โกหกให้ตายยังไงฉันก็ไม่เชื่อหรอก ในเมื่อฉันเห็นเองกับตา!!" ถึงฉันจะพยายามอธิบายสักเท่าไหร่ มาร์คก็ยังคงไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรจากฉันทั้งสิ้น ฉันได้แต่ยืนร้องไห้มองหน้ามาร์คด้วยใบหน้าที่เจ็บปวด




"ฉันจะลบมันเอง รอยจูบที่เธอกับมันจูบกัน ฉันจะเป็นคนลบมันเองง!!!" 




"นายจะทำอะ อื้อ!" สิ้นคำพูดของมาร์ค แขนแกร่งของมารืคก็รั้งตัวฉันให้เข้าไปใกล้แล้วส่งริมฝีปากของตัวเองมาบดเบียดทับกับริมฝีปากของฉัน จูบครั้งนี้ที่มาร์คมอบให้ มันทั้งรุนแรงไร้ซึ่งความอ่อนหวาน ริมฝีปากของมาร์คบดริมฝีปากของฉันอย่างแรงจนเจ็บไปหมด ฟันแหลมของมาร์คกัดเข้าที่ปากล่างของฉันอย่างแรงจนฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดคละคลุ้งในปากของตัวเอง ฉันทุบไปที่อกของมาร์คอย่างแรงเมื่อตนกำลังจะหมดอากาศหายใจ





มาร์คถอนริมฝีปากออกไปและเปลี่ยนตำแหน่งจากปากของฉันลงมายังซอกคอ มาร์คใช้มือหนาของตัวเองพลักฉันให้ชิดไปกับกำแพงและถึ้งแขนของฉันเอาไว้




"มาร์ค! ฮึก ปล่อยนะ! มาร์คค!!" ด้วยแรงทั้งหมดที่มีฉันร้องออกมาจนสุดเสียงและนั้นทำให้มาร์คเหมือนจะได้สติกลับมาและปล่อยฉันให้เป็นอิสระในที่สุด




"ฮึก ฮืออ ทำไมนายทำกับฉันแบบนี้ ทำไม!!" ฉันผลักมาร์คออกไปแล้ววิ่งเข้าไปทุบที่อกของมาร์คเพื่อระบายอารมณ์แสนทรมานของตัวเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้




"ฉันรอนาย ฮึก ฉันรอนายที่แม่น้ำฮัน 2 ชั่วโมง! ฉันรอเวลาที่เราจะได้เจอกัน! ถึงแม้อากาศจะหนาวแค่ไหนแต่ฉันก็คิดว่ายังไงนายก็ต้องมา! คิดว่านายไม่มีทางที่จะลืมนัดของเรา! แต่นายก็ไม่มา!! แล้วนายยังจะมาทำแบบนี้กับฉันอีกหรอมาร์ค!! นายคิดเองเออเองไม่คิดจะฟังกันเลยสักนิด นายคิดว่าฉันคนนี้ที่รักนายมากที่สุดไปมีชู้!! นายไม่แม้แต่จะเชื่อใจฉันเลย!! ทั้งๆที่ ฮึก ฉันรักแต่นาย มีแต่นายแค่คนเดียว ฮืออ ที่ผ่านมาฉันยังแสดงออกให้นายเห็นไม่พอใช้มั้ย ว่าฉันรักนายมากแค่ไหน! ที่ผ่านมาฉันยังคิดถึงนายไม่พอใช่มั้ยมาร์ค!! นายถึงได้คิดว่าฉันไปมีคนอื่น ฮึก ฮืออ"



เหมือนขาทั้งสองข้างของฉันไร้เรี่ยวแรงไปเสียดื้อๆ ฉันค่อยๆทรุดลงกับพื้นและใช้มือที่เคยทุบที่อกแกร่งของมาร์คทุบไปที่พื้นห้องอย่างแรงเพื่อระบายความเจ็บปวดทั้งหมดออกมา 




"มี...คือฉัน"




"ถ้านายคิดว่าฉันเป็นอย่างที่นายคิด ฮึก ฉันก็ไม่มีอะไรที่จะอธิบายให้นายฟังอีกแล้ว" ฉันพูดขึ้นออกมาอย่างแผ่วเบา ไร้หมดซึ่งเรี่ยวแรงที่มี แม้แต่แรงที่จะเปล่งเสียงออกมาก็ยังยากลำบาก น้ำตายังคงรินไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย มาร์คค่อยๆย่อตัวลงมาหาฉัน แต่ต้องชะงักไว้แต่เพียงเท่านั้น เมื่อประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของฉัน









"..."









"เราเลิกกันเถอะ..."






END YOUNGMEE PART








MARK PART





สิ้นสุดคำพูดของยองมี ร่างของผมที่กำลังก้มลงไปหาหาร่างบางก็หยุดชะงักขึ้นทันที ราวกับหัวใจของผมกำลังจะแตกสลาย ร่างบางที่สั่นไหวอยู่บนพื้นไม่แม้แต่จะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาอีกนอกจากเสียงสะอื้นที่แสนทรมานของเธอ





"ไม่...ไม่เอาแบบนี้นะมี...มะ มาร์คขอโทษ" สิ่งเดียวที่ผมทำได้และต้องทำ คือวิงวอนร่างบางตรงหน้า ผมอยากจะกล่าวขอโทษเธอเป็นพันๆครั้ง โกรธตัวเองที่งี่เง่าจนไม่ยอมฟังเหตุผลของเธอเลย ผมคิดไปได้ยังไงว่ามีจะไปมีคนอื่น ผมคิดเรื่องแบบนั้นไปได้ยังไงกัน ที่ผ่านมามันก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะบอกว่ามีรักผมมากแค่ไหน แล้วทำไมผมถึงยังไม่เชื่อใจเธอ




"ฮึก ฮืออ"




"ยองมีครับ มาร์คขอโทษ ได้โปรดยกโทษให้มาร์คนะครับ มาร์คผิดไปแล้ว มาร์ครักมีนะ" ผมนั่งลงคุกเข่าตรงหน้าคนตัวเล็กกว่า พยายามหาคำพูดทุกคำพูดเพื่อรั้งไม่ให้เธอจากผมไป ผมจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเธอ ถ้าขาดผู้หญิงคนนี้ไปก็เหมือนผมขาดออกซิเจนเอาไว้หายใจ เธอเป็นเหมือนโลกทั้งใบของผม เป็นดั่งดวงใจของผมหัวใจของผมคงแตกสลายหากไม่มีเธออยู่ข้างๆ





"ออกไป..." คำพูดแสนเย็นชาหลุดออกมาจากปากบางอมชมพูของมี แค่เพียงคำคำเดียวมันเป็นเหมือนดั่งมีดนับพันเล่มที่พุ่งเข้ามาเสียบเข้ากลางใจของผม 





"ได้โปรดเถอะนะมี อย่าทำแบบนี้เลย" ผมยื่นมือไปกุมเข้ากับมือเรียวบางของยองมีแล้วยกขึ้นมาแนบกับแก้มตัวเองเอาไว้ ราวกับว่าหากผมปล่อยมือบางมือนี้ไปร่างของยองมีก็พร้อมที่จะหายไปได้เพียงแค่พริบตา




"ฉันขอให้นายฟัง! แต่นายไม่แม้จะหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วฟังฉัน แล้วตอนนี้นายจะมาวิงวอนขออะไรจากฉันหรอมาร์ค! ฉันมันแอบไปมีชู้นี้ ฉันมันเป็นผู้หญิงมักมาก!!! แล้วนายจะมาขออะไรจากผู้หญิงเสเพรอย่างฉัน!!"



คำพูดของผมก่อนหน้านี้ เหมือนมันกำลังย้อนมาเล่นงานผมเข้าอย่างจัง ทุกประโยคที่ดังออกมาจากปากของมีตอกย้ำคำพูดของผมทั้งหมดจนรู้สึกจุกจนพูดอะไรแทบไม่ออก ร่างเล็กของยองมีสั่นไหวไปด้วยแรงสะอื้น น้ำตาลูกผู้ชายของผมค่อยๆไหลออกมา ไหลออกมาเพราะคำพูดของตัวเอง คำพูดที่ไร้ซึ่งการคิดไตร่ตรอง ผมมันโง่!




"มี...ฉันระ..."




"ฉันอยากอยู่คนเดียว ออกไปสะมาร์ค" ยองมีสบัดมือของผมออกอย่างไร้เยื้อใย ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วใช้หลังมือเช็ดน้ำตาของตัวเองออกอย่างลวกๆ แล้วหันหลังเตรียมที่จะเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง





"ไม่ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันขอโทษยองมี ฉันรักเธอนะ" ผมกระโจนเข้าไปสวมกอดยองมีเข้าที่ด้านหลัง ไม่ว่าจะอะไรที่ผมต้องทำเพื่อไม่ให้เธอไป ผมก็พร้อมที่จะทำมันอย่างไม่ต้องคิดเลย เพราะผมไม่มีผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ 





ได้โปรด...อย่าทิ้งฉันไป






ร่างเล็กของยองมียังคงไหวสั่น ผมกระชับอ้อมแขนของตัวเองให้แน่นขึ้น เพื่อเน้นย้ำว่าจะไม่มีทางปล่อยให้เธอไปอย่างเด็ดขาด น้ำตาของผมหยดลงที่หัวไหล่บางไปหลายต่อหลายหยด และนั้นคงทำให้มีเองก็พอจะรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่หัวไหล่ของตน ยองมีค่อยๆแกะมือของผมออก ก่อนจะหันใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยน้ำตามาหาผม ดวงตาคู่สวยมองไล่ไปทั่วใบหน้าของผม ผมเองที่ไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตาของตัวเองจึงได้แต่ก้มหน้าซ้อนน้ำตาเอาไว้ ก่อนผมจะรับรู้ได้ถึงสัมผัสอุ่นจากมือของใครอีกคนที่ยกมันขึ้นมาแนบกับแก้มของผม ผมเงยหน้ามองยองมีช้าๆ ก็พบเข้ากับใบหน้าแสนเศร้าของเธอ น้ำตาของยองมียังคงรินไหลไม่หยุดซึ่งก็ไม่ได้ต่างอะไรจากผมเลย 




"เจ็บมากมั้ย?" ยองมีใช้นิ้วโป้งไล่วนไปทั่วแก้มข้างที่ผมถูกเธอตบอย่างเบาบางและอ่อนโยน ผมส่งมือของตัวเองไปทาบทับกับมือของเธอก่อนจะเอียงใบหน้าให้แนบชิดไปกับมือบางแสนอ่อนนุ่มของเธอไว้




"ขอโทษนะ..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับใช้นิ้วโป้งค่อยๆเกลี่ยน้ำตาของผมออก การกระทำแสนอ่อนโยนของยองมีทำให้ผมมั่นใจได้แล้วว่าเธอจะไม่ทิ้งผมไปไหน คิดได้ดังนั้นผมก็โผเข้ากอดร่างบางอีกครั้งและเธอเองก็กอดตอบผมเช่นกัน ใบหน้าเล็กซุกลงมาที่แผงอกของผมและกำเสื้อของผมเอาไว้แน่น ผมกดจูบลงที่กลุ่มผมหอมนุ่นของยองมีเพื่อปลอบประโลมให้ร่างเล็กในอ้อมกอดหยุดร้องไห้




"ไม่ร้องแล้วนะค่ะคนดีของมาร์ค...มาร์คขอโทษนะมี" 




"อื้อ ฉันก็เหมือนกันนะ ขอโทษที่พูดคำนั้นออกมา" ผมถอนกอดออกจากร่างเล็ก ยองมีเองก็ใช้หลังมือปาดน้ำตาของตัวเองอย่างแรง จนเปลือกตาสีมุกแดงไปหมด ผมจึงเอื้อมมือไปจับเข้าที่มือบางของเธอแล้วใช้นิ้วหนาของตัวเองปาดคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งดีให้กับร่างเล็ก ผมกดจูบลงบนเปลือกตาหวานเพื่อหวังจะบรรเทาอาการบวมช้ำให้กับมัน 



"กลับหอไปได้แล้วนะมาร์ค ดึกแล้วเดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วงเอานะ" ยองมีจับมือของผมแล้วกุมเอาไว้แน่น  แล้วเอ่ยเสียงหวานที่ขึ้นจมูกนิดๆออกมา เมื่อผมได้ยินประโยคที่ร่างเล็กเอ่ยบอกผมก็ส่ายหน้าปฏิเสธทันที




"วันนี้ฉันจะอยู่กับเธอ ชดเชยที่ฉันไม่ได้ไปตามนัดของเรา" ผมส่งยิ้มอ่อนโยนให้ยองมี นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาค้างที่หอของแฟนสาว และห้องของยองมีก็มีชุดและข้าวของเครื่องใช้สำรองของผม ที่ผมเป็นคนซื้อมาเก็บไว้ในห้องของเธอเพื่อการนี้โดยเฉพาะ 




"ก็ได้ งั้นไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะเตรียมชุดเอาไว้ให้นะ" ผมพยักหน้ารับข้อเสนอของแฟนสาว แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป









10 นาทีต่อมา




ผมเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูแค่ผืนเดียวพันรอบเอวไว้ สายตาสอดส่องหาคนตัวเล็กและพบเข้ากับร่างบางที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง ข้างๆตัวของยองมีเป็นชุดของผมที่เธอเตรียมเอาไว้ให้ ผมหยิบเสื้อผ้าพวกนั้นขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว แล้วเดินเข้าไปใกล้ยองมีก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของเธอเบาๆ




"มีครับ ไปอาบน้ำเร็ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ" 




"..."




"ที่รักครับ ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยมานอนต่อนะครับ" เมื่อพูดกระซิบในตอนแรกไม่ได้ช่วยให้ร่างเล็กตื่นจากนิทรา ผมจึงเลือกที่จะเพิ่มความดังของเสียงตัวเองพร้อมๆกับที่ส่งมือหนาของตัวเองไปเขย่าตัวยองมีเบาๆ




"อื้ออ ง่วงอ่าา" ผมยิ้มออกมาเมื่อเสียงหวานของยองมีเอ่ยขึ้นอย่างงวยเงียเมื่อถูกปลุกให้ตื่น ยองมีเป็นแบบนี้ตลอดนั้นแหล่ะครับ ทุกครั้งที่ผมปลุกเธอไม่ว่าจะในทุกๆเช้าหรือทุกๆค่ำ ก็คนตัวเล็กคนนี้หน่ะขี้เซาเป็นที่หนึ่ง ปลุกธรรมดายังไงก็ไม่ยอมตื่นหรอกครับ ต้องปลุกแบบหอมๆจูบๆถึงจะตื่นได้อย่างเต็มตา




"ถ้าง่วงก็รีบไปอาบน้ำแล้วรีบมานอนสิค่ะคนดี" ผมลูบหัวยองมีแล้วหยิกแก้มนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว 




คนอะไรจะน่ารักได้ทุกเวลาขนาดนี้




"งื้ออ ไม่เอาอ่าจะนอนเลย" 




"ถ้ามีไม่ลุกไปอาบน้ำมาร์คจะปล้ำมีจริงๆด้วย" จบประโยคของผม ยองมีก็เด้งตัวขึ้นมาทันที และการกระทำที่รวดเร็วของเธอทำให้หัวเราทั้งสองที่อยู่ใกล้กันเพียงคืบกระแทกกันอย่างจัง




"โป้กก!"




"โอ้ย!/โอ้ย!" ผมและยองมีต่างก็กุมหัวของตัวเองเอาไว้อย่างเจ็บปวด และลูบไปมาเพื่อหวังให้อาการปวดหายไปโดยเร็ว




"มาร์คอ่าาทำไมไม่หลบห่ะ! เห็นมั้ยเจ็บตัวเลย" ยองมีเอ็ดผมขึ้นมา แต่ก็ไม่วายโผเข้ามาดูอาการของผมอย่างเป็นห่วง มือบางของยองมีลูบบริเวณที่กระหม่อมของผมเบาๆ ผมมองหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ทั้งๆที่ตัวเองก็เจ็บเหมือนกันแต่เธอก็มักจะเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ




"มี" 




"..." มีเงียบเพื่อรอสิ่งที่ผมจะพูดในอีกไม่ช้า ตาของเราสอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง เราสองคนต่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกันได้อย่างไม่ต้องเอ่ยถามเลยแม้แต่คำเดียว




"ฉันอยากจะบอกว่า นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้เจอกัน แค่วันนั้น...ฉันก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่สามารถรักใครได้อีกนอกจากเธอ และจนถึงตอนนี้ความคิดของฉันก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง ฉันสัญญา...ว่าจะรักเธอจนหมดทั้งหัวใจที่ฉันมี หลายครั้งที่ฉันอยากจะขอโทษ ที่ตัวเองเป็นแฟนที่ไม่ดีพอ อยากจะขอโทษที่ทำให้เธอร้องไห้ไม่ว่าจะครั้งไหนๆ และอยากจะขอโทษที่ต้องรั้งเธอไว้ให้ไปเจอคนที่ดีกว่าตัวเองไม่ได้ เพราะถ้าฉันปล่อยเธอไปฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้ชีวิตยังไงถ้าไม่มีเธอ 





ยองมียิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน เธอยังคงเงียบและตั้งใจฟังคำพูดของผมจนกว่าจะจบประโยค ผมใช้มือข้างนึงประคองใบหน้าหวานเอาไว้อย่างถนุถนอม



"มี...ฉันอยากให้เธอรู้ไว้นะ ว่าผู้ชายคนนี้จะรักเธอให้มากที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะรักได้"




"อื้มม ^^"




"โด ยองมี...ที่รักของผม" ผมพูดขึ้นก่อนจะดึงร่างเล็กเข้าสู่อ้อมกอดของตัวเองและให้ใบหน้าหวานซุกลงที่อกของตัวเองเหมือนอย่างเคย




ผ่านไปสักพัก ผมก็เห็นถึงความผิดปกติของยองมี ผมก้มลงมองร่างเล็กในอ้อมกอดและเห็นไหล่บางที่เคลื่อนขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ นั้นทำให้ผมรู้ได้เลยว่าแฟนสาวของตัวเองไม่ได้แค่ซุกหน้ารับสัมผัสอุ่นจากอ้อมกอดของผมเพียงอย่างเดียว แต่เธอหลับไปแล้ว!!



"โด ยอง มี ไปอาบน้ำ!!!!!!"











ผมต้องใช้เวลาเกือบ 10 นาที กว่าจะงัดร่างของยองมีให้ลุกขึ้นจากเตียงได้ ซึ่งก็เหมือนเดิมครับ ยองมีหัวฟัดหัวเหวี่ยงเดินปึงปังไปเข้าห้องน้ำอย่างขัดใจ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็คิดว่ามันก็ยังเป็นการกระทำที่น่ารักอยู่ดี





"แอ๊ดด" เสียงจากประตูห้องน้ำดังขึ้น บ่งบอกว่าใครอีกคนที่ผมนั่งรอได้ทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปหายองมีที่ตัวหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นสบู่ ก่อนจะอุ้มร่างเบาบางนั้นด้วยแขนแกร่งของตัวเอง




"ย๊าๆๆๆ ทำอะไรห่ะมาร์ค วางลงเลยนะ" ยองมีที่ดูเหมือนจะตั้งตัวไม่ทันกับการกระทำของผม ก็ส่งแขนเล็กมาพันรอบคอของผมไว้อย่างกลัวตก พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาดุๆ




"ก็จะอุ้มพาไปนอนไงครับ มีจะได้ไม่ต้องเดินไง ไม่ดีหรอ?"





"ทำอย่างกับฉันเป็นคนขาเดี้ยงเลยนะมาร์ค เอ้าๆจะอุ้มก็อุ้มแต่อย่ามาบ่นปวดแขนให้ฟังทีหลังก็แล้วกัน" เสียงหวานยังคงเอ่ยบ่นไม่หยุด ผมได้แต่ยิ้มกับนิสัยน่ารักๆของคนในอ้อมแขนแล้วออกเดินพายองมีไปยังเตียงนอน






ผมวางร่างของมีอย่างถนุถนอม แล้วจัดแจงหมอนและผ้าห่มให้เธอ จึงค่อยๆล้มตัวลงนอนข้างๆคนตัวเล็กกว่า ส่งแขนหนาของตัวเองไปสวมกอดเข้าที่เอวคอดบางของเธออย่างหวงหา ยองมีปิดตาลงก่อนจะขยับพลิกตัวหันหน้ามาทางผม แล้วซุกหน้าลงบนอกแกร่ง แขนบางเองก็ยกขึ้นมาทาบกับหน้าอกของผมเหมือนเด็กน้อย ผมกระชับกอดให้แน่นขึ้น อยากจะทำทุกอย่างที่คนตัวเล็กต้องการเพื่อชดเชยความผิดของตัวเองในวันนี้




"Good night" ผมกระซิบลงที่ข้างหูของยองมี แล้วปล่อยตัวเองให้จมเข้าสู่ห้วงนิทราไปในทันที อย่างน้อยๆคืนนี้ผมก็สามารภนอนหลับได้อย่างมีความสุข ต้องขอบคุณคนตัวเล็กในอ้อมกอดของผมที่ทำให้คืนนี้เป็นคืนพิเศษอีกคืน










END MARK PART









TEN PART





    เป็นเวลา 2 อาทิตย์เต็มๆแล้วครับที่ผมไม่ได้เจอหน้ามี ยอมรับเลยว่าผมคิดถึงเธอมาก ถึงแม้เราจะแชทหากันบ้างโทรคุยกันบ้าง แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ความคิดถึงของผมที่มีต่อเธอมันน้อยลงไปเลย ผมอยากเห็นรอยยิ้มของเธอ อยากได้ยินเสียงหัวเราะนั้นใกล้ๆ  อยากมองตาสีน้ำตาลแอลมอนด์คู่สวยของเธอในระยะที่เราสามรถได้ยินเสียงเต้นของหัวใจกันและกันได้ ผมคิดถึงทุกอย่างที่เป็นเธอ ทุกคนอาจจะคิดว่าผมบ้าไปแล้ว ใช่ครับผมยอมรับ ผมมันบ้า บ้าที่รู้ทั้งรู้ว่ามีไม่มีทางคิดกับผมมากไปกว่าพี่ชายคนนึง แต่ผมก็ยังรักเธอและมีเธอคนเดียวในหัวใจมาตลอด 2 ปี ทุกครั้งที่มองเธออยู่กับชายคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง หัวใจของผมดวงนี้มันเหมือนจะแหลกสลาย โดยเฉพาะเวลาที่เธออยู่กับมาร์ค และตอนนี้ผมก็พอจะเดาได้ว่าเธอกับมาร์คมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินคำว่าเพื่อนแน่นอน ทำไมผมถึงรู้หรอครับ เพราะผม...แอบตามเธอกับมาร์คไปในวันนั้น...





"ยองมี..."





"ได้ยินอะไรมั้ยมี...เธอได้ยิน....เสียงหัวใจของฉันมั้ย?"






"ฉันรักเธอ"





ถ้าผมสามารถย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะเลือกไม่ตามทั้งสองคนนั้นไป เพราะถ้าผมไม่ตามไปผมคงไม่ต้องมาได้ยินและเห็นอะไรที่มันบาดหัวใจตัวเองหรอก ครับ...ผมเห็น...มาร์คกับมี จูบกัน... วันนั้นเป็นวันที่แย่ที่สุดสำหรับผม เพียงแค่เห็นหน้ามี ภาพที่เธอจูบกับมาร์คก็ลอยขึ้นมาตลอด ผมอยากจะเข้าไปต่อยหน้ามาร์คให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็คิดได้ว่าตัวเอง...ไม่มีสิทธิ์







หลังจากพวกผมได้เดบิวต์ เวลาที่ผมจะเจอกับมีและรุกกี้คนอื่นแทบจะเป็นศูนย์ ไม่นับวันที่เราฉลองกันหลังจากที่พวกผมได้ขึ้นสเตจแรกในรายการชื่อดังของเกาหลี และนั้นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอหน้ามีหลังจากเดบิวต์ แต่สำหรับมักเน่ของวงเราอย่างมาร์ค ไม่ว่าตัวเองจะเหนื่อยจากการซ้อมหรือการทำงานในแต่ละวันขนาดไหน มาร์คก็ยังไม่สนใจและเลือกที่จะไปเจอกับมีทุกครั้งที่มีโอกาส อย่างเช่นวันนี้ วันนี้พวกผมไม่ได้มีตารางงานที่แน่นเอี๊ยดเหมือนทุกวัน จึงสามารถกลับมาพักผ่อนได้ในเวลาที่ไม่ดึกมาก และหลังจากกลับมาถึงหอมาร์คก็รีบวิ่งแจ้นออกไปทันที ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามาร์คไปไหน มีแค่สองเหตุผลเท่านั้นแหล่ะที่จะทำให้มาร์ควิ่งออกไปในทันทีได้ขนาดนั้น ข้อแรก มีเรียก ข้อสอง ไปหามี  ครับ...ก็อย่างที่บอกไปเหตุผลที่ทำให้มาร์ควิ่งออกไปทันทีแบบนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลที่มีมีมาเกี่ยวข้องทั้งนั้น





อยากจะตามไปด้วยใจแทบขาด แต่ติดที่ว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองเลยได้แต่มองตามหลังมาร์คไปอย่างทำอะไรไม่ได้ ผมอิจฉามาร์คครับ อยากเป็นมาร์คมากๆ เพราะมาร์คเป็นคนที่มีผู้หญิงที่ผมรักคอยอยู่ข้างๆเสมอ มาร์คได้รับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากมีแทบจะทุกเวลา และที่สำคัญ...มาร์คเป็นคนที่ได้ครอบครองหัวใจของเธอ ถึงจะเจ็บปวดที่ต้องรับรู้ความจริงว่ามีเองก็มีความรู้สึกเกินเพื่อนให้มาร์คเหมือนกัน แต่ผมก็สมควรที่จะยอมรับมันไม่ใช่หรอครับ ถึงผมจะรักมีมากแค่ไหนแต่ผมก็ไม่หน้าด้านพอที่จะเป็นมารหัวใจของทั้งคู่หรอกครับ มีรักใครผมก็จะยอมรับ ถ้าคนๆนั้นทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่าผม ผมก็เลือกที่จะยืนมองเธอกับเค้าห่างๆดีกว่า ไม่ว่าจะนานแค่ไหนผมก็จะยืนรออยู่ในที่ที่ผมควรอยู่ รอให้เธอหันมามองผม รอเวลาที่เธอจะรับรู้ความรู้สึกของผม ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ตาม ยังไงผมก็จะรอเธอ...เพราะหัวใจของผมมันไม่สามารถรักใครได้อีกนอกจากผู้หญิงที่ชื่อ โด ยองมี 







ผมรู้ว่ามีมีความรู้สึกยังไงกับมาร์ค เพียงแค่มองตาของเธอ ทุกๆครั้งที่ตาคู่นั้นสะท้อนภาพน้องชายคนสนิทของผม ผมก็รู้แทบจะในทันทีแล้วว่าหัวใจของมีมีใครอยู่ข้างในนั้นจนเต็มไปหมดแล้ว แล้วคนคนนั้นไม่ใช่ผม ถึงแม้จะหวังว่าอาจมีสักครั้งที่เธอจะมอบความรู้สึกแบบนั้นให้ผมบ้าง แต่ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าหวัง...ผมได้แค่หวังลมๆแล้งๆ หวังในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ผมไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะสามารถรักผู้หญิงคนนึงที่ไม่ใช่แม่ตัวเองได้มากขนาดนี้ และก็ไม่เคยคิดเลยเช่นกันว่าจะเจ็บเพราะรักเธอได้มากขนาดนี้ แต่มันก็คุ้มไม่ใช่หรอครับ ถึงจะเจ็บแต่ได้อยู้ใกล้เธอได้คุยกับเธอ แค่นั้นมันก็มากพอแล้วสำหรับผม สิ่งที่ผมพอจะทำได้ก็คือคอยดูเธออยู่ห่างๆแบบนี้ต่อไป จนกว่าใจผมจะมีใครอีกคนแทรกเข้ามาแทนที่เธอ 






แต่มันคง...ไม่มีวันนั้น







พี่จะรอ...รอวันที่มีหันมา








END TEN PART











TALK 3 



ไรท์มาแล้ว รีดดที่น่ารัก ไรท์ป่วยแหล่ะ 5555 อาการดคกแย่ มึนหัวตลอดเวลา ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรแถมยังเป็นหวัดอีกต่างหาก อาการไม่ได้ดีขึ้นเลย วันพรุ่งนี้ไรท์เลยจะโดนหามส่งโรงพยาบาล 5555 แต่ด้วยใจรัก ไรท์เลยมาลงให้จนครบร้อยเปอร์สำหรับตอนนี้ แม้ร่างกายเหมือนกำลังจิหมดแรงก็ตาม 555 เอาเป้นว่าถ้าหายดีก็จะมาลงให่เรื่อยๆน้าา แต่ช่วงนี้ขอพักรักษาตัวก่อน หายไปไม่นานหรอกสัญญา รักรีดมากมายย


























































TALK 2



มาแล้วว ฮั่นแหน่ๆๆๆ ใจหายใจคว่ำกันใหญ่เลย 55555 นึกว่าจะเลิกกันหล่ะซี้ๆๆๆๆ ตอนนี้ยังซอฟๆๆๆ หลังจากนี้จะมีดราม่ามาอีกบึม ถ้าไรท์ว่างอีกจะมาลงเรื่อยๆเลย อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะ ไรท์รักรีดเรื่องนี้มากเลยนะ ขอบคุณ แล้วก็ขอโทดรีดอีกครั้งนะค่ะที่มาลงให้ช้ามากกกกก แต่ยังไงก็สัญญาว่าจะแแต่งเรื่องนี้ให้จบ จะไม่ดองเหมือนเรื่องอื่นแน่นอน 55555 จุ้บๆ







































TALK


 มาลงให้แบบเดือดๆ 5555 กลัวว่าหลังจากนี้จะไม่ค่อยได้มาลงเผอิญวันนี้ไม่มีการบ้านอะไรก้เลยมาลงให้รีดก่อน ถ้า พน ว่างอีกก็จะมาลงให้อีกเรื่อยๆน้าา รักมากๆ ขอบคุณรีดที่ยังติดตามและกดแฟบนะจ้าา



 















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

602 ความคิดเห็น

  1. #601 775609 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 13:02

    แแงงงงพี่ เรนน์ น่าสงสาร ง่ะ


    #601
    1
    • #601-1 775609(จากตอนที่ 13)
      18 เมษายน 2563 / 13:03
      #เตนล์
      #601-1
  2. #568 pornkarun46 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 09:55
    โอ้ย น้ำตาไหล55 ไม่เป็นไรนะพี่เตนล์ หนูโหวตพี่ไปนะ ถึงจะช้าไปก็เถอะะ
    #568
    0
  3. #488 littlemarklee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 17:43
    เราเชื่อนะว่าเตนล์จะเจอคนที่ดีกว่ามีแน่ๆ||สู้ๆนะคะไรท์จะรอติดตามเรื่อยๆนะคะ^^
    #488
    0
  4. #487 dreamyoumsk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 08:42
    โอ้ยสงสารพี่เตนล์มากๆ พี่เตนล์จะต้องเจอคนที่ดีแน่นอนค่ะ จะร้องงงงง // ไรต์สู้ๆนะคะ พักผ่อนเยอะๆไม่ต้องฝืน
    #487
    0
  5. #486 Marrtywartt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 06:10
    หน่วงมากค่ะ หน่วงมาเต็ม55555 มาร์คขี้หึงแรงมาก มาว่าขนาดนี้ เห็นใครไหนไหนใครจูบยองมี มาว่าขนาดนี้คิดว่าจะยอมเหรอ เออยอม ทำยองมีเลยทำสิ55555555 อ่านบนรถละร้องไห้ไม่ได้เศร้าหัวจรัยย หลังๆก็ดีกัน จัดว่าเขินไปแปดชาติ ><`
    #486
    0
  6. #485 PtNKjH (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 05:44
    ง่าาาาา น่ารักจัง >?<
    #485
    0
  7. #484 Nokyuung19 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 00:55
    มาร์คขี้หึงเกินไปแล้ววว พี่คุณเขาไม่ได้ทำไรเลยน่ะ สงสารมีสุดใจคำพูดแรงมากกกก
    #484
    0
  8. #483 toysmile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:07
    โคตรหน่วงเลยอ่ะ มี ใจเย็นๆก่อนนะ มาร์คมันหึงจนสติหลุด ทำโทษก้พอ อย่าถึงเลิกกันเลยนะ;_; ค่อยๆคุย
    #483
    0
  9. #482 Praerina4097 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 21:54
    ยากที่จะพูดนะเพราะถเาเลิกกันก็แปลว่าอาจจะหาทางง้อกันทีหลัง หรือไม่ก็เลิกๆกันไปเลย แล้วมาร์คอาจจะไม่ใช่พระเอกก็ได้รุกกี้ส์มีหลายต่อหลายคน อาจจะเป็นคนอื่นที่เป็นพระเอกก้"ด้ แต่ใจจริงเราก็ไม่อยากให้เลิกกันเลยนะ
    #482
    0
  10. #481 littlemarklee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 06:54
    ม่ายเอาไม่เลิกกับมาร์คได้ม้ายย
    #481
    0
  11. #480 rimmeyexol2545 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 23:06
    ไม่เอาอ่าาา ไม่ให้เลิกๆ มันมาม่ามากเลยอ่าตอนนี้
    #480
    0
  12. #479 mammy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:47
    ฮือออออออ ถึงกับเลิกเลยหรอ ม่ายน๊าาาา ฉันไม่มีวันเลิกกับนายมาร์คคคคคคคคึ T///////T
    #479
    0
  13. #478 dow98705 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 22:25
    ฮือออ.โดนบอกเลิกเลยเห็นไหม!
    #478
    0
  14. #476 Papaprincess (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 21:04
    ทีมวินวินได้มั้ยอ่าา55
    #476
    0
  15. #475 Kim_Meesoo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 20:36
    ทีมวินวินได้ม้ะ5555555555555 พี่มาร์คไม่ฟังอะไรเลย สมควรแล้วล่ะ
    #475
    0
  16. #474 A'aom Sirirat (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 09:00
    วินวินกะคุนซะม้ะ?
    #474
    0
  17. #473 Marrtywartt (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 06:21
    งานมาม่าน่าจะมา #แอบคิด ใครกันนนร่างหนา555555 รอนะคะมาอัพอีกน้าาาไรท์เตอร์ รักเรื่องนี้ฟุ้บุ่
    #473
    0
  18. #472 SatangNK66 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 05:28
    วินวิน กะ คุน แน่เลย จะม่าไหม
    #472
    0